เมนูซิกเนเจอร์ หมูเปรี้ยวทอด สูตรเด็ดสืบทอดมานาน 90 ปี @ ร้านสวนบ้านก๋ง

อาหารพื้นบ้านสไตล์บ้านๆชาวไชยา มีให้เลือกหลากหลายร้านอาหาร แต่มีอีกร้านที่อยากแนะนำ นั่นก็คือ ” ร้านสวนบ้านก๋ง คาเฟ่ แอนด์ แคมป์ปิ้ง”อาหารอร่อยถูกปาก ราคาโดนใจ ท่ามกลางรรยากาศร่มรื่นทุ่งนา  ที่พร้อมจะเสิร์ฟเมนูอาหารพื้นบ้านเลิศรสหลากหลายชนิด ในราคาย่อมเยา ที่ปรุงแต่งด้วยความใส่ใจจากเจ้าของร้าน

ซุ่นแจ้ง แซ่เจียว หรือ แม่เอียด อายุ 71 ปี เล่าว่า ร้านสวนบ้านก๋งเป็นของลูกสาว ที่อยากเปิดร้านอาหารแบบพื้นบ้านชาวไชยา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้น ซึ่งเปิดบริการมากว่าหนึ่งปีครึ่ง แล้ว ส่วนตนเองก็มีอาชีพขายหมูสดในตลาดไชยา หลังจากเสร็จจากขายหมูในตลาดก็จะมาช่วยลูกสาวปรุงร้านอาหาร

ตนเองก็มีฝีมือในเรื่องการทำอาหารอยู่แล้ว ในส่วนของเมนูอาหารของที่ร้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมนูอาหารไทยพื้นบ้าน แต่ก็ยังมีเมนูพิเศษของทางร้าน ที่เป็นสูตรเฉพาะร้านอย่างเช่น เมนู “หมูเปรี้ยว”หรือบางพื้นที่เรียกว่า”หนางหมู”ก็ได้เหมือนกัน ในส่วนของสูตรหมักหมูเปรี้ยวของที่ร้านจะเป็นสูตรการถนอมอาหารที่ได้มาจากเตี่ยซึ่งจะชอบทำให้ลูกๆกินในสมัยก่อน

บวกที่ตนเองก็อาชีพเป็นแม่ค้าขายหมูสดอยู่แล้ว เมื่อขายไม่หมดก็จะนำหมูมาหมักทำเป็นหมูเปรี้ยวขายให้กับลูกค้าทุกวันอยู่แล้ว และเมื่อลูกสาวมาทำร้านอาหาร จึงได้นำหมูเปรี้ยวมาเสิร์ฟเป็นเมนูของร้านอีกเมนูหนึ่งด้วย ซึ่งลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านจะชอบสั่งทานกันจนกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ซึ่งจะมาให้รับประทานทุกวัน

เมนูหมูเปรี้ยวจะนำหมูมาหมัดด้วยสูตรเฉพาะของตนเองที่ได้มาจากรุ่นเตี่ย สืบทอดกันมากว่า 90 ปี โดยจะใช้เวลาหมักประมาณ 3 วันก็จะได้ก็จะได้หมูที่มีรสชาติเปรี้ยวเค็มหวานกำลังดี และเมื่อนำมาทอดก็จะมีเนื้อก็จะนุ่มพอดี จะรับประทานเป็นกับข้าว หรือจะเป็นกับแกล้มก็เข้ากัน นอกจากจะนำมาทอดแล้วก็ยังสามารถน้ำทำแบบต้มกะทิก็อร่อยในอีกแบบหนึ่ง และแต่ความชอบของลูกค้า

นอกจากเมนูหมูเปรี้ยวแล้วที่ร้านยังมีเมนูอาหารพื้นบ้านอื่นๆอย่างเช่น เมนูปลากระบอกจุกเคย หมูสามชั้นคั่วเคย ผัดไทยไชยา และเมนูอื่นให้ได้เลือกรับประทานอีกหลายเมนู โดยเฉพาะส่วนของหมูเปรี้ยว ลูกที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ ก็สามารถสั่งได้ เพราะที่ร้านมีบริการจัดส่งได้ทั่วประเทศอีกด้วย

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว อ.ไชยา สามารถแวะมาลองชิมได้ ซึ่งการเดินทางก็มาสะดวก ร้านตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7 ต.เลม็ด อ.ไชยา จ. สุราษฎร์ธานี อยู่ใกล้กับ สำนักงาน อบต.เลม็ด หรือสอบถามเส้นทางที่ เบอร์โทร 064-228-9916 ร้านเปิดบริการตั้งแต่ เวลา 10.00 น.-20.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด.

เจ้าคณะภาค ๑๐ รวมพลังศรัทธา “ผ้าป่าสามัคคีวัดบวรดิน ” เสริมสร้างคุณธรรม สนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน

พระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค ๑๐ และในฐานะเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร พร้อมคณะฯ รวมพลังศรัทธา “ผ้าป่าสามัคคีวัดบวรดิน” สานต่อประเพณี มุ่งจรรโลงพระศาสนา  ทั้งนี้ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้าง อุโบสถดิน วัดบวรดิน บ้านห้วยเลื่อน อ.เชียงกลาง จ.น่าน

เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เนื่องในโอกาสที่พระเดชพระคุณพระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค ๑๐ ในฐานะเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร  ได้มีเมตตารับเป็นประธานอุปถัมภ์ ผ้าป่าจัดหาเงินสมทบทุนเพื่อใช้ในการก่อสร้าง อุโบสถดิน วัดบวรดิน (บ้านห้วยเลื่อน) พร้อมกับมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน โดยมีพระครูศิลนันทโชติ รองเจ้าคณะอำเภอเชียงกลาง เป็นผู้รับมอบเครื่องถวาย (เครื่องไทยธรรม)  ทั้งนี้ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ , คณะครูและนักเรียน พร้อมด้วยชาวบ้านบ้านห้วยเลื่อนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ในการนี้ ผศ.ดร.วราวุธ ตีระนันทน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปและวัฒนธรรม วุฒิสภา และประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม  พร้อมด้วยพลอากาศตรี สำราญ ชมโท ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ด้านศาสนา,คุณปวีร์พร กรุดทองกุล พร้อมคณะที่ปรึกษาฯ  และผู้ติดตาม ได้ร่วมทำบุญถวายผ้าป่าสามัคคีแด่ พระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค ๑๐ พร้อมมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนแห่ง “เมล็ดพันธุ์คุณธรรม” สู่อนาคตของชาติ

เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ด้วยศรัทธาร่วมใจ
         
 กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแสดงออกถึงความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา หากแต่ยังเป็นการรวมพลัง “ศรัทธาและเมตตาธรรม” จากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมหลักธรรมในการดำเนินชีวิต และเชื่อมโยงจิตใจของประชาชนเข้ากับคุณค่าทางจริยธรรมอย่างยั่งยืน

 มอบโอกาสทางการศึกษา จุดประกายเยาวชนรุ่นใหม่
          
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น เพื่อเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ และจุดประกายความหวังให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสพัฒนาตนเอง ทั้งด้านวิชาความรู้และความเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมไทยในอนาคต

พัฒนาสังคมด้วยคุณค่าทางจิตใจ

พิธีผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนของความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณและความสมัครสมานสามัคคีของชุมชน ที่ไม่เพียงรักษาขนบธรรมเนียมทางศาสนา หากแต่ยังหล่อหลอมคุณค่าทางจริยธรรมให้หยั่งรากลึกในใจคนไทยรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

โดย…วิชชุดา ทองสุทธิ์

ฝนถล่ม “เชียงใหม่” ตั้งแต่ดึกถึงเช้า ทำจราจรติดขัดหนาแน่น

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.68 เพจเฟซบุ๊ก “เชียงใหม่ CM108 ข่าวเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่” โพสต์รูป พร้อมข้อความระบุว่า 23 ก.ค. 68  พายุวิภาเคลื่อนตัวเข้าถึงจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาส่งผลให้มีฝนตกในทุกอำเภอตลอดทั้งคืน ล่าสุดในเช้าวันนี้ฝนยังคงตกแช่ไม่หยุด บรรยากาศมืดครึ้มไปด้วยกลุ่มฝนที่ปกคลุมเต็มพื้นที่ การจราจรติดขัดหนาแน่น เด็กนักเรียนต้องพากันสวมเสื้อกันฝนฝ่าฝนไปโรงเรียน

ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำปิงที่จุด P1 ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมาชั่วโมงละ 2 เซ็นติเมตร ล่าสุด 07.00 น. อยู่ที่ 1.60 เมตร แม้จะยังห่างจุดวิกฤตล้นตลิ่งที่ 4.20 เมตร แต่ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฝนตกแช่ในอำเภอทางตอนเหนือมานานหลายชั่วโมง  ขณะทะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำปิง ประกาศแจ้งเตือนพร้อมจัดเตรียมกระสอบทรายไว้แจกจ่ายประชาชนแล้ว

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คาดว่าอิทธิพลของพายุวิภาจะทำให้ภาคเหนือตอนบนมีปริมาณน้ำฝนกว่า 200 มิลลิเมตร ซึ่งทางกรมทรัพยากรธรณีเกรงว่าฝนที่ตกหนักอาจทำให้เกิดดินโคลนถล่ม ล่าสุด ปภ.ได้แจ้งยังผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มเสี่ยงให้เตรียมอพยพกลุ่มเปราะบางและผู้อาศัยตามแนวเขาไปยังที่ปลอดภัยเป็นกลุ่มแรก

ขอบคุณข้อมูงและภาพจาก : เฟซบุ๊ก “เชียงใหม่ CM108 ข่าวเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่”

ส.ฟุตบอลเซ็น MOU อบจ.ภูเก็ต หนุนฝึกฟุตบอลเยาวชน หลักสูตร FIFA

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เปิดโครงการฝึกทักษะการเล่นกีฬา อบจ.ภูเก็ต ประเภทกีฬาฟุตบอล โดยมี ทรงยศ กลิ่นศรีสุข รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย เรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมลงนาม นอกจากนี้ในพิธียังมี นายอัครวัฒน์ ศิริธัญญ์ธนากร ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต,นายธรรมวัฒน์ วงศ์เจริญยศ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงเรียน อบจ.บ้านไม้เรียบ (ตันติโกวิทบำรุง) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

โครงการฝึกทักษะการเล่นกีฬา อบจ.ภูเก็ต ประเภทกีฬาฟุตบอล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอในจังหวัดภูเก็ต โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนจำนวนทั้งสิ้น 300 คน ให้มีทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ด้านกีฬาฟุตบอล พร้อมส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ภายใต้หลักสูตร FIFA for Schools ซึ่งเป็นหลักสูตรมาตรฐานสากลที่เน้นการเรียนรู้ควบคู่กับการเล่นกีฬา เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของเยาวชนในทุกมิติ

การจัดกิจกรรม ได้เริ่มต้นในพื้นที่อำเภอกะทู้ โดยมีโรงเรียนอบจ.บ้านไม้เรียบ (ตันติโกวิทบำรุง) เป็นศูนย์หลัก และมีโรงเรียนเครือข่ายเข้าร่วมอีก 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 2 บ้านกะทู้, โรงเรียนเทศบาลเมืองป่าตอง (บ้านไสน้ำเย็น), โรงเรียนบ้านบางทองโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 และ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 29 (กะทู้) โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมฝึกทักษะในวันนี้รวมทั้งสิ้น 143 คน

สำหรับ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาระดับเยาวชนอย่างยั่งยืน วางรากฐานการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ พร้อมปลูกฝังระเบียบวินัย ความสามัคคี น้ำใจนักกีฬา และการเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมในอนาคต ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกสนานและสร้างสรรค์

น้ำป่าทะลักกลางดึก ท่วมบ้านหนองบัว เทศบาลงิมเร่งอพยพชาวบ้านหนีภัย

อิทธิพลพายุ “วิภา”ทำให้ฝนตกหนัก ดอกคำใต้น้ำเริ่มเอ่อ! น้ำร่องช้างบ้านปินล้นท่วม ชาวบ้านเร่งขนของ-วางกระสอบทรายรับมือ

เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 23 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุวิภาทำฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่บ้านหนองบัว หมู่ที่ 2 ตำบลงิม อำเภอปง จังหวัดพะเยา ส่งผลให้มวลน้ำจากภูเขาไหลทะลักลงสู่หมู่บ้านอย่างกลางดึกรวดเร็ว จนชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว

นางกัญญาณัฐ สุทธวงค์ นายกเทศมนตรีตำบลงิม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลงิม ได้ลงพื้นที่ทันทีเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือประชาชนในการอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

ขณะนี้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบหลายหลัง และยังคงมีน้ำหลากเข้าท่วมต่อเนื่อง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งจัดตั้งจุดอพยพชั่วคราว พร้อมเตรียมถุงยังชีพและอาหาร น้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลงิมได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมขนย้ายสิ่งของจำเป็นไว้ในที่ปลอดภัย หากจำเป็นให้อพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที.

ปรากฏการณ์แห่งธรรมชาติ ฝูงค้างคาวนับล้านตัว วัดถ้ำศิลาทอง อันซีนเขาใหญ่

มาเที่ยวอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงยามเย็นนักท่องเที่ยวมักจะชวนกันไปดูค้างคาวนับล้านตัวโบยบินออกจากถ้ำ ณ ถ้ำค้างคาว วัดถ้ำศิลาทอง ตำบลวังกะทะ อำภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา  ซึ่งวัดแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  เนื่องจากตั้งอยู่ห่างจากเขาใหญ่ประมาณ 20 กิโลเมตร

 แต่เป็นจุดที่รถท่องเที่ยวและกรุ๊ปทัวร์เล็กๆ ชอบพานักท่องเที่ยวต่างชาติไปดูค้างคาวนับล้านตัวบินออกจากถ้ำ เพราะจุดปากถ้ำอยู่ไม่สูงและจุดเฝ้าดูค้างคาวไม่ไกลจากปากถ้ำ ที่สำคัญค้างคาวที่นี่บินต่ำ แทบจะชนหัว น่าตื่นเต้น น่าดูเป็นพิเศษ

ช่วงเวลาที่ค้างคาวจะออกหากิน แน่นอนที่สุดว่าจะต้องเป็นเวลาก่อนค่ำ แต่จะเป็นเวลาเท่าใดนั้นจะขึ้นอยู่กับฤดูกาล ความสั้นยาวของวัน นับเป็นปรากฏการณ์ฝูงค้างคาว จำนวนนับล้านตัว ที่บินออกจากถ้ำ มาหากินในช่วงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกของทุกวัน เพื่อออกหากินแมลงเป็นอาหาร เป็นวัฏจักร ของธรรมชาติ

เปิดภาพ ทหารไทย-กัมพูชา จับมือกลางสมรภูมิสามเหลี่ยมมรกต-ช่องบก ตรวจพื้นที่ร่วมกัน

“พลโท สรัย ดึ๊ก“แม่ทัพกัมพูชา -รองแม่ทัพ2-ผบ.ภพ ผบ.กกล.สุรนารี”หลัง เขมร เชิญไทย เจรจา แล้ว เขมร ยอมถอย กลับไปที่ตั้งเดิม พร้อม กลบคูเลต 

พลโท สรัย ดึก รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ได้เชิญฝ่ายทหารไทย โดย พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี  พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์  รองแม่ทัพภาค2 เข้าร่วมหารือ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับกรณีปัญหาการรุกล้ำดินแดนในพื้นที่พิพาทบริเวณช่องบก เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่พิพาทบริเวณช่องบก

เบื้องต้น ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นสำคัญ คือ ฝ่ายทหารกัมพูชาได้ยินยอมถอนกำลังกลับไปยังจุดที่เคยประจำการอยู่เดิม ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณที่เกิดเหตุปะทะ หรือแนวต้นพญา สัตบรรณ ลึกเข้าไปในเขตแดนของประเทศกัมพูชา จุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยใช้เป็นแนววางกำลังทหาร มาโดยตลอดในอดีต

ฝ่ายกัมพูชา ยังแสดงความยินยอม ที่จะดำเนินการกลบคูเลตให้กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติตามเดิม ตามข้อเสนอของฝ่ายไทย เพื่อเป็นการลดความตึงเครียดและสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือ

ภายหลังจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะใช้ กลไกระดับคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น เป็นช่องทางในการหารือแนวทางบริหารจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป

“มิเกล “เรียก 20 แข้งฟุตซอลทีมชาติไทย เตรียมบู๊ คอนติเนนตัล ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2025

มิเกล โรดริโก้ รวมพล 20 แข้งฟุตซอลทีมชาติไทย เตรียมบู๊ คอนติเนนตัล ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2025 มูฮัมหมัด อุสมานมูซา นำทัพ พร้อมเผย ต้องหลอมรวมเป็นหนึ่งเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด ด้าน ธรรพ์ณธร เหล็มเนียม กัปตันทีมจากราชภัฏเพชรบุรี ติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก ประกาศขอพิสูจน์ตัวเองเพื่อติดในชุดสุดท้ายให้ได้ โดยการแข่งขันฟาดแข้งทีโรงยิมเนเซี่ยม สนามกีฬากลางจังหวัดนนทบุรี 2 แมตซ์ วันอังคารที่ 29 ก.ค.68 ฟุตซอลไทย พบ ไชนีส ไทเป และ​วันพฤหัสบดีที่ 31 ก.ค.68 นิวซีแลนด์ พบ ฟุตซอลไทย ทั้งสองคู่แข่งขันเวลา 20.00 น. เข้าชมฟรี ถ่ายทอดสดทาง True Visions Now

ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย เจ้าของอันดับ 11 ของโลก ที่เริ่มเตรียมทีมสู้ศึก “อุ่นเดือดเตรียมเขย่าเอเชีย” คอนติเนนตัล ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2025 ระหว่างวันที่ 29 กรกฏาคม – 3 สิงหาคม 2568 ที่โรงยิมเนเซี่ยม สนามกีฬากลางจังหวัดนนทบุรี โดยมี 2 แมตซ์ วันอังคารที่ 29 ก.ค.68 ฟุตซอลไทย พบ ไชนีส ไทเป และ​วันพฤหัสบดีที่ 31 ก.ค.68 นิวซีแลนด์ พบ ฟุตซอลไทย ทั้งสองคู่แข่งขันเวลา 20.00 น. เข้าชมฟรี ถ่ายทอดสดทาง True Visions Now

ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 22 ก.ค.67 ที่อาคาร FA.THAILAND มิเกล โรดริโก้ กุนซือใหญ่ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย ได้นำ 20 ผู้เล่นที่มีการประกาศรายชื่อไป ได้มารายงานตัวฝึกซ้อมมื้อแรกในช่วงเวลา 16.00 น. โดยมื้อแรกในครั้งนี้ผู้เล่นมาครบทั้งหมด 

ผู้รักษาประตู 3 ราย อรุษ เส็นบัตร (แบล็คเพิร์ล ยูไนเต็ด) , นัทธพงศ์ หยีมะเหรบ (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม) , ภานุรัตน์ โอฬาร (ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน)

ส่วนผู้เล่น 17 ราย มี อิทธิชา ประภาพันธ์ (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม) , รณชัย จูงวงษ์สุข (บลูเวฟ ชลบุรี) , สราวุท ผลาพฤกษ์ (ห้องเย็นท่าข้าม) , อธิปพงศ์ มุ่นพลาย (ห้องเย็นท่าข้าม) , ปาณัสม์ กิตติภาณุวงศ์ (บลูเวฟ ชลบุรี) , อัมรินทร์ เอกาพันธ์ (ห้องเย็นท่าข้าม) , เทอดศักดิ์ เจริญพงษ์ (ห้องเย็นท่าข้าม) , ธรรพ์ณธร เหล็มเนียม (ราชภัฏเพชรบุรี) , พีระพล สัตย์ซื่อ (แบงค็อก บีทีเอส) , เชาว์วาลา ศรีอาวุธ (ห้องเย็นท่าข้าม) , อลงกรณ์ จันทร์พร (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม) , ธีรภัทร เหมือนศรี (แบล็คเพิร์ล ยูไนเต็ด) , วีระศักดิ์ ศรีไชย (ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน) , มูฮัมหมัด อุสมานมูซา (จิมบี คาร์ตาเฮนา / สเปน) , วรศักดิ์ ศรีหรั่งไพโรจน์ (ห้องเย็นท่าข้าม) , อนันตชัย ปราบวงษา (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม) และ มินธาดา ภิรมย์อยู่ (ราชภัฏเพชรบุรี) ก่อนที่จะตัดให้เหลือ 16 คนสุดท้าย

สำหรับแข้งป้ายแดงในทีมชุดนี้มีคนเดียว นั่นคือ ธรรพ์ณธร เหล็มเนียม กัปตันทีมจากราชภัฏเพชรบุรี ติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก โดยเจ้าตัวเปิดใจว่า

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการถูกเรียกติดทีมชาติไทย ผมอยากจะทำผลงานให้ดีที่สุด อยากจะทำให้มันออกมาดีที่สุด ผมจะตั้งใจซ้อมเพื่อให้มีรายชื่อติดในชุดสุดท้ายให้ได้ครับ”

ด้าน มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ดาวยิงจากทีมแชมป์ลีกสเปน จิมบี คาร์ตาเฮนา เปิดเผยในแคมป์ทีมชาติรอบนี้ว่า “สำหรับผม การติดทีมชาติไทยทุกๆครั้งมันเป็นเกียรติประวัติสำหรับผมและครอบครัวมากๆ ทุกครั้งไม่ว่าจะเจอใคร คู่แข่งทีมไหน ก็จะสู้เพื่อศักดิ์ศรี ส่วนผู้เล่นในทีมเราก็รู้จักกันอยู่แล้ว ตอนนี้มีอะไรต้องคุยกันเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด ส่วนร่างกายผมห่างเกมไปเดือนกว่าๆ ก็พยายามจะทำให้ร่างกายสมบูรณ์ที่สุด”

ด้าน มิเกล โรดริโก้ กุนซือใหญ่ฟุตซอลไทย ให้สัมภาษณ์ว่า “เป้าหมายรายการนี้ มี 2 ส่วน ส่วนแรกคือทดสอบแทคติก และดูความสมบูรณ์ของนักเตะ และดูความสัมพันธ์ของนักกีฬา และส่วนที่สองคือผลลัพธ์ เพื่อทำให้แฟนฟุตซอลมีความสุขให้ได้มากที่สุด”

“อุ่นเดือดเตรียมเขย่าเอเชีย” คอนติเนนตัล ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2025 ระหว่างวันที่ 29 กรกฏาคม – 3 สิงหาคม 2568 ที่โรงยิมเนเซี่ยม สนามกีฬากลางจังหวัดนนทบุรี โดยมี 2 แมตซ์ วันอังคารที่ 29 ก.ค.68 ฟุตซอลไทย พบ ไชนีส ไทเป และ​วันพฤหัสบดีที่ 31 ก.ค.68 นิวซีแลนด์ พบ ฟุตซอลไทย ทั้งสองคู่แข่งขันเวลา 20.00 น. เข้าชมฟรี ถ่ายทอดสดทาง True Visions Now

ผญบ.คลั่งหึงเมียบุกกราดยิง 3 ศพ สาหัสอีก 2 ประกาศก้องจะฆ่าล้างโคตร

บึงกาฬ-ตำรวจเร่งล่าผู้ใหญ่บ้าน หึงโหดใช้ปืน 2 กระบอก ยิงเสียชีวิต 3 สาหัสอีก 2

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านใช้อาวุธปืนยิงครอบครัวภรรยาเสียชีวิตถึง 4 ราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.22 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตหลายรายที่บ้านพัก หมู่ 12 ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัย

ที่เกิดเหตุพบศพ หญิง 1 ราย เป็นภรรยามือปืน และชาย 1 ราย เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 3 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว แต่ไปเสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 3 คือ รองนายก อบต.ศรีชมภู ส่วนมือปืนคือนายประทวน เป็นผู้ใหญ่บ้านหลังก่อเหตุหลบหนีไป

พ.ต.อ.อารัก เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายประทวน ใช้อาวุธปืนลูกซองยาว และอาวุธปืนสั้นอีก 1 กระบอกยิงภรรยาตัวเอง พ่อภรรยา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รองนายก อบต.ศรีชมภู และชาวบ้านอีกราย แรงจูงใจคาดว่ามาจากความหึงหวง เนื่องจากมีรายงานว่านายประทวน เคยบอกกับคนใกล้ชิดว่า “หากเมียไปยุ่งเกี่ยวกับใคร กูจะฆ่าล้างโคตร”

ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างเร่งด่วน โดยทราบว่าหลบหนีไปในทิศทางบ้านโคกกะแซ-บ้านนาสวรรค์ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ล่าสุดผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว

ท่าวังผาเมืองน่านเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดรับมือพายุ”วิภา”ถล่ม

น่าน – ชาวบ้าน 5 ตำบลในอำเภอท่าวังผาเตรียมรับมือ “พายุวิภา” หวั่นน้ำท่วมซ้ำ-ผลกระทบทางการเกษตรรุนแรง

ชาวบ้านในพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ต.ริม, ต.ศรีภูมิ, ต.ดอนตัน, ต.ป่าคา และ ต.ผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ต่างเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับ “พายุวิภา” ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่จังหวัดน่าน โดยเฉพาะบริเวณอำเภอท่าวังผา อาจกลายเป็นจุดศูนย์กลางของพายุลูกนี้

ชาวบ้านในหลายพื้นที่ได้เริ่มเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง ขณะที่บางครัวเรือนได้ร่วมกันบรรจุทรายใส่กระสอบเพื่อใช้ในการทำแนวป้องกันน้ำ โดยมีการประสานความร่วมมือกับวัดดอนตัน ซึ่งได้จัดเตรียมทรายไว้เพื่อช่วยเหลือชุมชนอย่างเร่งด่วน

ร้านขายของชำในบ้านดอนตัน ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา เปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่มีประสบการณ์รับมือน้ำท่วมมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี แต่ครั้งนี้ยังคงรู้สึกกังวล เนื่องจากพายุวิภาอาจส่งผลให้ระดับน้ำท่วมสูงเกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

นางพนารัตน์ ช่างแย้ม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านดอนตัน เปิดเผยว่า น้ำจากพายุรอบก่อนเพิ่งลดลงเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา และได้สร้างความเสียหายไว้พอสมควร การมาถึงของพายุลูกใหม่นี้จึงเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เดิม หากเป็นไปตามที่หน่วยงานราชการได้วิเคราะห์และคาดการณ์ไว้ พื้นที่บ้านดอนตันอาจเผชิญกับระดับน้ำท่วมรุนแรงเช่นเดียวกับปี 2549

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวที่อยู่ในระยะต้นกล้าและกำลังยืนต้น ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการยืนต้นตายหากเกิดน้ำท่วมซ้ำ หากข้าวที่ปลูกเสียหายทั้งหมด อาจส่งผลให้ครัวเรือนกว่า 200 หลังคาเรือนไม่มีข้าวบริโภคในระยะยาว และต้องหาซื้อข้าวมาแทน