ระทึกกลางกรุง!ชายคลั่งแย่งปืนตำรวจขณะเข้าระเหตุยิงใส่จนท.เจ็บ 2

หนุ่มเมาคลั่งแย่งอาวุธปืนตำรวจสายตรวจสน.สุทธิสารและยิงใส่เจ้าหน้าที่ระหว่างเข้าระงับเหตุบาดเจ็บ 2 นายบริเวณซอยรัชดา 16

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.68 เกิดเหตุชายคุ้มคลั่งแย่งอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรงจสน.สุทธิสาร ยิงใส่ตำรวจเจ็บ 2 นาย บริเวณสวนหย่อมคอนโดไลฟ์แอดรัชดา  ซอยรัชดา 16 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กทม.

โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งพบชาย กำลัง อาละวาด ในสวนคอนโดไลฟ์แอดรัชดา  ซอยรัชดา 16 เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชายดังกล่าว จึงได้พยามพูดคุย และขอเชิญตัวไปที่สน.เนื่องจากชายดังกล่าวมีอาการคล้ายมึนเมา  แต่ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวได้เข้ามาแย่งอาวุธปืนสายตรวจ ในขณะที่ยื้อแย่งปืนเกิดลั่นออกมาจำนวน 2 นัด ถูกเสื้อเกาะบริเวณหน้าอกซ้ายและแฉลบไปโดนต้นแขนด้านซ้าย ก่อนจะควบคุมสถานการณ์และควบคุมตัวชายคนดังกล่าว

ต่อมาทราบชื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บคือ ส.ต.ท.วรดร ถิระธนาบูรณ์  ผบ.หมู่ (ป) สน.สุทธิสาร และส.ต.ท.จิรายุทธ ราชอาจ ผบ.หมู่ (ป) สน.สุทธิสาร ถูกนำตัวส่งโรงบาลตำรวจ ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายจิรศักดิ์ โลเกต อายุ 26 ปี เจอที่ได้กุมตัวสอบสวนต่อที่สน. สุทธิสาร

ปลัด มท.เผย “มท.1 ภูมิธรรม” สั่งลุยกวาดล้างกลุ่ม Application ดังนำเด็กสาวมาเปลือยไลฟ์สดออนไลน์แสวงหาประโยชน์

ปลัด มท.เผย “มท.1 ภูมิธรรม” สั่งการชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบูรณาการนำหมายศาลบุกจับ Admin กลุ่ม Application ดัง นำเด็กสาวมาเปลือยไลฟ์สดออนไลน์แสวงหาประโยชน์ พร้อมช่วยเหลือ 2 เหยื่อค้ามนุษย์ พบอายุต่ำสุดเพียง 16 ปี ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

วันนี้ (10 ก.ค. 68) เวลา 06.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กรมการปกครอง บูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการ “Discord disconnected” จับกุมหนุ่มหัวใส นำเด็กสาวมาเปลือยไลฟ์สดออนไลน์หารายได้ 

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยของสังคม และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ด้วยการรวมกันสร้างสุข ขจัดทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยได้สั่งการให้มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่องกับอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมการค้ามนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำลายอนาคตของเยาวชน ซึ่งจะเป็นตราบาปอยู่ในโลกออนไลน์ ไม่ว่าผู้กระทำจะอยู่ที่ใด หรือใช้ช่องทางใดก็ตาม ให้ติดตามจับกุมตัวมาลงโทษให้ได้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

สำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครองได้ร่วมกับนายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พล.ต.ต.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง นายพุทธภูมิ นาชัยเริ่ม นายอำเภอธวัชบุรี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด  พ.ต.อ.ภาสกร หินเธาว์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี นำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเข้าแสดงหมายค้นหมายจับของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด จับกุมหนุ่มหัวใสนำเด็กมาเปลือยไลฟ์สดออนไลน์หารายได้ พร้อมตรวจค้นบ้านเพื่อหาพยานหลักฐานในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครอง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิเพื่ออิสรภาพ (The Exodus Road)  และโครงการไซเอนเทีย (The Scientia Program) ว่า มีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาแสวงประโยชน์จากการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกทางออนไลน์ผ่าน Application “Discord” อันเป็นการกระทำเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และมีการยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม จึงนำไปสู่การขอหมายจับ และหมายค้นจากศาลจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเข้าจับกุมผู้กระทำความผิด และเข้าตรวจสอบบ้านพักของบุคคลดังกล่าว ในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 

“ผลการปฏิบัติการพบของกลางหลายรายการที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และเอกสารการโอนเงิน รวมถึงหลักฐานทางดิจิทัลจำนวนหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ของกลุ่มในแอปพลิเคชัน Discord อย่างเป็นระบบ โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็กมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ , ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า ส่งออก หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กด้วยวิธีใด ๆ  การค้า การแจกจ่าย การแสดง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้าสื่อลามกเด็ก การโฆษณาว่าสื่อลามกอนาจารเด็กจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด ตามประมวลกฎหมายอาญา พร้อมนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ยังได้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย จำนวน 2 คน พบเป็นเด็กสาวอายุ 16 ปี จำนวน 1 คน และเด็กสาวอายุ 17 ปี จำนวน 1 คน และได้พาตัวไปเข้าสู่กระบวนการกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ National Referral Mechanism (NRM) สัมภาษณ์เพื่อคัดกรอง และคัดแยก โดยสหวิชาชีพ และเตรียมนำตัวส่งเข้าบ้านพักเด็กฯ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ จากการตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์  ทั้งนี้ ในการจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นหนึ่งในแอดมิน ได้พบผู้เสียหายเพิ่มเติม เป็นเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งจะได้ทำการให้ความช่วยเหลือต่อไป

นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า กระทรวงมหาดไทยขอขอบคุณสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา และบริษัท Meta ที่ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนภารกิจกรมการปกครองในครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือการสืบสวนเพื่อจับกุมผู้ต้องหาและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ นำมาสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ดังกล่าว

ด้าน นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ในยุคดิจิทัลที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของประชาชนทุกคน ได้มีกลุ่มคนใช้เทคโนโลยีอย่างไม่เหมาะสม เป็นช่องทางสำคัญในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในรูปแบบที่แฝงมากับการชักชวน หลอกลวง หรือบังคับผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคมโดยรวม

“กรมการปกครองในฐานะหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และขอย้ำเตือนไปยังผู้ที่คิดจะเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยตรง หรือการสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิดผ่านโลกออนไลน์ กฎหมายของประเทศไทยได้กำหนดโทษที่รุนแรงไว้ ซึ่งเป็นโทษจำคุกที่มีอัตราโทษสูง และปรับเป็นเงินจำนวนมาก เราขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย หรือการชักชวนที่น่าจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์ผ่านสื่อออนไลน์ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หมายเลขโทรศัพท์ 1567” นายรณรงค์ กล่าวเพิ่มเติม

#ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง
#ค้ามนุษย์ #อาชญากรรมออนไลน์ #กรมการปกครอง #กระทรวงมหาดไทย

ส่อง “ไร่เพชรปิ่นทอง”ต้นแบบเกษตรปลูกสละหวานพันธุ์สุมาลี รายได้ปัง

เกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จของ “ไร่เพชรปิ่นทอง” บ้านเลขที่ 72/9 หมู่ 6 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่สองสามีภรรยา นายมนิต และนางพัชรี ภิรมย์ศักดิ์ พนักงานบริษัทที่ออมเงินซื้อที่ดิน 22 ไร่ ทดลองปลูกสละหวานพันธุ์สุมาลี จนวันนี้ผลผลิตออกดีเกินคาด เตรียมขยายเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกสละ หวังให้เกษตรกรหันมาปลูกแทนพืชล้มลุก-อ้อย

นายมนิต เล่าว่า เมื่อ 7 ปีก่อนตัดสินใจปลูกสละพันธุ์สุมาลีที่สั่งต้นพันธุ์มาจาก จ.จันทบุรี แม้พื้นที่จะอยู่นอกเขตชลประทาน แต่มีระบบบาดาลดูแลจัดการน้ำอย่างดี ยกร่องปลูกสละกว่า 300 กอ ผสมผสานพืชผลอื่น เช่น กล้วย ชมพู่ ขนุน พริก กาแฟ ช่วยให้สวนมีความหลากหลายและร่มเงา สละสุมาลีสวนนี้ รสหวานสนิท เนื้อแน่น รูปทรงป้อมสั้น หนามสั้นกระจายทั่วเปลือก เมื่อสุกจะเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลอมเหลือง รสชาติหวานไม่มีเปรี้ยวเจือปน เป็นที่ต้องการของตลาดกว่าพันธุ์อื่น

ปัจจุบัน ไร่เพชรปิ่นทองจัดจำหน่ายผลสดแบบแกะเปลือกใส่กล่อง ส่งตามคาเฟ่และร้านผลไม้เพื่อความสะดวก ราคาขายหน้าสวนกก.ละ 70 บาท ส่งออกกิโลละ 50 บาท ขายปลีกแบบแกะแล้ว กล่องละ 100-120 บาท เก็บเกี่ยวได้ 6-7 เดือนต่อปี ส่วนช่วงมี.ค.-เม.ย. ผลผลิตจะน้อยเพราะอากาศร้อนจัดทำให้ผสมเกสรยาก

นายมนิต เล่าต่อว่า “สละเป็นพืชที่ดูแลง่าย เหมาะกับคนเกษียณหรือคนที่อยากเตรียมตัวเป็นเจ้าของสวน ไม่ต้องปีนต้นให้เสี่ยงอันตราย ปลูกได้ทุกที่ขอแค่มีน้ำเพียงพอ”

การปลูกสละ ใช้ระยะห่าง 10×10 เมตร เพื่อจัดการสวนได้สะดวก ต้องอาศัยการผสมเกสรด้วยมือหรือแมลงช่วยผสมคล้ายอินทผลัม จุดสำคัญคือต้องดูแลเรื่องเชื้อราและความชื้น

นายเขมชาติ สถิตย์ตันติเวช นักท่องเที่ยว บอกหลังชิมว่า สละที่นี่รสหวานล่อนง่าย แกะกินง่ายกว่าที่เคยกินที่อื่น อยากให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อให้คนเข้ามาศึกษาเรียนรู้

ด้านนายกุลฑล ปูรณวัฒนกุล ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย มองว่า สละสุมาลีเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้มากหากเปลี่ยนแนวคิดจากส่งตลาดเป็นเชิญนักท่องเที่ยวมาเก็บกินถึงสวน เรียนรู้การปลูก การจัดการ และขยายพันธุ์ได้ด้วย

 เทคนิคการปอกสละให้ง่ายขึ้น คือ ปลิดลูกออกจากพวง บิดเปลือกเบา ๆ ก็ล่อนออกได้ง่าย ถือเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้ผู้บริโภครับประทานได้สะดวกขึ้น

 “เราอยากให้ชาวสวนราชบุรีมาศึกษาการปลูกสละกันดูบ้าง เพราะนอกจากจะสร้างรายได้ที่ดีแล้ว ยังเป็นพืชที่ดูแลง่ายกว่าที่คิด” นายมนิตกล่าวทิ้งท้าย

 ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม สั่งซื้อ หรือศึกษาการปลูก ติดต่อ “ไร่เพชรปิ่นทอง” ล่วงหน้าที่ โทร. 086-3472911

เปลี่ยนผลไม้ส่วนเกิน เผาเป็น “ถ่านชาร์โคล”แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

กลุ่มวิสหกิจชุมชนบ้านช้างเชื่อ จังหวัดพังงา เปลี่ยนผลไม้ส่วนเกิน กลายเป็น “ถ่านชาร์โคล” สู่พลังงานสะอาด เสริมเศรษฐกิจ และสร้างสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในยุคที่โลกหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและพลังงานหมุนเวียน การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่น คือ การผลิต “ถ่านผลไม้” ซึ่งเป็นการนำเปลือก เศษผลไม้ หรือผลไม้ที่ไม่สามารถบริโภคได้มาเผาเป็นถ่านคุณภาพสูง เพื่อใช้ในหลายวัตถุประสงค์ ทั้งด้านพลังงาน เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมสุขภาพ

สำหรับจังหวัดพังงาเอง ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงที่เต็มไปด้วยผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้นานาชนิด ที่ชาวสวนนำมาจำหน่ายในท้องตลาดกันอย่างคึกคัก แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผลไม้ส่วนเกินหรือผลที่มีตำหนิไม่สามารถขายได้ ก็กลายเป็นปัญหาขยะเปียกจำนวนมาก ซึ่งสร้างภาระทั้งต่อเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม

นายพีระยศ โสพรรณ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านช้างเชื่อ กล่าวว่า เกษตรกรในพื้นที่ตำบลเหล อำเภอกะปง ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ หลายชุมชนในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านช้างเชื่อ จึงเริ่มหันมาแปรรูปผลไม้ส่วนเกินให้กลายเป็น “ถ่านผลไม้” หรือ “ถ่านชาร์โคล” ด้วยการอบโดยใช้พลังงานควันไฟในอุณหภูมิ 400 – 1,000 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยดูดซับกลิ่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังได้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมเพื่อสุขภาพ อาทิ แชมพู สบู่ เจลอาบน้ำ และยังสามารถเติมสีสันให้กับอาหารและเบอเกอรี่ด้วย ซึ่งนอกจากช่วยลดของเสียแล้ว ยังสร้างรายได้ให้กับชุมชน ช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ลดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จังหวัดพังงาในฤดูผลไม้นี้ ไม่เพียงแต่มีเสน่ห์จากผลผลิตอุดมสมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังซ่อนศักยภาพในการเป็นต้นแบบของการจัดการของเหลือทิ้งอย่างยั่งยืน โดยการนำผลไม้ส่วนเกินมาแปรรูปเป็นถ่านชาร์โคล  ซึ่งถือเป็นทางออกที่ลงตัว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตของชุมชน และยังสะท้อนแนวคิด “ไร้ขยะ สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตเหลือทิ้งทางการเกษตร” ได้อย่างแท้จริง

ภาพ/ข่าว : สวท.พังงา 

ยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวในโลก “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง 2568”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ ร่วมกับภาคเอกชน จัดงาน “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2568”  ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวไทย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์

นางศรีสุภรณ์ ชมศรีหาราชพร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ เปิดเผยว่า “งานมหกรรมแห่เทียน  พรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง จังหวัดสุรินทร์”ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวสุรินทร์ในการบำรุงรักษาศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามให้ดำรงอยู่สืบไป

กิจกรรมภายในงาน
 ชมขบวนแห่เทียนพรรษาที่ตกแต่งอย่างสวยงามวิจิตรงดงามจาก ขบวนช้างวาดลายบูชา

 “เข้าพรรษาสักการะพระพุทธองค์ และพระเกจิเมืองสุรินทร์ จำนวน 9 เชือก ขบวนช้าง ผ้าไหมงาม นามช้างใหญ่ ระบือไกลทั่วโลก จำนวน 10 เชือก 

ขบวนช้างน้อยแฟนซี (ช้างFC) จำนวน 14 เชือก 

ขบวนช้างใหญ่เมืองสุรินทร์ จำนวน 20 เชือก

ทำบุญตักบาตร แด่พระสงฆ์บนหลังช้างแห่งเดียวในโลก โดยมีพระสงฆ์ 74 รูป นั่งรับบิณฑบาตบนหลังช้าง 64 เชือก ออกรับบิณฑบาตแก่นักท่องเที่ยวได้ร่วมใส่บาตรโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์

ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ ได้ร่วมจัดบูธกิจกรรม ให้นักท่องเที่ยวได้ให้อาหารช้างเสริมศิริมงคล และกิจกรรม เรียกขวัญช้าง หรือภาษาสุรินทร์เรียกว่า “ฮาวปลึงตัมแร็ย” เป็นพิธีกรรมเรียกขวัญตามประเพณีของชาวเขมรถิ่นไทยในจังหวัดสุรินทร์ โดย “ฮาว” หมายถึง การเรียก “ปลึง” หมายถึง ขวัญ และ “ตำแร็ย” หมายถึง ช้าง โดยภายในบูธมีหมอช้างผูกข้อมือให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานเพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับนักท่องเที่ยว และชมศิลปวัฒนธรรมการแสดงกันตรึม 3 ชาติพันธ์ของจังหวัดสุรินทร์ เขมร ส่วย ลาว ภายในงาน

นอกจากนี้แล้วเสร็จสิ้นกิจกรรมตักบาตรบนหลังช้างแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาควาย, หมู่บ้านช้าง,หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง และสุสานทุ่งมน หลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญ

รัฐบาลย้ำต้องขุดรากถอนโคนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งเขมรให้สิ้นซาก

รัฐบาลย้ำ ต้องขุดรากถอนโคนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลังออกหมายจับแก๊ง “ก๊ก อาน”  ณ เขมร ย้ำนโยบายตัดน้ำ-ไฟ-เน็ต-น้ำมัน และประสานงานกับทั่วโลกยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งเป้าหมายจัดการวงการต้มตุ๋นระดับโลกให้สิ้นซาก
      
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลรับทราบรายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ดำเนินการเข้มข้นในการสืบสวนสอบสวน และจับกลุ่มกลุ่มคอลเซ็นเตอร์และผู้อยู่เบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง
     
ล่าสุด มีการออกหมายจับ “ก๊ก อาน” เจ้าพ่อบ่อนปอยเปต กัมพูชาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงคนไทยและคนต่างชาติไปทั่วโลก
     
โดยตำรวจรายงานว่าตำรวจได้บุกค้น 19 จุดใน 3 จังหวัด กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และชลบุรี นำหมายค้นของศาลอาญาและอนุมัติหมายจับ MR.Kok An หรือ “ก๊ก อาน” สัญชาติกัมพูชา เจ้าของเครือข่าย crown casino resort ตึก 25 ชั้น, ตึก 18 ชั้น และตึก Hiso ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่เมืองปอยเปต ตรงข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แหล่งฟอกเงิน พร้อมทั้งนำกำลังเจ้าหน้าที่กระจายกันเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุดในพื้นที่ กทม., สมุทรปราการ และ ชลบุรี ในเครือข่าย “ก๊ก อาน” เจ้าพ่อคราวน์กาสิโน
      
นายจิรายุกล่าวต่อไปว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติในทุกกองบัญชาการรับนโยบายตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเมื่อ 3 เดือนที่แล้วให้ดำเนินการจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง  ในขณะเดียวกันยังได้รับรายงานอีกว่า ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ยังคงปฏิบัติการหลอกลวงประชาชนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งโทรศัพท์มาหลอกลวงในรูปแบบเดิมๆ และการส่งจดหมาย หรือแม้กระทั่งการใช้ SMS หลอกลวงก็ยังพอปรากฏให้เห็นอยู่   ซึ่งรัฐบาลได้ให้นโยบายในการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป โดยคาดว่าภายในเดือนนี้จะทลายแหล่งตัวการสำคัญเพิ่มเติมนอกเหนือจากกลุ่มนี้ 
      
“ส่วนนโยบายการตัดน้ำตัดไฟฟ้าและระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ต  รัฐบาลยังคงไว้ทั้งทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกเพื่อตัดวงจรของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ต่อไป ขณะที่การประสานงานข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ UNOCS และ  แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ที่ระบุว่าประเทศกัมพูชาเป็นแหล่งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ระดับโลกนั้นรัฐบาลไทย จะดำเนินการประสานงานกับทุกประเทศเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” นายจิรายุ กล่าว

พาชมเบื้องหลัง ‘ไข่ไก่สด’ ที่เด็กๆ โรงเรียนบ้านร้านตัดผม เลี้ยงกันเอง

“โรงเรียนบ้านร้านตัดผม” โรงเรียนเล็กๆ ใน จ.ชุมพร ที่เคยขาดโปรตีนในมื้อกลางวัน วันนี้เด็กๆ เลี้ยงไก่เอง เก็บไข่เอง ทำเมนูโปรดได้ทุกมื้อ เหลือก็ขาย สร้างรายได้เสริม สร้างโอกาสใหม่ๆ
 
ทุกเช้าที่โรงเรียนบ้านร้านตัดผม ไม่ได้เริ่มต้นด้วยแค่การท่องสูตรคูณหรือร้องเพลงชาติ…แต่มาพร้อมเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ที่รีบตรงดิ่งไปโรงเรือนไก่ไข่

ที่นี่ “ไข่ไก่” ไม่ได้เป็นแค่ของกิน แต่คือบทเรียนที่ปลุกให้เด็กๆ รู้จักความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และลงมือทำจริงทุกเช้า 
 
โรงเรือนไก่ขนาดกะทัดรัดกับแม่ไก่สาว 150 ตัว กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต เด็กๆ ป.4-6 รวมทีมกันดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ให้อาหารไก่ คำนวณปริมาณให้พอดี เช็กระบบน้ำ เปิดพัดลมระบายอากาศ ไปจนถึงทำความสะอาดโรงเรือน

ผลลัพธ์จากความใส่ใจคือ “ไข่สด” วันละ 120-130 ฟอง ส่งตรงเข้าโรงครัว ทำเมนูเด็ดที่นักเรียนทั้งโรงเรียนกว่า 500 คนตั้งตารอ
 
ไม่เพียงแค่อิ่มท้อง ไข่ส่วนที่เหลือยังถูกนำไปขายในราคาประหยัดให้ผู้ปกครอง รายได้สะสมจากน้ำพักน้ำแรงของเด็กๆ สะสมจนทะลุ 150,000 บาท กลายเป็นทุนต่อยอดรุ่นไก่ต่อไปแบบไม่ต้องพึ่งใคร
 
ขนาดมูลไก่ ยังไม่ทิ้งให้เสียเปล่า เด็กๆ ช่วยกันตากแห้ง นำไปเป็นปุ๋ยบำรุงสวนปาล์ม 300 ต้น และแปลงผักปลอดสารของโรงเรียน ทำครบวงจรแบบมืออาชีพ

จากโรงเรือนเล็กๆ ข้างโรงเรียน โครงการนี้ได้กลายเป็นคลังอาหารที่ยั่งยืนของโรงเรียนและชุมชน และยังเป็น“ศูนย์เรียนรู้” ที่เปิดบ้านต้อนรับชาวบ้าน ผู้ปกครอง และโรงเรียนอื่นที่สนใจ
 
เช่นเดียวกับโรงเรียนอีก 988 แห่งทั่วประเทศ ที่เข้าร่วม “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” โดยการสนับสนุนของ CPF และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (มูลนิธิซีพี) ที่มีเด็กๆ มากกว่า 223,000 คน กำลังเรียนรู้จากไข่ไก่…เหมือนที่นี่

อยากมีโรงเรือนไก่แบบนี้ที่โรงเรียนของคุณ ติดต่อมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท โทร. 063-871-6545 หรือ 092-870-07

ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ แห่ช้อป ชิม ทุเรียนบ้านบ่อน้ำร้อนเบตง คึกคัก

ที่ร้านแฟใส บ้านบ่อน้ำร้อน ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ในช่วงทุเรียนออกผลผลิตนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ จัดกรุ๊ปทัวร์มากินทุเรียนในพื้นที่บ้านบ่อน้ำร้อน อ.เบตง  ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนหลากกลายสายพันธุ์และผลไม้นานาชนิดกันอย่างคึกคัก ทำให้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างนำทุเรียนพันธุ์มูซานคิง หรือเหมาซานหว่อง ทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านของเบตง ซึ่งออกผลผลิตเป็นสายพันธุ์ที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นอย่างมากนำมาวางจำหน่าย

นางกัทธมน  ศรีกิ้ม  แม่ค้าขายทุเรียน กล่าวว่า ช่วงนี้ขายได้บ้างเพราะเป็นช่วงทุเรียนสายพันธุ์มูซานคิง ออกผลผลิตทำให้ช่วงนี้ยอดขายดีเพราะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาเยอะและราคาทุเรียนมูซานคิงปีนี้มีราคาไม่แพงมากนัก ถ้าหากลูกเล็กขายอยู่ที่ 150 – 250 บาทต่อกก.ส่วนลูกใหญ่ อยูที่ กก.ละ 300 บาท และทุเรียนหนามดำหรือโอฉี่  ปีนี้ขายอยู่ที่ กก.ละ 250 – 400 บาท  ส่วนทุเรียนพันธุ์มณี ราคาขายหน้าร้านขายอยู่ที่ กก.ละ 130 – 160 บาท

ส่วนตัวท็อปจะเป็น ทุเรียน 101 หรือที่รู้จักกันในชื่อ IOI หรือ Mas Johor เป็นทุเรียนสายพันธุ์จากประเทศมาเลเซียและทุเรียนพันธุ์นี้มีรสชาติที่โดดเด่นคือมีความมันและหวานน้อยกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ โดยมีฉายาว่า “เนย”  ราคาอยู่ที่ กก.ละ 170 บาท เนื้อดีมากปีนี้เนื้อทุเรียนอร่อยไม่เป็นน้ำเลย ส่วนทุเรียนก้านยาว ชะนี ขายอยู่ที่ กก.ละ 120 บาท

หากลูกค้าต้องการแบบห่ามๆ ส่วนคนไทยมาซื้อกินจะเป็นลูกตัด มีไว้ให้คอยบริการลูกค้า   ทุเรียนบ้านเราชาวมาเลเซียจะชอบลูกที่หล่นจากต้นเนื้อจะมีรสชาติออกเข้มข้น หากเป็นลูกตัดชาวมาเลเซียจะไม่ซื้อกินเลย ส่วนคนไทยบ้านเราชอบกินเพราะเนื้อทุเรีนติดแข็งนิดหน่อย ส่วนชาวมาเลเซียจะกินแบบนิ่มๆเลยแบบสุกหล่นจากต้น แม่ค้าขายทุเรียนกล่าว

ส่วนสาเหตุที่ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ชอบกินทุเรียนในพื้นที่ อ.เบตง มาจากสภาพดิน น้ำ และอากาศในพื้นที่ ที่แตกต่างจากฝั่งมาเลเซียที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ทุเรียนพันธุ์มูซางคิง มีรสชาติที่อร่อยต่างออกไปจากต้นตำรับที่ปลูกกันในมาเลเซีย ซึ่งทุเรียนที่ปลูกในอำเภอเบตงจะให้รสชาติหวานมัน

และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื้อเยอะเป็นพิเศษและเป็นที่โปรดปรานสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นอย่างมาก และนอกจากรสชาติความอร่อยแล้วยังมีราคาถูกอีกด้วยสำหรับปีนี้

โดย..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา 

‘ทักษิณ’ ยัน การเมืองยังไม่ถึงทางตัน ลั่นไม่ยอมให้บ้านเมืองไปไม่รอด

‘ทักษิณ’ ยัน การเมืองยังไม่ถึงทางตัน ลั่น ‘ผมยังอยู่’ ไม่ยอมให้บ้านเมืองไปไม่รอด มั่นใจ ข้อกฎหมาย ‘นายกฯอิ๊งค์’ รอด มอง วันนี้ยังไม่จำเป็นจับมือ ‘พรรคส้ม’

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.  2568 ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมเป็นแขกรับเชิญในรายการ 55 ปี เนชั่น ผ่าทางตันประเทศไทย เอ็กซ์คลูซีฟ ทอล์ก กับ 4 ผู้นำทางความคิด ร่วมชี้ทางรอดการเมือง ทางออกประเทศไทย 3 บก. ถาม บก.ที่ 4 กล่าวถึงกรณีประเทศถึงทางตันแล้วหรือยัง ว่า ทางตันต้องมีคนอุดไว้ถ้าดึงออกก็ไม่ตัน เหตุเกิดที่ไหนต้องดับที่นั่น เมืองไทยคนอยากเป็นนายกฯเยอะ ลูกชายไปเที่ยวเมืองนอกประกาศว่าพ่อจะได้เป็นนายกฯเดือน ก.ค. นี้ สงสัยพ่อดูหมอ วันนี้เมื่อมีนิติสงครามเข้ามาบางทีเป็นเรื่องของตัวเลขในสภาฯมันไม่มีอะไรเกินแก้ได้ ตนบอกเลยว่า ไม่ตัน ยืนยันไม่ได้ขอให้พรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล เพื่อไทยต้องมีผลงานต้องผลักดันแต่ไปตันที่มหาดไทย ทั้งยาเสพติด เรื่องหนี้ จึงขอมหาดไทยคืนเขาไม่เอาจะเอากระทรวงเดียวเราไม่ให้เขาก็ถอนไป ก็แก้ด้วยคนิตศาสตร์การเมือง ยืนยันตัวเลขสส.พรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้ไม่ตัน

เมื่อถามว่า คะแนนพรรคร่วมแบบนี้ประกอบกับกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม เจอนิติสงคราม รัฐบาลจะรอดได้แค่ไหน นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน การหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการลดกระแสมากกว่า เหมือนตอนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ 

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจะทำให้น.ส.แพทองธาร ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องยุบสภาฯ นายทักษิณ กล่าวว่า ตนมั่นใจในข้อกฎหมายข้อเท็จจริงและความบริสุทธิ์ใจของ น.ส.แพทองธาร ศาลน่าจะรับฟังด้วยเหตุด้วยผลว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรอธิบายได้ทุกอย่าง ส่วนใครจะมั่นใจว่าไม่รอดนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่ามีใครไปทำอะไรหรือไม่เพราะโดยหลักข้อเท็จจริงข้อกฎหมายมันรอด ส่วนที่เขาไปตั้งรัฐบาลชั่วคราวก็ขอให้เป็นสุขๆเถิน และตนเดาอยู่แล้วว่าเมื่อภูมิใจไทยออกไปจะเจอเรื่องอะไรแบบนี้แต่เมื่อตัดสินใจแล้วก็อย่าไปเสียใจกับมันเราไม่สามารถควบคุมได้

เมื่อถามว่า โอกาสที่พรรคสีแดงอย่างเพื่อไทยไปผสมกับพรรคสีส้มอย่างพรรคประชาชนมีหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นแต่ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นศัตรูกับพรรคใดพรรคหนึ่งแต่การจะทำงานกับใคร ต้องมั่นใจว่าไปด้วยกันได้ โดยเฉพาะเรื่องหลักๆเรื่องสถาบันเรื่องเจ้านาย เพราะตนได้รับพระเมตรตาสูงสุดจึงไม่มีทางจะไปทำงานกับใครที่กระทบกระเทือนสถาบัน 

เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญวิจิยฉัยออกมาไม่พูดถึงเรื่อง 112 ของพรรคประชาชนจะร่วมมือกันได้หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่าไม่รู้ไม่ได้คุยกันเลย เมื่อถามอีกว่า น้ำเงินอย่างพรรคภูมิใจไทย จะจับมือกับส้มได้หรือไม่นายทักษิณ กล่าวว่า หากจับก็หลวมๆเพราะปลาคนละน้ำ เมื่อถามอีกว่า ส้มกับแดงน่าจะใกล้เคียงกันมากกว่า นายทักษิณ กล่าวว่าเป็นพรรคที่มาจากสไตน์การหาเสียงคล้ายๆกัน และอยากให้มองวงศรีธรรมชาติ ส้มเกิดจากแดงกับเหลือง ถ้าแดงไปผสมน้ำเงินเป็นม่วง เหลืองกับนำ้เงินเป็นเขียว ถ้าม่วงไปผสมเหลืองจะช้ำเลือดช้ำหนองสีไม่สวย แตงผสมกับส้มเป็นสีแสดมันแรงไป 

เมื่อถามย้ำว่า วันนี้ไม่จำเป็น นายทักษิณกล่าวว่า วันนี้พรรคแกนนำของรัฐบาลยังสามัคคีทำงานกันได้ไม่มีปัญหาเพียงแต่ต้องคุมในสภาฯโดยเฉพาะกฎหมายสำคัญที่เหลือเขามาเอง  

เมื่อถามว่า มีการประเมินกลไกการเมืองปัจจุบัน ถ้าน.ส.แพทองธาร ติดกับดัก ถ้าไม่ลาออกก็ต้องยุบสภาฯประเมินแบบนี้หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า มีหลายออฟชั่น ออฟชั่นที่หนึ่ง น.ส.แพทองธาร รอดกลับไปทำงานเหมือนเดิมยาว ถ้าไม่รอดมีทางเลือกสองอย่าง คือ เสนอนายชัยเกษม นิติศิริ แคนเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย หรือยุบสภาฯ 

เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย คนแรกติดกับดักไปแล้ว น.ส.แพทองธาร เรื่องอยู่ที่ศาล คิดว่า นายชัยเกษม จะเป็นทางรอดของประเทศ นายทักษิณ กล่าวว่า “ผมยังอยู่ เอาผมออกไม่ได้ ผมเป็น สทร. ผมรักบ้านเมืองผมไม่ยอมหรอก ผมขอเสือก ไม่ยอมให้ถึงทางตัน” 

เมื่อถามอีกว่า จากนี้จะมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น นายทักษิณ กล่าวว่า จำเป็นก็ต้องมีมากๆขอให้บ้านเมืองรอด ถ้าทัวร์จะลงไม่เห็นเป็นไร และคดี 112 ของตนไม่กังวลเพราะเนื้อหาคดีไม่มีอะไรเลย

ชาวอำเภอพนาร่วมถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนเนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา

อำนาจเจริญ-รองพ่อเมืองอำนาจเจริญนำพุทธศาสนิกชนชาวอำเภอพนาร่วมถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนเนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา

เมื่อวันที่  9 กรกฎาคม 2568  เวลา 14.00 น. ณ วัดพระเหลาเทพนิมิต ต.พนา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นายฤทธิไกร สายสุด นายอำเภอพนา นำส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน ชาวอำเภอพนา ร่วมถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนเนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา เพื่อสืบสานต่อยอดพระพุทธศาสนาและรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

การนำเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนไปถวายพระสงฆ์ในช่วงเข้าพรรษาเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาของพุทธศาสนิกชน โดยทั่วไปจะทำควบคู่กันไปเพื่อเป็นพุทธบูชาและเพื่อประโยชน์แก่พระสงฆ์ ผู้ที่ถวายจะได้รับอานิสงส์ผลบุญต่างๆ เทียนพรรษาเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างและความเจริญรุ่งเรือง การถวายเทียนพรรษาเพื่อบูชาพระรัตนตรัย และเพื่อให้พระสงฆ์ใช้จุดให้ความสว่างในระหว่างเข้าพรรษา และผ้าอาบน้ำฝนเป็นผ้าที่พระสงฆ์ใช้สำหรับผลัดเวลาอาบน้ำ

การถวายผ้าอาบน้ำฝน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้ประโยชน์ในช่วงเวลาที่จำพรรษา การถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน มักทำในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 สำหรับอานิสงส์การถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน เชื่อว่าจะทำให้ผู้ถวายได้รับอานิสงส์หลายประการ เช่น เกิดปัญญา มีความรุ่งเรือง มีแต่ความสุข มีทรัพย์สินเงินทอง และมีบริวารมากมาย

วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือนตามที่พระวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือภาษาปากว่า การเข้าพรรษานี้ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์โดยตรง พระสงฆ์จะไม่จำพรรษาไม่ได้

เนื่องจากรูปใดไม่จำพรรษาถือว่าต้องอาบัติทุกกฎตามพระวินัย การเข้าพรรษาตามปกติเริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี (หรือเดือน 8 หลัง ถ้ามีเดือน 8 สองหน) และสิ้นสุดลงในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา โดยวันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจาก วันอาสาฬหบูชา (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน)ซึ่งพุทธศาสนิกชนชาวไทยได้สืบทอดประเพณีปฏิบัติในวันเข้าพรรษามาอย่างยาวนาน

ภาพข่าว ทิพกร   หวานอ่อน /จังหวัดอำนาจเจริญ  รายงาน