เชียงรายระทมน้ำป่าทะลักท่วม 5 อำเภอเดือดร้อนกว่า 4 พันครัวเรือน

เชียงรายอ่วมน้ำป่าทะลักเข้าท่วม 5 อำเภอ ทั้งพญาเม็งราย-เวียงเชียงรุ้ง-เทิง-เชียงแสน-เชียงของ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 4 พันครอบครัว

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ความคืบหน้าสถานการณ์ฝนตกหนักเกิดน้ำป่าจากเทือกเขาได้ไหลทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่ของ ต.แม่เปา และ ต.ตาดควัน อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย รวมทั้งบางส่วนของโรงพยาบาลเวียงเชียงรุ้ง-โรงพยาบาลเทิง ตั้งแต่เช้าวันนี้ (27 มิ.ย.) ล่าสุดระดับน้ำได้ค่อยๆ ลดลงและมวลน้ำไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทาง ต.แม่ต๋ำ อ.พญาเม็งราย และ อ.เชียงของ เพื่อไหลลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป

ขณะที่มูลนิธิกระจกเงาได้นำโดรนบินสำรวจพื้นที่ พบมวลน้ำไหลมาจากเทือกเขาขุนน้ำห้วยแม่เปา-เทือกเขา โดยรอบที่สูงชันและสลับซับซ้อนคาดว่า ได้เก็บมวลน้ำที่เกิดจากฝนตกหนักเอาไว้ก่อนทะลักลงสู่ชุมชนด้านล่าง จนสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว และหลายพื้นที่โดยเฉพาะหมู่บ้านสันเจริญ หมู่ 1,บ้านสบเปา หมู่ 2,บ้านแม่เปา หมู่ 3,บ้านสันติคีรี หมู่ 6,บ้านแม่เปาเหนือ บ้านนาเจริญ หมู่ 11 หมู่ 12,บ้านสบเปาใหม่ หมู่ 14,บ้านแม่เปาใต้ หมู่ 16,และบ้านสบเปา หมู่ 20

เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาระบุว่า ได้นำโดรนช่วยกู้ภัยด้วย โดยอาศัยประสบการณ์จากน้ำท่วมที่ อ.แม่สาย เมื่อปลายปี 2567 ทำให้เห็นเส้นทางน้ำท่วม ผู้ประสบภัยที่เดือดร้อน จนสามารถเข้าถึงและให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ รวมทั้งหน่วยกู้ภัยได้นำอาหารและน้ำดื่มไปช่วยเหลือแล้วหากไม่มีฝนตกจนมีมวลน้ำเข้ามาเพิ่มเติมสถานการณ์ก็จะกลับสู่ภาวะปกติต่อไป

ด้าน จ.เชียงราย รายงานว่าน้ำท่วมวันที่ 27 มิ.ย.นี้ เกิดขึ้นใน 5 อำเภอคือ อ.พญาเม็งราย อ.เชียงแสน อ.เวียงชัย อ.เวียงเชียงรุ้ง อ.เชียงของ และ อ.เทิง แต่ที่หนักที่สุดคือ อ.พญาเม็งราย เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านเย้าแม่ต๋ำ หมู่ 4 ต.ตาดควัน มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมประมาณ 200 หลังคาเรือน สะพานถูกตัดขาดไม่สามารถใช้สัญจรได้ และน้ำยังเข้าท่วมโรงเรียนอีกด้วย

สำหรับ ต.สบเปา พบถูกน้ำท่วมหนักใน 9 หมู่บ้านดังกล่าวโดยมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3,705 ครัวเรือน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แม่เปา ถูกน้ำท่วมรวมทั้งมีและถนนถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรได้ นอกจากนี้น้ำยังท่วมต่อไปยังพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 7 หมู่ 8 และหมู่ 10 ต.แม่ต๋ำ ประมาณ 500 ครัวเรือน

มวลน้ำยังเข้าท่วม อ.เวียงชัย มีพื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำท่วมในหมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 7 และหมู่ 13 ต.ผางาม อ.เวียงชัย,ทางหลวงหมายเลข 1326 กิโลเมตรที่ 12+875-13+300 เชื่อม อ.พญาเม็งราย รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และที่หมู่ 10 ต.ดอนศิลา มีน้ำท่วมนาข้าวเป็นบริเวณกว้างกว่า 500 ไร่,หมู่ 4 หมู่ 11 และหมู่ 12 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน น้ำเข้าท่วมถนน,ต.เวียง อ.เทิง น้ำท่วมถนนหน้าโรงพยาบาลเทิง

ขณเดียวกัน พื้นที่ อ.เวียงเชียงรุ้ง พบว่าที่หมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 15 ต.ทุ่งก่อ,หมู่ที่ 5 หมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 10 หมู่ 14 ต.ป่าซาง,น้ำทะลักเข้าโรงพยาบาลเวียงเชียงรุ้ง แต่ล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงสู่ภาวะปกติ ทาง จ.เชียงราย อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายทั้งหมดอยู่

วิสาหกิจชุมชนปราจีนบุรีแจงเลิกปลูกกัญชาแล้วเหตุตลาดไปไม่สวย

ปราจีนบุรี –2  อำเภอ ตื่นตัวรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดโลก! อ.ประจันตคามเน้นต้านบุหรี่ไฟฟ้า   ด้านวิสาหกิจชุมชนแจงกัญชาได้เลิกปลูกมานานแล้วเหตุตลาดไปไม่สวย  พบทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรผู้ผลิต-ใช้กัญชารักษาโรคไม่กระทบกฎหมายการนำกัญชาคืนสู่ยาเสพติด แต่พบยอดคนไข้ใน รพ.ใช้กัญชารักษาโรคลดลงจากเดิม 

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีเนื่องในวันต่อต้าน ยาเสพติดโลก ที่องค์การสหประชาชาติ (UNODC) กำหนดให้ วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลกโลก ภายใต้คำขวัญ  “Stop Drugs, Start Power สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด” เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาอันเกิดจากยาเสพติดที่เกิดขึ้นทั่วโลก และร่วมมือกันแก้ปัญหายาเสพติด  พบใน 2 อำเภอ ตื่นตัวคึกคัก

แห่งแรกพบ   เทศบาลตำบลสระบัว อ.กบินทร์บุรี  ร่วมกับโรงเรียนชุมชนวัดเขาลูกช้าง ครู นักเรียน สถานีตำรวจภูธรสระบัว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลลาดตะเคียน ร่วมกับชุมชนร่วมถือป้ายรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ได้เดินรณรงค์ถือป้ายรอบชุมชน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนได้รับรู้ถึงพิษภัยของยาเสพติด (ยาบ้า) บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น

นายลิขิต หงส์วิไล นายกเทศบาลตำบลสระบัว กล่าวว่า วันนี้ทางเทศบาลตำบลสระบัวจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ซึ่งมีภาครัฐ  เทศบาลสระบัว สถานีตำรวจภูธรสระบัว ครู-นักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านเขาลูกช้าง เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ให้ห่างไกลยาเสพติด เป็นการรณรงค์เพื่อป้องกันยาเสพติดในอนาคต ที่จะทำให้บุตรหลานของชาวบ้านในพื้นที่ ตลอดจนชาวบ้านทั่วไปได้รับรู้ถึงปัญหายาเสพติด เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด ซึ่งทางเทศบาลได้ร่วมกันรณรงค์เป็นประจำทุกปี กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์

ที่อำเภอประจันตคาม  นายกองตรีปพนศักดิ์ ขันติชัยมงคล นายอำเภอประจันตคาม เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และสร้างจิตสำนึกในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก โดยมีส่วนราชการระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครูและนักเรียนโรงเรียนประจันตราษฎรบำรุง โรงเรียนชุมชนวัดศรีประจันตคาม โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยาประจันตคาม ร่วมเดินขบวนรณรงค์ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยทั้ง3โรงเรียนได้จัดขบวนวงโยธวาทิตและวงดุริยางค์เข้าร่วมในกิจกรรมด้วย

ทั้งนี้หลังกิจกรรมเดินรณรงค์รอบตลาดประจันตคามเสร็จสิ้นนายกองตรีปพนศักดิ์ ขันติชัยมงคล นายอำเภอประจันตคาม ได้อ่านสารและนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไม่นำตนเองไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด และได้เชิญวิทยากรจาก สภ.ประจันตคาม และสาธารณสุขอำเภอประจันตคาม บรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมถึงโทษและอันตรายจากยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าและได้ทำกิจกรรมตอบปัญหาแจกหมวกนิรภัย อีกด้วย

หลังจากนั้นได้จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แจ้งเบาะแสยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าลงในหีบรับแจ้งเบาะแส เพื่อที่อำเภอประจันตคามจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการขยายผลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะยาวต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่มีการผลิตสมุนไพรกัญชาสำหรับใช้ทางการแพทย์รักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลรักษาโรคต่าง ๆแก่ผู้ป่วย   ได้รับเปิดเผยจากแหล่งข่าวว่า     ตอนนี้ ทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากทางกรมการแพทย์แผนไทย แต่ยังผลิตยาสมุนไพรจากกัญชา และ รักษาโรคให้ผู้ป่วยโดยใช้กัญชาตามปกติ  

โดยกัญชาที่สกัดเป็นยาสมุนไพรมีทั้งใช้จากใบนำมาใช้ประโยชน์นอกเหนือจากนี้มีดอก มีใบ  ยาส่วนผสมของดอกเราก็ขออนุญาตไม่น่ากระทบสถานบริการโรงพยาบาลของรัฐเพราะสั่งยาตามที่กฏหมายกำหนด  

สำหรับโรคที่ทำการรักษาด้วยกัญชา  อาทิ  ผู้ป่วยประคับประคอง ผู้ป่วยพากินสัน โรคเรื้อรังอาทิสะเก็ดเงิน ยานอนหลับ  ปวดเมื่อย ด้านผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในส่วนของผู้ป่วยโรงพยาบาลมีไม่มากนัก  แต่ตอนนี้ลดลงจากเดิมมาก  กัญชาในโรงพยาบาลสรุปไม่น่ากระทบ    แต่น่ากระทบกับร้านที่จำหน่ายกัญชาที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ แหล่างข่าวกล่าว

ด้านนายสุนทร  คมคาย  วิสาหกิจชุมชนตำบลเขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี  เปิดเผยว่า   กัญชาของวิสาหกิจชุมชนตำบลเขาไม้แก้วตอนนี้  ไม่ได้ปลูกมานานแล้วทำการยกเลิกแล้ว ทำได้เพียง 2 รุ่น  โดยปลูกขายใบส่งให้กับทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร  เนื่องจากขายต่อไปไม่ได้ตลาดไม่รองรับ จึงยุติทั้งหมดมานานแล้ว  

มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว /ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ/ ปราจีนบุรี  ###

เริ่มแล้ว!งานแสดงและจำหน่ายสินค้า “ฮักหลาย…มหาสารคาม 160 ปี ”@เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

เริ่มแล้ว!งานแสดงและจำหน่ายสินค้า “ฮักหลาย…มหาสารคาม 160 ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล” @เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม จัดงานแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้า “ฮักหลาย…มหาสารคาม ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล” ครั้งที่ 2 เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการตลาด และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์การเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs จังหวัดมหาสารคาม  รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์สินค้าของจังหวัดมหาสารคาม ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

โดยได้รับเกียรติ นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และ นางสาวทัสนี ประภาศรี พาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า   
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 160 ปี จังหวัดมหาสารคาม จึงได้งานแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้า “ฮักหลาย…มหาสารคาม ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล” ครั้งที่ 2 ขึ้น  ตามโครงการสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และเพิ่มช่องทางการตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568  จังหวัดมหาสารคาม จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การลงทุน

และการนำภูมิปัญญามาสร้างคุณค่า โดยการเชื่อมโยงการค้าระหว่างภูมิภาค และระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาล สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน รวมทั้ง เป็นการสร้างภาพลักษณ์สินค้าของจังหวัดมหาสารคาม ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วประเทศ

จังหวัดมหาสารคาม จึงได้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “ฮักหลาย…มหาสารคาม 160 ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล” จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนกรุงเทพฯ ปริมณฑลนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่มาทำงานที่กรุงเทพมหานคร มาร่วมงาน เพื่อ ชิม ชิล แช๊ะ แชร์ สินค้าจากผู้ประกอบการของจังหวัดมหาสารคาม กว่า 43 คูหา ซึ่งประกอบด้วย เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อาหารสด อาหารแปรรูป ของใช้ ของประดับตกแต่ง ของที่ระลึก และอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ ยังมีการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) นิทรรศการผลิตภัณฑ์ของดีของเด่นจังหวัดมหาสารคาม การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมความบันเทิง และกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดทุกวัน

นางสาวทัสนี ประภาศรี พาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้า ฮักหลาย…มหาสารคาม ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล” ครั้งที่ 2 จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการตลาด และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์การเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs จังหวัดมหาสารคาม  รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์สินค้าของจังหวัดมหาสารคาม ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

สำหรับกำหนดจัดงาน จำนวน  2 ครั้ง ๆ ละ 5 วัน ดังนี้

ครั้งที่ 1 ได้ดำเนินการจัดงานแล้ว เมื่อวันที่ 23 – 27 พฤษภาคม 2568 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งผลการดำเนินงาน มีมูลค่าการค้ารวมทั้งสิ้น จำนวน 14,132,884.0 บาท  จำแนกเป็น ยอดการจำหน่ายสินค้า จำนวน 2,346,384.0 บาท และยอดการจับคู่ธุรกิจ จำนวน 11,786,500.0 บาท

ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการจัดงานในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายน 2568 ณ บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม ได้คัดเลือกสินค้าดี สินค้าเด่น และมีคุณภาพ นำมาจัดจำหน่ายในงานกว่า 43 ร้านค้า ประกอบด้วยสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 18 ร้านค้า อาหารสดและอาหารแปรรูป จำนวน 13 ร้านค้า และของใช้ ของประดับตกแต่ง และของที่ระลึก  จำนวน 12 ร้านค้า

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ในรูปแบบ On-site และ Online การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมการส่งเสริมการขาย กิจกรรมสร้างความบันเทิง และนิทรรศการ (Display) ผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดมหาสารคาม

จึงขอเชิญชวนคนกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่มาทำงานที่กรุงเทพมหานคร มาร่วมงานจัดงานแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้า “ฮักหลาย…มหาสารคาม ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล” ครั้งที่ 2 ณ บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.30 น.

นร.กว่า 50 ชีวิตสุดระทึก!บัสรับส่งยางระเบิดเสียหลักล้อตกถนนหวิดพลิกคว่ำ

อุทัยธานี-ขวัญเอ๋ยขวัญมา!!รถบัสนักเรียนยางระเบิดเสียหลักล้อตกถนน คนขับมีสติชลอรถทัน รถเสียหลักตะแคงหวิดคว่ำ  เด็กนักเรียนกว่า 50 ชีวิตวิ่งแตกตื่น บางคนไม่กล้าไปเรียน วันนี้ขอกลับบ้านก่อน(ครู-ผู้ปกครองเร่งมาดูเด็กในที่เกิดเหตุ)

เมื่อเช้าเช้าของวันที่ 27 มิถุนายน 2568 สภ.หนองฉาง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ขับรถน้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวง ว่ามีเหตุรถบัส 6 ล้อ บรรทุกเด็กนักเรียนมาเต็มคันจากอำเภอบ้านไร่ มาถึงใกล้กับองค์การหารบริหารส่วนตำบลหนองสรวง ได้เกิดยางหน้าระเบิด เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เด็กนักเรียนบนรถบัสตกใจกลัว จนทำให้รถเสียหลักวิ่งข้ามเลนไปอีกฝั่งของถนน  พลิกตะแคงหวิดจะคว่ำ สายบ้านไร่- หนองฉาง หมู่ 4 ตำหนองสรวง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

หลังจากได้รับแจ้ง พ.ต.ท.วันชาติ พูลเขตร์วิทย์ สารวัตรเวร สภ.หนองฉาง รีบรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับกู้ภัยอุทัยธานี (จุดหนองฉาง) เจ้าหน้าชมรมบรรเทาสาธารณ์องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี พร้อมกับดร.เสาวลักษณ์ บุญจันทร์ ผอ.สพป.เขต 2 และ ผอ.โรงเรียนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และคุณครู ผู้ปกครองเด็ก รีบมายังที่เกิดเหตุ เพื่อมาช่วยเหลือ ปลอบขวัญ ปลอบใจเด็กนักเรียนในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีเหลืองรถบัส -ส่งนักเรียน อำเภอบ้านไร่ โดยเจ้าหน้าที่ ช่วยกันนำเด็กนักเรียนกว่า 50คน ลงมาจากรถบัสด้วยอาการตกใจกลัว กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ตรวจสอบรถบัส พบที่บริเวณยางรถด้านหน้าขวาคนขับเกิดระเบิดแตก เกิดรถเสียหลัก

จากการสอบถามนายสิรินาถ คนขับรถบัสโดยสาร ว่าตนเองได้ขับรับเด็กนักเรียนมา จากอำเภอบ้านไร่ จำนวนกว่า 50 คน มาส่งยังภายในโรงเรียนต่างๆ ในตัวอำเภอหนองฉาง และกลางทางได้จอดรับช่วยเหลือรถบัสเด็กนักเรียนด้วยกัน เนื่องจากจอดเสียอยู่ข้างทาง ขึ้นมาด้วยประมาณ 10 กว่าคน พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้เกิดยางระเบิดขึ้นมาจนทำให้รถเสียหลัก ทั้งนี้ ภรรยาของคนขับรถนักเรียนดังกล่าว ได้กล่าวไว้ ครั้งนี้รถบัสตนเองยางรถแตกจริงๆ

โดยผู้สื่อสื่อข่าวได้พบกับเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอาการผวาตกใจและร้องไห้ตลอด ว่าตนเองได้ประสานโทรไปบอกแม่ให้มารับแล้ว ว่าวันนี้ไม่ขอไปโรงเรียน เนื่องจากวันนี้ตนเองได้เจออุบัติเหตุกับรถบัสรับส่งนักเรียนถึง 2 ครั้ง โดยเมื่อเช้าตนเองได้ขึ้นรถบัสคันแรกมาก็เกิดรถบัสเสีย จอดลงข้างทาง พอมาครั้งที่ 2 ได้ขึ้นกับรถบัสคันดังกล่าวมาอีกคัน ก็เกิดยางระเบิดแตกข้างทางอีก จึงขอวันนี้ไม่อยากไปโรงเรียนเนื่องจากตกใจกลัวอยู่

สาเหตุครั้งนี้ คาดว่ารถบัสนักเรียนน่าจะรับเด็กนักเรียนมาค่อนข้างหนัก จนเกิดทำให้รถรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้รถเกิดยางหน้าแตกโชคดีคนขับรถมีสติ รีบประคองรถ ชลอความเร็ว ทำให้รถ ตะแคง หวิดคว่ำลงข้างทาง 

พลิกวิกฤตเป็นโอกาสปลูกพืชสมุนไพรไทยมาแปรรูปแทนกัญชา

วิสาหกิจชุมชนไทยเฮิร์บ เซนเตอร์ แหล่งปลูกกัญชาใหญ่ที่สุดแห่งแรกใน จ.นนทบุรี พลิกวิกฤตเป็นโอกาสหันมาปลูกพืชสมุนไทรแทนกัญชาหลังสธ.ให้กัญชาอยู่ในบัญชียาเสพติด

“วิสาหกิจชุมชนไทยเฮิร์บ เซนเตอร์ จำกัด (Thai Herb Center )” เลขที่ 6/10 ต.ไทรม้า อ. เมืองนนทบุรี จ. นนทบุรี สถานที่แห่งนี้เป็นแห่งแรกในจังหวัดนนทบุรีที่ถือว่าใหญ่ที่สุดที่มีการเพาะปลูกกัญชา (พืชควบคุม) โดยก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุข อนุญาตให้กัญชาเป็นพืชเสรีไม่ถือเป็นยาเสพติด ซึ่งวิสาหกิจชุมชนไทยเฮิร์บ Center แห่งนี้ เคยนำกัญชาซึ่งเป็นพืชสมุนไพรควบคุม มาแปรรูปเป็นสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่น ชาใบกัญชา ,น้ำผึ้งชากัญชาโสมขาว, น้ำมันกัญชา และอื่นๆ อีกหลากหลายชนิด โดยขออนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมแพทย์แผนไทย รวมทั้งเจ้าของวิสาหกิจ ชุมชนไทยเฮิร์บ Center ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาให้กับกรมแพทย์แผนไทยอีกด้วย

นายธวัช จรุงพิรวงศ์ อายุ 55 ปี เจ้าของวิสาหกิจชุมชนไทยเฮิร์บ Center จำกัด เปิดเผยว่า หลังกระทรวงสาธารณสุข ออกกฎกระทรวงประกาศให้กัญชาพืชควบคุม ไม่ให้มีการใช้อย่างเสรี หากจะใช้ต้องใช้เพื่อเป็นพืชทางการแพทย์เท่านั้น ในส่วนของตนเอง ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ดีใจด้วยที่ไม่ให้นำกัญชามา ใช้ในด้านสันทนาการ และนำมาใช้เพื่อผลทางการแพทย์ ถือว่ามีผลดีกับหลายๆ ฝ่าย

ทั้งนี้ ในส่วนของวิสาหกิจชุมชนไทยเฮิร์บ Center ปัจจุบันตนไม่ได้นำพืชกัญชามาแปรรูปเป็นสมุนไพรต่างๆ แล้ว เพราะที่ผ่านมามีขั้นตอนต่างๆ มากมาย ที่ไม่สามารถอนุญาตให้นำพืชกัญชา มาแปรรูปเป็นสมุนไพรได้ ตนจึงนำสมุนไพร ซึ่งประเทศไทยมีเป็นจำนวนมาก นำมาผลิตและแปรรูปเป็นสมุนไพรไทย แก้โรคภัยต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น มะขามแขก,เพชรสังฆาต, ฟ้าทะลายโจร, ยาหม่องยารางจืด ขมิ้นชัน, ลูกประคบ พืชสมุนไพรต่างๆเหล่านี้ เมื่อนำมาแปรรูป ขั้นตอนการผลิตและการขออนุญาตก็ง่ายกว่าพืชสมุนไพรกัญชา ทำให้ธุรกิจด้านผลิตสมุนไพรของวิสาหกิจชุมชนไทยเฮิร์บ Center มียอดสั่งจอง ภายในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องพึ่งพืชกัญชาแต่อย่างใดแล้ว

นายธวัช กล่าวว่า เมื่อกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศใหม่แบบนี้ กระทรวงสาธารณสุขคงออกจับและออกตรวจจริงจัง พ.ร.บ.สมุนไพรควบคุมที่ออกมาใหม่ถือเป็นแนวทางที่ดี เป็นการจัดระเบียบสังคมใหม่ เน้นการให้ผู้ป่วยได้รักษาจริงจากสมุนไพรกัญชา มันมีเหลื่อมล้ำ พ.ร.บสมุนไพรควบคุมปี 65 กับปี 68 มันต่างกันไม่กี่ข้อ ข้อที่ 1 กำหนดให้ร้านที่ขายกัญชาต้องมี GACP หมายถึงการเก็บเกี่ยวที่ดีได้มาตรฐานทางกรมการแพทย์แผนไทยของกระทรวงสาธารณสุข ข้อที่ 2 คนที่จะใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ต้องได้รับใบสั่งจากแพทย์แผนไทย หรือเภสัชโดยใช้แบบฟอร์มของกระทรวงสาธารณสุขหรือแบบฟอร์มกฎหมายกัญชายาเสพติดประเภท 5 ให้เราเขียนไปเลยอันนี้อยู่ที่วิจารณญาณ ของทางแพทย์ผู้สั่งว่า จะให้ใช้ได้ปริมาณเท่าไหร่ ในกฎหมายเขาก็ระบุว่าให้ใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน

ข้อที่ 3 พ.ร.บ. ปี 65 กับ 68 มันต่างกันปี 65 กำหนดให้ว่าห้ามจำหน่ายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี หญิงมีครรภ์ หรือคนแพ้ แต่พ.ร.บ.ปี 68 ที่เพิ่งออกมา จะกำหนดไว้ว่าให้แพทย์แผนไทยเป็นผู้สั่ง ซึ่งมันต่างกันเหลื่อมล้ำกันนิดเดียว ถือเป็นแนวทางที่ดี เราปล่อยบ้านเมืองผ่านพ้นแบบนี้มานานแล้ว ด้วยกำลังของเจ้าหน้าที่ที่จะออกไปตรวจหรือไปจับเรามีปริมาณน้อย เปรียบเทียบกับร้านที่เปิดออกมามีปริมาณมากขึ้นมากขึ้น คือถูกกฎหมายมีราว 20,000 ร้านที่มีใบอนุญาตขายกัญชา ส่วนร้านที่ไม่มีใบอนุญาตที่ต้องเข้าใจในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เชื่อว่าร้านที่ไม่มีใบอนุญาตมีมากกว่า 20,000 ร้านอย่างแน่นอนทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ตนอยากอ้อนวอนขอให้ทางรัฐบาลหรือกระทรวงสาธารณสุขช่วยผ่อนผันระยะเวลาให้เวลากับเขาสำหรับคนที่ไม่มีใบอนุญาต หรือคนที่เปิดร้านกัญชาโดยไม่มีความรู้ให้เวลาเขาได้จัดสรร ไม่ใช่ออกไปจับเขาเลย เขาเพิ่งลงทุนถ้าแบบนี้ก็จะแย่อยากให้เพื่อนๆที่เปิดร้านช่วยกันรักษากฎระเบียบงดขายให้กับเด็กหรือเยาวชน พยายามสร้างระเบียบวินัยว่าสังคมในปัจจุบันเราไม่ได้อยู่แค่ประเทศไทย ทั่วโลกเขาจับจ้องประเทศไทยว่า เป็นแหล่งค้ากัญชาอย่างเสรีส่งออกค้ากัญชาอย่างเสรี ตนเคยเดินทางไปต่างประเทศหลายๆประเทศถูกค้นของในกระเป๋าอย่างละเอียด เหมือนว่าต้องมีกัญชาทั้งๆ ที่ไม่เคยพกไปเลย บางคนหลงลืมติดน้ำมันสกัดจากกัญชาไม่เกิน 0.2 ที่ทั่วโลกยอมรับก็รอดไป ตรงนี้ก็จะทำให้เราเสียเวลาในการเดินทางเราต้องแยกแยะให้ออกว่า กิ่ง ก้าน ใบราก ลำต้น ไม่ผิดกฎหมาย ช่อดอก เป็นสมุนไพรควบคุม ถ้าเอาไปสกัดเกิน 0.2 ก็จะเป็นยาเสพติดประเภท 5 เราต้องประชาสัมพันธ์ให้ร้านที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายได้รู้แต่ตอนนี้เท่าที่ทราบร้านถูกกฎหมายก็ปรับตัวแล้วพอสมควร ถือเป็นแนวทางที่ดี

ภาพ/ข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าวจังหวัดนนทบุรี

ผวจ.กระบี่-รอง ผบช.ภ.8 สั่งยกระดับความปลอดภัย เข้มจุดเสี่ยงคนร้ายป่วน

ผวจ.กระบี่ และรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ให้ความมั่นใจจังหวัดกระบี่มีความปลอดภัย เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุต้องสงสัยได้ครบตามที่ได้รับเบาะแส พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานที่จุดเสี่ยงต่อการก่อเหตุอย่างต่อเนื่องต่อไป

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (รอง ผบช.ภ.8) รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรกระบี่ (รรท.ผบก.ภ.จว.กระบี่) พ.ต.อ.สุขเกษม  นครวิไล รอง ผบก.จว.กระบี่ พ.อ.สรรเสริญ พุ่มเกิด รอง ผอ.รมน.กระบี่ ได้ร่วมแถลงข่าวหลังรับแจ้งทาง on line ข่มขู่ ด้วยการใช้ จักรยานยนต์ต้องสงสัย และการวางวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คน จากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมวัตถุคล้ายระเบิด ได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะ แยกบายพาสจังหวัดพังงา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD) และชุดสุนัขดมกลิ่น K9 จำนวน 4 ตัว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดกระบี่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.ได้ระดมค้นหาตามข้อมูลที่ส่งผ่านกันมา จนพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยไปจอดซุกไว้ ณ มัสยิดกลางจังหวัดกระบี่ จากนั้นติดตามไปตรวจสอบย่านอุทยานแห่งชาติและสวนสาธารณะ อย่างละเอียดครบถ้วนแล้ว ตามระบบมาตรฐานความปลอดภัย SOP สำหรับพื้นที่ที่มีผู้ไม่หวังดีข่มขู่ผ่าน social network จำนวน 4 แห่ง ได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว 

โดยพบวัตถุต้องสงสัย ดังนี้ ที่บริเวณลานประติมากรรมไม้มะหาด บริเวณป้ายหาดนพรัตน์ธารา จำนวน 2 จุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้วัตถุต้องสงสัยเรียบร้อยทั้ง 3 จุด เพื่อนำไปพิสูจน์ทราบอย่างละเอียดต่อไป ส่วนรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่จอดทิ้งไว้ที่มัสยิดกลางจังหวัดกระบี่ ตรวจสอบแล้วไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานต่าง ๆ ไปพิสูจน์ทราบตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปเช่นกัน พร้อมทั้งมีสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่าจังหวัดกระบี่มีความปลอดภัย

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เพื่อให้การป้องกันและเฝ้าระวังการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จึงได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการจัดให้มีระบบการเฝ้าระวังภัย เพื่อเฝ้าระวังสถานที่จุดเสี่ยงต่อการก่อเหตุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ตามมาตรการเฝ้าระวัง ตรวจตรา และรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ แหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานบริการ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สวนสาธารณะ ศาสนสถาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น ตลอดจนสถานที่ที่มีคนมาชุมนุมเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พร้อมทั้งได้กำชับผู้ปฏิบัติงานให้ตระหนักและใส่ใจการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอให้เป็นระเบียบประจำวันอย่าปล่อยปละละเลย 

โดยเฉพาะผู้ได้รับมอบหมายในการอยู่เวรยามให้เพิ่มความระมัดระวัง อยู่เวรยามรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญให้สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบสิ่งแปลกปลอมหรือต้องสงสัยให้แจ้งหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และให้รายงานจังหวัดทราบในทันที สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ถือปฏิบัติด้วย รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตรวจตราบุคคลหรือสิ่งผิดปกติในระดับตำบล และหมู่บ้าน

พร้อมทั้งฝากพี่น้องประชาชนได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตากับหน่วยงานความมั่นคงด้วย หากพบสิ่งแปลกปลอมไม่ชอบมาพากลก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ขอยืนยันว่าทุกหน่วยงานในพื้นที่ได้สกรีนทุกพื้นที่เรียบร้อยเป็นที่ปลอดภัย ขอให้พี่น้องประชาชนทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวชาติมั่นใจในความปลอดภัยของจังหวัดกระบี่

ไทย ผ่อนปรน “ด่านสระแก้ว–กัมพูชา” เพื่อมนุษยธรรม เริ่ม 26 มิ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.68 กองกำลังบูรพาได้ประกาศปรับเปลี่ยนมาตรการควบคุมบริเวณจุดผ่านแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.68 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนทั้งสองฝ่ายที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการเดินทางเพื่อซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคและการรักษาพยาบาล

จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก

สำหรับชาวกัมพูชาที่ต้องการซื้อสินค้าจำเป็น อนุญาตให้ใช้ Border Pass ของจังหวัดบันทายมีชัยเท่านั้น (ไม่อนุญาตให้ใช้ Passport) สามารถเดินทางเข้ามาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคได้ โดยไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะทุกชนิดเข้าประเทศ ยกเว้นรถจักรยาน 2 ล้อ โดย ตม.สระแก้ว จะประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 1 วัน แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา:

08.00-09.30 น. (300 คน/ครั้ง)

10.30-12.00 น. (300 คน/ครั้ง)

13.00-15.00 น. (400 คน/ครั้ง)

ชาวกัมพูชาเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมยานพาหนะ: สามารถเดินทางกลับกัมพูชาพร้อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนบุคคลได้ ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น. ตามหลักเกณฑ์ของด่านศุลกากรอรัญประเทศ

นักเรียน/นักศึกษาชาวกัมพูชา: อนุญาตให้เดินทางข้ามแดนเพื่อการศึกษาได้ในช่วงเวลาเช้า: 06.00-08.00 น. และ เย็น: 17.00-18.00 น.

การรักษาพยาบาล (กรณีเร่งด่วน/นัดแพทย์)

ในจังหวัดสระแก้ว: ผู้ป่วยต้องแสดงใบนัดแพทย์, Border Pass ของจังหวัดบันทายมีชัย หรือ Passport และต้องว่าจ้างยานพาหนะจากฝั่งไทย ตม.สระแก้ว จะประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 2 วัน โรงพยาบาลที่รองรับได้แก่ โรงพยาบาลอรัญประเทศ, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และโรงพยาบาลจิตเวชสระแก้ว

ในกรุงเทพมหานคร: ผู้ป่วยต้องแสดงใบนัดแพทย์และ Passport เท่านั้น และต้องว่าจ้างยานพาหนะจากฝั่งไทย ตม.สระแก้ว จะประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 2 วัน

การดำเนินการดังกล่าวต้องประสานงานกับสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 และตรวจคนเข้าเมือง

ชาวไทยเดินทางกลับภูมิลำเนา: สามารถเดินทางกลับพร้อมยานพาหนะส่วนบุคคลได้โดยใช้ Border Pass หรือ Passport ตามข้อกำหนดของ ตม. ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น.

จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ ไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท

ยังคงเปิด-ปิดเวลา 06.00-16.00 น. แต่จะงดการผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะทุกประเภท รวมถึงงดการเดินทางผ่านเข้า-ออกของประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และงดการค้าขายทุกประเภท

จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน

สำหรับชาวกัมพูชาที่ต้องการซื้อสินค้าจำเป็น อนุญาตให้ใช้ Border Pass ของจังหวัดพระตะบองเท่านั้น (ไม่อนุญาตให้ใช้ Passport) สามารถเดินทางเข้ามาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคได้ โดยไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะทุกชนิดเข้าประเทศ ยกเว้นรถจักรยาน 2 ล้อ โดย ตม.สระแก้ว จะประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 1 วัน แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา:

08.00-09.30 น. (300 คน/ครั้ง)

10.30-12.00 น. (300 คน/ครั้ง)

13.00-15.00 น. (400 คน/ครั้ง)

นักเรียน/นักศึกษาชาวกัมพูชา: อนุญาตให้เดินทางข้ามแดนเพื่อการศึกษาได้ในช่วงเวลาเช้า: 06.00-08.00 น./เย็น: 17.00-18.00 น.

ชาวกัมพูชาเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมยานพาหนะ สามารถเดินทางกลับพร้อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนบุคคลได้ ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น. ตามหลักเกณฑ์ของด่านศุลกากรอรัญประเทศ

ชาวไทยเดินทางกลับภูมิลำเนา: สามารถเดินทางกลับพร้อมยานพาหนะส่วนบุคคลได้โดยใช้ Border Pass หรือ Passport ตามข้อกำหนดของ ตม. ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น.

การรักษาพยาบาล (กรณีเร่งด่วน/นัดแพทย์): ผู้ป่วยต้องแสดงใบนัดแพทย์, Border Pass ของจังหวัดพระตะบอง และต้องว่าจ้างยานพาหนะจากฝั่งไทย ตม.สระแก้ว จะประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 2 วัน โรงพยาบาลที่รองรับได้แก่ โรงพยาบาลคลองหาด และโรงพยาบาลวังน้ำเย็น การดำเนินการดังกล่าวต้องประสานงานกับสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 และตรวจคนเข้าเมือง

จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา และจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ

สำหรับชาวกัมพูชาที่ต้องการซื้อสินค้าจำเป็น อนุญาตให้ใช้ Border Pass ของจังหวัดบันทายมีชัยเท่านั้น (ไม่อนุญาตให้ใช้ Passport) ได้ไม่เกิน 300 คน/วัน โดยไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะทุกชนิดเข้าประเทศ ยกเว้นรถจักรยาน 2 ล้อ ระหว่างเวลา 08.00-12.00 น.

นักเรียน/นักศึกษาชาวกัมพูชา: อนุญาตให้เดินทางข้ามแดนเพื่อการศึกษาได้ในช่วงเวลา เช้า: 06.00-08.00 น. และ เย็น: 17.00-18.00 น.

ชาวกัมพูชาเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมยานพาหนะ: สามารถเดินทางกลับพร้อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนบุคคลได้ ระหว่างเวลา 08.00-12.00 น. ตามหลักเกณฑ์ของด่านศุลกากรอรัญประเทศ

ชาวไทยเดินทางกลับภูมิลำเนา: สามารถเดินทางกลับโดยใช้ Border Pass หรือ Passport ตามข้อกำหนดของ ตม. ระหว่างเวลา 08.00-12.00 น. ห้ามนำยานพาหนะกลับเข้าประเทศ

ยานพาหนะส่วนบุคคล (รถจักรยานยนต์และรถยนต์): จะไม่อนุญาตให้เข้า-ออก ยกเว้นยานพาหนะที่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะ

มาตรการทั้งหมดนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป จนกว่ากองกำลังบูรพาจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง

‘ฮ่วมแฮง-ฮ่วมใจ’ หว่านกล้า-สืบสานประเพณี ‘เจดีย์ข้าววัดโฆษา’

ที่แปลงนาของนายสวัสดิ์ คำสุข ที่หมู่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดกิจกรรม “ฮ่วมแฮง ฮ่วมใจ หว่านกล้า เอามื้อสามัคคี” ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นของวิถีชาวนาและความสามัคคีในชุมชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสืบสานวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวนาไทย อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นถิ่น และเพื่อรำลึกถึงพระคุณของพระแม่โพสพ เทพีแห่งข้าว ที่เป็นเสมือนชีวิตและจิตวิญญาณของชาวนาไทย อีกทั้งยังเป็นเวทีในการแสดงพลังความสามัคคีของชาวบ้านในการทำกิจกรรมร่วมกัน

โดย นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มอบหมายให้ นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสัก เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และกล่าวถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ภายในงาน ได้รับเกียรติจากพระครูศรีวัชรคุณ เจ้าคณะอำเภอหล่มสัก (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดสันติวัฒนา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระครูถาวรวัชรกิจ เจ้าคณะตำบลห้วยไร่ และคณะสงฆ์ในพื้นที่ ประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นายกกิ่งกาชาดอำเภอหล่มสัก หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยไร่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) โรงเรียนผู้สูงอายุ สมาชิก อส. และประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักและเต็มเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม กิจกรรมการหว่านกล้าด้วยแรงกายแรงใจจากทุกภาคส่วน แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความรักในถิ่นฐานและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ไม่เสื่อมคลาย

เกษตรกรค้าน ‘นำเข้าข้าวโพด GMO’ หวั่นฉุดราคาผลผลิตตกต่ำ

เกษตรกร อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ รวมตัวค้าน ‘นำเข้าข้าวโพด GMO’ หวั่นฉุดราคาผลผลิตในประเทศต่ำกว่าราคาประกัน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดพระพุทธบาทชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดกว่า 300 คน นำโดย นายอุกฤษ นายกสมาคมการค้าพืชไร่จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมตัวกันแสดงพลังคัดค้านการนำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) จากประเทศสหรัฐอเมริกา

กลุ่มเกษตรกรให้เหตุผลว่า แม้รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้เกษตรกรไทยปลูกข้าวโพด GMO แต่กลับมีนโยบายเปิดให้นำเข้าข้าวโพด GMO จากต่างประเทศ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าข้าวโพดที่ผลิตในประเทศ อาจส่งผลให้ราคาข้าวโพดของเกษตรกรไทยตกต่ำจนต่ำกว่าราคาประกันรายได้

นอกจากนี้ ยังเกรงว่าการนำเข้าข้าวโพดราคาถูก จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบตลาด โดยเฉพาะการชะลอการรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดไทยในวงกว้าง

ในโอกาสนี้ นายศรัญญู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมารับมอบหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกร เพื่อรวบรวมและเสนอเรื่องเข้าสู่รัฐบาลในการพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว

บรรยากาศในการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ มีการชูป้ายแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาวไร่ชาวนาในระยะยาวเกษตรกร อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ รวมตัวค้าน ‘นำเข้าข้าวโพด GMO’ หวั่นฉุดราคาผลผลิตในประเทศต่ำกว่าราคาประกัน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดพระพุทธบาทชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดกว่า 300 คน นำโดย นายอุกฤษ นายกสมาคมการค้าพืชไร่จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมตัวกันแสดงพลังคัดค้านการนำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) จากประเทศสหรัฐอเมริกา

กลุ่มเกษตรกรให้เหตุผลว่า แม้รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้เกษตรกรไทยปลูกข้าวโพด GMO แต่กลับมีนโยบายเปิดให้นำเข้าข้าวโพด GMO จากต่างประเทศ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าข้าวโพดที่ผลิตในประเทศ อาจส่งผลให้ราคาข้าวโพดของเกษตรกรไทยตกต่ำจนต่ำกว่าราคาประกันรายได้

นอกจากนี้ ยังเกรงว่าการนำเข้าข้าวโพดราคาถูก จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบตลาด โดยเฉพาะการชะลอการรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดไทยในวงกว้าง

ในโอกาสนี้ นายศรัญญู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมารับมอบหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกร เพื่อรวบรวมและเสนอเรื่องเข้าสู่รัฐบาลในการพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว

บรรยากาศในการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ มีการชูป้ายแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาวไร่ชาวนาในระยะยาว

“ลุงเนวิน” จัดใหญ่ “10 ปี บุรีรัมย์ มาราธอน” มอบรางวัล 10 ล. ตอบแทนนักวิ่ง

default

ยิ่งใหญ่กว่าเดิม! “บุรีรัมย์มาราธอน” สุดยอดไนท์ รัน อันดับหนึ่งขวัญใจคนไทย เตรียมฉลองครบรอบ 10 ปี แจกของรางวัลกว่า 10 ล้านบาท” ตอบแทนนักวิ่งทุกคน ที่ทำให้ บุรีรัมย์มาราธอน เติบโตด้วยมาตรฐานการจัดงานระดับโลก เป็นงานวิ่งที่มากกว่างานวิ่ง และอยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน เปิดแคมเปญพิเศษ “BRM Superfans” จัดเต็มเอาใจทั้งแฟนพันธุ์แท้บุรีรัมย์มาราธอนทุกคนให้ได้ใจฟูไปกับของรางวัลพิเศษมากมาย รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และกลับมาอีกครั้ง ตามคำเรียกร้องกับการเปิดรับสมัครแบบ On-Site

“ลุงเนวิน” เชิญชวนนักวิ่งร่วมอีเว้นต์สุดพิเศษ ฉลองครบ 10 ปี และสมัครหน้างานแถลงข่าว วันที่ 15 ก.ค.นี้ ที่ลาน The Storeys Square (เดอะ สตอรี่ส์สแควร์) ชั้น G วันแบงค็อก ตั้งแต่เวลา 12.00 -14.00 น. สมัครแล้วรับทันที ถุงเท้าวิ่งรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ฉลอง 10 ปี มูลค่า 420 บาท ฟรี ทุกคน และยังมีสิทธิ์ลุ้นรับทองคำ 1 สลึง ถึง 10 เส้น พร้อมเผยวันรับสมัครออนไลน์ วันที่ 19 กรกฎาคม สำหรับนักวิ่งเก่าและวันที่ 20 กรกฎาคม สำหรับนักวิ่งใหม่

การจัดการแข่งขัน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ด บาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ภายใต้แนวคิด Your Ultimate Destination สวรรค์ของนักวิ่ง ที่จะจัดแข่งขันในวันที่ 24 มกราคม 2569 ออกสตาร์ทจากสนามแข่งรถระดับโลก “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” และเข้าเส้นชัยที่สนามฟุตบอล”ช้าง อารีนา” แข่งขันทั้งสิ้น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะมาราธอน (42.195 กม.), ระยะฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.), ระยะมินิมาราธอน (10 กม.), ระยะฟันรัน (4.554 กม.) 

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ผู้ริเริ่มจัดการแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอน กล่าวว่า “ที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า บุรีรัมย์มาราธอนเป็นงานมาราธอนฝีมือคนไทย ที่เคยก้าวไปสู่มาตรฐานระดับโลก ด้วยเหรียญทองของ World Athletics หรือสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติการันตีเป็นความภาคภูมิใจ สร้างความประทับใจมาแล้วด้วยกองเชียร์มากที่สุด นับหมื่นคน ความสนุกสนานของเทศกาลดนตรี ความยาว 42.195 กม. แสงสีเสียงจัดเต็มตลอดเส้นทาง และสร้างชื่อเสียงและรายได้เข้าสู่ประเทศมหาศาลตลอด 9 ปีที่ผ่านมา”

“ผมขอให้ความมั่นใจว่า “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ด บาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” เราจะจัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยมาตรฐานระดับโลกเช่นเคย พร้อมทั้งยังยืนหยัดในการมอบสิ่งที่ดีที่สุด  มอบความสุขและความประทับใจมากที่สุดให้กับทุกคนที่รัก “บุรีรัมย์มาราธอน” และอยู่เคียงข้างกันตลอดมา โดยได้เตรียมการเฉลิมฉลองวาระการฉลองครบรอบ 10 ปี อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยรางวัลพิเศษรวมสูงสุดกว่า 10 ล้านบาท” 

“โดยปีนี้ภายในงานแถลงข่าวจะมีการเปิดรับสมัครตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และภายในงานจะมีการแจกทอง 1 สลึง จำนวน 10 รางวัล สำหรับนักวิ่ง โดยประกาศผลบนเวทีแถลงข่าว เวลาประมาณ 14.30 น. ทั้งนี้ยังได้เตรียมของที่ระลึก “ลิมิเต็ด” เวอร์ชั่นฉลอง 10 ปี เป็นถุงเท้าจาก Warrix มูลค่า 420 บาท แจกจำนวนไม่จำกัด คุ้มที่สุดสำหรับผู้ที่มาสมัครในงานแถลงข่าวทุกคน”

และพิเศษสำหรับปีที่ 10 นี้ กับแคมเปญ “ BRM Superfans” แทนคำขอบคุณจากใจ โดยวันงานวิ่ง จะมีการมอบเหรียญสำหรับ “BRM Superfans” ผู้วิ่งครบรอบ 10 ปี, และมอบ “หมวก BRM Sub 3 ลิมิเต็ด เวอร์ชั่นฉลอง 10 ปี” เป็นรางวัลสำหรับนักวิ่งระยะ Marathon Sub 3 ภายในเวลาต่ำกว่า 3:00:00 ชม. และมอบของที่ระลึก “ไอเท็มลับ ฉลอง 10 ปี” สำหรับแจกนักวิ่งทุกคน (จัดส่งไปกับ Race pack) 

นอกจากนี้ “ลุงเนวิน” และคณะกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขัน ยังยืนยันที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนักวิ่งเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น รางวัลจากผู้สนับสนุนและเงินรางวัลการแข่งขัน รวมสูงที่สุดในประเทศไทยกว่า 1.65 ล้านบาท, และยังอัดฉีดเพิ่ม 1,300,000 บาท มอบเป็นเงินรางวัลพิเศษ สุ่มแจกให้กับนักวิ่งทุกระยะละ 50 รางวัลรวม 200 รางวัล เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา

และยังคงแจกภาพนักวิ่งฟรีทุกคนไม่ต้องซื้อรูปอีกต่อไป โดยหลังสแกน QR Code จะได้รับภาพแบบเรียลไทม์ โดยใช้ระบบที่ทันสมัยที่สุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักวิ่ง เมื่อวิ่งผ่านช่างภาพ และช่างภาพทำการกดชัตเตอร์รูปจะปรากฎที่มือถือนักวิ่งทันที, สนับสนุนนักวิ่งต่อยอดไปยังงาน “โตเกียวมาราธอน” ทั้งค่าสมัคร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก สำหรับนักวิ่งชาวไทยที่ไม่ใช่ทีมชาติ และทำสถิติดีที่สุด 10 อันดับแรก ทั้งชายและหญิงของ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ดบาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” และล็อตโต้งานโตเกียวมาราธอน 2027 ได้สำเร็จ

นอกจากนี้ยังยืนยันมอบรางวัลพิเศษ “นักวิ่ง New PB ฟรีหมูกระทะ” เปิดเตาตามคำเรียกร้อง สำหรับนักวิ่งระยะ “มาราธอน” ที่สามารถทำ NEW PB ของตัวเองได้ในปีนี้นอกจากของรางวัล Special Prize แล้วยังมีรางวัลพิเศษเติมสำหรับผู้พิชิตสถิติใหม่ Beat your Buriram Marathon Personal Best หรือ NEW PB รับไปเลยหมูกระทะ 1 ชุด โดยคูปอง 1 ใบ แลกหมูกระทะได้ 1 ชุด มูลค่า 250 บาท (สำหรับนักวิ่ง 1-3 ท่าน)

ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ด บาย น้ำแร่ธรรมชาติ ตราช้าง” ประจำปี 2569 เปิดรับสมัครนักวิ่งจากทั่วโลกอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 และ วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยในต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากทั้ง นักวิ่งระดับท็อปจากทั่วทุกมุมโลก, ระดับแชมป์ประเทศไทยและผู้รักในการวิ่งมากกว่า 32,936 คน คาดว่าในปีนี้หลังเปิดรับสมัครออนไลน์ จะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม มีนักวิ่งสมัครเต็มทุกระยะอย่างรวดเร็วเช่นเดิม

นักวิ่งที่สนใจสามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.burirammarathon.com และ www.runningconnect.com โดยแบ่งเป็น นักวิ่งเก่า (ปี 2017-2025) สมัครได้ตั้งแต่ วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป และนักวิ่งทั่วไปสมัคร วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป และจะมีการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ ลาน The Storeys Square (เดอะ สตอรี่ส์ สแควร์) ชั้น G วันแบงค็อก กรุงเทพ ภายในงานมีการรับสมัครนักวิ่งแบบ On-Site และของรางวัลพิเศษแก่นักวิ่งและสื่อมวลชนที่ร่วมงานมากมาย”