ปราสาทสายฟ้า ซัด 2 ตุงทดเวลา เชือด ราชันโคขาว ผงาดแชมป์รีโว่ คัพ สมัยที่ 8

การแข่งขันฟุตบอลรีโว่ คัพ 2024/25 รอบชิงชนะเลิศ ณ สนามบีจี สเตเดียม เมื่อวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดีกรีแชมป์รายการนี้ 7 สมัย เตรียมลงสนามพบกับ “ราชันโคขาว” ลำพูน วอร์ริเออร์ เพื่อนร่วมไทยลีก 1

นาทีที่ 4 จังหวะต่อเนื่องมาจากนาทีที่ 2 ราชันโคขาว ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน จากจังหวะที่ ฟาบินโญ่ ไปเล่นนอกเกมเหยียบใส่ด้านหลังข้อเท้าของ โก มยอง ซอก ผู้ตัดสินวิ่งไปดูจอภาพช่วยตัดสิน ก่อนจะกลับมาควักใบแดงไล่ ฟาบินโญ่ ออกจากสนามไป

นาทีที่ 12 ปราสาทสายฟ้า ได้เฮแต่ยังไม่สุดเสียง ดิออน คูลส์ ทุ่มบอลทางขวาไปหลังให้ เคนเน็ต ดูกอล เปิดบอลยาวเข้าไปในกรอบเขตโทษ แนวรับลำพูน วอร์ริเออร์ เตะสกัดพลาด ศุภชัย ใจเด็ด ยืนอยู่ตรงนั้นล้มตัวยิงบอลกลิ้งเข้าประตูไป แต่ทว่าผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า ศุภชัย ใจเด็ด ไปในจังหวะก่อนหน้า ทำให้สกอร์ยังคง 0-0

นาทีที่ 14 ปราสาทสายฟ้า ยังเปิดเกมใส่ต่อเนื่อง เจฟเฟอร์สัน ทาบินาส ขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย เปิดบอลโค้งเข้าไปในกรอบ กิลเยร์เม บิสโซลี วิ่งเข้าไปโหม่งบอลพุ่งไปตรงตัว กรพัฒน์ นารีจันทร์ นายด่านราชันโคขาว รับบอลเข้าซองไว้ได้

นาทีที่ 20 ราชันโคขาว ได้ลุ้นบ้าง เนเกบา ลากบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย บอลไปติดน้ำ เคนเน็ต ดูกอล เตะสกัดบอลไปเข้าทาง โมฮัมเหม็ด ออสมัน ได้ยิงบอลพุ่งไปติดบล็อก โก มยอง ซอก ออกหลังไป

นาทีที่ 25 ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้บอลทางซ้ายยกบอลเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษให้ กิลเยร์เม บิสโซลี ได้ตั้งป้อมยิงบอลพุ่งเหินข้ามคานออกไปแบบได้เสียว

นาทีที่ 41 ปราสาทสายฟ้า ได้ฟรีคิกทางขวา ปีเตอร์ ซูลจ์ ยืนอยู่ที่บอลเดินเข้าไปยิงด้วยซ้ายบอลลอยเหินโด่งข้ามคานออกหลังไปไกล

นาทีที่ 45+2 โก มยอง ซอก เติมเกมช่วยปราสาทสายฟ้า ไปทางขวาเปิดบอลโค้งแรงเข้าไปในกรอบเขตโทษ แนวรับราชันโคขาว เตะสกัดบอลไปหน้าประตู ศุภชัย ใจเด็ด วิ่งจะเข้าชาร์จ ทว่าบอลแรงมาแฉลบหน้าแข้ง ก่อนที่บอลจะพุ่งออกหลังไปแบบน่าเสียดาย

จากนั้นไม่มีจังหวะลุ้นที่จะทำประตูแรกจากทั้ง 2 ทีม ทำให้จบครึ่งเวลาแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงเสมอกับ ลำพูน วอร์ริเออร์ อยู่ 0-0

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลังท่ามกลางสายฝนที่ยังไม่หยุดโปรยปราย มาตั้งแต่ก่อนที่เกมนี้จะเริ่มขึ้น โดยทั้ง 2 ทีมยังคงใช้ 11 ผู้เล่นเดิมจากครึ่งแรก ยังไม่มีฝ่ายใดแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัว

นาทีที่ 53 ปราสาทสายฟ้า ขึ้นเกมบุกหน้ากลัวทางขวา ลูคัส คริสปิม ได้ตั้งป้อมยิงทางมุมของกรอบเขตโทษด้านขวา บอลพุ่งไปที่เสาแรงน่ากลัว กรพัฒน์ นารีจันทร์ ต้องยกแขนขึ้นมาชกบอลทิ้งออกนอกรอบเขตโทษไป

นาทีที่ 56 ศุภชัย ใจเด็ด ใช้ความขยันวิ่งไปเก้ฐบอลในกรอบเขตโทษด้านซ้าย เปิดบอลไปที่จุดโทษ ปีเตอร์ ซูลจ์ โหม่งชงไปให้ กิลเยร์เม บิสโซลี กระโดดยิงกลับหลังบอลพุ่งผ่านเสาออกหลังไปนิดเดียว

นาทีที่ 67 ปราสาทสายฟ้า มาได้เตะมุมทางขวา ปีเตอร์ ซูลจ์ เปิดบอลโค้งเข้ามาในกรอบ 6 หลา ดิออน คูลส์ ทะยานเข้าถึงบอลได้โหม่ง แต่ก็กดบอลไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกหลังไปนิดเดียว

นาทีที่ 73 ปีเตอร์ ซูลจ์ เปิดฟรีคิกจากกลางสนามเข้าไปในกรอบเขตโทษ โก มยอง ซอก โหม่งบอลตั้งไปในกรอบ 6 หลา แนวรับราชันโคขาว โหม่งสกัดบอลลอยโด่ง มาร์ติน โบอาเคีย พุ่งตัวเข้าไปโหม่งบอลชนเสา วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ ต้องตามมาจิ้มบอลทิ้งออกหลังไป

นาทีที่ 87 ธีราทร บุญมาทัน เปิดบอลจากแดนกลางเข้าไปในกรอบเขตโทษ มาร์ติน โบอาเคีย ได้เทกตัวขึ้นโขกบอลกดลงพื้น กรพัฒน์ นารีจันทร์ ต้องออกแรงพุ่งตัวไปรับบอลไว้ได้

นาทีที่ 89 ราชันโคขาว มาได้ลุ้นบ้าง โมฮัมเหม็ด ออสมัน เปิดเตะมุมทางขวาเข้าไปที่เสาไกล กิเก้ ลินาเรส ได้ยืนโหม่งบอลพุ่งตรงกรอบ นีล เอเธอร์ริดจ์ ล้มตัวปัดบอลไว้ได้ ก่อนที่ ปีเตอร์ ซูลจ์ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะช่วยสกัดบอลพ้นอันตรายออกมาจากปากประตู   
 
นาทีที่ 90+2 ธีราทร บุญมาทัน เปิดเตะมุมทางขวาโค้งเข้าไปหน้าปากประตู กรพัฒน์ นารีจันทร์ ต้องออกแรงชกบอลไปให้พ้นจากกรอบ 6 หลา

GOALLL!! นาทีที่ 90+8 จังหวะต่อเนื่องจากนาทีที่ 90+4 วิทยา มูลวงศ์ โดดเข้าชน ดิออน คูลส์ ที่โหม่งบอลได้ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชาวเกาหลีใต้ ไม่รอช้าเป่าให้เป็นจุดโทษของปราสาทสายฟ้า ทว่าห้อง VAR มีการทักท้วง ทำให้ผู้ตัดสินต้องไปดูจอภาพช่วยตัดสิน ก่อนจะกลับมายืนยันคำตัดสินเดิม ให้เป็นจุดโทษ กิลเยร์เม บิสโซลี รับหน้าที่สังหารวิ่งเข้าไปยิงบอลไปที่เสาขวามือเข้าประตูไป ปราสาทสายฟ้า ออกนำ ราชันโคขาว 1-0

GOALLL!! นาทีที่ 90+13 ธีราทร บุญมาทัน เปิดบอลยาวจากกลางสนามขึ้นหน้าให้ มาร์ติน โบอาเคีย วิ่งไปจิ้มบอลติดบล็อก กรพัฒน์ นารีจันทร์ ที่พยายามจะออกมาสกัดกั้น แต่บอลกลิ้งไปเข้าทาง ดิออน คูลส์ ยิงสวนตูมเดียวบอลกลิ้งเข้าประตูไป ปราสาทสายฟ้า หนีห่าง ราชันโคขาว เป็น 2-0 ซึ่งจังหวะนี้ก็เป็นจังหวะสุดท้ายของเกม

ทำให้ จบเกม 90 นาที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอาชนะ ลำพูน วอร์ริเออร์ ไปได้ 2-0 ส่งผลให้ ปราสาทสายฟ้า คว้าแชมป์รีโว่ คัพ 2024/25 ไปครอง รับถ้วย พร้อมเงินรางวัล 5,000,000 บาท ส่งผลให้ บุรีรัมยื ยูไนเต็ด เป็นแชมป์รายการนี้ 8 สมัย และเป็นการคว้าโทรฟี่ ใบที่ 4 ประจำฤดูกาล 2024/25 ของ ปราสาทสายฟ้า ปิดฉากฤดูกาลอย่างสมบูรณ์

ทุเรียนบ่อทองชลบุรีการันตีอร่อยไม่แพ้ที่ใดในโลก

เมื่อวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30 น. นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนผลไม้ของนางลูกหวาย ชื่นแฉ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 177 หมู่ 2 ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี โดยสวนดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ เป็นสวนผลไม้แบบผสมผสาน ปลูกทุเรียน มังคุด และเงาะ

สวนของนางลูกหวายได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนในพื้นที่ ทั้งยังสอดรับกับช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้ของปี ซึ่งผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาด

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีนายนันทวัฒน์ ทองช่วง นายอำเภอบ่อทอง, นางสาวน้ำฝน พวงนางแย้ม เกษตรอำเภอบ่อทอง, นายเพทาย สุภาผล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบ่อทอง, ดร.กัมปนาท พรพรหมวินิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกษตรสุวรรณ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่

กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจแก่เกษตรกรผู้ผลิตผลไม้ในพื้นที่ พร้อมทั้งสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ผลไม้คุณภาพของจังหวัดชลบุรีที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP เพื่อส่งเสริมการตลาด และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของผลผลิตในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

“พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ” กล่าวเปิดงาน สมาคมชาวปักษ์ใต้สิงห์บุรี สานสัมพันธ์ครั้งแรกยิ่งใหญ่

งานสานสัมพันธ์ชาวใต้จังหวัดสิงห์บุรี โดย “ดร.อำนาจ เลิศศิริวิบูลย์” นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้สิงห์บุรีคนแรก เป็นประธานจัดงาน ณ ลานไชยแสงสิงห์บุรี 30 พค.68 มี “พล.ต.อ. สุนทร ซ้ายขวัญ” อดีตนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดงาน ได้ผ่านพ้นไปด้วยดี ท่มกลางแขกผู้มีเกียรติ-ชาวใต้สิงห์บุรี และจังหวัดใกล้เคียง ร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ในงานมีการแสดงแสงสีเสียง ด้วยวงดนตรีวงใหญ่ “อ๊อด โฟเอส” เริ่มงานตั้งแต่ 18.00 น. บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น มีผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และแขกรับเชิญร่วมงาน มากหน้าหลายตา

อาทิ  ” อธิบดีฐานิส ศรียะพันธ์, พล.ต.ท. กรีรินทร์ อินทร แก้ว ที่นำศิลปินดัง สดใส ร่มโพธ์ทอง พร้อมสนับสนุนปัจจัย ให้แก่สมาคมฯ “ว่าที่ร้อยตรี สิทธิพร บาลทิพย์, ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลแม่ขรี พัทลุง , ดร.ดำรงศักดิ์ เครือแก้ว, สุนทร ช่วยตระกูล “ทอนส์79 ” ผู้แทนสื่อมวลชน อาวุโส และ ผู้พิพากษา นักกฏหมาย ร่วมงานอย่างคับคั่ง

บรยากาศงานสานสัมพันธ์ ชาวใต้จังหวัดสิงห์บุรีครั้งแรก อิ่มเอมด้วยอาหารใต้ รสเข้มข้น และการสร้างสีสัน บันเทิง เต็มไปด้วยความอบอุ่น บรรลุวัตถุประสงค์ ไปด้วยดี สมตามเจตนารมย์ สมานฉันท์สามัคคี ถ้วนหน้า

เสิร์ฟเดือดถึงใจ! “วรพล” ขยี้วงในสยบหมัดรัสเซีย “อิลยาส” ในศึก ONE ลุมพินี 110

ศึก ONE ลุมพินี 110 ยิงสดการแข่งขันสุดมันส่งตรงถึงบ้านผู้ชมใน 195 ประเทศทั่วโลก โดยจอมบู๊ทั้ง 24 คน ต่างพร้อมใจกันโชว์ผลงานเต็มสูบเพื่อแย่งชิงโอกาสได้รับการชูมือ เมื่อวันศุกร์ที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)

คู่เอกของรายการ “วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” นักมวยร่างแกร่ง วัย 22 ปี จากบุรีรัมย์ เปิดหน้าท้าชนเดือด “อิลยาส มูซาเอฟ” นักสู้หมัดคม วัย 23 ปี จากรัสเซีย เพื่อชิงชัยชนะครั้งที่ 4 ในรายการนี้

เสียงระฆังเริ่มยกแรกดังขึ้น “วรพล” ออกมาบู๊แบบไม่กั๊กแม้ต้องแบกน้ำหนักสู้ถึง 4.4 ปอนด์ โดยพยายามเดินจี้บี้คลุกวงในใส่อาวุธครบเครื่อง ส่วน “อิลยาส” ยังมีลูกหมัดรัสเซียเป็นทีเด็ดบวกสวนให้ได้เสียว สุดท้ายครบ 3 ยก “วรพล” ที่เดินเข้าทำได้จะแจ้งกว่าเป็นฝ่ายชนะ “อิลยาส” ด้วยคะแนนเอกฉันท์ ยึดแต้มชัยที่ 4 มาครองสมใจ  

คู่เอกภาคอินเตอร์ “คมอาวุธ เอฟเอ.กรุ๊ป” จอมแกร่ง วัย 26 ปีจากหนองคาย ขึ้นเวทีชิงแต้มกู้ศรัทธากับ “โซเนอร์ เซน” มวยกำปั้นโหด วัย 28 ปี จากตุรกี ซึ่งเป็นการเจอกันภาค 2 ในกติกามวยไทย รุ่น 142 ป.

ยกแรก “คมอาวุธ” ออกมาเน้นเตะตัดขาเพื่อหยุดความเคลื่อนไหวของ “โซเนอร์” ที่ได้เปรียบเรื่องช่วงชก ส่วนสองยกต่อมา “คมอาวุธ” เสี่ยงเดินลุยเข้าคลุกวงในหวังจัดหนัก ส่วน “โซเนอร์” หาจังหวะบวกอาวุธโต้กลับไม่มียอมจนเรียกแผลแตกจากนักชกเจ้าบ้าน ครบ 3 ยก “โซเนอร์” ได้รับการชูมือให้เป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์ สามารถถอนแค้น “คมอาวุธ” อย่างสะใจ

ตลอดการแข่งขันอันดุเดือดที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเต็มอิ่มในค่ำคืนนี้ ปรากฏว่ามีนักกีฬา 4 ราย โชว์ฝีมือเข้าตา บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” จึงสั่งมอบโบนัสพิเศษตอบแทนให้ทันทีคนละ 350,000 บาท ไม่รวมค่าตัว รวมยอดเงินทั้งสิ้น 1,400,000 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนบาท) ได้แก่ “โตโยต้า อีเกิลมวยไทย”, “ทุน มิน ออง”, “แหลมสิงห์ ส.เดชะพันธ์” และ “สมิงดำ เอ็นเอฟ.ลูกสวน”

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ONE ลุมพินี 110

คู่เอก วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ชนะคะแนนเอกฉันท์ อิลยาส มูซาเอฟ (มวยไทย 142 ป.)
คู่รอง สมิงดำ เอ็นเอฟ.ลูกสวน ชนะน็อก อาเมียร์ นาซิรี (มาเลเซีย/อิหร่าน) นาทีที่ 2:17 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต)
แหลมสิงห์ ส.เดชะพันธ์ ชนะน็อก พันศักดิ์ ว.วรรณทวี นาทีที่ 1:10 ของยก 3 (มวยไทย 128 ป.)
ทุน มิน ออง (เมียนมา) ชนะทีเคโอ ฉัตรเพชร รร.กีฬาลำปาง นาทีที่ 2:49 ของยก 2 (มวยไทย 160 ป.)
โมฮาเหม็ด ตาวฟิก (โมร็อกโก) ชนะน็อก ซุปเปอร์ชับ บางแสนไฟต์คลับ นาทีที่ 2:25 ของยก 3 (มวยไทย 136 ป.)
โตโยต้า อีเกิลมวยไทย ชนะทีเคโอ ยอดอุดร บีเอส.มวยไทย นาทีที่ 2:56 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต)
โซเนอร์ เซน (ตุรกี) ชนะคะแนนเอกฉันท์ คมอาวุธ เอฟเอ.กรุ๊ป (มวยไทย 142 ป.)

อาร์ยา อัคบารี (อิหร่าน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ เฟอร์นันโด อะมายา (อาร์เจนตินา) (มวยไทย 163 ป.)
มูกะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ซูปาร์ เย จัน (เมียนมา) (มวยไทย 138 ป.)
ริวกิ คาวาโนะ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ หู เย่ (จีน) (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต)
อีวาน นิสดิตสกี (รัสเซีย) ชนะทีเคโอ คูร์ชิดเบก โบซาร์โบเอฟ (อุซเบกิสถาน) นาทีที่ 3:54 ของยกแรก (MMA รุ่นมิดเดิลเวต)
เชก์ ด็อบบิน (ไอร์แลนด์) ชนะทีเคโอ ดิโอโก คาลาโด (โปรตุเกส) นาทีที่ 2:06 ของยกแรก (MMA รุ่นไลต์เวต)
 

ทลายแก๊งทวงหนี้ดอกเบี้ยโหด 3 เครือข่ายพบเงินหมุนเวียนปีละหลายร้อยล้าน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.

ปฏิบัติการที่ 1 ทลายเครือข่ายเงินกู้ Cash Today ดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 3,650 ต่อปี สถานที่ตรวจค้น จำนวน 2 แห่ง

1.อาคารห้องชุดของคอนโดแห่งหนึ่ง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

2.อาคารห้องแถวของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร

ร่วมกันตรวจค้นและกล่าวโทษ 2 ราย

1.นางสาวสุพัตรา (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี 

2.นายเรวัต (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี

โดยกล่าวหากระทำผิดฐาน “ ร่วมกันประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ” 

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากเมื่อปลายปี 2567 ได้มีผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับนายสุเมธฯ ซึ่งมีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจค้นสถานที่ แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่พักอาศัยของนายสุเมธฯ แต่กลับไม่พบนายสุเมธ และไม่สามารถติดต่อได้แต่อย่างใด

ต่อมานายสุเมธ เข้ามามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก. ปอศ. โดยให้การรับว่าตนได้ปล่อยเงินกู้ให้ผู้เสียหาย และเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือนหรือร้อยละ 3,650 ต่อปี จริง พร้อมทั้งยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพบว่านายสุเมธ มีการสร้างเพจ Facebook สำหรับการโฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปกู้ยืมเงิน ชื่อเพจ “Cash Today” เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.5 บก.ปอศ. จึงได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ทำการสืบสวนขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายสุเมธฯ เพิ่มเติม พบว่ามีผู้ร่วมขบวนการจำนวนหลายรายมีการวางแผนการดำเนินการ และแบ่งหน้าที่กันทำ จากนั้นจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนทำการตรวจค้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นสถานที่ซึ่งเป็นที่พักอาศัย ของผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว จำนวน 2 แห่ง ดังนี้

1. อาคารห้องชุดของคอนโดแห่งหนึ่ง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พบ นางสาวสุพัตราฯ มีหน้าที่เป็นผู้รับดำเนินการธุรกรรมทางการเงินแทนนายเรวัต ในการฝากและถอนเงินจากธนาคารสาขาและตู้ ATM พร้อมตรวจยึดของกลาง สมุดบัญชีธนาคารของนายเรวัต จำนวน 1 เล่ม

2. อาคารห้องแถวของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร พบ นายเรวัตฯ  มีการโฆษณาให้สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปผ่านแอปพลิเคชั่น Facebook เพจ “Cash Today” และเป็นผู้ยินยอมให้นางสาวสุพัตรา เป็นผู้ใช้บัญชีธนาคารของตนในการทำธุรกรรมทางการเงินแทน ซึ่งจากการสืบสวนขยายผล พบเส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารของนายเรวัต โอนไปยังบัญชีธนาคาร ของนายสุเมธ รวมเป็นเงินกว่า 1.3 ล้านบาท ในลักษณะถ่ายโอนเงินทุนและผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างบัญชี เจ้าหนี้ผู้ปล่อยกู้ พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพมือถือ iPhone 12 Pro จำนวน 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จึงได้ร่วมกันกล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมส่งมอบของกลางต่อ พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การของผู้ต้องหาเบื้องต้น นางสาวสุพัตรา และนายเรวัต ได้ให้การรับว่า ได้ร่วมกันกับนายสุเมธ ในการปล่อยเงินกู้ให้กับบุคคลทั่วไปจริง มีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดย นางสาวสุพัตรา ทำหน้าที่ดูแลบัญชี และใช้บัญชีของนายเรวัตในการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยนายเรวัตทำหน้าที่ เป็นผู้เปิดบัญชี รวมถึงเป็นเจ้าของและเป็นผู้บริหารจัดการแอปพลิเคชัน Facebook เพจ “Cash Today” ในการโฆษณาเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปกู้ยืมเงิน

ปฏิบัติการที่ 2 ทลายเครือข่าย นายทุนพื้นที่ลำลูกกา ดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 730 ต่อปี สถานที่ตรวจค้น จำนวน 3 แห่ง

1. บ้านพักในเขต อ.ลาดสวาย จ.ปทุมธานี จำนวน 1 แห่ง

2. บ้านพักในเขต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จำนวน 2 แห่ง

ร่วมกันตรวจค้นและกล่าวโทษ 3 ราย

1. นายพรภวิษย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี 

2. นายกฤติน (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี 

3. นายเชาว์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31ปี 

โดยกล่าวหากระทำผิดฐาน“ร่วมกันประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” 

พร้อมตรวจยึดทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ดังนี้ 

1) บัญชีธนาคารฯที่ใช้ในการโอนเงินต้นและรับดอกเบี้ย จำนวน 3 บัญชี 

2) เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้ จำนวน 1 ชุด

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. เกี่ยวกับเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งปล่อยเงินกู้ออนไลน์ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีพฤติการณ์เรียกเก็บดอกเบี้ย ในอัตราที่สูงมาก โดยจะต้องจ่ายดอกเบี้ยรายวันคิดเป็นร้อยละ 2 ต่อวัน และคิดแบบดอกลอย คือเป็นการจ่าย เฉพาะดอกเบี้ยรายวันไปเรื่อยๆ ไม่มีการตัดยอดเงินต้นแต่อย่างใด จนกว่าจะหาเงินก้อนมาปิดยอดเงินต้น อันเป็นการคิดดอกเบี้ยที่เอารัดเอาเปรียบ ซ้ำเติมประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจค้าขาย ในพื้นที่จังหวัด ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้วิธีการแจก นามบัตรในสถานที่ชุมชนโดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อย

หรือผู้ที่ไม่มีความมั่นคงในอาชีพการงาน จึงมองหาแหล่งเงินทุนนอกระบบเพื่อมาบรรเทาความเดือดร้อนของตน สำหรับพฤติการณ์ในคดีนี้ เป็นการกระทำในลักษณะองค์กรมีความสลับซับซ้อน มียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีจำนวนมาก ที่น่าเชื่อว่า มาจากการกระทำผิดในการปล่อยสินเชื่อนอกระบบ อีกทั้งผู้ร่วมกระทำผิดมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีในการกระทำความผิด ซึ่งการกระทำของผู้ต้องหา เป็นการกระทำ ที่อุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนจนทราบแหล่งที่พักของผู้ต้องหา จึงได้ขออนุมัติหมายค้น

ต่อศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อทำการตรวจค้นสถานที่จำนวน 3 แห่งในพื้นที่อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี จากนั้น ได้ร่วมกันตรวจยึดของกลาง และร่วมกันกล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งมอบของกลางต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การของผู้ต้องหาเบื้องต้น นายพรภวิษฐ์ฯ รับว่าตนเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ โดยจะเรียก เก็บดอกเบี้ยจากผู้กู้คิดเป็นดอกเบี้ย ร้อยละ 2 ต่อวัน ส่วนนายกฤตินฯ และ นายเชาว์ฯ มีหน้าที่เก็บดอกเบี้ย รายวัน 

ปฏิบัติการที่ 3 บุกทลายเจ้อัญนายทุนปล่อยเงินกู้ คิดดอกเบี้ยโหด เจ้าของสโลแกน“ร้อยละยี่มันแพง ไปกู้รัฐบาลเถอะ”

สถานที่ตรวจค้น จำนวน 1 แห่ง

1.บ้านพักแห่งหนึ่งในตำบลกง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

ร่วมกันตรวจค้นและกล่าวโทษ 1 ราย

1.นางสาวสุภาพักตร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี

ในความผิดฐาน ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตและเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตรา

ที่กฎหมายกำหนด  

พร้อมตรวจยึด ดังนี้ 

1. เสื้อยืดแขนยาว สีขาว ระบุข้อความ “เจ้อัญเงินด่วน ร้อยละยี่มันแพงไปกู้รัฐบาลเถอะ”         

2. แบบฟอร์มบันทึกเก็บเงินผู้กู้  

3. แบบฟอร์มหนังสือรับสภาพหนี้    

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งปล่อยเงินกู้ในพื้นที่ จ.สุโขทัย โดยใช้ชื่อ เงินด่วนพร้อมใช้ By.เจ๊อัญ และมีพฤติการณ์ข่มขู่ลูกหนี้และเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.57 ต่อวัน ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการคิดดอกเบี้ยที่เอารัดเอาเปรียบซ้ำเติมประชาชน จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน และจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหา ได้ปล่อยเงินกู้ในชื่อ เงินด่วนพร้อมใช้ By.เจ๊อัญ โดยจะปล่อยเงินกู้ ในพื้นที่ จ.สุโขทัย โดยมีขั้นตอนการกู้ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน เมื่ออนุมัติ แล้วผู้ต้องหาจะโอนเงินไปให้ หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ก็จะใช้วิธีการโพสต์ประจานในสื่อสังคมออนไลน์ และเข้าไปทวงหนี้ถึงที่อยู่ของลูกหนี้ ซึ่งการกระทำของผู้ต้องหาเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบแหล่งที่พักของผู้ต้องหา จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจาก ศาลจังหวัดสุโขทัย และนำกำลังเข้าตรวจค้นที่พักของผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

 จากการตรวจค้นพบ เสื้อยืดแขนยาว สีขาว ระบุข้อความ “ร้อยละยี่มันแพงไปกู้รัฐบาลเถอะ” ,แบบฟอร์มบันทึกเก็บเงินผู้กู้ และแบบฟอร์มหนังสือรับสภาพหนี้ ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวต่อพนักงาน สอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ต่อไป

‘องุ่นไร้เมล็ด’ปลอดสารพิษ สู่โมเดลเกษตรผสมผสาน-สร้างรายได้ยั่งยืน

เกษตรกรต้นแบบ “ไกรทอง นิชำนาญ”ชาว บ้านโคกใหญ่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย หรือที่รู้จักในชื่อ “สวนนายอี” ได้พัฒนาระบบการเกษตรปลอดสารพิษบนพื้นที่ 23 ไร่ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรแบบผสมผสาน จนกลายเป็นต้นแบบให้แก่ประชาชนในพื้นที่และผู้สนใจทั่วไป สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

ไกรทอง ทำโมเดลเกษตรผสมผสาน  “โคก หนอง นา” และได้พัฒนาพื้นที่ 3 ไร่ภายใต้แนวคิด “โคก หนอง นา” ซึ่งเป็นโมเดลการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยขุดบ่อเพื่อเลี้ยงปลา ทำนาข้าวอินทรีย์ และปลูกพืชผักสวนครัวรอบบ่อ เช่น ผักกาด คะน้า มะเขือเทศ และผักพื้นบ้านชนิดต่างๆ นอกจากนี้ พื้นที่อีก 20 ไร่ถูกพัฒนาเป็นสวนไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น องุ่นไร้เมล็ด มะละกอ ทุเรียน ลิ้นจี่ มะม่วง และกล้วย ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงทางการเกษตรและสร้างรายได้หมุนเวียนตลอดปี

สำหรับ องุ่นไร้เมล็ดปลอดสารพิษ หนึ่งในผลผลิตเด่นของสวนนายอีคือ องุ่นไร้เมล็ด ที่ปลูกจำนวน 50 ต้น ครอบคลุม 7 สายพันธุ์ เช่น S-48, Beauty Seedless, แบล็คโอปอล และสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งผลผลิตจะออกจำหน่ายในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยคาดว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ 1 ตัน องุ่นจากสวนนายอีมีคุณภาพดี เนื้อแน่น รสชาติหวานหอม และปลอดสารพิษ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างจังหวัด

ในเรื่องการทำเกษตรนี้ เป็นการต้นแบบลดค่าครองชีพ สร้างรายได้เสริมในครอบครัว การทำเกษตรแบบผสมผสานของนายไกรทองไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ในครัวเรือนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น การปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคเอง การเลี้ยงปลาเพื่อเป็นแหล่งโปรตีน และการปลูกไม้ผลเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริม

ไกรทอง กล่าวอีกว่า การทำเกษตรแบบผสมผสานช่วยให้เราไม่ต้องพึ่งพาตลาดมากเกินไป เราสามารถผลิตอาหารไว้กินเองและขายส่วนเกินเพื่อสร้างรายได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วย

นอกจากการทำเกษตรเพื่อการค้าแล้ว นายไกรทองยังได้พัฒนาสวนนายอีให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกรอย่างใกล้ชิด โดยมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น การตกปลา : นักท่องเที่ยวสามารถสนุกกับการตกปลาในบ่อที่จัดเตรียมไว้ การเก็บองุ่นด้วยตนเอง : เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเก็บองุ่นสดๆ จากต้น การเก็บผลไม้ตามฤดูกาล : เช่น มะละกอ ทุเรียน ลิ้นจี่ และมะม่วง การท่องเที่ยวจุดถ่ายรูปและชมวิวทิวเขา : มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพกับบรรยากาศธรรมชาติ และสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำเกษตร : นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามและเรียนรู้เทคนิคการทำเกษตรจากเจ้าของสวนโดยตรง

นอกจากนี้ ยังมีบริการ โฮมสเตย์ สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติ โดยที่พักออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่สะดวกสบาย เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกรอย่างแท้จริง

ร้านน้ำชา “กะเดะ” ขวัญใจวัยโจ๋เบตง ตำนานความหรอยกว่า 25 ปี หอมกรุ่นย้อนวันวานสู่อดีต

วันนี้จะพามารู้จักร้านน้ำชายุค 90  หอมกรุ่นย้อนวันวานสู่อดีต ริมถนนจันทโรทัย ใกล้กับแยกตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา เป็นอีกหนึ่งร้านน้ำชาสุดเก๋าและเก่ามากใน อ.เบตง จ.ยะลา ตั้งแต่ขั้นตอนการทำยังคงทำแบบยุค 90 อยู่ ต้องยกให้ ร้านน้ำชากะเดะ เลย  ได้จิบกาเเฟอร่อย ดื่มดำกับบรรยากาศย้อนยุค ร้านนี้เปิดขายมานานกว่า 25 ปี วัยรุ่นยุค 90 รู้จักกันดีและเป็นที่จิบน้ำชาชมเมืองริมถนน

ทางร้านเปิดตั้งแต่ 10.00 น.ไปจนของหมดเลย ที่ร้านมีทั้งเมนู  ชา กาแฟ น้ำผลไม้ และเมนูอีกหลายเอย่าง  การันตีราคาถูกจริงสวนราคาสินค้าที่แพงขึ้นในทุกวัน โดยเริ่มต้นที่ 15 – 20 บาทเท่านั้น มาพร้อมกับโซนนั่งแบบชิลล์ ๆ ริมถนน ใครที่กำลังมองหาร้านอาหาร ร้านน้ำชา ช่วงเย็น แวะมาที่นี่เลย

น.ส.บุปผา สามะ หรือที่ลูกค้าเรียกกันติดปากว่า”กะเดะ”  บอกว่า ที่ร้านมีเมนูร้อน-เย็น เพียงแก้วละ 15 บาท หากใส่ถุง 20 บาท  และยังมีเมนูเครื่องดื่มร้อน แก้วละ 10 -15 บาท  นอกจากนี้ยังมีขนมปังปิ้งหลากหลายหน้ารสชาติอร่อยกรอบนอกนุ่มใน ยิ่งทานตอนร้อนๆ ยิ่งฟินมาก ทานกับน้ำชา กาแฟ ที่มีรสชาติเข้มข้นเข้ากันได้ดี เพียงชุดละ 20 บาท  ส่วนเมนูขึ้นชื่อของทางร้านจะเป็น ชาเย็น โกโก้เย็น  ชาโกโก้เย็น  เฉาก๊วยนมสด  โดยแต่ละวัน ขายได้กี่แก้วไม่เคยนับ แต่นม ใช้ไป วันละ2 ลัง ลังละ 24 กระป๋อง

ด้านลูกค้าขาประจำอย่าง น.ส.สิริจิต นวลเจริญ ลูกค้าประจำในยุค 90  กินมาตั้งแต่สมัยเรียนเพราะติดใจในรสชาติที่มีความเข้มข้นไม่เหมือนใครที่มีรสชาดยุค 90 ที่สำคัญราคาถูกด้วยสำหรับยุคนี้

โดย…เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ตื่นเต้นเล้าใจ!แข่งวัวเทียมเกวียนฟื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมท้องถิ่นบ้านลาด

มหกรรมงานแข่งขันวัวเทียมเกวียนอำเภอบ้านลาด ประจำปี 2568 และงานบ้านลาด 108 ปีเริ่มขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่นักท่องเที่ยวแห่ร่วมชมประเพณีดั้งเดิมแน่น

 อำเภอบ้านลาด ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี ร่วมจัดงานแข่งขันวัวเทียมเกวียนอำเภอบ้านลาด ประจำปี 2568 และงานบ้านลาด 108 ปี โดยมี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี นายปรีชา อนันต์วรนาท นายอำเภอบ้านลาด ผู้นำชุมชนในเขตพื้นที่อำเภอบ้านลาดร่วมให้การต้อนรับ ณ บริเวณศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านโป่งสลอด ตำบลหนองกะปุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

ทั้งนี้ อำเภอบ้านลาดได้จัดให้มีการแข่งขันวัวเทียมเกวียนเป็นประจำทุกปี ในช่วงของการจัดงานพระนครคีรี – เมืองเพชร โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เพื่อเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์ของจังหวัดเพชรบุรี ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งประชาชนทั่วไป และชาวต่างประเทศ วัวเทียมเกวียนเพชรบุรี ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นภูมิปัญญาด้านกีฬาพื้นบ้าน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ วัวเทียมเกวียนประเภทความเร็ว หรือ วัวเกวียนเร็ว โดยการนำวัวเทียมเกวียนจำนวน 2 เล่ม วิ่งแข่งขันประลองความเร็วบนสนาม ประเภทที่ 2 คือ วัวเทียมเกวียนประเภทสวยงาม มีการประดับตกแต่งวัวและเกวียนให้สวยงาม วัวเทียมเกวียนนิยมใช้ในขบวนแห่งานพิธีต่าง ๆ เช่น งานแห่นาค แห่ขันหมาก แห่องค์กฐิน และผ้าป่า เป็นต้น

สำหรับ การจัดงานการแข่งขันวัวเทียมเกวียน ครั้งล่าสุด จัดขึ้นในปี 2563 และ ไม่ได้มีการจัดอีกเลยเพราะโควิดระบาด จนมาถึงปี 2568 ได้ดำเนินการจัดงานขึ้นอีกครั้ง ในปีนี้ทางอำเภอบ้านลาด ได้มีการเปลี่ยนสถานที่จัดงาน มาจัดที่ ณ บริเวณศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านโป้งสลอด หมู่ที่ 6 ตำบลหนองกะปุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีเอกลักษณ์ของอำเภอบ้านลาด คือ เขาแด่น เป็นแบล็คกราว กิจกรรมภายในงาน ประกอบไปด้วย ขบวนวัวเทียมเกวียนสวยงาม จำนวน 108 เล่ม การแข่งขันพื้นบ้านวัวเทียมเกวียนประเภทความเร็ว วัววิ่งลู่ และวัวลาน โซนอาหารและของดีบ้านลาด – เพชรบุรี นิทรรศการของดี วิถีบ้านลาด และกิจกรรมลานวัฒนธรรม การแสดงดนตรีพื้นบ้านจังหวัดเพรบุรี รำวงย้อนยุค และดนตรีสดจากหลากหลายวง

อย่างไรก็ตาม ทางอำเภอบ้านลาดขอเชิญร่วมสัมผัสความตื่นตาตื่นใจกับการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและงานแข่งขันวัวเทียมเกวียนอำเภอบ้านลาด ประจำปี 2568 และงานบ้านลาด 108 ปี ของชาวอำเภอบ้านลาด พร้อมกับกิจกรรมหลากหลายที่จะพาคุณย้อนสู่ความงามตามวิถีแห่งท้องถิ่นเพชรบุรี ในงานแข่งขันวัวเทียมเกวียน ประจำปี 2568 และงานบ้านลาด 108 ปี ระหว่างวันนี้ ถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2568 กิจกรรมเริ่มตั่งแต่เวลา 16.00 น. จนถึงเที่ยงคืนตลอดทั้ง 5 วัน ณ ศูนย์วิสาหกิจชุมชนบ้านโป่งสลอด ตำบลหนองกะปุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

ขอบคุณภาพ : เพชรภูมิ ฮอตนิวส์

GENESENN ผนึกพันธมิตร ‘โรงแรม-คลินิก’ทั่วไทย ดันไทยฮับ Medical & Wellness Tourism แห่งเอเชีย

GENESENN (เกเนเซน) ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพเชิงลึกและการแพทย์ฟื้นฟู เปิดตัวโครงการ “Thailand Wellness Gateway by GENESENN” อย่างเป็นทางการ พร้อมผนึกความร่วมมือกับ TRIA Wellness Center และพันธมิตรโรงแรมและคลินิกชั้นนำ 13 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Medical & Wellness Tourism ของเอเชีย ผ่านแนวคิด “สุขภาพองค์รวม” ควบคู่กับการท่องเที่ยวคุณภาพระดับไฮเอนด์

โครงการนี้ เกิดจากความตั้งใจในการพลิกโฉมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจาก “การรักษา” เป็น “การป้องกันและฟื้นฟูแบบยั่งยืน” โดยผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัย เช่น การใช้ iPSC (Induced Pluripotent Stem Cells) เซลล์บำบัดที่ได้รับรางวัลโนเบล และการใช้เซลล์ต้นกำเนิดชนิด mesenchymal stem cells (MSC) เพื่อรักษาโรคกระดูกพรุน การตรวจ Functional Wellness Check-up และเวชศาสตร์ชะลอวัย รวมถึงบริการฟื้นฟูสุขภาพในรีสอร์ทที่ออกแบบมาเฉพาะ

 นพ.สุจิตร์ บัญญัติปิยพจน์ Chief Medical Officer GENESENN ประธานจัดงาน กล่าวว่า   “Thailand Wellness Gateway คือแพลตฟอร์มที่รวมทั้งวิทยาศาสตร์การแพทย์ เทคโนโลยีระดับโลก และภูมิปัญญาไทย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของ Wellness Tourism เราภูมิใจที่นำเทคโนโลยีระดับโลก เช่น “IPSC Innovation” หรือ Induced Pluripotent Stem Cell ซึ่งได้รับรางวัลโนเบล และถูกนำมาต่อยอดโดยบริษัท  HELP Therapeutics Co., Ltd. ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตร iPSC เพื่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหัวใจ และยังพัฒนาเซลล์บำบัด (MSCOP)

ซึ่งเป็นความหวังใหม่ในการรักษาผู้ป่วยกระดูกพรุน  เพราะจากสถานการณ์ของโรคกระดูกพรุนพบว่ามีอัตราการเกิดสูงสุดในเอเชียและทวีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดย Genesenn จึงได้นำนวัตกรรมทั้ง iPSC เพื่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหัวใจ และ เซลล์ต้นกำเนิดชนิด mesenchymal stem cells (MSC) เพื่อรักษาโรคกระดูกพรุน เข้ามาเพื่อดูแลสุขภาพคนไทย นับเป็นความก้าวหน้าและเป็นอนาคตทางการแพทย์ ที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าเดิม. โดย บริษัท HELP Therapeutics ได้แต่งตั้งให้ Genesenn เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

เราพร้อมที่จะรวมทั้งวิทยาศาสตร์การแพทย์ เทคโนโลยีระดับโลก และภูมิปัญญาไทย เพื่อเปลี่ยน“การรักษา” เป็น “การป้องกันและฟื้นฟูแบบยั่งยืน” พร้อมขยายความร่วมมือไปสู่เครือข่ายโรงแรมและคลินิกชั้นนำทั่วไทย รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวสุขภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น ยุโรป กลุ่มตะวันออกกลาง และผู้สูงวัย (Silver Age) ทั่วโลก”

พันธมิตรรุ่นแรกของโครงการ ผู้กำลังจะสร้างพันธกิจ ร่วมกัน  

• TRIA Wellness Center โดย นพ.วิทิต อรรถเวชกุล CEO รพ.ปิยะเวท ที่มุ่งเน้น Lifestyle Medicine และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน   ได้กล่าวว่า “TRIA เป็นมากกว่าการรักษา แต่คือการดูแลสุขภาพจากต้นเหตุ พร้อมการบำบัดฟื้นฟูแบบบูรณาการ”

• Amataya Wellness Krabi โดย คุณวิชัย พูลวรลักษณ์ CEO รีสอร์ทสุขภาพริมทะเลกระบี่ ใช้ทรัพยากรน้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติพัฒนา Pool Villa เพื่อสุขภาพ   กล่าวว่า “เรานำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ร่วมกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้นักท่องเที่ยวสุขภาพ”

• Chayana Resort & Wellness Center โดย คุณชเยนทร์ คำนวณ พัฒนารีสอร์ทสุขภาพในเชียงราย และคลินิกในกรุงเทพฯ ที่เน้นบูรณาการศาสตร์ตะวันตก-ตะวันออก กล่าวว่า “Chayana Resort เชียงราย มุ่งสร้างประสบการณ์ฟื้นฟูสุขภาพกายและใจในธรรมชาติ ส่วนคลินิกใน ลาดพร้าว กรุงเทพฯจะตอบโจทย์ชาวเมือง”

• Prayaa Wellness Group โดย นางศิริญา เทพเจริญ CEO Prayaa Jomtien Wellness Hotel ซึ่งกำลังรีโนเวตโรงแรมขนาด 590 ห้อง สู่ Wellness Hotel เต็มรูปแบบ พร้อมเตรียมขยายสาขาในบางแสน รองรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งไทยและต่างประเทศ  รวมถึงกำลังสร้างจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่าย Wellness Hotel ที่เติบโตควบคู่กับตลาด Medical & Wellness Tourism ของประเทศไทยในอนาคต  ได้กล่าวว่า “ Prayaa Jomtien จะเป็นต้นแบบของ Wellness Hospitality ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ”

• ดร.ชาลี จังวิจิตรกุล CEO EMC พัฒนา Prayaa Wellness Bangsaen Beachfront Condominium ผสมผสานการลงทุนกับสุขภาพระยะยาวภายใต้แนวคิด 15-Year Leaseback Program Investment กล่าวว่า  “Prayaa Wellness Bangsaen ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาวที่มีรายได้ควบคู่”

• คุณพายุ สุวรรณศรี CEO บริษัทสายสมร จำกัด ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ Soft Power จากจีน เตรียมขับเคลื่อนแคมเปญ KOL/KOC เชื่อมโยงคนจีนกับบริการสุขภาพในไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ กล่าวว่า ”เรามีหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญที่จะนำเสนอ “Thailand Wellness Gateway” สู่หัวใจของผู้คนในเอเชีย เราจะใช้พลังของ KOL และ KOC ในการ ถ่ายทอดประสบการณ์ และกระจายข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อทำให้คนจีนรู้จักและเชื่อมั่นในศักยภาพการดูแลสุขภาพและ Wellness แบบองค์รวมของไทยด้วย Soft Power นี้ ผมมั่นใจว่าไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพและ Wellness ระดับภูมิภาคได้ครับ”
 
Thailand Wellness Gateway ได้เริ่มเปิดให้บริการแล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างขยายเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวสุขภาพจากทั่วโลก โดยตั้งเป้าให้ไทยก้าวสู่การเป็น “Wellness Destination of Asia” อย่างแท้จริง ผู้สนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.genesenn.com

ทลายแก๊งหลอกลวงข้ามชาติตุ๋นเหยื่อทั่วโลกสูญกว่า 2 พันล้านบาท

DSI เปิดปฏิบัติการ Operation Shadow Bay ทลายขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ จับแก๊งครูต่างชาติปลอม สร้างกว่า 2,000 เว็บปลอม หลอกเหยื่อทั่วโลกกว่า 20 ประเทศสูญเงินกว่า 2,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณีผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ร่วมกัน แถลงข่าวการปฏิบัติการ Operation Shadow Bay ทลายขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ หลอกให้ซื้อสินค้าหรือบริการที่ ไม่มีอยู่จริงผ่านเว็บไซต์ปลอมกว่า 2,000 เว็บไซต์ หลอกเหยื่อทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 800 ล้านบาท

โดยเมื่อวานนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2568) พันตำรวจตรี ยุทธนาฯ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก วิษณุฯ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก เขมชาติฯ  ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศนำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้าทำการตรวจค้นจับกุมขบวนการสแกมเมอร์และกลุ่มเครือข่ายชาวต่างชาติ ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ นครปฐม กาญจนบุรี จันทบุรี และกระบี่ โดยปฏิบัติการพร้อมกัน 11 จุดทั่วประเทศ

ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 5 จุด นครปฐม 2 จุด กระบี่ 2 จุด กาญจนบุรี 1 จุด และจันทบุรี 1 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ จำนวน 9 ราย ได้แก่ นายลีวินุส (Mr.Livinus) สัญชาติไนจีเรีย นายเดอริค (Mr.Derrick) สัญชาติแคเมอรูน นายกอง (Mr.Ghong) สัญชาติแคเมอรูน นางสาวจิตรภัสร์ (สงวนนามสกุล) นายธนิชภพ (สงวนนามสกุล) นายอนุชาติ (สงวนนามสกุล) นางสาวจันทรัตน์ (สงวนนามสกุล) นางสาวปณัสยา (สงวนนามสกุล) และนางสาวอรวรรณ (สงวนนามมสกุล) สัญชาติไทย ในข้อหากระทำความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ได้แก่ วอลเล็ท (กระเป๋าเงินดิจิทัล) 2 กระเป๋า รถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน วัตถุมีลักษณะคล้ายทองแดง ประมาณ 15 ตัน โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 13 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 21 เล่ม และพยานวัตถุอื่น ๆ

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมทั้งได้ประสานงานธนาคารพาณิชย์ให้อายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกว่า 500 บัญชี รวมมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงครั้งนี้    สูงกว่า 2,000 ล้านบาท ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ทางธุรกิจและความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตานานาชาติ โดยทรัพย์สินที่ยึดอายัดทั้งหมด กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปี พ.ศ.2563  กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการหลอกลวงให้ซื้อถุงมือยางทางการแพทย์ หน้ากากอนามัยผ่านเว็บไซต์ขายสินค้ากว่า 40 ราย ต่อมากองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้จัดตั้งชุดสืบสวนเพื่อติดตามข้อเท็จจริง พบว่าการหลอกลวงดังกล่าวเป็นแผนการของแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ จำนวนกว่า 30 คน โดยกลุ่มบุคคลเหล่านี้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวจากนั้นจะพยายามหาวิธีอยู่ต่อในราชอาณาจักรอย่างถาวร เช่น การสมรสกับหญิงไทย แล้วอาศัยสถานะสมรสเพื่อขอต่อวีซ่าหรือสมัครงานเป็นครูอัตราจ้างในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน หรือจัดตั้งบริษัทประกอบธุรกิจในลักษณะบังหน้า เพื่อใช้ฟอกเงินและใช้เป็นเหตุในการขออยู่ต่อในราชอาณาจักร

ในขบวนการสแกมเมอร์นี้ส่วนใหญ่เป็นชาวแคเมอรูน ไนจีเรีย และอินเดีย ที่แฝงตัวเป็นครูสอนภาษาในโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชนในไทยหลายแห่ง มานานกว่า 15 ปี และใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทปลอมกว่า 100 แห่ง พร้อมเปิดบัญชีม้าสำหรับรับโอนเงินกว่า 500 บัญชี จากนั้นมีการสร้างเว็บไซต์ปลอม หลอกจำหน่ายสินค้าและบริการจำนวนกว่า 2,000 เว็บไซต์ นำไปก่อเหตุหลอกลวงให้ผู้เสียหาย ที่มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ให้หลงเชื่อว่าเป็นสินค้าและบริการของคนไทย ก่อนหลอกให้โอนเงินและส่งเงินกลับประเทศต้นทาง หรือนำเงินไปฟอกด้วยการซื้อเหรียญดิจิทัล

นอกจากจะให้ภรรยาชาวไทยเปิดบริษัทปลอมขึ้นแล้วยังได้หลอกลวงชักชวนประชาชนให้มาเปิดบริษัทพร้อมเปิดบัญชีธนาคารให้ โดยอ้างว่าจะแบ่งปันผลประโยชน์ให้หากมีผลประกอบการที่ดี ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทปลอม 1 บริษัท จะมีการเปิดบัญชีธนาคารควบคู่กันด้วย 5-8 บัญชี เพื่อเตรียมไว้ใช้รับโอนเงิน หลังจากนั้นสมาชิกของแก๊งที่ทำหน้าที่สร้างเว็บไซต์ปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่ามีการประกอบธุรกิจจริง จะโพสต์โฆษณาเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปเข้ามาเลือกซื้อสินค้าและบริการ อาทิเช่น สินค้าจำพวกเครื่องยนต์เรือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหาร ฯลฯ และให้โอนเงินมายังบัญชีธนาคารของบริษัทฯ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้มีการส่งมอบสินค้าและบริการแต่อย่างใด และยังมีการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินของบริษัทคู่ค้าและโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา
               

พฤติการณ์และการกระทำความผิดของกลุ่มเครือข่ายชาวต่างชาติดังกล่าวมีความซับซ้อน และมีความพยายามตัดความเชื่อมโยงของพยานหลักฐาน โดยการสร้างหรือแอบอ้างบุคคลหรือนิติบุคคล เข้ามาใช้ในการกระทำความผิดมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดข้ามชาติที่สำคัญ หรือเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการเงิน ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ทำให้คนไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ และถูกแจ้งเตือนในเว็บไซต์ต่างประเทศหลายเว็บ ให้ระมัดระวังในการติดต่อซื้อขายกับบริษัทห้างร้านในประเทศไทย

กรมสอบสวนคดีพิเศษขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ณ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หรือสามารถติดต่อผ่าน สายด่วน DSI โทร. 1202   (โทรฟรีทั่วประเทศ) หรือเว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ www.dsi.go.th เพื่อให้ข้อมูลและส่งมอบหลักฐานประกอบการดำเนินคดี ทั้งนี้ ข้อมูลทุกอย่างจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด