ทลาย 6 ร้านยาเถื่อน จับ 6 เภสัชเก๊ ลักลอบขาย “4×100” ในย่านปทุมธานี

บช.ก. (CIB) สนธิกำลัง อย. บุกทลาย 6 ร้านยาเถื่อน จับ 6 เภสัชเก๊ ลักลอบขาย “4×100” ในย่านปทุมธานี

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี (สสจ.) เข้าตรวจค้นร้านขายยา 6 แห่งใน จ.ปทุมธานี การบุกทลายครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ร้านยาเหล่านี้เป็นเครือข่ายลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอและยาเขียวเหลืองให้กลุ่มวัยรุ่นนำไปผสมเป็นสารเสพติดที่รู้จักกันในชื่อ “4×100” โดยมีเจตนาขายยาแก้ไอโดยเฉพาะ บางร้านอำพรางด้วยการวางยาประเภทอื่นไว้น้อยมาก หรือไม่มีเลย

จับกุม ผู้ต้องหา 6 ราย ซึ่งไม่ใช่เภสัชกรและไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรม พร้อมยึดของกลางรวม 123 รายการ มูลค่ากว่า 844,260 บาท แบ่งเป็นยาแก้แพ้แก้ไอ 10,525 ขวด และยาเขียวเหลือง 57,960 เม็ด

จากการสอบสวนขยายผลพบว่า ร้านทั้ง 6 แห่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยมีผู้รับอนุญาตคนเดียวกันซึ่งเคยถูก อย. สั่งพักใช้และยกเลิกใบอนุญาตมาแล้ว แต่ได้ย้ายมาเปิดร้านใหม่

ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537 และพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มีโทษจำคุกและ/หรือปรับ รวมถึงพักใช้ใบอนุญาตผู้กระทำผิด

ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการ อย. และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ปคบ. ได้เตือนภัยร้านขายยาเถื่อนที่แฝงตัวอยู่ในชุมชนหรือย่านการศึกษา โดยเฉพาะร้านที่เปิดช่วงกลางคืนและจำหน่ายยาแก้ไอเกินปริมาณที่กำหนด ย้ำเตือนว่าผู้จ่ายยาต้องเป็นเภสัชกรเท่านั้น

ประชาชนสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพและแจ้งเบาะแสร้านยาต้องสงสัยได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือ สายด่วน ปคบ. 1135 เพื่อร่วมกันปราบปรามยาเสพติดที่แอบแฝงมาในคราบร้านขายยา

เชียร์ 8 สาวไทยร่วมล่าแชมปเมเจอร์ที่สี่แห่งปี “อามุนดี เอวิยอง แชมเปียนชิพ” ที่ฝรั่งเศส

ชวนแฟนกอล์ฟ ร่วมเชียร์ 8 สาวไทย “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล “เม” เอรียา จุฑานุกาล “พราว” ชเนตตี วรรณแสน “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ จัสมิน สุวัณณะปุระ “เปียโน” อาภิชญา ยุบล และ “โม” โมรียา จุฑานุกาล ร่วมแข่งขันไล่ล่าแชมป์ “อามุนดี เอวิยอง แชมเปียนชิพ” เมเจอร์ที่สี่แห่งปีของแอลพีจีเอ ที่ประเทศฝรั่งเศส ชิงเงินรางวัลรวมกว่า  261 ล้านบาท ประชันกับยอดนักกอล์ฟหญิงระดับโลก 

รายการ อามุนดี เอวิยอง แชมเปียนชิพ เมเจอร์ที่สี่แห่งปี เป็นรายการร่วมของ แอลพีจีเอ และ เลดีส์ ยูโรเปียน ทัวร์ ที่เอวิยอง รีสอร์ท กอล์ฟ คลับ ในเอวิยอง-เลส์-แบงส์ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 10-13 กรกฎาคม 2568 ชิงเงินรางวัลรวม 8 ล้านดอลลาร์ หรือราว 261 ล้านบาท มีนักกอล์ฟร่วมแข่งขัน 132 คนรวมทั้ง อายากะ ฟุรุเอะ จากญี่ปุ่น แชมป์เมื่อปีที่แล้วกลับมาลงป้องกันแชมป์ของเธอ

ขณะที่นักกอล์ฟไทยร่วมแข่งขันในสัปดาห์นี้ มี 8 คน ได้แก่ “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล “เม” เอรียา จุฑานุกาล “พราว” ชเนตตี วรรณแสน “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ จัสมิน สุวัณณะปุระ “เปียโน” อาภิชญา ยุบล และ “โม” โมรียา จุฑานุกาล  

ความเคลื่อนไหวล่าสุด “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล มือ 2 ของโลกแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 5 รายการ ผู้นำอันดับหนึ่งคะแนนสะสมเรซทู เดอะ ซีเอ็มอี โกลบ จะเล่นครั้งที่ 6 โดยสถิติจบ 10 อันดับแรก 3 ครั้งอันดับ 5 ปี 2021 อันดับ 8 ร่วม ปี 2022 อันดับ 9 ร่วมปี 2023 แต่ปีที่แล้วไม่ผ่านตัดตัว ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้เล่น 12 รายการจบใน 10 อันดับแรก 7 รายการ รวมทั้งแชมป์ มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น ด้านผลงานในสามเมเจอร์แรกจบอันดับ 24 ร่วม เชฟรอน แชมเปียนชิพ ไม่ผ่านตัดตัว ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และจบอันดับ 4 ร่วม วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ

“เม” เอรียา จุฑานุกาล ดีกรีแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ 12 รายการ รวมทั้งสองเมเจอร์ จะเล่นรายการนี้เป็นครั้งที่ 10 โดยสถิติดีที่สุดอันดับ 5 เมื่อปี 2019 ผลงานแอลพีจีเอปีนี้ เล่น 10 รายการจบ 10 อันดับแรก 4 รายการ ส่วนผลงานเมเจอร์ปีนี้ สามรายการแรก ทำได้ดีพอสมควร จบอันดับ 2 ร่วม เชฟรอน แชมเปียนชิพ อันดับ 9 ร่วม ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และอันดับ 52 ร่วมวีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ  

“พราว” ชเนตตี วรรณแสน แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการ จะเล่นครั้งที่สอง โดยจบอันดับ 17 ร่วมปี 2024 ผลงานในทัวร์เล่น 14 รายการ จบใน 10 อันดับแรก สามรายการ ขณะที่ผลงานในสามเมเจอร์แรกจบอันดับ 18 ร่วม เชฟรอน แชมเปียนชิพ ไม่ผ่านตัดตัว ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และ อันดับ 2 ร่วม วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ

“แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์อาชีพแอลพีจีเอสองรายการ รวมทั้งแชมป์เมเจอร์ เอเอ็นเอ อินสปิเรชัน (เชฟรอน แชมเปียนชิพ) ปี 2021 จะเล่นครั้งที่ 5 ดีที่สุดอันดับ 3 เมื่อปีที่แล้ว ผลงานในทัวร์ปีนี้เล่น 11 รายการจบใน 10 อันดับแรกหนึ่งรายการ ส่วนผลงานเมเจอร์สามรายการแรก ไม่ผ่านตัดตัว เชฟรอน แชมเปียนชิพ และ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น จบอันดับ 52 ร่วม วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ 

ด้าน “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ดีกรีแชมป์อาชีพแอลพีจีเอสองรายการ จะเล่นครั้งที่ 6 สถิติดีที่สุดอันดับ 6 ปี 2024 ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้ เล่น 14 รายการ จบใน 10 อันดับแรกหนึ่งรายการ ส่วนผลงานในสามเมเจอร์จบอันดับ 30 เชฟรอน แชมเปียนชิพ แต่ไม่ผ่านตัดตัว ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และ วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ

จัสมิน สุวัณณะปุระ เจ้าของแชมป์อาชีพแอลพีจีเอสามรายการ จะเล่นครั้งที่ 11 สถิติดีที่สุดอันดับ 20 ร่วมปี 2015 ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้ เล่น 15 รายการ ขณะที่ผลงานสามเมเจอร์แรก จบอันดับ 62 ร่วมเชฟรอน แชมเปียนชิพ ไม่ผ่านตัดตัว ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และอันดับ 71 ร่วม วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ 

“เปียโน” อาภิชญา ยุบล จะเล่นครั้งที่สอง หลังจบอันดับ 67 เมื่อปีที่แล้ว ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้ เล่น 12 รายการจบ 10 อันดับแรกหนึ่งรายการ ขณะที่ผลงานสามเมเจอร์แรกไม่ผ่านตัดตัว เชฟรอน แชมเปียนชิพ และ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ส่วนรายการ วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ จบอันดับ 46 ร่วม

และ”โม” โมรียา จุฑานุกาล แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 3 รายการ จะเล่นครั้งที่ 12 สถิติดีที่สุดอันดับ 30 ร่วมเมื่อปี 2017 ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้ เล่น 12 รายการ จบใน 10 อันดับแรกหนึ่งครั้ง สำหรับผลงานในเมเจอร์ปีนี้ สามรายการแรกไม่ผ่านตัดตัวใน เชฟรอน แชมเปียนชิพ และ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น จบอันดับ  69 ร่วมวี เมนส์พีจีเอ แชมเปียนชิพ 

ด้านนักกอล์ฟระดับชั้นนำมี เนลลี คอร์ดา โปรชาวอเมริกันมือ 1 ของโลกกำลังหาแชมป์แรกในปีนี้ และแชมป์เมเจอร์ที่สามในอาชีพรวมทั้งแชมป์เมเจอร์คนอื่น ๆ อย่าง หยิน ยัวหนิง จากจีนมือ 4 ของโลก ฮันนาห์ กรีน จากออสเตรเลียมือ 5 ของโลก ลิเลีย หวู เจนนิเฟอร์ คัพโช อัลลิเซน คอร์ปุซ จากสหรัฐ คิม เซ-ยอง เอมี ยาง และคิม อา-ริม จากเกาหลีใต้ ยูกะ ซาโสะ และ ฮินาโกะ ชิบุโนะ จากญี่ปุ่น แอชลี บูฮาย จากแอฟริกาใต้ และโซเฟีย โปปอฟ จากเยอรมัน

 นักกอล์ฟที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้คนอื่น ๆ ร่วมแข่งขันมี เซลีน บูติเยร์ จากฝรั่งเศสเจ้าถิ่นปี 2023 บรู๊ค เฮนเดอร์สัน จากแคนาดา แชมป์ปี 2022 อี มินจี จากออสเตรเลียปี 2021 และเพิ่งจะคว้าแชมป์วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพปีนี้ โค จิน-ยอง จากเกาหลีใต้ แชมป์ปี 2019 อันนา นอร์ดควิสต์ จากสวีเดนแชมป์ปี 2017 ชอน อิน-จี จากเกาหลีใต้ แชมป์ปี 2016 ลีเดีย โค จากนิวซีแลนด์แชมป์รายการนี้ปี 2015 คิม ฮโย-จู จากเกาหลีใต้แชมป์ปี 2014 

พร้อมกันนี้ยังมี มาโอะ ไซโกะ จากญี่ปุ่นแชมป์ เชฟรอน แชมเปียนชิพ และ มายา สตาร์ก จากสวีเดน แชมป์ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ร่วมประชันผลงานล่าแชมป์เมเจอร์ที่สองของตัวเอง 

เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images 

ลำไยภาคเหนือปี’ 68 ผลผลิตรวม 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12% สศท.1 เชิญชวนบริโภคลำไยคุณภาพ

เผยภาพรวม ลำไย 8 จังหวัด ภาคเหนือ ปี 68 ผลผลิตรวม 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12% ลำไยในฤดูเริ่มออกตลาดแล้ว สศท.1 เชิญชวนบริโภคลำไยคุณภาพ

นางสุจารีย์  พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์ผลิตลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน) โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกภาคเหนือ จัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ ครั้งที่ 2/2568 (ข้อมูล ณ วันที่ 7-8 พฤษภาคม 2568)

พบว่า ปี 2568 ลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ มีเนื้อที่ยืนต้น จำนวน 1,243,784 ไร่ ลดลงจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 1,251,506 ไร่ (ลดลง 7,722 ไร่ หรือร้อยละ 0.62 เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นลำไยที่มีอายุมากและให้ผลผลิตน้อย โดยปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เช่น ยางพารา ทุเรียน มะม่วง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ด้านผลผลิตรวม มีจำนวน 1,064,242 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 947,140 ตัน (เพิ่มขึ้น 117,102 ตัน หรือร้อยละ 12) เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นยาวนาน เอื้ออำนวยต่อการติดดอก ไม่กระทบแล้ง ส่งผลให้ติดผลมากกว่าปีที่ผ่านมา   

นำเข้าหมูสหรัฐ แลกภาษี : หมูไทย “ตาย” ทั้งระบบ

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ  ส่งสัญญาณย้ำรัฐบาลไม่ควรเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู ชิ้นส่วน และเครื่องในจากสหรัฐอเมริกา ไม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิประโยชน์ทางการค้าของสินค้าอุตสาหกรรมไทยส่งออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายรุนแรงต่อภาคเกษตรกรรมไทยอย่างประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะห่วงโซ่การผลิตหมูจะล่มสลาย

นายสิทธิพันธุ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า การเปิดตลาดให้เนื้อหมูราคาถูกจากสหรัฐฯ ซึ่งมีต้นทุนต่ำมาก เข้ามาตีตลาดในประเทศ เท่ากับเป็นการลงดาบฆ่าผู้เลี้ยงสุกรไทยทั้งประเทศกว่าแสนราย ให้หมดอาชีพในชั่วข้ามคืน และไม่เพียงแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเท่านั้นที่ต้องล้มหายตายจาก แต่จะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ลุกลามทั้งห่วงโซ่การผลิตในประเทศ ตั้งแต่ผู้ปลูกข้าวโพด ถั่วเหลือง ผู้ผลิตอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูป และแรงงานนับล้านชีวิต ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ จะล่มสลายไปพร้อมกัน

 “การเปิดตลาดให้หมูอเมริกาเข้ามาบุกตลาดไทยเท่ากับรัฐบาลกำลังผลักให้เกษตรกรไทยออกจากระบบ วันนี้รัฐบาลอาจได้สิทธิ์การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น แต่ต้องแลกด้วยการทำลายอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนทั่วประเทศ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ รอด แต่เศรษฐกิจชาวบ้านไทยล่ม เป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค้า ใครจะรับผิดชอบ?” นายสิทธิพันธุ์ กล่าว

สิทธิพันธุ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

นายสิทธิพันธุ์ ย้ำว่า สินค้าเกษตรโดยเฉพาะ “เนื้อหมู” ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนบนโต๊ะเจรจาผลประโยชน์การค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำแต่ต้นทุนสูง และยังเกี่ยวพันกับความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ เพราะไทยจะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐอย่างเข้มข้นเช่นสหรัฐฯ ได้อย่างเป็นธรรม

การเปิดตลาดหมู เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงใหญ่ที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะจะเป็นการเปิดประตูให้โรคระบาดสัตว์และโรคอุบัติใหม่เข้ามาในประเทศ เช่น โรคไข้หวัดหมู ที่ยังไม่เคยพบในประเทศไทย หากปล่อยให้มีการนำเข้าโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่รัดกุมพอ จะเป็นการนำเข้าเชื้อโรคร้ายเข้าสู่ระบบปศุสัตว์ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตเนื้อสัตว์ของไทยในระยะยาว ที่มีมาตรการป้องกันโรคสัตว์ตามมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ที่ไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การนำเข้าเนื้อสัตว์จากประเทศที่ยังอนุญาตให้ใช้สารต้องห้ามและยาปฏิชีวนะหลายชนิด ที่ประเทศไทยห้ามใช้ในการลี้ยงสัตว์โดยเด็ดขาด เช่น สารเร่งเนื้อแดง (สารกลุ่ม Beta-agonist) อาทิ  Ractopamine ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อแดงและลดไขมันในสัตว์ ตลอดจนการผสมสารบางอย่างในอาหารสัตว์ (feed additive) ทำให้หมูโตไว (growth promotor) และมีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อสูงขึ้น แม้จะใส่ในปริมาณที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ การบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว, ความดันสูง, ปวดหัว, มือสั่นได้

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดแนวคิดการเปิดตลาดเนื้อหมูและสินค้าเกษตรที่เปราะบาง และทบทวนท่าทีในการเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ หันมาเลือกสินค้าอุตสาหกรรมอื่นที่สามารถแข่งขันกับสหรัฐฯ ได้อย่างแท้จริงในการแก้ปัญหาครั้งนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานราก และความมั่นคงทางอาหารและส่งเสริมอาหารปลอดภัยให้คนไทย

“อย่าปล่อยให้สุกรไทย หมดทางรอดในการค้าโลก และไม่ควรแลกอนาคตผู้เลี้ยงหมูไทยทั้งประเทศ กับผลประโยชน์ไม่กี่รายการในบัญชีส่งออก ที่สำคัญในระยะยาวจะทำให้ไทยสูญเสียความมั่นคงทางอาหาร” นายสิทธิพันธุ์ กล่าว

ม่วนกรุ็ป! บ้านค่ายชัยภูมิแห่เทียนพรรษาสืบสานวัฒนธรรมคึกคัก

ม่วนกรุ็ป! บ้านค่ายชัยภูมิแห่เทียนพรรษาคึกคัก 9 ขบวนสืบสานวัฒนธรรม-ปลุกชีวิตชุมชนร่วมใจถวายแสงธรรม

ชัยภูมิ – บรรยากาศคึกคักม่วนซื่นสุดหัวใจ! ชาวบ้านค่ายหมื่นแผ้ว ร่วมกับโรงเรียนบ้านค่ายวิทยา เทศบาลตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว และหน่วยงานในพื้นที่ จัดขบวนแห่เทียนพรรษาประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนา และปลูกฝังจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น

โดยในงานปีนี้ มีขบวนแห่สุดตระการตาทั้งสิ้น 9 ขบวน ที่เนรมิตถนนหลวงสาย 201 ให้กลายเป็นเวทีศิลป์แห่งศรัทธา เริ่มต้นจากโรงเรียนบ้านค่ายวิทยา ผ่านตลาดสดเทศบาลฯ และชุมชนบ้านค่าย ก่อนนำเทียนพรรษาไปถวายตามวัดต่าง ๆ ภายในหมู่บ้าน เพื่อเป็นพุทธบูชาในช่วงเข้าพรรษา

ขบวนที่ 1 นำขบวนโดย สืบสานตำนานพ่อหมื่นแผ้ว พิธีกรรมบูชาโฮงปะกำ สดุดีคชสารประทานพร สะท้อนรากเหง้าแห่งบ้านช้างผู้แสนรู้
ขบวนที่ 2 นางรำประยุกต์ในชุดผ้าไทยพื้นเมืองงดงามตระการตา
ขบวนที่ 3 รถเทียนพรรษาใหญ่แกะสลักลวดลายละเอียด

ขบวนที่ 4 รถเครื่องเสียงปลุกจังหวะให้ผู้ชมโยกเบา ๆ ริมทาง
ขบวนที่ 5 รวมพลังจากเทศบาล โรงเรียนอนุบาล และรพ.สต.
ขบวนที่ 6 ขบวนเกียรติยศโรงเรียนบ้านค่ายวิทยา นำเสนอผลงานดีเด่น

ขบวนที่ 7-9 ขบวนการแสดงจากนักเรียน ถ่ายทอดศิลปะพื้นบ้าน ผ่านท่ารำ เสียงดนตรี และลีลาสร้างความสนุกสนาน

หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้ชาวบ้านต้องหยิบมือถือขึ้นมาเก็บภาพคือ “ขบวนช้างแสนรู้” ที่ย้อนอดีตให้ระลึกถึงบทบาทของบ้านค่ายในฐานะเมืองหน้าด่านและหมู่บ้านฝึกช้างศึกในอดีต ก่อนจะกลายเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ช้างอันเป็นเอกลักษณ์ในปัจจุบัน

นายสุขสันต์ ผาดไธสง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านค่ายวิทยา เปิดเผยว่า “งานแห่เทียนในปีนี้ ไม่เพียงเป็นการถวายพุทธบูชาเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีให้ชุมชนได้รวมพลังกันสร้างสรรค์งานวัฒนธรรมที่มีชีวิต สร้างความสามัคคี และส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่เด็กและเยาวชน สร้านอกจากเป้าหมายด้านศาสนาและวัฒนธรรม ขบวนแห่เทียนยังสะท้อนเจตจำนงในการสร้างสัมพันธภาพอันดีในชุมชน ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง พร้อมปลูกฝังแนวคิดการร่วมแรงร่วมใจ รักษารากเหง้า และเชื่อมโยงความศรัทธาสู่รุ่นต่อไป

งานในปีนี้จึงไม่ได้มีแค่ “แสงของเทียน” แต่ยังมี “แสงแห่งความรักและสามัคคี” ที่ส่องสว่างไปทั่วหัวใจของชาวบ้านค่ายหมื่นแผ้วอีกด้วย

โดย…มัฆวาน วรรณกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จว.ศรีสะเกษ รวบตัวพระเขมรหลบหนีเข้าเมือง

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์  ลีละสิริ ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.มณุวัฒน์  กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 โดย พ.ต.อ.ธนวัฒน์  พูลสวัสดิ์  ผกก.ตม.จว.ศรีสะเกษ, พ.ต.ท.หญิงชัญญา พรหมวารี, พ.ต.ท.จิรยุทธ  คงคลัง รอง ผกก.ตม.จว.ศรีสะเกษ   มอบหมายให้ ร.ต.ท.รณยุทธ  บุญเนตร  รอง สว.ตม.จว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนปราบปราม ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุนหาญ ตรวจสอบบุคคลต่างด้าวแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ในพื้นที่ ต.สิ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ตามนโยบายเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ราชอาณาจักรของผู้บังคับบัญชา

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันออกตรวจสืบสวนหาข่าว และได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีพระต่างด้าวเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านด่าน ม.2 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบพระลักษณะคล้ายคนต่างด้าวตามที่แจ้ง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ปรากฏว่าพระดังกล่าวไม่สามารถนำมาแสดงได้ และสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ดี จากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นทราบว่า เป็นพระสัญชาติกัมพูชาชื่อ พระ เดวิด  ฮี อายุ 44 ปี มีภูมิลำเนาที่พนมโกรม เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ทราบ พร้อมจับกุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ธนวัฒน์  พูลสวัสดิ์ ผกก.ตม.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า  การจับกุมครั้งนี้เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ขอให้เข้าทำการตรวจสอบพระสงฆ์สัญชาติกัมพูชาเนื่องจากเกรงว่าจะมีการแอบแฝงเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ หรืออาจกระทำการอันขัดต่อศีลธรรม ซึ่งการแจ้งข้อมูลในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายการแสวงหาความร่วมมือจากเครือข่ายภาคประชาชนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการร่วมกันดูแลรักษาความปลอดภัยและเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นที่จะส่งผลต่อความเดือดร้อนและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ชาวนาครวญเงินชดเชยไร่ละพันล่าช้า ซ้ำทุกข์ต้นทุนผลิตพุ่ง

ปราจีนบุรี -ชาวนาทั่วไทยโอดยังไม่ได้รับเงินชดเชยไร่ละ1,000บาท  ซ้ำทุกข์เกษตรกรต้นทุนพุ่ง วอนรัฐบาลชุดใหม่พยุงราคาข้าวตกต่ำสุดเหลือเพียง 5,100 – 5,200 บาท ไม่คุ้มต้นทุนที่ลงทุนกว่า 5,000 บาท/ไร่    ขณะ สส.ปราจีนฯแจงได้อภิปรายในสภาเมื่อเร็ว ๆนี้แล้ว

นายพยนต์  พฤกษา  อายุ 6 ปี อดีตกำนัน ต.บางยาง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี  กล่าวว่า  พื้นที่เขตทุ่ง อ.บ้านสร้าง เป็นแหล่งผลิตในการทำนาปรังมากที่สุดของ จ.ปราจีนบุรี    ในขณะนี้ชาวนา ยังไม่ได้รับเงินชดเชยนาข้าวจากทางรัฐบาล    จึงฝากผ่านสื่อมวลชนเรื่องทวงเงินให้ชาวบ้านในทดแทนการผลิต ที่ชาวนาจะได้รับคนละ 1,000 บาท/ไร่  แต่ไม่เกิน 10 ไร่ที่ผ่านมา นั้นชาวบ้านยังไม่รับกัน ตั้งแต่ผลผลิตที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ผลผลิตงวดที่ 2 กำลังออกแล้ว ด้วย    นายพยนต์  กล่าว

 ส่วนราคาข้าวก่อนหน้า  เดิมราคาขาย 10,000 กว่าบาท /ตัน    แต่ตอนนี้ ราคาขายข้าลดลงเหลือเพียง 5000 – 6000 บาท/ตัน   ต่ำกว่าราคาต้นทุนที่ชาวนาลงทุนสูงมากกว่า 5,000 บาท/ไร่    หากชาวนาทำนามากขายราคานี้อาจเสมอตัว  เกษตรกรทำน้อยต้องขาดทุนอ   ส่วน กำไรไม่ต้องไปหวังกัน   นายพยนต์  กล่าว

ด้าน นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต 1   กล่าวว่า  กรณีเรื่องเงินชดเชยของาวนาทั่วประเทศที่ยังไม่ไดรับนั้นที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆนี้ (วันที่ 3 กรกฎาคม ) ได้หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านทางรัฐสภา     ถึงกรณีเงินเยียวยาข้าวนาปรังไร่ละ 1,000 บาท  ไม่เกิน 10ไร่  ของชาวนา   ได้ทวงว่าเมื่อไหร่จะได้    และตนได่ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านใหม่ว่า     ตอนนี้ราคาข้าวเหลือตันละ 5,100 – 5,200 บาท ต่ำกว่าราคาต้นทุน ฝากช่วยเร่งรัดหาวิธีดําเนินการแก้ไขให้ข้าวมีราคาที่สูงขึ้นด้วย

โดย… มานิตย์   สนับบุญ   / ปราจีนบุรี  

ร่วมแสดงความยินดีกับ “คุณปวีณ์พร”ที่ปรึกษากมธ.ศาสนาฯจบ “หลักสูตรวุฒิบัตรพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยฯ”

ขอแสดงความยินดีกับคุณปวีณ์พร กรุดทองกุล ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิ การ ด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม เนื่องในโอกาสรับมอบวุฒิบัตร และเข็มวิทยฐานะ “หลักสูตรวุฒิบัตรพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยและผู้ปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา รุ่น 26/3 ” ประจำปี 2568 โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้มอบวุฒิบัตร….จัดโดยสำนักส่งเสริมวิชาการรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่าน ณ ห้องประชาธิปก สถาบันพระปกเกล้า.

“สถาบันพระปกเกล้า เล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรสนับสนุนงานของสมาชิกรัฐสภาและคณะกรรมาธิการ ในด้านของการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะในการดำเนินงานหลากหลายด้าน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานทั้งในเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติการ และสามารถแบ่งเบาภาระงานและสนับสนุนงานของรัฐสภา รวมถึงนำความรู้ไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างสร้างสรรค์ และประยุกต์กับบทบาทการทำงานในฐานะบุคลากรสนับสนุนงานของสมาชิกฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด”

โรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์ จัดกิจกรรม “คืนสมดุลให้ชีวิต เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน”

โรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์ จัดกิจกรรม ” คืนสมดุลให้ชีวิต เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน”    กล่าวเปิดงานโดย  ดร.สุรัตน์นารี  ธิลาใจ ศึกษานิเทศน์ชำนาญการพิเศษ จากหน่วยศึกษานิเทศน์สำนักงานคณะกรรมการการ การอาชีวศึกษา อาจารย์ วนิดา แอนนัส ศึกษานิเทศน์ ชำนาญการ จากหน่วยศึกษานิเทศน์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายณัทชัย ใจเย็นศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรีได้มอบหมาย ท่านจิตฤดี ขวัญพุฒ รองศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี นางสาวณัฐมน ณ ถลาง นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ เป็นประธานในโครงการ “เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน”

ภายใต้โครงการ ” sound healing”จัดโดย โรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์ ผู้รับผิดชอบโครงการ ดร.อรันดา เส้นเกษรับมอบโครงการดีดีจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และยังได้รับเกียรติอย่างสูงจากอาจารย์ธิดาเจ้าของศูนย์ความงามบาบิโลนอะคาเดมี่จังหวัดสมุทรปราการได้ให้เกียรติถ่ายทอดวิชาในการนวดศีรษะเพื่อดูแลตัวเองและครอบครัวให้กับผู้เข้าอบรมมีกิจกรรม คืนสมดุลให้ชีวิต

การใช้น้ำมันหอมระเหยสุคนธบำบัดกับธาตุเจ้าเรือนเฉพาะบุคคล โภชนาบำบัดเครื่องดื่มเหมาะกับธาตุ วิธีบำบัด การใช้มือ  หรรถบำบัด การใช้มือบำบัด นวดศรีษะตำหรับอายุรเวช สระผมวารีบำบัด การบำบัดแบบไทยสัปปายะ การปฐมพยาบาลใจ  การทำสมาธิ

คุณ วรรณกร กองเมือง รองนางสาวไทยปี 2551 หรือครูเดียร์ครูสอนนวดหน้ายกกระชับด้วยหินกัวซา ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามเป็นพิธีกร ผู้รับผิดชอบโครงการอาจารย์อรันดา เส้นเกษ  ผู้บริหารโรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์
เชี่ยวชาญด้านโภชนการบำบัด  ซึ่งจบ สาขา คหกรรมศาสตร์  พัฒนามนุุษย์และครอบครัว เกษตรศาสตร์ พุทธศาสตร์ ศาสนาและปรัชญา ศึกษาศาสตร  ธุกิจศึกษา และพัฒนาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์ได้อยู่ภายใต้สังกัดของศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรีกในโครงการ เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน”  ภายใต้โครงการ ” sound healing”จัดโดย โรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์ ผู้รับผิดชอบโครงการ ดร.อรันดา เส้นเกษรับมอบโครงการดีดีจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นอกจากภายในงานมีการแสดงเปิดงานFederation (WMF) ร่วมโชว์โดยผสมผสาน คุณ เณชาญา บินมะหะหมัด แชมป์ รายการนวดหน้า GKBA global Korean beauty competition 2025 และแชมป์ชนะเลิศสาขานวดไทย ครูพิมพ์  ปัณณพร  สาหร่ายทอง ในเวทีเดียวกัน จัดในวันที่ 26 มิถุนายน ณ ห้อง ศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์ และ อาจารย์ อำภา ชาญรบ ผู้รับใบอนุญาติโรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์  ซึ่ง”ครูโก้” มนูธรรม เทียบแสนชนะเลิศรางวัลถ้วยพระราชทานพระเทพเข้างานแข่งขันไทย ตุรกี

อาจารย์ อำภา ชาญรบ ผู้บริหารโรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของงาน จากหน่วยศึกษานิเทศ เป็นช่วงแห่งความรู้ในหัวข้อ ‘วิถีชีวิตชะลอวัยในแบบองค์รวม’โดย ครูปลา ปาริชาติ นิลวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (anti-aging medicine ศาสตร์ทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นในทุกด้าน) และ คุณหมอส้มโอ สลิตา ศรีเกตุสุข.แพทย์แผนไทยวิชาชีพทั้ง 4 สาขา เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย นวดไทยและผดุงครรภ์
ที่จะมาแบ่งปันความรู้ในเรื่อง “สุคนธบำบัดกับธาตุเจ้าเรือน”และสาธิตการสร้างน้ำมันเฉพาะบุคคล

สำหรับกิจกรรมบำบัดแบบไทยสัปปายะ และการอบรมนวดศีรษะตำหรับอายุรเวชและสระผมแบบวารีบำบัด “เข้าสู่ช่วงบ่าย”เราจะด้วยกิจกรรม กิจกรรมของเราจะมีทั้ง ‘ปฐมพยาบาลใจ การสมาธิ การบำบัดแบบไทยสัปปายะ ที่จะพาทุกท่านผ่อนคลายผ่านการทำสมาธิสั้น ๆ การจิบเครื่องดื่มสมุนไพรที่เหมาะกับธาตุเจ้าเรือนเฉพาะบุคคล

ทั้งนี้ในส่วนของการแสดงนวดสปอร์ตได้รับความสนใจเป็นอย่างมากซึ่งนำทีมโดยอาจารย์โก้และอาจารย์กุ้งนางโดยมีประวัติผู้โชว์ดังนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมการนวดให้เข้าสู่สากลและภายในงานยังได้รับเกียรติจากลองศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรีมอบใบประกาศการจบการศึกษาในวิชานวดหน้าเพื่อสุขภาพและความงาม 60 ชั่วโมงในหลักสูตรของศึกษาธิกา,รและผ่านหลักสูตรของกรมสนับสนุนเพื่อสุขภาพ สบส  กระทรวงสาธารณสุข

ฝนถล่มรัฐเท็กซัสน้ำท่วมฉับพลันยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 100 ศพ

ฝนตกหนักน้ำท่วมรัฐเท็กซัสฉับพลันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งกว่า 100 รายแล้ว ขณะที่ความหวังในการค้นพบผู้สูญหายเริ่มริบหรี่

ทีมค้นหาและกู้ภัยกำลังลุยผ่านริมฝั่งแม่น้ำที่เต็มไปด้วยกองโคลน ขณะที่เกิดฝนตกและพายุฝนฟ้าคะนองครั้งใหม่ และความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมก็ริบหรี่ลงหลังจากเกิดเหตุดังกล่าวมาแล้ว 4 วัน

ค่ายมิสติก ซึ่งเป็นค่ายฤดูร้อนสำหรับเด็กหญิง ยืนยันว่ามีเด็กหญิงและเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 27 รายรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต เด็กหญิง 10 รายและที่ปรึกษาค่ายยังคงสูญหาย ขณะเดียวกันทำเนียบขาวปฏิเสธข้อเสนอแนะที่ว่าการปรับลดงบประมาณของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ (NWS) อาจทำให้การตอบสนองต่อภัยพิบัติล่าช้าลง

โดยเหยื่ออย่างน้อย 84 ราย เป็นผู้ใหญ่ 56 ราย และเด็ก 28 ราย เสียชีวิตในเขตเคอร์ เคาน์ตี้ หลังแม่น้ำกัวดาลูปเอ่อท่วมสูงอย่างรวดเร็ว หลังเกิดฝนตกหนักก่อนรุ่งสางของวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดเนื่องในวันชาติสหรัฐฯ

สำนักงานเคอร์ เคาน์ตี้ ยังระบุว่า ยังไม่มีการระบุตัวตนของผู้ใหญ่ 22 คนและเด็ก 10 คน ด้านแคมป์มิสติกระบุในแถลงการณ์ว่า “พวกเรารู้สึกเสียใจกับครอบครัวที่ต้องประสบกับโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจจินตนาการได้นี้” โดยนายริชาร์ด อีสต์แลนด์ วัย 70 ปี เจ้าของร่วมและผู้อำนวยการแคมป์มิสติก เสียชีวิตขณะพยายามช่วยชีวิตเด็กๆ 

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติคาดการณ์ว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนองเคลื่อนตัวช้าๆ มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่นี้มากขึ้น