“บิ๊กแจ๊สอ่วม”กลุ่มต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น จี้ สตง,ปปช เอาผิดหลายโครงการมูลค่ากว่า300ล้านสงสัยเอื้อทุจริต

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 เม.ย.2568 ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดปทุมธานี ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายสุปรีย์ แสงสว่าง ตัวแทน กลุ่มต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการร้องเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีใน 13 โครงการใหญ่มูลค่ากว่า 300ล้านบาท ที่สงสัยเอื้อทุจริตการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่มีพฤติการณ์ควรเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีการทุจริต อาจใช้งบประมาณไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไข และเดินทางไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องการร้องเรียนในโครงการที่สงสัยเอื้อทุจริตการใช้จ่ายเงินงบประมาณโดยมีนายยุทธพัฒน์ เศรษฐวชิรา พนักงานไต่สวนระดับกลางออกมารับเรื่อง

นายสุปรีย์ แสงสว่าง ตัวแทน กลุ่มต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้ดำเนินการเข้าไปตรวจสอบโครงการหลายโครงการของ อบจ.ปทุมธานี ภายใต้การบริหารของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี  หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดปทุมธานีที่ต้องการให้กลุ่มต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น เข้าไปตรวจสอบโดยทางกลุ่ม ได้ยื่นหนังสือต่อ ส.ต.ง และ ป.ป.ช จังหวัดปทุมธานีไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยวันนี้ ได้เข้าไปที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำจังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการของ อบจ.ปทุมธานี กว่า 13 โครงการมูลค่ากว่า 300ล้านบาท ดำเนินการถึงขั้นไหนแล้ว ก็ได้รับคำตอบว่าเนื่องด้วยผู้บริหารของอบจ.ปทุมธานี อยู่ในตำแหน่งระดับสูงเกินกว่าอำนาจของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำจังหวัดปทุมธานี จึงส่งเรื่องไปที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภาค1จังหวัดนครปฐมเพื่อทำการตรวจสอบต่อไป

จากนั้นกลุ่มต่อต้านทุจริตคอรัปชั่นนำโดยนายสุปรีย์ แสงสว่าง พ.ต.ท.ดร.ณรงค์ ศรีสุวรรณ อดีตรอง ผบก น้ำหนาว จ.จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ปรึกษากลุ่มต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น ดร.ธนภัทร พุฒซ้อน ที่ปรึกษากลุ่มต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น ได้ร่วมกันแถลงข่าว ถึง โครงการของอบจ.ปทุมธานีที่มีพฤติการณ์ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น คือ1.โครงการจัดซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธ์ 200,000โดส มูลค่ากว่า 56ล้านบาท โดยเงินจำนวนดังกล่าวเป็นงบกลางงบฉุกเฉิน เป็นเงินสำรองจ่าย เพื่อไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน ที่มีสาธารณภัยเกิดขึ้นหรือกรณีการป้องกันยับยั้งก่อนเกิดสาธารณภัยแต่การจัดซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ของอบจ.ปทุมธานีไม่ถือเป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนที่มีสาธารณภัยเกิดขึ้นและไม่ได้มีลักษณะเป็นการบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวกระทรวงสาธารณสุขมีการดำเนินการฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเป็นปกติมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นเร่งด่วน

และจังหวัดปทุมธานีในปี 2567 เป็นจังหวัดที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อยู่ในลำดับที่ 29 ของประเทศซึ่งในจังหวัดที่มีคนติดเชื้อไข้หวัดลำดับที่ 1 ถึง 28 ก็ไม่มีจังหวัดใดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดดำเนินการจัดซื้อวัคซีนอย่างเช่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีประกอบกับกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ไว้ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำนวน 4,500,000โดสจึงพอเพียงกับความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ภารกิจหน้าที่โดยตรงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจะต้องดำเนินการจัดซื้อวัคซีน และวิธีคัดเลือกในการจัดซื้อวัคซีนก็เป็นวิธีเจาะจงเลือกบริษัท เค ที เอฟ กรุ๊ปจำกัด

ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับผู้บริหารท้องถิ่นและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เป็นบริษัทที่ไม่ได้มีความชำนาญเกี่ยวกับเรื่องวัคซีนแต่กลับได้รับพิจารณาจัดซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจึงน่าจะเป็นการทุจริตร่วมกันในการจัดซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติบริษัทคู่เทียบทั้ง 2 บริษัทแล้วมีวัตถุประสงค์ขายปลีกสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์แต่ไม่สามารถเข้ารับการคัดเลือกได้เนื่องจากมีทุนจดทะเบียนไม่ถึง 15 ล้านบาท

ตนตั้งข้อสงสัยว่า ผู้บริหารบริษัทเค ที เอฟ กรุ๊ป มีความเกี่ยวพันกันอย่างไรกับพลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านมามีภาพไปร่วมงานกันทุกงานที่ อบจปทุมธานีจัดขึ้นรวมถึงเดินทางไปต่างประเทศร่วมกันพบปะกันเป็นประจำเมื่อมีงานก็จะปรากฏตัวพร้อมถ่ายภาพร่วมกันเสมอตลอดจนงานกิจกรรมของอบจ.ปทุมธานีก็ไปร่วมทุกครั้งปรากฏตามภาพถ่ายที่ส่งไปให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริต ตรวจสอบ

2.โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล ที่เบิกเงินค่าศึกษาโครงการไปแล้ว 120ล้านบาท การนำเงินไปศึกษาโครงการดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามความต้องการของประชาชน

3.โครงการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ข้าราชการพนักงานลูกจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีนับตั้งแต่พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีเขารับตำแหน่งเมื่อปีพ.ศ 2564 ได้สั่งการให้เริ่มมีโครงการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ข้าราชการพนักงานลูกจ้างรวมทั้งประชาชนทั่วไปที่มาติดต่องานรวมระยะเวลา 3 ปีกว่า โดยมีผู้รับจ้างทำอาหาร 2 รายเปลี่ยนการทำอาหารคนละ 1 อาทิตย์ มีค่าใช้จ่ายทำอาหารวันละไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อวัน 1 เดือนเท่ากับ 330,000 บาท 1 ปีเท่ากับ 3,960,000 บาท 3 ปีเท่ากับ 11,880,000 บาทโดยมีหลักฐานการโอนเงินจ่ายค่าทำอาหารแต่ละอาทิตย์บางส่วนโดยใช้ชื่อแจ้งการโอนเงินว่านางธัญญาภรณ์ ไม่ทราบนามสกุลและผู้แจ้งข้อมูลการส่งเงินใช้ชื่อทางไลน์ว่า Bye Bye ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยหมายถึง ลูกสาวพลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่างซึ่งดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีในขณะนั้น จึงอยากให้สำนักงานปปช.ตรวจสอบการกระทำดังกล่าวอาจผิดต่อกฎหมายและระเบียบต่างๆหรือไม่อย่างไร

4.โครงการจัดซื้อแผ่นโฟมช่วยน้ำท่วม 2565 งบประมาณ 4,660,000 บาทจำนวน 2,000 แผ่นราคาซื้อแผ่นละ 2,330 บาทแต่เอกชนทั่วไปซื้อ 1,682 บาทต่างกัน 648 บาทต่อแผ่นมีส่วนต่างกว่า 1,296,000 ล้านบาทและยังพ่นชื่อพลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี

5.โครงการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ในช่วงโควิด 19 ปี 2564งบประมาณ 15 ล้านบาทไม่ได้เรียนจริงแม้แต่ชั่วโมงเดียวมีใครเกี่ยวข้องบ้าง

6.โครงการจัดซื้อพัดลมสำหรับโรงพยาบาลสนามในช่วงโควิด 19 โดยตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อพัดลมขนาด 18 นิ้วมีจริงหรือไม่คณะกรรมการตรวจสอบรับของคือใคร มีรูปภาพการตรวจรับหรือไม่ นำพัดลมที่ได้รับจากการบริจาคโดยบริษัทฮาตาริบริจาคพัดลมจำนวน 500 ตัวไปเข้าโครงการจัดซื้อพัดลมสำหรับโรงพยาบาลสนามในช่วงโควิด 19 หรือไม่

ยังมีอีกหลายโครงการที่ส่อทุจริต จึงอยากให้ สตงและปปชเร่งทำการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน 

การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างของ อบจ.สะท้อนให้เห็นความหลากหลายกลโกงในการจัดซื้อฯ มีทั้งให้บริษัทพรรคพวกหรือคนในครอบครัวมารับงาน มีการทำเอกสารเท็จ ปกปิดข้อมูล ไม่เปิดประมูลทั่วไปแต่เน้นใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ฮั้วประมูล อบจ.เองบริหารสัญญาจนรัฐเสียเปรียบ ฯลฯ 

“สำคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องร่วมปกป้องผลประโยชน์ของท้องถิ่น สอดส่องสิ่งผิดปกติ และอย่าเลือกคนซื้อเสียงให้เขากลับมาถอนทุนคืน”

“พล.อ.ต.ณัฏอรรถ ถวิลหวัง” นายกสมาคมชาวอีสาน แถลงข่าว ครบ 99 ปี สร้างวัตถุมงคล”องค์พระธาตุพนม” ปีสิริมงคล หนุนสาธารณะประโยชน์

“สมาคมชาวอีสาน” ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มนานาวิชาชีพ โดย “พล.อ.ต. ณัฏอรรถ ถวิลหวัง” นายกสมาคม ได้จัดแถลงข่าว เมื่ออังคารที่ 29 เมษายน 2568 ณ สโมสรสนามกอล์ฟกองทัพบก รามอินทรา ถึงวาระครบรอบ 99 ปีของสมาคมฯ

เพื่อเป็นสิริมงคลของพุทธศาสนิกชน คณะกรรมการจึงได้จัดสร้างวัตถุมงคล องค์พระธาตุพนมขึ้น ได้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก เข้มขลัง ครั้งยิ่งใหญ่ โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง หลากหลาย ซึ่งล้วน เป็นพระเกจิเถราจารย์ ผู้มี ปฏิปทาจริยาวัตร ทรงคุณ ด้านวิชชาอาคมฯ ในวันจันทร์ที่ 7กรกฏาคม 2568 ณลานพุทธมณฑล วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อสมทบทุน นำรายได้ สนับสนุน กิจการสาธารณะประโยชน์ และทำบุญใหญ่ให้ประเทศไทย พร้อมอุทิศส่วนกุศล ให้บรรพบุรุษ ตลอดจนผู้ล่วงลับ จากภัยพิบัติต่างๆ

ในการนี้ “สมาคมชาวอีสาน ” ได้จัดสร้างวัตถุมงคล องค์พระธาตุพนม เป็นพระผง มวลสารมหาคุณ (พระปิดตาจินดามณี) และเหรียญนวโลหะ (พญาศรีสัตตนาคราช) รุ่น” ดวงเศรษฐี” และพระมหาบารมี มหาเศรษฐี โดยเกจิอาจารย์ ภาคอีสาน 7รูป ได้แก่ พระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา ), พระครูวินัยธรคีบ (หลวงปู่คีบ) , พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวินฯ) พระธรรมวชิรโสภณ (หลวงปู่สำลี) พระครูโสภณธรรมคุณาภรณ์ (หลวงปู่ประเสริฐ) พระราชวัชราวิทยาคม (หลวงพ่อต้อม) และพระราชวชิรปัญญาภรณ์ (หลวงพ่อสุริยันต์)

พล.อ.ต.ณัฏอรรถ ถวิลหวัง นายกสมาคมชาวอีสาน กล่าวว่า ทั้งนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ ได้เกษียณหนังสือ”อนุญาติ” ให้สมาคมชาวอีสาน จัดสร้างวัตถุมงคล ให้ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสะพานบุญ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไว้เรียบร้อยแล้ว

นพ.สุจิตร์ บัญญัติปิยพจน์ หัวหน้าทีมแพทย์จาก Genesenn เยี่ยมชมบริษัท HELP Therapeutics ผู้ถือสิทธิบัตรเพียงรายเดียวในจีน ด้านเทคโนโลยี iPSC สเต็มเซลล์อันล้ำสมัย

นพ.สุจิตร์ บัญญัติปิยพจน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของ Genesenn (เกเนเซน)  ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมบริษัท    HELP Therapeutics Co., Ltd. ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเซลล์ต้นกำเนิดจากเซลล์ต้นแบบเหนี่ยวนำ (iPSC) และเป็นผู้ถือสิทธิบัตรเทคโนโลยีนี้เพียงรายเดียวในประเทศจีน

การเยี่ยมชมได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก Dr. Eugene J. Wang  ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HELP Therapeutics ซึ่งเป็นผู้นำชมศูนย์วิจัยและห้องปฏิบัติการอันทันสมัย พร้อมนำเสนอผลงานวิจัยล้ำหน้าในการใช้สเต็มเซลล์ iPSC เพื่อรักษาโรคเสื่อมต่างๆ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลวและโรคกระดูกพรุน

HELP Therapeutics ร่วมมือกับพันธมิตรวิจัยชั้นนำในหลากหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อผลักดันขอบเขตของการแพทย์ฟื้นฟูผ่านการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น

การเข้าเยี่ยมชมในครั้งนี้  จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการเริ่มต้นความร่วมมือระดับนานาชาติระหว่าง Genesenn และ HELP Therapeutics โดยมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน   ในการพลิกโฉมระบบการดูแลสุขภาพ ด้วยการรักษาจากต้นเหตุและนวัตกรรมการฟื้นฟูยุคใหม่

“NexT1DE”เซอร์ไพรส์ นั่งแท่น Friends of Lotus’s ชวนสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้ง พร้อมมอบบัตรสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว

กระแสแรงระดับอินเตอร์! ครองใจแฟนๆ เจน Z ทั่วทุกมุมโลก สำหรับวงเดบิวต์น้องใหม่ “NexT1DE” (เน็กซ์ไทด์) จากรายการ “CHUANG Asia Season 2 (ช่วง เอเชีย ซีซั่น 2)” ที่กำลังมาแรงระดับอินเตอร์ จนเข้าตา ‘โลตัส’ ผู้นำธุรกิจค้าปลีก ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) คว้าตัว 7 หนุ่มจากวง NexT1DE ขึ้นแท่น ‘Friends of Lotus’s’ ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของโลตัสให้สดใสยิ่งขึ้น ชวนสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งแสนสนุก

 พร้อมเปิดตัว  Tourist Card บัตรสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพร้อมดีลเด็ดจากพันธมิตรกว่า 90 ราย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดสูงสุด 30% ส่วนลด 100 บาท เมื่อช้อปครบ 1,500 บาท และคูปองส่วนลดในร้านค้าที่ร่วมรายการ ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ ทั้งร้านอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค สุขภาพความงาม โรงพยาบาลชั้นนำ รวมถึงล่องเรือดินเนอร์สุดหรูกับ Grand Pearl และบัตรเข้าชมการแสดง อาทิ ภูเก็ตแฟนตาซี Carnival Magic พร้อมสะดวกสบายด้วย AIRPORTELs บริการขนส่งและรับฝากสัมภาระ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและเหล่าแฟนด้อม NexT1DE ที่ผลึกกำลังมาร่วมสร้างสีสัน และให้กำลังใจ 7 หนุ่มสุดฮอต ไม่ว่าจะเป็น DORN (ดรณ์), THI-O (ไทโอ), HU YETAO (หูเย่เทา), SHEN (เซิน), OMAR (โอมาร์), XIONG (ฉง) และ YAO ZIHAO (เหยาจื่อหาว) โดยงานนี้ ได้พิธีกรตัวแม่ “โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล” กล่าวต้อนรับ 

“คุณวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร -สายงาน Transformation ประกาศเปิดตัว  “NexT1DE” (เน็กซ์ไทด์) 7 หนุ่มผู้ชนะการประกวดรายการ “CHUANG Asia Season 2” ที่มาจากผู้เข้าประกวดทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยมีเซ็นเตอร์ของวงเป็นศิลปินชาวไทยที่จะเป็นตัวแทนของคนไทย เชิญชวนแฟนๆ ทั่วเอเชียให้มาเยือนประเทศไทย

และยังมีน้องๆ สมาชิกชาวต่างชาติของวงที่เป็นตัวแทนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ดีๆ กับประเทศไทยไปด้วยกัน การเปิดตัว ‘Friends of Lotus’s’ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเซอร์ไพรส์ที่ถูกใจแฟนคลับ แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของโลตัสในการลุยตลาดอินเตอร์ พร้อมยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งของนักช้อปต่างชาติอย่างครอบคลุม

กรมศุลกากรส่งมอบช่อดอกกัญชาภายใต้การปฏิบัติงานระหว่างกรมศุลกากรและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร

กรมศุลกากรส่งมอบช่อดอกกัญชาภายใต้การปฏิบัติงานระหว่างกรมศุลกากรและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร ให้แก่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

วันนี้ (28 เมษายน 2568) เวลา 09.30 น. นายธีรัชย์ อัตนวานิช  อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานในการส่งมอบช่อดอกกัญชาภายใต้การปฏิบัติงานระหว่างกรมศุลกากรและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักร ให้แก่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมด้วย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดี

นายดิเรก คชารักษ์ รองอธิบดี นายคณิต มีปิด รองอธิบดี นายภาคภูมิ เลิศวัฒนารักษ์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม นายวิศณุ วัชราวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมด้วย David Thomas – Deputy head of mission ผู้แทนจากสหราชอาณาจักร และนายอภิศักดิ์  เย็นประโคน ผู้อำนวยการส่วนศูนย์รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้แทนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีนายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องโถงอาคาร 1 ชั้น 1 กรมศุลกากร

นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ปัจจุบัน“กัญชา” ได้ถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติดของประเทศไทยแล้ว แต่ “ช่อดอกกัญชา” ยังคงเป็นสมุนไพรควบคุมของไทยโดยผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ประกอบประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565 อย่างไรก็ดี “กัญชา” ยังคงเป็นยาเสพติด ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามของหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีการลักลอบช่อดอกกัญชาออกนอกราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่สูงขึ้น

กรมศุลกากรได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร (Home Office International Operation (HOIO) British Embassy) เข้าร่วมปฏิบัติการสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมา โดยสหราชอาณาจักรได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเข้าร่วมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Cannabis Awareness Raising) รวมถึงโทษที่อาจได้รับหากลักลอบนำกัญชาออกจากราชอาณาจักรไทยไปยังสหราชอาณาจักรให้กับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศ นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังส่งเจ้าหน้าที่และสุนัขตรวจค้น (K–9) เข้าร่วมปฏิบัติการฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักรตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติการอีกด้วย ภายหลังสิ้นสุดการปฏิบัติงานฯ ตรวจพบช่อดอกกัญชาที่ผู้โดยสารสละการครอบครอง ปริมาณกว่า 2.1 ตัน กรมศุลกากรจึงส่งมอบช่อดอกกัญชาดังกล่าว ให้แก่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ต่อไป

ทั้งนี้ ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 ผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ตุลาคม 2567 – 27 เมษายน 2568) กรมศุลกากรตรวจพบความผิดเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้า-ส่งออกกัญชา รวม 994 คดี ปริมาณกว่า 10,036 กิโลกรัม

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวอีกว่า กรมศุลกากรขอแจ้งเตือนภัยประชาชน ระวังถูกหลอกให้รับจ้างฝากของ หรือรับจ้างขนของโดยอ้างว่าเป็นพัสดุทั่วไป แต่แท้จริงแล้วอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งผู้รับของอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวงเชิญร่วมพิธี 113 ปีชาตกาลหลวงพ่อพูล 20 ปีแห่งการรำลึก

วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง ขอเชิญญาติโยม ประชาชน ร่วมกิจกรรม งานวิสาขบูชารำลึก 113 ปี ชาตกาล ครบรอบ 20 ปี หลวงพ่อพูล ละสังขาร

คณะกรรมการวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม แจ้งกำหนดการ การจัดงานวิสาขบูชารำลึก 113 ปี ชาตกาล ครบรอบ 20 ปี หลวงพ่อพูล ละสังขาร โดยปีนี้ได้มีการจัดพิธีไหว้ครู บูรพาจารย์ นำโดย นกบริพันธ์ ชัยภูมิ นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีซึ่งได้กำหนดให้มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เริ่มเวลา 09.19 น. โดยขอเชิญชวนญาติโยมและพุทธศาสนิกชน ลูกศิษย์ลูกหาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล อัตตรักโข อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เข้าร่วมพิธีพร้อมกับศิลปินดารา โดยพร้อมเพรียงกัน

การจัดพิธี สาขบูชารำลึก 113 ปี ชาตกาล ครบรอบ 20 ปี หลวงพ่อพูล ละสังขาร ในปี พ.ศ.2568 นี้ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ยังคงดำเนินการในการจัดพิธีเพื่อรำลึกถึงพระเดชพระคุณพระมงคลสิทธิการ หลวงพ่อพูลอัตตรักโข อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ซึ่งในปีนี้ ครบ 20 ปี ที่หลวงพ่อพูล ได้ละสังขาร โดยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ได้มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของวัดไผ่ล้อมนั่นคือพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ เป็นการรำลึกถึงพระคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้ละสังขาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2548 เวลา 14.55 น. ขณะมีอายุ 93 ปี ตรงกับวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับพระเกจิเถราจารย์ ซึ่งท่านได้ดำริไว้ตั้งแต่ครั้งยังมีชีวิตอยู่

สำหรับ วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ได้ดำเนินการในการวางกรอบแนวคิดให้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน โดยเป็นศูนย์กลางประสานงานการช่วยเหลือประชาชนที่มีความเดือดร้อน ซึ่งปัจจุบันได้มีการดำเนินการจัดสถานที่ให้เป็นโรงพยาบาลนครปฐม สาขาวัดไผ่ล้อม ในการดูแลสุขภาพของญาติโยม ในการบริการเจาะเลือด และตรวจรักษาโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ และกำลังจัดสร้างศูนย์ไตเทียมวัดไผ่ล้อม เพื่อให้บริการการฟอกไตและรักษาไต รวมถึงจัดสร้างศูนย์สุขภาพวัดไผ่ล้อม ซึ่งจะบริการด้านสุขภาพที่หลากหลายให้กับญาติโยมที่มาติดต่อประสานงานโดยได้รับการร่วมมือจากโรงพยาบาลนครปฐม และยังมีอีกหลายโครงการเช่นโครงการสวดเผาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โครงการบวชฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการสืบสานโครงการที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล ได้ริเริ่มไว้ซึ่งปัจจุบันได้แตกขยายไปอีกหลายโครงการในการเป็นส่วนช่วยเหลือสังคมในปัจจุบัน

องคมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์  คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางไปปฏิบัติภารกิจเยี่ยมและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทานแก่ เด็กหญิงนัชมีย์ ศรีมารักษ์ อายุ 15 ปี และ เด็กชายอัสมีน ดือเระ อายุ 14 ปี

ซึ่งได้รับบาดเจ็บและอยู่ขณะพักรักษาตัวจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดริมกำแพงถนนหลังสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน ก่อนเดินทางต่อไปยังสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน จำนวน 80 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยมี พลตรี วรเดช  เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้น องคมนตรี เดินทางไปยังวัดทำเนียบธรรมาราม ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ สามเณร โภคนิษฐ์  โมราศิลป์ , สามเณร เฉลิมชน  พูพิพัฒน์ , สามเณร วรินทร  จะคะ , พระบุญส่ง  กลิ่นบุญแก้ว , พระเสริม  ทองเต็มแก้ว และ ร้อยตำรวจโท วัฒนารมณ์  ชูมาปาน ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบยิงรถ ร้อยตำรวจโท วัฒนารมณ์  ชูมาปาน ขณะกลับจากวัดกุหรา เพื่อรับพระและสามเณร ไปบิณฑบาตในพื้นที่เทศบาลสะบ้าย้อย ซึ่งเป็นเหตุให้ สามเณร วงศกร  ชูมาปาน เสียชีวิต โดยโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ไพบูลย์  คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานฌาปนกิจ สามเณร วงศกร  ชูมาปาน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

อลังการ!สงกรานต์เมืองพระประแดง สัมผัสมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมมอญ สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

วธ. ชวนเที่ยวสงกรานต์เมืองพระประแดง สัมผัสมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมมอญ ที่หาชมได้ยาก กินกาละแม เล่นสะบ้ารามัญ การละเล่นพื้นบ้านอันทรงคุณค่า สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น สานสัมพันธ์และสร้างความสามัคคี อนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมของชาวมอญสืบต่อไป

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ ณ ปะรำพิธีเทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยคู่สมรส และนายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม นายสำรวย นักการเรียน ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ภาคีเครือข่ายทางด้านวัฒนธรรม เข้าร่วมงาน และมีนายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ หัวหน้าศาลจังหวัดพระประแดง อัยการจังหวัดพระประแดง หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดสมุทรปราการ ให้การต้อนรับฯ

ช่วงพิธีเปิดงาน ประธานในพิธี สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 2 รับชมการแสดงชุด วิไลเลิศล้ำ อัตลักษณ์พระประแดงจากนั้น นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง กล่าวรายงานนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม (ประธานในพิธี) กล่าวเปิดงาน ร่วมตัดแพรป้าย เปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจําปี 2568 และร่วมประเพณีปล่อยนก ปล่อยปลา สรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ รับชมการสาธิตและร่วมบ่อนสะบ้ารามัญ ชมสาธิตการกวนกาละแม อย่างอบอุ่นชื่นมื่น

จากนั้น ประธานในพิธี และแขกผู้มีเกียรติ ไปยังบริเวณเวทีท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองพระประแดง เพื่อทําการปล่อยขบวนแห่สงกรานต์พระประแดง โดยประธานในพิธี ลั่นฆ้องเพื่อปล่อยขบวนแห่ เริ่มเคลื่อนขบวนจากจุดตั้งขบวน ไปตามถนนนครเขื่อนขันธ์ ผ่านวัดกลางเลี้ยวขวาแยก 86 ไปตามเส้นถนนพระราชวิริยาภรณ์และเลี้ยวขวาบริเวณหน้าวัดไพชยนต์ฯ ข้ามสะพานคลองลัดหลวง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่พระอารามหลวงวัดโปรดเกศเชษฐารามฯ

นายพลภูมิ  วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า  เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 นี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดงาน “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันแบบไทย สุขไกลทั่วโลก Once in a Lifetime : Experience Songkran in Thailand” เพื่อส่งเสริมประเพณีไทย นำเสนอความงดงามของวัฒนธรรมไทยและต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยกำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ 17 จังหวัด และพื้นที่ส่วนกลางกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดสมุทรปราการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และผู้รักในศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น จะได้สัมผัสวิถีชีวิตมอญโบราณผ่านประเพณีสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ในงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 เมษายน 2568 เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทยเชื้อสายมอญ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชาติ

นายพลภูมิ กล่าวต่อว่า สงกรานต์พระประแดง เป็นประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายมอญที่อาศัยอยู่ในเขตพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งสืบทอดกันมายาวนาน โดยมีทั้งพิธีกรรมทางศาสนา ขบวนแห่สุดอลังการ และการละเล่นพื้นเมืองที่หาดูได้ยาก ทั้งนี้ สงกรานต์พระประแดง เดิมมีชื่อเรียกว่า “สงกรานต์ปากลัด” ซึ่งมีความแตกต่างจากประเพณีสงกรานต์ทั่วไปโดยที่จะจัดงานช้ากว่าวันสงกรานต์ปกติ คือแทนที่จะจัดในวันที่ 13 – 15 เมษายน ก็จะจัดในช่วงวันอาทิตย์ถัดมาจากวันสงกรานต์อีกหนึ่งสัปดาห์ (ประมาณวันที่ 20 – 27 เมษายน)

นอกจากนี้ สงกรานต์พระประแดงถือเป็นวันเทศกาลขึ้นปีใหม่ที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายมอญหรือที่เรียกว่าชาวไทยรามัญ (Thai Raman) ที่อาศัยอยู่ใน “เมืองนครเขื่อนขันธ์” หรือเมืองพระประแดงในปัจจุบัน นับเป็นเวลาร้อยกว่าปีแล้วที่ชาวมอญได้มาพักพิงและอาศัยอยู่ที่ปากลัด พร้อมทั้งสืบทอดประเพณีเก่าแก่ของชาวมอญเอาไว้ อันเป็นการสานสัมพันธ์และสร้างความสามัคคีระหว่างชาวมอญทุกเพศทุกวัยได้มีโอกาสพบปะใกล้ชิดในหมู่ญาติเพื่อนพ้องน้องพี่อย่างสนุกสนาน พร้อมได้สร้างบุญสร้างกุศลด้วยการทำบุญอย่างใหญ่ในรอบปี เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมของชาวมอญสืบต่อไป

สำหรับการจัดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2568 ในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 เมษายน 2568 โดยวันที่ 25 เมษายน มีการแสดง แสง สี เสียง อันน่าตื่นตาตื่นใจ ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวมอญอย่างลึกซึ้ง มีการสาธิตกวนกาละแม (ของดีเมืองพระประแดง) ณ อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า สาธิตการละเล่นสะบ้ารามัญ ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านอันทรงคุณค่าที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า และตามหมู่บ้านรามัญต่าง ๆ ในชุมชนเขตเทศบาลเมืองพระประแดง การแสดงวงดนตรีพื้นบ้านอันสนุกสนานของชาวมอญในพื้นที่ การบรรเลงเพลง “ตะลุมมอญซ่อนผ้า” และการประกวดนางสงกรานต์และหนุ่มลอยชาย ประจำปี 2568 วันที่ 26 เมษายน มีการแสดงดนตรี ณ เวทีท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองพระประแดง พร้อมทั้งการแสดง แสง สี เสียง ณ อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า

ตลอดจนการสาธิตการกวนกาละแม และการละเล่นสะบ้ารามัญ ณ อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า และตามหมู่บ้านรามัญต่าง ๆ ในชุมชนเขตเทศบาลเมืองพระประแดง และวันที่ 27 เมษายน มีพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการสุดยิ่งใหญ่ ณ ปะรำพิธีเทศบาลเมืองพระประแดง พร้อมด้วยพิธีสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ (รัชกาลที่ 2) ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งพิธีการดังกล่าวมีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การสรงน้ำพระพุทธรูป การปล่อยนก-ปล่อยปลา การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การรับชมละเล่นสะบ้า การรับชมการสาธิตวิธีกวนกาละแม การรับชมขบวนแห่สงกรานต์พระประแดง และการแสดงมินิคอนเสิร์ต (Mini Concert) จากคุณนิภาภรณ์ ฐิติธนการ หรือ “ซานิ AF” ซึ่งกิจกรรมจากทั้ง 3 วันนี้ ทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้เปิดประสบการณ์ใหม่ทางวัฒนธรรม ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายมอญ และมีความสุขสนุกสนานพร้อมเก็บภาพความทรงจำอย่างประทับใจ

สุดท้ายนี้ นายพลภูมิ ฝากถึงพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวว่าประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่มีความหมายมากกว่าการเล่นน้ำ แต่เป็นเทศกาลแห่งความรัก ความกตัญญู และความอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งควรค่าแก่การส่งต่อไปสู่สายตาชาวโลก “สงกรานต์ไทยคือมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสืบทอดให้คนรุ่นหลัง เราต้องการให้สงกรานต์เป็นเทศกาลที่ทุกคนต้องมาเยือน อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต” ทั้งนี้ รัฐบาล และทุกภาคส่วน ร่วมบูรณาการในการส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ โดยจัดงาน “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมประเพณีไทย นำเสนอความงดงามของวัฒนธรรมไทยและต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สงกรานต์และร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลนี้อย่างยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

และมีความคาดหวังผลในการส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ในปีนี้ ให้คนไทยทั่วโลกภาคภูมิใจและร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ พร้อมยกระดับประเพณีสงกรานต์สู่ World Event เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีการคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้จากงานเทศกาลสงกรานต์ 2568 นี้ ได้ถึง 26,500 ล้านบาท อีกทั้งคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาร่วมงานถึง 476,000 คน และนักท่องเที่ยวไทยเพิ่ม 4,418,500 คน

ชมโชว์แล่ปลาทูน่าบลูฟิน ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ

เปิดประสบการณ์สุดพรีเมียมด้วย “ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna)” ส่งตรงจากญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟให้ชิมได้ไม่อั้นแบบซาซิมิจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น  ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ จัดเมนูพิเศษให้ทุกท่านที่มาทานบุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็นได้ชิมและชมโชว์การแล่ “ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน” (Bluefin Tuna) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Hon-Maguro” ซึ่งเป็นปลาทูน่าสายพันธุ์ที่มีราคาสูงที่สุด เป็นปลาทะเลเลือดอุ่นที่พบในน่านน้ำเขตอบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก คุณภาพดีทั้งในด้านรสชาติ และเนื้อสัมผัสที่นุ่ม แล่กันสดๆ ให้ชมในวันศุกร์ที่ 9 และ 23 พฤษภาคม 2568 เป็นไฮไลท์ที่ภูมิใจนำเสนอ บริการรวมใน “บุฟเฟต์นานาชาติที่มีซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม” ทั้งหอยนางรม ปูม้า หอยหวาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ฯลฯ พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด รสแซบ มุมข้าวต้มกุ๊ยที่มีเครื่องเคียงกับข้าวมากมายให้เลือกอิ่มอร่อย มุม Carving Station 7 วัน 7 เมนู

ห้ามพลาดกับ ขาหมูสูตรดิเอมเมอรัลด์ ข้าวต้มปลากะพง มุมส้มตำและยำต่างๆ ซุปเห็ดทรัฟเฟิล พาสต้า ซูชิฟัวกราส์ วากิว ปลาไหลญี่ปุ่น แซลมอน นอกจากนี้ยังมี เทปปันยากิ กุ้งแม่น้ำเผา เทมปุระ ฯลฯ รวมเครื่องดื่มน้ำอัดลม ชา-กาแฟ ของหวานทั้งไทย เบเกอรี่ ไอศกรีม และผลไม้ตามฤดูกาล ระหว่างเวลา 18.00 – 22.00 น.ทุกวัน รับประกันความคุ้มค่า ในราคาท่านละ 1,700++ บาท (2,001 บาทถ้วน)

โปรโมชั่นพิเศษ!! ตลอดเดือนพฤษภาคม 2568 เหลือเพียงท่านละ 1,299++ บาท (1,529 บาทถ้วน) และ “มา 4 จ่าย 3” เท่านั้น จนถึงวันที่  31 พฤษภาคม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8413-4 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop 

ชมรมช่างภาพการเมืองเช็คฟิตเพื่อนสื่อมวลชนชวนออกกำลังกายห่างไกลโรค NCDs

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 เวลา 14.45 นาฬิกา ณ สนามฟุตบอลช็อคเกอร์โปร สาขาติวานนท์ (สนามที่ 4)​ ซอยติวานนท์ 3 จ.นนทบุรี นายชัยยศ ศิริสวัสดิ์ ประธานชมรมช่างภาพการเมือง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสานสัมพันธ์สื่อมวลชน ครั้งที่ 12 ภายใต้ธีม “เช็คฟิตคนข่าว ฟุตซอลขยับกาย ห่างไกล NCDs” ซึ่งเป็นการออกกำลังกายด้วยการเตะฟุตซอล ระหว่างทีมชมรมช่างภาพการเมือง กับทีมรวมสื่อมวลชน

ทั้งนี้ อาชีพช่างภาพสื่อสารมวลชนเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้ได้ข่าวและภาพที่ทันกระแสจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนและออกกำลังกาย รวมถึงการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการมีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ รับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักตามโภชนาการ สัมผัสมลพิษทางอากาศ เหล่านี้ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิต หรือโรคไม่ติดต่อ NCDs  ตามมา การแข่งขันฟุตซอลในวันนี้

นอกจากเป็นการกระตุ้นเตือนให้เพื่อนสมาชิกชมรมช่างภาพการเมืองและสื่อมวลชน ได้ตระหนึกถึงการออกกำลังกายเพื่อการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ แล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs รวมทั้งการออกกำลังกายร่วมกันยังก่อให้เกิดความรักความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันด้วย