นายอำเภอยางตลาดนำกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านสืบสานประเพณีลงแขกดำนา

นายอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ฟื้นฟูประเพณี “ทำนาวาน” หรือลงแขกดำนา ตามวิถีชาวอีสาน นำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถอนกล้าและปักดำ รณรงค์ทำนาอินทรีย์ โดยใช้ปุ๋ยคอกบำรุง ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ตั้งเป้านำผลผลิตข้าวเปลือกเป็นเมล็ดพันธุ์ ส่วนหนึ่งสีเป็นข้าวสารมอบให้ครัวเรือนยากจน และบรรจุภัณฑ์เป็น “ข้าวเหนียวบ้านยาง” เป็นของฝากปีใหม่

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 นายเอกรัตน์ มิสา นายอำเภอยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฤดูกาลทำนาปีนี้ ได้ร่วมกับชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน 15 ตำบลจำนวน 208 หมู่บ้าน ฟื้นฟูประเพณีทำนาวาน หรือลงแขกดำนา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กำหนดพื้นที่บริเวณที่ดินว่างเปล่าด้านหลังที่ว่าการอำเภอประมาณ 3 ไร่ ซึ่งจัดเป็นโซนแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้านโบราณแสดงวิถีชาวอีสาน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรบ้านกุดสังข์ ต.ยางตลาด อุทิศพื้นที่แปลงนาประมาณ 7 ไร่ ในการเข้าร่วมโครงการ สำหรับดำนาโดยใช้พันธุ์ข้าวเหนียว กข. 6 ทั้งนี้ได้ร่วมกิจกรรมลงแขกดำนาเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา

นายเอกรัตน์ กล่าวว่า การลงแขกดำนาดังกล่าว ถือเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์วิถีทำนาแบบดั้งเดิมเอาไว้ ที่นับวันจะสูญหายไป เหมาะสำหรับครัวเรือนเกษตรกรที่ขาดแคลนแรงงาน เพื่อประหยัดค่าจ้างแรงงาน แสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน โดยเฉพาะจะเป็นการเพิ่มผลผลิตข้าว และคัดคุณภาพข้าวได้เป็นอย่างดี เพราะการทำนาดำนั้นดูแลง่าย ได้ผลผลิตสูงกว่าทำนาหว่าน ทั้งนี้ ยังได้จัดเป็นแปลงนาสาธิตข้าวอินทรีย์ รณรงค์ใช้ปุ๋ยคอก และลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาสูง เป็นอันตรายต่อสุขภาพและทำให้ดินเสื่อมโทรมอีกด้วย

นายเอกรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลผลิตข้าวเปลือกที่จะได้จากแปลงนาสาธิตทั้ง 2 แห่งนี้ คาดว่าน่าจะได้ผลผลิตรวมไม่น้อยกว่า 4-5 ตัน จะนำมาแบ่งเป็น 3 ส่วนคือเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับใช้เพาะปลูกในปีต่อไป โดยจะแบ่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เข้ามาร่วมโครงการตามความเหมาะสม อีกส่วนหนึ่งนำไปสีเป็นข้าวสาร

สำหรับนำไปมอบให้ครัวเรือนยากจน ตามโครงการกาฬสินธุ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และส่วนหนึ่งบรรจุภัณฑ์ สำหรับเป็นของฝาก “ข้าวเหนียวบ้านยาง” เพื่อเป็นของชำร่วยมอบให้กันและกันหรือมอบให้แขกผู้มีเกียรติ ในโอกาสเทศกาลปีใหม่และโอกาสต่างๆต่อไป

ฝนถล่ม ‘เชียงของ’หลายพื้นที่ท่วมฉับพลัน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่บ้านเกี๋ยง หมู่ 17 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน ด้านผู้นำชุมชนแจ้งเตือนประชาชนยกสิ่งของไว้ที่สูงเพราะฝนยังตกไม่หยุด

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2568  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จังหวัดเชียงราย สาขาเชียงของ  รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่บ้านเกี๋ยง หมู่ 17 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ ว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทัน ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือน

เบื้องต้นผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยให้ความช่วยเหลือในการยกสิ่งของขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย พร้อมทั้งจัดเวรยามเฝ้าระวังระดับน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยเกี๋ยงและลำห้วยสาขาที่อาจไหลเพิ่มขึ้นอีก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ปภ. อยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมหากสถานการณ์ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

หนุ่มซิ่งกระบะเสียหลักพุ่งชนเสาตอม่อทางด่วน รถพังเละ เจ็บสาหัส

หนุ่มขับกระบะเสียหลัก พุ่งชนเสาตอม่อทางด่วนเมืองทองธานี รถพังยับเยิน บาดเจ็บสาหัส เ เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ เตรียมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง

เมื่อเวลา 02.40 น. วันที่ 14 ก.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุรถกระบะพุ่งชนตอม่อเสาทางด่วน บริเวณวงเวียนใหญ่ในเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ ทะเบียน ชัยนาท พุ่งชนตอม่อของทางด่วนอุดรรัถยา คนขับบาดเจ็บสาหัสชื่อ นายสุรสิทธิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สภาพบาดเจ็บขาขวาหักและตามใบหน้าโดนเศษกระจก

หนุ่มขับกระบะ พุ่งชนเสาตอม่อทางด่วน รถพังเละ เปิดสาเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ เตรียมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลชลประทานปากเกร็ด ขณะเดียวกันยังพบร่องรอยเบรกก่อนถึงจุดชนเพียง 10 เมตรเท่านั้น

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ โดยสันนิษฐานว่า คนขับน่าจะขับเข้ามาจากถนนแจ้งวัฒนะด้วยความเร็ว ถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นวงเวียนทำให้หยุดรถไม่ทัน เป็นเหตุให้พุ่งชนเสาตอม่อทางด่วนอย่างแรง

อย่างไรก็ตาม จะต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมกับเร่งเคลื่อนย้ายรถเก็บรักษาที่โรงพักต่อไป

ตอบโจทย์คอทุเรียน”ขนมถ้วยฟูทุเรียนมูซานคิง”หรอยแรง ยอดขายสุดปัง

โดนใจคอทุเรียน เจ้าของสวนทุเรียนในพังงา ต่อยอดผลผลิตสู่ “ขนมถ้วยฟูทุเรียนมูซานคิง” แปลกใหม่อร่อยเด็ด ยอดขายทะลัก ถูกใจผู้ที่ได้ลิ้มลองจนต้องยกนิ้วให้

นางจนาพร กิตติพรหมวงศ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 บ้านทุ่งมะพร้าว ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เจ้าของสวนทุเรียนแปลงใหญ่สวนทุเรียนอินทรีย์อารมณ์ดีสวนรวยชัย ต่อยอดผลผลิตทุเรียนภายในสวน ด้วยการนำทุเรียนมูซานคิงที่สุกจัดจนท้ายผลแตกมาแกะเอาเนื้อแปรรูปเป็น “ขนมถ้วยฟูทุเรียนมูซานคิง” โดยนำส่วนผสมที่ประกอบด้วยแป้งเค้ก กะทิสด และเนื้อทุเรียนมูซานคิงมาทำขนมถ้วยฟูสูตรแปลกใหม่

นางจนาพร กิตติพรหมวงศ์

เริ่มจากนำเนื้อทุเรียนกับกะทิสดมาปั่นให้ละเอียด แล้วเทใส่แป้งเค้กกวนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นตั้งพักไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก่อนจะตักหยอดใส่ถ้วยกระดาษใส่ในซึ้ง และนำไปขึ้นเตานึ่งประมาณ 15 นาที ก็จะได้ขนมถ้วยฟูที่มีสีเหลืองทอง รสชาติหวาน หอม นุ่ม และอร่อย เป็นที่ถูกใจของผู้ที่ได้ลิ้มลองจนต้องยกนิ้วให้ ว่าอร่อยจริง บางคนก็ว่าน่าสจะต่อยอดทำเป็นขนมสำหรับไหว้เจ้าได้เลย

นางจนาพร กิตติพรหมวงศ์ กล่าวว่า ปกติก็ทำขนมถ้วยฟูขายอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขนมถ้วยฟูฟักทอง ขนมถ้วยฟูมันม่วง หลังจากพบว่าผลผลิตทุเรียนภายในสวนบางส่วนที่สุกจัดจนท้ายผลแตก ไม่สามารถขายเป็นผลสดได้ ต้องนำไปทำเป็นทุเรียนกวน จนเกิดไอเดียว่าในเมื่อเราทำขนมถ้วยฟูอยู่แล้ว จึงทดลองนำเนื้อทุเรียนมูซานคิงมาเป็นส่วนผสมในการทำ เมื่อทำออกมาแล้วพบว่ามีสีสันสวยงาม รสชาติอร่อยจริงๆโดยได้รสชาติหอมหวานจากเนื้อทุเรียนทำให้ไม่ต้องเติมน้ำตาลเพิ่มอีก เหมาะสำหรับทานกับกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะจำหน่ายในราคาถ้วยละ 5 บาทเท่านั้น

สำหรับผู้ที่สนใจติดต่อได้ที่ 081-8913200

โจรใต้เผาวงจรปิดลวงทหารเข้าตรวจสอบ กดบึ้มหวังสังหารหมู่โชคดีไร้เจ็บตาย

คนร้ายวางระเบิดรถยนต์ทหาร ขณะร่วมตรวจสอบเหตุลอบวางเพลิง ทำลายกล้องวงจรปิดของ สภ.เจาะไอร้อง โชคดีเจ้าหน้าที่ปลอดภัย คาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.อ.สิทธิชัย บำรุงเขต ผบ.นปพ.ร่วม จ.นราธิวาส พ.อ.ปัญจพล ทรัพย์บวร ผบ.ฉก.ทพ.48 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเดินทางตรวจสอบเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4802 ริมถนนสายยานิง – เจาะเกาะ ช่วงบริเวณบ้านกือรง ม.3 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับกำลัง 3 ฝ่าย เดินทางกลับจากตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงและทำลายกล้องวงจรปิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง ได้รับความเสียหาย จำนวน 2 จุด เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.05 น ของวันที่ 12 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร ก่อนที่จะใช้เครื่องตรวจจับวัตถุโลหะและสุนัขสงครามดมกลิ่นในการเคลียร์พื้นที่ พบคนร้ายได้ขุดเจาะผิวถนนนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 20 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้าเข้าไปในป่าสวนยาง ประมาณ 100 เมตร ไปซุกไว้ โดยมีหลุมลึก 50 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ คนร้ายลอบวางเพลิงและทำลายกล้องวงจรปิด ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุระเบิด ประมาณ 500 เมตร

โดยจุดที่ 1 เจ้าหน้าที่พบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้าริมถนน ถูกคนร้ายลอบวางเพลิงโดยใช้ยางนอกของรถ จยย. เป็นเชื้อเพลิงจุดไฟแล้วใช้ไม้เกี่ยวนำไปวางแขวนไว้ที่ตัวกล้องวงจรปิด ซึ่งอยู่เหนือด้านบนของกล่องควบคุม ประมาณ 1 เมตร จนไฟได้ลุกไหม้เสียหายตกมากองอยู่ที่พื้นหญ้าใกล้กับโคนเสาไฟฟ้า

จุดที่ 2 ซึ่งเป็นการทำลายกล้องวงจรปิด ซึ่งห่างจากจุดแรก ประมาณ 1 กิโลเมตร พบลักษณะคนร้ายใช้ไม้เกี่ยวกล้องวงจรปิดจนสายไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อระหว่างกล่องควบคุมกับตัวกล้องวงจรปิดขาดหรือหลุดออกจากกัน จนกล้องวงจรปิดไม่สามารถใช้งานได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.มานพ สารวัตรสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4802 ซึ่งตั้งฐานอยู่ที่บริเวณจุดตรวจยานิง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบเผาและทำลายกล้องวงจรปิด ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง ได้รับความเสียหาย 2 จุด โดยนั่งรถยนต์ไป จำนวน 2 คัน ไล่หลังกันไปตรวจสอบจุดคนร้ายลอบเผากล้องวงจรปิดจุดที่ 1

เด็กปั๊มถ่ายน้ำมันเติมผิดเกิดไฟลุกลามไหม้อู่ซ่อมรถวอด 5 คัน เจ็บ 2

ไฟโหมไหม้อู่ซ่อมรถวอดทั้งอู่ รถอัลพาร์ด-เก๋ง-กระบะเสียหาย 5 คัน เจ็บ 2 ราย สาเหตุ เด็กปั๊มเติมน้ำมันผิดนำมาถ่ายออกแต่เกิดไฟลุก

ร.ต.ท.บูรพา ใจหาญ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองปรือ ได้ รับแจ้ง เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคม 2568  เกิดเหตุเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถยนต์และร้านยางแห่งหนึ่ง ย่านถนนพรประภานิมิต ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองหนองปรือ หน่วยป้องกันภัยพิบัติเมืองพัทยา และเทศบาลตำบลโป่ง พร้อมรถน้ำ 5 คัน รถกู้ภัย อุปกรณ์กู้เพลิง และรถพยาบาล เข้าระงับเหตุเป็นการด่วน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในอู่ซ่อมรถดังกล่าว จึงรีบปิดการจราจรทั้งสองฝั่งเพื่อความปลอดภัย และเร่งระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิง ใช้เวลากว่า 40 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบ พบว่ามีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้รวม 5 คัน ประกอบด้วยรถโตโยต้า อัลพาร์ด, รถเก๋ง และรถกระบะ ข้าวของเครื่องมือภายในอู่เสียหายทั้งหมด นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย 1 รายถูกไฟลวกที่ขา ถูกนำส่งโรงพยาบาล และอีก 1 รายคือเจ้าของรถอัลพาร์ด ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

นายธาร(สงวนนามสกุล)อายุ 21 ปี เจ้าของรถอัลพาร์ด เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ กำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ และแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่ง  แต่พนักงานเติมน้ำมันดีเซลผิดประเภท ทางปั๊มจึงแนะนำให้นำรถมาถ่ายน้ำมันออกที่อู่ดังกล่าว ระหว่างกำลังถ่ายน้ำมันใกล้เสร็จ เกิดเปลวไฟลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตนและพนักงานในอู่ รวมถึงเด็กปั๊มที่ตามมา ต้องวิ่งหนีตายกันอลหม่าน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจมีประกายไฟเกิดขึ้นในระหว่างถ่ายน้ำมัน จนลุกลามและเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม จะมีการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

ตัดทุเรียนจากสวนวางขายหน้าร้านกก.ละ10 บาท สมนาคุณลูกค้า

ชาวบ้าน ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล ชาวบ้านต่างจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องของทุเรียนราคากิโลกรัมละ10บาท พร้อมกับนำทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ซื้อมาในราคากิโลกรัมละ10บาทให้ บางคนซื้อมา 2 ลูก 9 กิโลจ่ายเพียง 90 บาท บางคนซื้อมา3ลูก17กิโลกรัมจ่ายเพียง170บาท เท่านั้นและผ่าเนื้อดูทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บ้าไปแล้ว ทุเรียนกิโลกรัมละ10บาทมีจริง

เมื่อสอบถามจึงได้รู้ว่าซื้อมาจากสวนทุเรียนช่างดำ นายนิคม พลายแสง เจ้าของสวน อยู่หมู่ที่2ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล ปกติจะขายทุเรียนพันธุ์หมอนทองราคากิโลกรัม100บาท หน้าร้าน และวันนี้ได้เปิดขายทุเรียนกิโลกรัมละ10บาทจริง ทั้งหมดประมาณ1,000กิโลกรัม แค่20นาทีก็ไม่เหลือ ส่วนทุเรียนที่นำมาขายเป็นสวนทุเรียนที่นำมาจากสวนตัวเองซึ่งเป็นทุเรียนที่เรียกกันว่าทุเรียนโบ้ หรือทุเรียนเข้ ที่มีขนาดลูกโต เปลือกค่อนข้างหนา

นายนิคม พลายแสง เจ้าของสวน บอกว่า ที่นำมาขายกิโลกรัมละ10บาทเพราะอยากสมนาคุณลูกค้า เนื่องจากตนเปิดขายทุเรียนในสวนมาประมาณ2สัปดาห์ลูกค้าอุดหนุนแน่นทุกวันจนขายแทบไม่ทัน จึงอยากสมนาคุณลูกค้า ตอนนี้มีทุเรียนหมอนทองกิโลกรัมละ100บาทขายล็อตสุดท้าย 300 กิโลกรัม จะวางขายหน้าร้านช่างดำ ถนนสายควนกาหลง-สาแยกสวนเทศสายเก่า

“เชลซี” ไล่ถล่ม “ปารีสฯ”3-0 ผงาดคว้าแชมป์สโมสรโลกครั้งแรก

การแข่งขันฟุตบอลฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ รอบรองชนะเลิศ คืนวันที่ 13 ก.ค.68 ระหว่างทีม “เชลซี” พบกับทีม “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” ที่สนาม เมตไลฟ์ สเตเดี้ยม สหรัฐอเมริกา

เปิดเริ่มครึ่งแรก นาทีที่ 22 เชลซี  ยิงประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากความผิดพลาดของ นูโน่ เมนเดส ปั๊มบอลแพ้ กุสโต้ แบ็กขวา เชลซี หลุดเดี่ยว จ่ายบอลให้ โคล พัลเมอร์ บรรจงปั่นด้วยเท้าซ้ายเล่นทางเบียดเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

นาทีที่ 30 เชลซี ได้ประตูหนีห่าง 2-0 จังหวะเข้าทำแบบเดิมทิ้งบอลไปที่ว่างหลังไลน์ฝั่งขวา ให้กับ พัลเมอร์ ซัดด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเสียบเสาไกลตุงตาข่ายอีกครั้ง และนาทีที่ 43 เชลซี ได้ประตู 3-0 จากเกมโต้กลับอีกครั้ง โดย พัลเมอร์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ เจา เปโดร โชว์เหนือชั้นชิปบอลผ่าน ดอนนารุมม่า เข้าประตูไปแบบเหนือชั้น

นาทีที่ 86 เปแอสเช มาเหลือผู้เล่น 10 คนด้วย หลังผู้ตัดสินออกไปเช็ค VAR กลับมาให้ใบแดงเจา เนเวส ที่ไปนอกเกมดึงผมคูคูเรญ่า ทดเจ็บ 5 นาทีไม่มีปัญหา เชลซี พลิกล็คคถล่มเปแอสเชเหลือเชื่อ 3-0 ผงาดคว้าแชมป์สโมสรโลก ที่เป็นการแข่งขันใน รูปแบบใหม่และกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์

ตร.บุกจับร้าน “TOM GUN KUP” ย่านมหาวิทยาลัยดังยึดน้ำกระท่อม-ยาอันตรายเพียบ

ตำรวจ ดส.สนธิกำลังบุกจับร้าน “TOM GUN KUP” ย่านมหาวิทยาลัย พร้อมน้ำกระท่อม-ยาอันตรายเพียบ

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สว.กก.ดส.บช.น. เปิดเผยว่าตามนโยบาย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.),พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ให้ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.)ดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังและติดตามดำเนินการของผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตจำหน่ายและแปรรูปเพื่อการค้า (กัญชา)และลักลอบผลิตน้ำต้มพืชกระท่อมผสมยาอันตรายโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครตามนโยบายรัฐบาลกำหนด พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.ดส., พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รอง ผกก.ดส., พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.สั่งการตรวจค้นร้านจำหน่ายกัญชาและน้ำกระท่อม ชื่อ “TOM GUN KUP” ซ.วงศ์สว่าง 11  แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ จับกุม นายจิรกิตติ์ อายุ 26 ปี ,น.ส.นันทน์ณัฏฐ์ อายุ 23 ปี พนักงานขายร้าน TOM GUN KUP

 พ.ต.ต.ยศชนินทร์ กล่าวว่าก่อนจับกุมรับแจ้งว่ามีการลักลอบผลิต 4*100 และต้มพืชกระท่อมผสมยาแก้ไอหรือยาอันตรายชนิดต่างๆ ย่านมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ กก.ดส. จึงบุกทลายแหล่งผลิตพบของกลางซุกซ่อนแน่นร้านมียาอันตรายและหลังร้านมีการน้ำต้มพืชกระท่อม จำนวน 2 หม้อ และซ่อนในตู้แช่ 19 ขวด ผู้ต้องหาให้การว่า จะผลิตน้ำกระท่อมตามสูตรหรือผสมยาต่างๆ ตามที่ลูกค้าสั่ง มีรายได้ต่อว่า 5,000-9,000 บาท  
– โดยกล่าวหาว่า 
พรบ.อาหาร พ.ศ.2522
1.ร่วมกันผลิตและจำหน่ายอาหารที่มีพืชกระท่อมเป็นส่วนผสม ม.6 (8) โทษตาม ม.50
2.เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่แสดงเลขสารบบอาหาร และฉลากภาษาไทย ซึ่งเป็นความผิดตา ม. 6(10) 
พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
1.ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.ยา ม.12
2.ร่วมกันขายยาอันตรายในระหว่างที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ม.32 
พ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537 
1 ร่วมกันประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมฯโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ม.28
พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.๒๕๔๒

1.ฝ่าฝืนศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า
– รายการของกลาง
1 ใบกระท่อมดิบ 6 ลัง
2 ยาTradolgesic แคปซูลเขียวเหลือง 560 แคปซูล
3 ยาTramada แคปซูลชมพู 300 แคปซูล
4 ยา Volcidol-s เม็ดสีขาว 80 เม็ด
5 ยาซีซา ไซรัป  18 ขวด
6 ยาฟาเทค ไซรัป 10 ขวด
7 ยาคลินิโคล ไซรัป 2 ขวด
8 ยาซาโนดริล 5 ขวด
9 ยาโปรลีน ไซรัป 5 ขวด
10 ยาโปรเมทาซีน ไซรัป 55 ขวด
11 ยาเบนาดริล 22 ขวด
12 ยาดาทัสซิน 31 ขวด
13 ยาไดเฟ็นนิล 4 ขวด
14 ยาซีเฟนดริล 5 ขวด
15 ยายูนิแรกซ์ 7 ขวด

16 ยาอาซาคอก 2 ขวด
17 ยาอเลอร์ยิ่น 47 ขวด
18 น้ำกระท่อมขนาด 1.5 ml 19 ขวด
19 ขวดเปล่าขนาด 1.5 ml 72 ขวด
20 ฝาขวดพลาสติกสีดำ 64 ฝา
21 ช่อดอกกัญชา Permanent Marker 50 กรัม
22 ช่อดอกกัญชา Runtz x Sherb 25 กรัม
23 ช่อดอกกัญชา Truffle queen 25 กรัม 
24 ขนมบราวน์นี่ผสมกัญชา  70 ชิ้น
25 เครื่องชั่งดิจิตอล 1 เครื่อง
26 เครื่องคิดเงินสด 1 เครื่อง
27 เงินสด 2825 บาท
28 แผ่น QR Code รับเงินร้าน ชื่อTGK Soi11 บัญชี นายชยุตพงศ์ ไตรพร  1 แผ่น
29 ขวดปั๊มใส่ยาดาทิสซิลและอเลอร์ยิ่น รสราสเบอร์รี่ 800 มิลลิลิตร
30 ถังแก๊สยี่ห้อเวิล์ดแก๊ส ขนาด 15 ลิตร 1 ถัง
31 เตาแก๊สขนาด 5 นิ้ว 2 หัว
32 หมอต้มขนาด 50 ลิตร 3 ใบ
33 โทรศัพท์ OPPO A57 รุ่น CPH2387 สีฟ้า 1 เครื่อง
34 แท็ปเล็ท l10Pro  สีดำ 1 เครื่อง
นำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.ต.ยศชนินทร์  กล่าวว่าปัจจุบัน มีวัยรุ่นหลายกลุ่ม นิยมถามหายาโปรเมทาซีน ยาโปรโคดิล และยาทรามาดอล ตามร้านยา เพื่อนำมาผสมกับยาแก้ปวดหรือยาแก้ไอ แล้วเสพให้เกิดความมึนเมา ซึ่งการทำแบบนี้ ก่อให้โทษต่อร่างกายและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เนื่องจากเป็นยาอันตรายที่ใช้ในกรณีมีอาการปวดรุนแรง ซึ่งการนำยาดังกล่าวมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงสูง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง ง่วงซึม หากได้รับยาเกินขนาด ระบบหัวใจและหลอดเลือดจะล้มเหลว เกิดอาการชัก และระบบหายใจทำงานช้าลงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

18 ล้อเบรคแตกชนวินาศสันตะโรขาเข้าสระบุรีรถยนต์ยับ 10 คัน เจ็บ 3

รถบรรทุก 18 ล้อเบรคแตกพุ่งชนสนั่นบริเวณลงมอกลางดง ขาเข้าสระบุรี รถยนต์เสียหาย 10 คันลง บาดเจ็บ 3 ราย

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 68 ที่ สภ.กลางดง  พ.ต.ท. ธนโชค พัฒนทวี สว.(สอบสวน)สภ.กลางดง ภ.จว.นครราชสีมา รับแจ้งจากศูนยวิทยุสภ.กลางดง ว่าเกิดเหตุอุบัติเหตุรถบรรทุกเบรกแตก เฉี่ยวชนรถเสียหายจำนวนหลายคันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ บริเวณลงมอกลางดง ขาเข้าสระบุรี ต.พญาเย็น อ.ปากซอง จ.นครราชสีมา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบชุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสว่างวิชา และเจ้าที่โรงพยาบาลปากช่องนานา

ที่เกิดเหตุบริเวณขาลงเงากลางดงพบ รถเทเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียนตัวแม่ 79-1542 กทม. ทะเบียนตัวลูก 78-2351 กทม. รถพ่วงอีซุซุบรรทุกไม้ทะเบียนตัวแม่89-0080 นครราชสีมา ทะเบียนตัวลูก89-0081 นครราชสีมา เฉี่ยวชนรถยนต์จำนวน 10 คัน เป็นรถบรรทุกพ่วง 2 คัน รถกระบะ 4 คัน และรถยนต์เก๋ง4 คัน

 ประกอบด้วยรุแวนอีซูซุบอลทอง ทะเบียน 6 ฬ 8238 กทม.,รถกระบะฟอร์ดสีดำ 1ฒธ 6885 กทม.,กระบะอีซุซุสีดำ บธ 30 ตาก,เก๋งโตโยต้าสีดำ ศอ 9358 กทม.,เก๋งฮแอนด้าสีขาว ทะเบียน9 กผ5746 กทม ,กระบะฟอร์ดสีดำ ทะเบียน จฉ700 กทม.,กระบะฟอร์ดสีบรอนซ์ทะเบียน 2ฒม5032 กทม.,เก๋งโตโยต้าสีดำ ทะเบียน3กฬ6763 กทม.,รถเก๋.นิสสันสีบรอนซ์ ทะเบียน3688 นครราชสีมา และ กระบะโตโยต้าสีน้ำตาลทะเบียน ณร287 กทม

โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย นายวิทยา อุตรพรม อายุ 34 ปี ขับรถเทเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์มีบาดแผลขนาดใหญ่ขาด้านซ้าย,นางพจนีย์ พลจันทร์ทึก อายุ39 ปี ขับเก๋งสีขาวมีอาการแน่นหน้าอก  และนายมนตรี พูนธนาลาภ อายุ58 ปี แผลฉีกขาดที่ศีรษะและคิ้ว เบื้องต้นเจ้าที่นำส่งโรงพยาบาลผู้ทำการรักษาตัวโดยเร็ว

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับรถเทเลอร์ ในฐานความผิด ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ