ไทยตรึงเข้ม ทหารเมียนมาใช้เครื่องบิน YAK-130 ทิ้งระเบิด 7 ลูกใส่ KNLA ตรงข้ามตาก

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 .สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก ทหารรัฐบาลเมียนมา ได้ใช้อากาศยาน (แบบ YAK-130) จำนวน 2 ลำ ทิ้งระเบิด จำนวน 7 ลูก  ทำการโจมตีทางอากาศทิ้งบอมส์  ใส่บริเวณพื้นที่วางกำลังของกองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง  Karen National Liberation Army –KNLA บริเวณพื้นที่โรงพยาบาลวาเล่ย์ใหม่ , สำนักสงฆ์ทียะริ และ เจดีย์หยั่วโด้เเส่กล่อ อ.วาเล่ย์ใหม่ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง  สหภาพเมียนมา  

ทั้งนี้เพื่อป้องกันค่ายทีตาแหล่ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้าย ที่อยู่ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก    ห่างจากแนวชายแดน 2 กม. โดยไม่มีผลกระทบต่อฝั่งไทย

โดย ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู  กองกำลังนเรศวร  ได้จัดกำลังพลออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจชายแดน เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ชาวบ้านคนไทย ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน

แวะหาผักพื้นเมือง ผลไม้ท้องถิ่น ของกินโบราณมาที่ “หลาดนัดโคกโพธิ์”

ใครที่อยู่ชายแดนใต้หลายๆคน อาจคุ้นเคย “หลาดโคกโพธิ์” หรือ “ตลาดนัดโคกโพธิ์” ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นตลาดประจำอำเภอเก่าแก่  ดูแลโดยเทศบาลโคกโพธิ์  ย้อนกลับไปเมื่อสมัย 50 ปีก่อน ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอและสถานีอนามัย แต่ด้วยสังคมเมืองที่มีความเจริญ สถานที่อาจคับแคบ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้ขยายออกไปยังสถานที่ใหม่ เส้นทางไปน้ำตกทราย ห่างจากสถานที่เก่าราว 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งชุมชนชาวไทยมุสลิม

นึกถึงหลาดโคกโพธิ์ยุคก่อน จะมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นแหล่งขายเสื้อผ้ามือสอง ขายปลาทะเลแห้ง ปลาสด ที่แม่ค้าในแต่ละอำเภอจ.ปัตตานีนำมาขายกัน รวมทั้งแหล่งขายผัก ผลไม้พื้นบ้าน ยิ่งฤดูกาลทุเรียน เงาะโรงเรียน มังคุด ลางสาดและลองกอง  ชาวสวนแถบอ.โคกโพธิ์จะตัดใส่ท้ายรถมอเตอร์ไซน์มาจอดวางขายกันในราคาถูก อย่างเงาะเจ๊ะโมง บางปีโลละ 10 บาท แต่ปัจจุบันหาทานยากนิด แต่ผู้บริโภคได้ทานผลไม้สดๆตัดจากต้นในสวนมาขายกัน

ยุคปัจจุบัน “ตลาดโคกโพธิ์” เปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ยังมีมนต์เสน่ห์ยามเช้า ทุกวันเสาร์ จัดเป็นตลาดนัดชุมชน ชาวสวน แม่ค้าขนกันมาแต่ละท้องถิ่นมาวางขาย ทั้งอาหารแห้ง อาหารสดๆ ใครที่กลับจากกรุงเทพฯมาเยี่ยมบ้านและทำงานอยู่ต่างจังหวัด จะคิดถึงอดีต ลองมาเดินชมตลาด จะได้ซื้อของกินบ้านบ้านที่ไม่เคยเจอที่ไหนขาย แวะมาที่ตลาดแห่งนี้ มีหมดตั้งแต่สากะเบือยันเรือรบจริงๆ

อย่างลูกมุด เงาะ แมลงดาทะเล แกงสมรม แมงดา รวมทั้ง ขนมพื้นบ้านในอดีต อย่างขนมคอเป็ด ยาเส้น ใบจาก ปลาแป้งแดง และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย ที่สำคัญราคาถูกมากๆ แกงใส่ถุง ผัดสะตอกุ้งแค่ถุงละ30 บาท รวมทั้ง ผักสด ที่นำมาทานกับน้ำพริกและขนมจีน อย่างยอดจิก ผักเสี้ยนดอง สะตอด่าน (เมล็ดใหญ่) ใช้สำหรับแกงสมรม ผัดสะตอกุ้ง หรือนำไปต้มจิ้มกับน้ำพริก แม้ว่า ยุคปัจจุบันค่าครองชีพจะสูง ราคายางจะตกต่ำ ปาล์มน้ำมันราคาร่วง แต่สินค้าไม่ได้ปรับราคาพุ่งขึ้นมาสูงมาก

ส่วนปลาทะเล กุ้ง ปู หอย แม้ค้า รับซื้อมาจากประมงพื้นบ้านแบบสดๆ จากชายทะเลอ่าวไทย ต่างคนต่างขนมาวางขายกันมากมาย เนื่องจากโคกโพธิ์กับชายทะเลฝั่งอ่าวไทย ระยะทางไม่ได้ห่างไกลกันมาก

ยิ่งฤดูผลไม้เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ช่วงฤดูกาลทุเรียนและเงาะ บอกเลยว่า แวะมาตลาดโคกโพธิ์ มีให้เลือกมากมาย และยังเป็นแหล่งทุเรียนทรายขาวพันธุ์ดี และยังมีอีกหลายๆสายพันธุ์ ราคาไม่แพง เนื่องจากชาวสวนขนมาขายเอง หรือรับซื้อจากท้องถิ่นใกล้บ้าน ส่วนเงาะโรงเรียนพันธุ์ดีเนื้อกรอบหวานฉ่ำ ราคาช่วงนี้โลละ 40 บาท

หากมีโอกาสผ่านอ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี แวะมาชมตลาดยามเช้าทุกวันเสาร์ บอกเลยว่าใครอยากหาผักพื้นบ้าน ของกินโบราณ ผลไม้ท้องถิ่น มาที่นี่มีหมด ราคาไม่แรง มีแค่ร้อยบาทขนผลไม้ได้กลับบ้านถุงใหญ่ พ่อค้า แม่ค้าใจดี ต่อรองได้ตามสภาพ บางคนยังมีแถมกลับบ้านให้อีก

ขนมไหว้พระจันทร์ ‘รวมดารา’ 3 ดาวมิชลิน จาก Kyo Roll En“Collaboration Mooncake with 3 Michelin-Star Chefs” ผนึกกำลัง 3 เชฟมิชลินจากสิงคโปร์

Kyo Roll En (เกียวโรลเอ็น) ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ 2568 ส่งตรงความอร่อยข้ามประเทศ นำสุดยอด 3 เชฟเชื้อสายจีนจากสิงคโปร์ รวม 3 ดาวมิชลิน จาก 3 ร้านอาหารชื่อดัง รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์รุ่น “Collaboration Mooncake with 3 Michelin-Star Chefs” เปิดรับจองแล้ววันนี้!! ที่ Kyo Roll En ทุกสาขา

“Collaboration Mooncake with 3 Michelin-Star Chefs” ขนมไหว้พระจันทร์ ‘รวมดารา’ เชฟมิชลิน นำโดย เชฟ Jason Tan (เจสัน ตัน) จาก Euphoria ร้านอาหารฝรั่งเศส 1 ดาวมิชลิน ในสไตล์ Gastro-Botanica เน้นใช้พืชผักในการปรุงซอสฝรั่งเศส เชฟ Zor Tan (ซอร์ ตัน) จาก Born ร้านอาหาร fine dining 1 ดาวมิชลิน สไตล์ฝรั่งเศส – จีน ผสมผสานอาหารตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน อย่างมีเอกลักษณ์ และเชฟ LG Han (แอลจี ฮาน) จาก Labyrinth ร้านอาหารแห่งแรกของโลกที่นำพาอาหารสัญชาติสิงคโปร์ไปคว้า 1 ดาวมิชลิน

และอันดับที่ 37 ของเอเชียจาก Asia’s 50 Best Restaurants 2025 รวมทั้งยังโด่งดังจากรายการบน Netflix จับมือ Collab กับเชฟเดช คิ้วคชา จาก Kyo Roll En เชฟขนมหวานคนไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลระดับโลก Best Pastry Chef จากLa Liste ประเทศฝรั่งเศส และล่าสุดในปีนี้ กับรางวัลเชฟขนมหวานยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จาก Asia’s 50 Best Restaurants 2025

ขนมไหว้พระจันทร์ ‘รวมดารา’ ระดับเชฟ 3 ดาวมิชลิน ความอร่อย ในแบบฉบับ ไทย – จีน – ญี่ปุ่น – สิงคโปร์ กับ 4 รสชาติพิเศษ :
• Kaya Toast (คายา โทสต์) จากร้าน Euphoria – แรงบันดาลใจจากขนมประจำชาติสิงคโปร์ “Kaya Toast” ขนมปังสังขยา พร้อมเนยถั่วรสเค็มนิดๆ
• Sweet Potato-Oolong Tea (มันหวาน-อู่หลง) จากร้าน Born – มันหวาน Satsuma Imo พันธุ์พิเศษจากเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เติมความหอมด้วยชาจีนอู่หลง หอมเข้มข้นจากใบชาแท้ๆ ที่ดัดแปลงมาจาก “Signature Dessert”


• ‘Orh Nee’ (Taro) (โอนีแปะก๊วย) จากร้าน Labyrinth ของหวานขึ้นชื่อของชาวจีน ทำจากเผือกหอมกวนอย่างละเอียด ยัดไส้แปะก๊วยและแห้วกรุบกรอบ พร้อมโกจิเบอร์รี่ เพื่อสุขภาพ​
• Yuzu Lava จากร้าน Kyo Roll En รสยอดนิยมตลอดกาล…ส้ม “ยูซุ” ขึ้นชื่อจากญี่ปุ่น มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

อร่อยยิ่งขึ้น เมื่อทานแบบอุ่นร้อนๆ ให้สัมผัสไหล​เยิ้มแบบเนื้อลาวาบรรจุในกล่องกระเป๋าหูหิ้วทรงไม้ไผ่ หุ้มผ้า ‘Batik’ (ผ้าปาเต๊ะ) ผ้าทอลวดลายประจำชาติสิงคโปร์ เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและมิตรภาพที่ดี เพิ่มความหรูหราด้วยลายฉลุกรอบภาพบันทึกเรื่องราวเทศกาลไหว้พระจันทร์บนกล่อง ด้านในบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 4 รสชาติ รสชาติละ 2 ชิ้น พร้อมกระปุกชาพิเศษ Yuzu Sencha ชาเขียวเต็มใบเกรด Premium จากเกียวโต ‘blend’ กับเปลือกส้ม ‘ยูซุ’ กลิ่นหอม ชุ่มคอ เพิ่มอรรถรสในการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ได้ดีเยี่ยม ราคากล่องละ 1,688 บาท

NEW! พลาดไม่ได้…ขนมไหว้พระจันทร์สูตรกวางตุ้ง ต้นตำรับยาวนานกว่าพันปี ตำนานความอร่อยในแบบฉบับ
Kyo Roll En เก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น กับ 4 รสชาติสุดพิเศษ:
​1) Cookie Crust (New 2025) ครั้งแรกในไทย! Mooncake ผิวนอกเปลือกคุกกี้กรุบกรอบ ไส้ชีสและถั่ว Almond เคี้ยวเพลิน
​2) Pistachio Lava (New 2025) ถั่ว ‘พิสตาชิโอ’ หอมมัน ให้อารมณ์เหมือน ‘ช็อกโกแลตดูไบ’​
​3) Lava Custard คัสตาร์ด ไข่เค็มลาวา สูตรฮ่องกง อบแบบ Double-Baked สัมผัสเนียนนุ่ม
​4) Durian Lava ทุเรียนหมอนทอง ไหลเยิ้มแบบ ‘ลาวา’

​จำหน่ายในกล่อง Mooncake 2 ขนาด Traditional Cantonese Mooncake 8 ชิ้น 4 รสชาติ (รสชาติละ 2 ชิ้น) ราคา 1,388 บาท บรรจุในกล่องจิวเวลรี่ลิ้นชัก 2 ชั้น ฝาอะคริลิคใส หรูหราอลังการ แต่ละชิ้นบรรจุในกล่องของขวัญชิ้นเล็ก เหมาะสำหรับส่งมอบเป็นของขวัญ และขนาด 4 ชิ้น อร่อยครบทั้ง 4 รสชาติ ราคา 688 บาท บรรจุในกล่องกระดาษแข็งทรงกระเป๋าถือสุดเก๋

​เปิดรับจองผ่านเว็บไซต์ www.kyorollen.com/order รับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. – 12 ต.ค. 68 ที่ Kyo Roll En ทุกสาขา หรือใช้บริการจัดส่งได้ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Line : @kyorollen หรือโทร. 062-2264555

ปชช.ทั่วสารทิศแห่ปิดทอง-ไหว้ขอพร “พระเจ้าใหญ่” วัดหงส์บุรีรัมย์เสริมสิริมงคล

บุรีรัมย์-ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบไหว้ขอพร  ปิดทอง “พระเจ้าใหญ่” องค์จำลองวัดหงษ์  อย่างเนืองแน่น เพื่อเป็นศิริมงคลต่อครอบครัวและชีวิต

ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดต่างพาครอบครัว บุตรหลาน เดินทางไปกราบไหว้ขอพร และปิดทอง “พระเจ้าใหญ่” องค์จำลองวัดหงษ์  ตั้งอยู่ที่บ้านศีรษะแรด ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ อย่างเนืองแน่นในช่วงวันหยุดยาว โดยพระเจ้าใหญ่ เป็นพระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 133 เซนติเมตร สูง 222 เซนติเมตร มีพุทธลักษณะและศิลปะการสร้างที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์องค์เดียวในประไทยเลยก็ว่าได้ คือสร้างด้วยเนื้อผงหรือว่าน นับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นยุคโบราณโดยแท้ ที่มีการผสานผงให้มีความแข็งแกร่งทนทาน และเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์เดียวที่สามารถปิดทององค์จริงได้ สันนิษฐานว่า น่าจะสร้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ 8 (พ.ศ.700-800)

สำหรับ ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระเจ้าใหญ่ ทำให้พุทธศาสนิกชนนิยมไปขอให้ท่านช่วยอยู่เสมอ มักจะสมความปรารถนา ได้ในสิ่งที่ต้องการ เพียงแต่ต้องมีความศรัทธาในพุทธศาสนาให้มั่นคงก่อน ถ้าไปเพราะอยากลองดี หรือมีความโลภ ไม่มีใครสมหวังสักราย กลับจะพบกับความวิบัติตามติดตัว เรื่องราวที่ผู้คนหรือชาวบ้านนิยมไปขอหรือบนบานกับพระเจ้าใหญ่ ก็คือ การสาบานเลิกสิ่งเสพติด ของมึนเมา ผู้ใดปฏิบัติได้ชีวิตจะพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง

ถ้าผิดคำสาบานจะมีอันเป็นไปต่างๆ นานา การสาบานเมื่อตกลงกันไม่ได้ หรือการหาผู้ทำผิดไม่ได้ เมื่อผู้ใดทำผิดก็จะมีอันเป็นไปต่างๆ นานา ทุกรายการบนบานเพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและการงานรวมทั้งการอธิษฐานขอให้สิ่งที่ปรารถนา เช่น การขอมีบุตร การขอให้โชคดี เป็นต้น เมื่อผู้ที่มาบนบาน ได้ในสิ่งที่ตัวเองปรารถนาแล้ว ก็ต้องนำสิ่งของมาถวายเป็นการแก้บนหลวงพ่อ ตามที่สัญญาไว้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังกลางแปลง และการปิดทองเปลว เป็นต้น

นอกจาก พระเจ้าใหญ่แล้ว ที่วัดแห่งนี้ ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกอย่างก็คือ พระพุทธรูปที่แกะมาจากนอแรด ที่นี่จึงได้ชื่อว่า บ้านหัวแรด ส่วนที่มีชื่อหงษ์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น ว่ากันว่า มีพรานป่าเข้ามาล่าหงส์ตัวหนึ่งที่หนีเข้ามาในบริเวณวัดจนมาพบกับพระเจ้าใหญ่ และพากันมาตั้งชุมชน “โนนย่านาง” มาจนถึงปัจจุบัน

ข่าว/ภาพ : สุรชัย  พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

ยอมกันไม่ได้! “อดัม” บู๊ภาค 2 “เพชรสาม”, “ซุปเปอร์บอล” ชนแกร่ง “อิบรากิม” นำทัพลุยศึก ONE ลุมพินี 116

หยุดพักไปหนึ่งสัปดาห์ กลับมาบู๊สนุกกันต่อให้หายคิดถึงในศึก ONE ลุมพินี 116 ที่ยกขบวนนักกีฬาแถวหน้ามาวัดฝีมือกัน รวมทั้งหมด 12 คู่ พร้อมถ่ายทอดสดยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 18 ก.ค.นี้ เริ่มคู่แรก 19.30 น.

คู่เอกเป็นการเปิดศึกรีแมตช์เดือดระหว่าง “อดัม ส.เดชะพันธ์” มวยฮอตเชื้อสายไทย-มาเลย์ วัย 17 ปี ดวลคู่ปรับเก่า “เพชรสาม” นาห์ยัน โมฮัมเหม็ด นักสู้ตัวแทนฝรั่งเศส-แอลจีเรีย วัย 16 ปี ในกติกามวยไทย 112 ป.

อดัม vs เพชรสาม

“อดัม” และ “เพชรสาม” เคยเจอกันครั้งแรกในศึก ONE ลุมพินี 107 เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทั้งคู่ต่างเปิดหน้าแลกอาวุธชุดใหญ่เข้าใส่กันอย่างสมศักดิ์ศรี แต่ช่วงท้าย “อดัม” โชว์ฮึดไล่บดจน “เพชรสาม” ออกอาการช็อตให้เห็น ครบ 3 ยก ผู้ชี้ขาดบนเวทีชูมือให้ “อดัม” ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ (2-1 เสียง) ไปแบบสะใจ

ชื่อของ “อดัม” ถูกแฟนมวยจับตามองเป็นพิเศษในฐานะเป็นน้องชายของ “อาลีฟ ส.เดชะพันธ์” ที่กำลังโลดแล่นอย่างสวยงามบนเวทีระดับโลกอยู่ในเวลานี้ โดย “อดัม” เจ้าของสถิติชนะถึง 51 ไฟต์จากทั้งหมด 60 ครั้ง ตั้งใจย้ำแค้นเหนือ “เพชรสาม” ให้ทุกฝ่ายหายข้องใจ เพื่อเดินหน้าสานฝันตามรอยพี่ชายขึ้นมาสร้างชื่อเสียงในระดับที่สูงขึ้นเช่นกัน

ทางฝั่ง “เพชรสาม” เจ้าของแชมป์เวทีมวยอ้อมน้อย รุ่น 108 ป. เปิดตัวในศึก ONE ลุมพินี 96 เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา จัดการน็อกเร็ว “เพชรนพเดช นพเดชมวยไทย” พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท เข้ากระเป๋า กลับมารอบนี้ “เพชรสาม” หวังล้างอายจากความผิดพลาดในไฟต์ล่าสุดด้วยการเอาคืน “อดัม” ให้ได้แบบเด็ดขาด เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าใครฝีมือเหนือกว่ากัน


พันฤทธิ์ vs แอนตาร์

คู่รองของรายการเอาใจแฟนมวยสายบู๊ประกบให้ “พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี” จอมบู๊เดือด วัย 28 ปี จากพัทลุง นัดวัดพลังหมัดกับ “แอนตาร์ คาเซม” นักชกสายดุดัน วัย 26 ปี ตัวแทนจากฝรั่งเศส/เบลารุส ในกติกามวยไทย 142 ป.

“พันฤทธิ์” ผ่านประสบการณ์ในศึก ONE ลุมพินี มาอย่างโชกโชน โดยคว้าชัยมาได้ 6 จาก 11 ครั้งที่ขึ้นสังเวียน พร้อมรับโบนัส 350,000 บาท ไปแล้ว 3 ครั้ง ล่าสุดเขากู้หน้าจากความพ่ายแพ้ 2 ไฟต์ติด ด้วยการกดน็อกยกแรก “สุขสวัสดิ์ พีเค.แสนชัย” ในศึก ONE ลุมพินี 106 เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ไฟต์นี้ “พันฤทธิ์” พร้อมกลับมาสานต่อฟอร์มเก่ง วางแผนมาสู้กับ “แอนตาร์” อย่างรัดกุมลุ้นเก็บชัยไฟต์ที่ 7 ให้ได้

ขณะที่ “แอนตาร์” กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝักอีกครั้ง เมื่อเก็บชัยได้รวดใน 3 ไฟต์หลัง บวกสถิติชกในศึก ONE ลุมพินี เป็น 5-3 และคว้าโบนัส 350,000 บาท ติดมือไป 2 ครั้ง ล่าสุดชนะคะแนนไม่เอกฉันท์เหนือ “กฤษณะ ดาวเด่นมวยไทย” ในศึก ONE ลุมพินี 98 เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา งานนี้ “แอนตาร์” ตั้งใจอยากปราบจอมบู๊อย่าง “พันฤทธิ์” เพื่อสานต่อฟอร์มแรงเพิ่มโอกาสเข้าใกล้ซิวสัญญา ONE ต่อไป

ซุปเปอร์บอล vs อิบรากิม

คู่เอกภาคอินเตอร์เปิดศึกกู้ศรัทธาระหว่าง “ซุปเปอร์บอล ทีเด็ด99” จอมฝีมือ วัย 28 ปี จากหนองบัวลำภู เดินหน้าชิงโอกาสคืนชีพกับ “อิบรากิม อับดุลเมชิดอฟ” มวยหมัดหนัก วัย 30 ปี จากรัสเซีย ในกติกามวยไทย 138 ป.

“ซุปเปอร์บอล” เปิดตัวใน ONE ลุมพินี ได้อย่างร้อนแรง ด้วยการชนะคะแนนคู่ชก 3 รายรวด พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท ไปได้ 1 ครั้ง ทว่าในปี 2567 เขากลับโชว์ฟอร์มเก่งไม่ออก เมื่อพ่ายน็อกติดกัน 2 ไฟต์ให้กับ “อิลยาส มูซาเอฟ” จากรัสเซีย และ “พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี” ตามลำดับ ศึกนี้เป็นไฟต์แรกของ “ซุปเปอร์บอล” ในปี 2568 เจ้าตัวจึงตั้งเป้าขอสยบ “อิบรากิม” เพื่อเรียกความเชื่อมั่นคืนมา

ด้าน “อิบรากิม” ออกตัวบนเวที ONE ลุมพินี ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เมื่อจัดการน็อกสองนักชกเจ้าถิ่นชื่อดังอย่าง “ยามีน พีเค.แสนชัย” และ “ดวงสมพงษ์ จิตรเมืองนนท์” ลงได้ตามลำดับ ก่อนถูกหยุดความร้อนแรงพ่ายทีเคโอยกสุดท้ายด้วยน้ำมือของ “เมืองไทย พีเค.แสนชัย” ในศึก ONE ลุมพินี 100 เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โอกาสนี้ “อิบรากิม” มุ่งมั่นไม่ขอพลาดซ้ำสอง พร้อมบุกแหลกอัด “ซุปเปอร์บอล” ให้ชัดเจน

นอกจากนี้ แฟนมวยจะได้เห็นการกลับมาของ “เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” ที่ลงศึกป้องกันอันดับ 3 ของแรงกิง ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต (135-145) จากคู่ชกซูเปอร์สตาร์คิกบ็อกซิ่งจากญี่ปุ่น “ยูกิ โยซะ” ร่วมด้วย “เพชรหนึ่ง” ไอแซค โมฮัมเหม็ด ดาวรุ่งจากฝรั่งเศส-แอลจีเรีย ที่จะวางเดิมพันสถิติไร้พ่ายกับ “ฮารุยูกิ ทานิตสึ” อีกหนึ่งนักสู้อันตรายจากแดนซามูไร

โปรแกรมการแข่งขันทุกคู่ศึก ONE ลุมพินี 116
คู่เอก อดัม ส.เดชะพันธ์ vs เพชรสาม เพชรมวยไทย (มวยไทย 112 ป.)
คู่รอง พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี vs แอนตาร์ คาเซม (มวยไทย 142 ป.)
ต้มยํากุ้ง ภูมิใจไทย vs วัชรพล สิงห์มาวิน (มวยไทย 130 ป.)
โกโก้ ม.รัตนบัณฑิต vs ตี๋ใหญ่ ทีเด็ด99 (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
ปานเผด็จ เอ็นเอฟ.ลูกสวน vs ศิริโชค ส.สมหมาย (มวยไทย 130 ป.)
ยอดกิตติ เฟี้ยตปทุม vs ผามออีแดง ช.โชคอำนวยชัย (มวยไทย 122 ป.)
ซุปเปอร์บอล ทีเด็ด99 vs อิบรากิม อับดุลเมชิดอฟ (มวยไทย 138 ป.)
เพชรหนึ่ง เพชรมวยไทย vs ฮารุยูกิ ทานิตสึ (มวยไทย 117 ป.)
เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส vs ยูกิ โยซะ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
ทัตสึมิตสึ วาดะ vs อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
อายากะ มิอูระ vs ฮูลีอานา โอตาโลรา (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
ฮิโรบา มิโนวา vs ลี ซัง ชัล (การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

เมนูส้มตำผลไม้ตามฤดูกาล@บ้านสวนคุณส้มตำ แซ่บเวอร์คู่เมืองตรัง

สองแม่ลูกแกนนำวิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาลัดดา ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เปิดร้านบ้านสวนคุณส้มตำผุดไอเดียนำผลไม้นานาชนิดในพื้นที่ ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะและกระท้อน มาปรุงเป็นเมนูส้มตำพิเศษสุดแซ่บต้อนรับลูกค้า

นางอำนวย สังข์ช่วย หรือ ส้มตำ  และ นางสาวกัลยาณี สังข์ช่วย หรือ แต๊ว สองแม่ลูก แกนนำวิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาลัดดา ได้ร่วมกับสมาชิกในหมู่บ้านรวม 8 คน ช่วยกันทำร้านอาหารพื้นบ้านที่มีชื่อว่า “บ้านสวนคุณส้มตำ” ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เพื่อจำหน่ายอาหารคาว-หวาน โดยเน้นไปที่ส้มตำ ลาบ น้ำตก หมูย่าง ไก่ย่าง และอาหารตามสั่ง รวมทั้งสละอินโดลอยแก้ว ซึ่งเปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 5 ปี มีลูกค้าให้ความสนใจไปใช้บริการเป็นจำนวนมากาย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากช่วงนี้ตรงกับฤดูกาลผลไม้ของภาคใต้ และในพื้นที่ ต.ปากแจ่ม ก็เป็นแหล่งผลิตผลไม้นานาชนิดที่ขึ้นชื่อ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ แต่จากสถานการณ์ที่ปีนี้ผลไม้หลายอย่างมีราคาตก สองแม่ลูกและสมาชิกจึงได้เกิดแนวคิดนำผลไม้เหล่านี้มาปรุงเป็นเมนูพิเศษต้อนรับลูกค้า โดยเฉพาะเมนู “ส้มตำทุเรียนหมอนทอง” ที่จะใช้เนื้อทุเรียนหมอนทองแบบห่าม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า มันควาย นำมาสไลด์บางๆ แล้วคลุกกับเครื่องปรุงส้มตำรสจัดจ้าน หรือเมนู “แกงส้มทุเรียนปลากะพง” ที่จะใช้เนื้อทุเรียนหั่นชิ้นพอคำ ใส่ในน้ำแกงส้มใต้รสกลมกล่อม

นอกจากนี้ก็ยังมีเมนู “แกงส้มกุ้งมังคุดคัด” ที่ใช้มังคุดดิบ หรือมังคุดแก่ โดยปอกเปลือกทั้งลูกลงในหม้อแกงจนได้รสเปรี้ยวอมหวานอย่างเป็นเอกลักษณ์ หรือเมนูส้มตำมังคุดคัด ส้มตำเงาะปลาร้า และส้มตำกระท้อน ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 80 บาท โดยมีให้เลือกทั้งแบบใส่ปูและไม่ใส่ปู ส่วนเมนูแกงส้มผลไม้ มีราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท สำหรับอาหารอีสานและอาหารตามสั่ง จะมีราคาเริ่มต้นที่ 40 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองเมนูต่างๆ ล่วงหน้าได้ที่ โทร.(092) 642-0713 ซึ่งร้านจะเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์–เสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สองแม่ลูก บอกถึงไอเดียที่มาของเมนูพิเศษเหล่านี้ว่า เกิดจากการแปรรูปผลไม้ตามฤดูกาลที่ปีนี้มีปริมาณมาก โดยเฉพาะทุเรียนที่หล่นจากต้นในช่วงพายุ จึงนำมาใช้ประโยชน์ โดยเริ่มจากการทดลองทำกินกันเองในครอบครัว ก่อนพัฒนามาเป็นเมนูจำหน่ายแก่ลูกค้า ประกอบกับชาวบ้านพื้นที่ตำบลปากแจ่มเอง ส่วนใหญ่ก็ทำสวนผลไม้อย่างมากมายหลายชนิดอยู่แล้ว จึงช่วยกันพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พร้อมปรับปรุงฝายน้ำล้นในหมู่บ้าน ให้เด็ก ๆ ได้เล่นน้ำเย็นสบายและยังมีสไลเดอร์อีกด้วย

อ.พานสะอื้น!น้ำป่าทะลักท่วมบ้านห้วยดอกอูน-บ้านสันทราย เดือดร้อนหนัก

เชียงราย- ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ท่วมถนนบ้านห้วยดอกอูน-บ้านสันทราย อ.พาน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 06.00 น. เกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานเกือบ 2 ชั่วโมง ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากลงลำห้วย และไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มบางส่วนในพื้นที่หมู่บ้านห้วยดอกอูน หมู่ 20  และ บ้านสันทราย หมู่ 1 ตำบลเจริญเมือง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้โดยเฉพาะที่บ้านสันทราย พบว่าระดับน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นผิวถนนในเส้นทางหลัก ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญจากตัวเมืองเชียงราย มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอพาน ทำให้สามารถสัญจรได้เพียง 1 ช่องจราจร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงเช้า ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมเครื่องมืออำนวยความสะดวก เพื่อเร่งระบายน้ำและอำนวยความปลอดภัยด้านการจราจร

ขณะที่ นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอพาน นายทนงศักดิ์ เทพนิล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเจริญเมือง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ที่เกิดน้ำป่าไหลหลากและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบางส่วน และเร่งให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน พร้อมสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ 

พืชผักราคาตกต่ำ ฉุดรายได้วูบ เกษตรกรอีสานแห่เรียนเทคนิคแปรรูปสู้วิกฤต

เกษตรกรจากหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 50 คน เดินทางมาเข้าอบรมความรู้ด้านการแปรรูปพืชผักสวนครัว ที่บริเวณหน้า หจก.แม่ตังกวย ฟู้ดส์ หมู่ที่ 3 ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา โดยมีนายสาธิต ประเสริฐสันติสุข เจ้าของ หจก.แม่ตังกวย ฟู้ดส์ ซึ่งรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรมาทำพริกแกง และน้ำจิ้มสุกี้ เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ เรื่องการแปรรูปพืชผักสวนครัว อาทิ มะกรูด มะนาว ข่า ตะไคร้ เป็นต้น ให้กับเกษตรกรผู้สนใจ และนำไปปรับใช้ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับพืชผักสวนครัว โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ซึ่งสินค้าการเกษตรหลายชนิดพาเหรดราคาตกต่ำเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักสวนครัวทั่วประเทศ

นายสาธิต ประเสริฐสันติสุข เจ้าของ หจก.แม่ตังกวย ฟู้ดส์ กล่าวว่า ปัญหาราคาพืชผักสวนครัวตกต่ำถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยเฉพาะมะกรูดและมะนาวที่ล้นตลาดช่วงเข้าพรรษาเป็นประจำทุกปี ในขณะที่ช่วงปีใหม่ถึงสงกรานต์ราคาจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งในช่วงราคาตกต่ำ เกษตรกรควรหันมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น ฝานผิวแล้วตากแห้ง โดยมะกรูดสด 10 กิโลกรัมจะได้ผิวแห้ง 1 กิโลกรัม และเนื้อแห้ง 2 กิโลกรัม ซึ่งสามารถขายได้ในราคาสูงถึง 70 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับผิว และ 30 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับเนื้อ

“การแปรรูปต้องเลือกวัตถุดิบที่ไม่มีเชื้อรา ไม่เน่าเสีย เพราะจะกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สำหรับโรงงานแปรรูปจะรับซื้อมะนาวที่มีตำหนิหรือสีเหลืองได้ ตราบใดที่ไม่เน่า ซึ่งต่างจากช่วงที่ราคาสูง โรงงานจะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าสดไว้ขายในตลาดทั่วไป ทั้งนี้ ตนมองว่าการอบรมในครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังสิ่งใดมาก นอกจากต้องการให้เกษตรกรไทยมีความรู้ รู้เท่าทันตลาด สามารถหาพาร์ทเนอร์ รู้วิธีขนส่งสินค้า และสร้างอาชีพให้คนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการก็สามารถมีรายได้จากการแปรรูปพืชผักได้เช่นกัน”นายสาธิต กล่าว

ด้านนางสาวครึงนุข วงศ์เย็น เกษตรกรชาวจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตนเดินทางไกลกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อมาเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเครือข่ายเกษตรกรที่ตนอยู่ด้วย ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 500 ครัวเรือน ทั้งที่ทำเกษตรอินทรีย์และผู้เริ่มต้น ต่างประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด โดยเฉพาะมะกรูดและมะนาวที่ราคาตกต่ำมากในช่วงหน้าฝน ปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ตนมองว่าการอบรมครั้งนี้เปิดมุมมองใหม่

ปัจจุบันยังคงขายตรงให้กับผู้บริโภครายย่อยในตลาดเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับเกษตรกรรายย่อย แต่ยังไม่สามารถจัดการกับผลผลิตที่ล้นตลาดได้ ตนจึงพยายามมองหาโอกาสใหม่ๆ เช่น การร่วมมือกับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพที่สามารถรับซื้อผลผลิตและนำไปต่อยอดเป็นธุรกิจแปรรูป ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งการรวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนก็จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการด้านการผลิตและการตลาดได้ดียิ่งขึ้น ตนหวังว่าการแปรรูปจะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เกษตรกรรายย่อยอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่นางรุ้งเพชร์ ศุภสมภพ อายุ 57 ปี เกษตรกรชาวจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ตนมีพื้นที่เกษตรประมาณ 10 ไร่ อยู่ใกล้บึงน้ำ จึงเหมาะกับการปลูกพืชตระกูลเครื่องแกง เช่น มะกรูด ข่า และตะไคร้ โดยเฉพาะมะกรูดที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นผิว เนื้อ หรือใบ และสามารถตากแห้งทำเป็นสมุนไพรหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ จึงถือเป็นพืชสร้างรายได้แบบพาสซีฟ (passive income) สำหรับตนเอง ตนเคยได้รับคำแนะนำจากโค้ชผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนเลือกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และได้รับความรู้หลายอย่างจากผู้รับซื้ออย่างแม่ตังกวย ซึ่งให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ ไม่ปิดบังเคล็ดลับ พร้อมแนะนำเทคนิคต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรขายสินค้าให้กับผู้อื่นได้อย่างอิสระ ตนมองว่าการมีเครือข่ายที่ดี มีผู้ให้คำปรึกษาที่ไว้ใจได้ เป็นเรื่องที่สำคัญมากในยุคที่เกษตรกรต้องแข่งขันกับปัจจัยหลายด้าน และตลาดที่ไม่แน่นอน การแปรรูปจึงเป็นทางออกที่ตนเลือกเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และกระจายรายได้ให้คนในชุมชน

อัพเดทชีวิต “เจ๊อ๋อ” ถูกหวย 90 ล.เงินหมดแล้ว รับจ้างดำนา-ทำไร่

จากกรณี นางวรรณลี ปัญญาใส อายุ 51 ปี ชาว ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หรือ “เจ๊อ๋อ ” สาวดวงเฮง ถูกลอตเตอรี่ 90 ล้าน ประจำงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 หมายเลข 149840 จำนวน 15 ใบ แต่หลังจากโชคดีชีวิตกลับพลิกผัน ได้แยกทางกับ นายสมภาร สุรัญกุล หรือ เสี่ยเต้ย อดีตสามีโดยแบ่งทรัพย์สินให้มูลค่า 30 ล้าน แต่เสี่ยเต้ยเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 หลังเป็นโสดเจ้อ๋อก็ใช้ชีวิตแบบตามใจตัวเอง ทั้งทำบุญ ช่วยเหลือและดูแลผู้คนที่อยู่รอบข้าง จนกระทั่งวันที่ 4 ก.พ. 65 เจ้อ๋อได้ออกมาประกาศว่า เงินที่ถูกหวย 90 ล้านได้ใช้จ่ายหมดแล้ว หลังจากนั้นผู้ที่เคยห้อมล้อมได้หนีหายหน้าไป ทำให้เจ้อ๋อรู้ซึ้งถึงจิตใจของคน แล้วหันกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ตอนนี้เจ๊อ๋อ รับจ้างดำนา ที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านม่วงหวาน หมู่ 4 ต.หนองหว้า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นที่นาของ นายสงวน เทียมสม อายุ 64 ปี ได้จ้างชาวบ้านมาดำนา 8 คน โดยหนึ่งในผู้รับจ้างดำนามี นางวรรณลี ปัญญาใส หรือ เจ๊อ๋อ 90 ล้าน กำลังดำนาอยู่ในแปลงนาที่มีโคลนตมลึกประมาณ 30 ซม. ด้วยท่าทางที่คล่องแคล่ว พูดหยอกล้อกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน มือซ้ายถือต้นกล้า มือขวาปักดำต้นกล้า โดยสวมกางเกงขายาว เสื้อแขนยาวสีดำ สวมผ้ากันเปื้อนสีดำ มัดผมแต่ไม่สวมหมวก เพราะบรรยากาศมืดครึ้มไม่มีแสงแดด

ส่วนเพื่อนๆ ที่มารับจ้างดำนาด้วยกันก็ต่างช่วยกันดำนา บางคนก็ขับรถไถ บางคนก็หาบกล้ามาวางไว้ให้เพื่อน จนกระทั่งเวลา 12.00 น. เจ้อ๋อได้หยุดพัก แล้วเดินขึ้นมาเถียงนา เพื่อเตรียมอาหารกลางวันให้เพื่อน โดยขึ้นมาจัดทอดเปาะเปี๊ยะทอดใส่จาน และตำส้มตำไว้รอเพื่อน

เจ๊อ๋อ เล่าว่า มารับจ้างดำนา ได้ค่าจ้างวันละ 300 บาท เงินที่ได้จะเอาไว้ให้ลูกสาวและหลานไปโรงเรียน ที่เหลือก็จะเอาไว้ซื้อของใช้ภายในบ้าน เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน ชีวิตทุกวันนี้บอกได้ว่าโคตรสบาย เพราะว่าไม่มีเงิน ใช้ชีวิตแบบสมถะมาก เพราะ 1 วัน ใช้เงิน 100 บาทไม่หมด หรือแทบจะไม่ได้ใช้เลย เพราะว่าตอนที่มีเงินเราจะแบ่งให้คนอื่นกินและดื่มตลอด พอทุกวันนี้เราตกมาอยู่ในฐานะไม่มีเงิน เขาก็เรียกตนไปดื่มกิน เราแทบจะไม่ได้จ่ายอะไร ก็ขอบคุณทุกคนทั้งเพื่อนพี่น้องที่มีใจให้กับตน วันนี้มีการจ้างดำนา เพื่อนไปเรียกตนก็มา เพราะเราเคยกินดื่มด้วยกันมา

ทั้งนี้ ปกติจะไปเต้นที่หน้ารถแห่ แต่ถ้ามีคนมาจ้างไปทำความสะอาดบ้านตนก็ไป บางทีก็จ้างไปนั่งดริ๊งเป็นเพื่อนก็ไป แล้วแต่งานที่จะมีคนมาจ้าง เจ้อ๋อยิ่งกว่าเคอรี่ แต่ต้องจ้างค่าแรงอย่างต่ำต้อง 300 บาท แต่ถ้าไปนั่งดริ๊งเป็นเพื่อนก็ได้ไม่ถึง 300 บาท เพราะได้ดื่ม ได้น้ำมันรถเต็มถัง และได้เงินติดตัว 100-200 บาท ตอนนี้เงิน 100 บาทมีค่ามาก ตนไม่ได้ซื้อข้าวกินเพราะไม่กินข้าวที่บ้าน จะไปขอกินข้าวบ้านนั้นบ้านนี้ บางวันก็ไปกินข้าวที่วัด เพราะมีความสุขและชอบมากเลยที่มีชีวิตแบบนี้

ขณะที่ทุกวันนี้ก็ยังไปทำบุญเหมือนเดิม การทำบุญไม่เคยขาด แต่ว่าทำบุญตามศรัทธาที่ตนมี จะไม่ทำเหมือนเดิม ส่วนเรื่องคู่ชีวิตตอนนี้ไม่อยากมีแล้ว ไม่รู้ว่าจะเอามาทำไม เพราะว่าหาเงินได้วันละไม่ถึง 100 บาท จะเอาคู่ชีวิตมาทำไม เพราะเงินจะไม่พอใช้ อยู่คนเดียวดีกว่า การอยู่คนเดียวเป็นอะไรที่โคตรสบายเลยและมีความสุขมาก อยู่กับเพื่อนหากคิดถึงเพื่อนคนไหน หรือเพื่อนเรียกเราก็ไปหา อยู่ดูลูกหลานเติบโตโคตรจะมีความสุข เรื่องชีวิตคู่ขอหยุดไม่เอาแล้วขออยู่คนเดียว ซึ่งวันที่ 13 กรกฎาคม จะเป็นวันคล้ายวันเกิดครบอายุ 51 ปี จะนำเลข 51 และเลข พ.ศ. เกิดคือ 17 ไปเสี่ยงโชค

ส่วนเรื่องการทำนาตนทำมาตั้งแต่เด็ก ทำนาก็เหนื่อยปกติอยู่แล้ว ไม่ได้สบาย จะไม่ทิ้งประเพณีที่พ่อแม่พาทำนาเด็ดขาด เพราะเมื่อแก่ตัวมา ก็ต้องหันมาพึ่งจุดนี้ จะรวยเลิศเลอมาจากไหน ก็หนีไม่พ้นชีวิตชาวนา ขนาดดาราทั้งรวย ทั้งสวย ทั้งเก่ง สุดท้ายก็ยังไปทำไร่ ทำนา เป็นชาวสวน

ขณะที่ นายสงวน เทียมสม อายุ 64 ปี เจ้าของที่นา เล่าว่า เฉพาะที่นาตนมี 3 ไร่ วันนี้จ้างชาวบ้านมาดำนา 7 คน คนมาหาบกล้า 1 คน รวมเป็น 8 คน ให้ค่าจ้างคนละ 300 บาท ส่วนค่าจ้างรถไถนาไร่ละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 1800 บาท จะให้เสร็จภายในวันเดียว ซึ่งเจ๊อ๋อมารับจ้างดำนาด้วย โดยเจ้อ๋อจะมาทุกปี ถ้าไปบอกเจ๊อ๋อก็จะมาทันที.

“หมี่เตี๊ยวบ้านโป่ง”สูตรดั้งเดิมชาวจีนแต้จิ๋ว ส่งออกไกลไปถึงยุโรป

“หมี่เตี๊ยว” แบรนด์ดังท้องถิ่น ของดีประจำบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่ไม่เพียงอร่อยจนต้องบอกต่อปากต่อปาก แต่ยังดังไปไกลถึงตลาดต่างประเทศและยุโรป! “หมี่เตี๊ยว”สืบทอดสูตรดั้งเดิมจากชาวจีนแต้จิ๋ว สู่รุ่นที่ 3 โดย “โรงหมี่เตี๊ยว ตราหงส์-มังกร” กลายเป็นเส้นมงคลโอท็อป 5 ดาว มาตรฐานฮาลาล พร้อมเสิร์ฟหลากเมนูเด็ดทั้งไทย-เทศ!

 “โรงหมี่เตี๊ยว ตราหงส์-มังกร” แห่งนี้ที่ตั้งอยู่เลขที่ 109 หมู่ 3 ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี บริหารงานโดย “คุณบัญชา ทองเวโรจน์”  คือความภาคภูมิใจของครอบครัวที่สืบทอดการทำหมี่เตี๊ยวมานานกว่า 60 ปี ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว

เคล็ดลับของเส้นหมี่เตี๊ยวมีความเหนียวนุ่ม เค็มน้อย เส้นไม่ขาดง่ายเมื่อผัดหรือปรุง รสชาติกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมจากแป้งสาลีธรรมชาติ มีให้เลือกทั้งสีเหลืองอ่อนและสีเหลืองเข้มจากขมิ้น นิยมนำไปทำหลากหลายเมนูทั้ง ผัดซีอิ๊ว ผัดหมี่ฮ่องกง ผัดพริกแห้ง แกงไก่หมี่เตี๊ยว หรือแม้แต่ผัดไทยสไตล์ฟิวชัน

คุณบัญชา เล่าถึง เส้นหมี่เตี๊ยวของบ้านโป่งนั้นมีชื่อเสียงตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษที่อพยพมาจากจีน เริ่มจากทำในครัวเรือนจนขยายเป็นโรงงาน ปัจจุบันที่บ้านโป่งมีโรงหมี่ถึง 12 แห่ง แต่โรงหมี่ของเขาได้ยกระดับด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย ควบคุมคุณภาพเส้นได้คงที่ และได้รับ มาตรฐานฮาลาล ส่งออกไปยังซาอุดีอาระเบีย ยูเออี อังกฤษ และอเมริกา

 “หมี่เตี๊ยวเป็นเส้นแห่งมงคล ชาวจีนเชื่อว่าเส้นยาวคืออายุยืน เราเลยปรับให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ ทั้งทำเมนูฟิวชันแบบสปาเก็ตตี้ หรือผัดหมี่แห้งสไตล์โมเดิร์น” 

การทำตลาดนั้นคุณบัญชา บอกว่า  ผลิตภัณฑ์มีวางจำหน่ายในร้านค้าทั่วไป ราคาย่อมเยา – แบบแพ็ก 300–500 กรัม ราคา 30–50 บาท หรือแบบกิโลกรัมละ 70–90 บาท เส้นเล็กจะมีราคาสูงขึ้นตามความนิยม

“หมี่เตี๊ยวถือเป็นสินค้ามงคลที่เหมาะแก่การเป็นของฝากปีใหม่ งานแซยิด หรือใส่ในกระเช้าของขวัญ และยังพยายามผลักดันให้ผู้ผลิตในชุมชนได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับการตลาดและการขายมากขึ้นในอนาคต”

 สำหรับใครที่อยากลองชิม “หมี่เตี๊ยว” เส้นแห่งความอร่อยและโชคดีแบบต้นตำรับ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณบัญชา ทองเวโรจน์ โทร. 081-7676600 หรือ 032-201160