ในหลวงทรงรับผู้บาดเจ็บชายแดนไทย – กัมพูชา ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกับทรงรับผู้บาดเจ็บทุกคนไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย

วันนี้ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จำนวน 10 ตะกร้า ไปมอบแก่จ่าสิบเอก พิชิตชัย บุญชูหล้า สิบเอก ปฏิพัทธ์ ศรีลาศักดิ์ สิบโท บุตรเทพ จารุบรรยงค์

พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน พลทหาร ณัฐวุฒิ ศรีเข้ม พลทหาร พิสิฐ เสนาสี พลทหาร ศุภกิจ พงษ์ไทย พลทหาร เสกสรร ลุนจักร พลทหาร จักรกฤษ บุตรเต และพลทหาร จักรพงศ์ ขวดจันทร์ กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจที่ 1กองกำลังสุรนารี ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิด ขณะทำการลาดตระเวนเส้นทางจากฐานปฏิบัติการมรกตไปยังเนิน 481 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 และ 23 กรกฎาคม 2568 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

ต่อจากนั้นเวลา 19.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จำนวน 3 ตะกร้า ไปมอบแก่ นายปอด โจรสา นายรัฐศาสตร์ บุญกัณฑ์ และนายวงศ์ธวัช แก้วคันโท ราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างหาที่สุดมิได้

จีนยันยืนอยู่ตรงกลางปม “ไทย-เขมร”สู้รบเดือด หวัง 2 ชาติเจรจาแก้ปัญหา

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ทางการจีนรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างไทยและกัมพูชา ที่นับเป็นการยกระดับความขัดแย้งชายแดนที่ดำเนินมายาวนานระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน

“เรารู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันและหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมผ่านการเจรจาและการปรึกษาหารือ” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าว

“ความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและการจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานและผลประโยชน์ระยะยาวของทั้งสองฝ่าย” กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงฯ ระบุ

ประเทศไทยและกัมพูชากำลังเผชิญหน้ากันเกี่ยวกับพื้นที่ที่รู้จักในชื่อสามเหลี่ยมมรกต ที่เป็นจุดที่พรมแดนของสองประเทศและลาวมาบรรจบกัน และเป็นที่ตั้งของปราสาทโบราณหลายแห่ง

กัว เจียคุน กล่าวอีกว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ ได้ปะทุขึ้นจนกลายเป็นการปะทะทางทหารนองเลือดเมื่อกว่า 15 ปีก่อน และอีกครั้งในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อทหารกัมพูชาเสียชีวิตจากการยิงต่อสู้

นอกจากนี้ความขัดแย้งล่าสุดปะทุขึ้นในวันพฤหัสฯ เมื่อกัมพูชายิงจรวดและปืนใหญ่เข้ามาในฝั่งไทย และกองทัพไทยได้ส่งเครื่องบินรบ F-16 ดำเนินการโจมตีทางอากาศ

กัมพูชาเป็นพันธมิตรที่มั่นคงของจีนมายาวนาน โดยได้รับเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตาม จีนจะยืนหยัดอย่างยุติธรรมและเป็นกลางในเหตุปะทะดังกล่าว

“ปักกิ่งได้พยายามและยังคงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมสันติภาพและการเจรจา และมีบทบาทสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการบรรเทาและลดระดับความตึงเครียดของสถานการณ์” กัว เจียคุน กล่าว

คนชัยภูมิพร้อมใจบริจาคโลหิตช่วยแนวหน้าหลังชายแดนไทย-เขมรปะทะเดือด

ชัยภูมิ – ชาวชัยภูมิรวมใจร่วมบริจาคโลหิตให้กับโรงพยาบาลชัยภูมิ เพื่อส่งช่วยแนวหน้า หลังชายแดนไทย–กัมพูชาปะทะรุนแรง

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.30 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลชัยภูมิ นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่งานธนาคารโลหิต พร้อมขอบคุณประชาชนผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดน

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาขณะนี้เกิดความตึงเครียดรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณช่องตาเมือนธม เขาพระวิหาร และช่องจอม จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างกำลังทหารสองฝ่าย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 30 ราย ขณะเดียวกันมีประชาชนกว่า 40,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

จากสถานการณ์ดังกล่าว โรงพยาบาลชัยภูมิได้รับการประสานให้เร่งจัดส่งโลหิตไปสนับสนุนการรักษาผู้บาดเจ็บในแนวหน้า โดยเฉพาะโลหิตกรุ๊ป O ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยหลายกลุ่ม และอยู่ในภาวะขาดแคลน

ประชาชนที่มีสุขภาพแข็งแรง และต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชาติ สามารถบริจาคโลหิตได้ที่ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลชัยภูมิ (ติดลานจอดรถ)โดยเปิดรับบริจาคในวันและเวลาตั้งแต่ 08.30 -20.00 น. ที่โรงพยาบาลชัยภูมิ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานธนาคารโลหิต โรงพยาบาลชัยภูมิ โทรศัพท์ 044-104610 ต่อ 81127

โดย..มัฆวาน วรรณกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

ระทึก!ฝนกระหน่ำ ลมกระโชกแรงโค่นต้นไม่ใหญ่ทับหลังคาวิหารวัดพระธาตุดอยทีมูยับ

พายุฝน ลมกระโชกแรงโค่นต้นไม่ใหญ่ทับหลังคาวิหารวัดพระธาตุดอยทีมู เสียหาย โชคดีไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับอันตรายแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 3504 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35  นำกำลังพล ชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก  ระดมช่วยกันตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่ล้มทับหลังคาวิหาร  วัดพระธาตุดอยทีมู ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ภายหลัง พายุ”วิภา” ทำให้ฝนตกและลมกระโชกแรง  เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักและลมกระโชกแรง โชคดีที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับอันตรายแต่อย่างใด

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ออกรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ทำความดีถวายในหลวง

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตในโครงการ จิตอาสาทำความดี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ร่วมกับภาคบริการโลหิตแห่งชาติจังหวัดภูเก็ต ออกหน่วยรับบริจาคโลหิต ในโครงการ จิตอาสาทำความดี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทยเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

โดยมีผู้ประสงค์บริจาคโลหิต 199 ราย บริจาคโลหิตผ่าน 152 ราย งดบริจาค 47 ราย ได้ปริมาณโลหิต 68,400 ซี.ซี. ประสงค์บริจาคอวัยวะ 13 ราย บริจาคดวงตา 13 ราย ณ โรงแรมกระบี่ มาริไทม์ รีสอร์ท จังหวัดกระบี่

ปลัดมท.เผย อพยพชาวบ้านชายแดน ‘สุรินทร์- ศรีสะเกษ- อุบลฯ- บุรีรัมย์’ เรียบร้อยแล้ว

ปลัดมหาดไทยเผยผู้ว่าฯ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลฯ บุรีรัมย์ อพยพประชาชนแล้ว พร้อมสั่งการ ผู้ว่าฯ – นายอำเภอชายแดนไทย-กัมพูชา ภาคตะวันออก เตรียมอพยพประชาชนหากสถานการณ์ลุกลาม และปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดย “คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”

วันนี้ (24 ก.ค. 68) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบกได้รายงานสถานการณ์เกิดการปะทะในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ปราสาทตาเมือนทม จ.สุรินทร์ ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ด่านสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลฯ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังมีการยิงอาวุธใส่พื้นที่ชุมชน บริเวณศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง

“ในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการอพยพประชาชนที่พักอาศัยตามแนวชายแดนไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามแผนปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังแล้ว ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ พื้นที่จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี ตราด และ ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้เตรียมความพร้อมอพยพประชาชนตามแผนปฏิบัติการพื้นที่ส่วนหลัง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของประชาชนตามแผนปฏิบัติการที่ได้ซักซ้อมไว้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พร้อมทั้งดำเนินการด้านการแพทย์และสาธารณสุข การจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหาร การดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่พักพิงชั่วคราว การดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนของประชาชน และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

คนไทยดับแล้ว 10 เจ็บอีกเพียบ เขมรยิงปืนใหญ่ถล่มปั๊มน้ำมันที่สุรินทร์

ประชาชนชาวไทย เสียชีวิตแล้ว 10 ราย  บาดเจ็บ อีกเพียบ หลัง เขมร ยิงจรวด BM21 ลงที่ บ้านโจรก อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.68 มีรายงานข่าว ว่า ทหารเขมร ยิงจรวด BM21 ลงที่ บ.โจรก หมู่ที่ 2 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พบชาวบ้าน เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 นาย รวมทั้งเด็กชาย ขณะที่ ปั้ม ปตท. บ้านผือ ศรีสะเกษ มีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเด็กๆ

มีรายงานว่า  ขณะนี้กองทัพบก  ยึดตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สามารถใช้กำลังได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ 51 ไทย ในฐานะ รัฐสมาชิก สามารถใช้กำลังป้องกันตัวเองจากการถูกโจมตีด้วยอาวุธก่อน จากฝ่ายกัมพูชา โดย กต. จะ รายงานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ UNSC โดยทันที

ทั้งนี้ การใช้กำลังของทหารไทยเพื่อป้องกันตัวเองนั้น เพื่อโจมตีทำลายเฉพาะเป้าหมายทางทหาร(military objective) โดยระมัดระวังไม่โจมตีทำลายทรัพย์สินวัฒนธรรม เช่น ปราสาทต่างๆ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งไม่ใช้ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ทางทหาร ถ้านำไปใช้จะไม่ได้รับการคุ้มครอง

พายุ”วิภา” ถล่ม 5 จังหวัด ภาคเหนือ-อีสาน น้ำท่วมพื้นเกษตรกว่า 2 แสนไร่

DCIM\100MEDIA\DJI_0003.JPG

“จิสด้า”เผยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด พบพื้นที่น้ำท่วมจาก “พายุวิภา” กระจายครอบคลุม 5 จังหวัด รวมกว่า 210,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร–ลุ่มต่ำ–สองฝั่งแม่น้ำ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย GISTDA ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ด้วยข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1A ของวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.21 น. พบว่า ขณะนี้มีพื้นที่บางส่วนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 210,461 ไร่

ประกอบด้วย เชียงราย พะเยา น่าน หนองคาย และ #อุดรธานี ซึ่งพื้นที่ที่พบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่การเกษตร พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำสายหลักและสายรอง รวมถึงชุมชนที่อยู่อาศัยและเส้นทางคมนาคมบางส่วน ทั้งนี้ ระดับน้ำท่วมขังจะมีความลึกแตกต่างกันไปตามลักษณะของแต่ละพื้นที่ (หมายเหตุ : การประเมินพื้นที่น้ำท่วมขังได้จาก การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมโดยประมาณ ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง)

สถานการณ์ดังกล่าว GISTDA ได้ส่งข้อมูลภาพจากดาวเทียมดังกล่าวให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนในการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน และการติดตาม เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป

สำหรับการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขัง GISTDA ได้วางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยท่านสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ พร้อมรายงานสรุปพื้นที่น้ำท่วมแต่ละจังหวัด That’s https://disaster.gistda.or.th

ชาวบ้านอพยพโกลาหล “ทหารไทย-เขมร” ปะทะเดือดบริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2567 เกิดเหตุปะทะระหว่างทหารไทย และทหารกัมพูชา ที่ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เบื้องต้น ยังได้ยินเสียงปะทะเกิดขึ้นต่อเนื่อง ผู้นำชุมชนแจ้งเตือนให้ชาวบ้านในพื้นที่อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย

ด้านกองทัพบก แถลงการณ์ประณามฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธจรวด BM-21 ยิงเข้ามาในพื้นที่ชุมชนภายในศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ทำให้ชาวบ้านบาดเจ็บสาหัส 3 คน เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

ทหารกัมพูชายิงจรวด BM-21 ถล่มพื้นที่ชุมชนกาบเชิงเจ็บ 4 ทบ.ประณามไร้มนุษยธรรม

เมื่อวันที่  24 ก.ค.2568 เวลา 10.34 น. เพจ ทีมโฆษกกองทัพบก โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า กองทัพบกขอประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชา กรณีใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนในเขตแดนไทย

กองทัพบกขอประณามการกระทำอันรุนแรงและไร้มนุษยธรรมของฝ่ายกัมพูชา จากกรณีที่มีการใช้อาวุธจรวด BM-21 จำนวน 2 นัด ยิงเข้ามาในพื้นที่ชุมชนภายในศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเวลา 09.40 น. ของวันนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราษฎรได้รับบาดเจ็บจำนวน  3 ราย ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยทันที เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกองทัพบกกำลังเฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะได้รายงานให้ทราบต่อไปโดยเร็วที่สุด

ขณะที่เพจชุมชนคนสุรินทร์ ระบุว่า ลูกกระสุนไม่ทราบชนิดจากฝั่งกัมพูชา ตกลงที่บ้านพลเรือน บ้านนายสุธี บุญแต่ง บ้านโจรก หมู่ที่ 2 ต. ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ มีชาวบ้านได้รับผู้บาดเจ็บ 4 ราย