ส.ว.สงขลาแฉต้นตอปั๊มแตก! โรงกลั่นงดขายส่ง บีบผู้ประกอบการแย่งเติมหน้าปั๊ม ทำน้ำมันเกลี้ยง หวั่นเศรษฐกิจพังพินาศ

ส.ว.สงขลาออกโรงเรียกร้องกระทรวงพลังงานเร่งแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน หลังพบต้นตอเกิดจากค่ายน้ำมันระงับบัญชีค้าส่ง บีบภาคอุตสาหกรรมและขนส่งต้องไปแย่งประชาชนเติมหน้าปั๊มจนโควตาไม่พอขาย ชี้หากไม่เร่งสั่งการให้อนุมัติขายส่งตามเดิม เศรษฐกิจและการส่งออกอาจพังพินาศ

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เรียกร้องให้ รัฐมนตรีพลังงานเร่งดำเนินการให้บริษัทผู้ค้าน้ำมัน เช่น ปตท. บางจาก เชลล์ คาลเท็กซ์ ที่เป็นเจ้าของกิจการโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งของประเทศ ซึ่งได้หยุดขายน้ำมันในบัญชีค้าส่งให้แก่จอบเบอร์ ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกประเภท บริษัทขนส่งสินค้า บริษัทรถโดยสารประจำทาง ผู้รับเหมาก่อสร้างถนนหนทางและชลประทาน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ ที่ซื้อน้ำมันผ่านจ็อบเบอร์ ที่เป็นผู้ค้าน้ำมันมาตรา 2 เป็นลูกค้าของบริษัทน้ำมันทั้งหมด โดยซื้อจากบัญชีค้าส่ง ส่วนปั้มน้ำมัน ซื้อในบัญชีค้าปลีก

“เมื่อบริษัททั้งหมด ที่เป็นเจ้าของโรงกลั่น สั่งหยุดขายบัญชีค้าส่ง ทำให้จ็อบเบอร์ไม่สามารถส่งน้ำมันให้ผู้ประกอบการทุกประเภท ทำให้ผู้ประกอบการต้องไปเติมน้ำมันเองจากปั้มน้ำมัน จนทำให้น้ำมันในปั๊มไม่พอขาย รวมทั้ง คลังน้ำมันในแต่ละพื้นที่ได้รับคำสั่งจากบริษัทน้ำมันให้จำกัดจำนวนขายให้ปั๊ม เพื่อให้เพียงพอในการจ่ายน้ำมันจนกว่าเรือบรรทุกน้ำมัน หรือรถบรรทุกน้ำมัน จากโรงกลั่นจะส่งน้ำมันมายังคลังน้ำมัน ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ ให้มีการปิดปั้มครึ่งวัน เพราะน้ำมันหมด และมีรถจ่อคิวนับร้อยคัน เพื่อรอเติมน้ำมัน” นายไชยยงค์กล่าว

นายไชยยงค์กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเดือดร้อนและโกลาหลที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต้องสั่งการให้บริษัทน้ำมัน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงกลั่น เปิดขายน้ำมันในบัญชีค้าส่ง โดยให้จ็อบเบอร์ซื้อน้ำมันจากบริษัทน้ำมันได้ อาจจะมีราคาที่แพงกว่าราคาหน้าปั้ม หรือบัญชีค้าปลีกบ้าง แต่ต้องไม่ใช่ลิตรละ 50 บาท อย่างที่บริษัท ปตท. เคยเปิดขายในบัญชีค้าส่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเกลียดและไม่มีธรรมภิบาล และผู้ประกอบการรับไม่ได้ เพราะหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังไม่แก้ปัญหาให้มีการขายในบัญชีค้าส่ง ผู้ประกอบการทุกประเภทก็ต้องไปแย่งซื้อน้ำมันในปั๊มกับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและผู้บริหารรัฐบาลไม่แก้ไข ปล่อยให้ผู้ประกอบการธุรกิจทุกประเภทไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน และบริษัทน้ำมันมีการจำกัดโควต้าไม่ขายน้ำมันให้ปั๊ม ที่ต้องซื้อน้ำมันมากกว่าปกติ เพราะต้องขายให้กับผู้ประกอบการ ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ก็จะแก้ไม่ได้

นายไชยยงค์กล่าวว่า ผู้ประกอบการมีความสำคัญกับการอยู่รอดของเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าโรงงานต้องหยุด การขนส่งต้องหยุด เศรษฐกิจของประเทศจะล่มสลาย และหากผู้ประกอบการต้องซื้อน้ำมันในราคาแพง สินค้าทุกชนิดต้องแพงขึ้น เพราะมีการขึ้นค่าขนส่ง โดยเฉพาะ จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นชุมทางการขนส่ง เป็นเมืองชายแดนอย่าง จ.สงขลา ที่ต้องขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกไปยังท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย และท่าเรือที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งต้องเติมน้ำมันในประเทศก่อนที่จะไปเติมที่มาเลเซีย ถ้าการส่งออกมีปัญหา เพราะขาดแคลนน้ำมัน ความหายนะจะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ ที่ส่งผลถึงความหายนะของเศรษฐกิจของประเทศด้วย

นายไชยยงค์กล่าวว่า ฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและพลังงานจังหวัดสงขลา ก่อนที่จะบอกกับประชาชนว่า น้ำมันมีเพียงพอและไม่ขาดแคลน ให้ลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริง โดยสอบถามจากปั๊มน้ำมันว่า ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง เขาซื้อน้ำมันหรือได้รับน้ำมันจากคลังน้ำมัน ใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา ปั๊มละ 1 หมื่นลิตรต่อวัน และหลังจากมีวิกฤติจากสงครามตะวันออกกลาง เขาถูกตัดโควตาวันละกี่พันลิตร ดูหลักฐานจากใบอินวอยซ์ที่ออกจากคลังน้ำมันได้ รวมทั้งสอบถามพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเขาจะบอกได้ว่า ณ วันนี้ รถบรรทุก 16,000 ลิตร คลัง จ่ายน้ำมันให้เพียง 10,000 ลิตร บางวันได้เพียง 9,000 ลิตร หรือ 7,000 ลิตร

“ที่สำคัญ แม้แต่น้ำมันแก๊สโซฮอร์ 91 และ 95 ที่ไม่เกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม การขนส่ง และภาคการเกษตร ก็มีการจำกัดการขายให้ปั๊ม ทำให้เกิดการขาดแคลน ที่ไม่ต่างกับน้ำมันดีเซล ผู้ว่าราชการจังหวัดและ พลังงานจังหวัด ต้องพูดคุยกับนายคลัง ทั้งคลัง ปตท. และคลังร่วม และตัวแทนจำหน่ายของบริษัทน้ำมัน ปตท. บางจาก เชลล์ และ คาลเท็กซ์ ที่ อ.สิงหนคร เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะทำความเข้าใจกับประชาชน การขาดแคลนน้ำมัน ไม่ใช่มาจากการความแตกตื่น และแห่มาเติมเพื่อกักตุน แต่เป็นเพราะการบริหารที่ผิดพลาดของผู้รับผิดชอบ ที่ไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจการค้าน้ำมันในประเทศ และปล่อยให้โรงกลั่นอยู่เหนือกฎหมาย ที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้” นายไชยยงค์กล่าว

นายไชยยงค์กล่าวว่า ส่วนของ จ.สงขลา ที่ขาดแคลนน้ำมันรุนแรงมาก เป็นเพราะในเวลาปกติ ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งซื้อน้ำมันจากขบวนการ ลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนจากประเทศมาเลเซีย แต่หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง น้ำมันในประเทศมาเลเซียแพงขึ้น ปั๊มน้ำมันในมาเลเซียจำหน่ายดีเซลที่ลิตรละ 30 บาท เท่ากับหน้าปั๊มของประเทศไทย ทำให้การค้าน้ำมันเถื่อนหยุดชะงัก ทำให้เป็นการซ้ำเติมความขาดแคลนของ จ.สงขลามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์กว่า 200 คัน ที่ต้องบรรทุกสินค้าไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่ต้องใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อก่อนส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเถื่อนและเติมน้ำมันในประเทศมาเลเซีย

“ภูมิ-ดีแลนด์” ทึ่งช่อง7มอบรถคันประวัติศาสตร์ให้ อพวช.ส่งต่อความรู้สู่เยาวชน

“ภูมิ-ดีแลนด์-เกณฑ์สิทธิ์-กมลาสน์” สุดทึ่ง ช่อง 7HD มอบรถถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียม หรือ รถ SNG คันประวัติศาสตร์แก่ อพวช. พร้อมชวนร่วมติดตามการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งต่อความรู้เพื่อเยาวชน

ช่อง 7HD ส่งต่อองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารสู่สาธารณะ มอบรถถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียม หรือ SNG(Satellite News Gathering) คันแรกในประเทศไทยให้ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างแหล่งเรียนรู้ด้านนวัตกรรมสื่อสาร การแพร่ภาพกระจายเสียง และจุดประกายแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย

สถานีโทรทัศน์สีแห่งแรก ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสารสนเทศมาอย่างยาวนาน ช่อง 7HD พร้อมส่งเสริมสนับสนุนเพื่อการเรียนรู้ของเยาวชน ศึกษาด้านเทคโนโลยีการสื่อสารของไทย ร่วมส่งต่อองค์ความรู้มอบรถถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียม ยี่ห้อ GMC คันแรกของวงการโทรทัศน์ไทย ให้แก่ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  เพื่อจัดแสดงใน พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

ทั้งนี้ได้มีพิธีส่งมอบ โดย คุณนาฏนภางค์ จงสมจิต กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD พร้อมด้วย คุณชญาณ์ณิศ ศรีสินธวารักษ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรสื่อ ร่วมด้วย 2 นักแสดงสุดฮอต ภูมิ เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์, ดีแลนด์ เดโชชัย ธิติอภิธาน และผู้ประกาศข่าวจากรายการ “เช้านี้ที่หมอชิต” ได้แก่ เกณฑ์สิทธิ์ กันธจันทร์, กมลาสน์ เอียดศรีชาย ร่วมส่งมอบรถถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียม ยี่ห้อ GMC รุ่นแรกของช่อง 7HD จำนวน 1 คัน ให้แก่ คุณสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทน ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ อพวช. เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการเผยแพร่ความรู้ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจากอดีตสู่ปัจจุบัน

รถ SNG คันดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการโทรทัศน์ไทย โดยบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7HD) ได้สั่งนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาทั้งคัน ในปี พ.ศ. 2540 เพื่อใช้เป็นรถรับ–ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม

ระบบ KU-Band จำนวน 3 คันแรกของประเทศไทย ก่อนจะมีการพัฒนาระบบจากแอนะล็อกสู่ดิจิทัลในปี พ.ศ. 2543 และปรับปรุงเป็นระบบดิจิทัลความละเอียดสูง SD–HD อย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2548

รถคันนี้ ไม่เพียงเป็นพาหนะสำหรับการถ่ายทอดสดข่าว แต่เป็นสัญญลักษณ์ของยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีโทรทัศน์ไทยจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน สู่ความสามารถในการส่งสัญญาณภาพและเสียงจากทุกพื้นที่สู่สายตาประชาชนแบบเรียลไทม์ ตลอดระยะเวลาการใช้งาน รถคันนี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการรายงานข่าวเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดข่าวพระราชสำนักในพื้นที่ทุรกันดาร เหตุการณ์ God’s Army จ.ราชบุรี ปี 2543 เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากที่ น้ำก้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ปี 2544 เหตุการณ์ สึนามิในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2547 รวมถึงการรายงานสถานการณ์กรณีพิพาท เขาพระวิหาร ระหว่างปี 2552–2554

การส่งมอบครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์อุปกรณ์สำคัญของวงการสื่อสารมวลชนไทย แต่ยังเป็นการต่อยอดองค์ความรู้จาก 7HD MUSEUM สู่สาธารณะ โดย อพวช. จะนำรถ SNG คันประวัติศาสตร์ไปจัดแสดงในฐานะสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้สัมผัสเทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของการสื่อสารโทรทัศน์ไทย พร้อมศึกษาการทำงานของระบบรับ–ส่งสัญญาณดาวเทียมและการถ่ายทอดสดนอกสถานที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกของสื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในอนาคต

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมการจัดแสดง รถถ่ายทอดสดนอกสถานที่ (SNG ; OB Van) คันแรกของวงการโทรทัศน์ไทยจากช่อง 7HD ได้ที่ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) โดยเปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร : 0 2577 9999 ต่อ 2122, 2123

ตำรวจบุกรวบอดีตตัวแทนประกันชีวิตหลอกขายกรมธรรม์ปลอมให้ลูกค้าสูญกว่า 2 แสนบาท

ตำรวจบุกรวบหนุ่มวัย 36 ปี อดีตตัวแทนประกันชีวิต หลังใช้กลอุบายตีสนิทข้าราชการครูเกษียณ อาสาทำธุรกรรมผ่านมือถือให้ก่อนแอบโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง พบก่อเหตุซ้ำซ้อนกว่า 9 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่าสองแสนบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายทศพล (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ในข้อหา “ลักทรัพย์โดยใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และฉ้อโกง” โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

พฤติการณ์คดี ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2566 นายทศพลซึ่งขณะนั้นยังทำงานเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต (ปัจจุบันถูกปลดออกแล้ว) ได้เข้าไปตีสนิทกับผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ โดยชักชวนให้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตเนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุและไม่ชำนาญการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน นายทศพลจึงอาสาเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด โดยขอใช้โทรศัพท์ของผู้เสียหายโอนเงินจากบัตรเครดิตเพื่อชำระค่าเบี้ยประกัน จนผู้เสียหายเกิดความเชื่อใจ

ต่อมานายทศพลเริ่มใช้อุบายขอให้ผู้เสียหายช่วยซื้อกรมธรรม์เพิ่มเพื่อช่วยทำยอดขาย โดยอ้างว่าจะทยอยคืนเงินให้ภายหลัง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและส่งมอบโทรศัพท์ให้ดำเนินการตามปกติ นายทศพลกลับอาศัยจังหวะเผลอ แอบโอนเงินจากบัตรเครดิตของผู้เสียหายเข้าบัญชีส่วนตัวของตนเอง > จากการตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบโอนเงินรวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2566 ถึงต้นปี 2567 รวมเป็นเงินมูลค่า 228,520 บาท
คอตกปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

หลังเกิดเหตุผู้เสียหายทราบเรื่องจึงเข้าแจ้งความ รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบที่กบดานและเข้าวางแผนจับกุมตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้นจากการสอบถามคำให้การ นายทศพล ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทำบันทึกจับกุมที่ สภ.สามโคก ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชาวอำนาจเจริญแนะรัฐควรปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว แพงขึ้นไม่หวั่นดีกว่าขาดแคลนยิ่งฉุดเศรษฐกิจทรุด

อำนาจเจริญ- วิกฤตน้ำมันขาดปั๊ม ผู้ประกอบการ ชี้แนะรัฐควรปล่อยราคาน้ำมันให้ลอยตัว แพงขึ้นก็ไม่เป็นไรขออย่าให้น้ำมันขาดแคลนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สถานการณ์น้ำมัน ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ในขณะนี้ ขาดแคลน บางปั๊มต้องเข้าคิวยาว กล่าวเป็นกิโลเมตรเพื่อรอเติมน้ำมัน บางปั๊มน้ำมันขาด โดยเฉพาะ เบนซิน ส่วนดีเซลนั้นก็ให้เติมได้ คันละไม่เกิน 500 บาทแถมหาเติมยาก และมีการจดหมายเลขทะเบียนรถ กำกับไม่ให้วนมาเติมรอบ 2 ส่วนผู้ที่นำแกลลอนที่มาซื้อ ให้ไม่เกิน 3 ลิตร ชึ่งก็สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ผู้ที่มียอดยานพาหนะรถยนต์รถจักรยานยนต์ เป็นอย่างมาก ซึ่งสาเหตุก็มาจาก เอเย่นใหญ่ผู้ส่งน้ำมัน ได้ลดจำนวนปริมาณน้ำมันลง แถบครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งทำให้ยอดการจำหน่ายไม่สมดุลกัน ผู้ประกอบประกอบการ หลายราย พากันบ่นไปตามๆกันว่ารัฐบาล น่าจะลอยตัวราคาน้ำมัน ถึงจะแพงขึ้นนิดหน่อยแต่ก็อย่าให้ขาดแคลน ซึ่งการขาดแคลนน้ำมันถือเป็นปัจจัยใหญ่ ในการดำรง ชีวิตของประชาชน

นางนิยม  เจริญรัตน์   ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันเชลล์อำนาจเจริญ กล่าว ว่า สถานการณ์น้ำมัน ในห้วงนี้ลำบากมาก ขาดแคลนไม่มีน้ำมันจะขาย ในแต่ละวัน ซึ่งวันนี้ก็มาเจอสภาพน้ำมันขึ้น ดีเซล ขึ้น 50 สตางค์ เบนซิน 91 ขึ้นราคา 1 บาท ส่วนเบนซิน 95 ไม่มีขาย มาหลายวันแล้ว ตนเห็นใจผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีรถยนต์ และจักรยานยนต์ เป็นอย่างมาก

วันนี้ ทางปั๊ม ให้เติมได้คันละไม่เกิน 500 บาทต่อคันแบ่งกันไป เป็นรถยนต์ ส่วนแกนลอน ก็ให้ไม่เกิน 300 บาทต่อแกนลอน ตนลำบากใจมาก สงสาร ประชาชน ผู้จำเป็นต้องใช้รถยนต์ เพื่อประกอบอาชีพการงาน วันนี้ต้องต่อคิวกันยาวเหยียด ไม่รู้จะได้เติมหมดทุกคันหรือไม่ เพราะเช้าวันนี้ดีเซลได้มาแค่ 8,000 ลิตร ส่วนน้ำมันเบนซิน 91 ได้มาแค่ 2,000 ลิตร รวมถึง อี 20 ก็ได้มา 2,000 ลิตรเช่นกัน

ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันเชลล์อำนาจเจริญ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้รัฐบาล ลอยตัวราคาน้ำมัน ทุกชนิด โดยถึงแม้ว่ามีราคาจะสูงขึ้นก็ตามแต่ขออย่าให้น้ำมันขาดปั๊ม เพราะสงสาร ประชาชน ที่ใช้น้ำมัน ในการไปมาในการประกอบอาชีพต่างๆ วอนให้รัฐบาล อย่าให้น้ำมันขาด ควรปล่อยให้ราคาลอยตัว ถึงราคาแพงขึ้นก็ไม่เป็นไร เรายอมรับได้ ตามสถานการณ์ เหตุการณ์บ้านเมือง แต่อย่าให้ขาดแคลน เป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นเบนซินหรือดีเซล ก็ตาม ตนขอขอบพระคุณ รัฐบาลชุดใหม่ล่วงหน้าไว้ ณที่นี้ด้วยคงแก้ปัญหาได้

ภาพข่าว / นายทิพกร   หวานอ่อน ผู้สื่อข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ รายงาน

วิกฤตสงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนภาคเกษตรพุ่ง ‘ปุ๋ย-น้ำมัน-ขนส่ง’แพงหลอนแผนเพาะปลูกนาปรัง

“ชาวนา”  พัทลุง ยัน “สงครามตะวันออกกลาง” ไม่ขาดแคลนข้าว “สต๊อก” ชี้ ราคาพลังงานขยับดันนาข้าวต้นทุนพุ่ง “โลจิสติกส์ รถไถ รถบรรทุก รถเกี่ยวข้าว”กระทบ “ข้าวนาปรัง’ 69”   พัทลุงปรับตัวขึ้น 10 %  เผยข้าวพื้นเมืองเล็บนก-สังข์หยด รวมทั้งข้าวเมล็ดสั้น ราคาดียั่งยืน ตลาดต้องการปริมาณมากยังไม่พอบริโภค ทาภาคใต้ต้องนำเข้าจากภาคกลาง อีสาน เหนือ ขณะที่หอการค้าภาคใต้ แนะรัฐบาลเร่งแก้กฎหมายพลังงานรองรับความเสี่ยง “โซล่ารูฟ ,รถ EV, ชีวมวล,ปาล์ม อ้อย,มันสำปะหลัง” ทางเลือกทดแทนพลังงานแพง

นายประจวบ เกตุนิ่ม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ข้าวนาปี จ.พัทลุง โดยในกลุ่มทำข้าวสังข์หยดและข้าวเล็บนก โดยข้าวเล็บนกผลผลิตผลผลิตหดตัวไปประมาณ 50 % เพราะเป็นนาลึกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่วนข้าวสังข์หยด เป็นข้าวนาดอนได้ผลผลิตเต็ม 100 %  โดยในกลุ่มทำนาประมาณ 600 ไร่

สำหรับราคาข้าวเล็บนกเริ่มแรก 11,500 บาท / ตัน ได้ปรับตัวลง 10,500 ตัน ส่วนข้าวสังข์หยด 14,500 บาท / ตัน ปรับตัวลง 13,500 บาท / ตัน โดยราคาข้าวสังข์หยด และเล็บกนกปี 2569 ราคาได้ปรับตัวดีขึ้นประมาณ 10 % เมื่อเทียบกับปี 2568

นายประจวบ กล่าวอีกว่า  สำหรับแนวโน้มในการทำนาน่ากังวลว่าต้นทุนจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากที่ราคาน้ำมันปรับตัวน้ำมันดีเซลจาก 31 บาท / ลิตรและหากแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีก อุปกรณ์การทำนา เช่น รถไถนา 2 ขั้นตอนขั้นตอนละ 800 บาท / ไร่ จะปรับเป็น 900 – 1,000 บาท / ไร่ รถเกี่ยวข้าว 500- 550 บาท / ไร่ จะปรับตัว 700 – 750 บาท / ไร่ และเกี่ยวกับราคาปุ๋ยที่จะบำรุงที่จะปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

“ส่วนสถานการณ์ข้าวจะเกิดขาดแคลนหรือไม่เมื่อสงครามจะมีขยายผลลากยาว ไม่น่างกังวลสำหรับในพื้นที่ทำนา เพราะชาวนาจะมีข้าวเก็บสต๊อกสำหรับตนเองได้สต๊อกไว้จำนวน 2 ตัน”

นายไพโรจน์  โรจนรัตน์  ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพัทลุง และเจ้าของโรงสีข้าวท่าโพธิ์ ค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ภาคใต้ จ.พัทลุง  เปิดเผยว่า  จากภาวะสงครามที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศตะวันออกจะมีแนวโน้มว่าราคาข้าว ราคาข้าวจะปรับตัวหรือไม่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับทิศทางว่าสงครามจะขยายผลระยะยาว และที่สำคัญข้าวจะขึ้นอยู่กับประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลกคือประเทศอินเดีย

“แต่ในขณะนี้ข้าวยังไม่มีการปรับตัวและข้าวสำหรับประเทศไทยมีปริมาณพอเพียงเลี้ยงคนได้ทั้งประเทศ”

นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า แต่แนวโน้มที่ราคาพลังงานจะมีการปรับตัวขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตข้าวจะสูงขึ้น เพราะอุปกรณ์การทำนา เช่น  รถไถนา รถเกี่ยวข้าว โลจิสติกส์ระหว่างพื้นที่นากับโรงสีข้าว และระหว่างภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ  จะมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวราคาข้าวก็จะปรับตัวตาม

สำหรับข้าวนาปีในปี 2569 ราคาปรับตัวอยู่ในทิศทางที่ดีโดยเฉพาะพันธุ์ข้าวพื้นเมืองทั้งข้าวเล็บนก ข้าวสังข์หยด ข้าวเฉี้ยง ข้าวไรซ์เบอร์รี่  โดยข้าวสังข์หยดประมาณ 14,000 บาท / ตัน ส่วนข้าวขาว  ข้าวเมล็ดยาวราคา 6,200 – 6,300  บาท ส่วนข้าวเมล็ดสั้น 6,800 – 7,000 บาท / ตัน สำหรับข้าวมีทั้งประเภทข้าวนิ่มและข้าวแข็ง

“ข้าวนาปีทางกลุ่มโรงสีข้าว สามารถรับซื้อบางรายประมาณ 10,000 ตัน  4,000 ตัน  3,000  ตัน 2,000 ตัน / ฤดู”.

นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า  สำหรับการทำนาที่ราคาดียั่งยืนมาตลอดคือข้าวเมล็ดสั้นและข้าวพื้นเมือง ข้าวเล็บนก ข้าวเฉี้ยง ฯลฯ เป็นข้าวที่ได้ราคาดีมาตลอดและยั่งยืน และสำหรับภาคใต้มีความต้องการมาอย่างต่อเนื่องและยังมีปริมาณไม่พอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งยังขาดอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะข้าวเมล็ดสัตว์กลุ่มปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงไก่ ต้องการปริมาณมาก ซึ่งปัจจุบันทางภาคใต้ จะต้องนำเข้าข้าวเมล็ดสั้นมาจากภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือและค่อนข้างจะมีต้นที่สูงจากอัตราค่าขนส่ง.

แหล่งข่าวจกผู้แทนจำหน่ายปุ๋ย จ,สงขลา เปิดเผยว่า สำหรับปุ๋ยไม่น่ากังวลเท่าที่ควรประด้นที่จะเขาดแคลนแม่ปุ๋ยหรือหัวเชื้อ เพราะปัจุบันการเกษตรกรพัฒนาปรับปรุงหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพปริมาณมากขึ้นกว่าปุ๋ยเคมี เช่นปัจจุบันเกษตรกรได้หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพประมาณเพิ่มขึ้นถึง 70  %  ใช้ปุ๋ยเคมีประมาณ  30 % ซึ่งต้นทุนการใช้ปุ๋ยจะห่างกันมาก เช่น ใช้ปุ๋ยเคมี 1 กระสอบ ขนาด 50 กก. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพได้ 3 กระสอบ ขนาด 50 กก. ราคาปุ๋ยเคมีราคากว่า 1,000 บาท / กระสอบ ขณะที่ปุ๋ยอินทรีย์ราคา 400 – 500 – 600 บาท /  กระสอบ

“การใช่ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพได้ขายตัวเติบโตมา 4-5 ปี ปัจจัยสำคัญเพราะว่าดินจะดีแม้ว่าจะให้ผลผลิตจะช้าและปริมาณไม่เท่ากับปุ๋ยเคมี แต่ในส่วนปุ๋ยเคมีดินจะแข็งดินเสียในระยะไม่นานก็จะส่งผลกระทบ”

ทางด้าน นายกรกฎ เตติรานนท์ ประธานหอการค้าภาคใต้กลุ่มฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา) เปิดเผยว่า จากภาวะเกิดสงครามในประเทศตะวันออกลางศูนย์กลางพลังงานโลกทั้งน้ำมันและก๊าซที่ส่งออกทั่วโลกซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่พ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลต้องรับมือ

“ราคาน้ำมันได้มีการปรับตัวและจะมีแนวโน้มปรับตัวต่อ เพื่อรองรับป้องกันวิกฤติ และตอนนี้ที่ได้รับผลกระทบแล้วคือโลจิสติกส์ สายการบิน ฯลฯ”

นายกรกฎ กล่าวว่า มีความเห็นว่าในการรองรับรัฐบาลจะดำเนินการได้คือต้องแก้ไขกฎหมายพลังงานเสรี โดยภาคเอกชนมีความที่จะเข้าไปลงทุนทั้งโครงการอุตสาหกรรมโซล่ารูฟ  ไฟฟ้าพลังงงานชีวมวล โรงไฟฟ้าขยะ และอุตสาหกรรมรถ (EV)

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์พลังงานจะต้องมีความพร้อมในการรองรับ สำหรับประเทศไทยมีทางเลือกทางรอดมากสามารถนำทรัพยากรบนดินมาใช้ได้นอกจากปาล์มน้ำมันแล้ว ที่สามารถแปรรูปเป็นพลังงานไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงน้ำมัน เช่น B20 B100

นั้นคืออ้อย และมันสำปะหลัง ที่แปรรูปเป็นเอทานอลพลังงานน้ำมันเบนซิน ก๊าซโซฮอลล์ ทั้งอ้อย มันสำปะหลังซึ่งเป็นเศรษฐกิจสำคัญของประเทศที่มีความพร้อมอยู่แล้ว และประการสำคัญสามารถจะสร้างเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับฐานรากได้ดีมากและยั่งยืน

“ปัจจุบันในส่วนได้มีการนำเข้ามาจากประเทศบราซิล ซึ่งปัจจุบันหากสงครามในประเทศตะวันออกกลางยืดเยื้อ ก็จะสามารถเอาวัตถุดิบที่ผลิตได้ภายในประเทศนำมาแปรรูปผลิตได้เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังเศรษฐกิจของไทย เป็นทางส่งเสริมทางรอดอีกทางหนึ่งของไทย และถือเป็นโอกาสอันสำคัญสูงสุดในขณะนี้” นายทศพล กล่าว.

ระทึก!คนร้ายก่อเหตุ จยย.บอมบ์ หน้าฐานทหารพราน จ.ปัตตานี บ้านพัก-รถยนต์เสียหายยับ

คนร้ายขับขี่จักรยานยนต์บอมบ์ หน้าฐานทหารพราน 4313  ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี แรงระเบิดเสียงดังสนั่นพังบ้านพัก-ทรัพย์สินเสียหาย สั่งเฝ้าระวังเข้ม เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว

เมื่อเวลา 04.10 น. วันที่ 18 มี.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ ได้รับแจ้งเหตุระเบิดบริเวณ หน้ากองร้อยทหารพรานที่ 4313 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ทหารพราน จึงประสานงานฝ่ายความมั่นคงเข้าตรวจสอบทันที

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องประกอบกับรถจักรยานยนต์ หรือจักรยานยนต์บอมบ์ มาจอดไว้บริเวณบ้านพัก ซึ่งตั้งอยู่ติดกับฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานดังกล่าว

โดยจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่กำลังพลมักใช้ฝากจอดรถ แรงระเบิดส่งผลให้บ้านพักและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย แต่เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ตั้งแต่เช้ามืดขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมเร่งตรวจสอบรายละเอียด เกรงว่าจะมีระเบิดซุกซ่อนไว้อีก โดยรอฝ่าย EOD เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด

ด้าน ผบ.ฉก.ปัตตานี สั่งเฝ้าระวังป้องกันเข้ม และจัดกำลังติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตี 1 ก็ยังรอ! แห่ถือแกลอนต่อคิวยาวครึ่งกิโล น้ำมันดีเซลสิงห์บุรีหมดเกลี้ยงชั่วพริบตา

ภาพที่สะท้อนความตึงเครียดของสถานการณ์พลังงานอย่างชัดเจน เมื่อประชาชนจำนวนมาก ทั้งผู้ใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ต่างพากันนำรถและถังแกลอนมารอเติมน้ำมันอย่างหนาแน่นที่บริเวณปั๊มน้ำมัน PT สาขาสระแจง บนถนนสายชันสูตร–สระแจง หมู่ 1 ตำบลสระแจง อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

บรรยากาศตั้งแต่เช้ามืดเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกังวล หลายคนยอมมาปักหลักรอคิวนานหลายชั่วโมง โดยบางรายเปิดเผยว่าเดินทางมาตั้งแต่เวลา 01.00 น. เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้เติมน้ำมันก่อนสต็อกหมด ส่งผลให้การจราจรบนถนนสายดังกล่าวติดขัดยาวเหยียดเป็นระยะทางกว่า 500 เมตร

สำหรับปั๊มแห่งนี้ ยังคงจำหน่ายน้ำมันในราคาปกติ โดยดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 30.16 บาท และเบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 31.27 บาท แต่มีการจำกัดวงเงินการเติม โดยดีเซล (B7) ไม่เกิน 700 บาทต่อคัน และเบนซิน (G95) ไม่เกิน 500 บาท เพื่อกระจายให้เพียงพอกับผู้ใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม แม้จะเปิดให้บริการตามปกติในเวลา 05.00–20.00 น. แต่จากปริมาณโควตาน้ำมันที่ได้รับในวันดังกล่าวซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการที่พุ่งสูง ผู้ประกอบการคาดการณ์ว่า น้ำมันอาจหมดภายในเวลาเพียง 4–5 ชั่วโมงเท่านั้น

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงสะท้อนปัญหาการขาดแคลนในระดับพื้นที่ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงแรงกดดันด้านพลังงานที่กำลังขยายวงกว้าง ท่ามกลางความกังวลของประชาชนที่เริ่มเร่งกักตุน ท่าทีดังกล่าวยิ่งซ้ำเติมให้ความต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจนำไปสู่ภาวะตึงตัวที่รุนแรงยิ่งขึ้นในระยะต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยต่างแสดงความหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาบริหารจัดการสถานการณ์ เพื่อไม่ให้วิกฤตลุกลามกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและการดำรงชีวิตในวงกว้าง

ข่าว/ภาพ : ประนอม พวานนท์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดสิงห์บุรี

ตำรวจปราจีนบุรีระดมกำลัง 150 นาย ไล่ล่าผู้ต้องขังหลบหนีคดีลักทรัพย์รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ปราจีนบุรี – ระดมล่าผู้ต้องขังน.ช.มนัส(เจ)   คดีลักทรัพย์มาปลูกสมุนไพรในรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรหลบหนีดึกยังไม่พบระดมกำลังมาก ตร.ราชทัณฑ์ กู้ภัยกว่า 150 ไล่ล่ายังคงล่องหน พบแค่รองเท้าแตะถอดทิ้งไว้บ้านร้าง1ข้างเตือนประชาชนระวังภัย-แจ้ง 191 หากพบ ล่าสุดดึกสงัดยังไร้วี่แวว ชุดติดตามยังคงตรึงกำลังปิดล้อมพื้นที่รกร้างเนื้อที่รวมมากกว่า 100 ไร่เศษ

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   เพจงานสืบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี  โพสต์ภาพนักโทษชายที่หลบหนี พร้อมระบุ  ข้อความว่า  …  หากมีใครพบเห็นบุคคล ดังกล่าว  ขอให้ช่วยแจ้งให้ 191 ทันที หรือ แชทเพจนักโทษหลบหนี (แหกหัก) จากที่คุมขัง ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง  สวนไผ่เนินหอม  พบเห็นล่าสุดที่ รพ.เจ้าพระยาฯ   และต่อมา  ได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ตรวจสอบพบขณะผู้ต้องขังกำลังหลบหนี  พร้อมระบุข้อความว่า … เวลา 17.28 น. พบเห็นเดินอยู่ใน รร.ท1  ท่านใดพบเห็นโปรดแจ้ง 191 โดยด่วน …

ขณะที่   เพจ สถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรี Kabinburi Provincial Police Station  ได้โพสต์ภาพคนร้ายรายเดียวกันนี้  พร้อมระบุรายละเอียด ว่า   … แจ้งเหตุผู้ต้องขังหลบหนี น.ช.มนัส  เข็มเพชร (เจ)   คดี ลักทรัพย์ ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง  ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี  หลบหนีจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เวลาประมาณ 14.00 น.

 หากท่านใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว หรือ  ทราบเบาะแสการหลบหนี กรุณาปฏิบัติ ดังนี้ 

1. โทรแจ้ง 191 ทันที   2. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง   3. อย่าเข้าใกล้หรือจับกุมด้วยตนเอง เพื่อความปลอดภัย    หมายเหตุ: โปรดช่วยกันแชร์ข้อมูลนี้เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง …

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ช่วงกลางดึกมาที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี ถนนเทศบาลดำริ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี  พบกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี  ,  เจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง กรมราชทัณฑ์ และหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี รวมจำนวนมากกว่า 150 นายกระจายกำลังโดยรอบ และ ได้ตั้งกองอำนวยการในการระดมค้นหา   ผู้ต้องขังที่หลบหนีรายนี้ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรีสถานที่ใกล้เคียงโรงเรียนเทศบาล 1 (ปราจีนราษฎร์รังสฤษฏ์) หรือ ร.ร.ท.1  ที่พบผู้ต้องหาล่าสุด

ในเบื้องต้นทราบว่า   ผู้ต้องขังที่หลบหนีรายนี้  ชื่อ  น.ช.มนัส  เข็มเพชร (เจ)   ต้องโทษคดี ลักทรัพย์  เป็นผู้ต้องขังชั้นดีใกล้ครบกำหนดพ้นโทษ  ต้องขังที่ ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูง  ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี    ก่อนเกิดเหตุหลบหนี ได้มาทำงานนอกบริเวณทัณฑสถานฯ  มาปลูกสมุนไพรที่ริเวณสวนสมุนไพรในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ต.ท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี   แล้วได้หลบหนีโดยไม่ทราบทิศทาง

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องขังดังกล่าวหลบหนีมาที่โรงเรียนเทศบาล 1 (ปราจีนราษฎร์รังสฤษฏ์) หรือ ร.ร.ท.1   และ ต่อมาพบกำลังเดินผ่านสระว่ายน้ำ สุวิมลเฮลท์คลับเลยจากด้านหลังโรงเรียนสอบเทศบาล 1ฯ  ใกล้เคียงหมู่บ้านปราจีนวิลเลจ และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่มาตรวจสอบผู้ต้องขังได้วิ่งหลบหนี

โดยวิ่งหลบไปในป่าละเมาะข้างทาง มีเนื้อที่รกร้าง กว่า 100 ไร่เศษ  หนีเข้าไปในบ้านร้างโดยช่วงนั้นฝนเริ่มตกลงมา ทางเจ้าหน้าที่ฯติดตาม รอจนฝนหยุดตกเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจึงเข้าตรวจสอบ  พบเพียงรองเท้าแตะของคนร้าย 1 ข้างทิ้งไว้  คาดว่าใช้ความมืดหลบหนีหรือหลบซ่อนตัวในป่าละเมาะ

เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมรอบบริเวณ ประจำจุดที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี  ที่สามารถไปได้หลายเส้นทาง อาทิ หมู่บ้านปราจีนวิลเลจ ศูนย์เทเลวิช หรือ  เลยไปถนนสายสุวรรณศร (ตัดใหม่) หรือ สาย 33 (ตัดใหม่)  พร้อมใช้โดรนตรวจจับความร้อน 2 ลำ เป็น ของปภ.เขต 3 จำนวน 1 ลำ   ของป่าไม้ จำนวน 1 ลำขึ้นบินค้นหากลางดึก

ล่าสุดกำที่ติดตามประกอบด้วย   ผู้คุมทั้งหมดภาคตะวันออก เขต 2 ประมาณ 50 กว่าคน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี ,เจ้าหน้าที่กู้ภัยประมาณเกือบ150คน   ตรึงกำลังสกัดเส้นทางปิดล้อมพื้นที่    พื้นที่ ประมาณ เกือบ100ไร่   สภาพเป็นพื้นที่ หนองน้ำ และ ป่าหญ้าวัชพืช รกร้าง     มีบ้านร้าง 1 หลังที่พบรองเท้า 1 ข้างตกอยู่ดังกล่าว

กระทั่ง  กลางดึก 23.45 น.  ถามจากอาจารย์วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรี ท่านหนึ่ง  (ขอสงวนชื่อ -นามสกุล)    เปิดเผยว่า    จนดึก ยังไม่พบตัวของผู้ต้องขัง  โดยทางเจ้าหน้าที่ฯใช้วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการปราจีนบุรีเป็นกองอำนวยการในการติดตามอยู่

ล่าสุด เวลาขณะนี้ 01.20 น.วันที่ 18 มีนาคม 2569  ยังไร้วี่แวว น.ช.มนัส(เจ)  และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่เปิดเผยรายละเอียด –ข้อมูลใด ๆ  เบื้องต้นทราบว่า น.ช.มนัส(เจ) ที่หลบหนี้เป็นชาว จ.นครสวรรค์ไม่ใช่คนในพื้นที่   ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะได้ติดตามนำเสนอต่อไป

โดย…มานิตย์  สนับบุญ  – ข่าว / ณัฐนันท์ – ภาพ /ปราจีนบุรี  ###

แม่สอดยกระดับคุมเข้มชายแดนไทย-เมียนมา ป้องกันลักลอบขนน้ำมันข้ามแดน

“ป.อ๊อด” นำ ปกครองแม่สอด- ฉก.ราชมนู ออกตรวจลาดตระเวนตามแนวขายแดนไทย-เมียนมา เพื่อป้องกันการกระทำความผิด และการลักลอบนำน้ำมันข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติ

นายกันต์พงศ์ พิพัฒน์มนตรีกุล “นายอำเภอนพ” นายอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มอบหมาย นายรัตนกุล สังขศิลา “ป.อ๊อด” ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคงอำเภอแม่สอด พร้อมชุดปฎิบัติการพิเศษกลุ่มงานความมั่นคง สนธิกำลังกับทหารหน่วยเฉพาะราชมนู (ฉก.ราชมนู) ออกตรวจลาดตระเวนตามแนวขายแดนไมย-เมียนมา

ทั้งนี้เพื่อป้องกันการกระทำความผิด และการลักลอบนำน้ำมันข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติ โดย การออกปฎิบัติการครั้งนี้ ไม่พบการกระทำผิดในข้อกฎหมาย

.

คนร้ายลอบบึ้มป้อมจุดตรวจยุทธศาสตร์ท่าน้ำปัตตานี เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย

ปัตตานี – คนร้ายลอบวางระเบิดโจมตีป้อมจุดตรวจยุทธศาสตร์ท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ก่อนหลบหนีไป มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อย 5 ราย

 คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด บริเวณป้อมยุทธศาสตร์ท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 19.05 น.วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 5 นาย หลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีมุ่งไปทางแยกบ้านควน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น คนร้ายได้ใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างบรรจุวัตถุระเบิดแสวงเครื่องมาจอดทิ้งไว้บริเวณจุดตรวจ ก่อนอาศัยจังหวะหลบหนีออกจากพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทางหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ระบุเหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในการมุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ เพื่อหวังสร้างความหวาดกลัว และทำทุกวิถีทางที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในชุมชน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกนายยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ยึดมั่นในหลักกฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมสอดส่องดูแลพื้นที่ และร่วมเป็นเครือข่ายด้านความมั่นคง หากพบเห็นบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือความเคลื่อนไหวผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านท่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง