168 เยาวชนหญิง ภาคอีสานตอนบน ร่วมคัดเลือก โครงการ Talent ID “ค้นป่าหาชบาแก้ว”

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า จัดกิจกรรม ค้นป่าหาชบาแก้ว อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่สอง ได้เดินหน้าต่อเนื่องในโซนที่สาม ที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อหาช้างเผือก มาติดทัพ ชบาแก้ว U17 เพื่อสานฝันในการไปเล่นฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ครั้งแรก

กิจกรรมในครั้งนี้ นำโดย ทรงยศ กลิ่นศรีสุข รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคสมาคมฯ, เชน ขำวิลัย หัวหน้าฝ่ายเทคนิค, หนึ่งฤทัย สระทองเวียน หัวหน้าผู้ฝึกสอน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี, ธิดารัตน์ วิวาสุขุ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และสมหญิง อินทรกำเเหง ผู้ฝึกสอนประจำภูมิภาค

ซึ่งในการคัดนักกีฬาผ่านหลักเกณฑ์ T+MASC โดยแบ่งการคัดเลือกแต่ละโซนเป็น 2 วัน มีกระบวนการการคัดเลือก โดยวันแรกจะเริ่มการใช้ระบบ แบ่งนักกีฬาออกเป็น 7 คน โดยแบ่งตามตำแหน่งของนักกีฬา และทุกคนที่มาเข้าร่วมกิจกรรม จะได้ลงสนามขั้นต่ำคนละ 2 เกม และคัดนักกีฬาให้เหลือขั้นต่ำ 33 คน

หลังจากนั้น ในวันที่สอง จะมีคัดเลือกนักกีฬาโดยใช้ระบบ 11 v 11 และลงสนามขั้นต่ำคนละ 60 นาที เพื่อตัดเกรดนักกีฬาทั้งหมด พร้อมบันทึกวีดีโอ เพื่อวิเคราะห์ฟอร์มการเล่น รวมถึงบันทึกสถิติรายบุคคลผ่าน GPS

หลังจากนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทสไทยฯ จะเดินหน้าต่อไปที่ โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง) ระหว่างวันที่ 26-27 กรกฎาคม 2568 เพื่อค้นป่าหาชบาแก้ว ต่อไป

#FROMGRASSROOTSTOGREATNESS #GiveEveryTalentAChance #TalentIDWomen #TalentIdentification #FIFATDS #TalentDevelopmentScheme #FAThailand

บุรีรัมย์ขับเคลื่อน ‘บ้านเมืองน่าอยู่’ เศรษฐกิจพอเพียง-ส่งเสริมฝึกอาชีพ

“โสภณ”เดินหน้า แก้ปัญหา ปากท้องชาวบ้าน นำ ชุมชน ทำเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยพ่อหลวง สร้างบ้านเมืองน่าอยู่ เกิดรายได้ พัฒนาเครือข่ายต้านยาเสพติดอย่างยั่งยืน

นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายนิสิต วงศ์หทัย นายอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ นายวีระกุล ปักเคเต ปลัดอำเภอรักษาราชการแทนนายอำเภอนาโพธิ์ นายปิยวิทย์  เชิดกลิ่น ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ นายชาติชาย ศรีษะนอก  ผู้อำนวยการสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) จับมือสำนักส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ และอำเภอนาโพธิ์ ขับเคลื่อนโครงการ “บ้านเมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจพอเพียง ผลิตภัณฑ์ดี” สร้างอาชีพให้ประชาชนหบังฤดูเก็บเกี่ยว โดยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาช่วยแก้ปัญหาเศรฐกจในครัวเรือน

นายโสภณ กล่าวว่า ปัญหาของพี่น้องประชาชน และเกษตรกรหลังฤดูเก็บเกี่ยวก็จะว่างงาน ถ้าภาครัฐหรือหน่วยงานได้ส่งเสริมให้มีงานทำอย่างโครงการนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง ร.9 มาใช้ในการดำรงชีวิต โดยยึดหลักสังคมคนในได้พึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และยังใช้เวลาเวลาว่างให้เป็นประโยชน์ทำให้ไม่หันไปพึ่งอบายมุขหรือยาเสพติด ผมยินดีสนับสนุนโครงการนี้ให้ยั่งยืน และกลายเป็นอาชีพเสริมในระยะยาวต่อไปได้ กิจกรรมโครงการประกวด “บ้านเมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจพอเพียง ผลิตภัณฑ์ดี” ครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน และจะดำเนินการจัดกิจกรรมทุกๆเดือนต่อไปนับจากนี้

นายโสภณ กล่าวต่ออีกว่า จะมีการรณรงค์ลดการเผา  สร้างอาชีพเพาะเห็ดฟาง ทำปุ๋ยหมัก และอบรมอาสาสมัครแกนนำต่อต้านยาเสพติดเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาชีวิต และสร้างอาชีพที่มั่นคง โดยมีสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับกลุ่มผักแปลงใหญ่ รวมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว จัดให้มีตลาดจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรโดยอำเภอบ้านใหม่จัดขึ้นบริเวณโรงพยาบาลบ้านใหม่ไชยพจน์ และอำเภอนาโพธิ์จัดที่ตลาดเทศบาลอำเภอนาโพธิ์ มีประชาชนเข้าร่วมทั้ง 2 แห่ง กว่า 1,000 คน ซึ่งเป็นการร่วมกันทำงานแบบบูรณาการ ระหว่างภาครัฐ

โดยที่ว่าการอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์ ภาคการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ภาคการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ และภาคเอกชน มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) สนับสนุนปัจจัยการผลิต   ทั้งนี้ มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ได้มอบรางวัลสำหรับหน่วยงานที่ชนะเลิศการประกวด จำนวนเงิน 80,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นายโสภณ กล่าว 

มกอช.เร่งยกระดับทุเรียนป่าเด็ง สู่มาตรฐาน GAP เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้เกษตรกร

มกอช. ผนึกพลัง เดินหน้ายกระดับ ‘ทุเรียนป่าเด็ง’ อัญมณีแห่งป่าตะวันตก สู่สินค้าเกษตรมาตรฐาน GAP พร้อมผลักดันขึ้นทะเบียน GI ทุเรียนเพชรบุรี เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้เกษตรกรในท้องถิ่น

ทุเรียนป่าเด็ง เป็นพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกหลัก มีชื่อเสียงในด้านความอร่อย หอมเป็นเอกลักษณ์ และมักจะปลูกแบบธรรมชาติบนพื้นที่ภูเขา ไม่ได้ปลูกเชิงพาณิชย์ จึงทำให้ผลผลิตมีปริมาณน้อย และมีจำนวนจำกัด ลักษณะทางกายภาพของ “ทุเรียนป่าเด็ง” ลักษณะผล ขนาด กลางถึงใหญ่ (น้ำหนักเฉลี่ย 2–4 กิโลกรัมต่อผล) รูปทรงผลมีทั้งแบบ กลมป้อม และ ยาวรี แล้วแต่ต้นแม่พันธุ์ เปลือกสีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม ผิวเปลือกมีหนามขนาดปานกลางถึงใหญ่ หนามไม่แหลมมาก เนื้อทุเรียนมีรสชาติหวานมัน เนื้อหนา เมล็ดลีบ เนื้อละเอียดเป็นครีม กลิ่นหอมอ่อน เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มแห้งละเอียด เส้นใยน้อย เนื้อสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม และมีฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนป่าเด็ง เริ่มประมาณช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และเก็บเกี่ยวมากที่สุดในเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม และสิ้นสุดฤดูกาลต้นเดือนสิงหาคม แล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละปี

นายณรงค์ คงไทย (ลุงจิ๋ว) เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนป่าเด็ง กล่าวว่า ป่าเด็งเป็นพื้นที่ในหุบเขาเดียวกับป่าละอู มีแม่น้ำคั่นระหว่างป่าละอูและป่าเด็ง ห่างกันประมาณ 30 เมตร รสชาติทุเรียนจึงมีความคล้ายกัน ลักษณะความแก่ของทุเรียนดูได้จากหนาม ปลายหนามมีสีน้ำตาลเข้ม ปากปลิงบวมโต เห็นรอยต่อชัดเจน ก้านผลแข็งสีเข้ม ร่องหนามห่างและมีสปริงเมื่อบีบ มีกลิ่นหอม เมื่อเคาะฟังเสียง เสียงจะโปร่งบ่งบอกได้ว่า เนื้อทุเรียนเริ่มร่อนออกจากเปลือก ทุเรียนป่าเด็งมีประวัติการปลูกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกแบบรายเดี่ยว และมีความต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำมาซื้อผลผลิตที่หน้าสวน และส่งขายในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ด้านนางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย มกอช. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี และกรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมลงพื้นที่ ณ สวนทุเรียนลุงจิ๋ว ในพื้นที่ป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบที่ได้ใบรับรอง GAP โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี มีนโยบายที่ต้องการจะยกระดับและพัฒนาทุเรียนของจังหวัดเพชรบุรี ให้มีมูลค่าสูงขึ้น เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และคาดหวังในอนาคตจะจดทะเบียนเป็นสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น หรือ GI ของจังหวัดเพชรบุรี เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิด และพานิชย์จังหวัดเพชรบุรีจะเข้ามาร่วมดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่ลักษณะดิน ว่ามีความแตกต่างจากลักษณะดินของที่อื่น ๆ อย่างไร แล้วถึงจะสามารถบ่งบอกถึงความแตกต่างของทุเรียนในแต่ละพื้นที่ รวมถึงรสชาติ และลักษณะภายนอกของผลทุเรียนด้วย ที่สำคัญก็คือ ต้องมีใบรับรองมาตรฐาน GAP หรือถ้ามีมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ก็จะดียิ่งขึ้น และจะทำให้มีความเชื่อมั่นว่าสินค้ามีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

ในปี 2568 มกอช. จึงร่วมกับหน่วยงานภาคีในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี กรมวิชาการเกษตร สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี รวมถึงอาสาสมัครเกษตร สาขา Q อาสา ในการขับเคลื่อนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานทุเรียนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเข้มแข็งด้านความปลอดภัยอาหารของจังหวัดเพชรบุรี โดยสร้างองค์ความรู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตามมาตรฐาน GAP พืชอาหาร (มกษ. 9001-2564) ในพื้นที่ จำนวน 53 แปลง และนำร่องการตรวจ 15 แปลง ในพื้นที่อำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง และอำเภอท่ายาง หากได้การรับรองตามมาตรฐาน GAP พืชอาหารแล้ว จะสามารถต่อยอดไปสู่ระบบมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

เช่น มาตรฐานหลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (มกษ. 9070 – 2566), มาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด (มกษ. 9047 – 2560), มาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สด (มกษ. 9035 – 2563) และการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งจะช่วยสร้างความเข็มแข็ง และเกิดความยั่งยืนในการผลิตสินค้าเกษตรของจังหวัดเพชรบุรี ต่อไป

ไม่หวั่น “ท่วม-แล้ง” มีธนาคารน้ำใต้ดินช่วย … สร้างโมเดลบริหารจัดการน้ำของเกษตรกร

เมื่อพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อวิถีเกษตรกรรม “น้ำ” คือปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่หลายชุมชนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม น้ำแล้ง หรือ การขาดแคลนแหล่งน้ำสำรอง ยิ่งในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวน การบริหารจัดการน้ำจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

 “เมื่อปี 2564 หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้าของเรา มีปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก จนต้องซื้อน้ำมาใช้ในการเลี้ยงหมูและปลูกพืช แต่เมื่อฝนตกหนัก กลับมีปัญหาน้ำท่วมขัง จึงนึกถึงแนวคิด “ธนาคารน้ำใต้ดิน” ซึ่งเป็นระบบเติมน้ำฝนหรือน้ำส่วนเกินในฤดูฝน ลงไปเก็บในชั้นหินอุ้มน้ำใต้ดิน เหมือนการออมทรัพยากรธรรมชาติไว้ใช้ยามจำเป็น เราจึงเริ่มทำโครงการนับตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยมีปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วมขังอีกเลย” ภักดี ไทยสยาม ประธานกรรมการ หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา บอกเล่าถึงที่มา

 โครงการเริ่มต้นด้วยการร่วมมือกันของเกษตรกรในหมู่บ้านฯ และทีมงานซีพีเอฟที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสนับสนุนหมู่บ้านฯ มาตลอด 48 ปี ควบคู่กับการถ่ายทอดความรู้อย่างลึกซึ้ง จากสถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ โดยผนวกความรู้ทางธรณีวิทยา การไหลของน้ำ และแนวคิดพึ่งพาตนเอง จนสามารถพัฒนาระบบธนาคารน้ำใต้ดิน ทั้งแบบเปิดและแบบปิดได้อย่างครบวงจร ช่วยหล่อเลี้ยงทั้งการเลี้ยงหมูและการปลูกพืชซึ่งเป็นอาชีพหลักของชุมชนได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่น้ำที่เพียงพอ แต่ยังช่วยลดต้นทุนค่าน้ำได้ถึงปีละ 1 ล้านบาท แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำเน่าเสีย เพิ่มความชุ่มชื้นในดิน ยกระดับสุขอนามัยในชุมชน จนทำให้หมู่บ้านฯ แห่งนี้กลายเป็น “ศูนย์เรียนรู้ธนาคารน้ำใต้ดิน” ที่หลายชุมชนเข้ามาศึกษาและนำไปปรับใช้

 จากความสำเร็จของหนองหว้า ที่เป็นต้นแบบของการ “ฝากน้ำไว้กับดิน” ขยายผลสู่ หมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชรต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูฝนและขาดแคลนน้ำหน้าแล้งมายาวนาน

 “ชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และซีพีเอฟ ร่วมมือกันภายใต้แนวคิด “ขีด คิด ร่วม ข่าย” ริเริ่มโครงการธนาคารน้ำใต้ดินอย่างเป็นระบบ โดยศึกษาดูงานจากหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ไปจนถึงการขุดบ่อธนาคารน้ำแบบเปิดและปิดภายในพื้นที่ รวม 10 บ่อ ชาวชุมชนสามารถนำพื้นที่เดิมที่ถูกน้ำท่วมขังกลับมาใช้ประโยชน์ทางเกษตรได้มากกว่า 50 ไร่ มีน้ำใช้ในการเลี้ยงหมูและปลูกพืชได้ตลอดปี พร้อมต่อยอดสู่โครงการ “1 บ้าน 1 บ่อ” ให้ครอบคลุมครบ 40 ครัวเรือนภายในปี 2569” พิเชษฐ์ ใหญ่แก่นทราย ประธานหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร บอกอย่างภูมิใจ

ที่นี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดการน้ำ แต่ยังพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ ที่เปิดให้ชุมชนอื่นๆ เข้ามาศึกษาดูงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ หน่วยงานท้องถิ่น และเกษตรกรจากทั่วประเทศ สิ่งที่น่าทึ่งไม่ใช่แค่เทคโนโลยีหรือโครงสร้างของบ่อธนาคารน้ำ แต่คือ “กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน” ที่ทำให้คนในชุมชนเชื่อมั่นว่า พวกเขาสามารถดูแลทรัพยากรของตนเองได้จริง

วันนี้ ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ ต่อยอดความสำเร็จของโครงการธนาคารน้ำใต้ดินทั้งสองหมู่บ้าน สู่สถานประกอบการของบริษัทอีก 8 แห่ง ทั้งที่ ฟาร์มสุรินทร์ ฟาร์มยโสธร ฟาร์มจอมทอง ฟาร์มวังชมภู ฟาร์มอุดมสุข ฟาร์มราชบุรี รวมถึงที่โรงชำแหละสุกรจันทบุรีและยโสธร ให้หันมากักเก็บน้ำไว้ใช้เอง ลดการพึ่งพาน้ำดิบจากธรรมชาติ

 โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ทั้งที่หนองหว้า กำแพงเพชร รวมถึงฟาร์มและโรงชำแหละของซีพีเอฟ สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีราคาแพง แต่เป็นการผสานพลังของชุมชน ภาคเอกชน และองค์ความรู้ท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ธนาคารน้ำใต้ดินจึงไม่ได้เป็นแค่บ่อเก็บน้ำใต้ดิน

แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการ “คิดอย่างเป็นระบบ ทำอย่างมีส่วนร่วม และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ที่ช่วยให้ชุมชนมีทรัพยากรน้ำเพียงพอ รองรับวิถีชีวิตเกษตรกรรม และสร้างความมั่นคงทางน้ำในระยะยาว เพราะการฝากน้ำไว้กับดิน คือการวางรากฐานเพื่อความมั่นคงในอนาคต

คลิกชมคลิป YouTube >>

คลิกชมคลิป TikTok >>

@cpf.journey

หมู่บ้านนี้เคยซื้อน้ำ “ปีละ 2 ล้าน” แต่ตอนนี้…น้ำเต็มบ่อ ใช้ได้ตลอดปี! “ธนาคารน้ำใต้ดิน” นวัตกรรมจัดการน้ำ ที่เปลี่ยนชีวิตทั้งหมู่บ้าน! แก้น้ำแล้ง ลดน้ำท่วม ต้นไม้โตไว เรื่องจริงจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่ฉะเชิงเทรา ดีแค่ไหน? ต้องดู หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า ธนาคารน้ำใต้ดิน เรื่องดีดีCPF Sustainability CPF ซีพีเอฟ แก้แล้งลดท่วม นวัตกรรมเพื่อชุมชน

♬ เสียงต้นฉบับ – CPF.Journey – CPF.Journey

ฝนถล่มอุดรธานีท่วมฉับพลัน ช็อคไฟดูดชาวบ้านดับ 2 ศพ

อุดรธานี- ฝนตกหนักน้ำท่วมทั่วเมืองอุดรธานีฉับพลัน เหตุระบายน้ำไม่ทัน สุดช็อคไฟดูดชาวบ้านเสียชีวิตง 2 ราย

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.568 ผู้สื่อข่าวจ.อุดรธานี รายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 17.30 น.วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ตัวเมืองจ.อุดรธานี เกิดน้ำท่วมบนนถนนแทบจะทุกสายในตัวเมืองอุดรธานี ถนนที่เคยน้ำท่วมประจำหลังเกิดฝนตกหนักก็ท่วมซ้ำซาก แม้ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลจะหาวิธีป้องกันก็ยังท่วมอยู่ดี

และวันนี้เกิดเหตุการณ์ช็อคจู่ๆ ก็มีคนถูกไฟดูดริมถนน หลังจากเกิดน้ำท่วมสูงถึง 50 ซม. บริเวณถนนในซอยคีตะกวี ตัดไปถนนรอบเมืองไปยังโลตัสรังษิณา  มีคนถูกไฟดูดจำนวน 2 รายหน้าร้านตึกแถวแห่งหนึ่งในซอย ต่อมามีพลเมืองเข้าไปช่วยปั๊มหัวใจก่อนแจ้งกู้ภัยและกู้ชีพให้การช่วยเหลือ

ในคลิปจะเห็นชาวบ้านร้องด้วยความตกใจ บอกว่า คนจมน้ำค่ะช่วยด้วยๆ มีคนถูกไฟดูดๆ สงสารเด้ เข้าไปไม่ได้ น้ำท่วมๆ ต่อมามีเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลนครอุดรธานีและกู้ชีพของรพ.ศูนย์อุดรธานีจะเข้าไปช่วยคนเจ็บ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ทันที เพราะมีน้ำท่วมสูง ไม่นานก็เข้าไปช่วยคนเจ็บรีบนำส่งรพ.ศูนย์อุดรธานี แต่ข่าวเศร้าล่าสุดชาวบ้านที่ถูกไฟดูดเสียชีวิตแล้วทั้ง 2 ราย ส่วนรายละเอียดชื่อผู้เสียชีวิตจะรายงานให้ทราบต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านคนอุดร อยากให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และกรณีเคสนี้ไฟดูดจนมีคนเสียชชีวิต อยากให้การไฟฟ้า ดูแลรับผิดชอบตรวจสอบพื้นที่ปัญหากระแสไฟรั่วทั่วเมืองและเร่งให้ดำเนินการแก้ไขโดยด่วน เพราะช่วงนี้หน้าฝน อันตรายมากแก่ผู้สัญจรไปมา ไม่งั้นมีศพต่อไปแน่

ตำรวจบุกยึดบุหรี่ไฟฟ้าลอบขายออนไลน์คาคอนโดฯย่านลาดพร้าว 101

ตำรวจไซเบอร์บุกคอนโดหรู ยึดพัสดุตีกลับเพียบ พบข้างในเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก หลังเพจออนไลน์ลอบขายโจ่งแจ้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้สืบสวนพบเพจเฟซบุ๊กบัญชีหนึ่งลักลอบประกาศจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์อย่างเปิดเผย ท่ามกลางมาตรการเข้มของรัฐบาลในการกวาดล้างปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย โดยเพจดังกล่าวจัดจำหน่ายในราคาประมาณ 360 บาทต่อชิ้น และมีบริการจัดส่งถึงบ้าน

ต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนจนพบว่า ต้นทางในการจัดส่งพัสดุเป็นคอนโดหรูแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ

ร.ต.อ.ฤทธิไกร ขุนท้าวเทียม รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 นำทีมลงพื้นที่คอนโดหรูดังกล่าว พบข้อมูลจากฝ่ายนิติบุคคลว่า มีพัสดุตีกลับจำนวนมาก มาส่งที่คอนโดเป็นประจำ ครั้งละประมาณ 10-15 กล่อง และไม่สามารถติดต่อกับเจ้าของได้ ทำให้เริ่มกังวลว่าอาจเป็นสิ่งของผิดกฎหมายหรือวัตถุอันตราย

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบพัสดุดังกล่าว พบข้อมูลตรงกับที่ได้สืบสวนมาก่อนหน้านี้ เชื่อได้ว่าข้างในเป็นบุหรี่ไฟฟ้า จึงเปิดกล่องต่อหน้าฝ่ายนิติฯ ซึ่งพบว่าทุกกล่องบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับของกลางดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กมธ.ศาสนา วุฒิสภา ร่วมพิธีทางศาสนา มหามงคล 5 ศาสนา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ร่วมพิธีทางศาสนา มหามงคล 5 ศาสนา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดโดยกรมศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรกหมู่เหล่า

(ภาพ) นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราวุธ ตีระนันทน์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ นายจรูณ กลิ่นตลบ สมาชิกวุฒิสภา นายโกมินทร์ ชินบุตร ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม นายปิยะศักดิ์ พงค์อัมพรศักดา และนางสาวปวีณ์พร กรุดทองกุล ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการฯ

พร้อมคณะฯ  เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและร่วมอนุรักษ์คุณค่าศาสนาในการสร้างความร่มเย็นให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน.

กลับมาอีกครั้ง!มหกรรมอาหารอร่อยยืน 1 เมืองปากน้ำโพ กระตุ้นกำลังซื้อ

มหกรรมอาหารอร่อยยืน 1 กว่า 70 ร้านค้า”ลุ้นรับ จับแหลก แจกความฮา” มาให้ชาวนครสวรรค์ทั้งอิ่มอร่อยและหัวเราะไปพร้อม ๆ กัน ตลอด 7 วันเต็ม

เมื่อวันที่  15 กรกฎาคม 2568 กลับมาอีกครั้งลือลั่นสะท้านเมืองสี่แคว ฉลองยิ่งใหญ่ เชิญยิ้มเชิญอร่อย ครบรอบ 2 ปี มหกรรมอาหารอร่อยยืน 1 กว่า 70 ร้านค้า”ลุ้นรับ จับแหลก แจกความฮา” มาให้ชาวนครสวรรค์ทั้งอิ่มอร่อยและหัวเราะไปพร้อม ๆ กัน ตลอด 7 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 15 – 21 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์ ขอเชิญชวนทุกท่านเพลิดเพลินกับทัพร้านเด็ด ร้านดัง เมนูโดน อาหารคาว-หวาน และพบทีมตลกดังจากรายการก่อนบ่ายคลายเครียด อาเป็ด เชิญยิ้ม    อาเด๋อ ดอกสะเดา, น้าโย่ง เชิญยิ้ม , น้าพวง เชิญยิ้ม , สุเทพ สีใส, ตี๋ ดอกสะเดา, หลุยส์ เชิญยิ้ม, บอล เชิญยิ้ม, ถั่วแระ เชิญยิ้ม, คิง ก่อนบ่าย, จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม และอีกมากมาย เพลิดเพลินกับทัพร้านเด็ด ร้านดังกว่า 70 ร้านค้า ที่พร้อมเสิร์ฟความสุขชมฟรีตลอด 7 วัน งาน “เชิญยิ้ม   เชิญอร่อย” 15 – 21 กรกฎาคม 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G

พบกับร้านเด็ด ร้านดังมากมาย อาทิ ขนมจีนกะลาและซาลาเปาหมูย่างเมืองตรัง อาเป็ด เชิญยิ้ม, อาร์ต พศุตม์ คุณชายหมูกรอบ, หยี่หลงหมูย่างเมืองตรัง, ไก่ย่างสำฤทธิ์ อร่อยสุดขีด, วายร้ายขาไทย จุ๊บ อิทธกร, หมูหันครัวลุงรงค์, กับข้าวบ้านกิ๊ก รุ่งนภา, เจ๊ไบร์ทยำแซ่ป, เอกอร่อย เอกชัย ศรีวิชัย, ปิ้ง เฉี่อย ฉ่ำ แฉะ, ขนมเปี๊ยะจักรพรรดิ, หอยจ๊อปูสุราษร์ธานี, ลุงยาวหอยทอดมาหาชัย, วันวันไก่ทอดเกาหลี, ห่อหมกเจ๊สีสำเพ็ง, บ๊ะจ่างใบบัว  อัมพวา เจ้าเดียวในไทย, ลุงเงินกาแฟหม้อดิน เชียงใหม่, บ้านขนมจีน, ชิฟฟ่อนไส้แตก, ขนมเปี๊ยะปั้นสด, คุณหลินหูฉลามเยาวราช, ลูกชิ้นปั้นสด ลูกชิ้นหมูทำเอง ลูกต่อลูก, เจ๊จุกทอดสามรส, ข้าวหลามข็อต ขนมหม้อแกงยายไฮ้ หนองมน และร้านอื่นๆ หลากหลายเมนู อีกเพียบ

งานนี้พลาดไม่ได้ ฉลองครบรอบ 2 ปี แจกหนักจัดเต็มทุกวัน! แจกมอเตอร์ไซต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมกว่า 100 รางวัลใหญ่ รางวัลใหญ่อาจเป็นของคุณ แจกจริง ทุกวัน จับรางวัลทุกต้นชั่วโมง ง่ายๆ เพียงช้อปสินค้าในงานครบทุก 500 บาท รับสิทธิ์ คูปอง 1 ใบ และแจกฮาทุกวันกับตลกคณะกล้วยไม้, ก่อนบ่ายนิวเจน, แก๊งเจิดจ้า, ถั่วแระ หลุยส์ และ บอล เชิญยิ้ม ตลอด 7 วันเต็ม ย้ำว่าชมฟรี มีทุกวัน

สำหรับพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจากคุณจตุรวิทย์ นิโรจน์ธนรัฐ รองนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีเปิด, ร่วมด้วยคุณกิตติพงศ์ บัวบุตร ประธาน YEC จังหวัดนครสวรรค์, คุณอภิรดี เพ็ญประดับพร เหรัญญิกหอการค้าจังหวัดนครสวรรค์, นายแพทย์วริศ วิมลเฉลา รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลศรีสวรรค์ นครสวรรค์, คุณอัปสร วีระสิทธิ์ Celebrity และอาเป็ด เชิญยิ้ม ผู้จัดงานเชิญยิ้ม เชิญอร่อย ให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G

ตำรวจบุกจับสีกา “กอล์ฟ”ตั้ง 3 ข้อหาหนัก เค้นสอบเส้นทางการเงิน

ตำรวจบุกจับสีกา “กอล์ฟ” คาบ้านพักนนทบุรี ตามหมายจับ 3 ข้อหาหนัก  ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน รับของโจร   ตรวจทุกคลิป-เช็คทุกเส้นทางการเงิน

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2568  พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นำกำลังเข้าจับกุม สีกากอล์ฟ อายุ 35 ปี

ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลางในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ม.147 ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน รับของโจร ภายในบ้านพักหมู่บ้านหรู จ.นนทบุรี หลังพบเส้นทางการเงินของอดีตพระเทพพัชราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชูจิตธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โอนเงินให้ 3.8 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินจากบัญชีของวัด

ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวมาทำการสอบปากคำยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. จะเข้าร่วมทำการสอบปากคำด้วยตัวเอง 

ลุยตรวจค้นหลังศาลออกหมายจับลูกชาย-ลูกสาว “ก๊ก อาน”พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตำรวจไซเบอร์ตรวจค้นเป้าหมายหลังศาล ออกหมายจับ ลูกสาว-ลูกชาย 3 คน ของนายก๊กอาน พัวพันอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซนเตอร์

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2568 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. สั่งการให้พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ นำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพและต่างจังหวัด

โดยการเข้าตรวจค้นสืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับนายก๊กอาน นักธุรกิจกัมพูชาเจ้าของคาวน์คาสิโน คนใกล้ชิดนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา และนำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้น 19 จุด เมื่อเช้าวันที่ 8 ก.ค.2568 และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่าหลายล้านบาท และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ รวบรวมพยานหลักฐานขยายผลเพิ่มเติมเพื่อยื่นขอศาลอาญา พิจารณาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องก่ออาชญากรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพิ่มเติมหลายคน 

รวมทั้งผู้ต้องหาสำคัญที่ศาลอาญาออกหมายจับ 1.น.ส.จุรี หมายจับที่ 4075/2568 ลงวันที่ 14 ก.ค.2568  2. น.ส.ภูเฌอหลิน หมายจับที่ 4079/2568 ลงวันที่ 14 ก.ค.2568  3.นายกิตติศักดิ์ หมายจับที่ 4080/2568 ลงวันที่ 14 ก.ค.2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดข้อหา การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ส่วน น.ส.จุรี  น.ส.ภูเฌอหลิน และนายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับโดยทั้งสามคนเป็นลูกชายและลูกสาวของนายก๊กอาน

อีกทั้งทางกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ พบข้อมูลความผิดปกติการมีบัตรประจำตัวประชาชนคนไทยของ น.ส.จุรี  น.ส.ภูเฌอหลิน และนายกิตติศักดิ์ ส่วนว่าจะมีเจ้าหน้าที่คนไหนหรือใครเข้าไปเกี่ยวกับความผิดในครั้งนี้บ้าง