ผวาทั้งหมู่บ้าน!2ช้างป่าอ่างฤาไนบุกกินมะม่วหน้าบ้านกลางดึก

ปราจีนบุรี – ช้างป่าอ่างฤาไน2ตัวบุกกินมะม่วงหน้าบ้านกลางดึกวงจรปิดจับภาพได้ขณะเจ้าของบ้านงัวเงียลุกขึ้นส่องไฟได้มองโดยปัญหาหลักจากจำนวนประชากรช้างป่ามีเพิ่มจำนวนมาก แหล่งอาหารและที่อยู่จำกัดไม่เพียงพอ   ช้างป่าจะมาทั้งแยกเดี่ยว มาเป็นโขลงเล็ก – โขลงใหญ่  จนเกิดปัญหาผลกระทบระหว่างคนกับช้างมากมาย  

นายอนุสรณ์ ท่าหิน อายุ 16 ปี แจ้งว่า  กล้องวงจรปิดบ้านตนเอง  เลขที่ 158 บ้านทุ่งบัวงาม หมู่ที่ 7 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และตนเองพบมีช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา (ป่าราบต่ำผืนสุดท้ายของไทยในเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี) รวมจำนวน 2 ตัว บุกข้ามฝั่งเข้ามายืนกินมะม่วงถึงที่หน้าบ้านเลขที่หลังดังกล่าว ซึ่งภาพกล้องวงจรปิดจับภาพช้างป่าจำนวน 2 ตัวไว้ได้

ขณะนั้นคนในบ้านได้ยินเสียงผิดสังเกตที่หน้าบ้าน จึงออกมาส่องส่องไฟฉายดูพบว่ามีช้าง 2 ตัว ตัวใหญ่มีงาสูงท่วมหลังคาบ้านและอีกตัวหนึ่งตัวใหญ่รองลงมา ด้วยความตกใจจึงส่องไฟฉายแล้วตะโกนให้เพื่อนบ้านรู้  จุดประทัดไล่ช้างออกไปข้างหลังบ้าน
 
จากการลงพื้นที่บ้านหลังดังกล่าวได้พบกับนายอนุสรณ์ ท่าหิน อายุ 16 ปี เล่าว่า    ช่วงกลางดึกเวลา21.35น.ของเมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่ตนเองนอนอยู่หน้าบ้านได้ยินเสียงผิดปกติที่หน้าบ้าน จึงลุกออกมาส่องไฟฉายดู พบว่ามีช้างป่าจำนวน 2 ตัวตัวใหญ่และตัวรองกำลังยืนหักกิ่งมะม่วงหน้าบ้านกิน 

ด้วยความตกใจ  จึงร้องบอกญาติและจุดประทัดไล่ช้างพากันเดินหนีออกไปทางด้านหลังบ้าน และถอนมัน 5 นาที  ไปกินอีก 1 ต้น และพบรอยช้างป่ากว้าง 1 40ซม.เดินลงทุ่งนาลัดเลาะเข้าป่ามันสําปะหลัง ไม่ทราบว่าช้าง 2 ตัวดังกล่าวอยู่ที่ใด

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ปัญหาช้างป่าที่ออกนอกผืนป่าของ จ.ปราจีนบุรีที่พบมากประกอบด้วย พื้นที่ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ เป็นช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา (ป่าราบต่ำผืนสุดท้ายของไทยในเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว จ.จันทบุรี จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี) ที่บุกข้ามฝั่งเข้ามาหากินจากเดิมไปแล้วกลับภายหลังพัฒนากลายเป็นประจำถิ่นไม่ยอมกลับถิ่นเดิม  และช้างป่าพื้นที่ อ.นาดี จากอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก

โดยปัญหาหลักจากจำนวนประชากรช้างป่ามีเพิ่มจำนวนมาก แหล่งอาหารและที่อยู่จำกัดไม่เพียงพอ   ช้างป่าจะมาทั้งแยกเดี่ยว มาเป็นโขลงเล็ก – โขลงใหญ่  จนเกิดปัญหาผลกระทบระหว่างคนกับช้างมากมาย  อาทิ  ช้างป่าถูกรถชนตาย  ได้รับบาดเจ็บขณะข้ามถนน  ช้างป่าถูกไฟฟ้าช็อต  ช้างป่าถูกบ่วงแร้วดัก ถูกยิง  พืชไร่ นาข้าวเกษตรกรได้รับความเสียหาย  บ้านเรือนทรัพย์สินถูกทำลาย  เจ้าหน้าที่ – ผู้คนถูกทำร้ายทั้งเสียชีวิต – บาดเจ็บ  หลายฝ่ายพยายามรวมตัวเป็นเครือข่ายผลักดันให้ทุกรัฐบาลแก้ไขให้เป็นวาระแห่งชาติ แต่ยังมีการแก้ไข เป็นรูปธรรม

โดย…มานิตย์   สนับบุญ -ข่าว / ทองสุข  สิงห์พิมพ์ – ภาพ /ปราจีนบุรี 

เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวผ้าไหมโบราณอุทัยธานีสร้างรายได้ชุมชน อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

กรมหม่อนไหม เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม “แต้มตะกอ” ผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ จ.อุทัยธานี สร้างรายได้ อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และการทอผ้าไหมไทยให้กับนักท่องเที่ยวและชุมชนอย่างยั่งยืน

นายนวนิตย์ พลเคน อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม โดยสำนักอนุรักษ์และตรวจสอบมาตรฐานหม่อนไหม ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม เพื่อส่งเสริมและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการด้านหม่อนไหม จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม โดยในปีงบประมาณ 2567 ดำเนินการนำร่องในพื้นที่มีศักยภาพ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1.ทอฝันผ้าไหมยกดอกลำพูน จ.ลำพูน 2.แหล่งเรียนรู้นวัตกรรมย้อมสีธรรมชาติ ศูนย์เรียนรู้อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม จ.อุดรธานี 3.พิพิธภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ชินไหมไทย จ.ขอนแก่น

4.พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณชัยภูมิ (เฮือนคำมุ) จ.ชัยภูมิ 5.คุณนายไหมไทย จ.สมุทรสงคราม 6.แต้มตะกอ (ผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ) จ.อุทัยธานี และในปี 2568 เพิ่มขึ้นอีก 6 แห่ง ได้แก่ 1.คุ้มจันทร์หอม จ.อุบลราชธานี 2.ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ 3.สุนทรีผ้าไทย ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านโบราณหาดเสี้ยว จ.สุโขทัย 4.แพรวาโสภารักษ์ จ.กาฬสินธุ์ 5.ผ้าไหมแพรวาแม่ประคอง จ.กาฬสินธุ์ 6.ชาใบหม่อนกาญจนา Mulberry Mellow จ.กาญจนบุรี รวมทั้งสิ้น 12 แห่ง ในพื้นที่ 11 จังหวัด

ทั่งนี้ กรมหม่อนไหม ได้จัดงานเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมขึ่น ณ กลุ่มทอผ้า “แต้มตะกอ” ผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เพื่อเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม แต้มตะกอ (ผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมที่สำคัญของจังหวัดอุทัยธานี สามารถสนับสนุน ส่งเสริม และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการ รวมถึงการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการทอผ้าไหมไทย

และสร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และคุณค่าของผ้าไหมไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาด้านหม่อนไหม การฟอกย้อมสีเส้นไหม การมัดหมี่ และการทอผ้า “ผ้าจกลาวครั่ง” ให้แก่นักท่องเที่ยว เยาวชน เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ที่มีความสนใจในงานด้านหม่อนไหม และจะเป็นช่องทางการสร้างรายได้ กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ กาญจนบุรี รับผิดชอบดำเนินงานโครงการในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี

ขณะที่นายวัชรพงษ์ แก้วหอม รองอธิบดีกรมหม่อนไหมบอกว่าในงานมีกิจกรรม ได้แก่ การจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์ของการทอผ้าบ้านโคกหม้อ การจัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ และการจัดแสดงผ้าทอลายโบราณบ้านโคกหม้อ การสาธิตการสาวไหม การสาธิตการฟอกย้อมสีเส้นไหม การสาธิตการมัดหมี่เส้นไหม การสาธิตการทอผ้าไหม (การจก และขิด) การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ของกลุ่ม “แต้มตะกอ” ผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ

การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ผ้าไหม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหมของกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายในพื้นที่ อำเภอทัพทัน และจังหวัดอุทัยธานีซึ่งแหล่งท่องเที่ยวนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว เยาวชน เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาหม่อนไหมและช่องทางสร้างรายได้ให้กับชุมชนในระยะยาว

ฟอร์จูนทาวน์ระเบิดโปรกลางปี! ชวนช็อปงาน Comtech Mid Year Sale ลดกระหน่ำสูงสุด 70%

ฟอร์จูนทาวน์ระเบิดโปรกลางปี! ชวนช็อปงาน Comtech Mid Year Sale 5–15 มิ.ย. นี้ ลดกระหน่ำสูงสุด 70% ขนดีลไอทีสุดคุ้ม พร้อมลุ้น iPad และของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำย่าน รัชดา-พระราม 9 ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จับมือพันธมิตรและร้านค้าภายในศูนย์ จัดแคมเปญใหญ่ “Comtech Mid Year Sale 2025” ขนทัพสินค้าและอุปกรณ์ไอทีจากแบรนด์ดัง ลดสูงสุดถึง 70% พร้อมลุ้นรับ iPad Gen 11 และของรางวัลอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 115,000 บาท ระหว่างวันที่ 5 – 15 มิถุนายน 2568 ณ ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9

กิจกรรมในงานครั้งนี้จัดขึ้นร่วมกับพันธมิตร อาทิ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน), กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ ร้านค้าชั้นนำภายในศูนย์ฯ โดยมอบสิทธิพิเศษมากมายให้กับนักช็อปที่เข้าร่วมงาน ดังนี้

ช็อปครบ 700 บาท รับคูปองลุ้น iPad Gen 11 และของรางวัลอื่น ๆ มูลค่ารวมกว่า 115,000 บาท

ช็อปครบ 2,000 บาท รับฟรี! บัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 100 บาท หรือบัตรศูนย์อาหาร Food World มูลค่า 200 บาท (ของมีจำนวนจำกัด)

สมาชิกฟอร์จูนพอยท์ รับคูปองชิงโชคเพิ่ม 2 ใบ และสิทธิพิเศษเพิ่มเติม

ผู้ถือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ผ่อนสินค้าไอที 0% นานสูงสุด 15 เดือน และรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12% เมื่อใช้จ่ายครบ 3,000 บาทขึ้นไป (ตามเงื่อนไขของธนาคาร)

นอกจากโปรโมชันแล้ว ยังมีกิจกรรมสุดล้ำให้ร่วมสนุกใน 3 โซนไฮไลต์ ที่ตอบโจทย์สายเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ ได้แก่

Innovation Zone – ลานโปรโมชัน ชั้น 1

ลิ้มรสกาแฟและไอศกรีมจากหุ่นยนต์บาริสต้า (Robot Barista)

ชมการสาธิตจาก Intel AI Workshop โดย IT City

สัมผัสประสบการณ์ขับรถแข่งเสมือนจริง Ultimate Racing Cockpit

ทดลองใช้งาน MSI Gaming Handheld Showcase

อัปเดตเทคโนโลยี Smart Home ที่ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน

Flash Deals Zone – ลานกิจกรรม ชั้น 2 และโซนกล้อง ชั้น 3

กล้องและอุปกรณ์เสริมจาก EC Mall, Zoom Camera, STM และ Snapshot

ไอเทมเสริมสำหรับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ในราคาสุดพิเศษ

Activities Zone – Fortune Event Space ชั้น 4

5–6 มิ.ย. เสวนา “นวัตกรรม AI เพื่อวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสิ่งแวดล้อม” โดยผู้เชี่ยวชาญจาก มจธ.

7–13 มิ.ย. นิทรรศการศิลปะ “Syn Art” จากนักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง

14–15 มิ.ย. ชมการแข่งขันเกม ROV ระดับมืออาชีพ

“Comtech Mid Year Sale 2025” จัดเต็มทั้งโปรโมชันและกิจกรรมตลอด 11 วัน ณ ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9 เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 ทางออก 1

หมายเหตุ: ใช้บัตรเครดิตอย่างรับผิดชอบ และชำระคืนตรงเวลา เพื่อไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

ตรินัยน์ อุปนายก สบท. เข้าเยี่ยมและมอบกระเช้าให้นายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ พร้อมหารือเรื่องงานเมขลา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายตรินัยน์ ธีรเลิศทินันท์ อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ ได้เข้าเยี่ยมและมอบกระเช้าแก่ นายชาตรี ศรียาภัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย ณ ที่ทำการสมาคมฯ กรุงเทพมหานคร

ในการพบปะครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงปรึกษาหารือเกี่ยวกับแนวทางในการจัดงานมอบรางวัลเมขลา ซึ่งเป็นเวทีที่ยกย่องบุคลากรในวงการบันเทิงที่สร้างสรรค์ผลงานดีเด่น

การพบกันครั้งนี้นับเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคณะกรรมการสมาคมฯ และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการพัฒนาแวดวงข่าวบันเทิงให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นในอนาคต

ชาวนาชัยภูมิล้มป่วยติดเชื้อไข้ดินพุ่ง 19 ราย สังเวยแล้ว 4 ศพ

ชาวบ้านชัยภูมิติดเชื้อไข้ดินป่วยแล้ว 19 ราย เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ ขณะที่มีชาวบ้านกินเห็ดพิษหามส่ง รพ.แล้ว 11 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

นพ.ยุทธนา สริยะ สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า ช่วงนี้พื้นที่จังหวัดชัยภูมิ มีฝนตกตามพื้นที่เขาเกือบทุกวัน มีความชื้นสูง มีชาวบ้านออกไปเก็บเห็ดป่ามารับประทานเองและขายจำนวนมาก ซึ่งเป็นเห็ดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีทั้งเห็ดกระโดง เห็ดระโงก เห็ดปลวก หรือเห็ดโคน เห็ดตับเต่า เห็ดไข่ห่าน เห็ดตะไคร่ ฯลฯ ซึ่งอาจมีเห็ดพิษที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดที่กินได้หลายชนิด และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ปีนี้มีรายงานผู้ป่วยที่รับประทานเห็ดพิษเข้า ถูกนำตัวรักษาในโรงพยาบาลแล้ว 11 ราย ในพื้นที่ อ.คอนสาร 5 ราย อ.จัตุรัส 4 ราย อ.เกษตรสมบูรณ์ 3 ราย อ.เมืองชัยภูมิ 2 ราย อ.บ้านแท่น 2 ราย และ อ.ภูเขียว 1 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

ขณะที่เมื่อปี 2567 ทั้งปี พบผู้ป่วยกินเห็ดพิษถูกหามส่งรักษาตัวในโรงพยาบาลทั้งจังหวัดสูงถึง 82 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต เพื่อความไม่ประมาทการเก็บเห็ดเพื่อนำมาบริโภค ต้องทราบถึงแหล่งที่มา หรือผู้เก็บเห็ดป่าต้องมีประสบการณ์ หรือเก็บเห็ดป่าควรมีคนที่เคยมีประสบการณ์อยู่ด้วย ควรสอบถามผู้รู้ ไม่ควรกินเห็ดป่าโดยไม่มีข้อมูล

สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ยังได้บอกว่าช่วงนี้น่าเป็นห่วงมากสุด เกษตรกรมีการลงทำนากันมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีการติดเชื้อโรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน ซึ่งติดเชื้อจากน้ำและดิน มีอันตรายถึงชีวิตได้ ปีนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2568 พบผู้ป่วยแล้ว 19 ราย เสียชีวิตแล้วถึง 4 ราย พบผู้ป่วยอายุ 57-81 ปี หรือเฉลี่ยอายุ 65 ปี ผู้ป่วยที่พบมีทั้งทำนาหว่าน และนาดำ ซี่งต้องมีการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน

มทภ.4 ลงพื้นที่สุไหงโก-ลก ย้ำทุกหน่วยเฝ้าระวังเข้มช่วงใกล้วันฮารีรายอ

แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่สุไหงโก-ลก ย้ำทุกหน่วยเฝ้าระวังเข้มช่วงใกล้วันฮารีรายอ กำชับทหาร-ตร.-ฝ่ายปกครอง ปฏิบัติหน้าที่เคร่งครัด ติดกล้อง CCTV เสริมความปลอดภัยแนวชายแดน – ตรวจเข้มด่านพรมแดนรับมือการเดินทาง

พลโท ไพศาล  หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และผู้บังคับบัญชาหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส การลงพื้นที่ครั้งนี้ ครอบคลุมการตรวจเยี่ยม 3 จุดตรวจหลัก ได้แก่ ด่านตรวจบ้านน้ำตก จุดตรวจสุไหงวัสดุ (จุดตรวจที่สร้างใหม่หลังเหตุการณ์ยิงหน้าอำเภอ) และด่านตรวจบุญยลาภ พร้อมทั้งตรวจติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก

ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรที่มีประชาชนจำนวนมากจากประเทศมาเลเซียเดินทางเข้ามายังประเทศไทย โดยบรรยากาศบริเวณด่านศุลกากรเป็นไปอย่างคึกคัก เต็มไปด้วยพี่น้องประชาชนจากฝั่งมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเยี่ยมญาติ เนื่องในโอกาสใกล้เทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลอัฎฮา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ตรวจสอบเอกสารการเข้าออกอย่างเข้มงวด และเน้นย้ำการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกหน่วยในพื้นที่

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสำคัญเช่นนี้ ประชาชนจะมีการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งภายในและระหว่างประเทศ จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันและดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเคร่งครัด โดยได้สั่งการให้ทุกจุดตรวจใช้ความระมัดระวัง สังเกตสิ่งผิดปกติ รวมถึงเฝ้าระวังยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัยที่อาจฉวยโอกาสกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ยังมีการเสริมมาตรการด้านเทคโนโลยี

ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และด่านพรมแดน เพื่อช่วยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และใช้เป็นหลักฐานหากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน คือหัวใจสำคัญในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ความสงบจะเกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

สสส.เฟ้นหาสุดยอดไอเดียสร้างสรรค์นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพชิงเงินรางวัลกว่า 5.7 แสนบาท

สสส.เฟ้นหาสุดยอดไอเดียสร้างสรรค์นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพชิงเงินรางวัลกว่า 5.7 แสนบาท
กลับมาอีกครั้ง! กับการประกวด Prime Minister’s Award for Health Promotion Innovation 2025 เวทีเฟ้นหาสุดยอดไอเดียสร้างสรรค์นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 5.7 แสนบาท

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอเชิญชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ Startup และภาคี สสส. ร่วมประชันไอเดียสร้างสรรค์นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ในการประกวด “Prime Minister’s Award for Health Promotion Innovation 2025” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 570,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบัตร แบ่งการประกวดออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1.มัธยมศึกษาตอนปลาย 2.อาชีวศึกษา (ปวช. หรือเทียบเท่า) 3.ประชาชนทั่วไป/Startup และ 4. ภาคี สสส. หัวข้อการประกวด ประกอบด้วย

•ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย และประเภทอาชีวศึกษา (ปวช. หรือเทียบเท่า)
โจทย์หลัก: “นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยง หรือส่งเสริมให้คนมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย”
หัวข้อย่อย: 1.ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ไฟฟ้า 2.สร้างจิตสำนึกและวินัยจราจร 3.ลดการบริโภค หวาน มัน เค็ม 4.เพิ่มกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย และ 5.การจัดการอารมณ์และลดความเครียด

•ประเภทประชาชนทั่วไป/Startup
โจทย์หลัก: “นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ส่งเสริมให้คนมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน”
หัวข้อย่อย: 1.ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ไฟฟ้า 2.การเลือกรับประทานอาหารและเพิ่มกิจกรรมทางกาย เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และ 3.ลดอุบัติเหตุและเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน

•ประเภทภาคี สสส.
ผลงานนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพจากโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนโดยตรงจาก สสส. ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป หากปิดโครงการแล้ว ผลงานยังคงมีการใช้ประโยชน์หรือดำเนินงานต่อเนื่อง ผลงานที่ส่งประกวดควรมีผู้รับประโยชน์ที่ชัดเจนและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ 2.นวัตกรรมกระบวนการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ และ 3.นวัตกรรมพื้นที่ต้นแบบเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ

มาร่วมเปลี่ยนไอเดียของคุณ ให้กลายเป็นนวัตกรรมสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะของไทย – โอกาสแบบนี้ พลาดไม่ได้! “Prime Minister’s Award for Health Promotion Innovation 2025” เปิดรับสมัครแล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ที่ https://www.thaihealth.or.th/inno/ และ Facebook Page: PM Health Promotion Inno Award

นักเขียน-กวี -ล่าม จากไทยร่วมงาน The 2nd Journey of ASEAN young writers in China

สมาคมนักเขียนแห่งประเทศจีนร่วมกับสมาคมนักเขียนกว่างซีและสมาคมนักเขียนมณฑลกว่างตงได้จัดงาน การเดินทางของนักเขียนหนุ่มสาวอาเซียนในประเทศจีนครั้งที่ 2 (The 2nd journey of ASEAN young writers in China) โดยได้เชิญนักเขียน, กวี, ล่าม ผ่านทางสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ทีมตัวแทนประเทศไทยนำโดยนางสาวเกศณี ไทยสนธิ และอีกสามท่านคือ นางสาวภารวิณี ยังเจริญยืนยง นายอาชญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ และนายชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต ร่วมเดินทางตั้งแต่วันที่ 23 -30 พฤษภาคม 2568

ทางเจ้าภาพทั้ง 3 องค์กรได้ต้อนรับเป็นอย่างดี นอกจากจะได้ร่วมกิจกรรม และแลกเปลี่ยนมุมมองทางวรรณกรรมจีน-อาเซียน ที่มหาวิทยาลัยกว่างซีหมินจู๋อย่างเข้มข้นแล้ว ทางสมาคมนักเขียนจีนทั้ง 3 สมาคมยังได้นำชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรมมากมายตั้งแต่เมืองหนานหนิง, ชินโจว,ฝอซาน ,กวางโจว ทั้งเยี่ยมชมหอวรรณกรรม , พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาหนี่ซิง, คฤหาสถ์แม่ทัพหลิวหย่งฝูและถนนชินโจวโบราณ, อนุสรณ์สถานหวงเฟยหง, สวนตระกูลเหลียง,พิพิธภัณฑ์หลูซิ่น, Art toy center, หมู่บ้านนักเขียนแห่งแรกของจีนในเมืองจางมู่โถวและอีกมากมาย

วันสุดท้ายคณะนักเขียน ได้ฟังเลคเชอร์ที่มหาวิทยาลัยจี้หนาน เรื่องสุนทรียภาพในวรรณกรรมจีนโดยศาสตราจารย์เจี่ยงซู่จั๋ว อดีตประธานสมาคมนักเขียนแห่งมณฑลกว่างตง อดีตเลขาธิการพรรคประจำมหาวิทยาลัยจี้หนาน ในการเดินทางครั้งนี้

เกศณี ไทยสนธิ ในฐานะหัวหน้าคณะตัวแทนนักเขียนไทยได้มีความเห็นว่า “คิดว่าการจัดงานครั้งนี้ของทั้งสามสมาคมของนักเขียนจีน จัดได้ดีมากและประสบความสำเร็จมาก พวกเราได้พบกับเพื่อนนักเขียนจีนและนักเขียนในภูมิภาคอาเซียนมากมายเช่น Chen Chongzheng, Zheng Xiaoqiong, Li Qiang, Yan Sixue , Kieu Thi Bich Hau, Proeung Pranit, Sanguansak, Ammata ,Yijun, Jiang Zai และอีกหลายท่าน ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้หมด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราไปที่หอวรรณกรรมในกว่างซี เราได้พบกับนักเขียนจีนที่ใช้นามปากกาว่า “ ตงซี ” ท่านเป็นนักเขียนที่เพิ่งได้รับรางวัลเหมาตุ้น ซึ่งรางวัลนี้ถือได้ว่าเป็นรางวัลทางวรรณกรรมที่สูงสุดของประเทศจีน ซึ่งท่านก็ให้ความเป็นกันเองกับพวกเรามาก ๆ ตลอดการเดินทางในครั้งนี้สนุกและมีสาระในเชิงวรรณกรรมมากมาย ต้องขอขอบคุณสมาคมนักเขียนจีน สมาคมนักเขียนกว่างซีและสมาคมนักเขียนมณฑลกว่างตง การเดินทางในครั้งนี้นับเป็นการเดินทางที่ทรงคุณค่า เป็นการเปิดบทใหม่ของการร่วมมือกันในเส้นทางวรรณกรรมและเป็นเสียงสะท้อนของมิตรภาพไร้พรมแดนอย่างแท้จริง”

The China Writers Association, in collaboration with the Guangxi Writers Association and Guangdong Provincial Writers Association, organized a captivating journey for ASEAN’s young writers in China, where they invited writers, poets and translators to the event. The 2nd Journey of ASEAN Young Writers in China. This event, held from May 23 to 30,2025. The representatives from Thailand led by Gassanee Thaisonthi, included Paravinee Yangcharoenyuenyong, Artyasit Srisuwan, and Shinnawat Tangsutthichit.

Zhang Hongbin ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศสมาคมนักเขียนแห่งประเทศจีน

The hosting organizations warmly welcomed these talented writers. Participants immersed themselves in a rich tapestry of activities, engaging in dialogues that interwove the diverse narratives of Chinese and ASEAN literature at Guangxi Minzu University. The journey blended cerebral and sensory experiences, guiding writers through significant historical and literary landmarks.

จาง หง ปิน

From the bustling streets of Nanning to the serene landscapes of Qinzhou, Foshan and Guangzhou, the group explored illustrious sites. They admired the craftsmanship at Qinzhou Nixing Pottery Museum, absorbed the historical essence of Former Residence of Liu Yongfu and Qinzhou old Street, delved into the martial echoes at the Huang Feihong Memorial Hall, the serene beauty of Liang Family Garden, Art toy center, First Village of Chinese Writers in Zhangmutou Town and cultural treasures within Bai’etan GBA Art Center heritage museum & Guangdong Modern Literature Museum etc. further enriched their experience.

The journey culminated with a profound lecture on Aesthetic Features of Chinese literature by Professor Jiang Shuzhuo, the former Party Secretary of Jinan University, the former President of the Guangdong Provincial Writers Association. His insightful words left a lasting impression, sealing the experience as a narrative filled with camaraderie and cross-cultural insight.

Thailand’s team leader, Gassanee Thaisonthi commented, “I think this is a very well-organized event, executed successfully. I have met many esteemed writer friends in the region both China and ASEAN, such as Chen Chongzheng, Zheng Xiaoqiong, Li Qiang, Yan Sixue, Kieu Thi Bich Hau, Proeung Pranit, Sanguansak, Ammata, Yijun, Jiang Zai etc. Particularly, when we visited the Guangxi Modern Literature Museum, we also met the distinguished writer “Dong Xi” who won the Mao Dun Literature Prize, China’s most prestigious literary award.

The entire literary journey was exceptionally marvelous and insightful. Thanks to the China Writers Association, Guangxi Writers Association, and Guangdong Provincial Writers Association once again for offering a unique opportunity for ASEAN writers to partake in this journey. But, as the saying goes, it’s not the destination that counts; it’s the journey and what a remarkable journey it has been, marking a new chapter in literary collaboration that truly echoes beyond borders.”

Grand Opening “Dentopia Dentalligence Clinic” คลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียม

ศาสตราจารย์ทันตแพทย์ ดร.อาทิพันธุ์ พิมพ์ขาวขำ ประธานกรรมการบริษัท เด็นโทเปีย จำกัด ได้จัดงาน Grand Opening สำหรับ Land mark ใหม่ในการรักษาทางทันตกรรมย่านฝั่งธนบุรี ที่ชื่อว่า “คลินิกทันตกรรมเด็นโทเปีย เด็นทอลลิเจนซ์ (Dentopia Dentalligence Clinic)” โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช มาเป็นประธานในพิธีตัดริบบิ้นเปิดคลินิกอย่างเป็นทางการ และ Professor Kazuhiro Eto ร่วมกล่าวเปิดงาน ในการนี้ได้มีการเยี่ยมชมพื้นที่บริการภายในคลินิก ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม แถววงเวียนใหญ่-ท่าพระ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา

Dentopia Dentalligence Clinic เป็นคลินิกที่มุ่งเน้นให้บริการทันตกรรมระดับพรีเมียม โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจร เพื่อให้การรักษาที่มีคุณภาพและปลอดภัย มีการให้บริการทางทันตกรรมครบทุกด้าน อาทิ รากฟันเทียม จัดฟันใส ทันตกรรมชะลอวัย ทันตกรรมเพื่อความงาม รักษารากฟัน และทันตกรรมพื้นฐานอื่นๆ เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ฯลฯ ภายในคลินิกถูกออกแบบให้มีบรรยากาศที่ทันสมัย ตามแนวคิด Biophilic Design โดยมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่จะช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลายตลอดระยะเวลาการรักษา

นอกจากนี้ ภายในคลินิกยังมีพื้นที่รองรับกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับทันตแพทย์ภายใต้ชื่อ “Dentopia Academy” โดยเน้นการอบรมที่ใช้เทคโนโลยีจำลอง (Simulation) และระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย รองรับทันตแพทย์ทั้งจากในประเทศและทั่วโลกที่จะมาฝึก เพิ่มพูนทักษะ ให้สามารถให้บริการผู้ป่วยได้อย่างดียิ่งขึ้น

Dentopia Dentalligence Clinic เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 20.00 น. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 080-446-3224 หรือผ่านช่องทางออนไลน์

Facebook: https://www.facebook.com/dentopiabangkok
Instagram: https://www.instagram.com/dentopiabangkok
เว็บไซต์: https://dentopia.co.th/
Line OA: https://lin.ee/YiSIDxP

กังหันลมยักษ์บนเขายายเที่ยงจุดเช็คอินยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของโคราช

นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นไปชมความสวยงามของกังหันลมยักษ์บนเขายายเที่ยง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ถือเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของโคราช

ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางขึ้นไปบนอ่างพักน้ำตอนบน โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา  ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งตั้งอยู่บนเขายายเที่ยง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา  ถือเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมที่สามารถรับลมและเที่ยวชมวิวธรรมชาติอันสวยงามที่รายล้อมด้วยต้นไม้และภูเขา พร้อมทั้ง ชมความอลังการของทุ่งกังหันลมยักษ์ จำนวน 14 ต้น ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายตามแนวร่องลมสันเขายายเที่ยง เห็นในระยะไกลได้ด้วย  จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ห้ามพลาดของ จ.นครราชสีมา ที่สามารถขึ้นไปเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี

ทั้งนี้ คนที่ไม่ชอบเดิน ก็สามารถเลือกเช่าจักรยานปั่น ราคาคันละ 40 บาท ปั่นออกกำลังกายชมวิวโดยรอบ หรือจะเช่ารถกอล์ฟขับชมวิวก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน  หลายคนๆ จะเลือกมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินกันที่นี่ด้วย รวมทั้ง ยังสามารถมองเห็นวิวของอ่างเก็บน้ำลำตะคอง กับเส้นทางคดโค้งสวยงามของถนนมิตรภาพ  และทางหลวงพิเศษ มอเตอร์เวย์ M6 ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงหยุดยาวติดต่อกัน จึงทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยว เดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามบนเขายายเที่ยงกันอย่างคึกคัก

ข่าว/ภาพ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา