น้ำเหนือไหลสมทบ แม่โขงเพิ่มต่อเนื่อง ยังไม่วิกฤต ลำน้ำสาขายังระบายได้

ฝนตกหนักต่อเนื่อง มวลน้ำจากภาคเหนือเริ่มไหลมาสมทบ ส่งผลต่อแม่น้ำโขงเพิ่มต่อเนื่องวันละประมาณ 20 -30 เซนติเมตร ล่าสุดอยู่ที่ระดับ ประมาณ 6 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 6 เมตร คือที่ 12 เมตร ส่วนลำน้ำสาขายังระบายได้ พื้นที่เสี่ยงติดชายแดน 4 อำเภอ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก เพิ่มการระบายลงน้ำโขง

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงเพิ่มระดับต่อเนื่อง หลังจากมีมวลน้ำจากภาคเหนือไหลมาสมทบ ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 6 เมตร เพิ่มขึ้นวันละประมาณ 20 -30 เซนติเมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่งประมาณ 6 เมตร คือ ที่ 12 เมตร แต่ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก ส่วนลำน้ำสาขาสายหลักยังสามารถไหลระบายลงน้ำโขงได้ ยังไม่พบพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นท่วม

ขณะเดียวกันในส่วนของพื้นที่ติดชายแดน แม่น้ำโขง 4 อำเภอ ยังคงเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง รับมือฝนตกหนัก ประกอบด้วย อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมือง และ อ.ธาตุพนม โดยมีการติดตั้ง เครื่องสูบน้ำเสริมการระบายลงน้ำโขง รองรับฝนตกหนักต่อเนื่อง ป้องกันน้ำรอรอระบาย เอ่อท่วม

ผัดไทยโบราณวัดท้องคุ้ง อร่อยจากรุ่นสู่รุ่น ครองใจคนอ่างทองยาวนานถึง 123 ปี

ผัดไทยวัดท้องคุ้ง ตำบลโพสะ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ที่มีมายาวนานกว่า 123 ปี แห่งความอร่อยถึงรุ่นที่ 5 โดยการใช้ฟืนในการทำผัดไทยมาตลอดจนถึงปัจจุบัน โดยการปรุงผัดไทยแต่ละครั้ง ผัดโดยใช้กระทะใบบัวขนาดใหญ่กว่า 10 จาน วิธีเร่งไฟโดยการเติมเชื้อฟืนเมื่อต้องการไฟแรง จะมีควันเล็กน้อยทำให้ได้รสชาติที่มีกลิ่นหอมและอร่อยถูกปาก จนโด่งดังมาถึงรุ่นที่ 5 แล้ว นับเวลากว่า 123 ปี

ที่สำคัญพ่อค้าแม่ค้าใช้ฟืนในการหุงต้มทำผัดไทย และก๋วยเตี๋ยวหมู ซึ่งเชื้อฟืนทำให้อาหารสุกอร่อย ได้รสชาติที่หอมอร่อยกลิ่นหอมกรุ่น จนน่าลิ้มลอง ถ้านึกถึงตำนานผัดไทยสุดยอดของความอร่อยในจังหวัดอ่างทอง ต้องนึกถึงร้านผัดไทยวัดท้องคุ้ง ที่ผัดด้วยเตาฟืน เส้นเหนียวนุ่ม รสชาติอร่อย และที่นี่ยังมีก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ต้มจืดสูตรโบราณให้ลิ้มลอง

น.ส.ปัทมา นวลตระกาล  เจ้าของร้านผัดไทย เล่าว่า ที่ร้านผัดไทยวัดท้องคุ้ง เปิดขายมานานกว่า 123 ปี โดยตนสืบทอดขายผัดไทยมาเป็นรุ่นที่ 5 โดยตั้งแต่เริ่มแรกทางร้านใช้ฟืนในการทำอาหารผัดไทย และก๋วยเตี๋ยวมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งฟืนที่ทางร้านใช้นำมาประกอบอาหารนั้นส่วนหนึ่งหาได้ในพื้นที่ และบางส่วนรับซื้อมาจากชาวบ้าน ที่สำคัญเตาฟืนทำให้ก๋วยเตี๋ยวและผัดไทยของร้านผัดไทยวัดท้องคุ้ง มีรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีกลิ่นหอม เส้นเหนียวนุ่ม

ตั้งแต่เริ่มแรกทางร้านใช้ฟืนในการทำอาหารผัดไทย และก๋วยเตี๋ยวมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญเตาฟืนทำให้ก๋วยเตี๋ยวและผัดไทยของร้านผัดไทยวัดท้องคุ้ง มีรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีกลิ่นหอมจากฟืนที่ใช้ในการผัด เส้นเหนียวนุ่ม โดยทางร้านเปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-14.40 น. โดย ผัดไทยราคาจานละ 25 บาท พิเศษ 30 บาท พิเศษไข่ 40 บาท ก๋วยเตี๋ยวหมู ต้มยำ ต้มจืด น้ำและแห้ง ราคา 25 บาท พิเศษ 30 บาท ติดต่อสอบถามได้ที่ 08-2233-3887

“พลายพยัคฆ์” ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศ เป็นคนที่ 2 ศึกมวยปูนเสือ

ศึกมวยปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 24 สาย B รอบ 8 คนสุดท้าย นัดที่สอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ที่เวทีมวยช่อง 7 HD โดยก่อนชก นายจมร เลขะกุล ผู้แทนปูนเสือ ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยทั้ง 2 คู่บนเวที ในการชกกัน ระหว่าง อนันตชัย ลานนาวอเตอร์ไซด์ (แดง) พบกับ เพชรรุ่งโรจน์ โชติบางแสน พิกัด 112 ปอนด์ และ แคมารูน ศิษย์ลมหนาว (แดง) พบกับ พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ (น้ำเงิน) พิกัด 112 ปอนด์

ส่วนผลการแข่งขันมวยรอบปูนเสือ ครั้งที่ 24 มีดังนี้ 

คู่ที่ 1. แพ้ตกรอบ อนันตชัย ลานนาวอเตอร์ไซด์ (แดง) พบกับ เพชรรุ่งโรจน์ โชติบางแสน (น้ำเงิน) คู่นี้ใครแพ้ตกรอบทันทีส่วนผู้ชนะยังได้ไปต่อ อนันตชัยมวยขวาหมัดหนักเข้าในเหนียวแน่น ด้าน เพชรรุ่งโรจน์ เป็นมวยฝีมืออาวุธครบเครื่องเป็นฝ่ายเดินเข้าเตะขวาต่อยหมัดยังไม่ชัดเจน อนัตชัย รอจังหวะสองเตะขวาลำตัวได้ชัดเจน เพชรรุ่งโรจน์ เดินเร็วเตะหน้าขาทำเอา อนันตชัย ถึงกับสะดุ้งไปเหมือนกัน อนัตชัย เดินเตะขวาจับในตีเข่าปล้ำในตีเน้นๆ ได้ชัดเจนทำเอา เพชรรุ่งโรจน์ ดิ้นไม่หลุด ช่วงท้ายยก อนันตชัย ออกมาเล่นจังหวะฝีมือไม่ยอมปะทะผิดกับ เพชรรุ่งโรจน์ ไม่มีอะไรเสียเดินไล่ต่อยหมัดอย่างเดียวแต่ก็ได้เฉียดไปเฉียดมา ครบยก อนันตชัย เป็นฝ่ายชนคะแนนยังได้ไปต่อ ส่วน เพชรรุ่งโรจน์ ตกรอบทันที

คู่ที่ 2. ชนะเข้ารอบรองฯ แคมารูน ศิษย์ลมหนาว (แดง) พบกับ พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ (น้ำเงิน) คู่นี้ใครชนะเข้ารอบรองชนะเลิศทันทีเป็นคนที่สอง แคมารูน เป็นมวยเข่าในเหนียวแน่น ด้าน พลายพยัคฆ์ มวยขวาหมัดหนัดเข่าในดุดันเตะต่อยรุนแรง พลายพยัคฆ์ ยิ่งเดินเร็วเตะขวาต่อยหมัดปล้ำในตีเข่าต่อยหมัดแต่ก็ไม่ชัดเจผิดกับ แคมารูนเตะขวาเข้าชายโครงเน้นๆทำเอา พลายพยัคฆ์ ดิ้นไม่หลุด แต่เกมส์การชกกลับพลิกช่วงปลายยก 4 เมื่อ แคมารูน เตะขวาเข้าชายโครง พลายพยัคฆ์ จับขาได้ฮุคด้วยหมัดขวาเข้าปลายคาง แคมารูน ถึงกับร่วงทั้งยืนปล่อยให้กรรมการนับ 8 แคมารูน ไม่มีอะไรจะเสียเดินต่อยหมัดอย่างเดียวแต่ก็ไม่ชัดเจนครบยก พลายพยัคฆ์ พลิกเป็นฝ่ายชนะคะแนน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นคนที่สองต่อไป

สำหรับศึกมวยปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 24 สาย A และ สาย B รอบ 8 คนนัดสุดท้าย จะขึ้นชกกันในวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 เป็นการชกกันระหว่าง แสงตะวัน ส.พงษ์อมร พบกับ ก้องสนั่น ส.เทียนโพธิ์ พิกัด 112 ปอนด์ และ อนันตชัย ลานนาวอเตอร์ไซค์ พบกับ แคมารูน ศิษย์ลมหนาว พิกัด 112 ปอนด์

“สินค้าดี สินค้าเด่น กับงานแสดงสินค้าและจำหน่าย ฮักหลาย…มหาสารคาม” 160 ปี ครั้งที่ 2

เข้าสู่วันสุดท้าย ของการจัดงาน “ ฮักหลาย…มหาสารคาม 160 ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล” ครั้งที่ 2 ขอเชิญชวน ชิม ชิล แช๊ะ แชร์ สินค้าดี สินค้าเด็ด อาหารอร่อย สินค้า GI จากผู้ประกอบการจังหวัดมหาสารคาม

อาทิ ขนมไทยบ้านนาโพธิ แม่ระนาดผ้าไทย “เสื่อกก”พรธิวรรณ อุดมวิทย์ กลุ่มตัดเย็บผ้าไทยบ้านโคกสูง ทองยศผ้าไหมโบราณ กลุ่มแปรรูปเสือกกบ้านป่าเป้า ตำบลยางน้อย ตะกร้าสานเส้นพลาสติกบ้านพงโพด กลุ่มแปรรูปและตัดเย็บ ม.16 บ้านกุดรัง และผ้าลายอินโดแปรรูป และสินค้าอื่นๆอีกมากมายที่นำมาให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกชิมกันอย่างจุใจ

ร่วมลุ้นรับของรางวัลมากมายช่วงนาทีทองและส่งท้ายการจัดงานด้วยการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้อง “เอิ้นขวัญ วรัญญา”

แล้วพับกัน ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.30 น.

คนร้ายเหิมหนัก!ยิงตำรวจ-อาสา ล่อซื้อบุหรี่ไฟฟ้าเปิดทางซิ่งเก๋งหลบหนี เร่งไล่ล่า

ตำรวจปทุมธานีล่อซื้อยาเสพติด-บุหรี่ไฟฟ้า คนร้ายไหวตัวทันเปิดฉากยิงเปิดทางหนีใส่ตำรวจ-อาสา บาดเจ็บ 2 เร่งระดมกำลังไล่ล่า

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 29 มิ.ย 68 ร.ต.ท ชาติชาย คำหว่าน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต ได้รับแจ้งมีเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ถูกคนร้ายยิง ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย เหตุเกิดบริเวณ หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น สาขารังสิตซิตี้จุด 2 ตั้งอยู่ภายในบริเวณด้านแฟลตรังสิตซิตี้(แฟลตปลาทอง) ม.6 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี

หลังรับแจ้งจึงรีบประสานอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ พ.ต.อ พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก. ฯ พ.ต.ท สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สืบสวนฯ พ ต.ต อุทัย บุญกลาง สวป. พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

เมื่อไปถึงไหนที่เกิดเหตุพบว่าที่บริเวณลานจอดรถหน้าเซเว่นดังกล่าว พบ ส.ต.อ อัศนัย เรืองสาย อายุ 28 ปี ผบ.หมู่งานสืบสวน ถูกยิงเข้าบริเวณที่หว่างขาและแขน ส่วนอีกคนเป็น ตร.อาสา ชื่อนายอภิชัย ชื่นใจ อายุ 42 ปี ถูกยิงเข้าที่ขาถากลูกอัณฑะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส ทันที นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุ ยังพบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม.ตกอยู่อีกจำนวนมาก พร้อมกับหัวกระสุน ที่ลานจอดรถ นอกจากนี้ ที่กระจกหน้าเซเว่นฯ ยังพบว่าถูกกระสุนแตกร้าวเป็นรูโหว่และที่คานเสาใกล้ปลั๊กไฟมีร่องรอยรูกระสุน

นอกจากนี้ยังมีรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน 5ขต-5299 กรุงเทพมหานคร ของชาวบ้านที่จอดอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุยังถูกวิถีกระสุนเฉี่ยวที่บริเวณกันชนหน้าจนเป็นรอยได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้เชือกโปลิศลายกั้นบริเวณจุดที่เกิดเหตุก่อนที่จะประสาน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (ศพฐ 1) ให้มาตรวจสอบบริเวณดังกล่าว

เบื้องต้นจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาพร้อมกับตำรวจที่บาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนได้มีการวางแผนล่อซื้อยาเสพติด กับกลุ่มคนร้าย ซึ่งขณะที่คนร้ายขับรถมาจอดตามที่นัดหมายจะได้เข้ามา จากนั้น สายลับ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รู้สืบสวนจะได้เข้าไปพูดคุยกับชายในรถเก๋งทั้งสองคน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็ได้แสดงตัวกับคนร้าย แต่ปรากฏคนร้ายได้ไหวตัวแล้วชักปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและ ตร.อาสา เมื่อตนได้ยินเสียงปืนและรู้ว่าตำรวจกับอาสาถูกยิง จึงได้ขับรถกระบะเพื่อจะมาปิดทางออกพร้อมกับมีการชักปืนยิงตอบโต้เข้าที่ประตูฝั่นคนขับ ก่อนที่คนร้ายจะรีบขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนทางด้านคนร้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามไล่ล่า โดยคาดว่าคนร้ายอาจจะได้รับบาดเจ็บเนื่องจากมีการถูกกระสุนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิงเข้าไปที่บริเวณประตูของคนขับจำนวนหลายนัด

ด้าน น.ส.สุติมา อินทร์ชา อายุ 38 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่งอยู่ข้างเซเว่น ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังยืนขายของอยู่ได้เห็นรถเก๋งของคนร้ายมาจอด จากนั้นก็เห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ซึ่งตนเคยเห็นหน้าได้เข้ามาคุยกับคนร้ายซึ่งเป็นคนขับออกมายืนคุยข้างรถครั้งแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นการล่อซื้อแต่พอตำรวจแสดงตัวก็เห็นคนขับก้มเข้าไปในรถแล้วหยิบอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียงดังประมาณ 5 นัด ก่อนที่สักพักจะมีตำรวจที่ตามมาลงมาจากรถกระบะแล้วยิงใส่รถคนร้าย โดยที่คนร้ายได้รีบขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ยิ่งใหญ่อลังการ!เทศกาล“ผีตาโขน” ตื่นตา ตื่นใจ เมืองเลย

เริ่มแล้ว!งานประเพณียิ่งใหญ่ระดับประเทศและเดินหน้าสู่การเป็นเทศกาลระดับนานาชาติอย่าง “ผีตาโขน” ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งในปีนี้มีกำหนดการงานประเพณีบุญหลวง การละเล่นผีตาโขน ปี 2568 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย และวัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย จ.เลย

ปีนี้ กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 28 – 30 มิถุนายน 2568

วันที่ 28 มิถุนายน 2568
พิธีเบิกพระอุปคุต
พิธีการบวชพราหมณ์ เพื่อเชิญพระอุปคุต
พิธีแห่จากวัดโพนชัย ไปริมฝั่งแม่น้ำหมันเพื่อเชิญพระอุปคุต
พิธีงมพระอุปคุตจากแม่น้ำหมันอัญเชิญขึ้นประดิษฐานหออุปคุต วัดโพนชัย
พิธีเบิกพระอุปคุต พร้อมยิงปืนทั้ง 4 ทิศ
พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียม

วันที่ 29 มิถุนายน 2568
เป็น วันแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง หรือ ขบวนแห่ผีตาโขน
พิธีสู่ขวัญพระเวสสันดร อัญเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง
ขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง (ขบวนแห่ผีตาโขน)
เจ้าพ่อกวนและคณะ นำขบวนแห่ไปวัดโพนชัยแห่รอบโบสถ์ 3 รอบ
เจ้าพ่อกวนและคณะจุดบั้งไฟขอฝน
คณะผู้เล่นบุญหลวงนำหน้ากากผีตาโขนน้อยและผีตาโขนใหญ่ทิ้งลงแม่น้ำหมัน

วันที่ 30 มิถุนายน 2568
พิธีแก่กันหลอน และทำบุญฟังธรรมะ (*ไม่มีการละเล่นผีตาโขน)
08.00 น. – 11.00 น. เสร็จสิ้นงานประเพณี

สำหรับงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดขึ้นเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม และเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นไปสู่บุคคลทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอด่านซ้ายและจังหวัดเลย

สร้างความรักความสามัคคีของประชาชน ให้ประชาชนเกิดความหวงแหนวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับงานเทศกาลประเพณีของจังหวัดเลยอีกด้วย

“ธีรรัตน์” รับนโยบาย “แพทองธาร” เร่งแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย อย่างเป็นรูปธรรม

“ธีรรัตน์” รับนโยบาย “แพทองธาร” เร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกำชับต้องสื่อสารสร้างการรับรู้ต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (29 มิ.ย. 68) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ (ส่วนหน้า) เปิดเผยว่า จากการร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (28 มิ.ย. 68) ตนได้ติดตามข้อมูลสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำกกและแม่น้ำสายกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ตามแผนของศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ (ส่วนหน้า) ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

“รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยในการใช้น้ำของประชาชนในทุกมิติ ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค เกษตรกรรม ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา สัตว์น้ำ พืชผลทางการเกษตร รวมถึงสุขภาพของประชาชน ซึ่งได้มีการเก็บตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์ และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้น้ำได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้จังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ เร่งสำรวจผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ประชาชนได้รับจากปัญหาคุณภาพน้ำ รวมถึงให้จัดเวทีสาธารณะในระดับชุมชน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น เสนอแนะแนวทางการแก้ไข และร่วมกำหนดอนาคตของการพัฒนาในพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ชี้แจงสถานการณ์คุณภาพน้ำ และตอบข้อกังวลของประชาชน ทั้งทางเฟซบุ๊ก “ศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อการรับรู้และติดตามสถานการณ์น้ำเชียงราย (AIM)” และทุกช่องทางสื่อสาร อาทิ หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วิทยุชุมชน โดยประเด็นที่เป็นถูกสอบถามมากที่สุดคือผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และต่อพืชผลทางการเกษตรด้วย” น.ส.ธีรรัตน์ กล่าว

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากลำน้ำกกและลำน้ำสาย เป็นทรัพยากรร่วมระหว่างไทยและเมียนมา รัฐบาลจึงได้กำชับให้ได้มีการประสานงานสื่อสารกับภาคีระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดกรมกิจการชายแดนทหาร ได้มีการหารือกับพลจัตวาโซหล่ายของเมียนมา เกี่ยวกับกรณีการตรวจพบสารหนูในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ซึ่งฝ่ายเมียนมาได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว และได้แจ้งว่า จะมอบหมายให้กรมทรัพยากรสิ่งแวดล้อมของเมียนมาจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจแม่น้ำต่าง ๆ ภายในประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลและเตรียมพร้อมสำหรับการหารือร่วมกับฝ่ายไทยในเวทีประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ระหว่างวันที่ 2–3 กรกฎาคม 2568 ซึ่งฝ่ายไทยโดยกรมกิจการชายแดนทหารจะใช้โอกาสนี้หารือเชิงลึกกับรัฐบาลเมียนมา เพื่อหาแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งรอกำหนดวันเจรจาในระดับรัฐบาลอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป

ตำรวจจับแก๊งลอบขนสัตว์น้ำยึดดาวอินเดีย-ปลามังกร คารถบัส

ตำรวจ บก.ทล.กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB ตรวจยึดเต่าดาวอินเดียและปลามังกร (อะโรวาน่า) ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน อาศัยขนส่งรถทัวร์  มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2568 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB มอบหมายให้ พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล. พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ แซมเขียว รอง ผกก.7 บก.ทล. พ.ต.ท.ธนาคาร จันทร์กระจ่าง ช่วยราชการ รอง ผกก.7 บก.ทล. พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สวญ.ส.ทล.3 กก.7 บก.ทล. และ พ.ต.ท.มนัสวี กะดะแซ สว.ส.ทล.3 กก.7 บก.ทล.นำกำลังตรวจยึด 1. กล่องโฟมสีขาวปิดผนึกด้วยเทปกาวภายในบรรจุสัตว์เลื้อยคลานชนิดเต่า ตำหนิจุดสังเกตพิเศษ บนกระดองมีลักษณะเป็นรูปดาวคล้ายเต่าดาวอินเดีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Indian Star Tortoise

รวมสัตว์เลื้อยคลานชนิดเต่าทั้งหมด จำนวน 191 ตัว 2.กล่องโฟมสีขาวปิดผนึกด้วยเทปกาวภายในบรรจุปลามังกร แบ่งแยกบรรจุภายในถุงพลาสติก จำนวน 4 ถุง รวมปลาทั้งหมดจำนวน 12 ตัว และ3.เอกสารใบรับรองชนิดของปลา พร้อมระบุข้อความภาษาอังกฤษ บรรจุมาในกล่องโฟมซึ่งบรรจุของกลางลำดับที่ 2 จำนวน 3 แผ่น

ทั้งนี้ สำหรับของกลาง ลำดับที่ 1-3 น่าเชื่อว่าเป็นการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 จึงได้ทำการตรวจยึดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

การตรวจยึดครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า มีเครือข่ายผู้ลักลอบขนย้ายสัตว์ป่าคุ้มครองที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ลักลอบขนส่งจะใช้วิธีการซุกซ่อนสัตว์ป่าคุ้มครองมากับกล่องโฟมและปิดผนึกด้วยกระดาษกาวและเขียนอำพรางบนกล่องว่าเป็นปลาสวยงาม ซึ่งจะขนส่งมากับรถโดยสารประจำรถประจำทาง สายสุไหงโก-ลก – เกาะสมุย เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

​ต่อมา ตำรวจทางหลวง ร่วมกันตั้งจุดตรวจหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวง   จะนะ ทล.43 กม.29 ต.ป่าชิง อ.จะนะ จ.สงขลา ได้พบรถโดยสารประจำทางสายไหงโก-ลก – เกาะสมุย ซึ่งลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง ขับเข้ามายังจุดตรวจ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุด เพื่อขอตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเป็นรถโดยสารประจำทางดังกล่าว มีนายอนันชัย เป็นคนขับ จึงขอตรวจค้นภายในช่องสำหรับเก็บสัมภาระผู้โดยสาร โดยพบว่าที่ช่องสัมภาระผู้โดยสารทางด้านซ้ายของตัวรถ มีกล่องโฟมสีขาวปิดผนึกด้วยเทปรอบบริเวณฝากล่องโฟม จำนวน 3 กล่อง ซี่งมีลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้ง จึงได้สอบถามผู้โดยสารที่มากับรถว่ากล่องโฟมดังกล่าวเป็นของผู้ใด

จากการสอบถามไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ จึงสอบถามคนขับ ว่าของดังกล่าวมาอยู่บนรถได้อย่างไร นายอนันชัย แจ้งว่ารับของซึ่งมีผู้ฝากส่งมาจากต้นทางสถานีขนส่ง สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อนำไปส่งปลายทางบริเวณ แยกคลองหวะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยไม่ทราบว่าภายในเป็นสิ่งของประเภทใด เจ้าหน้าที่จึงเปิดกล่องโฟมทั้ง 3 กล่อง เพื่อขอตรวจสอบสิ่งของที่บรรจุอยู่ภายใน พบของกลางดังกล่าว

โดยในส่วนของกลางลำดับที่ 1 เป็นเต่า ซึ่งมีจุดตำหนิสังเกตพิเศษบนกระดองเต่าตรงกับลักษณะของเต่าดาวอินเดีย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ส่วนของกลางลำดับที่ 2 เป็นปลามังกรลักษณะคล้ายกับปลาอะโรวาน่าแดง โดยปลาชนิดดังกล่าวต้องมีเอกสารครอบครอง (ใบ CITES และ ใบรับรองแหล่งที่มา) จึงได้ทำการตรวจยึดเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อดำเนินคดีต่อไป หลังจากนี้จะติดตามขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี

“50 โจรใต้” เหิมหนักบุกถล่มฐานทหาร ยิงปะทะเดือด เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2

กลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 50 คนบุกปิดล้อมถล่มโจมตี ฐาน ชคต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส จนเกิดการปะทะ ดุเดือดเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย กลุ่มคนร้ายแบ่งกำลัง 3 ชุด แฝงตัวเข้ามา รอบฐาน ขนอาวุธหนักสารพัดชนิดทั้งเอ็ม 16 เอ็ม 79 อาก้า ลูกซอง และระเบิดไปป์บอมบ์ ระดมซัดถล่มเข้าใส่ฐาน ฝ่ายเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ดวลสนั่นต้านทานไว้ได้นานกว่า 20 นาที กลุ่มโจรถอดใจล่าถอยเผ่นหนี รีบช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง 2 นาย เป็น จ.ส.อ. และ อส.พาส่งโรงพยาบาล เชื่อฝีมือแนวร่วมล่าสังหาร เจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์โหมไฟใต้

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นรายวัน เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 28 มิ.ย. พ.ต.อ.ประพจน์ ล้อมเขตร ผกก.สภ.สุคิริน จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้ปืนสงครามและระเบิดถล่มในฐานชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ต.เกียร์ ตั้งอยู่บ้านไอยามู หมู่ 2 ต.มาโมง อ.สุคิริน รายงานให้ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก. พ.อ.สฐิระพงษ์ อาจหาญ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส สนธิกำลังนำเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบลูกระเบิดไปป์บอมบ์ของคนร้ายที่ขว้างเข้าไปในฐานไม่ทำงาน 3 ลูก ลูกที่ 1 ตกอยู่บนพื้นหลังหอสูงด้านซ้ายของฐาน ลูกที่ 2 ตกอยู่หน้าอาคารกองบังคับการ และลูกที่ 3 ตกอยู่บริเวณหลังเรือนนอนด้านขวา ระหว่างรอเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าเก็บกู้ ปรากฏว่าระเบิดไปป์บอมบ์ที่ตกอยู่หลังหอสูงด้านซ้ายของฐานเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากเจ้าหน้าที่กันพื้นที่ไว้แล้ว ส่วนไปป์บอมบ์อีก 2 ลูกเจ้าหน้าที่ใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงยิงทำลายได้อย่างปลอดภัย ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายมีรถยนต์ 4 คัน รถ จยย. 2 คัน กระเบื้องหลังคาเรือนนอนแตกกระจาย พบปลอกกระสุนปืนขนาดต่างๆรวมกว่า 100 ปลอก เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สัมผัสมนต์ของดีของเด่นในงาน “ฮักหลาย…มหาสารคาม”@เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

สัมผัสมนต์ของดีของเด่นเมืองมหาสารคามในงาน “ฮักหลาย…มหาสารคาม” 160 ปี ครั้งที่ 2 @เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม ขอเชิญชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเมืองมหาสารคามที่ถ่ายทอดความงดงามและเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของมหาสารคามในงาน “ ฮักหลาย…มหาสารคาม 160 ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล” ครั้งที่ 2  ร่วมชมนิทรรศการแสดงความงดงามและเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของมหาสารคาม ชิม ชิล แช๊ะ แชร์ สินค้าพื้นถิ่นของดี มีคุณภาพจากผู้ประกอบการภายในงาน

อาทิ แจ่วฮ้อนแม่เสงี่ยม ผ้าฝ้ายแปรรูปบ้านโพนทอง เบญจวรรณผ้าไหมไทย กลุ่มเครื่องประดับ บ.โนนยาง สหกรณ์การเกษตรบรบือ จำกัด กลุ่มทอผ้าบ้านหนองหิน กลุ่มกระเป๋าสายทอง นานาไม้สวย จำปาคา และกลุ่มข้าวแปรรูปบ้านโนนม่วง ฯลฯ

พร้อมเสิร์ฟความบันเทิง ลุ้นนาทีทองรับของรางวัลมากมาย และพบกับการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้อง “เพชร คฑาวุธ”

จัดเต็มความสนุกและความบันเทิงกับกิจกรรม ของขวัญมากมาย พบกัน ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.30 น.