ศรีสะเกษลุยกวาดล้างผู้ค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า 1.9 แสนเม็ด-ทรัพย์กว่า 1 ล้านบาท

ตามที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดปฏิบัติการ (Kick Off) ตามนโยบายการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล และนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล  ภายใต้การนำของ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั้น

เมื่อวันที่ 18-19 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ นายอนุพงศ์  สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ/ผอ.ศอ.ปส.จ.ศก., นายสุริยา บุตรจินดา รอง ผวจ.ศก.,นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ, พล.ต.ต.พิษณุ  วัตถุ ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ, นายมานพ แสงโสทร ผอ.ปปส.ภาค 3, พ.ต.อ.ศุภชัย  ศักรินพานิชกุล รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ, พ.อ.เอนก พรหมทา ผบ.ฉก.3 กกล.สุรนารี , พ.ต.อ.สาธิต  สถิตถาวรผกก.สส.ภ.จว.ศรีสะเกษ, นายอรรถสิทธิ์ ทองแสง ผบ.เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ และนายสุรชัย ทุมวงษ์ ป้องกัน จว.ศก.อำนวยการและสั่งการให้ชุดปฏิบัติการ 238 พิทักษ์นครลำดวน

(เจ้าหน้าที่ปกครอง ตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน) ได้ทำการสืบสวน/จับกุม เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่อำเภอเบญจลักษ์ จับกุม ผู้ต้องหา 2 คน ในเขตพื้นที่ อ.เบญจลักษ์ จว.ศรีสะเกษ ต่อเนื่องเขต อ.สำโรง จว.อุบลราชธานี ได้แก่ นายรัฐพงศ์  หรือตูมตาม   อายุ  34  ปี  ราษฎร อ.เบญจลักษ์  จ.ศรีสะเกษ และนายธวัชชัย  หรือเอ็ม  อายุ  32  ปี  ราษฎร อ.เบญจลักษ์  จ.ศรีสะเกษ  ของกลาง ยาบ้า จำนวน 97 มัด (ประมาณ194,000 เม็ด) แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดร้ายแรง

โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันมีลักษณะกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยผิดกฎหมาย” ตรวจยึด/อายัด ทรัพย์สินจำนวน 2 รายการ ได้แก่ รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน รวมมูลค่าประมาณ 1,000,000 บาท

ในระหว่างการควบคุมตัว ชุดจับกุมได้ดำเนินการแจ้งการควบคุมตัวและบันทึกวิดีโอไว้ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหายฯ ต่อพนักงานอัยการและนายอำเภอ พร้อมกับแจ้งสิทธิตาม ป.วิอาญา พร้อมนำของกลาง และผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง พงส.สภ.เบญจลักษ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ตร.ไซเบอร์จับเว็บพนันรายใหญ่ทุนจีน-อินโด เงินหมุมเวียนกว่า 3,200 ล้านต่อปี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.3 ได้สืบสวนพบเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ เครือข่าย Fun586 จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบเงินหมุนเวียนตลอดปี 2568 จำนวนกว่า 3,200 ล้านบาท

จากข้อมูลการสืบสวน เบื้องต้นพบว่า เว็บไซต์พนันออนไลน์ดังกล่าว มีเจ้าของ หรือ ผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 2 ราย และ สัญชาติอินโดนีเซีย จำนวน 1 ราย โดยเมื่อเครือข่ายดังกล่าวได้เงิน จากสมาชิกผู้เล่นแล้ว จะถูกนำไปอำพรางเส้นทางการเงินด้วยการซื้อทองคำ โดยใช้บัญชีธนาคารประเภทนิติบุคคลในการฟอกเงิน จากพยานหลักฐาน เจ้าหน้าตำรวจพบว่า นิติบุคคลดังกล่าวถูกเปิดเป็นบริษัทโดยจดทะเบียนแตกต่างกันไป เช่น ทำธุรกิจเกี่ยวกับการปลูกพืชตระกูลถั่ว การผลิตกระดาษ เป็นต้น โดยที่ตั้งบริษัทต่างๆ พบเป็นเพียงบ้านสำหรับพักอาศัยธรรมดา ไม่ได้เปิดเพื่อดำเนินธุรกิจจริงแต่อย่างใด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในเครือข่ายได้แล้ว จำนวน 31 ราย เป็นชาวต่างชาติ จำนวน 10 ราย คนไทยจำนวน 15 ราย และนิติบุคคล จำนวน 6 ราย 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังเพื่อลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน 6 ราย ได้แก่
1. นายสัตยากร อายุ 29 ปี กรรมการบริษัทที่ใช้เปิดบัญชีนิติบุคคลสำหรับฟอกเงิน จับกุมตัวได้ที่ จ.กาญจนบุรี
2.นายอำพล อายุ 34 ปี กรรมการบริษัทที่ใช้เปิดบัญชีนิติบุคคลสำหรับฟอกเงิน จับกุมตัวได้ที่ จ.สงขลา
3. นายธนกร อายุ 46 ปี เจ้าของบัญชีม้าฟอกเงิน (หมุนเวียน) จับกุมตัวได้ในพื้นที่ กทม.

4. นายอริสา  อายุ 28 ปี เจ้าของบัญชีม้าฟอกเงิน (หมุนเวียน) จับกุมตัวได้ในพื้นที่ที่ จ.ปทุมธานี
5. น.ส.ทิพวรรณ อายุ 33 ปี เจ้าของบัญชีรับโอนเงินเล่นพนันออนไลน์ จับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี
6. นายเตชพัฒน์ อายุ 32 ปี เจ้าของบัญชีรับโอนเงินเล่นพนันออนไลน์ จับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.สงขลา

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือ ทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันในการเล่น ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้รับผลประโยชน์ชาวต่างชาติ ซึ่งพบว่ายังใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ โดยจะประสานหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี และเร่งติดตามผู้ต้องหาในเครื

ทหารราชมนูตรึงกำลังเข้ม เมียนมาสู้รบเดือด ทะลักหนีตายเข้าไทย

“ผู้การติ๊บ” ผบ.ฉก.ราชมนู นำกำลังทหาร ตรึงแนวชายแดน พร้อมรถยานเกราะ และอาวุธปืนหนัก เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยตามแนวชายแดน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568 พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ “ผู้การติ๊บ”  ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา 5 อำเภอชายแดน จังหวัดตาก (แม่สอด-แม่ระมาด-พบพระ-ท่าสองยาง และ อุ้มผาง)   นำกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู พร้อมรถยานเกราะติดอาวุธ และอาวุธปืนหนัก  – หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน ที่ 35. ไปตรวจสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ภายหลังมีการปะทะกันด้วยอาวุธปืนหนัก และการใช้เครื่องบินโจมตีทางอากาศ และโดรน ทิ้งระเบิด   ส่งผลทำให้มีผู้อพยพหลบหนีภัยจากการสู้รบ ข้ามแม่น้ำเมย เข้ามายังฝั่งไทย ด้าน อ.แม่ระมาด จ.ตาก  บริเวณ บ้านห้วยปลากอง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

โดย พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา 5 อำเภอชายแดน นำทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู –หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ระมาด ฝ่ายปกครอง ดูแลความปลอดภัย และให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม นอกจากนี้ทหารราชมนู ทหารพราน พร้อมทั้งวางกำลังเฝ้าตรวจ นำอาวุธยิงสนับสนุนเข้าที่ที่ตั้งตามแผนประเชิญเหตุ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยตามแนวชายแดน

สถานการณ์การสู้รบ ตามแนวชายแดนไทย=เมียนมา กองกำลังทหารกะเหรี่ยง  กลุ่ม KNLA กองพลน้อย ที่ .7 ร่วมกับ ทหารกะเหรี่ยง  กลุ่ม KNDO  กองพัน.5 ของกลุ่มสหภาพกะเหรี่ยงอิสระ  KNU ใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทิ้งระเบิดโจมตี ทหารเมียนมา กองพัน.ร.24 กองทัพภาคทหารบก ภาคตะวันออกเฉียงใต้  ฐานฯ บ้านมอพาซู  อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียน ด้านตรงข้าม บ้านห้วยปลากอง ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ห่างจากแนวชายแดน ประมาณ 2 กม.

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มี ผู้อพยพหลบหนีภัยจากการสู้รบ . จำนวน 233 คน อพยพข้ามแม่น้ำเมยมายังประเทศไทย โดยหน่วยได้จัดระเบียบนำเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวบริเวณสำนักสงฆ์ห้วยปลากอง บ.ห้วยปลากอง หมู่ 12 ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ “ผู้การติ๊บ”  ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา 5 อำเภอชายแดน จังหวัดตาก (แม่สอด-แม่ระมาด-พบพระ-ท่าสองยาง และ อุ้มผาง)   นำกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู พร้อมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน(ทพ.)35 กองกำลังนเรศวร ร่วมกับฝ่ายปกครอง  และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ระมาด ดูแลความปลอดภัย

และให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม และได้ทำการเพิ่มเติมกำลังเข้าไปยังพื้นที่ ,นำอาวุธยิงสนับสนุนเข้าที่ตั้งตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน

แค่ 5 นาทีพายุฤดูร้อนถลมอุดรธานี พังบ้านเรือนกว่า 100 หลัง

สุดระทึกพายุถล่ม 5 นาทีบ้านเรือนประชาชนพังยับ หลังคาปลิวว่อนต้นไม้ใหญ่เสาไฟฟ้าหักโค่น ชาวบ้านเผยคลิปหนีตายพังเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือนพี่น้องช่วยข่อยแน กลัวจนสั่นขาลาก  ชาวบ้านเล่านาทีหนีตายหลังคาปลิวข้ามหัว ต้นไม้ใหญ่ล้ม เสาไฟฟ้าหัก ตกใจนึกว่าพายุมาพร้อมแผ่นดินไหวด้วย เกิดมาไม่เคยเจอรุนแรงขนาดนี้

พายุฤดูร้อนก่อตัวเป็นพายุงวงช้างพัดถล่มในพื้นที่ต.โนนสูง,ต.หนองไผ่,ต.บ้านตาดและต.ใกล้เคียงบ้านเรือนประชาชน ต้นไม้ใหญ่และเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นเสียหายจำนวนมาก โดยมีคลิปที่ชาวบ้านถ่ายเอาไว้ได้เห็นแรงพายุเร็วและแรงพัดเอาหลังคาบ้านปลิว บางคนถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ช่วยข่อยแนพี่น้องเกิดมาเพิ่งเคยเจอ กลัวจนขาสั่นขาลาก

ต่อมาหลังพายุสงบ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำรวจพื้นที่พบว่า มีบ้านเรือนประชาชนเสียหายเป็นบริเวณกว้างในหลายตำบล เช่นต.โนนสูง,ต.บ้านตาด,ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี รวมแล้วพายุถล่มบ้านเรือนประชาชนเสียหายมากกว่า 100 หลังคาเรือน  จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีทั้งบ้านพังหลังคาเปิดพังไปจำนวนมาก  ต้นไม้ใหญ่หักโค่นและล้มทับรถยนต์ เสาไฟฟ้าหักเป็นบริเวณกว้าง

น.ส ณรดา แก้วขาว อายุ 48ปี เจ้าของร้านหมูกะทะโนนสูง  เล่านาทีระทึกตอนพายุถล่ม บอกว่า ขณะที่ตนกำลังเตรียมจะหมูกระทะขายในช่วงเย็นวันศุกร์ปรากฎว่า จู่ๆ เกิดฟ้ามืดลมพัดแรงมากจากนั้นก็เกิดพายุหมุนขนาดใหญ่พัดน้ำในหนองตรงข้ามร้านเป็นลำขึ้นท้องฟ้าก่อนพายุจะหมุนกระแทกเข้าสู่ร้านตัวเองหลังคาปลิวหายร้านถล่มหลังคาถล่มทับรถยนต์กระบะพังทั้งคน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอพายุแรงขนาดนี้ แต่ก่อนแค่เจอธรรมดา แต่ครั้งนี้หนักสุดพายุถล่มร้านพังจนหมดเนื้อเลย

 ทางด้านนายอุดม  แก้วจินดา อายุ 59 ปี บ้านป่าหวาย บอกว่า ก่อนพายุพมาตนเองนั่งอยู่ในบ้านกับภรรยา จู่มีฟ้าร้องและพายุมากะทันหัน ระหว่างนั้นเห็นหลังคาบ้านเพื่อนบ้านปลิวข้ามฝั่งมาชนกับเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน ลมแรงมากจนเสาไฟฟ้าขาดจากนั้นก็ปลิวมากระแทกกับบ้าน ดึงแขนภรรยาได้พากันวิ่งหนีตาย รอดตายมาได้ถือว่าบุญแล้ว พายุมาเพียง 5 นาทีและลมมาเร็วและแรงมาก ตอนแรกนึกว่าแผ่นดินไหวด้วย ไม่คิดว่าพายุจะแรงขนาดนี้ เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอพายุแรงขนาดนี้

ขณะที่ความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนจากแรงพายุถล่มอุดรครั้งนี้ในหลายตำบลของอ.เมือง จ.อุดรธานี  โดยเฉพาะต.โนนสูง,ต.บ้านตาด,ต.หนองไผ่ มีความเสียหายจากพายุในวันนี้มากกว่า 100 หลังคาเรือน แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ หนักจริงๆ พายุถล่มอุดรในวันนี้

“มาดามแป้ง” นายกสมาคมฯ ลงนาม MOU “ภูฏาน” กระชับสัมพันธ์-ส่งเสริมวัฒนธรรมฟุตบอล

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ สหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน อย่างเป็นทางการ ในฐานะประเทศแรกจาก สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียใต้ โดยมี ดาโช อูเก็น เซชุป โดร์จิ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน ร่วมพิธีลงนามด้วยตนเอง พร้อมด้วย เอกพล พลนาวี เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ , เปมา โดร์จิ รองประธานสหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน และ พุนโช วังดิ หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศของสหพันธ์ฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน

การบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ เดินทางไปร่วมประชุม เอเอฟซี คองเกรส ครั้งที่ 35 ณ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 อย่าง ประกอบด้วย โครงการแลกเปลี่ยนนักเตะ และ โค้ชระหว่างสมาคมฯ รวมถึงการบริหารจัดการองค์กร เพื่อพัฒนาทั้งสองสมาคมฯ, การพัฒนาโค้ช และ ฟุตบอลเยาวชน, การจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ระหว่างทั้งสองประเทศ และ การส่งเสริมวัฒนธรรมฟุตบอล เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และ วัฒนธรรม

ทั้งนี้ ประเทศไทย และ ประเทศภูฏาน ถือเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมาอย่างยาวนาน ทั้งในมิติทางการค้า, เศรษฐกิจ, ท่องเที่ยว และ ทางการทูต ก่อนที่ล่าสุดในส่วนของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ สหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน จะลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันเป็นครั้งแรก

ขณะที่ สหพันธ์ฟุตบอลภูฏาน ถือเป็นสหพันธ์ฟุตบอลประเทศที่ 3 ที่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ทำการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับ และ พัฒนาฟุตบอลร่วมกันในทุกมิติ ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต่อจาก สมาคมฟุตบอลกาตาร์ และ สหพันธ์ฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย

คลื่นศรัทธานับหมื่นร่วมแห่”พระใสจำลอง”กลับอุโบสถ-ปิดงานสงกรานต์หนองคาย

ชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวจำนวนมากพร้อมใจแห่ “พระใส”จำลอง พระคู่บ้านคู่เมืองกลับประดิษฐ์ฐานอุโบสถและถือเป็นวันปิดงานสกรานต์ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นายก อบจ.หนองคาย, พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จ.หนองคาย พระเทพวชิรคุณ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พระสงฆ์ และประชาชนชาวหนองคาย ได้ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระใสองค์จำลอง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอัญเชิญจากศาลาพลับพลา กลับขึ้นประดิษฐานบนพระอุโบสถ หลังจากที่ได้อัญเชิญหลวงพ่อพระใสองค์จำลองลงจากพระอุโบสถในเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา

ทุกปี ชาวหนองคายจะประกอบพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพระใสลงจากพระอุโบสถ แห่รอบพระอุโบสถ และแห่รอบเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน พุทธศาสนิกชนชาวหนองคาย ได้รดสรงน้ำขอพร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก่อนจะประดิษฐานที่ศาลาพลับพลาไปจนถึงวันที่ 18 เม.ย.ให้ประชาชนได้มีโอกาสรดสรงน้ำอย่างใกล้ชิด เมื่อครบกำหนด ได้มีพิธีขอขมา ก่อนแห่พระใสรอบพระอุโบสถ 3 รอบ ระหว่างนั้นชาวหนองคายก็ยังรดสรงน้ำอย่างต่อเนื่อง

และเมื่อครบแล้วก็ได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนที่ประทับในพระอุโบสถ คู่กับองค์จริง โดยมีการทำความสะอาด ขัดเงา องค์หลวงพ่อพระใสให้เงางาม ซึ่งมีประชาชนชาวหนองคายมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความเชื่อกันว่า หากได้มาร่วมอัญเชิญหลวงพ่อพระใสขึ้นพระอุโบสถ จะทำให้การทำงานเจริญรุ่งเรืองขึ้น ค้าขายดีขึ้น ชีวิตดีขึ้นในทุกเรื่องนั่นเอง

“Sawasdeeka Welcome to Thailand ”บทเพลงจากแดนมังกรถ่ายทอดเสน่ห์ไทย ททท.หนุนเต็มที่ หวังใช้ Soft Power ดึงชาวจีนเที่ยวไทย

“Sawasdeeka Welcome to Thailand สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ประเทศไทย” บทเพลงจากแดนมังกร   ถ่ายทอดเสน่ห์ไทยผ่านเสียงเพลง ททท.หนุนเต็มที่ หวังใช้ Soft Power ดึงนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย

บริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ Thailand Headlines @ManGu Magazine ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท ชาม เคเทอริ่ง จำกัด เปิดตัวมิวสิกวิดีโอภาษาจีนเพื่อการท่องเที่ยว “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ประเทศไทย (Sawasdeeka Welcome to Thailand)” อย่างเป็นทางการ เพื่อถ่ายทอดความงดงามและความอบอุ่นของประเทศไทยผ่านเสียงเพลงและภาพสถานที่ท่องเที่ยวทั่ว 5 ภูมิภาคของไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เดินทางมาเยือนประเทศไทย และสร้างภาพจำใหม่ให้กับแหล่งท่องเที่ยวไทยในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

มิวสิกวิดีโอนี้ ได้ต่อยอดมาจากผลงานเดิม “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่กรุงเทพฯ” ที่เปิดตัวเมื่อปี 2565 โดยครั้งนี้ขยายมุมมองจากเมืองหลวงสู่การแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ครอบคลุมภาคเหนือ กลาง ใต้ อีสาน และตะวันออก ภายใต้แนวคิด “ประเทศไทยที่คุณต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง” ผ่านคำทักทายภาษาไทยที่แสนอบอุ่นที่คนจีนคุ้นเคย “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ประเทศไทย” พร้อมนำเสนอ Soft Power ไทย  ผ่านทางศิลปะ ดนตรี และรอยยิ้มของผู้คน
โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เห็นความสำคัญในการจะใช้ดนตรีเป็นสื่อกลาง เพื่อเชื่อมใจระหว่าง ไทย – จีน

โปรเจกต์นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หวังใช้บทเพลงในการขับเคลื่อน Soft Power ของไทยออกไปสู่สายตานานาชาติ โดยเฉพาะตลาดจีนที่ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายหลักของประเทศมาโดยตลอด ททท. เห็นถึงศักยภาพของศิลปะและเสียงเพลงในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทย-จีน และสนับสนุนการใช้เครื่องมือสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ที่สื่อสารความเป็นไทยออกไปสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในแบบที่เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง และน่าประทับใจ มิวสิกวิดีโอนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เข้มแข็งขึ้นในระยะยาว ผ่านการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงวิถีชีวิต ธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และจิตวิญญาณของท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคคุณหลุ่ย แซ่กั๊ว ประธานบริษัท ไทยเจียระไน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบรรณาธิการใหญ่ Thailand Headlines และ ManGu Magazine ซึ่งเป็นผู้แต่งเนื้อร้องเพลงนี้ ได้กล่าวว่า

“เพลงนี้เป็นการต่อยอดจากเพลง ‘สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่กรุงเทพ’ ที่เปิดตัวเมื่อปี 2565 โดยขยายมุมมองออกสู่ระดับประเทศ เพื่อสะท้อนภาพรวมของเมืองไทยในทุกภูมิภาค และเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทย-จีนผ่านบทเพลง โดยเฉพาะในปีนี้ ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน เพลงนี้จึงถือว่าเป็นสะพานแห่งมิตรภาพในโอกาส 50 ปี ไทย-จีน  เราจึงหวังว่าเพลงนี้จะเป็นสื่อกลางที่ทำให้คนจีนรู้จักประเทศไทยในมิติใหม่ และอยากมาเยือนด้วยตนเอง”คุณหลุ่ย แซ่กั๊ว กล่าว

โดยภายในมิวสิควิดีโอนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อชูจุดเด่นแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทยในมุมมองใหม่ อาทิ

ภาคกลาง: วัดพระแก้ว ถนนเยาวราช ศาลท้าวมหาพรหม วัดอรุณฯ ตึกมหานคร ตลาดน้ำอัมพวา และวิหารกวนอิม จังหวัดปราจีนบุรี

ภาคเหนือ: ดอยช้าง ภูชี้ฟ้า วัดร่องขุ่น ปางอุ๋ง ภูทับเบิก สะพานบุญโขกู้โส่ ฯลฯ

ภาคอีสาน: ผาแต้ม ทะเลบัวแดง ศาลหลักเมืองขอนแก่น

ภาคใต้: อ่าวมาหยา เกาะพีพี เกาะนางยวน เกาะพะงัน เสม็ดนางชี พระใหญ่ภูเก็ต

ภาคตะวันออก: เกาะหมาก และเกาะกูด จังหวัดตราด

โดยทุกสถานที่ล้วนถูกถ่ายทอดผ่านภาพที่สวยงามและ เสียงเพลงอันไพเราะ ท่วงทำนองที่สนุกสนานชวนติดตาม  เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองไทยทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ และอัธยาศัยไมตรี   โดยมิวสิกวิดีโอ “Sawasdeeka Welcome to Thailand” เผยแพร่แล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

ติดตามชมมิวสิควีดีโอเพลง “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ประเทศไทย (Sawasdeeka Welcome to Thailand)” ได้แล้วที่:
YouTube: https://youtu.be/8jcOumjMMQ0?si=k6EslDchnl30XvBU                        
           
ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.youtube.com/@ThailandHeadlines
https://www.youtube.com/@ManGuChannel
Facebook: 泰国头条新闻 Thailand Headlines, ManGu Magazine
Instagram: @mangumagazine
TikTok: @ManGu
Weibo / Douyin / WeChat: 泰国头条新闻, 曼谷杂志, 嘉纳莱-泰新社
#萨瓦迪卡泰国
#SawasdeekaThailand

เพิงแพร้านอาหารริมน้ำกกแม่อาย เจ๊งระนาว หลังพบสารหนูปนเปื้อนทำคนเที่ยวหายวับ

เชียงใหม่ – ร้านค้า-ร้านอาหาร แพริมน้ำกกท่าตอน แม่อาย เชียงใหม่..เงียบเป็นป่าช้า บางรายทนขาดทุนไม่ไหว ม้วนเสื่อรื้อเพิงแพไม้ไผ่กันแล้ว หลังพบสารหนูปนเปื้อนไหลจากต้นน้ำเขตว้าแดง-เมียนมา กระทบท่องเที่ยวเสียหายหนัก

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 ร้านค้าแพริมลำน้ำแม่กก บริเวณสะพานท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ บางส่วนทยอยรื้อถอน-เก็บแพไม้ริมน้ำ หลังองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน ได้ติดแผ่นป้ายประกาศขนาดใหญ่ ห้ามลงเล่นน้ำและใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค เนื่องจากพบสารหนูปนเปื้อนในลำน้ำเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งส่งผลแพและร้านอาหารริมลำน้ำต้องปิดร้าน บางรายเปิดบริการแต่ไม่มีลูกค้าเลย จากเดิมที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนกันเนืองแน่น

นางละออศรี มาบางครุ อายุ 60 ปี ผู้ประกอบการร้านอาหารจันทร์เกษมและละออคาเฟ่ริมลำน้ำกก ซึ่งมีทั้งที่พักและร้านอาหารใกล้สะพานท่าตอน เปิดเผยว่า ตอนแรกเด็กปิดเทอมมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันจำนวนมาก พอมีข่าวออกมา และประกาศพบสารหนูในน้ำ นักท่องเที่ยวหายหมดเลย

“ตอนที่เกิดน้ำท่วมยังมีคนมาเที่ยวมาดูน้ำท่วม จะมากินอาหารที่ร้าน ทางร้านแจ้งว่าอาหารยังทำไม่ได้ ห้องครัวเครื่องมือประกอบอาหารถูกน้ำพัดไปหมดแล้ว คนก็จะเข้ามากิน เราจึงนำเครื่องมืออุปกรณ์ทำอาหารขายได้ ตอนนี้เจอสารหนู สารตะกั่ว นี่เงียบมากไม่มีลูกค้าเลย ก็ไม่รู้ใครจะมาช่วยจะไปเจรจา”

ด้านนางเนตรทราย สนใจ เจ้าของร้านข้าวซอยจีนยูนนานร้านเก่าแก่ท่าตอน กล่าวว่า แม้พบสารหนูในน้ำ แต่ร้านอาหารที่พักโรงแรมรีสอร์ตยังคงให้บริการตามปกติ และพัฒนาต่อเนื่องอย่างเรื่อยๆอยากให้มาเที่ยวมาพักกัน

เช่นเดียวกัน เพิงร้านค้าบนหาดทรายริมน้ำกกพื้นที่ จ.เชียงราย ที่เคยได้รับความนิยมจากผู้คนที่พากันไปเล่นน้ำห้วงปี๋ใหม่เมือง รวมถึงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างบริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำกกบ้านหนองด่าน ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเคยมีผู้คนไปเล่นน้ำและนั่งตามเพิงร้านค้าต่างๆ ปีนี้แทบจะไม่มีผู้คน

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากทราบข่าวกรมควบคุมมลพิษตรวจพบว่าน้ำในแม่น้ำกกที่ไหลมาจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา และเข้าสู่ประเทศไทยที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จนถึง อ.เมืองเชียงราย มีสารหนูปนเปื้อนเกินมาตรฐาน

ขณะที่ อ.แม่อายมีปริมาณสารหนูสูงถึง 0.26 มิลลิกรัมต่อลิตร และในเขต อ.เมืองเชียงราย มีปริมาณสารหนู 0.12-0.13 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่มาตรฐานความปลอดภัยคือไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร

สมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย จัดพิธีไหว้ครูบูชาอาจารย์ รดน้ำดำหัว เนื่องในวันสงกรานต์ ปี ’68

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 (เวลา 09.00 น.) ณ วัดใหม่ผดุงเขต อ.บางกรวย จ.นนทบุรี นายทศพล หิมพานต์ นายกสมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ ได้จัดพิธีไหว้ครู อาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา และเป็นผู้มีพระคุณรวมถึงเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดี แสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์

 ภายในงานได้จัดให้มีพิธีบายศรี บวงสรวง อัญเชิญเหล่าเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มารับเครื่องเซ่นไหว้ที่บรรดาลูกศิษย์ นักร้องลูกทุ่ง ครูเพลง นักแต่งเพลง ศิลปินตลก จากทั่วสารทิศมาเข้าร่วมพิธี พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติ จากนายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชน ดิจิทัล นายรัฐณกรณ์  อมรวีระวัฒน์ ร่วมงานในพิธี

นอกจากนี้สมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรจากครูเพลงและศิลปินอาวุโส ซึ่งเป็นอาจารย์ครูเพลงชื่อดัง  ซึ่งลูกศิษย์ทั้งหลายต่างมีความเคารพและศรัทธา

สำหรับในพิธีไหว้ครูดังกล่าว สมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ได้จัดขึ้นทุกปี โดยมีลูกศิษย์ลูกหา นักร้อง ครูเพลงและศิลปินอาวุโส มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

หลบ PM 2.5 มาสูดอากาศบริสุทธ์ท่ามกลางธรรมชาติกว่า 500 ไร่ที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท พร้อม Facility ครบครัน

หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อน  สำหรับตัวเองหรือครอบครัว ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และพื้นที่กว้างใหญ่ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และสนามหญ้าอันเขียวขจีกว่า 560 ไร่ สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท (Pinehurst Golf Club) คือจุดหมายที่ตอบโจทย์ที่สุด