“จูดาห์” แปลงสัญชาติ เตรียมลุยซีเกมส์ เริ่มทดสอบฝีเท้า ที่พิจิตร

“จูดาห์ ธอมป์สัน” นักปั่นดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ดำเนินการขอเปลี่ยนแปลงสัญชาติกับทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) มาเป็นสัญชาติไทยเรีอบร้อยแล้ว พร้อมบัตรไลเซ่น เตรียมสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในนามทีมชาติไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยจะประเดิมทดสอบฝีเท้าในการแข่งขันจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทยฯ สนามที่ 4 ที่ จ.พิจิตร ก่อนจะร่วมทัพนักปั่นทีมชาติไทยไปแข่งขันรายการ ทัวร์ ออฟ เยลโล่ 2025 ระหว่างวันที่ 14-15 มิ.ย. ที่ประเทศจีน

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (เอซีซี), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (เอซีเอฟ)  และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับจังหวัดพิจิตร, องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร, องค์การบริหารส่วนตำบลวังทับไทร จัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์ภูมิพล” และจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2568 สนามที่ 4 ที่จังหวัดพิจิตร ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน ศกนี้ โดยสนามนี้ นายจูดาห์ ธอมป์สัน นักปั่นดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 21 ปี ซึ่งเป็นนักกีฬาความหวังอีกคนหนึ่งของไทยในการสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปลายปีนี้ จะลงแข่งขันประเภทถนนด้วย

พลเอกเดชา กล่าวว่า กรณีของ นายจูดาห์ ธอมป์สัน ได้ดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนสัญชาติกับทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) เสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ได้ยื่นเรื่องและเอกสารไปยังยูซีไอเพื่อขอเปลี่ยนสัญชาติในฐานข้อมูลมาเป็นสัญชาติไทย ซึ่งทางยูซีไอดำเนินการแล้วเสร็จไปเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้จูดาห์สามารถร่วมทีมชาติไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีหนังสือเดินทางไทยและบัตรประชาชนเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด จูดาห์ได้เดินทางมายังประเทศไทย เมื่อช่วงสายของวันที่ 27 พฤษภาคม ด้วยสายการบิน EVA AIR เที่ยวบิน BR075 แล้วเดินทางต่อไปเข้าแคมป์เก็บตัวนักกีฬาทีมชาติไทยที่วังยาว รีสอร์ต จังหวัดนครนายก ทันที

“เสธ.หมึก” กล่าวอีกว่า สำหรับ จูดาห์ จะลงแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์ประเทศไทยฯ สนามที่ 4 ที่จังหวัดพิจิตร ทั้งรายการไทม์ไทรอัลและโรดเรซ นอกจากนี้จูดาห์จะร่วมทัพนักปั่นทีมชาติไทยไปแข่งขันจักรยานประเภทถนน รายการ ทัวร์ ออฟ เยลโล่ 2025 ระหว่างวันที่ 14-15 มิถุนายน ที่ประเทศจีน ต่อด้วยการแข่งขันประเภทลู่นานาชาติ โคเรีย แทร็ค คัพ ที่เมืองหยางหยาง ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม ซึ่งเขามีความถนัดแข่งขันได้ทั้งประเภทถนนและประเภทลู่

พลเอกเดชา เปิดเผยอีกว่า ด้านการเตรียมสนามแข่งขันจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทยฯ สนามที่ 4 โดยประเภทถนนแข่งขันที่สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข ภายในบึงสีไฟ ส่วนประเภทเสือภูเขาแข่งขันที่จุดชมวิวเขาดิน ตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก เวลานี้สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้มอบหมายให้สตาฟฟ์โค้ชเสือภูเขาทีมชาติไทยไปดำเนินการปรับปรุงสนามแข่งขันที่จุดชมวิวเขาดินร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านตำบลวังทับไทร อำเภอสากเหล็ก ซึ่งจะมี จ.อ.เสรี เรืองศิริ ดูแลสนามครอสคันทรี่และอิลิมิเนเตอร์ ส่วน จ.ส.อ.สิทธิชัย เกตุแก้วมณี ดูแลการทำสนามดาวน์ฮิล เพื่อให้สนามมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด และยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีของชาวบ้านตำบลวังทับไทร ที่เป็นแหล่งส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมากที่สุดของประเทศไทย

“สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชนเป็นอย่างดี รวมทั้งผู้นำชุมชนอย่าง นายสมัย คำลือชา นายก อบต.วังทับไทร, นายปณวัฒน์ ศรีมะเดื่อ กำนันตำบลวังทับไทร, นางสุคนธรส จุลกะระวิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 และผู้นำชุมชนคนอื่น ๆ พร้อมกับชาวบ้านที่ได้ร่วมแรงรวมใจกันปรับปรุงสนามแข่งขันจักรยานเสือภูเขา เป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน โดยมี นายศุภกิจ กัยกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองคะเชนทร์ พร้อมทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่และเครื่องจักร ซึ่งการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขา จะมีพิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 7 มิถุนายน เวลา 08.30 น. ณ จุดชมวิวเขาดิน โดยได้รับเกียรติจาก นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา นายกองค์การบริหารส่วนพิจิตร เป็นประธานในพิธี” พลเอกเดชา กล่าว

พลเอกเดชา กล่าวต่อไปว่า ส่วนการแข่งขันจักรยานประเภทถนนที่สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข (บึงสีไฟ) รายการไทม์ไทรอัล วันที่ 6 มิถุนายน มีพิธีเปิดการแข่งขัน ณ บริเวณหอชมนก เวลา 08.30 น. โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นเกียรติในการมอบโล่ขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุน ส่วนการแข่งขันรายการโรดเรซ วันที่ 8 มิถุนายน มีพิธีเปิดการแข่งขันเวลา 07.30 น. ได้รับเกียรติจาก นายสิงหราช วงษ์เสงี่ยม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธี ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ช่องหลักหมายเลข 3 เวลา 14.00-16.00 น.

นายกสองล้อไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันสมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), จังหวัดพิจิตร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร จัดกิจกรรมขี่จักรยาน “ปั่นเพื่อสุขภาพ Bike for Life-TCA GREEN CYCLING” ในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน ที่สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข ระยะทาง 10.28 กิโลเมตร โดยได้รับเกียรติจาก นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร เขต 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมเวลา 15.00 น. ซึ่งจะมีพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิจิตรมาร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานกว่า 500 คน สำหรับกิจกรรม “ปั่นเพื่อสุขภาพ Bike for Life-TCA GREEN CYCLING” เป็นการสนับสนุนกิจกรรมกีฬาสีเขียว เน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นกิจกรรมรณรงค์ตามโครงการคนไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า โดยการสนับสนุนจาก สสส. และมูลนิธิการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (มสบ.) เพื่อให้ประชาชนและเยาวชนเห็นโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

พลเอกเดชา กล่าวเสริมว่า การแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทยฯ สนามที่ 4 นี้ จะเป็นสนามคัดเลือกนักปั่นประเภทถนนรุ่นเยาวชนที่ฝีมือดีให้มาเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปสู้ศึกเอเชี่ยน ยูธเกมส์ 2025 ที่ประเทศบาห์เรน ระหว่างวันที่ 22-31 ตุลาคมนี้ หลังจากที่เราได้คัดเลือกนักปั่นมาแล้วบางส่วน จากเดิมที่กำหนดช่วงอายุ 14-17 ปี แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นอายุระหว่าง 15-17 ปี ซึ่งทางสมาคมฯ จะต้องรอความชัดเจนในเทคนิคอลไกด์ รวมถึงกำหนดการเรื่องการส่งชื่อนักกีฬา Entry Form By Number และ Entry Form By Name หากเป็นช่วงเวลาหลังจากการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์ภูมิพล” ประจำปี 2568 สนามที่ 5 ที่เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็จะใช้สนามที่ 5 เป็นสนามสุดท้ายในการคัดเลือกนักปั่นเยาวชนทีมชาติไทยสู้ศึกเอเชี่ยน ยูธเกมส์ต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2568 สนามที่ 4 สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ www.thaicycling.or.th ถึงวันที่ 4 มิถุนายน ก่อนเวลา 12.00 น. หรือสมัครได้ที่กองอำนวยการจัดการแข่งขัน ประเภทถนน ณ อาคารชุ่มน้ำบึงสีไฟ, ประเภทเสือภูเขา ณ จุดชมวิวเขาดิน อำเภอสากเหล็ก โดยติดตามรายละเอียดที่เฟซบุ๊กของสมาคมฯ Thailand cycling Association หรือสอบถามได้ที่ โทร.0-2719-3340-2 ในวันและเวลาราชการ.

เมียนมาสู้รบเดือด!ผู้อพยพทะลักชายแดนไทยหนีภัยสงคราม-ทหารตรึงกำลังเข้ม

ตาก-ผู้อพยพทะลักเข้าชายแดนไทย ด้าน  อ.พบพระ  หลัง กะเหรี่ยง KNLA เปิดฉากรบหนักเมียนมา  ยึด ฐานทิบาโบ ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนูหน่วยเฉพาะกิจราชมนูตรึงชายแดนเข้มป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ

กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง – Karen National Liberation Army – KNLA ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ The Karen National Union – KNU   ได้นำกำลังเข้าโจมตีทหารเมียนมาฐานทิบาโบ บ้านทิบาโบ อ.ซูการี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา โดยใช้โดรนโจมตีทิ้งระเบิด, จรวด ,ปืนกล และปืนซุ่มยิง ด้านทหารเมียนมาใช้เครื่องยิงลูกระเบิดตอบโต้อย่างหนัก   ในการสู้รบอย่างหนักครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผู้อพยพ)  ได้อพยพหนีภัยจากการสู้รบเข้ามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 3 แห่ง รวม 290 คน

โดยอาศัยอยู่ ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราววัดมอเกอร์ไทย ม.1 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 232คน , ใน พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราววัดบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 24 คน ,และในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวคริสตจักรบ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 34 คน

โดย พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู สั่งการให้ทหาร หน่วยเฉพาะกิจราชมนูหน่วยเฉพาะกิจราชมนู  กองกำลังนเรศวร เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  เพิ่มกำลังในการลาดตระเวน ,นำอาวุธยิงสนับสนุนเข้าที่ตั้งตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถตลอด 24 ชั่วโมง

 โดยทหารราชมนู ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พบพระ ,ฝ่ายปกครอง , และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลความปลอดภัย และให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ในการดูแลผู้อพยพหลบหนีภัยจากการสู้รบ

เปิดแล้ว! SME Privilege Pavilion งาน THAIFEX ANUGA 2025 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สสว. เปิด SME Privilege Pavilion นำทัพ 20 ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม ร่วมงาน THAIFEX ANUGA 2025 – BEYOND FOOD EXPREIENCE เปิดตลาดจับคู่ผู้ค้าต่างประเทศ 27-31 พ.ค. 2568 นี้

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผย ในฐานะเป็นประธานเปิด SME Privilege Pavilion ภายในงาน THAIFEX ANUGA 2025 – BEYOND FOOD EXPREIENCE ว่า ในปีนี้กิจกรรมภายใต้โครงการ SME Privilege มีหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการ 3 มิติ คือ ส่วนลดสินค้าและบริการ ขยายช่องทางการตลาด และเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน

โดยการนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน THAIFEX ANUGA 2025 นับเป็นกิจกรรมสำคัญของการขยายช่องทางการตลาด เพราะเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก ซึ่ง สสว. ได้คัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 20 ราย เข้าร่วมออกบูธ ใน SME Privilege Pavilion ภายใต้แนวคิด “Open up Opportunity สร้างโอกาสใหม่ ไร้ขีดจำกัด ให้กับผู้ประกอบการเพื่อยกระดับสู่สากล พร้อมเปิดตลาดในการจับคู่กับผู้ค้าต่างประเทศ” 

รักษาการ ผอ. สสว. กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการทั้ง 20 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกประกอบด้วย บริษัท พรีเมียมมิรุคุ จำกัด (นมอัดเม็ด) บริษัท อีพีซีไอ จำกัด (ผงซุปเปอร์ฟู้ดผสมแพลนท์เบส) บริษัท ดราก้อน ฟู้ด โปรดักส์ จำกัด (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปข้าวซอย) บริษัท เจเอ เจเนอรัล จำกัด (ไอศครีมทำจากมะพร้าวอ่อน) บริษัท สยามกินรี จำกัด (ข้าวแต๋นอบซอสต้มยำ)

บริษัท เอส.อาร์. โปรดักส์ อินเตอร์ฟู้ด จำกัด (ขนมโปรตีนผลิตจากเนื้ออกไก่กรอบ) บริษัท ลำทับฟาร์ม จำกัด (เฉาก๊วยน้ำผึ้งกรอบ) บริษัท ริน อินเตอร์ฟู้ด จำกัด (ปลาอินทรีย์เค็มรวน) บริษัท เคซีดี อินเตอร์เทรด จำกัด (รังนกชงดื่ม) บริษัท แดร็ก สไปซี่ ไทย ฟู้ด จำกัด (น้ำพริก พริกแกงปรุงสำเร็จรูป) บริษัท พีชปาล์มเอเซีย จำกัด (ผลิตภัณฑ์จากยอดปาล์ม หรือหัวใจปาล์ม) 

บริษัท ทองฟู จำกัด (เต้าหู้แผ่นอบกรอบ) บริษัท ไกรกิจรุ่งเรือง จำกัด (Healthy Plant Based Food กุ้ยช่ายข้าวหอมโม่สด) บริษัท ธนัทภัทร สีมา กรุ๊ป จำกัด (ผลิตภัณฑ์ซอสปรุงอาหาร เช่น ซอสอบวุ้นเส้น, ซอสผัดอเนกประสงค์, ซอสผัดผักบุ้ง, ซอสข้าวผัด)

บริษัท เบนส์เวล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (อาหาร/เครื่องดื่มทางการแพทย์ ไม่เติมน้ำตาล ไม่มีน้ำตาล (แลคโตส) และไม่มีโปรตีนจากแป้งสำลี (กลูเต็นท์)) บริษัท เป็ดคู่ (2002) จำกัด (ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการการเกษตรสมุนไพรและเครื่องเทศดิบ) บริษัท พี เอ็นพี ฟู้ด จำกัด (ผลิตภัณฑ์เครื่องแกงไทยสำเร็จรูป) บริษัท ไทย เทสตี้ จำกัด (ผลิตภัณฑ์น้ำจิ้มอเนกประสงค์แบรนด์ Gozcha เป็นน้ำจิ้มประเภท Vegan โดยใช้สมุนไพรและเครื่องเทศ) 

บริษัท กฤษฎร จำกัด (ผลิตภัณฑ์วัตถุดิบ เพื่อนำส่ง ร.พ. หรือ โรงแรม อาทิ ผลิตภัณฑ์พาสต้าออร์แกนิคทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ) และบริษัท เมฆออร์ต จำกัด (ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอินทรีย์ออแกนิกส์) โดยล้วนแล้วแต่เป็นผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีศักยภาพ

“สสว. พยายามแสวงหาโอกาสต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการผ่าน SME Privilege เพื่อให้สามารถพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจ เพื่อเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประไทย การนำผู้ประกอบการมาร่วมออกบูท SME Privilege Pavilion ในงาน THAIFEX ANUGA 2025 ครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ประกอบการไทยของเราจะสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจ

และเชื่อมต่อเครือข่ายกับผู้ผลิตคุณภาพสูงที่เป็นผู้นำตัวจริงจากทั่วโลก เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจที่จะนาไปสู่ความสำเร็จในตลาดโลกต่อไป สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจก็สามารถแวะเยี่ยมชม SME Privilege Pavilion ได้ระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2568 นี้ บูธ 10-NN47 อิมแพ็ค ฮอลล์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค

เมืองทองธานี ขณะเดียวกัน สสว. และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนก็จะพยายามพัฒนาสิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการ ในลักษณะของ Privilege ที่สอดคล้องตามความต้องการของผู้ประกอบการมากที่สุด ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ Privilege ต่างๆ ได้ที่แอปพลิเคชัน SME Connext ของ สสว. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ สสว. ก็จะทำหน้าที่ “เคียงข้าง SME คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย” ตลอดไป” รักษาการ ผอ.สสว. กล่าวในที่สุด

ชาวบ้านชำนิคัดค้าน ‘สร้างโรงงานน้ำตาล’ หวั่นก่อมลพิษกระทบวิถีชีวิตชุมชน

กลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด และตัวแทนชาวบ้าน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ รวมตัวเผาพริกเผาเกลือหน้าที่ว่าการอำเภอ แสดงพลังค้านไม่เอาโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล หวั่นก่อมลพิษทั้งฝุ่นละออง มลภาวะทางเสียง และน้ำเสีย ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ วิถีชีวิต การทำมาหากินสิ่งแวดล้อม และอุบัติเหตุ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต หลังผู้ประกอบการเดินหน้ากว้านซื้อที่กว่าพันไร่และเริ่มปรับพื้นที่ ไม่สนเสียงคัดค้านชาวบ้าน วอน จนท.รัฐและผู้นำชุมชนวางตัวเป็นกลางอย่าเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด พร้อมตัวแทนชาวบ้านหลายหมู่บ้านใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ได้รวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอชำนิ เพื่อเดินหน้าคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้าชีวมวล หลังตัวแทนบริษัทโรงงานน้ำตาลในจังหวัดนครราชสีมา ได้มากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อ.ชำนิ มากกว่า 1,000 โร่ เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาล ขนาดกำลังผลิต 20,000 ตันอ้อย/วัน พร้อมโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 54 วัตต์ และขณะนี้ก็เริ่มตัดต้นไม้ปรับพื้นที่แล้วเพื่อจะเดินหน้าก่อสร้างโรงงานน้ำตาล โดยไม่จำเป็น แม้ชาวบ้านจะแสดงพลังคัดค้านไม่เอาโรงงานน้ำตาล ขณะที่มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่  31 มีนาคม 2568 ที่ศาลาประชาคม อำเภอชำนิก็ตาม

โดยชาวบ้านที่ออกมาคัดค้าน ต่างบอกตรงกันว่า หากมีการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ จะก่อให้เกิดมลพิษทั้งฝุ่นละออง มลภาวะทางเสียง และน้ำเน่าเสีย ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพร่างกาย วิถีชีวิต การทำมาหากิน และกระทบกับสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งเสี่ยงอุบัติเหตุจากรถบรรทุกอ้อยด้วย

โดยชาวบ้านที่มารวมตัวกันวันนี้ ยังได้มีการเผาพริกเผาเกลือบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอ พร้อมถือป้ายข้อความคัดค้านไม่เอาโรงงานน้ำตาล  เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล พร้อมทั้งได้มีการยื่นหนังสือนายอำเภอชำนิ เรียกร้องให้กำชับเจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชนให้วางตัวเป็นกลาง อย่าเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ จนไม่สนความทุกข์ร้อนชาวบ้าน

นายสมพงษ์ ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้เพื่อแสดงพลังคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ในพื้นที่เพราะเกรงจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและสิ่งแวดล้อม  

พร้อมกันนี้ ยังได้ยื่นหนังสือต่อนายอำเภอชำนิ กรณีที่มีเจ้าหน้าที่บางคนหรือผู้นำชุมชนบางคน มีพฤติกรรมวางตัวให้เป็นกลาง ซึ่งการออกมารวมพลังคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ก็เพื่อปกป้องบ้านเกิด ปกป้องสิทธิชุมชน ดูแล อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาทางกลุ่มโอโชนรักบ้านเกิด ได้ศึกษาบทเรียนผลกระทบจากการสร้างโรงงานน้ำตาล

และโรงงานไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ภาคอีสานที่มีการจัดตั้งโรงงานแล้วนั้น ซึ่งพื้นที่ที่ถูกจัดตั้งโรงงานดังกล่าวอยู่ติดห้วยลำปะเทียและหัวยลำนางรองของชุมชน ที่ได้พึ่งพาอาศัยหาอยู่หากินและการจัดตั้งโรงงานในรัศมี 5 กิโลเมตรยังครอบคลุม 6 ตำบล เบื้องต้น ที่มีหมู่บ้าน วัด โรงเรียนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อีกทั้งบุรีรัมย์มีโรงงานน้ำตาลอยู่แล้ว 1 แห่ง มองว่าการสร้างเพิ่มไม่มีความจำเป็น แต่ควรจะเปิดลานรับซื้ออ้อยเพิ่มขึ้นมากกว่า 

 ขณะที่ นางประหยัด ชาวบ้าน บอกว่า หมู่บ้านของตัวเองอยู่ใกล้กับสถานที่ที่จะมีการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล จึงเกรงว่าจะเกิดผลกระทบทั้งเรื่องมลพิษทางเสียง น้ำเสีย และอันตรายกับรถบรรทุกอ้อยโดยเฉพาะเด็กนักเรียน จึงได้ออกมาคัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้างโรงงานน้ำตาล เพราะเกรงจะส่งผลกระทบกับลูกหลานในอนาคตด้วย ก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐและทางโรงงานเล็งเห็นความทุกข์ร้อนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ด้วย

เหล่ากาชาดกระบี่จัดโครงการ “เปลี่ยนแปรงเล็ก ๆ เพื่อเด็กฟันดี” เฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระราชินี”

เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่จัดโครงการ “เปลี่ยนแปรงเล็ก ๆ เพื่อเด็กฟันดี” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม  นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดโครงการ “เปลี่ยนแปรงเล็ก ๆ เพื่อเด็กฟันดี” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ท้องถิ่นจังหวัดกระบี่

และชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกระบี่จัดขึ้น เพื่อให้เด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ได้เรียนรู้ทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี และรักษาสุขอนามัยในช่องปากได้อย่างถูกต้อง เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปานุราช อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ โดยมี นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการชมรมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้องร่วมในพิธีเปิด

ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปานุราช สังกัดเทศบาลเมืองกระบี่ มีเด็กเตรียมอนุบาลอายุ 2-3 ปี จำนวน 118 คน มีผู้บริหาร ครูพี่เลี้ยง และเจ้าหน้าที่ จำนวน 24 คน โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การตรวจสุขภาพในช่องปาก การสาธิตและฝึกทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์การสาธิต แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ และนมจืดที่จะช่วยเสริมแคลเซียมให้กับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทุกคน

นางศรินทิพย์ กล่าวว่า โครงการ “เปลี่ยนแปรงเล็ก ๆ เพื่อเด็กฟันดี” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568  มีพื้นที่ดำเนินการทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดกระบี่ มีกลุ่มเป้าหมาย 775 คน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปานุราช อ.เมืองกระบี่ วันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านร่าปู อ.เกาะลันตา

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเขาพนม อ.เขาพนม วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กพรุดินนา อ.คลองท่อมวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทะเลหอย อ.ปลายพระยา วันที่16 มิถุนายน 2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กย่านอุดม อ.ลำทับ วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเหนือคลอง อ.เหนือคลอง และ วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนาเหนือ อ.อ่าวลึก

สมุทรสงครามเตรียมจัดงานใหญ่ “ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร”2-6 มิถุนายน 2568

ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ขอเชิญเที่ยว “งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ประจำปี 2568” ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายน นี้

นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ เทศบาลนครสมุทรสาคร คณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน พ่อค้า และประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร  กำหนดจัด “งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ประจำปี 2568” ในระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายน 2568 ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เพื่อแสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีความศรัทธา ต่อเจ้าพ่อหลักเมือง ที่เปรียบเสมือนดังหลักชัย รวมนำชัยให้เจริญรุ่งเรืองแก่ชาวประมงสมุทรสาคร

เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร เป็นแผ่นไม้รูปแกะสลักขนาดสูง 1 เมตร เรียกว่าเจ้าจอมเมืองเป็นรูปเทวดาหัตถ์ขวายกประทานพร หัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ ลักษณะคล้ายองค์พระสยามเทวาธิราชอยู่ในท่าประทับยืนบนเกี้ยวซึ่งแกะสลักอย่างประณีต จากนั้นปิดทองคำเปลวบริสุทธิ์ทับไปอีกชั้นหนึ่ง มีกุมารน้อย 2 คน เป็นบริวารอยู่ด้านข้าง มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า แผ่นไม้สลักลอยน้ำผ่านคลองมหาชัย ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นสักการะสร้างเป็นศาลเล็กๆ ไว้ที่ป้อมวิเชียรโชฏก เรียกศาลเทพเจ้าจอมเมืองตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ต่อมาได้มีการสร้างอาคารทรงไทยในปี พ.ศ. 2460 แต่อาคารนี้ถูกรื้อหลังการก่อสร้างศาลหลักเมือง  ในปี พ.ศ. 2525 จึงได้เชิญเจ้าพ่อหลักเมืองไปประดิษฐานบนด้านเหนือศาลหลักเมือง แต่มีการประทับทรงเจ้าพ่อวิเชียรโชติ จึงได้สร้างอาคารใหม่ เป็นศิลปกรรมจีนรายล้อมไปด้วยมังกรสวยงามมาก สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นที่นับถือ   กราบไหว้ของชาวไทยชาวจีน อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาวจังหวัดสมุทรสาคร อาจกล่าว  ได้ว่าชาวสมุทรสาคร ทุกคนต้องมากราบไหว้สักการะเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ทั้งชาวไทย ชาวจีน ผู้คนจากหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะชาวประมงก่อนออกเรือหาปลาทุกครั้งมักขอพรบนบานให้ได้ปลากลับมาจำนวนมาก มีความสุขความเจริญ และเดินทางปลอดภัยทุกครั้งไป หากประสบความสำเร็จในกิจการออกเรือกลับมา จะมีการแก้บนด้วยฝิ่นเสมอ โดยนำมาป้ายที่บริเวณปาก ด้วยความเคารพและความศรัทธาอันใหญ่ยิ่ง จึงได้เกิดงาน “ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร” เป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

โดยในปีนี้ พิธีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองฯ จะมีขึ้นในวันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของงาน โดยจะอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ประทับเกี้ยว พร้อมอัญเชิญประทับในเรือประมงแห่ไปทางน้ำ ข้ามแม่น้ำท่าจีนและแห่ไปตามถนนสายต่างๆ ทั้งฝั่งท่าฉลอมและมหาชัย รวมทั้งมีการตั้งโต๊ะบูชาเพื่อทำพิธีเปลี่ยนธูปตลอดเส้นทางขบวนแห่เจ้าพ่อหลักเมืองฯ ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ร่วมกันสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ขบวนแห่ทางบกประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดสมุทรสาครจำนวนมาก ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะจัดตกแต่งขบวนและเข้าร่วมขบวนแห่อย่างสวยงาม เพื่อสร้างสีสันให้เป็นขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ทั้งทางบกและทางน้ำ  โดยประกอบไปด้วยขบวนทางบกกว่า 45 ขบวน และขบวนทางน้ำสวยงามตระการตา ถือเป็นขบวนแห่ทางน้ำหนึ่งเดียวในประเทศด้วยเรือประมงกว่า 30 ลำ จำนวนผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คน สำหรับวันคล้ายเกิดของเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ตรงกับวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 256 ในเวลา 10.00 น. จะมีพิธีไหว้วันเกิดเจ้าพ่อหลักเมืองฯ และประมูลของมงคลของเจ้าพ่อฯ ด้วย

นอกจากพิธีแห่องค์เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นมงคลยิ่งแล้ว ภายในงานบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษามหาราชา ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหาร ของฝากของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของดีจังหวัดสมุทรสาคร กว่า 100 ร้าน พร้อมรับชมการแสดงจากนักเรียน และศิลปินชื่อดังมากมายทุกคืน อาทิ บังนัส วงฟิวเจอร์แบนด์, ยูกิ ไหทองคำ, วง L.ก.ฮ. , ตั๊กแตน ชลดา และการประชันงิ้ว 2 โรง มหรสพชมฟรีตลอดงาน ตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป

ในโอกาสนี้ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม จึงขอประชาสัมพันธ์การจัดงานดังกล่าว และขอเชิญชวนชาวจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวผู้มีจิตศรัทธาต่อองค์เจ้าพ่อหลักเมืองร่วมงานได้ ตั้งแต่วันที่ 2-6 มิถุนายน 2568 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ในวันที่ 3 มิถุนายน 2568 ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมได้อีกมากมาย รวมถึงชุมชนท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสาครมีความหลากหลาย ทั้งชุมชนริมทะเล ชุมชนเกษตรกรรม และชุมชนเมืองเก่า ที่มีทั้งกิจกรรมทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 120 ปี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร โทร. 0 3442 5150 หรือ เทศบาลนครสมุทรสาคร โทร. 0 3441 1208 , 0 3441 3853 หรือ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม  โทร. 0 3475 2847-8  Inbox Facebook :  ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม : TAT Samut Songkhram Office

#งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร #ประจำปี2568 #สมุทรสาคร #เที่ยวสมุทรสาคร 
#สมุทรสาครเมืองน่าเที่ยว #สมุทรสาครนครแห่งอาหารทะเล #สุขทันทีที่เที่ยวสมุทรสาคร 
#ททท_สมุทรสงคราม

เศรษฐกิจเมืองแปดริ้วซบเซาหนัก ผู้ประกอบการร้านค้าแห่ขึ้นป้ายเซ็ง-ขายกิจการ

ฉะเชิงเทรา- ซบเซาหนักเศรษฐกิจเมืองแปดริ้ว ผู้ประกอบการร้านค้าแห่ขึ้นป้ายเซ็ง-ขายกิจกรรม ไม่นับรวมเจ้าของที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง บ้านพักที่พากันปักป้ายขยายริมถนนเกือบทุกเส้นทาง ส่วนตลาดเงียบหนักคนขาดเงินจับจ่าย

สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เผชิญกับวิกฤติซบเซาอย่างหนักไม่ต่างจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยบริเวณริมถนนเกือบทุกเส้นทางมีการป้ายประกาศขายที่ดินทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาให้เห็นจนชินตา สะท้อนถึงปัญหาเงินขาดแคลนจนผู้มีอันจะกินเริ่มนำทรัพย์สินขนาดใหญ่ประกาศขาย

ทั้งนี้ยังไม่นับรวมสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ทั้ง โรงงานอุตสาหกรรม บ้านพักอาศัย กิจการร้านค้าที่พากันปักป้ายให้เซ้งต่อหรือให้เช่า บางรายหนักถึงขั้นประกาศขายทิ้ง พร้อมแปลงที่ดิน บริเวณกว้างขวาง ทั้งในพื้นที่ชุมชนหมู่บ้าน ถนนเชื่อมระหว่างตำบลและริมถนนสายหลักที่ล้วนต่างมีอสังหาริมทรัพย์ถูกขึ้นป้ายประกาศขายเกือบทุกพื้นที่

นอกจากนี้เมื่อสำรวจบรรยากาศการจับจ่ายสินค้าของผู้คนตามท้องตลาดก็พบว่าค่อนข้างเงียบเหงา จำนวนประชาชนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด ทำให้แม่ค้า พ่อค้า พากันบ่นเป็นเสียงกันว่าเศรษฐกิจตกต่ำมากกว่าทุกยุคทุกสมัย

ขณะผู้ค้าบางรายถึงขั้นร้องเรียกหารัฐบาลชุดก่อนหน้าว่า “ลุงอยู่ไหน ให้รีบกลับมา” จนทำให้หลายคนที่กำลังเดินเลือกซื้อหาสินค้าพากันเดินอมยิ้มไปตามๆกัน เช่นเดียวกับเจ้าของร้านตัดผมชายย่าน ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ขึ้นป้ายคิดค่าบริการเหลือเพียง 60 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และเด็ก 40 บาท จากเดิมที่เคยคิดอัตราค่าบริการผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 60-80 บาท เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการอีกด้วย

ช่วงนี้ฝนตกชุก! อุทยานฯเขาใหญ่ เตือนขึ้นเขาระวัง’หินร่วงดินสไลด์

ช่วงนี้ฝนตกหนักต่อเนื่อง “ชัยยา ห้วยหงษ์ทอง”หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกาศเตือนผู้ขับขี่รถยนต์ ขึ้นเขาระวัง’หินร่วงดินสไลด์’ระมัดระวังเป็นพิเศษ

เมื่อวันที่ 27 พฤาภาคม 2568 ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า ช่วงนี้ฝนตกถี่มากขึ้น เป็นห่วงประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เนื่องจากว่าทางขึ้นฝั่งตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ช่วงน้ำตกน้อยหลักกิโลเมตรที่ 26 – 27 มีหินร่วงลงมา ขับรถผ่านจุดดังกล่าวให้ใช้ความระมัดระวังด้วย

โดยจุดดังกล่าวเป็นหน้าผาตั้งฉาก หินมีสภาพที่ผุ และฝนตกหนักอาจทำให้หินร่วงหล่นลงถนนด้านล่างขับรถให้ระวัง โดยทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำหนังสือ ถึงกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แล้ว และจะประสานกรมทางหลวงชนบท หาแนวทางทำแบบ แก้ไขปัญหาจุดดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติเขา ใหญ่

วันสุดท้ายกับ “ฮักหลาย…มหาสารคาม” 160 ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล

พบกับสินค้าจากเมืองมหาสารคาม เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ที่มีอัตลักษณ์อันน่าหลงใหล ได้นำมาร่วมสร้างสีสันสดใส อาทิเช่น กลุ่มผ้าไหมย้อมครั่ง ผ้าฝ้ายแปรรูป ขนมนางเล็ด 7 ชุมชน

กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์เสื่อกก ตะกร้าจักสาน กลุ่มทอผ้าไหม กลุ่มตัดเย็บผ้าไทย  สินค้าแปรรูปสมุนไพรและอาหารเลิศรสแซ่บเว่อร์  พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมความบันเทิงต่างๆมากมาย พบกับการแสดงศิลปินรับเชิญ เอิร์น  สุรัตน์ติกานต์

พิเศษสุดวันนี้ซื้อของครบ 500 บาท ร่วมรับคูปองแทนเงินสด จำนวน 100 บาท และ Top Spender ภายในงานจะเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลพิเศษ

วันนี้วันสุดท้ายแล้ว!!!!!พบกัน ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง  อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

#ฮักหลาย…มหาสารคาม
#160 ปี มหาสารคาม
#สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม

ส่งตรงจากไร่สวน ขายที่งาน “มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก” ณ ตลาด อ.ต.ก.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมด้วย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล จัดกิจกรรมส่งเสริมเกษตรและผลไม้ไทยภาคตะวันออกทั้งสด – แปรรูป จัดแสดงพร้อมจำหน่ายในงาน “มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก” ณ ตลาด อ.ต.ก. เพิ่มช่องทางการตลาด ส่งเสริมช่องทาง E-Commerce  กระจายผลผลิตคุณภาพในช่วงฤดูกาล ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ สู่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสถาบันเกษตรกร

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตผลไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ลำไย มะม่วง ทุเรียน และมังคุด ในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ปี 2568 ที่มีจำนวน 3.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีปริมาณ 2.78 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 22% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและต้นไม้มีความสมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ จะเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ออกสู่ตลาดมากที่สุด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและช่วยเหลือเกษตรกรไทยผลิตผลไม้คุณภาพได้มาตรฐาน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนโยบายที่มุ่งเน้นสนับสนุนการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มช่องทางการตลาด และส่งเสริมช่องทาง E-commerce

อย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ภาคตะวันออกซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลออกผลผลิตจำนวนมาก เป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสถาบันเกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดีและรายได้ที่มั่นคง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกับ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดงานแสดงสินค้าพร้อมจำหน่ายสินค้าคุณภาพสู่ผู้บริโภค ภายในงาน “มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก” ระหว่างวันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568 บริเวณตลาดสด อ.ต.ก.เขตจตุจักร กรุงเทพฯ  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อผลไม้สดใหม่และผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพจากเกษตรกรภาคตะวันออกโดยตรง อีกทั้งเตรียมขยายงานแสดงสินค้าสู่ภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป