ฝนกระหน่ำน่าน‘ดินสไลด์’ปิดทางหลวงช่วง‘หลักลาย-บ่อเกลือ’การจราจรไม่สามารถผ่านได้

ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันส่งผลทำให้เกิดดินสไลด์ปิดทับผิวทางบนทางหลวงหมายเลข 1081 ตอนหลักลาย – บ่อเกลือ ระหว่าง กม.68+605 ถึง กม.68+670 บริเวณบ้านผักเฮือก ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้การจราจรทุกช่องทางไม่สามารถผ่านได้ทันที ความเสียหายเบื้องต้นพบว่า ราวกันอันตรายเสียหาย 18 แผ่น เสาราวกันอันตราย 25 ต้น และเสาไฟฟ้าส่องสว่าง 1 ต้นได้รับความเสียหาย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายปิดทาง และเร่งเคลื่อนย้ายเครื่องจักรรถแบคโฮ 82 เข้าดำเนินการขุดตักดินออกจากผิวทาง โดยแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวและใช้เส้นทางเลี่ยงผ่านถนนเทศบาลหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนาเปรื่อง บ้านนาคอก บ้านผาคับ และบ้านบ่อหลวง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกลับสู่ทางหลวงหมายเลข 1256 ได้

ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง

บช.น.เผยม็อบรวมพลังแผ่นดิน ยอดรวม 20,577 จับอาวุธปืน 1 บาดเจ็บ 4 เสียชีวิต 1

กรุงเทพฯ-ตำรวจแถลงผลการปฏิบัติ เหตุการณ์ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ม็อบสูงสุดช่วง 1 ทุ่ม จำนวน 20,577 คน จับกุมอาวุธมีด 13 ราย อาวุธปืน วิ่งราว ยาเสพติด ทำร้ายร่างกาย หมายจับค้างเก่า อย่างละ 1 ราย ผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 4 ราย มีคนเสียชีวิต 1 ราย

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2568 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงผลการปฏิบัติการของ ศปก.บก.น.1 (ส่วนหน้า) สำนักงานเขตราชเทวี กรณีเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลา 12.00-21.42 น. ช่วงเวลา 19.00 น. มียอดผู้ชุมนุมสูงสุด สกายวอล์ก 2,000 คน รอบวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยฯ 18,577 คน ยอดรวม จำนวน 20,577 คน รายงานโดยศูนย์โดรน บช.น.

ผลการจับกุมของชุดปฏิบัติการต่างๆ

– ตรวจยึดคัตเตอร์ 33 ราย
– ดำเนินคดีพกพาอาวุธมีด, เคียว 13 ราย
– ดำเนินคดีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 ราย
– ดำเนินคดีวิ่งราวทรัพย์ผู้ชุมนุม 1 ราย

– ยาเสพติด 1 ราย
– ทำร้ายร่างกาย 1 ราย (ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความเนื่องจากเป็นผู้ป่วยทางจิต)
– หมายจับค้างเก่า 1 ราย
– บุคคลต่างด้าว 8 ราย สน.ดินแดง ตรวจสอบแล้ว เข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง จึงปล่อยตัว

ผลการปฏิบัติหน้าที่ของชุดปฏิบัติการต่างๆ
– ตำรวจ ไม่ได้รับบาดเจ็บ และเจ็บป่วย
– ผู้ชุมนุม ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เจ็บป่วย10 ราย

ประชาชนทั่วไป 1 ราย ผู้ป่วยที่ญาติจะนำส่ง รพ.พระมงกฎ ขณะนำส่งผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจ จึงจอดรถขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ประจำจุด รพ.ตำรวจ ประจำจุดเกาะกลาพญาพญาไท ทีมแพย์ทำการ CPR และนำส่ง รพ.ราชวิถี ทีมแพทย์ทำการรักษาและเสียชีวิตในเวลา 13.37 น.

ทลายเครือข่ายค้าลิงอุรังอุตังลอบนำเข้าจากชาติเพื่อนบ้านผ่านไทยส่งออกประเทศที่ 3

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กก.5 บก.ปทส. ร่วมกันจับกุม
1.นายสมาย์ฯ อายุ 69 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพรที่ 208/2568 ลง 25 มิ.ย. 2568
2.นายพงศกรฯ อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพรที่ 210/2568 ลง 25 มิ.ย. 2568
3.นายสุภวัชรฯ อายุ 43 ตามหมายจับของศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.209/2568 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2568

กระทำความผิดในข้อหา “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากได้รับแจ้งข้อมูลด้านการข่าวจาก องค์การบริหารปลาและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐ (U.S.Fish and Wildlife Service(USFWS)) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต่อต้านการค้าสัตว์ป่าทุกชนิด แจ้งว่าจะมีขบวนการลักลอบนำเข้าลิงอุรังอุตังจากประเทศอินโดนีเซีย เข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางที่จังหวัดสตูลมุ่งหน้ากรุงเทพฯ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ได้สกัดรถต้องสงสัย ที่บริเวณปั๊มน้ำมันขาขึ้นถนนสายเอเชีย ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร พบนายวินัยฯ เป็นผู้ขับขี่ตรวจสอบภายในรถพบลิงอุรังอุตัง จำนวน 3 ตัว ชะนี จำนวน 3 ตัว และกวางป่าอีก 1 ตัว บรรจุอยู่ในลังซุกซ่อนอยู่ภายในรถ และจับกุมตัวนายวินัยฯ ในข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าควบคุม

โดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่ง พงส.กก.5 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ชั้นจับกุมนายวินัยฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้รับจ้างขนส่งมีบังแอ เป็นผู้ว่าจ้าง ขนสัตว์ทั้งหมดมาจาก อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา เพื่อไปส่งให้กับนายอ๊อฟ และนายกอล์ฟ ที่ จ.นนทบุรี ตนเองได้ค่าจ้างขนจำนวน 25,000 บาท

ต่อมาจากการสืบสวนขยายผล ทราบว่า บังแอที่นายวินัยฯ อ้างนั้น คือนายสมาย์ ส่วนนายอ๊อฟ คือนายพงศกรฯ และนายกอล์ฟ คือนายสุภวัชรฯ ซึ่งบุคคลทั้ง 3 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าลิงอุรังอุตังจากอินโดนีเซียจริง โดยบังแอ จะเป็นผู้ลักลอบนำเข้าลิงอุรังอุตังจากอินโดนีเซีย ส่วนนายกอล์ฟ และนายอ๊อฟจะหาลูกค้าเพื่อนำไปขายต่อ ต่อมาศาลจังหวัดชุมพรได้ออกหมายจับบุคคลทั้งสามนี้ไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นเพื่อเข้าค้นบ้านพักที่หน้าเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ ผลการเข้าค้นสามารถจับกุมนายสมาย์ ได้ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ส่วนนายกอล์ฟ และนายอ๊อฟ สามารถจับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายแอ รับว่ามีนายทุนอีกกลุ่มหนึ่งนำเข้าลิงมาจากประเทศอินโดนีเซีย มากับเรือสปีดโบ๊ท มาขึ้นท่าที่อำเภอละงู

แล้วนำมาเก็บไว้ที่ห้องเช่าใน อ.หาดใหญ่ แล้วตนเองจะติดต่อรถขนเพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้าที่สั่ง ซึ่งทำมาแล้ว 3 ครั้ง ส่วนนายกอล์ฟ กับนายอ๊อฟ ให้การว่าประกอบอาชีพค้าขายสัตว์ป่าหายากให้กับผู้ที่อยากได้ รวมถึงลิงอุรังอุตังในครั้งนี้ด้วย เคยทำมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง ซื้อมาในราคาตัวละ 70,000 บาท แล้วนำไปขายในราคาตัวละ 120,000 บาท แต่หากลิงถูกขายส่งต่อไปยังประเทศอื่นก็จะมีราคาอาจสูงถึงตัวละ 250,000 บาท 

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อขยายผลถึง ผู้ว่าจ้าง ผู้ซื้อ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา อีกทั้งติดตามหานายทุนที่อยู่เบื้องหลังการนำเข้าจากอินโดนีเซียและลูกค้าที่เคยซื้อสัตว์ป่า โดยของกลางนั้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัตว์ของกลางให้กรมอุทยานฯ

ตรวจสอบและเก็บ DNAใช้เป็นหลักฐานเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศ: กรมอุทยานฯ, ศุลกากร, ป.ป.ส.ต่างประเทศ: USFWS, ตำรวจอินโดนีเซีย, Interpol รวมถึงวางมาตรการในการป้องกันเหตุซ้ำ โดยตรวจสอบจุดพักสัตว์ เช่น ห้องเช่าในหาดใหญ่เฝ้าระวังท่าเรือ อ.ละงู และช่องทางออนไลน์ต่อไป    

ม็อบ “รวมพลังแผ่นดิน” ย้ำจุดยืนขับไล่นายกฯ-บีบพรรคร่วมถอนตัวพ้นรัฐบาล

เมื่อวันที่  28 มิ.ย. 68 บรรยากาศการชุมนุมใหญ่ หลังจากที่นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำคปท นะคะได้นำมวลชนเดินทางมาสมทบที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วก็ได้ย้ำกับสื่อมวลชนและมวลชนท่าทาง มวลชนที่ออกมาในวันนี้ต่างสมัครใจนะคะปฏิเสธว่ามีท่อน้ำเลี้ยง ยกพลังประชาชนเป็นผู้สนับสนุนที่แท้จริง  วัตถุประสงค์ของการชุมนุมและการออกมารวมตัวกันในวันนี้ของมวลชนกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน เรียกร้องให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่มีคลิปเสียงสนทนาหลุด ระหว่างพูดคุยกับนายฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา รวมทั้งเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลทันที

นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. นำมวลชนเดินเท้ามาสมทบการชุมนุมใหญ่กับกลุ่มมวลชนที่รอทำกิจกรรมอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแห่งนี้ เมื่อเวลา 10 นาฬิกา กล่าวย้ำว่า การรวมตัวของมวลชนในครั้งนี้เป็นไปด้วยความสมัครใจของประชาชน ไม่มี “ท่อน้ำเลี้ยง” หรือการสนับสนุนจากกลุ่มทุนหรือฝ่ายการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น

นายพิชิต กล่าวถึงจุดยืนของกลุ่ม ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะในส่วนของผู้นำประเทศ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดเชียงรายในวันเดียวกันนี้ ว่า อาจเป็น “การหลีกเลี่ยง” การเผชิญหน้ากับเสียงของประชาชน พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีควรแสดงความรับผิดชอบตั้งแต่วันแรกที่มีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน หลุดรั่วออกมา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่ไว้วางใจจากประชาชนในวงกว้าง ถึงแม้ว่าในวันนี้นะนายกรัฐมนตรีจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่  แต่เสียงของประชาชนส่วนใหญ่กำลังรวมตัวกันอยู่ที่นี่ค่ะ

สำหรับ เซอร์ไพรส์ ที่จะเกิดขึ้นในการชุมนุมครั้งนี้ นายพิชิต เปิดเผยเพียงสั้น ๆ ว่าให้รอติดตามในเวลา 18.00 น. ซึ่งจะมีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากคณะผู้จัดกิจกรรม และก็ย้ำว่าขอให้ทุกฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังฝากเตือนไปยังกลุ่มมือที่สาม ว่าอย่าฉวยโอกาส สร้างความวุ่นวายหรือบิดเบือนสถานการณ์ พร้อมระบุว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท และเจ้าหน้าที่เทศกิจกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการตั้งจุดตรวจค้นก่อนเข้าพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

ขณะเดียวกัน นายพิชิต ยังชี้แจงกรณีที่มีผู้กล่าวหาว่าการชุมนุมครั้งนี้มี “ท่อน้ำเลี้ยง” หนุนหลังว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมเผยยอดเงินบริจาคในโครงการ “บัญชียามเฝ้าแผ่นดิน” ว่ามีประชาชนร่วมสมทบแล้วกว่า 20 ล้านบาท จากกว่า 10,000 บัญชี ทั่วประเทศ เงินทุกบาทมาจากประชาชนจริง ๆ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง พลังของการชุมนุมในวันนี้ไม่ใช่พลังการเมือง แต่คือพลังของประชาชน เราไปฟังเสียงบางช่วงบางตอนค่ะ

นายพิชิต และกลุ่มมวลชนผู้ออกมาชุมนุม ยังได้เชิญชวนพรรคการเมืองและนักการเมืองทุกฝ่าย เข้าร่วมแสดงจุดยืนร่วมกับประชาชน โดยระบุว่าการเคลื่อนไหวในวันนี้เป็นการแสดงพลังโดยสงบ สันติ และยึดหลักประชาธิปไตย

พายุถล่ม อ.พนม ต้นทุเรียนกำลังออกผลหักโค่นเสียหายระนาวกว่า 100 ไร่

สุราษฎร์ธานี-ชาวบ้านถ้ำผึ้ง อ.พนม เดือดร้อนหนักลมพายุพัดเสาไฟล้ม ต้นไม้ทับบ้านพัง 12 หลัง ต้นทุเรียนหักโค่นลูกร่วงระนาวได้รับผลกระทบนับ 100 ไร่

เกิดเหตุลมพายุพัดรุนแรงในพื้นที่บ้านถ้ำผึ้ง หมู่ที่ 5 ต.ต้นยวน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้เกิดต้นไม้ใหญ่ล้มพาดสายไฟฟ้าแรงสูงขาด และมีต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 12 หลังคาเรือน

นอกจากนี้ มีต้นทุเรียน หักโค่นได้รับความเสียหาย รวมทั้งมีลูกทุเรียนร่วงหล่น จำนวน 11 แปลง เนื้อที่ได้รับผลกระทบประมาณ 100 ไร่ สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านอย่างมาก

นายสุเชาว์ ทูโมสิก นายอำเภอพนม พร้อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีเขต อ.พนม เจ้าหน้าที่  องค์การบริหารส่วนตำบลต้นยวน  เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอพนม ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

“ผู้การติ๊บ”ผบ.ฉก.ราชมนู ลงพื้นที่เกาะติดการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

“ผู้การติ๊บ” ผบ.ฉก.ราชมนู ติดตามสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย – เมียนมา พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมและมอบของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่

พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ “ผู้การติ๊บ” ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา 5 อำเภอชายแดนจังหวัดตาก (แม่สอด-พบพระ-ท่าสองยาง-อุ้มผาง-แม่ระมาด)  เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดน ด้านตรงข้ามพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งยังมีการสู้รบ ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังกลุ่มต่อต้าน อย่างต่อเนื่อง  พร้อมกันนี้ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ยังได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ผบ.ฉก.ราชมนู ได้เน้นย้ำเรื่องการติดตามสถานการณ์และมอบแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับกำลังพลเพื่อยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด   เพื่อ ป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย ของกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง

ONE สถาปนา “นาบิล” นั่งแท่นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต

ONE ประกาศสถาปนาให้ “นาบิล อานาน” ดาวรุ่งก้านยาว วัย 21 ปี ขึ้นแท่นเป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) อย่างเป็นทางการนับแต่วันนี้เป็นต้นไป

ก่อนหน้านี้ตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ต้องว่างลง หลังจากที่ “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” เจ้าของตำแหน่งคนเดิม ที่มีคิวป้องกันเข็มขัดกับ “นาบิล” ในศึก ONE 172 ที่จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ชั่งน้ำหนักไม่ผ่านเกณฑ์ของ ONE ทำให้ต้องถูกริบเข็มขัดบนตาชั่ง ช็อกแฟนมวยทั่วโลก

หลังบัลลังก์ว่างมากว่า 3 เดือน ล่าสุด ONE ได้ประกาศแต่งตั้งให้ “นาบิล” ที่ครองตำแหน่งแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เฉพาะกาล มาตั้งแต่เดือน ม.ค.68 จากการเอาชนะทีเคโอยกแรก “นิโค คาร์ริลโล” จากสกอตแลนด์ ให้ขึ้นครองตำแหน่งแชมป์โลกของรุ่นนี้เต็มตัว  

สำหรับ “นาบิล” ขึ้นชกบนเวทีของ ONE มาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งแม้จะเปิดตัวด้วยการแพ้น็อก “ซุปเปอร์เล็ก” แต่หลังจากนั้น “นาบิล” พัฒนาฝีมือขึ้นมาก้าวกระโดด ถึงขั้นสามารถคว้าชัยเหนือคู่ชกรุ่นพี่มือพระกาฬได้ถึง 7 ไฟต์ติดต่อกัน ซึ่งหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นและถูกพูดถึงมากที่สุดของ “นาบิล” คือไฟต์ล่าสุดในศึก ONE 172 ที่สามารถแก้มือเอาชนะคะแนนยอดมวยอย่าง “ซุปเปอร์เล็ก” ไปได้อย่างน่าประทับใจ

ทหารสนธิกำลังป่าไม้บุกรวบช่างไม้เถื่อนลักลอบแปรรูป “ประดู่ยักษ์” คาบ้าน

ศรีสะเกษ- ทหารสนธิกำลังป่าไม้ บุกจับกุม ช่างไม้เถื่อนลักลอบแปรรูป “ประดู่ยักษ์” คาบ้านเตรียมส่งขายให้กับนายทุน

ทหารกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 โดย หน่วยเฉพาะกิจที่ 3  ร่วมกับตำรวจ สภ.กันทรอม เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาไม้ที่ ศก.1 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ 330 หมู่ที่ 1 ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า ที่บ้านหลังดังกล่าวมีการลักลอบทำไม้และแปรรูปไม้หวงห้าม เพื่อทำการค้าและส่งขายให้กับนายทุน จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบ นายเข็มเพ็ชร สุพงษ์ อายุ 56 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมของกลาง ไม้ประดู่ขนาดใหญ่ จำนวน 1 ท่อน ปริมาตร 2.95 ลูกบาศก์เมตร ค่าภาคหลวง 236 บาท ค่าเสียหายของรัฐ 737,000 บาท พร้อมเลื่อยโซ่ยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ยี่ห้อ Makita สีฟ้า (ไม่มีหมายเลขเครื่อง และหมายเลขแผ่นบังคับโซ่) ขนาดบาร์ 38 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง สายไฟสีดำ ขนาด 2×2.5 ยาว 23 เมตร จำนวน 1 เส้น

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า ทำไม้และแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา11, มาตรา48 และมาตรา69 จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กันทรอม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย  ส่วนของกลางไม้ประดู่ และเลื่อยโซ่ยนต์ไฟฟ้า ได้นำเก็บไว้ที่ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ศก.1 อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เพื่อดำเนินการต่อไป.

ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน

สนง.มีนบุรี ร่วมกับ กนอ.บางชัน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการอาหาร

Screenshot

นายศักดิ์ชัย ใสสุข ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี มอบหมายให้ นางสาวปานทิพย์ ชาวปลายนา พร้อม นายทนุธรรม หนูเพชร หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ลงพื้นที่ตรวจสอบ แนะนำสถานประกอบกิจการ ประเภท การผลิตอาหาร  ณ นิคมอุตสาหกรรมบางชัน ถนนเสรีไทย แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี

การตรวจสอบครั้งนี้ สำนักงานเขตมีนบุรี โดยฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล และสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ได้รับฟังกระบวนการผลิตอาหาร/แปรรูปอาหาร ของบริษัท เฮลซ์ เทรดดิ้ง(ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทวันไทยอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด เพื่อทราบถึงกระบวนการผลิตสินค้า มาตรการป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับโลหะ เครื่องชั่งสินค้าอัตโนมัติ การตรวจสอบลอตการผลิต แหล่งที่มา

นางสาวปานทิพย์ ชาวปลายนา ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตมีนบุรี

รวมถึงการตรวจสุขลักษณะของพนักงานก่อนปฏิบัติงาน ทำให้อาหารที่ผลิตในขั้นตอนต่างๆ มีการตรวจสอบ ควบคุม กำกับให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด และในอนาคตจะมีการเพิ่มเครื่องจักรในการทำงานทดแทนมนุษย์  เพื่อให้มีความแม่นยำ ถูกต้อง และรวดเร็วยิ่งขึ้น มีการจัดการที่เป็นระบบ สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารนั้นได้ว่า วัตถุดิบมาจากที่ไหน ผ่านการตรวจสอบอะไรบ้าง  From Farm to Teble รวมถึงการจัดเก็บในตู้เย็น/ห้องเย็นเพื่อควบคุมอุณหภูมิของวัตุดิบและสินค้า การจัดการขยะ กากของเสีย การคัดแยกขยะ การลดพลังงาน

นายทนุธรรม หนูเพชร หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล  เขตมีนบุรี

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แนะนำเพิ่มเติมให้มีการตรวจสอบและควบคุมดูแลพนักงานให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอาหาร เนื่องจากยังมีการใช้คนในการทำงานบางขั้นตอน รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แก่ น้ำเสีย มลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง กลิ่น จากการประกอบการ

ในขณะเดียวกัน สำนักงานเขตมีนบุรี ได้ให้ความรู้ด้านยาเสพติดและแนวทางการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานประกอบการ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพพนักงานและเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ มุ่งสู่การมีสถานประกอบการต้นแบบ และขยายการดำเนินการจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานประกอบการอีกด้วย

“ฮักหลาย…มหาสารคาม” 160 ปี ครั้งที่ 2 @เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

เข้าสู่วันที่ 3 ของการจัดงาน “ฮักหลาย…มหาสารคาม” 160 ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม

พบกับของดีของเด็ดมีคุณภาพจากผู้ประกอบอการส่งตรงจากจังหวัดมหาสารคามอีกมากมายภายในงาน อาทิ ดาระนีเต้าฮวยฟรุตสลัด ไส้กรอกอีสานสารคาม อีสานแช่บนัวร์ครัวสารคาม ส้มตำอีสำนแซ่บนัวร์ อาพรเสื่อกก มีนาผ้าไทย วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพรอินทรีย์ไร่พารวย วิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวปลอดสารพิษบ้านหนองหิน กลุ่มหมอนฟักทอง อสม. และยุทธนากระเป๋าแฟชั่น หมู่ 22 ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมร่วมสร้างธุรกิจและการเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจการค้า  ( Business Matching) ไปกับผู้ประกอบการ OTOP SMEs เพื่อเป็นการยกระดับการค้าการลงทุนให้ผู้ประกอบการจังหวัดมหาสารคามเป็นที่ยอมรับของตลาดสากลและตลาดดิจิทัลมากขึ้น

ร่วมลุ้นนาทีทองแจกของรางวัลมากมาย และรับชมคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้อง “อิสร์ อิสรพงศ์”

 ห้ามพลาด!!! งานเด็ดงานดี คุณภาพแบบนี้ ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.30 น.