กรมศุลกากรตรวจยึดครีบปลาฉลาม 402 ชิ้น มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมอบนโยบายให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบ การหลีกเลี่ยงนำเข้า – ส่งออก ซึ่งสินค้าที่มีภาระค่าภาษีอากร ของผิดกฎหมาย ของต้องห้าม และของต้องกำกัด นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากรจึงกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้ามาในและการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำความผิดตามกฎหมาย

โดยกรมศุลกากรได้รับการประสานข้อมูลการข่าวจากกรมต่อต้านการลักลอบทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (The Anti-Smuggling Bureau, General Administration of China Customs: ASB, GACC) ในสังกัดกระทรวงการศุลกากร แจ้งว่า จะมีการส่งสินค้าต้องสงสัยที่อาจจะเข้าข่ายละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) กรมศุลกากรจึงได้เฝ้าระวังสินค้าลักษณะดังกล่าวอย่างเข้มงวด

จนกระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม และสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้บูรณาการร่วมกับกรมประมง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันตรวจยึดหีบห่อสินค้าต้องสงสัย ณ คลังสินค้า เขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีต้นทางจากประเทศตรินิแดดและโตเบโก แวะเปลี่ยนเครื่องที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ปลายทางประเทศไทย โดยสำแดงชนิดสินค้าเป็น “DRY FISH” ผลการตรวจค้นพบ ครีบปลาฉลาม จำนวน 402 ชิ้น น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม ประมาณ 102 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

โฆษกกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562  ความผิดฐาน “นำซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ความผิดฐาน “นำเข้าซากสัตว์น้ำหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์น้ำโดยไม่มีใบรับรองและใบอนุญาต” ตามมาตรา 92 ประกอบมาตรา 158 และมาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และความผิดฐาน “นำเข้าของต้องกำกัดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 242 มาตรา 244 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560

พนักงานศุลกากรจึงได้ยึดซากสัตว์ดังกล่าวไว้เป็นของกลางตามมาตรา 166 และ 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เพื่อนำส่งด่านตรวจประมงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เริ่มแล้ว!มหกรรม “Food Festival @ Betong”กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจเมืองเบตง

ยะลา – เทศบาลเมืองเบตงเปิดงาน Food Festival @ Betong ครั้งที่ 2 นำ Soft Power  ตามนโยบายของรัฐบาลด้านอาหารและเอกลักษณ์ความเป็นพหุวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองเบตง

นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงาน Food Festival @ Betong ครั้งที่ 2  ที่บริเวณหอนาฬิกาและโชน Street Food  อ.เบตง จ.ยะลา  ระหว่างวันนี้ – 4 พฤษภาคม 2568 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าร่วมออกร้านในงาน Food Festival @ Betong จำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ สะอาด อร่อย ถูกหลักอนามัย  เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในท้องถิ่นของเมืองเบตงและกระตุ้นเศรษฐกิจ

โดยการนำ”Soft Power” ตามนโยบายของรัฐบาลด้านอาหารและเอกลักษณ์ความเป็นพหุวัฒนธรรมนำการท่องเที่ยว  เพื่อกระตุ้นและรักษาตลาดการท่องเที่ยวเมืองเบตง พร้อมส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น และพัฒนาพื้นที่โชน Street Food เมืองเบตง เป็นจุดเช็คอินใหม่ของนักท่องเที่ยว  จากนั้นนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา  นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง  และนายวรากร ยานุทัย ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองเบตง ได้ร่วมผัดผัดหมี่เบตงกระทะยักษ์ แจกหัวหน้าส่วนราชการและนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่มาร่วมเดินในงานกันอย่างคึกคัก

นายวรากร ยานุทัย ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองเบตง  กล่าวว่า เทศบาลเมืองเบตง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนอันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการร่วมจัคโครงการ Food Fetival Betorg  ครั้งที่ 2  ขึ้น

ภายในงาน มี กิจกรรม การออกร้านจำหน่ายอาหาร จากผู้ประกอบการในโซน Street Food กลุ่มอาชีพ แม่ค้าทั่วไปในเขตเทศบาลเป็นจำนวนประมาถ 85 ราย และการจัดแสดงอาหารเอกลักษณ์และอาหารพื้นบ้านเมืองเบตง และอาหารเด็ดชวนชิม อีก 15 ราย การจัดตกแต่งไฟประดับโซน Street Food เมืองเบตง ในรูปแบบที่สื่อถึงความเป็นเมืองเบตง ที่หลากหลายสวยงาม เพื่อพัฒนาให้เป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยว  การแสดงดนตรี/กิจกรรมบนเวที เพื่อสร้างสีสัน บรรยากาศผ่อนคลายแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักกีฬาที่มาร่วมการแข่งขัน Amazean Jungle Thailand by UTMB

ภาพ/ข่าว :เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา 

สะเทือนขวัญ! คนร้ายกราดยิงชาวไทยพุทธที่ตากใบดับ 3 มีเด็ก 9 ขวบด้วย

สุดสะเทือนขวัญ เกิดเหตุคนร้ายบุกกราดยิงชาวไทยพุทธ ชาวบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 3 บาดเจ็บสาหัส 2 เบื้องต้นนายอำเภอตากใบ ได้สั่งเจ้าหน้าที่ดูแลผู้บาดเจ็บแล้ว

เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส โพสต์ข้อความรายงานเมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค.2568  เหตุกราดยิงตากใบ บาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิต 3 ราย เป็นชาย 2 ราย และเด็กหญิงวัย 9 ขวบ 1 ราย

โดยระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ประชาชนที่นั่งพักภายในบ้าน เหตุเกิดบริเวณพื้นที่หัวสะพานชลประทาน หน้าบ้านแห่งหนึ่ง ม.5 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย  ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ

1. นายดำ จันทร์คง อายุ 75 ปี ที่อยู่ ม.5 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
2. ด.ญ.สสิตา จันทร์คง อายุ 9 ปี ที่อยู่ ม.5 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต
3. นายแดง ตุนาสุข อายุ 58 ปี ที่อยู่ ม.5 ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต

ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ

1. นายภาคิไนย รังเสาร์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ ม.5 ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
2. นายเชาว์ จันทร์คง อายุ 44 ปี ที่อยู่ ม.5 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

โดย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษายังโรงพยาบาลตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งนายอำเภอตากใบ พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการเยียวยาอำเภอตากใบ ได้เข้าช่วยเหลือดูแลผู้บาดเจ็บแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด 5 คน นั่งดูโทรศัพท์ที่บ้านพัก จากนั้นมีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถจยย. 3 คัน เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดกราดยิงเข้าไปบริเวณบ้าน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามในวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบเพื่อรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง ก่อนดำเนินการต่อไป

อุกอาจ!คนร้ายขับจยย.สะกดรอยกระหน่ำยิงหนุ่มวัย 34 ดับหน้าหอซอยนวลจันทร์ 22

คนร้ายขับรถจยย.สะกดรอยตามยิงกระหน่ำหนุ่มวัย 34 ปีเสียชีวิต หน้าหอพัก ในซอยนวลจันทร์ 22 เบื้องต้นตำรวจสน.โคกคราม คาดเกิดจากปัญหาขัดแย้งส่วนตัว

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 68 เวลา 00.50 น. อาสาฯมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งเหตุชายถูกยิงเสียชีวิต บริเวณหน้าห้องพักเลขที่ 155/8 เป็นตึกคูหาภายในซอย นวลจันทร์ 22 ห่างจากปากซอย ประมาณ 100เมตร ท้องที่ สน.โคกคราม หลังรับแจ้งพ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม พร้อม พนักงานสอบสวน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม และอาสาฯมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต เป็นชาย ทราบชื่อต่อมา นาย ทศพล แหยมสด อายุ 34 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต มีร่องรอยแผลหลายจุด โดยเฉพาะจุดสำคัญ ที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ 15 ปลอก

จากการสอบถาม เพื่อนผู้เสียชีวิต( นายเอ นามสมมุติ ) ได้เล่า ว่า ตึกดังกล่าว เป็นที่พักของกลุ่มพนักงานโต๊ะสนุ๊ก ซึ่งอยู่ด้วยกัน ซึ่งก็ได้มีการเริ่มทยอยย้ายที่พักเพราะหมดสัญญาเช่าพัก ซึ่งวันนี้ ผู้เสียชีวิต ได้กลับมาขนของออกเป็นวันที่สอง ส่วนสาเหตุตนนั้น ไม่ทราบว่าเกิดมาจากสาเหตุใด ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ฯ สืบสวนเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีกล้องวงจรปิดโดยรอบน่าจะจับภาพไว้ได้

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ทางด้าน ร.ต.ท.ณัฐพงศ์ ประสาทศิกรณ์ พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ตรวจที่เกิดเหตุเบื้องต้น ยังไม่สามารถที่จะระบุสาเหตุ หรือ แรงจูงใจ ของผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากยังไม่ทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นตามภาพวงจรปิด ผู้ก่อเหตุขับขี่จักรยานยนต์มาด้วยกัน 2 คน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้ลงเดินเข้าไปหาผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นจังหวะที่ผู้เสียชีวิตนั้นหันมาเห็นพอดี แต่ก็ไม่ทันได้ถูกกระหน่ำยิงจนล้มลง

ล่าสุด พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม ได้สั่งการ ให้ชุดสืบสวนออกติดตามไล่กล้อง และ ติดตามตัวผู้ก่อเหตุ สำหรับเหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่อุกอาจ อุกฉกรรจ์ รายละเอียดอื่นๆ ยังไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ซึ่งได้แจ้งกับทางญาติผู้เสียชีวิตทราบเรื่องแล้ว 

ส่วนสาเหตุ คาดเกิดจากปัญหาส่วนตัว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบอย่างที่แน่ชัด เพราะยังจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ไม่ได้ ส่วนตอนนี้ทางด้านผกก.สน.โคกคราม อยู่ระหว่างให้ชุดสืบเร่งติดตามไล่กล้อง ลักษณะก่อเหตุเป็นเหตุที่อุกอาจ

ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต จะมอบให้มูลนิธิป่อเต็กตึ้งดำเนินการส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจเพื่อตรวจอย่างละเอียดที่แน่ชัดและจะเรียกญาติมารับศพเพื่อดำเนินพิธีกรรมต่างศาสนาต่อไป

มันเต็มอิ่ม! “พันฤทธิ์” รับน้องโหดน็อกยกแรก “สุขสวัสดิ์” ในศึก ONE ลุมพินี 106

ศึก ONE ลุมพินี 106 มอบความสนุกเร้าใจเต็มอิ่มให้กับแฟนมวยใน 195 ประเทศทั่วโลก โดยนักสู้ทั้ง 24 ราย ต่างโชว์ผลงานเต็มที่เพื่อชิงโอกาสได้รับการชูมือ เมื่อวันศุกร์ที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)

คู่เอกของรายการ “พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี” จอมบู๊ขาลุย วัย 28 ปี จากพัทลุง ขอกู้คืนฟอร์มเก่งเพื่อรับน้องคู่ชกหน้าใหม่ “สุขสวัสดิ์ พีเค.แสนชัย” นักสู้อาวุธหนัก วัย 24 ปี จากสุรินทร์ ที่มาปรากฏตัวครั้งแรกในกติกามวยไทย 140 ป.

เริ่มเกม “พันฤทธิ์” ลุยสู้ด้วยความมุ่งมั่น ส่วนน้องใหม่อย่าง “สุขสวัสดิ์” เน้นรัดกุมเต็มที่ แต่ยังไม่ดีพอเมื่อพลาดโดนหมัดซ้ายตัดลำตัวของ “พันฤทธิ์” กดเข้าเต็มแรงจนลุกขึ้นยืนไม่ไหว จบเกม “พันฤทธิ์” ชนะน็อกยกแรกด้วยเวลา 1:55 นาที เรียกศรัทธาแฟนมวยกลับมาหลังแพ้มาสองไฟต์ติด พร้อมรับโบนัส 350,000 บาท ติดมือเป็นครั้งที่ 3

คู่เอกภาคอินเตอร์ “รุสตัม ยูนูซอฟ” กำปั้นฟอร์มร้อน วัย 18 ปี จากรัสเซีย ลุยล่าแต้มชัยต่อเนื่อง โดยปะทะสด “อัลฟี พอนติง” มวยใจเด็ด วัย 19 ปี จากสหราชอาณาจักร ที่หวังตีไข่แตกเก็บชัยให้ได้ ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต

เสียงระฆังดังขึ้น “รุสตัม” เดินเกมบุกเข้าใส่ด้วยความมั่นใจ ก่อนได้จังหวะสาดแข้งซ้ายเข้าสีข้างเรียกนับ 8 ได้ก่อน หลังจากนั้น “รุสตัม” ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือเดินตามซ้ำด้วยเข่าซ้ายเต็มแรง ปิดเกมน็อก “อัลฟี” ได้แบบดุดัน ในเวลา 1:50 นาที ของยกแรก เพิ่มสถิติไร้พ่ายเป็นไฟต์ที่ 4 พร้อมรับโบนัส 350,000 บาท กลับบ้านเป็นครั้งที่ 2 

ตลอดการแข่งขันความมันระดับห้าดาวในค่ำคืนนี้ ปรากฏว่ามีนักสู้ฝีมือดี 3 ราย ทำผลงานโดนใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” จึงสั่งมอบโบนัสพิเศษตอบแทนให้ทันทีคนละ 350,000 บาท ไม่รวมค่าตัว รวมยอดเงินทั้งสิ้น 1,050,000 บาท (หนึ่งล้านห้าหมื่นบาท) ได้แก่ “รุสตัม ยูนูซอฟ”, “บันลือโลก ศิษย์วัชรชัย” และ “พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี”

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ONE ลุมพินี 106

คู่เอก พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี ชนะน็อก สุขสวัสดิ์ พีเค.แสนชัย นาทีที่ 1:55 ของยกแรก (มวยไทย 140 ป.)

คู่รอง บันลือโลก ศิษย์วัชรชัย ชนะทีเคโอ เพชรบ้านไร่ สิงห์มาวิน นาทีที่ 2:16 ของยกแรก (มวยไทย 113 ป.)

ซื่อสัตย์ มานพยิม ชนะน็อก ฉลามดำ ส.บุญมีฤทธิ์ นาทีที่ 1:24 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต)

เพชรภูผา เอกปู่ยีนส์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ ชาติทวี นายกจอยปราจีน (มวยไทย 128 ป.)

ยอดเสกสรร รถสวยจ่าเจต ชนะคะแนนเอกฉันท์ เซน โลน ชอว์ (เมียนมา) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต)

ขุนพล อ.อู๊ดอุดร ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ อับเดสซามี เรนิมี (โมร็อกโก) (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต)

รุสตัม ยูนูซอฟ (รัสเซีย) ชนะน็อก อัลฟี พอนติง (สหราชอาณาจักร) นาทีที่ 1:50 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นฟลายเวต)

คาซาน ซาโลมอฟ (อุซเบกิสถาน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ พญาครุฑ เสือจันถกมวยไทย (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต)

ซิลวิอู วิเตซ (โรมาเนีย) ชนะทีเคโอ โทโมกิ ซาโตะ (ญี่ปุ่น) นาทีที่ 1:57 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต)

ชายัน ออร์ซัค (มองโกเลีย/รัสเซีย) ชนะทีเคโอ ยูเบิร์ต โกเมซ (เวเนซุเอลา) นาทีที่ 3:20 ของยกแรก (MMA รุ่นฟลายเวต)

วาเลรี กูซารอฟ (รัสเซีย) ชนะซับมิชชัน โคเชน อากานอฟ (คาซัคสถาน) นาทีที่ 2:27 ของยกแรก (MMA รุ่นแบนตัมเวต)

ชูริ ซากาโยริ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ เฉิง ยี่ หยาง (จีน) (คิกบ็อกซิ่ง 118 ป.)

พ่อเมืองอำนาจเจริญพร้อม ผบ.นพค.51นำนักรบสีน้ำเงินออกช่อมบ้านเรือนซับน้ำตาเหยื่อพายุถล่ม

อำนาจเจริญ – พ่อเมืองฯพร้อม ผบ.นพค.51นำนักรบสีน้ำเงินออกช่อมบ้านเรือนที่โดนพายุถล่มพร้อมให้การช่วยเหลือทั้งจังหวัดกว่า 1 พันครัวเรือน

พ.อ.ศิวะ กาญจนีย์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๕๑ สำนักงานพัฒนาภาค ๕ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กล่าวว่าวันนี้ตนได้จัดกำลังพลร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมกับส่วนราชการจังหวัดอำนาจเจริญ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย เพื่อให้ประชาชนใช้ดำรงชีพในห้วงที่ประสบความเดือดร้อนจากวาตภัยจนบ้านเรือนได้รับความเสียหาย เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับประชาชน

โดยมี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเดินทางไป เป็นประธานฯ และรัยทราบข้อมูลจากประชนอย่างใกล้ชิด ณ หอประชุมอำเภอปทุมราชวงศา อ.ปทุมราชวงศา แ]ะอำเภอต่างๆของจังหวัดอำนาจเจริญ นอกจากนั้นทางหน่วยทหาร นพค.51ได้มอบสุขยังชีพแล้ว ยังช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎร ที่ได้รับผลกระทบ จากวาตภัยในครั้งนี้ ในอำเภอต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ หน่วยทหาร นพค .51 ของเรา ได้มีการเตรียมพร้อม ในการช่วยเหลือ ประชาชน ไม่ว่าจะ เป็นภัยแล้งภัยหนาว ก็ตาม เฟซ หรือหากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ก็ติดต่อมาได้ที่ นพค. 51 จังหวัดอำนาจเจริญ ถ่ายหน่วยทหารเหล่า ยินดีให้ความช่วยเหลือ ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ทางด้านนายณรงค์  เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ที่เดินทางไปด้วย กล่าวว่า ตนมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องที่อยู่อาศัย ความปลอดภัยของทรัพย์สิน ตนได้กำชับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต้องบูรณาการ การทำงานทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยกลับเข้าสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด ให้เร่งสำรวจความเสียหาย จัดหาวัสดุอุปกรณ์มาทำการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด หากขาดกำลังช่างฝีมือก็จะได้จัดหาทีมช่างจิตอาสาลงไปช่วยในพื้นที่ จนต้องขอขอบคุณ ทางหน่วยทหาร นพค.51 เป็นอย่างมาก ที่ได้ออกช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยในครั้งนี้พร้อม นำกำลังพล ซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎรที่เสียหายอีกด้วย

นอกจากนี้ตนได้แจ้งเตือนเนื่องจากในช่วงนี้จะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นบ่อยครั้ง รวมทั้งจังหวัดแล้วกว่า 1,000 ครัวเรือนจึงขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สําหรับเกษตรกรควรป้องกันผลิตผลทางการเกษตร ที่อาจได้รับความเสียหายด้วย

ภาพข่าว/ทิพกร  หวานอ่อน  รายงาน

ดื่มด่ำกับรสชาติสำรับไทยคลายร้อนของข้าวแช่ตำรับชาววัง

สำหรับคนรักอาหารไทย ขอเชิญมาลิ้มลองเมนู “ข้าวแช่” สำรับไทยคลายร้อน สูตรลับเฉพาะของร้านมารีกีมาร์ จากฝีมือเชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ เชฟอาหารไทยคนเก่ง บนร้านอาหารไทยที่ออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม บนชั้น 28 ของ
โรงแรมวินด์แฮม แบงค็อก ควีน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์

โดยเชฟปิ๊กได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศมาปรุงเป็นข้าวแช่พร้อมเครื่องเคียงตำรับชาววัง รังสรรค์แต่ละเมนูด้วยความปราณีตบรรจง เพื่อให้คุณได้เพลิดเพลินและดื่มด่ำกับรสชาติความอร่อยแบบตำรับไทยโบราณจากเมนูข้าวแช่และเครื่องเคียงทั้ง 8 ชนิด

เริ่มต้นความอร่อยเมนูเรียกน้ำย่อย ปลาแห้งแตงโม ก่อนรับประทานข้าวหอมมะลิแช่น้ำลอยดอกมะลิ ที่เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียง 8 ชนิด  อาทิ ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด, หอมแดงไส้ปลา, พริกชี้ฟ้าแห้งไส้ปลา, พริกหยวกไส้หมูผัดเนื้อกุ้งห่อไข่, ปลาช่อนแดดเดียวฉาบ, หัวไชโป๊ผัดหวาน, หมูฝอย, ไข่เค็มชุบแป้งทอด ได้ความรู้สึกสดชื่นคลายร้อนได้อย่างแท้จริง ตบท้ายด้วยขนมสี่ถ้วย ขนมมงคล หอมมัน อร่อยกลมกล่อม เสริมความอร่อยให้คุณได้เพลิดเพลินในช่วงหน้าร้อนนี้

สามารถลิ้มรสชาติความอร่อยและสัมผัสประสบการณ์สำรับฤดูร้อน ข้าวแช่ตำรับมารีกีมาร์” ในราคาท่านละ 999++ (เฉพาะทานที่ร้าน) และชุดข้าวแช่สำหรับทานที่บ้านราคา 1,299 บาทสุทธิ (ทานได้ 2 ท่าน เมนูของหวานจะได้รับเป็นขนมทองมารี 1 กล่อง) ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2568 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ???? สำรองที่นั่งล่วงหน้า 090-234-5822

ชาวไทยแห่ชม​เทศกาลภาพยนตร์รัสเซีย2025​ “เรือเหาะผจญภัยแดนมหัศจรรย์” และ “หัวใจคุณธรรม” ครองใจคอหนัง ROSKINO

หน่วยงานภาพยนตร์รัสเซีย (ROSKINO) ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมรัสเซียและสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย จัดงาน“เทศกาลภาพยนตร์รัสเซีย ประเทศไทย 2025”ระหว่างวันที่ 25–27 เมษายน ที่ผ่านมา​ โดยในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการซึ่งจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์ House Samyan มีนายเยฟเกนี โตมีฮิน​ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธรัฐรัสเซียประจำราชอาณาจักรไทย นางออกซานา ฟรอลวา รองผู้อำนวยการใหญ่ของ ROSKINO และท่านอื่นๆเข้าร่วม

นายเยฟเกนี โตมีฮิน กล่าวขอขอบคุณบริษัท ROSKINO และโรงภาพยนตร์ Samyan ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของเรา ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมเช่นนี้อีกครั้ง เมื่อสองสัปดาห์ก่อนได้จัดพิธีปิดปีแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างรัสเซียและไทยอย่างเป็นทางการในกรุงมอสโก ซึ่งได้เสริมสร้างความร่วมมือด้านวัฒนธรรม และเทศกาลภาพยนตร์ในครั้งนี้ก็ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ภาพยนตร์รัสเซียถ่ายทอดแก่นแท้ของประชาชน ความเชื่อ ค่านิยมทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของเรา

นางเอลซา อันโตโนวา ผู้อำนวยการใหญ่ของ ROSKINO กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงภาพยนตร์ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เราจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านนี้ และด้วยสถานะของไทยในฐานะประเทศพันธมิตรของ BRICS ตั้งแต่ 1 มกราคม 2025 เป็นต้นไป การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เทศกาลครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจของผู้ชมชาวไทยที่มีต่อภาพยนตร์หลากหลายแนว ตั้งแต่เทพนิยายไปจนถึงดราม่าหนัก

สำหรับการจัดงานครั้งนี้สามารถดึงดูดผู้ชมภาพยนตร์มากกว่า 700 คนเข้าร่วม ภาพยนตร์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในงาน ได้แก่ภาพยนตร์เพลงแนวเทพนิยายสำหรับครอบครัวเรื่อง “เรือเหาะผจญภัยแดนมหัศจรรย์ – Flying ship” (กำกับโดย อิลยา อูชิเทล) และภาพยนตร์ดราม่าสงครามเรื่อง “หัวใจคุณธรรม – Tzadik” (กำกับโดย เซอร์เกย์ อูร์ซูลยัค) โดย “เรือเหาะผจญภัยแดนมหัศจรรย์” สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมด้วยโลกแฟนตาซีอันน่าหลงใหล ฉากและเครื่องแต่งกายที่ประณีต จนติดอันดับ TOP 10 ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในรัสเซียปี 2024 และได้เข้าฉายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปีเดียวกัน

ส่วนเรื่อง“หัวใจคุณธรรม” ภาพยนตร์ดราม่าที่จัดฉายในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ชมอย่างลึกซึ้ง โดยหลังการฉาย หลายคนออกจากโรงภาพยนตร์พร้อมน้ำตา ภาพยนตร์เล่าเรื่องปี 1942 เมื่อนายทหารแดง นิโคไล คิเซลอฟ ได้รับคำสั่งให้นำชาวยิวมากกว่า 200 คน ซึ่งรอดชีวิตจากการกวาดล้าง ออกจากดินแดนเบลารุสที่ถูกยึดครอง ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลมากมายจากเวที “นกทองคำ” และ “นิกา” ซึ่งเป็นรางวัลภาพยนตร์อันทรงเกียรติของรัสเซีย

นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ดราม่าสำหรับเยาวชนเรื่อง “110” และ “ลาปิน” รวมถึงภาพยนตร์แนวดราม่าจากแคว้นยาคูเตียเรื่อง “ตำนานแห่งหิมะนิรันดร์”ก่อนการฉายภาพยนตร์ ผู้ชมยังได้เยี่ยมชมงานนิทรรศการโปสเตอร์จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโปสเตอร์ที่มีชื่อเสียง เช่น “มาตุภูมิเชิญชวน!”, “ปกป้องมอสโก!”, และ “เกียรติแด่ทหารผู้พิชิต!”

ขณะที่ROSKINO วางแผนจะนำเทศกาลภาพยนตร์รัสเซียกลับสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้งในปี 2025 โดยกำลังพิจารณาจัดฉายภาพยนตร์ในเวียดนาม และอินโดนีเซีย รวมถึงการมีส่วนร่วมในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในประเทศแถบนี้ โดยเฉพาะในประเทศไทย

“แสตมป์” เจ็บซ้ำ ถอนชกศึก ONE 173 สละตำแหน่งราชินี ONE MMA รุ่นอะตอมเวต

วัน แชมเปียนชิพ (ONE) องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศข่าวใหญ่ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ได้รับบาดเจ็บในระหว่างพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ส่งผลให้ต้องถอนตัวจากการป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก ONE MMA รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) กับ “เดนิส แซมโบอันกา” แชมป์เฉพาะกาลของรุ่น ในศึก ONE 173 ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นที่สังเวียน บอล อารีนา เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ในวันเสาร์ที่ 2 ส.ค.68 

เนื่องจากคู่เอกของรายการระหว่าง “แสตมป์ vs เดนิส” ถูกยกเลิก รวมถึงไฟต์ชิงแชมป์โลกอีกหลายคู่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จึงทำให้ ONE ต้องเลื่อนอีเวนต์นี้ออกไปจัดในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.69 ณ สังเวียน บอล อารีนา

“บิ๊กบอส” ชาตรี ศิษย์ยอดธง 

ทั้งนี้ “แสตมป์” ต้องพักการแข่งขันเกือบ 2 ปี จากอาการบาดเจ็บ และไม่สามารถทำหน้าที่ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกได้ เธอจึงตัดสินใจสละบัลลังก์ราชินีของรุ่นนี้ที่ได้ครองมาตั้งแต่เดือน ก.ย.66  ส่งผลให้ “เดนิส” ซึ่งเป็นแชมป์โลกเฉพาะกาลในปัจจุบัน ได้รับการสถาปนาให้ขึ้นเป็น แชมป์โลก ONE MMA รุ่นอะตอมเวต อย่างเป็นทางการ 

โดย “บิ๊กบอส” ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอของ ONE ได้กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของ “แสตมป์” และการเลื่อนจัดการแข่งขันในครั้งนี้ออกไปว่า

“เรารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ได้รับข่าวการบาดเจ็บของ แสตมป์ และขอให้เธอฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงเป็นปกติโดยเร็วที่สุด หลังจากพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบคอบแล้ว น่าเสียดายที่เราไม่สามารถหาข้อสรุปที่ลงตัวได้ จึงจำเป็นต้องตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันในเดนเวอร์ออกไปเป็นวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.69 แทน”

“เมื่อ ONE จะกลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งในสหรัฐอเมริกา เราต้องการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่แฟน ๆ ชาวอเมริกันที่รักทั้งหลาย ผ่านการแข่งขันที่สนุก ตื่นเต้น และน่าจดจำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” 

“สหรัฐอเมริกายังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญลำดับต้น ๆ ของ ONE และพันธมิตรระดับโลกของเรา และเราจะยังคงเดินหน้ารักษาสถานภาพที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้เอาไว้ ผ่านการถ่ายทอดสดศึก ONE Fight Night ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังจะมีการจัดอีเวนต์อื่น ๆ ในอนาคตด้วย”

ก.อุตฯ ชง ครม. ยกระดับข้าว-โคเนื้อ ‘สนุกไรซ์พลัส-บีฟวัลเลย์’ทุ่ม 113 ล้าน หวังสร้างมูลค่า 1.1 พันล้าน

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบและเห็นชอบในหลักการโครงการที่เป็นข้อเสนอของภาคเอกชน (กรอ.) ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรวบรวมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ได้แก่ จังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร หรือที่เรียกกันในชื่อ “กลุ่มจังหวัดสนุก” โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1) โครงการสนุกไรซ์พลัส “SNUK RICE PLUS“ และ 2) โครงการบีฟวัลเลย์ “Beef Valley” รวมงบประมาณทั้งสิ้น 113.4 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 1,134 ล้านบาท และมีผลตอบแทนกลับคืนมาประมาณ 10 เท่า ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะบรรจุโครงการดังกล่าวในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และขอรับจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป โดยมีศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้งสามของกลุ่มจังหวัดสนุก ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 

โครงการที่เห็นชอบในการประชุม ครม. ครั้งนี้เป็น 2 ใน 21 โครงการของกลุ่มจังหวัดสนุก ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินงาน ประกอบด้วย

  1. โครงการสร้างเศรษฐกิจกลุ่มสนุกด้วยอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวมูลค่าสูง “SNUK RICE PLUS” (SNUK RICE+) งบประมาณ 61.4 ล้านบาท มีเป้าหมายหลักในการยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวในพื้นที่ โดยนำข้าว
    ซึ่งเป็นผลผลิตหลักของเกษตรกรในภาคอีสาน มาพัฒนากระบวนการผลิตให้ทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูป และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากข้าว รวมถึงการนำผลพลอยได้ (By-product) และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า เช่น แป้งรำข้าว ผลิตภัณฑ์จากแกลบ หรือเยื่อข้าว อีกทั้งยังมีการสร้างแบรนด์ “สนุกไรซ์” ให้เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาค พร้อมส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก้ปัญหาเผาตอซังข้าวหลังเก็บเกี่ยว ภายใต้แนวคิด “SNUK Rice Model: พัฒนา 100 คน 110 กิจการ 150 ผลิตภัณฑ์ และสร้างโมเดลต้นแบบ 10 กิจการ”ซึ่งเน้นการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้สามารถต่อยอดอุตสาหกรรมข้าวได้อย่างยั่งยืนโดยดำเนินการยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ระดับสากล มีการสร้างเครือข่ายธุรกิจ จับคู่เจรจาทางการค้า และ
    การพัฒนาสินค้าสู่ตลาดระดับภูมิภาคและระดับสากล นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมด้านการตลาดผ่านเทศกาลต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวด้วย
  2. โครงการยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปโคเนื้อ “Beef Valley” งบประมาณ 52 ล้านบาท มุ่งเน้นยกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อในกลุ่มจังหวัดสนุกให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและแปรรูปโคเนื้อที่มีมาตรฐานระดับโลก โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาคุณภาพเนื้อโคในทุกมิติ ตั้งแต่สายพันธุ์ วิธีการเลี้ยง การจัดการหลังการเชือด และการแปรรูป รวมถึงการสร้างแบรนด์ “SNUK Beef Valley” พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปโคเนื้อเน้นเป็นคนรุ่นใหม่
    และผู้ประกอบการในพื้นที่ 200 คน 130 กิจการ 130 ผลิตภัณฑ์ และสร้างโมเดลต้นแบบ 3 กิจการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางแข่งขันทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ และจัดกิจกรรมด้านการตลาดผ่านเทศกาลเนื้อ
    “สนุก Beef Festival” รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม เช่น โรงเชือดมาตรฐาน โรงแปรรูปเนื้อ เครื่องจักรแปรรูป และเทคโนโลยีถนอมอาหาร รวมทั้งจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยตั้งเป้ายกระดับอุตสาหกรรมโคเนื้อของภาคอีสานให้เป็น “ผู้นำตลาดของภูมิภาคอาเซียน” ต่อไป

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองโครงการเป็นต้นแบบของการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมตามนโยบายนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้านการปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ในการเสริมความแกร่งของห่วงโซ่อุปทานและการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ชึ่งมาจากการวิเคราะห์ปัญหา(pain point) และเป็นความต้องการของภาคธุรกิจผ่านการประชุม กรอ. และการรับฟังความเห็นของภาคเอกชนในพื้นที่ ก่อนเสนอ ครม. รับทราบและเห็นชอบโครงการทั้งสอง นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากร และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพที่ต้องการเข้าร่วมพัฒนาในโครงการ ให้สามารถขอสินเชื่อภายใต้กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มาเป็นเงินทุนในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดสนุกเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดนครพนม จำนวน 2 ราย ได้แก่ 1) บริษัท ไรซ์แฟคทอรี่ จำกัด เพื่อติดตามผลการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อ “เสือติดปีก” วงเงิน 9 ล้านบาท ซึ่งได้เชิญผู้แทน โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ มาร่วมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเพื่อเพิ่มโอกาสธุรกิจและขยายสายการผลิตเพิ่มเติม 2) วิสาหกิจชุมชนกะละแมทูลใจ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสินค้าพื้นถิ่นและของฝากที่ระลึกต้อนรับ ครม. กระทรวงอุตสาหกรรมจะส่งเสริมด้วยการใช้ Soft Power เพื่อให้เป็นที่รู้จักวงกว้าง รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยืดอายุผลิตภัณฑ์ให้เก็บได้นานยิ่งขึ้น