“หนุ่มจีน”เปิดปากอำมหิต ฆ่าโหดสาวสอง ควักหัวใจ ตัดปอด อ้างดูซีรีส์เยอะ

จากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญนายวรนันท์ พันนาขา หรือโน๊ต อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย เป็นสาวประเภท 2 หน้าตาดี (LGBTQ+) และมีการผ่าตัดแปลงเพศแล้ว ถูกคู่ขา คือ นายถงหยวน ฟู่ (Mr. Tongyung Fu) อายุ 42 ปี ชาวจีน ฆ่าสังหารโหด กรีดหน้าอกตั้งแต่คอถึงอวัยวะเพศ ควักหัวใจ ปอดข้างซ้ายหายไปข้าง แล้วยังมีการกรีดเต้านมทั้งสองข้าง แล้วนำซิลิโคนออกมาวางกองไว้ด้านนอก จำนวน 2 ชิ้น ก่อนทิ้งศพหมกในห้องน้ำ ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ภายในซอยอรุโณทัย พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมา ศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติออกหมายจับ ก่อนจะสามารถไปควบคุมตัว นายถงหยวน ฟู่ ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ขณะเตรียมเผ่นหนี บินกลับเมืองคุนหมิง ประเทศจีน ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ต่อมาเวลา 11.50 น. ของวันที่ 27 เมษายน 2568 พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป. นำกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 20 นาย คุมตัว นายถงหยวน ฟู่ (Mr. Tongyung Fu) อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาชาวจีน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ห้อง 201 ชั้น 2 ของอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ ระหว่างที่กำลังคุมตัวไปทำแผนประกอบคำ ปรากฏว่ามีประชาชนให้ความสนใจมายืนมองดูเหตุการณ์จำนวนมาก จนตำรวจต้องมีการตรึงกำลังและกันพื้นที่ เพราะหวั่นเกิดเหตุไม่คาดฝัน และเกิดความไม่ปลอดภัยกับตัวผู้ต้องหา

พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี มีการควบคุมและกำกับการทำแผนประกอบคำสารภาพของผู้ต้องหาด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่ผู้ต้องหามีการพาผู้ตายขึ้นมาบนห้องพัก จากนั้นมีการตกลงราคาและมีการจ่ายเงินให้กับผู้ตาย 8,000 บาท ระหว่างที่กำลังจะเริ่มรัก ผู้ตายเกิดขัดขืน และเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ผู้ต้องหาจึงขอให้คืนเงินมาครึ่งหนึ่ง แต่ผู้ตายไม่ยอม จนเกิดการลงไม้ลงมือกันรุนแรง โดยผู้ตายมีการข่วนหน้าและใช้เท้าถีบเข้าไปที่ใบหน้าของผู้ต้องหา จนฟันหน้าหัก 1 ซี่ ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความโกรธแค้น กระชากผู้ตายลงมาที่ข้างเตียงนอน แล้วใช้หัวเข่าข้างซ้าย กดไปที่บริเวณลำคอของผู้ตายจนสิ้นใจเสียชีวิต จากนั้นก็ลากศพโดยใช้มือทั้งสองข้างดึงที่ขาผู้ตาย เข้าไปในห้องน้ำ แล้วใช้กรรไกรแทงที่บริเวณหน้าท้องแล้วกรีดไปถึงหน้าอก แล้วกรีดนำซิลิโคนที่เสริมหน้าอก มาวางไว้ข้างนอก ก่อนจะตัดหัวใจ มาไว้ที่หัวไหล่ด้านซ้ายของศพ

ภายหลังก่อเหตุชำแหละร่างของผู้ตายเป็นที่เรียบร้อย ก็มีการนำผ้าห่มมาเช็ดตัวผู้ตาย และซับคราบเลือดภายในห้องน้ำ จากนั้นก็ไปทิ้งตัวนอนภายในห้อง รอให้ถึงเช้า จึงทำการจองตั๋วเครื่องบิน ก่อนจะเดินออกจากห้องนั่งวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ไปขึ้นรถบัสโดยสารประจำทางย่านพัทยาเหนือ มุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ก่อนจะถูกตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว พร้อมทั้งจำนนต่อหลักฐาน เพราะเจอโทรศัพท์มือถือของผู้ตายอยู่ภายในตัวผู้ต้องหา

ต่อมาตำรวจมีการควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวจีน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อีก 3 จุด ประกอบ ร้านขายของทุกอย่าง 20 บาท ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200-300 เมตร จุดที่ 2 คือบริเวณท่ารถโดยสารประจำทางสาย เมืองพัทยา – กรุงเทพฯ ย่านถนนพัทยาเหนือ และจุดที่ 3 บริเวณริมชายหาดพัทยาใต้ ก่อนถึงปากทางเข้าถนนวอล์กกิ้งสตรีท ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ตายกับผู้ต้องหาเจอกันครั้งแรก ก่อนจะมีการแลกเบอร์โทรติดต่อ ผ่านแอปพลิเคชัน “วีแชท” จากนั้นได้คุมตัวกลับมาที่โรงพัก ขณะที่ผู้ต้องหา ยังบอกอีกว่า เพิ่งจะรู้ว่าผู้ตายเป็นสาวประเภท 2 หลังถูกตำรวจจับคุมตัวได้แล้ว

พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยหลังจากมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้น เปิดเผยว่า ในคดีนี้เป็นคดีอึกทึกครึกโครม และพี่น้องประชาชนให้ความสนใจ เพราะเป็นคดีที่มีลักษณะเหี้ยมโหดและทารุณ อีกทั้ง ผบ.ตร. และ ผบช.ภาค 2 ได้ฝากขอบคุณและชื่นชม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ทุกนาย ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน จนออกหมายจับ จนตามไปจับผู้ต้องหาได้ที่สนามบิน ขณะกำลังจะบินหลบหนีกลับประเทศ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ตม.และตำรวจท่องเที่ยว

ส่วนในคดีนี้ ตอนแรกผู้ต้องหาปิดปากเงียบไม่ยอมให้การใดๆ แต่สุดท้ายก็จำนนต่อหลักฐาน เพราะในตัวพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ก่อนจะยอมรับสารภาพว่า ลงมือสังหารเพราะผู้ตายไม่ยอมให้ร่วมรัก และถูกผู้ตายใช้เท้าถีบจนฟันหน้าหัก ด้วยความโมโห จึงใช้หัวเข่ากดที่คอจนผู้ตายสิ้นใจ จากนั้นก็ลากศพเข้าไปในห้องน้ำ ด้วยความที่เคยดูในซีรีส์มาก อยากรู้ว่าภายในของศพเป็นเช่นไร จึงใช้กรรไกรกรีดตั้งแต่ท้องจนถึงหน้าอก โดยผู้ต้องหามีอาชีพเป็นช่างเชื่อมจึงทำให้ข้อมือค่อนข้างจะแข็งแรงมากจนสามารถกรีดศพให้เป็นแนวตรง ก่อนจะกรีดเต้านม นำซิลิโคนที่เสริมหน้าอกมา และหัวใจ นำออกมากองไว้ด้านนอก

ในส่วนเรื่องที่เป็นประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับเรื่องการค้ามนุษย์และการค้าอวัยวะ ในเรื่องนี้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แต่ถึงอย่างไรก็ตามต้องรอผลนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตรร่างของผู้ตายว่ามีอวัยวะส่วนใดหายไปหรือไม่ ส่วนในคดี ตำรวจมีการแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่น และข้อหาลักทรัพย์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตามระหว่างที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบการรับสารภาพ ที่บริเวณจุดที่ 2 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหามีการมาซื้อของภายในร้านขายของทุกอย่าง 20 บาท ปรากฏว่า นายอ้วน พันนาขา อายุ 61 ปี พร้อมกับพี่สาวคนโตและคนรอง รวมถึงญาติกว่า 10 ชีวิต ได้มายืนสังเกตการณ์ ดูหน้าผู้ต้องหา ด้วยความโกรธแค้น และร้องไห้เศร้าเสียใจ มีบางช่วงทางญาติๆ ได้ตะโกนด่าสาปแช่งผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุด้วยความโกรธแค้น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์เพราะวันเกิดเหตุบานปลาย

พายุฤดูร้อนถล่มอ.บัวใหญ่พัดหลังโรงเรียนหลุดทั้งแถม-อ.สีดาฟ้าผ่าควาย 3 ตัว

นครราชสีมา-พายุฤดูร้อนถล่มอ.บัวใหญ่พัดหลังคาโรงเรียน หลุดทั้งแถบ ส่วน อ.สีดา ป้ายล้มทับสายไฟแรงสูง หลังคาวัดดังพัง ฟ้าผ่าควายตาย 3 ตัว อ.ปักธงชัย บ้านพัง 31 หลัง

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 นายกฤษฏิ์  พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จ.) นครราชสีมา เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวานนี้ (26 เม.ย) เกิดเหตุวาตภัยหรือพายุฤดูร้อนทำให้มีฝนตกพร้อมลมกระโชกแรง โดยรับรายงานจากนางสาวชมนภัส  ฉัตรอุดมตะคุ ปลัดอาวุโสอำเภอบัวใหญ่ เมื่อเวลา 20.30 น. ฝนตกลมแรงได้พัดหลังคาโรงเรียนบ้านบุเสมาทอง ต.หนองแจ้งใหญ่ หลุดออกทั้งหลัง เบื้องต้นนายเดชฤทธิ์  ถิตย์ฉาย นายอำเภอบัวใหญ่ สั่งการให้ปลัดอำเภอและผู้นำชุมชนลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ซึ่งอาคารเกิดเหตุ มีอายุการใช้งานหลาย 10 ปี เป็นอาคารเรียนเก่าใช้งานเฉพาะด้านล่าง ช่วงนี้ปิดเทอมจึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

นายกฤษณธร  เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย รายงานความเสียหายเหตุวาตภัย เบื้องต้นมี 15 หมู่บ้าน 8 ตำบล 31 หลังคาเรือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้รับรายงานเพิ่มเติม พายุฤดูร้อนได้สร้างความเสียหายศาลารอบองค์พระ วัดพระปรางค์สีดา ต.สีดา อ.สีดา ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เทศบาลตำบล ทต.) สีดา ได้กั้นเขตอันตรายและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น โครงเหล็กป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ โครงการ Airways-Land ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ บริเวณบ้านดอยโก่ย หมู่ 10 ต.สีดา อ.สีดา ล้มทับพาดเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาด 115 Kv. ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้รับความเสียหาย อ.โนนแดง ฟ้าผ่าควายตาย 3 ตัว ที่บ้านหนองม่วง ต.โนนตาเถร อ.โนนแดง ขณะนี้ได้ประสานเกษตรกรเจ้าของควาย ให้ขอรับความช่วยเหลือแล้ว

“ชลชีวา” หวด 14 อันเดอร์แซงคว้าแชมป์ ”สิงห์-เอ็นเอสดีเอฟ พัทยา เลดีส์ โอเพ่น” ที่แหลมฉบัง

“ชลชีวา วงษรัศม์” หวดวันเดียว 10 อันเดอร์ แซงคว้าแชมป์ไปที่สกอร์รวม 14 อันเดอร์ รายการ “สิงห์-เอ็นเอสดีเอฟ พัทยา เลดีส์ โอเพ่น” ชิงเงินรางวัล 2 ล้านบาท ณ สนามแหลมฉบัง อินเตอร์เนชันแนล คันทรีคลับพาร์ 72 ระยะ 6,215 หลา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568
 
รายการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย และสนามแหลมฉบัง อินเตอร์เนชันแนล คันทรีคลับ เป็นการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ 3 วัน 54 หลุม รายการนี้เป็นสนามที่ 4 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายในการสะสมเงินรางวัล 40 อันดับแรก (เฉพาะนักกอล์ฟอาชีพ) ให้ได้สิทธิ์ไปแข่งขันที่ประเทศเวียดนาม ในเดือนพฤษภาคมนี้

เมื่อจบการแข่งขัน (25 เม.ย.) ปรากฏว่า ชลชีวา วงษรัศม์ วัย 18 ปีจากเชียงใหม่ หวดสมราคาแชมป์ทำเงินไทยแอลพีจีเอทัวร์ 2024 วันเดียว 10 อันเดอร์พาร์ 62 จาก 11 เบอร์ดี้ 1 โบกี้ โดยออกสตาร์ทในรอบหลุม 10 ก่อนด้วยการทำ 7 เบอร์ดี้กับอีก 2 พาร์ วนกลับมารอบเก้าหลุมแรก เก็บได้อีก 4 เบอร์ดี้เสีย 1 โบกี้ คว้าเงินรางวัลไป 260,000 บาท แม้จะเป็นการแข่งขันที่ใช้กฎพรีเฟอร์ไล แต่ก็เป็นการทำเรคคอร์ดให้ตัวเองเทียบเท่าทำได้ที่ออสเตรเลียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเป็นเรคคอร์ดให้สนามแข่งขันอีกด้วย

ชลชีวา วงษรัศม์ แชมป์ไทยแอลพีจีเอ สนามที่ 4 เปิดใจว่า “วันนี้จริงๆก็เล่นได้ตามแผนค่ะ ไปเรื่อยๆ แต่ที่ดีกว่าทุกวันก็คือพัตเตอร์ค่ะ พัตเตอร์เวิร์คดีมากๆเลยค่ะ จริงๆสองวันแรกพัตต์สะบัดปากค่อนข้างเยอะ คิดว่าน่าจะมาจากเรื่องน้ำหนัก วันนี้ก็พยายามเวิร์คเรื่องน้ำหนัก แล้วก็ดีขึ้นค่ะ เคยทำ 10 อันเดอร์วันเดียวเป็นสนามพาร์ 73 ที่ออสเตรเลียเมื่อต้นปีค่ะ รู้สึกดีมากๆค่ะที่วันนี้ทำ 10 อันเดอร์ เล่นสนุกมากๆได้เล่นกับพี่ปลาย(พัชรจุฑา)ด้วย เห็นพี่ปลายมาตั้งแต่หนูเด็กๆ ไอดอลหนูเลยค่ะ”

อันดับสองเป็นของ โปรนิ้ง-เนมิตรา จันต๊ะนาเขตร์ วัย 28 ปีจากพะเยา ที่จบด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสามวัน 12 อันเดอร์พาร์ 204 โดยโปรนิ้งคว้าแชมป์คัลเลอร์ทัวร์ จากสนามเทรชเชอร์ฮิลล์ และเพิ่งได้รองแชมป์จากไชน่าแอลพีจีเอ ทัวร์ จากจีนมาก่อนแข่งรายการนี้

ส่วนโปรฝ้าย-ชากัณฑ์สิม คำบอน วัย 25 ปี จากขอนแก่น ผู้นำรอบสอง ตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 73 จาก 3 เบอร์ดี้ 2 โบกี้ และ 1 ดับเบิ้ลโบกี้ สกอร์รวมเหลือ 10 อันเดอร์พาร์ 206 รั้งอันดับสามร่วมกับ พิมพ์นิภา ปานทอง จากนครสวรรค์ และบุษบากร สุขพันธ์ จากเชียงราย

รายการนี้มีนักกอล์ฟทำโฮลอินวันได้ที่หลุม 17 พาร์ 3 สองรายได้แก่ เดีย มาเฮนดร้า จากอินโดนีเซีย ใช้เหล็ก 8 หวดระยะ 138 หลา ในรอบแรก(23เม.ย.) และกรกนก สูงปานเขา โปรดาวรุ่งจากกาฬสินธุ์ ใช้เหล็ก 9 ตีที่ระยะ 153 หลา ในรอบสอง(24เม.ย.)รับรางวัลไปคนละ 10,000 บาท

สำหรับการแข่งขันรายการต่อไปจะเป็นแมตช์ “ฉางอัน โอเพ่น 2025”(Trang An Open) ซึ่งเป็นความร่วมมือของ ออลไทยแลนด์ กอล์ฟทัวร์ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี และสนามฉางอัน กอล์ฟ รีสอร์ท ประเทศเวียดนาม โดยจะจัดการแข่งขันระหว่างระหว่างวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2568 แบ่งออกเป็นการแข่งขันของนักกอล์ฟอาชีพชาย และนักกอล์ฟอาชีพหญิง ในส่วนของนักกอล์ฟอาชีพหญิง จะแบ่งเป็นการแข่งขัน พาร์ 3 สกินเกมส์ 18 หลุม ชิงเงินรางวัล 500,000 บาทในวันที่ 15 พ.ค. ส่วนวันที่ 16-18 พ.ค.เป็นรอบทัวร์นาเมนท์ แบบสโตรคเพลย์ 54 หลุม ชิงเงินรางวัลอีก 1.5 ล้านบาท

สรุปผลการแข่งขัน
1(-14)202 ชลชีวา วงษรัศม์ 69-71-62 เงินรางวัล 260,000 บาท
2(-12)204 เนมิตรา จันต๊ะนาเขตร์ 66-69-69 เงินรางงวัล 149,000 บาท
T3(-10)206 พิมพ์นิภา ปานทอง 67-69-70,บุษบากร สุขพันธ์ 70-66-70,ชากัณฑ์สิม คำบอน 67-66-73 เงินรางวัลคนละ บาท
T6(-9)207 อัญชิสา อุตมะ 67-72-68,ณัฐริกา เสนสาย 71-67-69 เงินรางวัลคนละ 71,600 บาท
T8(-8)208 ชลดา ชยณรรย์ 68-71-69,ชญานิษฐ์ หวังมหาพร 69-70-69 เงินรางวัลคนละ 57,600 บาท

3 แม่ลูกดับสลด รถพ่วงบรรทุกแป้งเสียหลักพุ่งชนแผงผลไม้ริมทาง 304

พ.ต.ท.อลงกรณ์ ภูขะมา พนักงานสอบสวน สภ.นาดี ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 26 เมษายน 2568 ว่ามีรถพ่วงชนรถยนต์เก๋งและแผงผลไม้ที่บริเวณริมถนนนสาย 304 บ้านทุ่งแฝก หมู่ที่ 3 มุ่งหน้ากบินทร์บุรี  ต.ทุ่งโพธิ์  อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย เสียชีวิต 3 ราย

หลังรับแจ้งได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ ริมถนนสาย 304  พบรถบรรทุกพ่วง อีซูซุ ทะเบียนตัวแม่นครราชสีมา ทะเบียนตัวพ่วงนครราชสีมา พลิกคว่ำหงายท้องตีลังกาอยู่ข้างถนน ที่บรรทุกแป้งมันมาเต็มคันรถจนทำให้แป้งมันกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ ทำให้คนที่มากับรถบรรทุกได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คน คือ นายจิระพงษ์ อายุ 45 ปี คนขับ น.ส.สุพัตรา อายุ 25 ปี ภรรยาคนขับ ด.ช.จิรภัทร อายุ 4 ขวบ และ ด.ช.จิรายุ อายุ 2 ขวบลูก

ใกล้กันพบรถยนต์เก๋งฮอนด้า สีเทา ทะเบียนเลย สภาพถูกชนที่กระโปรงหลังและด้านข้างขวาของรถพังเสียหาย ส่วนคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากลงจากส่งของก่อนที่จะถูกชน ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ทำการเคลียรพื้นที่   ยกถุงแป้งมันออกจากที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย เป็นแม่ค้าที่แผงขายผลไม้ คือ นางสาวอุษา อายุ 38 ปี ด.ช.ภูวดล อายุ 12 ขวบ และ ด.ช.พีรพัฒน์ อายุ 6 ขวบลูกชายเสียชีวิตคาที่เนื่องจากถูกถุงแป้งมันทับ

จากการสอบสวนทราบว่า รถบรรทุกได้บรรทุกแป้งมันมาจากนครราชสีมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์เก๋งคันที่ถูกชนจอดอยู่ข้างทางเพื่อส่งสินค้าให้แม่ค้าบริเวณแผงผลไม้ รถบรรทุกเห็นรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่จึงหักหลบรถเก๋ง ทำให้ท้ายรถบรรทุกสะบัดฟาดรถเก๋งและกวาดเข้าไปชนแผงขายผลไม้ ทำให้ถุงแป้งมันหล่นทับแม่ค้าที่แผงเสียชีวิตทั้ง 3 ราย

หากย้อนสถิติอุบัติเหตุ  ในถนนเส้นทางสายถนนสายสุวินทวงศ์ (นครราชสีมา – กบินทร์บุรี ) หรือ ถนนเสี่ยงอันตราย  สาย 304 ช่วงผ่านบนภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ดังกล่าว เกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง ครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้    คือ เมื่อวันที่ วันที่ 21 เม.ย.2568 อุบัติเหตุรถโดยสารประจำทาง ชนท้ายรถ 10 ล้อ และรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บกว่า 40 คน

วันที่ 26 ก.พ.2568 มีอุบัติเหตุรถทัวร์ดูงานจากเทศบาลพรเจริญ จ.บึงกาฬ พลิกคว่ำที่ทางลงเขาศาลปู่โทน จนมีผู้เสียชีวิต 20 คน

ปี 2567    วันที่ 29 มี.ค.2567 รถบัสคณะครูจากโรงเรียนเทพอุดมวิทยา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ชนรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ บริเวณหน้าศาลปู่โทน ถนนสาย 304 มีผู้บาดเจ็บ 13 คน

วันที่ 7 ก.พ.2567 รถบรรทุกยางก้อน เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลาง ชนรถกระบะที่วิ่งสวนทางมา บริเวณหน้าศาลปู่โทน ทำให้คนขับรถบรรทุกเสียชีวิต และผู้โดยสารในรถกระบะบาดเจ็บ 2 คน           

วันที่ 25 ก.พ.2566 รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ชนรถกระบะจนไฟลุกท่วม มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัส 3 คน

วันที่ 5 ม.ค.2566 รถบรรทุกพ่วงชนกันบนถนนสาย 304 ตรงข้ามศาลปู่โทน ไฟลุกท่วมรถมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน

ปี 2560   วันที่ 11 ม.ค.2560 รถพ่วง 22 ล้อเบรกแตกเสียหลักพุ่งชนรถหกล้อ

วันที่ 3 ก.พ.2560 รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ เบรกแตก ชนรถยนต์หลายคัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

วันที่ 9 มี.ค.2560 รถบัสโดยสารพานักเรียนจาก จ.ขอนแก่นไปทัศนศึกษา ตกลงเหวข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บ 44 คน

วันที่ 20 พ.ค.2560 รถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส ชนต้นไม้และเกิดเพลิงลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิต 5 คน

วันที่ 2 ต.ค.2560 รถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 3 คน    ปี 2559  วันที่ 28 มี.ค.2559 รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกน้ำตาล จาก จ.อุดรธานี เบรกแตกเฉี่ยวชนรถพ่วง รถกระบะ และรถสายตรวจ รวม 8 คัน มีผู้บาดเจ็บ 9 คน

วันที่ 20 มี.ค.2559 เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 5 คัน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

วันที่ 4 ก.ค.2559 รถพ่วง 22 ล้อ เบรกแตกชนรถคันอื่น 4 คัน มีผู้บาดเจ็บหลายคน

ปี 2558วันที่ 6 พ.ย.2558 รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เบรกแตกเสียหลักข้ามเลน ชนรถเก๋งและกระบะหลายคัน มีผู้เสียชีวิต 8 คน

ปี 2557วันที่ 28 ก.พ.2557 รถทัวร์ 2 ชั้น นำนักเรียนและครูจากโรงเรียนบ้านดงหลบใหม่สามัคคีวิทยา อ.ลำทะเมนชัยจ.นครราชสีมา ไปทัศนศึกษาที่หาดจอมเทียนพัทยา จ.ชลบุรี เบรกแตกเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บ 37 คน

วันที่ 2 ส.ค.2557 รถพ่วง 8 ล้อ เบรกแตกลงเขาโทน พุ่งชนรถที่วิ่งสวนมา 5 คัน มีผู้เสียชีวิต 4 คน ได้รับบาดเจ็บ 15 คน

สำหรับถนนสายสุวินทวงศ์ (นครราชสีมา – กบินทร์บุรี ) หรือ ถนนเสี่ยงอันตราย  สาย 304  ช่วงผ่านบนภูเขา ระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก  เป็นถนนที่มีช่วงขึ้นลงเขาปักธงชัย อุทยานแห่งชาติทับลาน กายภาพของเป็นลักษณะเขาโค้งไปมาคล้ายตัว S หลายจุด  มีความลาดชันสูง  ระยะทางผ่านบนภูเขาเป็นระยะทางไกล เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดนครราชสีมากับจังหวัดปราจีนบุรี   มักเกิดอุบัติเหตุรุนแรงสูญเสียทั้งชีวิตผู้คน สัตว์ป่า ทรัพย์ทุก ๆ ปี โดยเฉพาะกับรถโดยสารขนาดใหญ่และรถบรรทุก

ช่วงเขาโทน เกิดอุบัติเหตุแทบทุกวันจะมากหรือน้อย เพราะเป็นเส้นทางช่วงลงเขา ทางโค้ง โดยเฉพาะจากจุดผางามจะมีจุดจอดลงเวลาให้รถขนาดใหญ่ ลงเวลาเพื่อลดความเร็วเป็น 0 ให้ตรวจสภาพรถ ความพร้อมก่อนลงจากภูเขา   เมื่อลงมาแล้วจะเป็นเขาตลอดเวลาลงจะใช้ความเร็ว     ที่ผ่านมา แขวงทางหลวงวางมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทั้งการติดตั้งป้ายเตือนใช้เกียร์ต่ำ ติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ชะลอความเร็ว ออกแบบถนนเวียงรัตน์โค้ง และมีแนวแบริเออร์ป้องกัน                                         
แต่เดิมมีสภาพถนนแคบเดิมมี 2 เลน  และขยายเป็นถนน 6 เลน   โดย ครม.มีมติให้ก่อสร้างใช้งบประมาณในการป้องกันแก้ไขอุบัติเหตุหลายหมื่นล้านบาท      มีจุดจอดฉุกเฉินไว้เพื่อหยุดรถ มีการกำหนดความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่จุดอันตรายก็ยังเยอะมาก ช่วง 13 กม.มีจุดเสี่ยงลงเขาบริเวณเริ่มตั้งแต่ กม.208 ,209 ,210 จะเป็นทางลาดชันลงมา 5 กม.ก่อนถึงผางามที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จนต้องมีการทำจุดจอดฉุกเฉินรองรับสำหรับรถที่เอาไม่อยู่ แต่ก็ยังมีอุบัติเหตุอยู่อย่างต่อเนื่อง

ลิ้นจี่สด! จากพืชสวนเศรษฐกิจตัวใหม่-ยกเป็นสินค้าเกษตรสร้างรายได้หนองคาย

นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย นายสันติภาพ โทนหงส์สา เกษตรจังหวัดหนองคาย นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เยี่ยมชมสวนเกษตรของ นางบุญปอง เสนาคำ เกษตรกรที่บ้านสมสร้าง ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ซึ่งได้ทำการปลูกลิ้นจี่เต็มพื้นที่ขณะนี้สามารถเก็บผลผลิตออกสู่ตลาดได้แล้ว

นายสมภพ  กล่าวอีกว่า สวนลิ้นจี่ของนางบุญปองที่นี่ ได้ทำการเกษตรหลากหลาย จนมาพบพืชเศรษฐกิจอย่างลิ้นจี่ ได้ชิมแล้วรสชาติดี ผลใหญ่ จะมีการขยายผลให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและเกษตรกรในอำเภออื่น ๆ ให้เรียนรู้ การทำเกษตรอย่างจริงจังให้ได้คุณภาพ รับประกันได้ว่ารสชาติดี ผลใหญ่ ผู้ว่าฯการันตี

ขณะที่ นายสันติภาพ โทนหงส์สา เกษตรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ทำการส่งเสริมไม้ผลเศรษฐกิจคุณค่าสูง จ.หนองคาย โชคดีที่อยู่ติดแม่น้ำโขง มีการส่งเสริมการปลูกไม้ผล เช่น ทุเรียน กล้วยหอมทอง เงาะ มะพร้าว ในส่วนของลิ้นจี่ที่จังหวัดหนองคาย มีการปลูก 250 ไร่ เกษตรกรนำพันธุ์ลิ้นจี่จาก จ.นครพนม พันธุ์ นพ. มาปลูก ให้ผลผลิตดี พื้นที่เก็บผลผลิตได้ประมาณ 150 ไร่ ทิศทางการส่งเสริมสนับสนุน เกษตรกรหัวไวใจกล้า ลงทุนเอง จะช่วยดูแลด้านองค์ความรู้ให้ผลผลิตของเกษตรกรมีคุณภาพ มีรายได้

สำนักงานเกษตรกรจังหวัดหนองคายได้จัดทำแผนงานปี 2570 ไม้ผลคุณค่าสูงเป็นแผนของจังหวัดหนองคาย เพิ่มลิ้นจี่เป็นไม้ผลสร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดหนองคายเพื่อส่งเสริมให้มากขึ้น เล็งตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยอาศัยรถไฟความเร็วสูง เกษตรกรที่ยังไม่มั่นใจหรือไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกลิ้นจี่ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอได้ทุกแห่ง

ด้าน นางบุญปอง เสนาคำ เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ กล่าวว่า ได้ทำการเกษตรบนพื้นที่ 13 ไร่ ก่อนหน้านี้ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง รวมถึงพืชระยะสั้น เช่น พริก มะเขือ ยาสูบ เป็นต้น ปลูกมาเยอะมาก แต่เจอปัญหาราคาตกต่ำ ก่อนหน้านี้ได้ไปดูงานที่ จ.นครพนม เห็นว่าสวนที่ไปดูงานได้ผลผลิตดี จึงอยากลอง หันมาปลูกลิ้นจี่ ตั้งแต่ปี 2562 ซื้อต้นพันธุ์ลิ้นจี่มา 50 ต้น ปลูกไว้ 2-3 ปี ได้ผลผลิตดี ขายได้ จึงเพิ่มการปลูก ซื้อต้นพันธุ์มาลงเพิ่ม  ระยะแรกเกษตรกรไม่เห็นด้วยที่เปลี่ยนจากปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังที่เก็บขายได้ทุกปี หันมาปลูกลิ้นจี่ นาน 3-4 ปี ถึงจะเก็บผลผลิตได้

แต่เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าลิ้นจี่ประสบปัญหาจากสภาพอากาศร้อนจัด ไม่ออกดอกออกผลเลย ในช่วงนั้นได้ปลูกลิ้นจี่ ร่วมกับ ทุเรียน มะม่วง และฝรั่ง ซึ่งลิ้นจี่ดูแลง่ายกว่าทุเรียน ส่วนฝรั่งต้องใช้วิธีห่อทุกลูกกันแมลง จึงทุ่มให้ลิ้นจี่อย่างเดียว รื้อผลไม้ชนิดอื่น ลงลิ้นจี่อย่างเดียว จนตอนนี้มีต้นลิ้นจี่ในสวนทั้งหมด 308 ต้น รสชาติของลิ้นจี่ที่สวน เนื้อเยอะ เม็ดเล็ก หวานฉ่ำ ปีแรกเก็บผลผลิตลิ้นจี่ขายได้หมื่นกว่าบาท

แต่พอปีนี้เปิดสวนขายเพียง 2 วัน มีรายได้แล้วหมื่นกว่าบาท เก็บผลผลิตได้มากขึ้น เพราะต้นนึงจะเก็บได้ประมาณ 50 กิโลกรัม ขาย ก.ก.ละ 90 บาท ขายออนไลน์ด้วยที่เพจ ‘บุญปอง เสนาคำ’ หรือ โทร093-3206532 ติดต่อซื้อได้จนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ ก็จะเก็บผลผลิตหมดแล้ว

พยัคฆ์ไพรตรวจยึดคืนป่าถาวรเกาะช้าง 202 ไร่ หลังนายทุนรุกสร้างบ้าน-ต้นไม้หวงห้าม จ่อดำเนินคดี

พยัคฆ์ไพรลงเกาะช้าง ตรวจสอบ 4 จุด บุกรุกป่าถาวร 202 ไร่ พบเจ้าของทั้งคนไทยและต่างชาติ ขณะบินโดรนตรวจ พบ จุดใหม่กลางเขา ถางป่า สร้างบ้าน พบต้นไม้หวงห้าม เตรียมดำเนินคดี

นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมล้อม(ทส.) นำทีมเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย ชุดพยัคฆ์ไพร เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด อำเภอเกาะช้าง ตำรวจเกาะช้าง ตำรวจ ตชด. ทหารนาวิกโยธินตราด ป่าไม้จากกองกำกับการ 2 บก.ปทส. และตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมตรวจสอบการบุกรุกป่าถาวร 4 เป้าหมาย ที่บ้านคลองพร้าว ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด  โดยการตรวจสอบในครั้งนี้ได้แบ่งกำลังออกทั้งหมด 4 ชุด ตรวจสอบพร้อมทั้ง 4 เป้าหมาย เบื้องต้นทั้งหมดพบถางป่าในเขตป่าถาวร เพื่อปรับพื้นที่ปลูกทุเรียน ปาล์ม และมังคุด

นายชาญชัย กิจศักดาภาพ  กล่าวว่า  จุดแรกที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่วันนี้ พบมีการบุกรุกป่าใหม่เพื่อปลูกทุเรียนและปาล์มน้ำมัน รวมพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ จากการพิสูจน์ทราบพบผู้ครอบครอง 2 ราย รายหนึ่งเป็นคนในพื้นที่ และอีกรายเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบชื่อแล้ว และจะดำเนินการแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะช้างต่อไป

ขณะที่แปลงที่ 2 พบการบุกรุกป่าจำนวน 42 ไร่ แปลงที่ 3 พบบุกรุกป่า จำนวน 80 ไร่ และแปลงที่ 4 พบการบุกรุก จำนวน 10 ไร่  พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 202 ไร่ ที่ตรวจพบถือเป็น “ป่าไม้ถาวร” ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ อยู่ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาที่ดิน โดยจะใช้กฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ พ.ศ. 2484 ในการดำเนินคดี หากผู้ครอบครองไม่สามารถแสดงเอกสารสิทธิ์ได้ นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ยังมีการบุกรุกเพียงเล็กน้อยประมาณ 1-2 ไร่ และจะแจ้งไปยังอุทยานฯเกาะช้าง เข้าดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร  กล่าวต่อว่า การดำเนินการในครั้งนี้จะไม่เลือกปฏิบัติ และจะขยายผลต่อไปในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเน้นแปลงขนาดใหญ่เป็นลำดับแรก ส่วนแปลงขนาดเล็กจะให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบต่อไป หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีเช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว ระหว่างที่จนท.นำโดรนขึ้นสำรวจพื้นป่าเป้หมายที่ 1 พบว่า มีการถางป่ากลางฮุบเขา มีเครื่องจักร มีรถยนต์ ที่กำลังก่อสร้างบ้านอยู่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อเข้าตรวจสอบแล้ว พบไม่ม่ใครทำงานอยู่ รถยนต์ถูกนำออกจากพื้นที่แล้ว เหลือรถแบคโฮเล็ก 1 คัน และวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างอยู่พื้นที่จำนวนมาก ส่วนพื้นที่ก่อสร้างนั้น คาดว่าจะก่อสร้างเป็นพัก สภาพปัจจุบันก่อสร้างฐานรากและเสาบ้านแล้ว 

เพลงชาติไทยกระหึ่มสนาม! “ชิพ” นครินทร์ประเดิมแชมป์ “เอเชีย โร้ด” เรซแรก เปิดฤดูกาลสุดเดือด

ศึกสองล้อชิงเจ้าแห่งความเร็วทวีป “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง 2025” เปิดม่านสุดประทับใจ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เข้าป้ายอันดับหนึ่งของเอเชีย ผงาดคว้าชัยชนะรุ่นใหญ่ เพลงชาติไทยกระหึ่มสนาม

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 สนามแรก ดวลความเร็วเรซแรก วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 ท่ามกลางการติดตามจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วทั้งเอเชีย ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ไฮไลต์อยู่ที่การแข่งขันในรุ่นใหญ่ที่ของทวีปอย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) ที่รวมเอายอดนักบิดแถวหน้าไว้มากมาย โดยตำแหน่งโพลโพซิชั่นเป็นของ “ซัควาน ไซดี้” นักบิดมาเลเซียจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า เรซซิ่ง มาเลเซีย ขนาบข้างด้วยนักบิดไทยอย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 ได้แก่ ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ขณะที่ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดไทยอีกคนลงบิดร่วมกับสังกัดใหม่อย่าง เอวัน เอเนอร์จี้ บีเอ็มเบิลยู เริ่มเกมจากกริดที่ 7

เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม ภายใต้สถานการณ์ที่ยากแก่การตัดสินใจเลือกใช้ยาง เพราะสภาพแทร็กก้ำกึ่งระหว่างแห้งหรือเปียก หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักในรุ่นก่อนหน้านี้ โดยท้ายที่สุดนักบิดทุกคน ก็ลงแข่งขันด้วยยางสลิคสำหรับแทร็กแห้ง ซึ่งหลังออกตัวเป็น “ชิพ-นครินทร์” และ ซัควาน ไซดี้ ที่ไล่บดชิงตำแหน่งหัวแถว และมี ฮาฟิซ ซยาห์ริน เป็นตัวสอดแทรก ก่อนที่ ”แสตมป์-อภิวัฒน์” ที่ขยับขึ้นมาจากกริทดี่ 7 จะไต่ขึ้นมารวมกลุ่มนำได้อย่างรวดเร็ว

จุดเปลี่ยนของการแข่งขันเกิดขึ้นในช่วง 3 รอบสุดท้าย เมื่อ “ชิพ-นครินทร์” อาศัยความเร็วที่เหนือกว่า ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงและหนีการไล่ล่าของ ซัควาน ไซดี้ อย่างสุดมันส์ ก่อนจะบิดเข้าป้ายเป็นคันแรก ด้วยเวลารวม 16 นาที 06.372 วินาทีผงาดคว้าชัยชนะโฮมเรซไปครองอย่างยิ่งใหญ่ เหนือ ซัควาน ไซดี้ อันดับ 2 เพียง 0.241 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ฮาฟิซ ซยาห์ริน ที่เฉือน “แสตมป์-อภิวัฒน์” ที่หน้าเส้นชัยไปอย่างเฉียดฉิว

ส่วนการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) เจอฝนถล่มอย่างหนัก จนต้องลดจำรวนรอบลงเหลือ 8 รอบสนาม ท่ามกลางแทร็กที่ชุ่มไปด้วยน้ำ ชัยชนะตกเป็นของ “โมฮัมหมัด อะเดนันต้า พูตร้า” นักบิดอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ที่ทะยานจากกริดที่ 8 แซงรวดเดียว 7 คันในรอบแรก บิดเข้าป้ายในฐานะผู้นำด้วยเวลารวม 15 นาที 0.12 วินาทีเท่านั้น ตามด้วย แม็คคินลีย์ ไคล์ พาซ นักบิดฟิลิปปินส์จาก ฮง หลง ยามาฮ่า เรซซิ่ง ในอันดับ 2 ตามหลัง 0.421 วินาที และอันดับ 3 เป็นของ วาห์ยู นูโกรโฮ นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ตามหลัง 0.724 วินาที

ขณะที่นักบิดดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ออกตัวจากกริดที่ 4 มีโอกาสขยับขึ้นนำได้ ก่อนจะจบเรซในอันดับ 4 ตามหลังผู้ชนะเพียง 0.817 วินาทีเท่านั้น ด้าน “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม เข้าป้ายอันดับ 5 ตามหลัง 2.792 วินาที โดยมี “ไฮเป็ค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในอันดับ 11 ตามหลัง 18.633 วินาที

ด้านเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) เป็นเรซที่ต้องมาตัดสินชัยชนะกันถึงโค้งสุดท้าย เมื่อ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งชาวไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซึ่งได้ออกตัวจากโพลโชว์ความเร็วอย่างยอดเยี่ยม ไล่บดกับคู่แข่งอย่าง ฟาดิลลาห์ อาร์บี อะดิทาม่า ดาวรุ่งชาวอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม อย่างสุดมันส์ตลอดทั้งเรซ แต่น่าเสียดายที่พลาดล้มโค้งสุดท้าย ในจังหวะที่พยายามจะแซงเพื่อลุ้นชัยชนะ

ผลปรากฏว่าชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ ฟาดิลลาห์ อาร์บี อะดิทาม่า ด้วยเวลารวม 18 นาที 44.334 วินาที ส่วนอันดับ 2 เป็นของ คันดร้า เฮนมาวาน นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ตามหลัง 2.070 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ดาวิโน บริตานี ดาวรุ่งชาวอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 2.313 วินาที

ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 สนามแรกจะดวลความเร็วเรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน โดยจะเป็นเรซที่มีการขับเคี่ยวเข้มข้นสุดมันส์อย่างแน่นอน แฟนชาวไทยซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซด์ allticket หรือซื้อบัตรหน้างาน สามารถซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้างาน 2 จุด ที่ทางขึ้น Grand Stand ฝั่งทิศตะวันตก (Paddock B) และบริเวณโดมแก้ว

บัตร VIP 1,000 บาท/1 วัน และ 1,500 บาท/2 วัน บัตร GRANDSTAND 200 บาท/1 วันและ 300 บาท/2 วัน มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ บัตรชมการแข่งขันโมโตจีพี 2026 ในกิจกรรม “Chang Int’s Friend Pass” ไม่ว่าจะเป็นบัตร VIP โค้ง 12 และบัตร Paddock Pass + Official Guide Tour (Paddock Raffle) และบัตร PIT Lane Walk

รับชมถ่ายทอดสด ผ่านทางหน้าจอ PPTV HD 36 วันที่ 27 เม.ย. เริ่ม 13.55 – 16.30 น. หรือรับชมออนไลน์ทางเพจ PPTV Sports และ Chang Circuit Buriram และทางยูทูบ PPTV Sports

ไก่ดำ สัตว์เศรษฐกิจ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ขายได้ราคาดี สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนวัดประชาภิรมย์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เป็นอีกชุมชนที่ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพค้าขาย และจะมีเวลาว่างเป็นส่วนใหญ่ คือใช้ที่ดินที่ว่างเปล่าของบริเวณบ้านหรือหลังบ้าน ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ จะนำไปขาย เพื่อจะได้มีรายได้เสริมเพิ่มให้ครอบครัว ปัจจุบัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนวัดประชาภิรมย์ ได้มีสมาชิก 14 คนได้รับพระราชทานไก่ดำและไก่ประดู่หางดำมาขยายพันธุ์จนสำเร็จ จึงมีแผนขยายพื้นที่ทำสถานที่โรงเรือนเลี้ยงไก่ดำและไก่ประดู่หางดำ ให้ชาวจังหวัดนราธิวาสและใกล้เคียง สามารถมาซื้อทั้งเป็นตัวไปประกอบอาหาร หรือซื้อนำไปเลี้ยง ขยายพันธุ์ เพื่อจำหน่ายได้

ด้าน นางประนอม คำจุ่น โฆษกชาวบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เครือข่ายการขับเคลื่อนงาน ฯ จึงเห็นความตั้งใจในกลุ่มชุมชนวิสาหกิจนี้จึงนำเสนอไปยัง กองภาคประชาสังคม ศูนย์สันติวิธี โดย พ.ท.หญิง บุษบา ภาระหอม หน.ชุดประสานงานประจำ จว.น.ธ.กภส.ศสว.ฯ, เรือเอกชาญณรงค์  จิตต์สามารถ  รองหัวหน้ากลุ่มงานมวลชน กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส และได้รับพระราชทาน ไก่ดำ และไก่ประดู่หางดำ จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ ให้กับ นายนักรบ นครสุต สมาชิกชุมชนวัดประชาภิรมย์ จำนวน 60ตัว จนปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและมีแผนขยายพื้นที่ในการเลี้ยงเพิ่มเติม

วิธีการเลี้ยงไก่ดำ ไก่ประดู่หางดำ พันธุ์พระราชทานฯ สามารถดูแลเลี้ยงแบบง่ายๆ เหมือนไก่ทั่วไป แต่ ต้องเลี้ยงในเรือนไก่ ที่มีอากาศถ่ายเท ช่วงระยะฟักเป็นตัวไก่ จนถึงอายุ 3 เดือนควรที่ต้องเลี้ยงไก่แบบกางมุ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ หรือยุงกัดได้ เพราะเมื่อไก่เกิดเป็นแผล จะทำให้แผลติดเชื้อส่งผลให้เป็นโรคฝีดาษไก่ได้ การดูแลความสะอาดในคอกก็โรยด้วยขี้เลื้อย หรือแกรบให้ไก่ได้ขับถ่ายบนขี้เลื้อยหรือแกรบ เราจะได้ประโยชน์ก็คือทำความสะอาดง่ายและสามารถนำขี้ไก่ทำเป็นปุ๋ยขี้ไก่ไปใส่ต้นไม้ เป็นการประหยัด และขี้ไก่ถ้าเอาไปใส่ต้นไม้จะให้ผลมากกว่าใบ

สำหรับไก่ดำโตเต็มที่ขายอายุ 6-8 เดือน ช่วงนี้ รสชาติเนื้อไก่กำลังดี อร่อยบ้านเราจะนำไป ทำไก่ตุ๋น แต่ส่วนมากคนจีน นิยมจะนำไปทำตุ๋นยาจีน บำรุงสุขภาพ บ้างประกอบพิธีไหว้ราหูและพิธีต่างๆ ตามความเชื่อ ยิ่งกระดูกไก่ดำก็ยิ่งมีราคาค่อนข้างสูง ราคาเป็นหมื่น ซึ่งจะต่างจากไก่ดำสดเป็นตัวหลายเท่าราคาไก่ดำเป็นตัว ราคาเริ่มต้นประมาณ 350-500 บาทต่อกิโลกรัม แต่ก็ต้องแล้วแต่ เพราะถ้าช่วงเทศกาล “ไก่ดำ”จะได้ราคาสูงเพิ่มยิ่งขึ้น รู้อย่างนี้ เราน่าจะมาเลี้ยงไก่ดำกันบ้างดีกว่า
 

นาย นักรบ นครสุต ประธานวิสาหกิจชุมชนวัดประชาภิรมย์ เล่าว่า ตนเป็นประธานวิสาหกิจชุมชน จดทะเบียนมา 3 ปี ตอนแรกเราก็ดำเนินการเกี่ยวกับพืชผักสวนครัว พอปีที่ผ่านมาเราก็ได้รับไก่ดำ ไก่ประดู่ดำ จาก โครงการของสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งได้รับจากหน่วย สันติวิธีฯ กองทัพภาค4 ได้ประสานทางโฆษกชาวบ้าน มอบมาให้กับกลุ่ม 60 ตัวและได้มาแจกจ่ายให้สมาชิกเพื่อไปขยายพันธุ์ คนละ6 ตัว จนได้เลี้ยงกันมาอายุประมาณ 6 เดือนถึงจะเริ่มไข่ การเลี้ยงไก่ดำและไก่ประดู่หางดำนี้เลี้ยงไม่ยาก แค่ดูแลในเรื่องของอาหาร และก็ความสะอาดในคอก ไก่ก็เป็นไก่ดำสายพันธุ์ไก่ดำภูพาน ส่วนไก่ประดู่หางดำก็จะเป็นสายพันทางภาคเหนือ “ไข่ดก”มาก แม่ไก่จะออกไข่ต่อ1 รอบประมาณ 25 ฟองต่อตัว ถึงจะขึ้นฝัก

ที่นี้เราจะปล่อยให้แม่ไก่ฝักทั้งหมด ก็ไม่ไหว ก็เลยทำคู่ฝักขึ้นมาเองเพื่อการฝักมีประสิทธิภาพมากขึ้น และได้มีการจำหน่ายบางส่วนออกไป แต่ไก่ดำ เราจะไม่จำหน่ายก่อนเพราะเราต้องการที่จะกระจายขยายพันธุ์ ให้กับสมาชิกได้เลี้ยง ให้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ซึ่งแนวคิดต่อไปคืออยากจำหน่ายเป็นลูกไก่ดำ  ขายเนื้อไก่ดำ เพราะว่า ราคาค่อนข้างดี และก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐฯที่ช่วยสนับสนุน กับโครงการดีๆ โอกาสดีที่เราสามารถสืบทอดวิถีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 และนำไปต่อยอด สร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป

ถ้าใครสนใจสามารถติดต่อหรือมาดูได้ที่วิสาหกิจชุมชนวัดประชาภิรมย์ ถนนประชาภิรมย์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โทร.064-025-9247 คุณ นักรบ นครสุต ประธานวิสาหกิจชุมชนวัดประชาภิรมย์

โดย… แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ/ นราธิวาส

“จันทบุรี สรวงสวรรค์แห่งผลไม้เมืองร้อน”กระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสู่สากล

จัดยิ่งใหญ่ 1 – 5 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลจันทบุรี ระดมผลผลิต ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร โชว์เสน่ห์ จันทบุรีสรวงสวรรค์แห่งผลไม้เมืองร้อน แหล่งเที่ยวเชิงเกษตรคุณภาพ พร้อมจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้า GI แก่ผู้สนใจ เผยต่อยอดศักยภาพการส่งออกภายใต้แนวทางจากท้องถิ่น สู่สากล อย่างเป็นรูปธรรมให้กับผลผลิตภาคการเกษตร จังหวัดจันทบุรี

นายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายธัญสิทธิ์ ชาติวิริยะพงษ์ เกษตรจังหวัดจันทบุรี นายอุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี และ นายภูมิพัฒน์ ตั้งเจริญสิริ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และตัวแทนชมรม สมาคมต่างๆ ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “จันทบุรี สรวงสวรรค์แห่งผลไม้เมืองร้อน” (Chanthaburi Paradise of Tropical Fruit 2025) ในโครงการขยายช่องทางการตลาดและการส่งออกสินค้าเกษตรสู่สากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในระหว่างวันที่ 1 – 5 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลจันทบุรี

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ที่มีคุณภาพมาตรฐาน สินค้า OTOP สินค้า GI  ตลอดถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสียงและภูมิปัญญาท้องถิ่นของเกษตรกรที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดจันทบุรี พร้อมทั้งเป็นเวทีเผยแพร่องค์ความรู้เทคโนโลยีการเกษตรการแปรรูป และนวัตกรรมเกษตรสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร สมุนไพร และสินค้าเกษตรแปรรูป นวัตกรรมของจังหวัดจันทบุรี รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

“เป็นงานที่ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกร และผู้ประกอบการนำสินค้าชุมชนออกสู่ตลาด เพื่อยกระดับเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย เช่น การประกวดผลไม้ และจัดนิทรรศการผลไม้เมืองร้อนเพื่อเผยแพร่ จุดเด่นด้านการเกษตรของจังหวัดจันทบุรี ตลอดจนการจำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ทั้งเป็นเวทีเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค รวมถึงเครือข่ายการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การประกวดและแข่งขันตอบปัญหาทางการเกษตร การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดจันทบุรี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดจันทบุรี  สถาบันการศึกษาในจังหวัดจันทบุรี สมาคมต่าง ๆ  และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดงานครั้งนี้”นายวิสุทธิ์  ประกอบความดี กล่าว

งาน “จันทบุรี สรวงสวรรค์แห่งผลไม้เมืองร้อน” (Chanthaburi Paradise of Tropical Fruit 2025) มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายการเกษตรที่ยั่งยืน โดยเชื่อมโยงในทุกๆ กระบวนการที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกร หรือผู้ที่มีความสนใจทำการเกษตร ที่ต้องการพัฒนาองค์ความรู้ โดยแบ่งเป็น 3 โซน ครอบคลุมทุกพื้นที่ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เริ่มจาก โซนต้นน้ำ จะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร นวัตกรรมการแปรรูปที่เหมาะสมและทันสมัยทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวจากหลากหลายหน่วยงาน

โซนกลางน้ำ เป็นการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพ ทั้งในรูปแบบผลสดและแปรรูป จากเกษตรกร Smart Farmer และ Young Smart Famer วิสาหกิจชุมชน แม่บ้านเกษตรกร แปลงใหญ่ และกลุ่มเกษตรกรอื่น ๆ ในจังหวัดจันทบุรี อีกทั้งนิทรรศการทุเรียน GI ทุเรียนที่มีลักษณะเฉพาะตามอัตลักษณ์พื้นถิ่นในท้องที่นั้น ๆ และ โซนปลายน้ำ คือ กิจกรรมการประกวด การแข่งขันทางการเกษตร การจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ การเจรจาธุรกิจกิจการเกษตรระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร จังหวัดจันทบุรี

 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมความสนุกและบันเทิง ที่สอดแทรกความรู้ด้านการเกษตรอีกมากมาย เช่น การประกวดผลไม้เมืองร้อน จำนวน 6 ชนิด (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง กล้วยไข่ สละ) การประกวดการจัดนิทรรศการผลไม้เมืองร้อนจาก 10 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ภายใต้แนวคิดที่แตกต่างตามลักษณะพื้นที่ของแต่ละอำเภอ การแข่งขันส้มตำผลไม้ลีลา การประกวดประเภทอาหารคาวและหวานจากผลไม้ การแข่งขันช่างซ่อม Smart Farm การแข่งขันจัดกระเช้าผลไม้ การแข่งขันกินผลไม้ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ จันทบุรีได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งผลิตผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญของประเทศ การจัดงานในปี 2568 นีจึงถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และต่อยอดศักยภาพการส่งออกภายใต้แนวทาง “จากท้องถิ่นสู่สากล” อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยยกระดับศักยภาพการผลิต การแปรรูป เป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตร และศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง อย่างมีคุณภาพได้มาตรฐานปลอดภัยอย่างยั่งยืน ที่สามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีคุณภาพ  พร้อมทั้งเป็นการเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปด้านการเกษตรทั้งระบบ ให้เป็นผลผลิตที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมของพื้นที่

SLR ผนึก สภาเอสเอ็มอี เปิดแพลตฟอร์มฯด้วยมือถือเครื่องเดียวสร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ สู่สร้างชาติ

“Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ” โดย Social Life Republic (SLR) จับมือ สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ภายใต้แนวคิด “การสร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ สู่การสร้างชาติ ด้วยมือถือเครื่องเดียว” เพื่อสร้างความรู้ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในยุคดิจิทัล

นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี)เป็นประธานเปิดตัว แพลตฟอร์ม “SLR – Social Life Republic” โดยมีนายสุธรรม ศรีเมฆานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท Social Life Republic นายกระทรวง จารุศิระ ประธานที่ปรึกษาโครงการฯนายทอม เครือโสภณ ประธานที่ปรึกษาพิเศษ ให้ข้อมูลและกล่าวถึงเจตนารมณ์ของโครงการ ณ SF World Cinema ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิร์ด

นายสุธรรม กล่าวว่าเจตนารมณ์ของโครงการฯ จะให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้และลงมือทำจริง ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากหลายวงการ ผู้มีชื่อเสียง ทั้งด้านคอนเทนต์ การตลาด การขายออนไลน์ รวมถึงการสร้างตัวตนในโลกดิจิทัล เพื่อให้สามารถพัฒนาทักษะและต่อยอดไปสู่รายได้ที่มั่นคง ทั้งนี้จากข้อมูลจากหลายสำนักวิจัยระดับโลกระบุว่า แม้ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกจะเติบโตสูง โดยคาดว่ามูลค่ารวมจะสูงถึง 7.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 แต่ประเทศไทยยังมีอัตราการเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่เรามี จึงสะท้อนถึงโอกาสที่ยังเปิดกว้างในการผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ตลาดดิจิทัล

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของภาคธุรกิจยังแสดงให้เห็นว่า งบการตลาดที่เคยเน้นการสร้างแบรนด์ (Brand Awareness) กำลังเปลี่ยนทิศทางสู่การลงทุนที่สามารถวัดผลยอดขายได้โดยตรง (Conversion-Based Marketing) โดยเฉพาะในปี 2025 ที่งบการตลาดเฉพาะสำหรับ Influencer Marketing ลดลงจาก 85.8% ในปี 2024 เหลือ 75.6% และสัดส่วนงบขนาดกลางระหว่าง 10–15% กลายเป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด (14.4%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่วัดได้มากขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่มีศักยภาพกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาด

SLR จึงสร้างสรรค์ โครงการที่เชื่อว่าจะ “สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ สู่การสร้างชาติ” ภายใต้ชื่อโครงการ THAILAND Live for LIFE ถือเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์แนวโน้มใหม่โดยให้คนธรรมดาสามารถสร้างรายได้ได้จริงจากมือถือเครื่องเดียว ไม่ใช่แค่สร้างภาพลักษณ์ แต่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดย SLR จะทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้เรียนเข้ากับผู้ผลิตสินค้าและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายผ่านระบบออนไลน์ พร้อมช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงและยั่งยืน แพลตฟอร์มนี้จะให้ความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนนำเอาองค์ความรู้การใช้มือถือ สร้างรายได้ โดยร่วมกับพันธมิตรสินค้าที่มีคุณภาพ และครีเอเตอร์ที่มีความชำนาญ ในทุกอาชีพมาสอนเพื่อการสร้างรายได้ด้วยตัวเองจากมือถือเครื่องเดียว ซึ่งเปิดรับคนทุกเพศทุกวัยฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และเราจะทำไปจนถึงการแข่งขัน มีรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ เอาสินค้าที่เหมาะกับตัวเองมาสร้างงานสร้างอาชีพ ซึ่งคือแนว Affiliate Marketing กลยุทธ์ทางการตลาดที่ลงทุนไม่มาก แต่ได้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ โดยอาศัยตัวแทน นายหน้า เพื่อโฆษณาสินค้าและบริการ ทั้งนี้การทำ Affiliate Marketing เป็นกลยุทธ์ที่สร้างประโยชน์ให้ทั้งแบรนด์และนายหน้า

นายสุปรีย์ กล่าวว่า ในส่วนของสภาฯ เรามี เอสเอ็มอี ประมาณ 3 ล้านกว่ารายที่ต้องการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน เนื่องจากสภาฯทำหน้าที่ติดต่อหน่วยงานภาครัฐ จัดหาแหล่งเงินทุน ต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซีงโครงการSLR คือการสร้างระบบนิเวศน์ของเอสเอ็มอี จะเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เอสเอ็มอี มี กลุ่มผู้ผลิตสินค้า ผู้ขาย ผู้ส่งออก ดังนั้นการที่แพลตฟอร์มนำองค์ความรู้ ด้านโซเชียลรีพับลิค มาเติมเต็ม ถือเป็นสิ่งที่เอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดย่อมมีความต้องการ เพราะเราคงไม่สามารถใช้การช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่การช่วยเหลือจากภาคเอกชนทุกรายจะทำให้เรามีความแข็งแรงขึ้น

พร้อมระบุว่าสภาฯมีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ ผลิตสินค้าเกษตรแปรรูป และอื่นๆ มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งต้องมองหาว่าใครจะขาย และที่ผ่านมาได้ผลักดัน เข้าในมาเก็ตเพลสต่างๆ แต่ในที่สุดพอมีเทคโนโลยีเข้ามา การจะเป็นคนผลิตและคนขาย ด้วยตัวเองมีความหมายมาก ผู้ขายต้องยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ และสิ่งที่เรามีคือสินค้า มีกำลังคน ดังนั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆอาจจะช่วยเหลือกันเองได้ จะทำให้เราเติบโตได้เร็ว แพลตฟอร์มที่ให้ความรู้นี้ จะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็สามารถช่วยเหลือ เอสเอ็มอีในกลุ่มเดียวกัน และช่วยสร้างคนขายหน้าใหม่ๆในอนาคต การที่ภาคเอกชนช่วยเหลือกันแบบนี้คือสิ่งที่เอสเอ็มอีต้องการ เพื่อความแข็งแกร่งและเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

นายกระทรวง จารุศิระ ประธานที่ปรึกษาโครงการฯและเป็นประธานจัดงาน เปิดเผยว่า เชื่อว่าทุกคนอยากมีรายได้จากอาชีพเสริม แต่อาจต้องมีค่าใช้จ่ายมหาศาลกับการไปเรียนรู้ เช่นค่าสมาชิก หรืออาจต้องสต็อกสินค้า ซึ่งเราทำโครงการฯนี้ขึ้นมาเพื่อสอนความรู้เกี่ยวกับการขายของให้กับทุกคนที่เข้าฟรี เพียงมาช่วยกันขายของ ขายได้ เอากำไรไปเลย คือการ สร้างอีโคซิสเต็ม นำระบบออนไลน์ มารวมกัน สินค้าที่เรามีอยู่แล้วจากเอสเอ็มอี หรืออื่นๆ เราลองมาขายดู เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ จะอายุเท่าไหร่ก็มีสกิลในการขายของ และแพลตฟอร์มจะทำหน้าที่ช่วยสอน ช่วยขาย และช่วยซื้อ จะเป็นโครงการช่วยประชาชนในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

นายศตวรรษ เศรษฐกร ดารานักแสดง มาร่วมเปิดเผยประสบการณ์การใช้มือถือสร้างรายได้ว่า เคยชอบทำของขาย แต่ขายไม่เป็นและมีความอีโก้ ไม่ยอมใช้สื่อโซเชียลสุดท้ายเงินลงทุนมันหาย เกิดความรู้สึกไม่อยากทำแล้ว แต่กลับมามองเห็นคนอื่นทำเหมือนเราแต่ทำไมเขาขายได้ จึงได้คำตอบว่าเราต้องเรียนรู้ และแพลตฟอร์มนี้จะมีคนมีความสามารถมาให้ความรู้ ซึ่ง เราไม่เสียอะไรเลยมีมือถือและหัวใจที่พร้อมมาเรียนรู้เท่านั้น และตรงกับประเด็น ที่ว่า ประเทศไทยต้องรอด เพราะประเทศจะรอดไม่ได้ถ้าประชาชนไม่รอด “พอมีลูกผมก็เริ่มปรับด้านธุรกิจ ผมเชื่อว่าไม่มีใครทำงานอย่างเดียวผมเริ่มทำในติ๊กต๊อกเมื่อสองสัปดาห์นี่เองภรรยาผมบอกมาสองปีแล้วแต่ไม่ทำ เพราะอีโก้และเคยอกหักมาก่อนเลยไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ แต่คราวนี้จะนำประสบการณ์มาเล่าว่าทำไมและจะลองอีกสักครั้ง ใช้มือถือของเราเองให้โอกาสกับตัวเองครับ”

แพลตฟอร์ม “SLR – Social Life Republic” เปิดรับผู้สนใจทุกกลุ่ม ไม่จำกัดเพศ อายุ หรือประสบการณ์ ผู้เข้าร่วมจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย “โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” ได้แก่

-คอร์สเรียนออนไลน์ฟรีมากกว่า 200 รายวิชา ครอบคลุมทุกระดับ

-กิจกรรมเวิร์กชอปถ่ายทอดสดจากผู้เชี่ยวชาญ

– พื้นที่แสดงผลงานและหน้าร้านออนไลน์

– การจับคู่โอกาสทางธุรกิจกับพาร์ทเนอร์จริง

– การสนับสนุนด้านคอนเทนต์และการตลาด

– สิทธิ์เข้าร่วมในชุมชนผู้ประกอบการรุ่นใหม่

โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คน ภายในระยะเวลา 1 ปีแรกเริ่มเรียนรู้และสร้างอาชีพได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมโครงการ ได้ที่ : www.socialliferepublic.com

หรือ Line Official: @socialliferepublic “สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ สู่การสร้างชาติ ด้วยมือถือเครื่องเดียว”#SocialLifeRepublic #THAILANDLIVEforLIFE #ประเทศไทยต้องไปต่อ #SLRPlatform #สอนสร้างรายได้ออนไลน์