ศิษย์เก่าพ.พ.ระเบิดศึกฟุตบอลสืบสานประเพณี “ร่วมรุ่น รวมพลัง ม่วง-ขาว..เรารักกัน”

ศิษย์เก่าพ.พ.ผสานใจจัดงาน”การแข่งขันฟุตบอลสืบสานประเพณี ร่วมรุ่น รวมพลัง ม่วง-ขาว..เรารักกัน” ครั้งที่ 14 ประจำปี 2568 กำหนดจัดงานวันที่ 26 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬากองบิน ๔๖

งานประจำปี นักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม โดยชมรมฟุตบอล พิษณุโลกพิทยาคม ร่วมรุ่น ได้จัดการแข่งขันฟุตบอล  สืบสาน ประเพณี  ร่วมรุ่น รวมพลัง ม่วง -ข่าว เรารักกัน ครั้งที่ 14 ประจำปี 2568

…. โดยพันเอก วิษณุ วิจิตรวงศา ประธานชมรมฟุตบอล พ.พ.ร่วมรุ่น เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งได้รับเกียรติจากนายคุณากร  เลี่ยมสกุล นายกสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  ณ สนามกีฬา กองบิน๔๖ จ.พิษณุโลก

พันเอก วิษณุ วิจิตรวงศา ประธานชมรมฟุตบอล พ.พ.ร่วมรุ่น กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานในปีนี้ว่า…เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี  ระหว่างพี่ๆ น้องๆ ศิษย์เก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ได้พบปะสังสรรค์  สืบสานประเพณีอันดีงาม  สร้างความรักความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งก่อให้เกิดความร่วมมือ เกื้อกูลในการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานในสังกัด ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี

….โดยในปี 2568 การแข่งขันฟุตบอลมีทีมส่งเข้าแข่งขันจำนวน 39 ทีม / รุ่น  จัดเป็น 10 กลุ่ม โดย รุ่นอาวุโสสูงสุด ที่เข้าร่วมการแข่งขันคือพ.พ.19 / 21  และรุ่นอาวุโสน้อยสุดคือ พ.พ. 57/60 ซึ่งทีมที่ชนะเลิศ แต่ละกลุ่ม จะได้รับการสลักนามรุ่นลงบนถ้วยรางวัล ชนะเลิศ

ทั้งนี้  ได้รับความอนุเคราะห์งบประมาณ พร้อมอุปกรณ์การแข่งขันและเครื่องดื่ม จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนและสถานศีกษา ซึ่งมีรายนามผู้สนับสนุน ดังนี้

• สมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม  สนบสนุนงบประมาณจัดทำถ้วยรางวัลจำนวน 10 ถ้วย 
• สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดพิษณุโลก สนับสนุนอุปกรณ์การแข่งขัน  
• โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม  สนับสนุนประตูฟุตบอล 6 ชุด และน้ำดื่ม 350โหล 
• คณะศิษย์เก่าพ.พ.  สนับสนุนงบประมาณในการจัดทำอุปกรณ์เพื่อใช้ในการแข่งขัน ได้แก่ อุปกรณ์มุมสนาม จำนวน 12 ชุด , ขาตั้งเอบอส จำนวน 24 ชุด, เสื้อเอี๊ยม จำนวน 30 ตัวและสหายโฟล์คจากพ.พ 52/55                                             สนับสนุนน้ำดื่มจำนวน 100 โหล

นอกจากนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก,นายกเทศมนตรีเมืองอรัญญิก, ผู้บังคับการกองบิน 46 , กู้ภัย ข่าวภาพ และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตราไวไว และหน่วยงานต่างๆ ในนาม ชมรมฟุตบอลพิษณุโลกพิทยาคม ร่วมรุ่น  ขอขอบคุณทุกท่านทุกหน่วยงานที่ได้สนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้

บันทึกภาพ
บรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลสืบสานประเพณีร่วมรุ่นรวม
พลังม่วง-ข่าว เรารักกัน
ครั้งที่ 14 ประจำปี 2508

โดย..วิชชุดา ดวงพรหม

ระอุต่อเนื่อง!กัมพูชายิงถล่มพื้นที่พนมดงรักเช้าตรู่ บ้านเรือนไฟไหม้วอด

การต่อสู้ดุเดือดบริเวณชายแดนไทย -กัมพูชาตลอดแนวจังหวัดอีสานใต้ยังคงคุกรุ่นตั้งแต่เช้าตรู่ ทหารฝ่ายกัมพูชา เปิดฉากยิงใส่ พื้นที่อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ตั้งแต่เช้าตรู่ส่งผลให้บ้านเรือนถูกไฟไหม้เสียหายหนัก แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บแต่อย่างใด

เช้าวันที่ 27 กค.2568 เวลา 06.40 น. ได้มีกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชา ตกใส่บ้านเรือนประชาชนใน จ.สุรินทร์ ได้รับความเสียหาย เพราะไฟไหม้ ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะยังมีการยิงกันเป็นระยะๆ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่งจังหวัดสุรินทร์ เริ่มมีการยิงกันตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาประมาณ 04.30-04.40 น. โดยพบว่า เสียงดังขึ้นมาจากฝั่งกัมพูชา ยิงเข้ามาในประเทศไทย พื้นที่ปราสาทตาควาย

จากนั้นเสียงดังขึ้นเป็นระยะๆ จากทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา และขยายพื้นที่ไปยังพื้นที่ช่องจอม

โดยพบว่า เมื่อประมาณ 05.30 น. มีเสียงอาวุธหนักจากฝั่งกัมพูชาคล้ายกับ BM 21 ยิงเข้าใส่ฝั่งไทย ทำให้ไทยตอบโต้ด้วยอาวุธหนักเช่นกัน

จนถึงตอนนี้ 07.00 น. เสียงอาวุธหนักอย่างดังขึ้นเป็นระยะๆ

โดย…เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

แด่ทหารหาญในสมรภูมิ! ลำนำแห่งการเสียสละของผู้กล้า จะคงอยู่เหนือกาลเวลาเสมอ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงตรึงเครียด สถานการณ์การสู้รบ ซึ่งกลยุทธ์ฝ่ายตรงข้ามยังคงพยายามเข้าโจมตีหลักในพื้นที่ โดยมีการยิงด้วยอาวุธยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ทำให้ทหารฝ่ายไทยเสียชีวิต 8 นาย

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “SMART Soldiers Strong ARMY” ได้โพสต์  “ลำนำแห่งการเสียสละของผู้กล้า จะคงอยู่เหนือกาลเวลาเสมอ”

แต่เขาเลือกจะสู้ เพื่อให้คนไทยทุกคนยังมี “ชาติ” ให้ยืนอยู่ได้อย่างภาคภูมิ

แด่…ทหารหาญในสมรภูมิ

ผู้ที่ยอมวางชีพไว้บนผืนแผ่นดินไทย

เพื่อธงไตรรงค์จะได้ไม่เคยปลิวไสวใต้ธงของผู้รุกราน

วันนี้…แม้เขาจะนิทราไปอย่างสงบ

แต่ “คุณงามความดี” และ “เกียรติแห่งนักรบ” จะยังคงอยู่ในหัวใจของแผ่นดินนี้ ตราบนานเท่านาน

ขอคารวะด้วยหัวใจ

ต่อทุกหยาดเหงื่อ เลือด และลมหายใจ

ที่ทหารกล้าของไทยได้มอบไว้ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

บทลำนำ| 

ดวงดาวสกาวหม่น อัสสุชลสิหลั่งไหล 

อาบร่างนักรบไทย ในพนาแสนอาดูร

เจ็บช้ำระกำจิต มิเคยคิดจะสิ้นสูญ

ประวัติศาสตร์จะเทิดทูน วีรกรรมอันอำไพ…

เพื่อนแก้วผู้แกล้วกล้า ทอดกายา ณ แดนไกล

ต้องเหน็บหนาวร้าวฤทัย อย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย

รอบข้างมีร่างเพื่อน นอนกล่นเกลื่อนชีวาวาย

กอดปืนไว้แนบกาย ชีพสาหัสด้วยดัสกร…

เพื่อนถูกบุกกระหน่ำ อริล้ำทั่วสิงขร

เพราะห่วงแหนแดนมารดร จึงมอบชีพเป็นชาติพลี

เพื่อนสู้ด้วยมือเปล่า จู่โจมเข้ารุกราวี

กระสุนหมดแต่ยังมี สติมั่นในดวงมาลย์…

มิยอมให้ธงชาติใด ปลิวไสวบนทัพฐาน

แม้ร่างจะแหลกลาญ แต่ไตรรงค์คงยั่งยืน

ขอเทิดเพื่อนร่วมตาย ด้วยอาลัยสุดจักฝืน

หากช้ำต้องกล้ำกลืน เพื่อหน้าที่อันจีรัง…

จำไว้ผู้รุกราน จะต่อต้านสุดกำลัง

หากชีพเราคงยัง ขอแลกชีพกับไพรี

หยาดเลือดทุกหยาดหยด ที่หลั่งรดปฐพี

จะชดใช้ในครานี้ จะต้องปลาตและพินาศไป…

จะหาญสู้กับทรชน ผู้คิดปล้นอธิปไตย

ไล่ออกนอกแดนไทย เพื่อวิญญาณทหารเรา

ขอเชิญทหารกล้า จงนิทรายังที่เนา

หลับเถิดอย่าหมองเศร้า จะปกป้องผองไผท…

‘ทรัมป์’คุยผู้นำ ‘ไทย-กัมพูชา’คืนโต๊ะถกการค้าได้เมื่อเกิดสันติภาพ ‘มาเนต-ภูมิธรรม’เห็นพ้อง

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2568 “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความหลังโทรศัพท์พูดคุยกับผู้นำไทยและกัมพูชา โดยย้ำให้ทั้ง 2 ฝ่ายหาทางหยุดยิงในทันที เมื่อสันติเกิดขึ้นแล้วค่อยหาทางกลับมาร่วมโต๊ะเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ

“ผมได้นทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และแจ้งเรื่องที่ผมหารือกับไทยและนายกรัฐมนตรีรักษาการของไทยให้เขาทราบ ทั้งสองฝ่ายกำลังหาทางหยุดยิงและสร้างสันติภาพทันที และพวกเขากำลังหาทางกลับเข้าสู่ ‘โต๊ะเจรจาการค้า’ กับสหรัฐฯแต่ทั้งสองฝ่ายต้องหยุดยิงลงทันที”

“พวกเขาตกลงจะพบปะกันในทันทีและทำงานร่วมกันโดยเร็วเรื่องการหยุดยิง และทำให้เกิดสันติภาพในท้ายที่สุด เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับทั้งสองประเทศ พวกเขามีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน หวังว่าพวกเขาจะสนิทกันไปอีกนานเท่านาน เมื่อเรื่องทั้งหมดนี้จบลงและไขว่คว้าสันติภาพมาอยู่ในมือได้สำเร็จ ผมตั้งตารอที่จะบรรลุข้อสรุปในข้อตกลงการค้าของเรากับทั้งสองประเทศ”

‘ภูมิธรรม’เผยไทยพร้อมหยุดยิงแต่กัมพูชาต้องจริงใจ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เสนอให้ไทยและกัมพูชาหยุดยิงโดยทันที ไม่เช่นนั้นจะไม่เจรจาการค้ากับประเทศที่กำลังรบกันอยู่

นายภูมิธรรม ได้กล่าวขอบคุณต่อความห่วงใยและความปรารถนาดีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และยืนยันว่า ในหลักการ ฝ่ายไทยเห็นชอบต่อการหยุดยิง อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยประสงค์ที่จะเห็นความตั้งใจจริงของฝ่ายกัมพูชาในเรื่องดังกล่าว จึงขอให้ฝ่ายสหรัฐฯ ช่วยถ่ายทอดไปยังฝ่ายกัมพูชาว่า ฝ่ายไทยประสงค์ที่มีการหารือแบบทวิภาคีโดยเร็วที่สุด เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการและกระบวนการที่ชัดเจนสำหรับการหยุดยิง และนำไปสู่การยุติข้อพิพาทอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป

‘มาเนต’นายกฯกัมพูชาลั่นพร้อมหยุดยิงทันทีไร้เงื่อนไข

นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Hun Manet ว่า “คืนวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ผมได้สนทนาทางโทรศัพท์กับท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับความขัดแย้งทางอาวุธในพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยได้ชี้แจงต่อท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจนว่ากัมพูชาเห็นด้วยกับคำขอให้มีการหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขระหว่างกองทัพทั้งสอง อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ผมได้แสดงจุดยืนนี้กับท่านอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนหมุนเวียน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมมาแล้ว

“ข่าวดีที่ผมได้รับจากท่านโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ท่านได้หารือกับท่านภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย คือ ฝ่ายไทยเห็นด้วยกับคำขอของท่านให้หยุดยิงโดยทันที ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับทหารและประชาชนของทั้งสองประเทศ ผมหวังว่าฝ่ายไทยจะไม่เปลี่ยนจุดยืนอีก เหมือนกับที่เคยทำเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ภายใต้การไกล่เกลี่ยของท่านอันวาร์ อิบราฮิม

“ผมได้มอบหมายให้ท่านปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ ดำเนินงานนี้ต่อไป โดยหารือกับท่านมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อประสานงานกับฝ่ายไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อนำหลักการที่ตกลงกันไว้ไปปฏิบัติอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถยุติการเสียชีวิตและการบาดเจ็บของทหารและพลเรือนทั้งสองฝ่าย

ปธน.ฟิลิปปินส์พร้อมช่วย ไทย-กัมพูชา ฟื้นฟูสันติภาพ

นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า พร้อมช่วยเหลือไทยกับกัมพูชาลดความตึงเครียด และฟื้นฟูสันติภาพ หลังเกิดการปะทะกันบริเวณชายแดนจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

“ฟิลิปปินส์สังเกตการณ์การปะทะกันระหว่างประเทศเพื่อนร่วมสมาชิกอาเซียนทั้ง 2 ของเรา ที่ยังคงดำเนินอยู่ และขอเรียกร้องให้พวกเขาแก้ปัญหาตามแนวทางของกฎหมายระหว่างประเทศและแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ” นายมาร์กอสระบุ

นอกจากนั้น ผู้นำฟิลิปปินส์ยังเน้นย้ำคำมั่นสัญญาของประเทศที่มีต่อความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนและเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งนายมาร์กอสแสดงความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในความพยายามใดๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความสงบ

สดุดีทหารกล้า ‘ส.อ.จิรายุส อินทุมาน’วีระบุรุษปกป้องอธิปไตย พลีชีพ สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

ในหลวงพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ประทานพวงมาลา สิบเอกจิรายุส อินทุมาน กองพันจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย เหตุการณ์ไม่สงบชายแดนไทยกัมพูชา

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น.ที่ศาลาวัดโพธิ์ข้าวผอก อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี กองพระราชพิธีได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรับร่าง สิบเอกจิรายุส อินทุมาน กองพันจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้อง อธิปไตย ในเหตุการณ์ไม่สงบชายแดนไทยกัมพูชา

เวลา 17.30 น. ขบวนรถจากกองพลรบพิเศษที่ 1 จังหวัดลพบุรี เดินทางมาถึงที่บริเวณศาลาวัดโพธิ์ข้าวผอก ข้าราชการ ทหาร ส่วนราชการจังหวัดสิงห์บุรี ประชาชนรอรับกันเป็นจำนวนมาก จากนั้นนำร่างสิบเอกจิรายุส อินทุมาน ลงจากรถเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสุเมธ ธีระนิติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้แทนพระองค์ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สิบเอกจิรายุส อินทุมาน และเป็นผู้แทนพระองค์วางพวงมาลา ประกอบด้วย พวงมาลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวงมาลา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พวงมาลา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พวงมาลา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา พวงมาลา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พวงมาลา

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พวงมาลา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พวงมาลา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี พวงมาลา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พวงมาลา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ พวงมาลา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พวงมาลา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ พวงมาลา เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี

สำหรับพิธีสวดอภิธรรมศพ สิบเอก จิรายุส อินทุมาน จะจัดขึ้นเป็นเวลา 4 คืน วันที่ 26 -30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 19.30 น. งดจัดพิธี1คืน ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และพระราชทานเพลิงศพในวันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2568 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเกียรติยศแก่ผู้วายชนม์และครอบครัว หาที่สุดมิได้

สิบเอก จิรายุส อินทุมาน เกิดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2536 ณ บ้านเลขที่ 16/6 ม.3 ตำบลบางมัญ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นบุตรของ ร้อยตรี บุญเลิศ อินทุมาน และ คุณแม่สมพิศ อินทุมาน สมรสกับ นางสาว ศุภมาส โคตรพัฒน์ มี ธิดา 1 คน คือเด็กหญิง ปณิดา อินทุมาน

สิบเอก จิรายุส อินทุมาน เป็นนักเรียนนายสิบทหารบก เหล่าทหารช่าง เมื่อปี พ.ศ.2555 และบรรจุเข้ารับราชการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ในตำแหน่ง หัวหน้าพวกระเบิดทำลาย ชุดจู่โจม หมวดจู่โจม กองร้อยจู่โจม กองพันจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี สังกัดกระทรวงกลาโหม สิบเอก จิรายุส อินทุมาน ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศจากการ รุกรานของประเทศกัมพูชา ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยในเหตุการณ์ไม่สงบแนวชายแดนไทยกัมพูชาบริเวณฐานยอดภูมะเขือ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

นางสาว ศุภมาส โคตรพัฒน์ ภรรยาของ สิบเอก จิรายุส เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ในขณะที่สิบเอก จิรายุส ไปปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ชายแดนไทยกัมพูชา เวลาพักจะโทรคุยกับลูกทุกวัน ก่อนเสียชีวิตตอนเช้าก็โทรมา ผู้สื่อข่าวถามลูกสาวว่าอยากเรียนอะไร น้องบอกว่าอยากเรียนหมอ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนอินทโมลี

ปะทะเดือด!’ช่องตาเฒ่า-ภูมะเขือ’ปลิดชีพ ‘พล.ต.ดวง ซอมเนียง’ ผบ.พล.7 เขมร

แนวรบด้านเขาพระวิหารดุเดือด “พล.ต.ดวง ซอมเนียง” นายทหารเขมรสิ้นชีพ ถูกกระสุนปืนใหญ่ไทยกระหน่ำหนัก หลังจากนำทหารเขมรพยายามยึด “ภูมะเขือ” คืน

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ภายหลังที่ทหารไทย เปิดปฏิบัติการเข้าโจมตีอย่างหนัก จนสามารถยึดพื้นที่ “ภูมะเขือ”ได้คืนจากกัมพูชา สำเร็จ โดยทำลายฐานที่มั่นสำคัญหลายแห่ง เช่น กระเช้า, เสาเรดาร์ และบันไดเหล็กที่ทหารกัมพูชาสร้างขึ้น ก่อนที่จะ เชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดภูมะเขือ อย่างสมศักดิ์ศรี

การปะทะบริเวณ ภูมะเขือ และ ช่องตาเฒ่า ดำเนินไปอย่างดุเดือดตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ ทหารไทยสามารถปกป้องพื้นที่ภูมะเขือ และกดดันทหารกัมพูชาให้ออกจากพื้นที่ได้อย่างเด็ดขาด

ขณะที่ ทหารกัมพูชา พยายามกลับเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อยึดพื้นที่ภูมะเขือคืน ส่งผลให้เกิดการปะทะรุนแรง และมีทหารกัมพูชาเสียชีวิตหลายนาย

โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ พลตรีดวง ซอมเนียง (Dung Somneang) ผู้บัญชาการกองพลที่ 7 ของกัมพูชา ซึ่งถูกกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายไทยยิงเสียชีวิตในสมรภูมิช่องตาเฒ่า-ภูมะเขือ 

เปิดภาพ!คลังทหารกัมพูชา ที่สมรภูมิภูมะเขือ หลังไทยบุกถูกยึดได้

ทหารไทยเปิดศึกกระหน่ำยิงทหารเขมรหนีกระเจิง ยึดฐารที่มั่นเขมร ภูมะเขือ ได้โดยสิ้นเชิงทหารเขมรหนีกระเจิดกระเจิงลงผาไป ยึดคลังอาวุธ ทหารเขมร ทั้งอาวุธปืน-โดรน 11 รายการ พร้อมโทรศัพท์ 7 เครื่อง พบทหารเขมรตาย 10 นาย

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า สำหรับปฏิบัติการของเจ้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 2 บนภูมะเขือ ที่สามารถยึดกลับคืนมาได้ ทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 10 นาย พร้อมทั้งตรวจพบและสามารถยึดอาวุธ ยุทโธปกรณ์ จำนวน 12 รายการ ประกอบด้วย

1. อาวุธปืน AK 47 จำนวน 10 กระบอก
2. อาวุธปืน M16 A4 จำนวน 1 กระบอก
3. อาวุธปืนกล RPD จำนวน 3 กระบอก
4. อาวุธปืน RPG จำนวน 3 กระบอก
5. อาวุธปืน LG 4 ขนาด 40 มม. จำนวน 2 กระบอก
6. อาวุธปืน PF 89 (FAE) จำนวน 5 กระบอก

7. อาวุธปืนพกโตกาเรฟ จำนวน 2 กระบอก
8. อาวุธปืน ปลส. จำนวน 3 กระบอก
9. อาวุธปืน ปตอ. ขนาด 12.7 มม. จำนวน 2 กระบอก
10. อาวุธปืน ค.82 จำนวน 3 กระบอก
11. อาวุธปืน ค.100 จำนวน 1 กระบอก
12.โดรน DJI จำนวน 1 เครื่อง

นอกจากนี้ยังพบ โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง ที่ทางทหารกัมพูชาชอบถ่ายในเวลาทำคลิป เมื่อเจอกับทหารไทยบริเวณแนวชายแดน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

“ตะกร้อไทย”คว้าแชมป์โลก สมัยที่ 25 ทีมผสมแชมป์สมัยที่ 2

การแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลก 2025 ชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 38 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จ.สงขลา วันนี้ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาที่หาดใหญ่เข้าชมเกมในสนามเป็นจำนวนมาก

ไฮไลท์อยู่ประเภททีมชุด รอบชิงชนะเลิศ ทีมหญิง ทีมชาติไทย ในฐานะแชมป์ 24 สมัย ชุดสีแดง พบกับ เวียดนาม

ทีมเอ.สาวไทย ส่ง นิภาภรณ์ สลุบพล , วิไลวรรณ โคตรพรม และ มัสยา ดวงศรี ลงสนาม 

ปรากฎว่าสาวไทยเหนือกว่ามาก ทำคะแนนเอาชนะไป 2-0 เซต 15-4  และ 15-4 ขึ้นนำ 1-0 ทีม

ทีมบี.ไทยส่ง อรทัย สุขประมา, ศิรินันท์ เขียวปัก โดยมีวิภาดา จิตรพรวน ลงไปเสิร์ฟ เอาชนะไปได้อีก 2-0 เซต  15-7 และ 15-6 เก็บชัยชนะเป็นทีมที่สอง ทำให้ตะกร้อสาวไทยคว้าแชมป์สมัยที่ 25 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ 

ด้านตะกร้อ4 คน ทีมผสม ทีมชาติไทย แชมป์เก่า ชุดสีแดง ประกอบไปด้วย เสกสรรค์ ทับทอง, ทวีศักดิ์ ทองสาย, มัสยา ดวงศรี และ วิภาดา จิตรพรวน โดยมี ภูตะวัน โสภา และ พัชลิน หนุนกลาง เป็นเล่นสำรอง พบกับ เมียนมาร์ ซึ่งคู่นี้เจอกันมาในรอบแบ่งกลุ่ม ไทยชนะมา 2-0 เซต

แมตช์นี้ยังคงเป็นทีมไทยเล่นได้ตามฟอร์มเอาชนะไป 2-0 เซต 15-9 และ 15-7 คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน

สำหรับวันพรุ่งนี้ ทีมตะกร้อทีมชาติไทย มีโปรแกรมลงแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอีก 2 ประเภท เริ่มเวลา 14.00 น. ประเภท 4 คนทีมหญิง ไทยพบกับ เวียดนาม ต่อประเภททีมชุดชาย ไทยพบกับ มาเลเซีย

ผวาอยู่ไทยไม่ปลอดภัย!เขมรนับหมื่นทะลักด่านบ้านแหลมกลับบ้านเกิด

ชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะเดือดตลอดแนวชายแดน ทำให้แรงงานกัมพูชากลัวไม่ปลอดภัยแห่กลับประเทศ ล้นหน้าด่านบ้านแหลมกว่าหมื่นคน บางรายยอมรับต้องจำใจกลับ บอกหลังเหตุการณ์สงบ จะกลับมาทำงานในไทยเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ที่ด่านบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จันทบุรี แรงงานกัมพูชากว่าหมื่นคนทะลักข้ามด่านเพื่อกลับประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้ามาดูแลในการผลักดันข้ามประเทศ โดยได้เปิดประตูใหญ่ทั้งสองฝั่งเพื่อระบายออกและเปิดรับแรงงานที่จะกลับประเทศ และคาดว่าวันนี้จะมีแรงงานกัมพูชามาที่ด่านบ้านแหลมทั้งวันเพื่อกลับประเทศ

จากการสอบถามแรงงานที่กลับประเทศบอกว่า ที่ต้องการกลับบ้านเหตุผลส่วนหนึ่งคือ รัฐบาลกัมพูชาเรียกกลับประเทศเพราะสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดน บางรายก็ไม่อยากกลับ แต่ด้วยข่าวลือว่าถ้าใครไม่กลับจะตัดชื่อออกจากประเทศบวกกับสถานการณ์ จึงต้องกลับไปก่อน รอจนกว่าจะปกติถึงจะกลับมาทำงานที่ประเทศไทยอีก

ในส่วนสถานการณ์ทั่วไปยังไม่มีเหตุการณ์ปะทะของทหาร มีเพียงการตรึงกำลังตามแนวชายแดนของทหารทั้งสองฝั่ง และในส่วนของหมู่บ้านพื้นที่สีแดงที่อยู่ติดชายแดนทั้งอำเภอสอยดาวและอำเภอโป่งน้ำร้อน ผู้นำชุมชนได้อพยพชาวบ้านเป็นบางส่วน เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กและผู้หญิง ไปที่ศูนย์อพยพแล้ว จะคงเหลือไว้เฉพาะผู้ชายและผู้นำชุมชนคอยเฝ้าระวังในหมู่บ้านของตนเอง

“หยิน ยัวหนิง” พร้อมลงป้องกันแชมป์ “บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้” 7 สาวไทยได้สิทธิ์ร่วม

หยิน ยัวหนิง โปรสาวจีน พร้อมกลับไปป้องกันแชมป์ในบ้าน ในการแข่งขัน “บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้” ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รายการแรกของแอลพีจีเอ ฟอลล์ เอเชีย สวิง ในเดือนตุลาคมนี้พร้อมกับสตาร์ดังระดับโลก และมีนักกอล์ฟไทยได้สิทธิ์ร่วมแข่งขันแล้วรวม 7 คน 

การแข่งขันแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ “บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้” ที่ ฉีจง การ์เดน กอล์ฟ คลับ ชานนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 9-12 ตุลาคมนี้ ชิงเงินรางวัลรวม 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุด หยิน  ยัวหนิง นักกอล์ฟสาวจีน อดีตมือหนึ่งของโลก และแชมป์เมเจอร์ ยืนยันจะร่วมแข่งขันป้องกันแชมป์ของเธอหลังจากคว้าแชมป์เมื่อปีที่แล้ว ด้วยสกอร์รวมสถิติของรายการ 25 อันเดอร์พาร์ ซึ่งเป็นแชมป์ที่ 4 ในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ ก่อนไปคว้าแชมป์ที่ 4 ที่ประเทศมาเลเซีย

รายการนี้แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 72 หลุมแบบไม่มีการตัดตัวนำเอานักกอล์ฟทั้งหมด 81 คนเข้าร่วมแข่งขันทั้งจากแอลพีจีเอ และของไชน่าแอลพีจีเอ ทัวร์ เข้าร่วมแข่งขัน และขณะนี้มีนักกอล์ฟไทยได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันรวม 7 คน ได้แก่ “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ, “พราว” ชเนตตี วรรณแสน, “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, จัสมิน สุวัณณะปุระ, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล, “แจน” วิชาณี มีชัย และ “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ  

ทั้งนี้ การแข่งขันแอลพีจีเอ รายการ “บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้” เป็นการแข่งขันรายการแรกของ แอลพีจีเอ ฟอลล์ เอเชีย สวิง ตามด้วย “บีเอ็มดับเบิลยู เลดีส์ แชมเปียนชิพ” ที่ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคม 2568 ตามด้วย กอล์ฟทีม “ฮันฮวา ไลฟ์พลัส อินเตอร์เนชันแนล คราวน์” ที่เกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 23-26 ตุลาคม 2568 จากนั้นข้ามไปมาเลเซีย รายการ “เมย์แบงค์ แชมเปียนชิพ  ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม-2 พฤศจิกายน 2568 และ รายการปิดท้าย “โตโต เจแปน คลาสสิก” ทีจังหวัดชิหงะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2568

เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images