“เดอะ คอฟฟี่ เฮ้าส์ บาย ดอยตุง”จากดอยสูงสู่”วัน แบงค็อก”กลางกรุง

“The Coffee House by DoiTung” ที่สุดของร้านกาแฟสายพันธุ์พิเศษสัญชาติไทย จากแหล่งสร้างความยั่งยืนบนดอย…สู่โครงการแลนด์มาร์คระดับประเทศ “One Bangkok”

ภายใต้พื้นที่พัฒนาที่สร้างความยั่งยืนให้คนบนดอยสูง กลายเป็นแหล่งกำเนิดกาแฟสายพันธุ์พิเศษที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและจิตวิญญาณของผู้คน กาแฟดอยตุงได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากไร่สู่แก้วกาแฟในเมืองหลวง สู่การเป็นส่วนหนึ่งของแลนด์มาร์คระดับประเทศ ณ โครงการ One Bangkok (วัน แบงค็อก) พร้อมเปิดประสบการณ์เหนือระดับผ่าน The Coffee House by DoiTung (เดอะ คอฟฟี่ เฮ้าส์ บาย ดอยตุง) คาเฟ่กาแฟสเปเชียลตี้ฝีมือคนไทย ตอกย้ำความสำเร็จของกาแฟไทยบนเวทีโลก

จากจุดเริ่มต้น เมื่อครั้งที่ดอยตุงเคยเผชิญกับปัญหาการปลูกฝิ่น จนได้พลิกฟื้นผืนป่ากลายมาเป็นแหล่งปลูกกาแฟ
ชั้นเลิศในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย ภายใต้การดำเนินงานของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มุ่งเน้นงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้คนในชุมชนแทนการทำสิ่งที่ผิดกฎหมายจากความไม่รู้และขาดโอกาสภายใต้ปรัชญา “คนอยู่กับป่า ป่าอยู่กับคน” ทำให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการฟื้นฟูจนกลายเป็นไร่กาแฟอาราบิก้า 100% ที่อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ควบคู่ไปกับการปลูกป่า เพื่อส่งเสริมเรื่องการปลูกกาแฟคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

โดยโครงการฯ ส่งเสริมและรับซื้อกาแฟจากเกษตรกรจะทำหน้าที่ในการส่งเสริมการทำเกษตรประณีตที่ต้องอาศัยความใส่ใจในการดูแลผลผลิตมากกว่าการปลูกทั่วไป ก่อนจะรับซื้อกาแฟที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการฯ ที่ต้องการพัฒนาเกษตรกรในชุมชนให้สามารถยืนได้อย่างยั่งยืนด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงการในที่สุด ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของมูลนิธิอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ จุดแข็งของกาแฟดอยตุงที่ได้รับการยอมรับในตลาดมาโดยตลอด คือการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตลอดกระบวนการผลิต ทุกเมล็ดกาแฟสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ว่ามาจากครัวเรือนไหน ขายให้เมื่อใด และคุณภาพของผลผลิตเป็นอย่างไร ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกแก้วที่ถึงมือลูกค้าคือกาแฟเกรด A ทำ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาและวิจัยสายพันธุ์กาแฟ กระบวนการแปรรูป และมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในความภาคภูมิใจคือ กาแฟสายพันธุ์กาโย (GAYO) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสเปเชียลตี้เกรด และยังมีสายพันธุ์อื่น ๆ อาทิ คาทูร่า (Caturra) และเบอร์บอน (Bourbon) ที่ล้วนผ่านกระบวนการปลูกและคัดสรรอย่างพิถีพิถัน จนได้รับการยอมรับจากนักชิมกาแฟมืออาชีพและเคยคว้ารางวัล Cup of Excellence ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่ให้การยกย่องเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟคุณภาพเยี่ยม ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ดอยตุงและเกษตรกรในพื้นที่แม้แต่กาแฟที่ผลิตในระดับแมสของดอยตุง ก็ยังมีคุณภาพเทียบเท่ากับกาแฟสเปเชียลตี้เกรดทั้งหมดเช่นกัน

นอกจากนี้ กาแฟดอยตุงยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศพัฒนาธุรกิจกาแฟโดยคำนึงถึงความยั่งยืน และการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร อาทิ Mi Cafeto,  KALDI, MUJI, มหาวิทยาลัยโตเกียว, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ เป็นต้น เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีโอกาสเข้าถึงตลาดใหม่ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการปลูกและแปรรูปกาแฟมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันดอยตุงยังให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย

และล่าสุดถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ เมื่อดอยตุงในฐานะแบรนด์กาแฟสัญชาติไทยได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ One Bangkok ไอคอนิคของประเทศไทย ผ่าน คาเฟ่หรูที่นำเสนอกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย ภายใต้ชื่อ The Coffee House by DoiTung บอกเล่าเรื่องราวจากดอยสูงสู่กาแฟแก้วพิเศษ ผ่านรสชาติของกาแฟสายพันธุ์พิเศษที่เริ่มต้นจากแหล่งเพาะปลูกที่ดีและการจัดการแปลงที่เป็นระบบ คัดสรรสายพันธุ์กาแฟสเปเชียลตี้หลากหลายสายพันธุ์ และควบคุมกระบวนการคั่วบดโดยผู้เชี่ยวชาญ และได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับสากล การันตีด้วยรางวัล Cup of Excellence และการยอมรับในตลาดญี่ปุ่น รวมถึงกาแฟสเปเชียลตี้ 4 สายพันธุ์ใหม่ ที่ทุ่มเทพัฒนากว่า 3 ปี เพื่อให้ได้รสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมชงอย่างพิถีพิถันโดยบาริสต้าที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี รังสรรค์ออกมาเป็นเมนูมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดริป DoiTung Specialty Drip Coffee อาทิ Typica (Dry/Natural Process) การันตีด้วยรางวัล ICP และ SEAGCC และ Gesha (Washed Process) ที่มาพร้อม Taste Note ที่โดดเด่น หรือจะเป็น Signature Drinks อาทิ Espresso Honey Tonic, Tiramisu Latte, Biscoff Latte และ Standard Coffee Menu ที่สามารถเลือกเมล็ดกาแฟได้ถึง 3 แบบ ทั้ง House Blend และ Seasonal Blend และสำหรับคนที่ไม่ใช่คอกาแฟนอกจากพระเอกของร้านคือกาแฟดอยตุง คาเฟ่ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ ให้ลองมากมาย อาทิ Pink Coconut Matcha, Chocolate เป็นต้น พร้อมยังมีอาหารและขนมรสชาติเลิศให้สั่งมาทานคู่กับเครื่องดื่มอีกด้วย ท่ามกลางบรรยากาศภายในร้านสุดคลาสสิกของอินทีเรียดีไซน์สไตล์ยุโรเปียนคาเฟ่ ทำให้ผ่อนคลายทุกช่วงเวลา เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟชิลๆ หรือนั่งทำงาน รวมทั้งมี Private Zone สำหรับการพบปะสังสรรค์หรือการประชุมแบบกึ่งทางการ พร้อมโซน Slow Bar ให้พูดคุยกับบาริสต้าเรียนรู้เรื่องราวการเดินทางของกาแฟดอยตุงได้ทั้งวัน    

สัมผัสสุดยอดรสชาติแห่งความยั่งยืน สนับสนุนชุมชน พร้อมๆ ไปกับรับประสบการณ์เหนือระดับที่ The Coffee House by DoiTung ที่สุดของร้านกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย ได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น 3 ตึก Parade โครงการ One Bangkok เปิดทุกวัน 10:00 – 21:00 น. หรือติดตามได้ที่ IG: thecoffeehouse.doitung

เปิดตัว Dentopia Bangkok คลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียม ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย

Dentopia Dentalligence Clinic คลินิกทันตกรรมชั้นนำ ที่รังสรรค์บริการทางทันตกรรมด้านต่าง ๆ ให้ผู้ป่วยด้วยมาตรฐานสูงระดับโรงพยาบาล โดยมีการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีดิจิตอลขั้นสูงในการให้บริการในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านรากฟันเทียม, จัดฟันใส, Smile Design และ Dental Spa, การฟอกสีฟัน, และทันตกรรมพื้นฐานเช่นการอุดฟัน รักษารากฟัน เป็นต้น ดังนั้น Dentopia Bangkok พร้อมมอบประสบการณ์ในการทำฟันให้กับผู้ป่วยที่แตกต่าง นอกจากนี้บรรยากาศในคลินิกยังโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชัน เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ศาสตราจารย์ทันตแพทย์ ดร.อาทิพันธุ์ พิมพ์ขาวขำ ประธานกรรมการบริษัท เด็นโทเปีย จำกัด เปิดเผยว่า คลินิก Dentopia Dentalligence เปิดตัวด้วยแนวคิดที่ต้องการเป็นคลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียม ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการการรักษาที่มีคุณภาพสูง มีการนำเทคโนโลยีดิจิตอลขั้นสูงมาให้บริการ ในด้านการบริการรักษา อาจารย์ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูการใช้งานสำหรับฟันที่หายไปด้วยรากฟันเทียมที่อาจารย์เชี่ยวชาญและมีงานวิจัยรองรับมากมาย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการบดเคี้ยว การกลืน การพูด และยังมีความสวยงามด้วย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการวางแผนรักษา เช่น 3D Scan, CT scan, Face scan และ Digital Smile Design (DSD) เป็นต้น และยังมีการใช้ระบบ AI ในการวิเคราะห์และออกแบบการรักษาร่วมกับการใช้ระบบการผ่าตัดนำทาง ที่จะทำให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และมีความแม่นยำสูง ในด้านวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในคลินิก อาจารย์จะเลือกวัสดุอุปกรณ์ ที่เป็นระดับมาตรฐานสากล

เช่น CAD/CAM scan, Laser Dentistry หรือ Navigation System เป็นต้น ในด้านความสะอาด อาจารย์ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเน้นความสะอาดที่เป็นไปตามมาตรฐานโรงพยาบาล ทั้งระบบน้ำทางทันตกรรม โดยนำระบบน้ำโอโซนเข้ามาใช้เพื่อให้น้ำที่เข้าสู่ระบบเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากเชื้อ มีระบบหมุนเวียนอากาศในห้องทำฟันโดยนำอากาศดีเข้า และอากาศเสียออก ร่วมกับระบบฟอกอากาศและระบบฆ่าเชื้อในอากาศในห้องทำฟัน ทำให้ลดการแพร่กระจายเชื้อโรค สร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยที่มาใช้บริการ

Dentopia Bangkok ให้บริการรากฟันเทียมคุณภาพสูง ร่วมกับการเสริมสร้างกระดูกด้วยเทคนิคต่าง ๆ เช่น GBR, การยก Sinus เป็นต้น เพื่อให้รากฟันเทียมที่ใส่ให้กับผู้ป่วยมีกระดูกรองรับที่ดีและสามารถใช้ได้นาน  คลินิกยังมีการให้บริการทำรากฟันเทียมในวันเดียว (Immediate Load Implant) โดยใช้รากฟันเทียมคุณภาพพรีเมียม รองรับเคสตั้งแต่ระดับง่าย ไปจนถึงเคสยุ่งยากซับซ้อน บริการจัดฟันใสระดับพรีเมียม คลินิกให้บริการจัดฟันแบบผสมผสาน Hybrid (จัดฟันร่วมกับการใช้ผ่าตัด) ปรับโครงสร้างฟันให้เหมาะสมกับขากรรไกรในเคสที่ยุ่งยากซับซ้อน เพื่อให้การเรียงฟันสวยอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีการจัดฟันใสด้วยระบบ Invisalign Clear Correct และระบบจัดฟันใสที่เห็นผลเร็วขึ้นอื่น ๆ ร่วมด้วย รวมถึงการบริการเพื่อสุขภาพช่องปากแบบครบวงจร ด้วย Teeth Spa นวัตกรรมการทำความสะอาดฟัน, Veneers & Smile Makeover สำหรับคนที่ต้องการปรับบุคลิกและเสริมความมั่นใจ และ Whitening & Gum Recontouring สำหรับคนที่ต้องการฟันขาวและเหงือกสวย นอกจากนี้ ยังมีบริการ VIP Treatment สำหรับลูกค้าระดับสูง ด้วยบรรยากาศคลินิกหรูหราแบบ Dental Lounge ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และ Dentist Consultation ที่เน้นการดูแลเชิงลึก ด้วยแนวคิด Personalized Dental Care

“คลินิกของเรามีทันตแพทย์เฉพาะทางในทุกสาขาเพื่อการรองรับการรักษาที่ซับซ้อน โดยเน้นการบูรณะฟื้นฟูการบดเคี้ยวที่สมบูรณ์ด้วยรากฟันเทียมที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถืออย่างมีหลักฐานเป็นประจักษ์ ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบการตรวจวางแผนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล intraoral scan, face scan,   x ray CT scan, digital photo และใช้ AI software ประมวลผล เพื่อได้แผนการรักษาที่รวดเร็วแม่นยำ พร้อมทั้งให้เวลาในการวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างผู้ป่วย ทันตแพทย์และผู้ประสานงานส่วนตัว เพื่อทราบค่าใช้จ่ายและแผนเวลาการรักษา รวมไปถึงแผนการดูแลหลังการรักษาเพื่อให้ผลการรักษาประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน” ศาสตราจารย์ทันตแพทย์ ดร.อาทิพันธุ์ พิมพ์ขาวขำ กล่าว

Dentopia Bangkok ให้ความสำคัญกับบรรยากาศในคลินิกที่ออกแบบให้กลมกลืน โดยการใช้สีและกลิ่นที่เข้ากับธรรมชาติ เพื่อจะทำให้ผู้ป่วยรีแลกซ์ ลดความกังวล ทั้งก่อนและหลังการรักษา เดินทางสะดวกสบายรองรับไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยบริการรถรับ-ส่งฟรี จากจุด BTS และ MRTและมีบริการ EV Charging Station รองรับรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ เพราะนอกเหนือจากบริการทาง ทันตกรรม คือ เส้นทางแห่งความสุข สนใจเข้ารับบริการด้านทันตกรรมระดับพรีเมียมได้ที่ Dentopia Bangkok พิเศษ! โปรโมชั่นต้อนรับเปิดคลินิกใหม่ ลด 20%

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 08-0446-3224 หรือแอด Line: https://lin.ee/YiSIDxP อัปเดตความรู้เรื่องสุขภาพช่องปาก ศึกษาข้อมูลบริการทันตกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://dentopia.co.th/ Facebook: https://www.facebook.com/dentopiabangkok หรือ  Instragram :https://www.instagram.com/dentopia_bangkok

ดร.ชูชีพ ตรีโภคา เลขานุการในองค์ พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล เป็นประธานพระราชทานเพลิงศพ นายช้อย ทองคำ

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568  เวลา 16.00 น. ดร.ชูชีพ   ตรีโภคา เลขานุการในองค์ พลตรีหม่อมเจ้าจุลเจิม  ยุคล / นายกสมาคมผู้ปกครอง ครู และศิษย์เก่า โรงเรียนอุทัย ให้เกียรติเป็นประธานพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ นายช้อย  ทองคำ   คุณพ่อของอาจารย์สมชาย ทองคำ ณ วัดจักราช  ตำบลจักราช อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บัสเบรกแตก ชนรถพ่วงไฟลุกท่วม เสียชีวิต 7 เจ็บกว่า 53 กว่าราย

รถทัวร์ระยอง-หนองคาย พุ่ชนท้ายรถบรรทุก บริเวณเขาศาลปู่โทน ถนนสาย 304 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ไฟลุกท่วมคัน เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 7 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 53 ราย

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 21 เมษายน 68 พ.ต.ท.ศิวภัสส์ ภูริพัศชัยบุญชู สารวัตรเวรสอบสวน สภ.วังขอนแดง รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารประจำทาง สายหนองคาย – ระยอง เบรกแตกช่วงลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้ไปชนท้ายรถพ่วง 22 ล้อ ทะเบียน 10-7125 อุดรธานี ส่วนข้างในด้านซ้ายของถนน มีรถพ่วง รถบรรทุกพ่วงบรรทุกแป้งมัน ถูกชนรวม 3 คัน ได้รับความเสียหาย จนทำให้เกิดไฟลุกไหม้ในรถบัสโดยสาร ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ดับ 7 เจ็บกว่า 53 ราย เหตุรถบัสชนท้ายรถบรรทุก ช่วงลงเขาศาลปู่โทน คาดเบรกแตก

หลังจากรับแจ้ง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยในพื้นที่กว่า 60 คน พร้อมรถดับเพลิง อบต.บุพราหมณ์ รถดับเพลิงจากเทศบาลหนองกี่ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้ที่บริเวณด้านหน้าทั้ง 2 ชั้น ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำการฉีดน้ำดับเพลิง ส่วนเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ต้องเร่งทำการช่วยเหลือคนเจ็บออกจากรถเป็นการด่วน เพื่อไม่ให้ถูกเพลิงไหม้ไปด้วย เมื่อสามารถนำคนเจ็บออกจากรถบัสโดยสารได้ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ลำเลียงคนเจ็บไปที่ รพ.สต.ทับลาน เพื่อทำการคัดกรองผู้บาดเจ็บ พร้อมนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนาดี โรงพยาบาลกบินทร์บุรี และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 304

รวมผู้บาดเจ็บทั้งหมด 53 ราย ส่วนภายในรถทางเจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิต ถูกไฟคลอกที่บริเวณชั้นบน 4 ราย บริเวณชั้นล่างจำนวน 3 ราย แต่ยังไม่สามารถนำออกจากตัวรถได้ เนื่องจากภายในยังมีกลุ่มควันและความร้อนอยู่ภายในรถ ทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการฉีดน้ำดับเพลิงและกลุ่มควันนานกว่า 30 นาที จึงทยอยนำร่างผู้โดยสารชั้นบนออกจากตัวรถ จำนวน 4 ราย ส่วนชั้นล่างไม่สามารถนำออกได้ เนื่องจากหน้ารถติดกับท้ายรถพ่วง ทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้รถจำนวน 2 คัน เพื่อดึงท้ายรถโดยสารออกมา พร้อมนำร่างคนขับ 2 ราย เด็กรถ 1 ราย ออกจากซากรถที่ถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก จากนั้น ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลนาดี

จากการสอบสวน ทราบว่า รถทัวร์โดยสารประจำทาง สายหนองคาย – ระยอง เป็นรถบัส 2 ชั้น รับผู้โดยสารจากต้นทางมุ่งหน้าจังหวัดระยอง มาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเขาลาดชัน รถเกิดเบรกแตกทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ พอรถโดยสารวิ่งผ่านศาลโทนมาได้ประมาณ 2 กม. ได้วิ่งไปชนท้ายรถพ่วง รถบรรทุกแป้งมันอีก 2 คัน รวมรถชนกันทั้งสิ้น 3 คัน ทำให้มีไฟลุกไหม้ที่ตัวรถมีผู้โดยสารถูกไฟคลอกเสียชีวิตคารถจำนวน 7 ราย และมีผู้บาดเจ็บเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาดี 39 ราย โรงพยาบาลกบินทร์บุรี 13 ราย และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 304 จำนวน 1 ราย

ดับ 7 เจ็บกว่า 53 ราย เหตุรถบัสชนท้ายรถบรรทุก ช่วงลงเขาศาลปู่โทน คาดเบรกแตก

นายลำสันต์ พวงภู่ 63 ปี กล่าวว่า ผมขับรถสักระยะหนึ่ง ว่ามีรถทัวร์มาเฉี่ยวผม ผมตกใจ ผมมองไปอีกทีรถก็มาเบียดขวาและรถเอนไปน่ากลัวมาก รถคันนี้ผมคิดในใจว่ารถคันนี้ไม่รอดแน่ ผมก็ขับรถตามลงมา พอมาถึงข้างหน้าผมเห็นรถบัส มีคนลงมา 2 คน และมีบางคนจะขึ้นไปเอาของบนรถ ผมก็เลยบอกให้ลงมาแล้วใครที่อยู่บนรถให้ทุบกระจก ตอนนั้นไฟยังไม่ไหม้ ผมก็ไปลากคนลงมากองไว้ ผมช่วยไปสักระยะหนึ่งเริ่มมีควันออกมาที่รถ ผมก็เรียกคนเอาถังดับเพลิงมาช่วย ก็มีคนมาช่วยชะลอไฟไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง

ด้าน นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถทัวร์โดยสารเกิดอุบัติเหตุ เป็นรถทัวร์สายหนองคาย-ระยอง บนถนนสาย 304 หลักกิโลเมตรที่ 208 สาเหตุเนื่องจากรถคันดังกล่าวเบรกแตก และไถลลงมาตามเส้นทางขาลงเขาโดยใช้ความเร็ว 80 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วลงมาชนกับรถเทรลเลอร์พ่วง 22 ล้อ ที่จุดเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 41 ราย เสียชีวิต 7 ราย มีรถเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้รวม 4 คัน เป็นรถบรรทุกแป้งมัน 2 คัน รถเทรลเลอร์ 1 คัน และรถบัสคันเกิดเหตุอีก 1 คัน

วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านพิจิตร งานยกธงเลิกงานสงกรานต์

ชาวพิจิตรจัดงานประเพณียกธงเลิกสงกรานต์หมดเวลาสนุกสนานก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาทำมาหากินต่อไป

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2568 ความคืบหน้าเทศกาลสงกรานต์ของชาวจังหวัดพิจิตรที่สนุกสนานกับการเล่นสาดน้ำและวันครอบครัวที่จัดงานกันตั้งแต่ช่วง 13-19 เม.ย. 68 บัดนี้ถึงเวลาประกาศยกธงเลิกสงกรานต์เพื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนเพื่อการทำการเกษตรและกลับเข้าสู่การเข้าทำงานกันต่อไปได้แล้ว

ที่ลานวัดหนองโสน ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และชาวบ้าน ต.หนองโสน ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำในชุมชน เพื่อร่วมกันเพื่อสืบสานประเพณีในการประกาศบอกเลิกวันสงกรานต์ ที่เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาการทำมาหากิน โดยภายในงานจัดให้มีการประกวดก่อเจดีย์ทราย และเอกลักษณ์ในประเพณียกธงเลิกสงกรานต์เป็นประเพณีโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของชาว ต.หนองโสน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่งที่อพยพมาพักอาศัย ตั้งรกรากทำมาหากินเป็นชาวไร่ชาวนา

จึงจัดประเพณีดังกล่าวสืบทอดให้อนุชนรุ่นหลังตามความเชื่อที่ว่า เมื่อมีการเริ่มต้นสงกรานต์ก็ต้องมีการเลิกหรือหยุดสงกรานต์ โดยนับจากวันที่ 13 เมษายน ไปอีก 7 วัน จึงตรงกับวันที่ 19 เมษายน ให้ถือเป็นวันยกธงเลิกสงกรานต์   รูปแบบของประเพณียกธงบอกเลิกสงกรานต์ ชาวบ้านจะประดับตกแต่งธงแล้วผูกเข้ากับปลายไม้ไผ่ ที่มีลำไม้ไผ่ขนาดใหญ่ สูงประมาณ 4-5 เมตร ชาวบ้านจะแห่ธงมาจากหมู่บ้านของตน พร้อมกับร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน มาบรรจบกันที่วัดหนองโสน หมู่ 12 ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร แห่งนี้  ซึ่งเมื่อถึงเวลาอันเป็นมงคลชาวบ้านจะช่วยกันยกธง ถือเป็นการบอกเลิกวันสงกรานต์

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าหลังจากนี้ คือช่วงที่จะก้าวเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงมือไถหว่านปลูกข้าวและวัยรุ่นหนุ่มสาว วัยทำงาน ก็ควรหมดเวลาดื่มเฉลิมฉลองวันสงกรานต์และได้เวลาไปทำงานเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพื่อครอบครัวต่อไป

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/พิจิตร/

‘ก๋ำเช้ง’บะหมี่ไข่ทำมือ สูตรโบราณต้นตำหรับ อร่อยคู่เมืองราชบุรี

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเมืองโอ่ง หากท้องร้องอยากทานบะหมี่ ร้อนๆอร่อยๆ ขอแนะนำให้ไป รัาน บะหมี่ก๋ำเช้ง อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นร้านบะหมี่เจ้าเก่าแก่ร้านหนึ่งในพื้นที่ บะหมี่ทำเอง แผ่นห่อเกี๊ยวทำเอง เป็น “บะหมี่ไข่โบราณ” แห่งเมืองราชบุรี เปิดมาตั้งแต่ปี 2477 หรือกว่า 90 ปีแล้ว บะหมี่สดใหม่ทำมือวันต่อวัน ถ้ามาช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ได้กินบะหมี่เส้นใหญ่ หรือบะหมี่เป๊าะด้วย

บะหมี่ไข่ที่ร้านเน้นไข่เยอะ แป้งน้อย ทางร้านบอกไว้เลยว่าเส้นบะหมี่ของที่นี่ไม่ได้นุ่ม แต่จะกรุบๆ สู้ฟัน บะหมี่ใส่เกี๊ยวหมูตัวโตๆ หมูหวาน ถ้าสั่งสามกษัตริย์จะมีหมูหวานย่างเตาถ่าน หมูบะช่อ เกี๊ยวน้ำก็ดีงามสุดๆ แป้งเกี๊ยวที่ร้านก็ทำเอง แผ่นบาง หมูแน่นเด็ดจริง จะกินแบบน้ำหรือจะกินแบบแห้งอร่อยเหมือนกัน ฉะนั้นเวลาสั่งบะหมี่แห้งเกี๊ยว ต่อด้วยบะหมี่เกี๊ยวน้ำ ซดน้ำซุป คล่องคอ ใครจะปรุงก็ขอให้ชิมก่อน

อย่างไรก็ตามที่ดูแปลกกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวบะหมี่เกี๊ยวที่อื่นก็เพราะเครื่องปรุง น้ำส้มพริกชี้ฟ้าหั่นแบบแว่น ไม่หนา ทำให้น่ากิน ไปถึงร้านไม่ต้องไปสั่งเส้นอื่น เพราะที่ร้านมีเส้นเดียวคือเส้นบะหมี่และเกี๊ยวหมู มีแบบแห้งและแบบน้ำแค่นั้น ตอนนี้เน้นทำเองทุกขั้นตอน ทั้งบะหมี่และเกี๊ยว จึงไม่สามารถทำทีละมากๆ ได้

ส่วนหมูบะช่อห่อเกี๊ยวก็หมักเอง รวมถึงหมูหวานนำเนื้อหมูส่วนที่นิ่มมาหมักไว้ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปย่างด้วยเตาถ่าน เช่นเดียวกับกระเทียมเจียวกากหมู ก็ทำเองวันต่อวันเช่นกัน ราคา 40 บาท 45 บาท และ 65 บาท

ร้านตั้งอยู่ข้างสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-15.00 น. สำหรับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะมีเส้นบะหมี่เส้นใหญ่ ใครจะกินต้องสั่งว่าบะหมี่เส้นใหญ่ ไม่เช่นนั้นทางร้านจะนำบะหมี่เส้นเล็กมาให้

ทหารไทยเสริมกำลังป้องชายแดน-อธิปไตย หลังเมียนมายังสู้รบดุเดือด

ทหารไทย เสริมกำลังยกระดับป้องกันชายแดนตากและป้องกันรุกล้ำอธิปไตย หลังกองทัพกะเหรี่ยงเปิดศึกโจมตีทหารเมียนมาดุเดือดสามารถบุกยึด ฐานมอพาซู

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2568 .พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ “ผู้การติ๊บ” ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา 5 อำเภอชายแดน จังหวัดตาก (แม่สอด-แม่ระมาด-พบพระ-ท่าสองยาง และ อุ้มผาง) นำกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู พร้อมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน(ทพ.)35 กองกำลังนเรศวร ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ระมาด  ได้เพิ่มเติมกำลังเข้าไปยังพื้นที่ ทำการลาดตระเวน ตรึงแนวชายแดน ,นำอาวุธยิงสนับสนุนเข้าที่ตั้งตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ด้านตรงข้าม อ.แม่ระมาด จ.ตาก

กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง – Karen National Liberation Army (KNLA) กองพลน้อย ที่ 7 (พล.น.7)  ได้นำกำลังบุกเข้าประชิดที่ตั้งทหารเมียนมา พัน.ร.24 ฐานมอพาซู รัฐกะเหรี่ยง  สหภาพเมียนมา ด้านตรงข้าม บ้านห้วยปลากอง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด   ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ 2 กม.  โดยกองกำลัง KNLA  ใช้ปืนเล็ก ปืนกล และเครื่องยิงจรวด พร้อมทั้งใช้โดรนโจมตีทิ้งระเบิดอย่างหนัก  ฝ่ายทหารเมียนมา ร้องขอการสนับสนุนกำลังทางอากาศ ใช้เครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิดเพื่อป้องกันฐานที่มั่น     ฝ่ายทหารเมียนมา ไม่สามารถต้านทานได้ หนีตายออกจากฐาน  จำนวน 25 นาย โดย ทหาร .KNLA จัดกำลังไล่ติดตาม

สำหรับยอดผู้หนีความไม่สงบชาวเมียนนมา ที่อพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวสำนักสงฆ์บ้านห้วยปลากอง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จำนวน 247 คน

ศรีสะเกษศูนย์กลางจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล

จังหวัดศรีสะเกษ เป็นศูนย์กลางจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล โครงการสามเณรภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติฯ

ณ ลานพิธี สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ในโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568 โดยมี พระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระวชิรสิทธิธาดา เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง

ืทั้งนี้คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ได้กำหนดศูนย์กลางการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568

อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

โดยมีพระภิกษุสงฆ์ พระพี่เลี้ยง สามเณรในโครงการ จาก 25 ศูนย์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารภาคเอกชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา ภาคประชาสังคม และประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วมพิธีกว่า 3,000 รูป/คน

 เสนาะ วรรักษ์/ศรีสะเกษ

ชาวเขาพนมผวา! ‘ดินยุบตัวขนาดใหญ่’ กินเนื้อที่เกือบไร่-แยกเป็นบริเวณกว้าง 4 ไร่

ชาวบ้านพรุเตียว อ.เขาพนม จ.กระบี่ผวา! ‘ดินยุบตัวขนาดใหญ่’ กินเนื้อที่เกือบไร่-แยกเป็นบริเวณกว้าง 4 ไร่ เร่งเตือนประชาชนระวังอันตราย

นายธนพล รำเภย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ต.พรุเตียว อ.เขาพนม จ.กระบี่ พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นเข้าตรวจสอบบริเวณหลังฟาร์มไก่เทพพิทักษ์ หมู่ที่ 10 โดยพบว่าบริเวณสวนปาล์มน้ำมันที่ห่างจากฟาร์มไก่และบ้านไปประมาณ 50 เมตร เกิดเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่กว้างประมาณ 20×20 เมตร ความลึกชาวบ้านหยั่งด้วยไม้ไผ่ยาวกว่า 5 เมตร ไม่สามารถหยั่งถึง

และยังพบว่าบริเวณโดยรอบมีการยุบตัวเกิดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่เล็กเป็นทางยาวกินเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ทางนายธนพล ได้ให้ชาวบ้านนำเชือกมากั้นเป็นเขตอันตรายห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้ นอกจากนั้นเมื่อไปสำรวจบริเวณคอกไก่พบว่ามีพื้นปูนคอกไก่แตก 2 จุด มีการยุบตัวของคานประมาณ 1 ซม.

จากการสอบถาม นายสุวิทย์ อายุ 52 ปี เจ้าของที่ดินและฟาร์มไก่ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวนั้นมีชาวบ้านมาพบว่ามีดินยุบแต่ไม่กว้างมากนักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้หลุมได้ขยายตัวทรุดทำให้ต้นปาล์มน้ำมัน 2 ต้น อายุประมาณ 3 ปี จมหายไปในน้ำไม่โผล่ให้เห็นแม้แต่ยอด

ขณะที่ นายธนพล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆให้รับทราบ ซึ่งมีการแจ้งว่าจะมีการเข้ามาตรวจสอบในวันพรุ่งนี้จึงได้กั้นแนวเขตป้องกันอันตราย เพราะมีรอยแยกและดินยังทรุดตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุนั้นต้องรอเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบให้แน่ชัด ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ 14 เมษายนที่ผ่านมาหรือไม่ก็อาจจะเป็นไปได้ 

นทท.นับหมื่นทะลักสาดน้ำวันไหลพัทยา สุดคึกคักเงินสะพัดทั้งเมือง

นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินับหมื่นทะลักสาดน้ำเล่นสงกรานต์วันไหลพัทยา ผบช.ภาค 2 มั่นใจมาตรการดูแลความปลอดภัย

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่19 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการงานสาน้ำสงกรานต์ เนื่องในงานวันไหลพัทยา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 19 เม.ย.ของทุกปีว่า ยังคงเต็มไปด้วยความสนุกสนานท่ามกลางบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ต่างชาติ และประชาชนในพื้นที่รวมหลายหมื่นคนที่พากันออกมาเล่นสาดน้ำในช่วงบ่ายโดยไม่หวั่นไหวต่อสภาพอากาศและแสงแดดที่ร้อนจัด

ต่อมา พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจร และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน เทศกาลสงกรานต์ 2568 ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมีพล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.นรเศรษฐ์ สุวรรณนิกขะ ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ร่วมลงพื้นที่

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า เทศกาลวันไหลพัทยา คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานหลายหมื่นคน ตำรวจภูธรภาค 2 ให้ความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ระดมกำลังตำรวจท้องที่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับเทศกิจ อปพร.และภาคีเครือข่ายกว่า 750 นาย ดูแลความปลอดภัย ตรึงกำลังทุกจุด แบ่ง 3 โซนหลัก คือ ไข่แดง ไข่ขาว และขอบกระทะ วางมาตรการเข้มข้น มีจุดคัดกรองความปลอดภัย ห้ามนำอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายเข้าพื้นที่เด็ดขาด เพื่อให้การเล่นน้ำสงกรานต์วันไหลพัทยาเป็นไปอย่างสนุกสนาน ปลอดภัย

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลความปลอดภัยเรามี “ชุดปฏิบัติการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ หรือ Anti Drone พลุ ชายหาด” ใช้โดรนตรวจการณ์เก็บภาพมุมสูงเพื่อการรักษาความปลอดภัย ดูปริมาณคนและรถเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ และบริหารจัดการจราจร ตรวจจับโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันเชื่อมต่อกล้อง CCTV บริเวณชายหาด และพื้นที่จัดงานมายังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สภ.เมืองพัทยา เชื่อมต่อกับ ศูนย์ Command and Control Room Pattaya City หรือ CCR ในการรักษาความปลอดภัยวันไหลพัทยา เจ้าหน้าที่มอนิเตอร์ผ่านกล้องวงจรปิดกว่า 5,000 ตัว ติดตามเก็บภาพเพื่อการดูแลความปลอดภัยสูงสุด มีรถโมบายติดตั้งกล้อง CCTV มีรถโมบายติดตั้งกล้อง CCTV ประจำการในพื้นที่จัดกิจกรรม โดยนำเทคโนโลยี AI ประมวลผลตรวจจับสิ่งผิดปกติ ทั้งบุคคล พฤติกรรม อาวุธ ทะเบียนรถ ทั้งนี้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ให้ดูแลเฝ้าระวังการทะเลาะวิวาท ที่อาจทำให้เกิดเหตุบานปลายขึ้น โดยได้เตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ไว้แล้ว

งานเทศกาลที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก เราเตรียมแผนฉุกเฉิน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และที่สำคัญในงานวันไหลพัทยาปีนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีได้ปิดการจราจรกว่า 2 กิโลเมตร มีเซอร์วิสเลน หรือช่องทางพิเศษฉุกเฉินสำหรับการขนส่ง 14 ช่องทาง กั้นเป็นพื้นที่ว่างไว้ 1 ช่องจราจร ในถนนพัทยากลาง ถนนเลียบชายหาดซอย 7–13/4 ถนน พัทยาใต้ และปิดการจราจรขาลงหาด ปรับเป็นช่องทางฉุกเฉิน เพื่อเป็นช่องทางสำหรับการลำเลียงคนทางการแพทย์ หรือการเคลื่อนเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ กรณีมีเหตุฉุกเฉิน

เช่น มีผู้ป่วย หรือผู้ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวงานวันไหลพัทยา ให้เว้นพื้นที่ไว้ตามคำแนะนำ และการประชาสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถติดตามการจราจรโดยรอบพื้นที่พัทยา ตรวจสอบสถานการณ์ เส้นทางจราจรทางเลี่ยงทางหนาแน่น ทางเพจเฟซบุ๊ก ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเมืองพัทยา แบบเรียลไทม์ ที่ 
https://ioc.pattaya.go.th/live-cctv หรือ https://liff.line.me/1655268398-0VWZRdqz/live-cctv หากมีเหตุด่วนขอความช่วยเหลือให้แจ้งตำรวจที่อยู่ใกล้ท่าน หรือโทร. 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามจากการลงพื้นที่ดูความพร้อมในวันนี้ยืนยันได้ว่าตำรวจภูธรภาค 2 สภ.เมืองพัทยาและหน่วยงานร่วมปฏิบัติมีความพร้อมทั้งคน และระบบ เราพร้อมดูแล เราจะบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มข้นใน 10 ข้อหาหลักโดยเฉพาะ เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ฯลฯ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของทุกท่าน” ผบช.ภ.2 กล่าวทิ้งท้าย