ทหารไทยฉุนเขมรยิงไม่เลิก!ยิงปืนใหญ่ถล่มคาสิโนฝั่งตรงข้ามช่องสายตะกู

ทหารไทยยิงปืนใหญ่ถล่มคาสิโนในกัมพูชาแล้ว! เพื่อตอบโต้ทหารกัมพูชา หลังระดมยิงจรวดหลายลำกล้องและปืนใหญ่โจมตีชาวบ้านไทยอย่างไม่เลือกหน้า

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน การปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ฝั่งจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ต.จันทะเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ยังมีการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง โดยทหารกัมพูชาจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทุกครั้ง

ล่าสุดได้มีคลิปเผยแพร่ออกมา เป็นคลิปอาคารบ่อนกาสิโนในฝั่งกัมพูชา ถูกปืนใหญ่ยิงมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา โดยชาวบ้านต่างพากันออกมาคาดว่า คาดเป็นปืนใหญ่ของฝั่งไทยยิงไป เพราะรำคาญทหารกัมพูชายิงไม่เลิก เลยยิงกาสิโนสั่งสอน

โดยนายนิจจรินทร์ อายุ 48 ปี ชาวอำเภอบ้านกรวด บอกว่า จุดนี้มีการปะทะกันตลอดเวลา ยอมรับว่าทหารเขมรยิงไม่เลิกทหารเขมรจะเปิดก่อนทุกครั้ง ส่วนคลิปที่บ่อนถูกถล่มได้แพร่ออกไปเป็นวงกว้างชาว อ.บ้านกรวด ต่างดีใจถ้าถล่มกาสิโนให้พังราบไปยิ่งดี เพราะเป็นของมอมเมาประชาชน โดยเฉพาะภายในบ่อนจะเป็นคนไทยไปเล่นแทบทั้งสิ้น

ทลายแก๊งผลิต “หัวพอร์ตเค” ผสมยาเสพติดคาคอนโดย่านดินแดง ยึดของกลางอื้อ

ตำรวจสุทธิสารสนธิกำลังบุกรวบ 5 ผู้ต้องหา แก๊งผลิต “หัวพอร์ตเค” ผสมยาเสพติด คาคอนโดย่านดินแดง ตรวจยึดของกลางอื้อ!

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.บก.น.2, พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.พิษณุ เกิดทอง รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.นิติธร ยศโชตวณิช รอง ผกก.สส.ฯ ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ประกอบด้วย นายอรรถพงษ์ฯ, นายฐากูลฯ, นายอนุวัฒน์ฯ, นายอนุศักดิ์ฯ และนางสาวนันทวดีฯ พร้อมของกลางจำนวนมาก ภายในห้องพักเลขที่ 11/111 ชั้น 8 คอนโด The Belgravia ซอยอินทามระ 47 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการรวมกลุ่มปาร์ตี้มั่วสุมยาเสพติดและผลิตยาเสพติดภายในห้องดังกล่าว จึงได้วางแผนเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงและนิติบุคคลคอนโดได้พาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้องพัก พบผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย กำลังนั่งมั่วสุมยาเสพติด และยังพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดวางอยู่บนโต๊ะ

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบของกลางจำนวนมาก ได้แก่ บิกเกอร์ผสมสารเคมี 25 อัน, หัวเชื้อสารแต่งกลิ่นสำหรับผสม 92 ขวด, เข็มฉีดยาพลาสติก 26 อัน, เครื่องกวนสารละลาย 1 เครื่อง, อุปกรณ์สำหรับบรรจุ, สารละลายโพรไพลีน 1 เครื่อง, น้ำยาผสมสาร 7 ขวด, หัวพอร์ตเคชนิดต่างๆ รวม 101 ซอง/อัน (เช่น ชนิดถุงสีม่วง, เขียว, เหลือง, ดำ, เงิน, แดงภาษาจีน และยังไม่บรรจุซอง), เครื่องใส่หัวพอร์ตเค 1 อัน, ขวดเปล่าบรรจุสารเคมี 19 ขวด, ตาชั่งตวง 1 อัน, โทรศัพท์มือถือ 13 เครื่อง, ถังแก๊สบรรจุแก๊สหัวเราะ 1 ถัง, อุปกรณ์การเสพ 3 ตัว, ยาไอซ์ชนิดเกล็ดใสสีขาวขุ่น น้ำหนักรวมประมาณ 2.2 กรัม, ยาอีชนิดเม็ด 14 เม็ด, ยาอี (MD) ชนิดเกล็ดใสสีขาวขุ่น น้ำหนักรวมประมาณ 0.8 กรัม และคีตามีน น้ำหนักรวมประมาณ 20.3 กรัม

เบื้องต้นจากการทดสอบปัสสาวะ ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย มีผลตรวจหาสารเสพติดเป็นบวก 

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา 

– ร่วมกันผลิตวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (หัวพอร์ตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเค) เพื่อการค้าและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต – มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (หัวพอร์ตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเคและยาเค) ไว้ในครอบครองเพื่อ จำหน่ายอันก่อให้เกิดการแพร่กระจายต่อประชาชนทั่วไป 

– ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งห้ามขาย หรือห้ามให้บริการบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า

– ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากร

– ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์, ยาอี) ไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 

– ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 

– ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (เห็ดขี้ควาย) ไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย

ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ถูกควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

“กระบี่” เดินหน้าขับเคลื่อนแคมเปญ “กระบี่โอเค” สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวทุกมิติ

Khao kha nab nam at Krabi Thailand. The famous tourist attraction in southern of thailand. Twin mountains have rivers through the middle of the evening atmosphere with golden light.

“กระบี่” ขับเคลื่อนแคมเปญ “กระบี่โอเค” สร้างความมั่นใจทุกมิติ พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว เที่ยวชมฉากถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก สัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจ “เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก”

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของจังหวัดกระบี่เป็นไปตามแนวนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และแผนพัฒนาจังหวัดกระบี่ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาแบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น

โดยจังหวัดกระบี่มีขนาดพื้นที่กว่า 4,700 ตารางกิโลเมตร มีทั้งภูเขา ที่ราบ และเกาะแก่งต่าง ๆ กว่า 150 เกาะ ทำให้มีความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก เศรษฐกิจของจังหวัดมีลักษณะเป็นเศรษฐกิจสองขา ขับเคลื่อนด้วยการเกษตรและการท่องเที่ยว โดยการเกษตรมีการปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นรายได้หลักของเกษตรกร ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ เพราะมีทั้งทะเล ชายหาด ภูเขา น้ำตก การผจญภัย แหล่งวัฒนธรรม ที่พัก และอาหารการกิน

จังหวัดกระบี่เหมือนได้รับพร เรียกว่าครบเครื่องทุกอย่าง มีทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่สวยสดงดงาม แหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและมีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ เกาะพีพี น้ำทะเลใส หาดทรายขาว ดำน้ำชมปะการัง อ่าวมาหยา เกาะลันตามีวัฒนธรรมชาวเล หาดสงบเงียบ หาดไร่เลย์ จุดปีนผาระดับโลก น้ำทะเลใส หาดทรายสวย โดยล่าสุดนักท่องเที่ยวต่างพากันให้ความสนใจฉากถ่ายทำในภาพยนตร์ Jurassic World Rebirth ไม่ว่าจะเป็น คลองหรูด คลองน้ำใส เขาขนาบน้ำ น้ำตกห้วยโต้ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา รวมถึง ATV Nature View Point และอีกหลายสถานที่ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของจังหวัดกระบี่ได้รับการพูดถึงอย่างมากอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ทุกประเทศทั่วโลกที่มีรายได้จากการท่องเที่ยว ล้วนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จังหวัดกระบี่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ขณะเดียวกันนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติได้ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาอีกครั้ง นอกจากนั้นปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยวยังเกี่ยวข้องกับความมั่นใจต่อการรักษาความปลอดภัย ทั้งเรื่องภัยธรรมชาติซึ่งเคยเกิดสึนามิ แผ่นดินไหว แต่ทุกภาคส่วนของจังหวัดกระบี่ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้

โดยเฉพาะภาคเอกชนและภาคประชาชนของจังหวัดกระบี่ซึ่งมีความเข้มแข็งมาก ทุกครั้งที่มีการประชุมร่วมกันของภาครัฐและเอกชน จะมีการนำเสนอแนวทางการทำงานเชิงรุกและเท่าทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ ที่สำคัญประชาชนจังหวัดกระบี่อยู่ร่วมกันได้บนความหลากหลาย ทั้งไทยจีน ไทยพุทธ ไทยมุสลิม รวมไปถึงชุมชนชาวเลต่าง ๆ ด้วย

ปัจจุบันนี้จังหวัดกระบี่มีการวางระบบเตือนภัยไว้หลายจุดทั่วจังหวัด รวมทั้งการรับสัญญาณเตือนจากทุ่นในทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย จุดเตือนภัยและแจ้งเหตุต่าง ๆ มีการบำรุงรักษา และซักซ้อมเพื่อให้พร้อมรับสถานการณ์ต่าง ๆ อยู่เสมอ แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็มีการพัฒนาศักยภาพ เสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว เพื่อให้ร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมให้มีความอุดมสมบูรณ์ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็มีช่วงเปิดปิดที่เหมาะสมตามฤดูกาลเพื่อให้มีการฟื้นฟูและยั่งยืน

“ตอนนี้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนของจังหวัดกระบี่ กำลังช่วยกันขับเคลื่อนแคมเปญ “กระบี่โอเค” มีการเตรียมความพร้อมไว้ในทุกมิติ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกท่านที่มาเยือนจังหวัดกระบี่ จะท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและได้รับความประทับใจกลับไป เราเน้นเรื่องการบริการที่มีคุณภาพ อาหารการกินมีเอกลักษณ์ รสชาติอร่อยจากวัตถุดิบสดใหม่ แหล่งท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ที่เราร่วมกันรับผิดชอบ ดูแลรักษาให้เกิดความยั่งยืน จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาเยี่ยมเยือนจังหวัดกระบี่ เพื่อสัมผัสความประทับใจของเมืองน่าอยู่ผู้คนน่ารักด้วยตัวท่านเอง” ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่กล่าวเชิญชวน

มุกดาหารแจ้งเตือนปชช.ยกสิ่งของไว้ที่สูง แม่น้ำโขงเสี่ยงล้นตลิ่งท่วมฉับพลัน

ผู้ว่าฯมุกดาหารแจ้งเตือน แม่น้ำโขงเสี่ยงล้นตลิ่งขอฝให้ประชาชนในพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ ยกของไว้ที่สูง ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 นายวรญาณ  บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารแจ้งเตือนประชาชนว่า ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นในเช้าวันนี้ (  27 ก.ค. 2568  ) เวลา 07.00 น.ระดับน้ำ แม่น้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร  ที่สถานีแม่น้ำโขงที่มุกดาหารระดับน้ำ  10.55 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.57 เมตร  (26 ก.ค.ระดับน้ำ 9.98 เมตร)ต่ำกว่าระดับวิกฤต   1.95 เมตร (ระดับวิกฤต12.50 เมตร)ปริมาณน้ำฝน  24.5 มม.

นายวรญาณ  บุญณราช  ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารกล่าวว่า ระดับน้ำโขงได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งเกิดจากทางตอนเหนือและในพื้นที่ สปป.ลาวมีฝนตกหนักและได้เร่งระบายน้ำ ซึ่งจะทำให้จังหวัดมุกดาหารเสี่ยงต่อระดับน้ำที่จะล้นตลิ่งและจากฝนตกหนักต่อเนื่องบริเวณพื้นที่ สปป.ลาวเขื่อนน้ำเทิน 1 (Nam Theun 1 HPP) จะมีการระบายน้ำประมาณ 4,000 – 5,000 ลบ.ม./วินาที 

ในช่วงเที่ยงของวันนี้ (27 ก.ค.)คาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำโขง บริเวณ อ.บุ่งคล้า อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีกประมาณ 1.5 – 2.5 ม. ในเวลาประมาณ 14.00 น.และ จังหวัดด้านท้าย จ.บึงกาฬ ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี จะเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 28 – 31 ก.ค. 68 ประมาณ 1.5 – 2 เมตร

ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหาร ขอให้พี่น้องประชาชนเตรียมขนสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ต่ำที่มีประวัติเคยได้รับผลกระทบ จากระดับน้ำโขงที่สูงขึ้นและติดตามข่าวสารจากจังหวัดอย่างใกล้ชิดซึ่งจะรายงานให้พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะหากประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นหรือได้รับผลกระทบ และต้องการความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1784 หรือผ่าน LINE ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดมุกดาหาร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สาวเวียดนาม ล้มสาวไทย คว้าแชมป์โลก ตะกร้อ 4 คนทีมหญิง

การแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลก 2025 ชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 38 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาเข้าชมเกมในสนามเต็มความจุ 1,600 ที่นั่ง 

ประเภทตะกร้อ 4 คนทีมหญิง รอบชิงชนะเลิศ เป็นการรีแมตช์คู่ชิงฯปี 2024 ทีมชาติไทย แชมป์เก่า พบกับ เวียดนาม รองแชมป์ปี 2024 แชมป์ปี 2023 
 
สถิติจากการเจอกัน 2 แมตช์หลังสุด ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ทีมละ 1 ครั้ง ล่าสุดที่อินเดีย สาวเวียดนาม ชนะ

สาวไทยประกอบไปด้วย วิภาดา จิตรพรวน, ปริมประภา แก้วคำไสย์, รัศมี ทองโสด,  ศิรินันท์ เขียวปัก โดยมี มัลลิกา บุญทด และ อรทัย สุขประมา เป็นเล่นสำรอง 
 
เซตแรกสาวไทยออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะไปก่อน 15-12

หลังจากนั้นสาวเวียดนาม เค้นฟอร์มเก่งกลับมา แซงเอาชนะไป 2-1 เซต 12-15, 15-8 และ 15-7 คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และเป็นการย้ำแค้นอีกครั้งหลังจากศึกชิงแชมป์โลก 2025 ที่อินเดีย ซึ่งไทยพ่ายในรอบชิงฯมาแล้วเช่นกัน

“ภูมิธรรม”ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม “ตราด”กำชับผู้ว่าฯพิทักษ์พื้นที่ชายแดนเต็มกำลัง

“ภูมิธรรม” ลงตรวจเยี่ยม “ตราด” กำชับผู้ว่าฯพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง มั่นใจมีความพร้อม ย้ำ การเจรจาหยุดยิง กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจให้คนไทยคลายกังวลก่อน กำชับผู้ว่าฯ พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังเต็มกำลัง พร้อมฝากสื่อมวลชนระมัดระวังการสื่อสารที่เป็นการเปิดเผยพื้นที่ปลอดภัย

วันนี้ (27 ก.ค. 68 ) เวลา 11.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ศาลากลางจังหวัดตราด โดยมี นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด และหน่วยงานด้านความมั่นคง ร่วมประชุม

นายภูมิธรรม ได้รับทราบรายงานจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด และที่ทำการปกครองจังหวัดตราดว่า ปัจจุบันสามารถควบคุมสถานการณ์การใช้อาวุธได้แล้ว และทางกัมพูชาได้มีการถอยร่นไปยังพื้นที่ของตน โดยทั้ง 2 ฝั่งยังตรึงกำลังเพื่อป้องกันสถานการณ์ ในส่วนของการอพยพประชาชนเข้ายังศูนย์พักพิงใน 3 อำเภอ รวม 16 แห่ง ประชาชนผู้อพยพ จำนวน 4,754 คน โดยมีแผนเตรียมสถานที่เพื่อรองรับผู้อพยพไว้ได้ราว 20,000 คน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การตัดสินใจลงพื้นที่ จ.ตราดในวันนี้ เพราะเป็น 1 ใน 6 จุดที่ทางกัมพูชาได้มีการใช้อาวุธยิงข้ามมาในพื้นที่ และทางกองทัพได้มีการประกาศกฎอัยการศึกไปก่อนหน้านี้ จึงอยากเข้ามาตรวจสอบความพร้อมในการรับมือ หากมีสถานการณ์ที่ลุกลาม ซึ่งได้ให้นโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนกัมพูชาทั้ง 7 จังหวัดไว้ว่า ต้องรับผิดชอบในการ “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” ปกป้องประชาชนจากการรุกรานของกัมพูชา ที่ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับ 

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการพูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า ประเทศไทยยินดีหยุดยิงโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนไทยเป็นหลัก และทางกัมพูชาต้องแสดงความจริงใจต่อการถอนกำลัง และทำให้ประชาชนคนไทยสบายใจ เพราะที่ผ่านมาก็ยังมีการใช้อาวุธหนักเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย สร้างความเสียหายกับบ้านเรือนประชาชน โรงพยาบาล และปั๊มน้ำมัน ดังนั้น การตอบโต้ของประเทศไทย คือ การปกป้องความปลอดภัยของคนไทยเอง ประเทศไทยไม่ใช่ฝ่ายเข้าไปรุกรานทางกัมพูชาก่อน

“แนวหน้าเป็นเรื่องของทหาร แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ปกครองดูแลแนวหลังให้เต็มที่ รัฐบาลได้ขยายวงเงินทดรองจ่ายให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดที่เกิดสถานการณ์ฯ แล้ว เพื่อแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการได้เต็มที่ ทั้งการดูแลเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ให้ครบ และได้ประสานทางตำรวจช่วยเข้าดูความปลอดภัยของบ้านเรือนประชาชนที่ต้องอพยพออกมา ท้ายที่สุด ต้องฝากไปยังสื่อมวลชนทุกท่าน ให้ระมัดระวังเรื่องการสื่อสารที่เป็นการเปิดเผยพื้นที่ปลอดภัย เพราะอาจมีผลต่อทางยุทธการที่กำลังดำเนินการอยู่” นายภูมิธรรม กล่าว

เรื่องใหญ่!กัมพูชาทำงานต่างแดนนัดชุมนุมกล่าวโจมตีไทยรุกรานเขมร

ด่วน! เรื่องใหญ่ละ สถานการณ์ล่าสุดถือเป็นเรื่องสำคัญที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยจำเป็นต้องเร่งเดินเกมทางการทูตอย่างรวดเร็ว เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจกับสื่อต่างชาติและประชาคมโลกให้รับทราบถึงปัญหาที่แท้จริง ว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มต้นการรุกรานประเทศไทยก่อน

มีรายงานล่าสุดว่า กลุ่มแกนนำชาวกัมพูชาหัวรุนแรง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกัมพูชา ได้นำแรงงานชาวกัมพูชาที่พำนักอยู่ในหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ออกมารวมตัวจัดการชุมนุมเพื่อร้องเรียนต่อประชาคมโลก

โดยมีเนื้อหาเป็นการกล่าวหาและบิดเบือนข้อมูลอย่างรุนแรงว่า ประเทศไทยเป็นผู้รุกรานดินแดนของกัมพูชา และเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

ทอ.ส่ง”F-16- Gripen “เหินฟ้า 4 ลำ ทิ้งบอมบ์เขมรตอบโต้ยิงจรวดทำลาย”ตาเมือนธม-ตาควาย”

ทัพฟ้าไทย ส่ง F16 – Gripen บิน หย่อน ”ไข่“ ถล่มปืนใหญ่ -BM21 ฐานทหารเขมร  ที่ ปราสาทตาควาย-ตาเมือนธม หลังเขมร  ไม่สนใดๆ ยิงทำลาย ปราสาท โบราณสถาน  หวังโจมตีทหารไทย

มีรายงานว่า  วันนี้ 27 กรกฎาคม  เวลา ประมาณ 11.00 น. กองทัพอากาศส่งเครื่องบินขับไล่ F16 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินGripen  2 ลำ ออกปฏิบัติการโจมตี พื้นที่ยุทธบริเวณ. เป้าหมายทหารของทางทหารกัมพูชา.  ใน บริเวณปราสาทตาควาย  และปราสาทตาเมือนธม  จ.สุรินทร์   ถือเป็นจุดที่ทางทหารกัมพูชาได้ตั้งปืนใหญ่ และ จรวด และ ยิงข้ามมาทำลาย ฝั่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติ สามารถ ทำลายเป้าหมายได้ทั้ง2 จุด  และ บินกลับฐานปฏิบัติด้วยความปลอดภัย
Cr : วาสนา นาน่วม

ช่วยต่อเนื่อง! ซีพีเอฟ เร่งกระจายความช่วยเหลือถึงมือประชาชนแนวชายแดน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ล่วงเข้าสู่วันที่ 4 ประชาชนใน 4 จังหวัด ทั้งบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี จนถึงขณะนี้มีประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเข้าพื้นที่รวบรวมพลเรือนแล้วกว่า 88,038 คน ซึ่งมีความต้องการน้ำ อาหาร และสิ่งของจำเป็นอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมามีพลังจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ รุดเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

“ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต”…ตั้งแต่วันแรกจิตอาสาซีพีเอฟ เร่งระดมสรรพกำลังเข้าพื้นที่ เพื่อมอบน้ำดื่มและอาหารแก่ประชาชน ขณะเดียวกัน แต่ละกลุ่มธุรกิจของบริษัทต่างจัดเตรียมผลิตภัณฑ์อาหารสดเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับส่งมอบให้แก่หน่วยงานอาสาช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ให้เพียงพอสำหรับพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อน

ธุรกิจไก่เนื้อ ภาคอีสาน โดย โรงงานชำแหละไก่ศรีสะเกษ มอบผลิตภัณฑ์ไก่และน้ำดื่ม สนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือประชาชนของโรงครัวพระราชทาน และโรงครัวกลางของจุดอพยพ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี จุดอพยพ อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และยังจับมือกับบริษัทในเครือซีพี ทั้ง True และ CP Axtra ลงพื้นที่มอบผลิตภัณธ์ร่วมกัน ที่จุดอพยพ อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ รวมสนับสนุนจุดอพยพ 7 จุด รองรับผู้อพยพจำนวนรวมกว่า 3,000 ราย

ทางด้าน ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือของ ธุรกิจสุกร ภาคอีสาน ทั้ง 3 ศูนย์ (ศูนย์น้ำยืน ศูนย์ศรีสะเกษ ศูนย์สุรินทร์) เดินหน้าปฏิบัติการอย่างเข้มแข็ง นำโดยทีมจิตอาสาลงพื้นที่ส่งมอบวัตถุดิบทั้งเนื้อหมูและน้ำดื่ม ตามที่ได้ประสานการช่วยเหลือกับศูนย์อพยพของหน่วยงานราชการในพื้นที่ นำไปปรุงอาหาร ส่งต่อความห่วงใยถึงมือพี่น้องทุกคน ผ่านเมนูอาหารที่จิตอาสาที่โรงครัวพระราชทาน และโรงครัวศูนย์อพยพในพื้นที่ อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตั้งใจปรุงสดใหม่เพื่อแจกจ่าย โดยมี นายธนเดช พระอารักษ์ นายอำเภอเบญจลักษ์ เป็นผู้รับมอบ

พร้อมกันนี้คณะทำงานจิตอาสา ธุรกิจ​สุกร ภาคอีสานตอนล่าง​ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนน้ำดื่มและอาหารกล่อง​ มอบให้กับ ศูนย์พักพิงรองรับผู้ประสบภัย อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งรองรับผู้ประสบภัยรวม 760 คน จาก 4 หมู่บ้าน ใน ต.โคสะอาด

นอกจากนี้ ทีมงาน ธุรกิจสุกร ภาคอีสาน ได้จัดตั้งโรงครัวขึ้น 2 จุด ได้แก่ โรงครัวซีพีจิตอาสาอุบลราชธานี และโรงครัวซีพีจิตอาสาสุรินทร์  ร่วมกันประกอบอาหารเมนูข้าวเหนียวหมูทอด จำนวน 2,000 กล่อง  มอบให้ประชาชนและจิตอาสาในศูนย์อพยพเป้าหมายพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์  ส่วนคณะทำงาน CSR โรงงานผลิตอาหารสัตว์ศรีสะเกษ ธุรกิจสุกร สนับสนุนน้ำดื่มและอาหารแห้ง ส่งถึง 3 ศูนย์พักพิง ใน อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เช่นดียวกับ โรงงานผลิตอาหารสัตว์กบินทร์บุรี ที่นำดื่ม CP มอบแก่ อบต.ลาดตะเคียน ซึ่งเป็นพื้นที่รับบริจาค เพื่อส่งต่อให้กับศูนย์พักพิง อ.บ้านกรวด และ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

 ขณะที่ ธุรกิจไก่ไข่ นำไข่ไก่ มอบแก่ นายฉลาด ชิดชม นายอำเภอไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เพื่อแจกจ่ายให้กับศูนย์พักพิง อ.ไพรบึง โดยที่ผ่านมาได้มอบไข่ไก่สนับสนุน 4 ศูนย์พักพิง ใน อ.ปราสาท และ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ รวมถึง อ.พยุห์ และอ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ รวมส่งมอบไขไก่ไปแล้วกว่า 11,000 ฟอง

นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ยังสนับสนุนเนื้อไก่ ให้แก่โรงครัวพระราชทาน เพื่อมอบให้ประชาชนในศูนย์อพยพ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี และเตรียมมอบในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ต่อไป

ด้านจังหวัดตราด ที่บริเวณบ้านชำราก ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เช่นเดียวกัน โรงเพาะฟักลูกกุ้งซีพีเอฟ ตราด โดยทีมงานซีพีเอฟจิตอาสา ร่วมกันปรุงเมนูอาหาร จัดน้ำดื่ม และชุดเครื่องใช้ที่จำเป็น มอบแก่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน กรณีเกิดเหตุความไม่สงบ อ.แหลมงอบ

โดย นายมนตรี ปรีดา นายอำเภอแหลมงอบ รับมอบพร้อมเป็นตัวแทนพี่น้องชาวแหลมงอบกล่าวขอบคุณซีพีเอฟที่เป็นหนึ่งสมาชิกของชุมชน และเข้ามาช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน นำลงพื้นที่มอบชุดยังชีพ แก่ นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้ประชาชนในจุดอพยพ ต.เขาสมิง อ.ขาสมิง กว่า 2,000 คน

ซีพีเอฟ พร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือ และขอส่งความห่วงใย เป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน ผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

ป่าเถื่อนไม่หยุด!เขมรยิงปืนใหญ่ถล่มหมู่บ้านสุรินทร์ วัวตายยกคอก 6 ตัว

สุรินทร์-ทหารกัมพูชา ยิงปืนใหญ่นับสิบลูก ถล่มหมู่บ้าน อ.ปราสาท ตกใส่บ้านไฟไหม้ คอกวัว วัวตาย 6 ตัว ร้านก๋วยเตี๋ยว หลังเขมรเปิดฉากยิงไทยตั้งแต่เวลา 04.40 น.เช้ามืด ต่อเนื่องตลอดชายแดนถึงช่องจอม ก่อน F 16 บินเข้าไปทำเสียงปืนเงียบลงระยะหนึ่ง

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.68 เวลาประมาณ 05.50 น.ทหารกัมพูชา ได้ยิงกระสุนปืนใหญ่นับสิบลูก เข้ามาในพื้นที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยพบว่าลูกกระสุนปืนใหญ่ มาตกระเบิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 40 กิโลเมตร โดยลูกระเบิดตกใส่ข้างบ้านของนายคูณ พรหมนัดส์ อายุ 80 กว่าปี เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้สะเก็ดระเบิดถูกตัวบ้านไม้สองชั้นเสียหายและไฟไม้ทั้งหลัง

ระหว่างเกิดเหตุเจ้าของบ้านไม่อยู่ในตัวบ้าน จนท.กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมจุด อ.ปราสาทรุดลงพื้นที่พบเพียงหม้อที่กำลังตั้งไฟไว้ร้อนระอุ ทราบข้อมูลว่าลูกชายเจ้าของบ้านได้เข้ามาที่บ้านเพื่อทำกับข้าว กำลังตั้งหม้อ แต่ได้ยินเสียงปืนใหญ่จึงรีบออกไปจากตัวบ้าน ก่อนระเบิดมาลง รอดตายหวุดหวิด

จากการตรวจสอบพบร่องรอยระเบิดตก ที่พื้นดินข้างบ้านเป็นหลุมขนาดใหญ่  นอกจากนี้ยังพบลูกระเบิดตกใส่คอกวัวชาวบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหลังดังกล่าวประมาณ100 เมตร ทำให้วัวตาย 6 ตัว อีกด้วยโดยเป็นคอกวัวของนายกิตชัย พิศเพ็ง และยังพบร้านก๋วยเตี๋ยวยายสุ ในหมู่บ้านเดียวกันก็ถูกระเบิกตกใส่เช่นกัน ขณะนี้ยังไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากส่วนใหญ่อพยพออกไปก่อนแล้ว ส่วนระเบิดที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบว่าตกจุดไหนอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม เป็นไปตามการคาดการณ์ของฝ่ายความมั่นคง ที่ให้จังหวัดสุรินทร์ได้แจ้งเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากชายแดนระยะไม่ต่ำว่า 40 ก.ม. ซึ่งเมื่อวานนี้ (26 ก.ค.68) ทหารกัมพูชาก็ได้ยิงระเบิดมาตกในพื้นที่ อ.ปราสาทหลายจุดอีกด้วย ก่อนที่เช้ามืดวันนี้ กัมพูชาจะเริ่มยิ่งระเบิดเข้ามาในพื้นที่ อ.พนมงดงรักตั้งแต่เวลา 04.40 น.และพื้นที่ชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง  และอีกหลายจุดตลอดแนวชายแดน จ.สุรินทร์ จากนั้นไม่นานพบเครื่องบิน F 16 บินเข้าไปในพื้นที่ชายแดน ก่อนที่เสียงปืนใหญ่จะเงียบลงระยะหนึ่ง

แม้ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา จะเป็นตัวกลางเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงโดยทันทีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบว่าทางกัมพูชาก็ไม่ได้สนใจ และยังยิ่งเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยก่อนอยู่ดี

ทั้งนี้มีรายงานว่า มีชาวกัมพูชา เข้าไปเช่าบ้านอยู่ในพื้นที่ อ.ปราสาท ในช่วงที่มีสถานการณ์ปะทะกัน ไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อป้องกันว่าชาวกัมพูชาเกรงจะเป็นสปายคอยส่งพิกัดตำแหน่งให้ทหารกัมพูชายิงระเบิดเข้ามา ชาวโซเชี่ยลมีการลงเพจประกาศให้ช่วยสอดส่องระมัดระวังและแจ้งเจ้าหน้าที่อีกด้วย