3 หน่วยงานผนึกกำลัง! ป.ป.ท.-ป.ป.ส.-ป.ป.ง. ดีเดย์กวาดล้างข้าราชการเอี่ยวยาเสพติด ลั่น “ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ”

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เข้าหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

นายภูมิวิศาล เปิดเผยภายหลังการหารือว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเสพ การร่วมขบวนการ หรือการค้ายาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมา การดำเนินคดีมักมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปจะมีการยกระดับการตรวจสอบ โดยผู้บังคับบัญชาจะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้อีก หากพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิด จะต้องชี้แจงให้ได้ว่าไม่มีการละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมย้ำว่าผู้บังคับบัญชามีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแล หากปล่อยปละละเลยย่อมต้องถูกพิจารณาความรับผิดเป็นรายกรณี นายภูมิวิศาล กล่าวย้ำว่า หลังจากนี้หากพบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องมีการ รับผิดชอบร่วมด้วยไปจนถึงการถูกโยกย้าย

ทั้งนี้ การหารือครั้งดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการทำงานร่วมกันในระดับปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการหารืออย่างเป็นทางการ เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน และบังคับใช้กฎหมายได้เลยตั้งแต่วันนี้

นายภูมิวิศาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการประสานงานกับเลขาธิการ ป.ป.ง. ซึ่งอยู่ระหว่างภารกิจต่างประเทศ เพื่อหารือถึงการติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โดยทั้ง 3 หน่วยงานพร้อมบูรณาการข้อมูลและดำเนินการเชิงรุกในการตรวจสอบ

จากข้อมูลที่มีอยู่ พบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหลายรูปแบบ ทั้งการเสพ การมีส่วนร่วมในขบวนการ และการค้ายา ซึ่งได้มีการจำแนกข้อมูลในระดับหนึ่งแล้ว โดยเชื่อว่าการบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาลงได้

นายภูมิวิศาล ยังระบุว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีอุปสรรคด้านกฎหมายในการทำงานร่วมกัน เนื่องจากมีกฎหมายและกฎกระทรวงรองรับอยู่แล้ว แต่ขาดการบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในส่วนของความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจากนี้จะมีการนำกฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้ระบบราชการ ไม่รวมถึงนักการเมือง โดยจะใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดในทุกรูปแบบ

สำหรับแนวโน้มการดำเนินการในระยะต่อไป นายภูมิวิศาล ระบุว่า ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นนโยบายวาระเร่งด่วน การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ “ขันน็อต” การกำกับดูแลเจ้าหน้าที่รัฐให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้รุนแรง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการดำเนินคดีหรือปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ หรือไม่นั้นนายภูมิวิศาล ยอมรับว่า มีแผนดำเนินการอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ พร้อมระบุว่า การติดตามเส้นทางการเงินจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายของ ป.ป.ง. ควบคู่ไปกับการปราบปรามของ ป.ป.ส.

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน และป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดอีกต่อไป

ยอมอดนอน!ชาวบ้าน-เกษตรกร บุรีรัมย์ แห่เข้าคิวรอเติมน้ำมัน แน่นปั๊ม แถวยาวเป็นกิโลเมตร

ชาวบ้าน-เกษตรกร บุรีรัมย์ ยอมอดนอน แห่เข้าคิวรอเติมน้ำมัน แน่นปั๊ม แถวยาวเป็นกิโล วอนภาครัฐเร่งหามาตรการป้องกันน้ำมันขาดแคลน

บรรยากาศตามสถานีบริการน้ำมันในหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ เช่น อำเภอนางรอง และอำเภอละหานทราย ได้มีประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่ ยอมอดหลับอดนอนขับรถยนต์ และนำแกลลอน มาจอดเข้าคิวรอเติมน้ำมัน ซึ่งเพิ่งขนส่งมาถึงปั้มยาวเป็นกิโลเมตร ถึงแม้น้ำมันจะปรับขึ้นราคาลิตรละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาทก็ตาม

แต่หลายคนก็ยอมไปเข้าคิวเติมกันจนแน่นปั๊ม แม้จะรอคิวนาน เพราะกลัวน้ำมันจะขาดแคลน หลังจากน้ำมันดีเซลหลายปั้มประสบปัญหาหมดสต็อก จากผลพวงภาวะสงครามตะวันออกกลาง ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการขนส่ง ส่งผลให้น้ำมันไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งาน ประกอบกับราคาจะปรับสูงขึ้นเป็นขั้นบันไดจนถึงลิตรละ 33 บาท

นายกิตติ อายุ 63 ปี ซึ่งประกอบธุรกิจที่จะต้องใช้น้ำมันค่อนข้างมาก บอกว่า ปกติจะมาซื้อน้ำมันครั้งละ 7,000 – 8,000 บาท แต่ช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา น้ำมันในอำเภอนางรองหายาก วันนี้ก็ขับวนหาเติมถึงสองปั๊มแต่ไม่มี

พอทราบว่าน้ำมันจะขนส่งมาถึงปั้มช่วงค่ำ จึงตัดสินใจขับรถมาจอดรอที่ปั้ม เพื่อรอเติมน้ำมันแม้จะนานก็ตาม ก็อยากฝากให้ภาครัฐเร่งหามาตรการป้องกันน้ำมันขาดแคลน เพราะจะทำให้ประชาชน และหลายสาขาอาชีพได้รับผลกระทบ

สงครามเดือดบานปลาย!อิสราเอลถล่มแหล่งก๊าซมหึมาอิหร่าน เตหะหร่านเตรียมตอบโตขั้นรุนแรง

สำนักข่าวรอยเตอร์ส/เอเอฟพี รายงานเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า แหล่งก๊าซ “ปารส์” (Pars) ขนาดบิ๊กเบิ้มมหึมาของอิหร่าน ถูกโจมตีเป็นครั้งแรกในสงครามที่สหรัฐฯ-อิสราเอล นับเป็นการโจมตีใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซียของอิหร่าน และเป็นการยกระดับบานปลายครั้งสำคัญของการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้ ยิ่งเร่งให้เตหะรานออกมาเตือนให้พวกชาติเพื่อนบ้านอพยพผู้คนออกไปจากสถานที่ตั้งทางด้านพลังงาน

สำหรับแหล่งก๊าซปารส์ เป็นส่วนที่อยู่ในดินแดนอิหร่าน ของแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งอิหร่านกับกาตาร์เป็นเจ้าของร่วมกัน โดยแหล่งก๊าซนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางในแถบอ่าวเปอร์เซีย

ขณะที่สำนักข่าวฟาร์ส รายงานว่า แทงก์บรรจุก๊าซ และหลายส่วนของโรงผลิตก๊าซแห่งหนึ่งถูกโจมตีเสียหายอย่างหนัก ทำให้พวกคนงานต้องอพยพไปอยู่ตามสถานที่ปลอดภัย และเจ้าหน้าที่รับเหตุฉุกเฉินกำลังพยายามดับไฟที่เกิดขึ้นกันอยู่

ส่านสื่อมวลชของอิสราเอล รายงานอย่างกว้างขวางว่า การโจมตีครั้งนี้ เป็นฝีมือของอิสราเอลที่ได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐฯแล้ว แต่ฝ่ายทหารของรัฐยิวเองนั้นยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ออกมาประกาศแจ้งเตือนชาติเพื่อนบ้านอย่าง ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), และกาตาร์ ให้ดำเนินการอพยพออกไปจากพวกสถานที่ทางด้านพลังงานทั้งหมด

น้ำมันรอขนส่ง!5 ปั๊มน้ำมันเมืองปราจีนบุรียังวิกฤต ขับรถหาที่เติมน้ำมันฝุ่นตลบ

ปราจีนบุรี – ยังวิกฤติ 5 ปั๊ม ในตัวอำเภอเมืองหมดเกลี้ยงไม่พอบริการพากันขึ้นป้าย“น้ำมันรอขนส่ง” พร้อมกันพรึ่บ! คนเติมรอบค่ำ-ดึกเดือดร้อนหนัก

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 18 มีนาคม 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศวิกฤติน้ำมันขึ้นป้าย  “น้ำมันรอขนส่ง” วันเดียวในเขตตัวอำเภอเมืองปราจีนบุรี  ที่ตั้งศูนย์ย่านเศรษฐกิจ /การศึกษา/สถานที่ตั้งหน่วยงานราชการ  น้ำมันหมดในวันเดียว  หมดทั้ง 5 ปั๊ม

โดยพบ 4 ปั๊มแรก  ต่างขึ้นป้าย “น้ำมันรอขนส่ง”  ตั้งแต่เช้ายาวต่อเนื่องทั้งวัน     ทั้ง 4 แห่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี  ประกอบด้วย ปั๊มบางจากปากซอย 3 ,  ปั๊มสมานปตท. ปั๊ม PTปั๊ม  

อีก 1 แห่ง เขตนอกเมือง ต.รอบเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี คือ  ปั๊มถ.ปิโตรเลียม    พบเมื่อปั๊มน้ำทั้ง 4 แห่ง ขึ้นป้าย  “น้ำมันรอขนส่ง” พร้อมกันนี้   ส่งผลให้ผู้ใช้บริการพากันวิ่งรถวนหากันวุ่นหาที่เติมน้ำมันที่ยังเปิดให้บริการ   ซึ่ง เหลือน้ำมันที่พอให้เติมแค่เพียง 1 ปั๊มขนาดกลาง คือ เกียรติปิโตรเลียม(ปตท.)   ริมถนนสฤษ์ฎิ์ยุทธศิลป์ ในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรีทำให้ผู้ใช้บริการเข้าคิวต่อแถวรอยาวทั้งรถ จยย.และรถยนต์

จนช่วงหัวค่ำ ก่อนถึง 20.00 น. น้ำมันเพียงปั๊มเดียวที่เหลือก็หมดลงเช่นเดียวกับทั้ง 4 ปั๊มก่อนหน้านี้ทำให้ผู้ใช้บริการรอบค่ำพากันผิดหวัง  หาที่เติมน้ำมันในเขตตัวอำเภอเมืองไม่ได้

โดย…มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ ทองสุข – ภาพ /ปราจีนบุรี ###

ทับลานอ่วม!ไฟไหม้ไร่ร้างลุกลามไร่อ้อย เพลิงเผาเสียหายกว่า 20 ไร่

ปราจีนบุรี – ไฟป่าทับลาน วันเดียวพรึ่บ!ไหม้ในพื้นที่ 2 จุด พบพื้นที่ไร่อ้อยแล้วลุกลาม และลุกลามมาจากไร่ร้างถูกเผาวอดรวมเกือบ 20  ไร่

เมื่อเวลา 19.20 น.วันที่ 18 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า    ได้รับรายงานจากนายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก (ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 2 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา)   ระบุว่า

ตามที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับแจ้งจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS)  วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 02.25 น. ท้องที่บ้านหลักขาว หมู่ 8 ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา จำนวน 2 จุด ดังนี้

จุดที่ 1 D_5137 พิกัด 47P 869003E  1586801N

จุดที่ 2 D_5138 พิกัด 47P 868649E  1586868N

ผลการตรวจสอบ ดังนี้     สถานีควบคุมไฟป่าทับลานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ผลปรากฎว่า พบร่องรอยการเผาตอซังอ้อย ค่าพิกัด 48P 221652 1585469 พื้นที่เสียหายประมาณ 9 ไร่ และได้ดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดทางพินัยมาเปรียบเทียบปรับเป็นที่เรียบร้อย

ส่วนอีกจุดหนึ่งนั้นไม่พบร่องรอยการเผาโดยรอบแต่อย่างใด คาดว่ากลุ่มควันน่าจะลอยไปทำให้เกิดจุดความร้อน (Hotspot) ขึ้น    ทั้งนี้ สถานีควบคุมไฟป่าทับลาน ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงข้อห้ามในการเผาในที่โล่งแจ้ง ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย และอาจส่งผลถึงการตัดสิทธิ์การความช่วยเหลือของการเกษตรต่อไป

ต่อมา เวลา 13.00 น. ชุดลาดตระเวนสถานีควบคุมไฟป่าทับลาน ได้ออกตรวจพื้นที่และตรวจพบเหตุไฟไหม้บริเวณไร่ร้าง พื้นที่บริเวณเขาคอกช้าง บ้านคลองยาง หมู่ที่ 3 ตำบลครบุรีใต้ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา พิกัด 48P 187757 UTM 1605887

เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการควบคุมและดับไฟในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่า โดยสามารถควบคุมและดับไฟได้เป็นผลสำเร็จ    พื้นที่เสียหายจากไฟไหม้ประมาณ 5 ไร่   สถานะไฟ ดับเรียบร้อย    ผู้ร่วมดับไฟ ชุดลาดตระเวนสถานีควบคุมไฟป่าทับลาน, เจ้าหน้าที่จุดเฝ้าระวังไฟป่า

ทั้งนี้   จุดเกิดไฟอยู่ฝั่งจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมักเป็นพื้นที่ถือครองโดยราษฎรตามมาตรา 64  จากเคสสอง   เกิดในไร่ร้างแล้วลุกลามเข้าเขตป่าบริเวณเขาคอกช้าง

โดย…มานิตย์  สนับบุญ  / ปราจีนบุรี   ###

พายุฤดูร้อนกระหน่ำ ลมกระโชกแรงซัดกุฎิพระพังเสียหาย 5 หลัง

ปราจีนบุรี –พายุฤดูร้อนกระหน่ำพัดหอบกุฎิพระยกลงกองยุบกับพื้นเสียหาย 5 หลังรวดโชคดีไม่มีพระจำวัดหรือพักอาศัยอยู่

เมื่อวันที่18 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี พบเฟชบุ๊คโดยผู้ใช้ชื่อ  ศิษย์หลวงพ่อเฒ่า วัดป่าทุ่งแฝก ได้โพสต์ภาพกุฏิพระถูกพายุฤดูร้อนพัดได้รับความเสียหายลงมากองกับ พร้อมเขียนข้อความระบุว่า   …  ที่ สํานักปฏิบัติธรรมวัดทุ่งแฝก(ปริวาสกรรม) พายุฤดูร้อน…มาวัดป่า   กุฏิกระเจิงไป 5 หลัง  ที่ สำนักปฏิบัติธรรม(สาขาทุ่งแฝก)  อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กุฏิพระสงฆ์ถูกพายุฝนพัดพังเสียหาย 5 หลัง

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จากการลงพื้นที่สำรวจที่วัดดังกล่าว   ได้พบกับพระลูกวัด กำลังตรวจ-สำรวจกุฏิ หลังจากที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดพัง เป็นกุฏิทางสำนักฯสร้างไว้   ลักษณะเป็นแบบกุฏิสำเร็จรูปเหมือนบ้านน็อคดาวน์   เพื่อเป็นที่จำวัด  หรือ พระสฃฆ์อยู่ปริวาสกรรม  แก่พระภิกษุสงฆ์สามเณร ที่จะมาปฏิบัติธรรม  พบมีกุฏิรวมทั้งหมด จำนวน50 หลัง    โดยทางสำนักสงฆ์นำมาตั้งไว้เป็นระยะๆในพื้นที่ภายในสำนักฯ

ตรวจพบกุฏิที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดหอบลงมากองกับพื้นได้รับความเสียหาน รวม จำนวน 5 หลัง    พบว่าหลังที่ถูกพายุฝนพัดพังเสียหาย   อยู่ในสภาพถูกลมพัดกระเด็นไกลออกจากที่ตั้งเดิมทั้ง 5 หลัง   ซึ่งทางวัดยังไม่ได้ประเมินค่าความเสียหาย

พระไกรสิทธิ์ กิตติปัญโญ พระลูกวัด  กล่าวว่า ช่วงเย็น-ค่ำ วานนี้(17 มี.ค.)    เกิดพายุฤดูร้อนทำให้ฝนตกและลมกระโชกแรงเป็นระยะๆ และลมได้พัดหมุนมาบริเวณด้านข้างของสำนักฯ   ทำให้กุฏิพระสงฆ์ 5 หลัง  ถูกลมพัดพังเสียหาย   นับว่าโชคดีที่ไม่มีพระภิกษุและสามเณรจำวัดอยู่ภายในกุฏิทั้ง 5 หลัง   และหลังเกิดเหตุได้เดินสำรวจพบว่ามีกระแสไฟฟ้าขัดข้องบางจุด

โดย… มานิตย์ สนับบุญ ข่าว/ ทองสุข – ภาพ /ปราจีนบุรี ###

ตำรวจปราจีนบุรีจับผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรหลังหลบหนี

ปราจีนบุรี –ตำรวจจับได้แล้วผู้ต้องขังน.ช. คดีลักทรัพย์มาปลูกสมุนไพรในรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรหลังหลบหนี พบช่วงเช้าขณะพยายามปีนข้าฝั่งหนีมาหมู่บ้านปราจีนวิลเลจเพื่อหลบหนีต่อ  ท่ามกลาง ตร.ราชทัณฑ์ ทหาร กู้ภัยกว่า 150 ตรึงกำลังปิดล้อมพื้นที่รกร้างเนื้อที่รวมมากกว่า 100 ไร่เศษ นำกลับไปดำเนินการสอบสวนต่อที่ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรีต่อไป  ท่ามกลางความโล่งใจของชาวบ้าน

เมื่อเวลา 10.55 น.วันที่ 18 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ความคืบหน้าจากกรณี  ผู้ต้องขังหลบหนี น.ช.มนัส เข็มเพชร (เจ) ต้องโทษคดีลักทรัพย์ ที่ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี ผู้ต้องขังเป็นนักโทษชั้นดีใกล้ครบกำหนดพ้นโทษเหลือระยะเวลาประมาณ 1 ปี   จึงได้รับการพิจารณาอนุญาตให้มาทำงานนอกทัณสถานฯ  โดยมาทำงานที่บริเวณบริเวณสวนสมุนไพรใน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร  ในขณะปฎิบัติงานได้หลบหนีจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ต.ท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.ได้หลบหนี ท่ามกลางการแจ้งเตือนประชาชน

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องขังดังกล่าวหลบหนีมาที่โรงเรียนเทศบาล 1 (ปราจีนราษฎร์รังสฤษฏ์) หรือ ร.ร.ท.1 และ ต่อมาพบกำลังเดินผ่านสระว่ายน้ำ สุวิมลเฮลท์คลับเลยจากด้านหลังโรงเรียนสอบเทศบาล 1ฯ ใกล้เคียงหมู่บ้านปราจีนวิลเลจ และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี ถนนเทศบาลดำริ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อพบเจ้าหน้าที่ผู้ต้องขังได้หลบไปในป่าละเมาะข้างทาง มีเนื้อที่รกร้าง กว่า 100 ไร่เศษ

ทางทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูงได้สนธิกำลังราชทัณฑ์เขต 2  ทหาร กอรมน. เจ้าที่ตำรวจภูธร จ.ปราจีนบุรี หน่วยกู้ภัย รวมกำลังมากกว่า 150 นาย  ปูพรมเดินค้นหา พื้นที่ เป้าหมาย พร้อมใช้โดรนตรวจจับความร้อน 2 ลำ เป็น ของปภ.เขต 3 จำนวน 1 ลำ ของป่าไม้ จำนวน 1 ลำขึ้นบินค้นหาขึ้นบิน ค้นหาตลอดทั้งคืนแต่ยังไม่พบ   และกระจายกำลังโดยรอบปิดล้อมโดยรอบประจำจุดที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ที่สามารถไปได้หลายเส้นทาง อาทิ หมู่บ้านปราจีนวิลเลจ ศูนย์เทเลวิช หรือ เลยไปถนนสายสุวรรณศร (ตัดใหม่) หรือ สาย 33 (ตัดใหม่)  และ ได้ตั้งกองอำนวยการในการระดมค้นหา ผู้ต้องขังที่หลบหนีรายนี้ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี รายละเอียดตามที่ นำเสนอไปแล้วก่อนหน้า นี้  นั้น

ต่อมา  นายวีระพันธ์   ดีอ่อน  ผวจ.ปราจีนบุรี  แจ้งว่า    ได้รับรายงานจากนายชลอ สีนา ผู้อำนวยการทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง แจ้งว่า วันนี้ 18 มี.ค.69  เวลา 06.00 น. การปฏิบัติภาระกิจ ติดตาม ผู้ต้องขังหลหนี กองงานจ่ายนอกทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง (ทสป.เนินสูง )  สนธิกำลัง ราชทัณฑ์ เขต 2 ทหาร กอรมน.ตำรวจภูธร ปูพรม เดินค้นหา พื้นที่ เป้าหมาย และใช้โดรน ป่าไม้ ขึ้นบิน ค้นหา ขยายพื้นที่  จากเมื่อคืน   ขณะนี้ ได้จับกุมตัว ได้เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว กำลังนำตัว มาที่วอร์รูม    วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี กองอำนวยการค้นหา

นายนพดล  วรมานะกุลผู้จัดการวิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบนายนพดล  วรมานะกุล ผู้จัดการวิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี กล่าวว่า  ทางวิทยาลัยฯเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกองอำนวยการค้นหา ผู้ต้องขังที่หลบหนี น.ช.มนัส เข็มเพชร (เจ) ต้องโทษคดี ลักทรัพย์ เป็นผู้ต้องขังชั้นดีใกล้ครบกำหนดพ้นโทษ ต้องขังที่ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี ก่อนเกิดเหตุหลบหนี ได้มาทำงานนอกบริเวณทัณฑสถานฯ มาปลูกสมุนไพรที่ริเวณสวนสมุนไพรในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ต.ท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี แล้วได้หลบหนี

เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องขังดังกล่าวหลบหนีมาที่โรงเรียนเทศบาล 1 (ปราจีนราษฎร์รังสฤษฏ์) หรือ ร.ร.ท.1 และ ต่อมาพบกำลังเดินผ่านสระว่ายน้ำ สุวิมลเฮลท์คลับเลยจากด้านหลังโรงเรียนสอบเทศบาล 1ฯ ใกล้เคียงหมู่บ้านปราจีนวิลเลจ และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่มาตรวจสอบผู้ต้องขังได้วิ่งหลบหนี ไปหลบซ่อนในป่าละเมาะข้างทาง มีเนื้อที่รกร้างมากกว่า 100 ไร่เศษ   แล้วหนีเข้าไปในบ้านร้าง โดยช่วงดึกนั้นฝนเริ่มตกลงมา ทางเจ้าหน้าที่ฯติดตาม รอจนฝนหยุดตกเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจึงเข้าตรวจสอบ พบเพียงรองเท้าแตะของคนร้าย 1 ข้างทิ้งไว้ คาดว่าใช้ความมืดหลบหนีหรือยังคงหลบซ่อนตัวในป่าละเมาะ

เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมรอบบริเวณ ประจำจุดที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ที่สามารถไปได้หลายเส้นทาง อาทิ หมู่บ้านปราจีนวิลเลจ ศูนย์เทเลวิช หรือ เลยไปถนนสายสุวรรณศร (ตัดใหม่) หรือ สาย 33 (ตัดใหม่) พร้อมใช้โดรนตรวจจับความร้อน 2 ลำ เป็น ของปภ.เขต 3 จำนวน 1 ลำ ของป่าไม้ จำนวน 1 ลำขึ้นบินค้นหาตลอดทั้งคืน

โดยกำที่ติดตามค้นหาประกอบด้วย ผู้คุมทั้งหมดภาคตะวันออก เขต 2 ประมาณ 50 กว่าคน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ,เจ้าหน้าที่กู้ภัยประมาณเกือบ150คน ตรึงกำลังสกัดเส้นทางปิดล้อมพื้นที่ พื้นที่ ประมาณ เกือบ100ไร่ สภาพเป็นพื้นที่ หนองน้ำ และ ป่าหญ้าวัชพืช รกร้าง มีบ้านร้าง 1 หลังที่พบรองเท้า 1 ข้างตกอยู่ดังกล่าวตลอดทั้งคืนจนดึก ยังไม่พบตัวของผู้ต้องขัง โดยทางเจ้าหน้าที่ฯใช้วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรีเป็นกองอำนวยการในการติดตามอยู่  เบื้องต้นทราบว่า น.ช.มนัส(เจ) ที่หลบหนี้เป็นชาว จ.นครสวรรค์ไม่ใช่คนในพื้นที่

ต่อมาช่วงเช้าประมาณ 06.00 น.เจ้าที่ค้นหา ได้พบตัวผู้ต้องขัง   ขณะกำลังปีนขึ้นมาจากหนองน้ำเพื่อหลบหนีขึ้นมาในหมู่บ้านปราจีนวิลเลจ ได้ทำการควบคุมตัว   มาที่กองอำนวยการค้นหา วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี ถนนเทศบาลดำริ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี   จากนั้นนายชลอ สีนา ผู้อำนวยการทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูงได้นำตัวผู้ต้องขังที่หลบหนี น.ช.มนัส(เจ)  นำกลับไปดำเนินการต่อที่ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรีต่อไป  ท่ามกลางความโล่งใจของชาวบ้าน

โดย…มานิตย์ สนับบุญ  – ข่าว / ณัฐนันท์ – ภาพ /ปราจีนบุรี ###

คปภ. หนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า”ลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลประชาชน

คปภ. หนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เตรียมภาคประกันภัยรองรับการบริหารค่าใช้จ่ายสุขภาพพร้อมแนะประชาชนเลือกแผนความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. เดินหน้าสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า”         ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของภาคประชาชน     พร้อมส่งเสริมให้ภาคธุรกิจประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สถานการณ์ค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น  และเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลการรับประกันภัยสุขภาพ สำนักงาน คปภ. พบว่ามีประเด็นปัญหาสำคัญ ดังนี้

•ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นส่วนของค่ายาและเวชภัณฑ์ถึงกว่า 30% โดยช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงสุดถึง 25% ต่อปี

•การทำประกันภัยสุขภาพมี 2 รูปแบบคือ ประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคล และประกันภัยสุขภาพกลุ่ม โดยพบว่า     ผู้เอาประกันภัยมักจะมีการซื้อแผนความคุ้มครองที่มีวงเงินความคุ้มครองที่ค่อนข้างสูง เพื่อให้เพียงพอตามอัตราเงินเฟ้อในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยอยู่ในระดับสูงและอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระเบี้ยในระยะยาว

•กรณีที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบเฉพาะให้นำใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาเองจากร้านขายยา พบว่ายาบางชนิดที่แพทย์สั่งจะเป็นยาเฉพาะ ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป ส่งผลให้ประชาชนไม่มีทางเลือกจึงต้องรับยาจากทางโรงพยาบาล

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้มีการหารือกับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อร่วมกันสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยได้กำหนดเงื่อนไขในความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เป็นทางเลือกให้มีความคุ้มครองที่รองรับการนำใบสั่งยาจากแพทย์และสามารถไปซื้อยาที่ร้านขายยาได้ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยไม่จำเป็นต้องเลือกแผนความคุ้มครองที่สูงเกินความจำเป็น

ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัยอายุ 31 – 35 ปี จากเดิมเลือกซื้อแผน OPD วงเงินคุ้มครอง 3,000 บาทต่อครั้งเบี้ยประกันภัย 9,365 บาทต่อปี หากปรับลดวงเงินเหลือ 1,500 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัยจะอยู่ที่ 4,683 บาทต่อปีซึ่งผู้เอาประกันภัยจะมีทางเลือกยืดหยุ่นมากขึ้นในการเลือกรับยาจากสถานพยาบาล หรือ ขอใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาที่  ร้านขายยา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าได้ ทำให้ผู้เอาประกันภัยสามารถบริหารวงเงินความคุ้มครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

รวมถึงกรณีที่เป็นการทำประกันภัยสุขภาพกลุ่ม หากนายจ้างต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายในเรื่องค่ารักษาพยาบาล  ของลูกจ้าง สามารถบริหารจัดการโดยจำกัดแผน OPD ที่มีวงเงินประกันภัยที่ไม่สูงมากได้ นอกจากนี้ หากต้องการได้รับส่วนลด   ค่าเบี้ยประกันภัยก็สามารถเลือกแผนประกันภัยที่มีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) หรือความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพิ่มเติมได้

สำนักงาน คปภ. ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ให้กับ   ผู้เอาประกันภัยในอนาคตว่าไม่จำเป็นต้องเลือกแผนประกันภัยที่สูงเกินความจำเป็น และส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยมีความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย ทำให้ระบบประกันภัยมีความยืดหยุ่น โปร่งใส ให้ประชาชนทุกคนได้มีเครื่องมือบริหารจัดการค่าใช้จ่ายสุขภาพ ช่วยลดภาระทางการเงิน และสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

“สำนักงาน คปภ. เชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการในแนวทางดังกล่าว จะมีส่วนช่วยลดอัตราค่าสินไหมทดแทน และชะลอการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อของค่ายาและเวชภัณฑ์ได้ในอนาคต”

“อาฒยา- ปภังกร” นำทัพสาวไทยบิดลัดฟ้า ลุยสุ้ศึก “ฟาวน์เดอร์ส คัพ” ที่แคลิฟอร์เนีย

“จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล มือ 1 ของโลก และ “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ นำทัพนักกอล์ฟสาวไทย “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, จัสมิน สุวัณณะปุระ, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล, “โม” โมรียา จุฑานุกาล, “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ และ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม ร่วมประชันฝีมือไล่ล่าแชมป์รายการ “ฟอร์ติเน็ต ฟาวน์เดอร์ส คัพ” ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สัปดาห์นี้ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 97.4 ล้านบาท ดวลกับยอดโปรระดับโลกอีกมากมาย

การแข่งขันกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ “ฟอร์ติเน็ต ฟาวน์เดอร์ส คัพ” ที่สนามชารอน ไฮท์ส กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ เมืองเมนโล พาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคม 2569 ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 97.4 ล้านบาท นับเป็นรายการที่ 5 ของฤดูกาล และเป็นรายการแบบฟูลฟิลด์ (full field) รายการแรกของปี โดย เยลีมี โนห์ โปรชาวอเมริกัน แชมป์เมื่อปีที่แล้ว กลับมาป้องกันตำแหน่งอีกครั้ง

สัปดาห์นี้มีนักกอล์ฟไทยร่วมแข่งขันทั้งหมด 8 คน ได้แก่ “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล มือ 1 ของโลก และ “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ นำทัพนักกอล์ฟสาวไทย “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, จัสมิน สุวัณณะปุระ, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล, “โม” โมรียา จุฑานุกาล, “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ และ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม

ความเคลื่อนไหวล่าสุด “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล มือ 1 ของโลก ลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งที่ 4 โดยผลงานดีที่สุดจบอันดับ 5 ร่วมในปี 2023 และอันดับ 8 ร่วม ส่วนปี 2024 ไม่ผ่านการตัดตัว ขณะที่ฟอร์มปีนี้ลงแข่ง 3 รายการ จบอันดับ 7 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ ก่อนคว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นแชมป์ที่ 8 ในการเล่นอาชีพแอมลพีจีเอ และล่าสุดจบอันดับ 31 ร่วม รายการเอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ ที่ประเทศสิงคโปร์

“แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ รวมถึง 1 เมเจอร์ จะลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยผลงานดีที่สุดจบอันดับ 12 ร่วมในปี 2024 และไม่ผ่านการตัดตัวในปี 2023 ทั้งนี้ จะเป็นการกลับมาลงแข่งขันแอลพีจีเออีกครั้ง นับตั้งแต่จบอันดับ 24 ร่วม ในรายการทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ เมื่อปลายเดือนมกราคม

“เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ ลงเล่นเป็นครั้งที่ 6 โดยผลงานที่ผ่านมา จบอันดับ 60 ร่วม (2021), อันดับ 22 ร่วม (2022), อันดับ 7 ร่วม (2024) และไม่ผ่านการตัดตัวในปี 2025 ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้ จบอันดับ 18 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์, อันดับ 58 ร่วม เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ และไม่ผ่านการตัดตัวรายการ บลู เบย์ แอลพีจีเอ

ด้าน จัสมิน สุวัณณะปุระ แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ จะลงแข่งขันเป็นครั้งที่ 12 โดยผลงานดีที่สุดจบอันดับ 18 ร่วม ในปี 2013 ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้จบอันดับ 15 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ และอันดับ 39 ร่วม บลู เบย์ แอลพีจีเอ

“เปียโน” อาภิชญา ยุบล ลงเล่นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากไม่ผ่านการตัดตัวในปี 2024 โดยปีนี้ลงแข่งขันรายการที่ 2 ในทัวร์ต่อจากจบอันดับ 73 ร่วม บลู เบย์ แอลพีจีเอ ที่เกาะไห่หนาน ประเทศจีน

“โม” โมรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ ลงเล่นเป็นครั้งที่ 12 โดยผลงานดีที่สุดจบอันดับ 11 ในปี 2021 ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้ ลงแข่ง 3 รายการ จบอันดับ 39 ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์, อันดับ 72 ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และไม่ผ่านการตัดตัว บลู เบย์ แอลพีจีเอ

“แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ ลงเล่นเป็นครั้งที่ 13 โดยผลงานดีที่สุดจบอันดับ 3 ร่วม ในปี 2015 และอันดับ 7 ร่วม ในปี 2014 ส่วนปีนี้จบอันดับ 42 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และอันดับ 24 ร่วม บลู เบย์ แอลพีจีเอ

ขณะที่ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม รุกกี้ของทัวร์ จะลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งแรก และเป็นรายการที่ 2 ของฤดูกาล หลังจบอันดับ 67 ร่วม บลู เบย์ แอลพีจีเอ เมื่อสองสัปดาห์ก่อน

ส่วนนักกอล์ฟชั้นนำของโลกที่เข้าร่วมแข่งขัน นำโดย เนลลี คอร์ดา มือ 2 ของโลกจากสหรัฐอเมริกา ที่กลับมาลงแข่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นฤดูกาล ร่วมด้วย เจนนิเฟอร์ คัพโช และ อัลลิเซน คอร์พุซ, ลีเดีย โค มือ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์, อี มินจี และ เกรซ คิม จากออสเตรเลีย รวมถึงนักกอล์ฟญี่ปุ่นอย่าง มิยู ยามาชิตะ

มาโอะ ไซโกะ, อายากะ ฟุรุเอะ, ยูกะ ซาโสะ และ ฮินาโกะ ชิบุโนะ กลุ่มนักกอล์ฟเกาหลีใต้ นำโดย คิม เซ-ยอง, คิม ฮโย-จู, คิม อา-ริม, เอมี ยาง, โค จิน-ยอง และ ชอน อิน-จี รวมถึง เซลีน บูติเยร์ จากฝรั่งเศส, มายา สตาร์ก และ อันนา นอร์ดควิสต์ จากสวีเดน, แอชลี บูฮาย จากแอฟริกาใต้ และ เจิ้ง หยาหนี จากจีนไทเป

เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images

ที่สุดของเอเจนซีในประเทศไทย การันตีด้วยรางวัล The Growth Champion 2025 จาก Google Thailand กลยุทธ์ที่พิสูจน์ได้จริง ธุรกิจลูกค้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด!

กรุงเทพมหานคร – Minimice Group เอเจนซีการตลาดดิจิทัลชั้นนำ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับประเทศ ด้วยการคว้าผู้ชนะรางวัล Agency Excellence Awards: The Growth Champion 2025 จาก Google Thailand รางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่เอเจนซีที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในประเทศไทย และเป็นการแข่งขันระหว่างเอเจนซีชั้นนำทั่วประเทศ โดย Minimice Group ได้ตำแหน่งอันดับที่ 1 ในด้านการเติบโตของยอดใช้จ่ายโฆษณา (Ads Spend Growth) และเปอร์เซ็นต์การเติบโตแบบปีต่อปีที่สูงที่สุด การันตี Performance ความเชี่ยวชาญของทีมงาน พร้อมสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นผลักดันให้ธุรกิจในไทย รวมถึงลูกค้าทุกระดับก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การแข่งขันที่ยั่งยืนในระดับสากล 

The Growth Champion 2025 ชัยชนะอันดับ 1 ในฐานะเอเจนซีที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในประเทศไทย

รางวัล Agency Excellence Awards Winner จาก Google Thailand คือ ความเชี่ยวชาญเหนือระดับของ Minimice Group ในการใช้โซลูชันและเครื่องมือชาญฉลาดจาก Google เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้จริง โดยรางวัลในสาขา The Growth Champion 2025 ถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่คว้ามาได้ยากที่สุด เนื่องจากเป็นการเชือดเฉือนกันโดยตรงระหว่าง Top 10 เอเจนซีชั้นนำในประเทศไทย ซึ่ง Google จะพิจารณาจากเกณฑ์อันเข้มงวดรอบด้าน ทั้งประสิทธิภาพการบริหารแคมเปญ ความสามารถในการขยายฐานลูกค้า และผลตอบแทน (ROI) ที่ลูกค้าได้รับจริง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดของเหล่าเอเจนซีในไทย Minimice Group ก็ได้คว้ารางวัลตำแหน่งผู้ชนะอันดับ 1 มาครองได้สำเร็จ ในฐานะเอเจนซีที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในประเทศไทย โดยวัดจากมูลค่าการใช้จ่ายโฆษณา (Ads Spend) และเปอร์เซ็นต์การเติบโตแบบปีต่อปี (YoY Growth) ที่สูงที่สุด เหนือกว่าทุกรายในกลุ่มผู้เข้าชิง การได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะในสาขานี้จึงเป็นการพิสูจน์ว่า Minimice Group คือ หนึ่งในเอเจนซีระดับท็อปของประเทศไทยที่สามารถเปลี่ยน ‘งบประมาณการตลาด’ ของลูกค้าให้กลายเป็นยอดขาย ผลกำไร และเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ

กลยุทธ์ Full-Funnel Ecosystem เบื้องหลังความสำเร็จที่พิสูจน์ได้ด้วยผลลัพธ์

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Minimice Group เฉิดฉายบนเวที Google Excellence Awards 2025 คือการวางกลยุทธ์แบบ Full-Funnel Ecosystem ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกธุรกิจเติบโตได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปจนถึงการปิดการขาย (Conversion) และการรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว ทีมงานของ Minimice Group ไม่ได้วางแผนแค่การยิงโฆษณา แต่ยังโฟกัสที่ Data Analysis มีการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก เพื่อวางโครงสร้างการตลาดดิจิทัลที่เชื่อมโยงกัน ทำให้ทุก Touchpoint ของลูกค้ามีประสิทธิภาพสูงสุด การผสานความเชี่ยวชาญของทีมงานเข้ากับเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์ดิจิทัลอยู่เสมอ จึงทำให้ Minimice Group สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ทุกมิติและทำได้จริงตามเป้าหมายที่วางไว้ 

ก้าวล้ำนำเทรนด์กับ Session พิเศษ Travel & Medical Tourism Thailand 2026 

นอกจากความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทย The Growth Champion Award 2025 จาก Google Thailand แล้ว Minimice Group ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต ผ่านการนำเสนอ Session พิเศษเกี่ยวกับ Travel & Medical Tourism Thailand 2026 เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทางการแพทย์ของไทย ซึ่งกำลังจะกลายเป็นอุตสาหกรรมมาแรงในปีหน้า โดยมุ่งมั่นวางแผนกลยุทธ์เลือกใช้ Data และ AI ใหม่ๆ ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายคุณภาพสูงจากทั่วโลก รวมถึงเจาะตลาดกลุ่ม Medical Tourist เป็นพิเศษด้วย Movement นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า Minimice Group ไม่เคยหยุดพัฒนา พร้อมปรับตัวและออกแบบกลยุทธ์ให้ทันต่อเทรนด์โลกอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลโดยทีมงานที่มองเห็นโอกาสก่อนใคร! 

ทะยานสู่ความสำเร็จกับเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทยกับ Minimice Group 

หฤษฎ์ โปษณกุล CEO Minimice Group กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า “การได้รับรางวัล Agency Excellence Awards: The Growth Champion 2025 ในตำแหน่งอันดับ 1 ของเอเจนซีที่เติบโตสูงในประเทศไทย คือเครื่องยืนยันว่าเราเดินมาถูกทางในการเป็น Strategic Partner เราไม่ใช่แค่เอเจนซีที่วางแผนโฆษณาแคมเปญให้เแก่ลูกค้า แต่ Minimice Group คือหนึ่งในผู้วางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เน้นผลลัพธ์โดยใช้ Data และเทคโนโลยี AI ของ Google มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัลนี้นับเป็นอีกกำลังใจสำคัญให้ทีมงาน Minimice Group ทุกคน ไม่ว่าเทรนด์โลกจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน เราพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันที่เหนือระดับ ผลักดันให้ลูกค้าก้าวสู่การเป็นผู้นำทั้งในประเทศและในตลาดสากล”

ในโลกการตลาดดิจิทัลที่ดุเดือด การมี Partner ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านกลยุทธ์ Data และเทคโนโลยี AI คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนทุกงบประมาณให้เป็นการเติบโตที่จับต้องได้  สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยมาตรฐานระดับโลกจาก Google Premier Partner ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Minimice Group เอเจนซีระดับท็อปของประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะร่วมวางรากฐาน พัฒนากลยุทธ์ และขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้ทะยานสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน เพราะความสำเร็จของคุณ คือภารกิจที่สำคัญที่สุดของเรา

ให้ Minimice Group เอเจนซีอันดับหนึ่งของไทยออกแบบกลยุทธ์เพื่อธุรกิจคุณ

Website: https://minimicegroup.co.th

Facebook: Minimice Group

Tel: (+66) 02-168-3196, (+66) 98-867-8937