นายกฯควงพรรคร่วมแถลงถอยแล้วกม.เอนเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์

พรรคร่วมรัฐบาลใส่เกียร์ถอยไม่ดึงดันร่างกม.เอนเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์เข้าสภาฯพรุ่งนี้แล้ว นายกฯอ้างมีเรื่องสำคัญหลายเรื่องทั้งการเยียวยาแผ่นดินไหว-สหรัฐฯขึ้นภาษี

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ แถลงร่วมกันถอยยังไม่ยื่นร่าง พ.ร.บ.การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์เข้าสู่การประชุมสภาฯในวันที่ 9 เมษายน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มีการประชุมร่วมกันของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค โดยเล็งเห็นถึงปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ที่ประเทศเรากำลังประสบตอนนี้ ทั้งเรื่องแผ่นดินไหว และการเยียวยา จะดูแลแน่นอนทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ รัฐบาลก็จะดูเรื่องการยกเว้นกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อจะได้ช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยได้มากยิ่งขึ้น ก็อยู่ในกระบวนการพิจารณา นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา พรรคร่วมฯ ได้คุยกันหมดแล้ว ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ส่วนใหญ่ก็คือเห็นตรงกันอยู่แล้ว ก็ได้นั่งคุยกันในทุกขั้นตอน 

เมื่อถามว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ จะเลื่อนการพิจารณาของสภา จากเดิมคือ 9 เม.ย.นี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวดูว่าในสภาจะอย่างไรต่อ ซึ่งที่คุยกับพรรคร่วมฯ ก็เอาเรื่องที่เร่งด่วนก่อน อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ถอนหรือดึงร่างกลับมา ระหว่างนี้ก็รับฟังความคิดเห็นได้เรื่อยๆ ซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นว่าเราควรจะเรียงลำดับความสำคัญ 

เมื่อถามว่า ร่างพ.ร.บ.การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร จะนำเข้าพิจารณาในสภา สมัยป

ชาวสมุทรปราการร้องปลาตายลอยเต็มคลองส่งกลิ่นเหม็นเน่า

สมุทรปราการ- ชาวบ้านร้องบางปูปลาตายลอยเต็มคลองเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งมาเก็บซากปลาไปทิ้ง

จากกรณี ผู้ใช้เฟสบุ๊คท่านหนึ่ง ลงภาพปลาตายที่ลอยบนผิวน้ำจำนวนมาก ส่งกลิ่นเน่าเหม็น อยู่ในคลองชลประทาน เลียบถนนสุขุมวิทสายเก่า ช่วงบริเวณหน้าตลาดตำหรุ ตำบลบางปู อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยหลังจากที่ลงภาพดังกล่าวไปก็มีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จุดที่เป็นข่าวดังกล่าว บริเวณสามแยกตำหรุ พบว่าภายในคลองดังกล่าวมีปลาลอยตายเป็นจำนวนมาก เริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นไปทั่วบริเวณ โดยปลาที่ลอยตายนั้น ส่วนมากจะเป็น ปลานิล และมี ปลาหมอคางดำ บ้างแต่ไม่มาก โดยซากปลานั้นจะลอยติดริมตลิ่งตลอดแนวคลองบริเวณดังกล่าว โดยบริเวณแยกตำหรุยังไม่มีใครมาเก็บซากปลาแต่อย่างใด

นายธีรยุทธ ศรีวิไล อายุ 52 ปี วินมอเตอร์ไซค์ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องปลาเน่าเสีย ในคลอง สาเหตุอาจจะเกิดจากเพราะเมื่อวานมีฝนตกลงมา แล้วปลามันก็เลยน็อคน้ำ ตอนแรกปริมาณ ปลาที่ตายมันมีเยอะกว่านี้ แต่ก็มีคนมาตักเอาไปทิ้ง ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาจัดการเลย ตนก็ไม่รู้จะไปร้องเรียนได้ที่ไหน ปกติก็จะเป็นไม่ค่อยบ่อยนานๆจะเป็นครั้ง ถ้าอากาศมันปิด หรือว่าน้ำจากนิคมออกมาเยอะ แล้วน้ำมันเปลี่ยน จากน้ำจืดเป็นน้ำกร่อย ตนก็ไม่แน่ใจว่าที่ปลาตายเป็นเพราะน้ำที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนไปหรือว่ามีสารเคมีอยู่ในน้ำด้วย

เริ่มจากเมื่อวานที่มีน้ำท่วมอยู่ในแพรกษา เขาก็เลยดันน้ำออกมาตรงนี้เยอะ อาจจะเป็นเพราะเหตุนั้นด้วย ปลามันก็เลยปรับตัวไม่ทัน ตนนั่งอยู่ตรงนี้กลิ่นมันก็แรงแต่ตนก็ต้องทนเอา ปกติวินมอเตอร์ไซค์มีเยอะกว่านี้แต่เขาไม่มาเพราะทนกลิ่นไม่ไหว ก็จะเหลือมีขับกันอยู่แค่สองคน คนในตลาดก็บ่นกันเยอะ ว่ากลิ่นเหม็นมาก เพราะลมมันไปทางนั้น ตนอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มาจัดการด้วย

ผู้ว่าฯพิจิตรจัดตลาดนัดโรงสีพบชาวนาเปิดรับซื้อข้าวความชื้น15%ตันละ7,600บาท

ผู้ว่าฯพิจิตร ร่วมกับพาณิชย์-สหกรณ์การเกษตร-สภาเกษตรกร-สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิจิตร ชักชวนโรงสีเปิดตลาดนัดเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกในราคายุติธรรม ข้าวความชื้น15%ตันละ7,600บาท ให้ราคาสูงกว่าท้องตลาดทั่วไปตันละ 200บาท แถมช่วยค่ารถบรรทุก 300บาท/คัน ช่วงก่อนเทศกางสงกรานต์ โดยให้ซื้อ-ขายด้วยเงินสด เพื่อพี่น้องชาวนาจะได้นำเงินไปจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายรณรงค์ สิทธิเขตกรณ์ ปลัดจังหวัดพิจิตร นางวิมล เจริญฤทธิ์ พาณิชย์จังหวัดพิจิตร , นายธวัชชัย ทัดเที่ยง  ประธานสภาเกษตรจังหวัดพิจิตรและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  ลงพื้นที่กำกับดูแลและตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกจังหวัดพิจิตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวนาปรังโดยได้จัดตลาดนัดรับซื้อข้าวนาปรังครั้งนี้ที่ ตลาดกลางผลิตผลการเกษตร สหกรณ์การเกษตรเมืองพิจิตร จำกัด  ต.ท่าหลวง อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร และที่สหกรณ์การเกษตรโพทะเล ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 เมษายน 2568

โดยพบว่ามีเกษตรกรจำนวนมากให้ความสนใจนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวสดมาขายให้กับสหกรณ์ฯ ซึ่งที่สหกรณ์เมืองพิจิตรมีชาวนาจาก ต.ท่าหลวง ต.ฆะมัง ต.หัวดง ต.คลองคะเชนทร์ ต.เมืองเก่า ต.บ้านบุ่ง ต.สายคำโห้ ที่ทราบข่าวต่างขนข้าวเปลือกมาขายกันอย่างคึกคัก สาเหตุเพราะที่แห่งนี้ซื้อขายด้วยเงินสด รวมถึงข้าวที่เกี่ยวก่อนเทศกาลสงกรานต์โรงสีหลายแห่งเริ่มประกาศหยุดรับซื้อเนื่องจากจะหยุดให้คนงานเล่นน้ำสงกรานต์และเดินทางกลับบ้าน รวมถึงจะหยุดโรงสีในช่วง 12-17 เม.ย. 68 ในช่วงวันดังกล่าวอีกด้วย จึงทำให้ชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเพราะต้องการขายและต้องการใช้เงิน ซึ่งข้าวที่นำมาขายส่วนใหญ่เป็นข้าวสายพันธุ์ กข. ที่มีอายุการปลูกมากกว่า 100 วัน ดังกล่าวนั่นเอง

โอกาสนี้ นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร บูรณาการร่วมกับภาคเอกชน คือ เจ้าของโรงสี คือ บริษัท ทีบีเอสไรซ์มิลล์ จำกัด , บริษัท ธนสรรไรส์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงสีใหญ่ได้มาตรฐาน รวมถึง สหกรณ์การเกษตรของจังหวัดพิจิตร ที่มาร่วมด้วยช่วยกันรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร 

โดยจัดเป็นลักษณะตลาดนัด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-10 เมษายน 68  โดยทางโรงการจะซื้อข้าวราคาสูงกว่าตลาด เฉลี่ยตันละ 200 บาท และช่วยค่ารถบรรทุกข้าวเปลือกที่นำมาขายในโครงการตลาดนัดในครั้งนี้ด้วย สำหรับราคาข้าวเกี่ยวสด ความชื้นไม่เกิน 25% จะรับซื้อที่ราคา 6,500 บาท/ตัน (ท่าข้าว-โรงสีทั่วไปซื้อข้าวเกี่ยวสดอยู่ที่ประมาณ 6,000บาท เท่านั้น) , ส่วนถ้าเป็นข้าวแห้งความชื้น15% จะรับซื้อที่ราคา 7,600 บาท/ตัน (ท่าข้าว-โรงสีทั่วไปซื้อข้าวแห้ง15%อยู่ที่ประมาณ 7,000บาทเศษ เท่านั้น)  ซึ่งก็ทำให้เกษตรกร พอใจ ขายข้าวในราคาที่ดีกว่าท้องตลาด ขายแล้วจ่ายเลย สามารถนําเงินไปใช้ได้ก่อนเทศกาลสงกรานต์ด้วย

พร้อมกันนี้ ได้ฝากเน้นย้ำเกษตรกร ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่น้องเกษตรกรเกี่ยวข้าว ถ้าเก็บให้แห้งได้ก็จะได้ราคาดี แล้วถ้าจะต้องขายข้าวก็ขอให้ตรวจสอบเครดิตของโรงสีหรือถ้าข้าวจากผู้นำชุมชน สนง.พาณิชย์  สนง.เกษตร  สนง.สภาเกษตรฯ รวมถึงกํานัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นําชุมชนในท้องถิ่นท้องที่ของท่านว่าแนะนำที่ใดดีที่มีการซื้อขายด้วยเงินสด ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้ท่าข้าวหรือโรงสีโกงชาวนา ซึ่งมีเหตุการณ์ฉ้อโกงในลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายรายแล้วในพื้นที่จังหวัดพิจิตร แม้จะดำเนินคดีจนถูกติดคุกติดตะรางก็ยังไม่เข็ดหลาบ เก่าไปใหม่มาเป็นแบบนี้วนไปวนมา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งและไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำอีกเลย

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/พิจิตร/

คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองร้านดังกลางเมืองหาดใหญ่ กวาดกว่า 138 บาท ก่อนซิ่งจยย.หนี

คนร้ายบุกเดี่ยว จี้ชิงทองร้านดังกลางเมืองหาดใหญ่ กวาดทองน้ำหนักกว่า 138 บาทกลาง“”ก่อนวิ่งขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีรอยนวล

เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 8 เม.ย.  2568 พ.ต.ท.สถาพร สุขสว่าง ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งว่ามีชายใช้อาวุธปืนสั้นจี้ชิงทรัพย์ ห้างทองไทยอุดม 2 ถนนมนตรี 1 เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม ผกก.สภ.หาดใหญ่  พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ.9  พ.ต.อ.สกนธ์ อนนท์รัตน์ รอง ผบก. จ.สงขลา พ.ต.อ.พิชัย กิระวานิช รอง ผบก. จ.สงขลา

พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่ ศพฐ 9  นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุปรากฏว่าพบพนักงานของห้างทองอยู่ในอาการตื่นตระหนก และบริเวณตู้โชว์ทองรูปพรรณ มีถาดที่ใส่ทองวางกระจัดกระจายจำนวน 4 ใบ

ญาติเจ้าของห้างทองไทยอุดม เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุ พนักงานห้างทองกำลังยืนขายทองให้กับลูกค้าอยู่ภายในร้าน จากนั้นก็มีชาย อายุประมาณ 50 ปี ใส่หมวกแก๊ปปิดบังอำพรางเดินเข้าไปในร้าน ซึ่งพนักงานก็ได้แจ้งให้ถอดหมวกแก๊ปออกตามกฎของร้านแต่ชายคนดังกล่าวปรับโชว์อาวุธปืน ทำให้พนักงานที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ วิ่งเข้าไปด้านหลังร้านทันทีแล้วกดสัญญาณเตือนภัย

คนร้ายจริงฉวยโอกาสจังหวะดังกล่าวยกถาดโชว์ทองรูปพรรณลงมาแล้วกวาดเอาสร้อยทองที่อยู่ในถาดโชว์ 4 ใบใส่กระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากร้า เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะ เดินไปเอารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น Dream สีแดง ทะเบียนยะลา ที่จอดห่างออกไปประมาณ 30 เมตรจากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสร้อยคอทองคำถูกชิงไปทั้งหมดน้ำหนัก 138 บาท ประกอบ ด้วยสร้อยคอทองคำ       1บาท 19 เส้น 19 บาท สร้อยข้อมือทองคำ   2บาท 12เส้น 24 บาท สร้อยคอทองคำ 2 บาท 19 เส้น 38 บาท สร้อยข้อมือทองคำ 3 บาท 19 เส้น 57 บาท โดยทั้งหมดทองคำ รวมประมาณ 138 บาท คิดเป็นมูลค่าราคาประมาณ 6,94,140 บาท

สมาคมหมูไทยค้านนำเข้าหมูจากสหรัฐฯหนุ่นนำเข้าข้าวโพด-กากถั่วเหลืองแทน

สมาคมหมูไทย คัดค้านการนำเข้าหมูจากสหรัฐมาร่วม 10 ปี ตั้งแต่สมัย “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” จนถึงปีจจุบัน หมูในรอบ 10 ปี มีกำไรเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 ปี หากนำเข้าอีกสมัย “ทรัมป์”หวั่นอุตสาหกรรมล่มสลาย แต่สนับสนุนรัฐบาลนำเข้าข้าวโพดและกากถั่วเหลืองแทน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568  นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าเลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า สมาคมผู้เลี้ยงสุกรของไทยทุกภูมิภาค ต่างได้แสดงการคัดค้านการนำเข้าสุกรจากประเทศสหรัฐอเมริกามาตลอดตั้งแต่สมัยรัฐบาลอดีต นส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และมาจนถึงรัฐบาล นส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยรวมแล้ว  ได้ทำการคัดค้านมาร่วมระยะเวลา 10 ปี

สิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

และมาสมัยนายโดนัล ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทางสมาคมสุกรไทย ก็รับทราบการเคลื่อนไหวของสมาคมสุกรในสหรัฐ ต่างมีความพยามพยามจะทำการผลักดันไปยังรัฐบาลสหรัฐ ให้มีนโยบายการส่งเสริมการส่งออกสุกรเช่นกัน และการที่สหรัฐมีนโยบายเรื่องภาษีศุลกรกับประเทศต่าง ๆ และไทยด้วย สมาคมสุกร จึงมีความกังวลและเชื่อว่าจะมีนโยบายในการส่งออกสุกรของสหรัฐด้วย   โดยในวันที่ 8 เมษายน 2568 ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรไทย จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อคัดค้านการนำเข้าสุกรจากสหรัฐ

นายปรีชา กล่าวอีกว่า แต่หากมีการนำเข้าจำพวกอื่น ๆ เช่น กากถั่ว ข้าวโพด ถั่วเหลือง ฯลฯ  ซึ่งเป็นปัจจัยในการแปรรูปผลิตอาหารสุกรจะเป็นการดีกว่า  เพราะประเทศไทยเกี่ยวกับข้าวโพด ฯลฯ ยังผลิตไม่พอแต่ก็ต้องถามชาวไร่ข้าวโพดด้วย ซึ่งก็จะผลดีต่อทุกฝ่ายทั้งผู้ผลิตผู้บริโภค

“สุกรไทยในระยะ 10 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจะขาดทุนกันมากกว่า เช่น ประสบกับโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร  ASF (African Swine Fever )  หมูกล่องหนีภาษีจากต่างประเทศ ทั้งหมดสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศมาแล้ว”

นายปรีชา กล่าวอีกว่า และผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉลี่ยแล้วมีกำไรอยู่ประมาณ 2 ปี ในรอบ 10 ปี  โดยล่าสุดเพิ่งมีกำไรเมื่อเดือนมีนาคม และมาถึงเมษายน 2568  และขณะนี้กลับมากังวลเรื่องการเจรจาภาษีศุลกากร แล้วจะให้มีการนำเข้าสุกรจากสหรัฐ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรก็จะเสียหายทั้งหมดและจะไม่เหลือ

โดยเฉพาะใน จ.พัทลุง และนครศรีธรรมราช สำหรับจังหวัดภาคใต้  เพราะสุกรสหรัฐมีต้นทุนการผลิตประมาณ 1 เหรียญ / ตัว  เหตุผลต้นทุนการผลิตที่ต่ำ เพราะผลผลิตอาหารสุกรต้นทุนต่ำมาก จากที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งสายพันธุ์สุกรและเรื่องของการผลิตอาหาร.

ด้านนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้ผู้เลี้ยงมารวมตัวเพื่อให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลของสหรัฐฯ หวังลดการขาดดุลทางการค้ากับนานาประเทศ เพียงประเทศไทยหันมาซื้อสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น มาตรการทางภาษีศุลกากร ก็น่าจะปรับมาในอัตราปกติได้ ขณะที่กลุ่มการเลี้ยงสุกรและปศุสัตว์ไทยเติบโตเร็วจนผลิตพืชอาหารสัตว์ในประเทศตามไม่ทัน ดังนั้น ถ้าเปลี่ยนแหล่งกำเนิดพืชอาหารสัตว์มาซื้อจากสหรัฐฯ มากขึ้น ก็จะช่วยให้การเจรจาของรัฐบาลไทยง่ายยิ่งขึ้น

สมาคมฯ ได้ศึกษาข้อกฎหมายในการประกาศดังกล่าว ที่เป็นการเร่งแก้ปัญหาการขาดดุลทางการค้าของประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งข้อเสนอในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวสาลี กากถั่วเหลือง และ DDGS เพิ่มในลักษณะเปลี่ยนถิ่นกำเนิดของการนำเข้าเป็นสหรัฐอเมริกา จะสามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้กับสหรัฐฯ ในการส่งสินค้ามายังประเทศไทยได้สูงถึง 84,000 ล้านบาท หรือ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ตามข้อเสนอของสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฯ ฉบับลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 

“ศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเล” รร.วัดฉางหลาง ตรัง … โมเดลอนุรักษ์ทะเลไทย ซีพีเอฟ ดึงศักยภาพนักเรียน-ชุมชนร่วมสร้างความยั่งยืน

วันนี้น้องๆนักเรียน รร.วัดฉางหลาง อ.สิเกา จ.ตรัง ใช้เวลาวันหยุดร่วมกันปลูกหญ้าทะเล ที่ท่าเรือหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารสำคัญของพะยูน เพาะหญ้าทะเลทั้งหมดเป็นฝีมือการเพาะของพวกเขาเอง จากศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเล รร.วัดฉางหลาง ทุกคนทั้งสนุกและได้ความรู้จากพี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ช่วยอธิบายวิธีการปลูกที่ถูกต้อง ถึงแม้ตัวจะเปื้อนไปด้วยโคลน แต่ทุกๆคนกลับมีความสุขที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรมดีๆคืนความสมบูรณ์สู่ธรรมชาติ

“หนูชอบมากที่ได้มาปลูกหญ้าทะเลกับเพื่อนๆ หนูอยากให้หญ้าทะเลที่เราเพาะปลูกเองโตเร็วๆ จะได้เป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเล โดยเฉพาะพะยูนจะได้มีหญ้าทะเลเป็นอาหารมากขึ้น หญ้าทะเลยังช่วยฟอกอากาศ ช่วยลดมลพิษในน้ำ ถ้าทะเลบ้านเราอุดมสมบูรณ์ สัตว์น้ำก็จะเพิ่มขึ้น ชาวประมงก็มีรายได้เพิ่ม ขอให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ทะเลและหญ้าทะเลกันนะคะ” น้องกนกวดี ถ่อแก้ว หรือน้องกอหญ้า นักเรียนชั้นป.5 รร.วัดฉางหลาง อ.สิเกา จ.ตรัง เล่าขณะกำลังขะมักเขม้นปลูกหญ้าทะเล

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้กำหนดเขตอนุรักษ์พะยูนเป็นจุดแรกของไทยบริเวณหาดปากเมง เนื้อที่ 1,300 ไร่ มาตั้งแต่ปี 2560 เนื่องจากพะยูนเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรพะยูนมากที่สุดในประเทศ

ศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเลโรงเรียนวัดฉางหลาง เกิดขึ้นเพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายนี้ และกลายเป็นโมเดลการอนุรักษ์พยูนและทะเลไทย โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา เด็ก-เยาวชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ผ่านกิจกรรมการเพาะเลี้ยงและปลูกหญ้าทะเล เพื่อให้เป็นถิ่นอาศัยและแหล่งอาหารชั้นดีของสัตว์ทะเล และช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ชั้นยอดของมนุษย์ ที่ทำหน้าที่ดูดซับคาร์บอนฯได้ดีที่สุด โดยกักเก็บไว้ในรูปแบบชีวมวล และยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยของสัตว์น้ำ ในการวางไข่ หลบซ่อนศัตรู และอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ที่สำคัญยังช่วยลดมลพิษในทะเล และช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำ

สุดใจ ตั้งคีรี ผู้อำนวยการ รร.บ้านฉางหลาง เล่าว่า การอนุรักษ์และฟื้นฟูหญ้าทะเล เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่ทุกคนต้องหันมาให้ความสนใจ รร.บ้านฉางหลาง ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้ผลักดันให้ทั้งนักเรียนและชุมชนร่วมกันดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เราทำกิจกรรมลงพื้นที่สำรวจหญ้าทะเลบริเวณเขาแบนะ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม นักเรียนได้ร่วมกันเก็บหญ้าทะเลที่ลอยขึ้นมาที่ชายหาดเพื่อนำมาเพาะขยายพันธุ์ และได้ลงมือปลูกหญ้าทะเลที่ได้ดูแลกันเองในเขตพื้นที่ที่ได้ดูแลอยู่ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมและเกิดความรักในทรัพยากรทางธรรมชาติและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของนักเรียนด้วย

 “จากกิจกรรมที่ทำมาต่อเนื่องกว่า 6 ปีส่งผลให้ชาวประมงมีผลผลิตทางทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา เพิ่มขึ้นและมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย โรงเรียนบ้านฉางหลางมีโครงการส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้และจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้เรียนทุกคน เรียนดีมีความสุข”

ฟาร์มอนุบาลลูกกุ้งภาคใต้ ซีพีเอฟ เป็นภาคส่วนสำคัญที่เข้ามาร่วมเสริมสร้างขีดความสามารถแบบมีส่วนร่วม กับสถาบันการศึกษา นักเรียน ชุมชน โดยทีมจิตอาสานำอุปกรณ์มามอบให้กับโรงเรียน ทั้งถังเพาะหญ้าทะเล การเดินระบบน้ำใหม่ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และปรับปรุงอาคารใหม่ เพิ่มกระเบื้องใสเพื่อเพิ่มการรับแสง อุปกรณ์ที่ได้ติดตั้งสามารถเพาะหญ้าทะเลได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 กิ่งต่อปี และโรงเรียนต่อยอดเป็นการจำหน่ายกิ่งหญ้าทะเลให้กับหน่วยงานต่างๆเพื่อนำไปปลูกต่อ เกิดรายได้หมุนเวียนในการดำเนินโครงการ

วรวัฒน์ หมั่นเรียน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฟาร์มอนุบาลลูกกุ้งภาคใต้ บอกว่า ซีพีเอฟสนับสนุนที่นี่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องหญ้าทะเล สำหรับให้นักเรียนในโรงเรียนต่างๆและประชาชนทั่วไปได้เข้าศึกษาเรียนรู้ และเป็นแหล่งเพาะต้นหญ้าทะเลแล้วนำไปปลูกเพื่อฟื้นฟูทะเล จากนี้จะพัฒนาหลักสูตรอบรมให้ความรู้ด้านการเพาะหญ้าทะเลแก่นักเรียน เช่นการคัดเลือกกิ่งหญ้าทะเล การเตรียมน้ำและเตรียมสภาพแวดล้อมก่อนการเพาะ การติดตามวัดผลการเจริญเติบโต การทำปุ๋ยสำหรับบำรุงหญ้าทะเล และวางแผนในการสร้างอาชีพเสริมให้แก่นักเรียน อาทิ การเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นและสาหร่ายขนนก โดยใช้อุปกรณ์เดียวกันกับที่ใช้เพาะหญ้าทะเล เพื่อให้นักเรียนนำผลผลิตมาแปรรูปและจำหน่ายสร้างรายได้ต่อไป

วันนี้ ศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเล รร.วัดฉางหลาง กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงานกิจกรรมปลูกหญ้าทะเล ทั้งที่โรงเพาะพันธุ์หญ้าทะเลและสถานที่ปลูกจริง ความเข้มแข็งของความร่วมมือของทุกภาคส่วนช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและท้องทะเลให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริง.

ไปดูความน่ารักเต็มๆ ในคลิปเลย! >> https://youtube.com/shorts/iLHr96a-SGc

ผลักดันประเพณี100 ปี ‘ตุ้มโฮม-พี่น้องไต’หนึ่งเดียวใน อ.เชียงคาน จ.เลย กระตุ้นศก.ชุมชน

นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน  นางนริศรา สุวรรณโค รองประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเลย นาย สมเจตน์ แสงเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลย เขต 4 นายอดิศักดิ์ ศรีมงคล ประธานศูนย์วัฒนธรรมคนไทดำ และผู้นำชุมชนตำบลเขาแก้ว ทั้ง 13 หมู่ และพี่น้องชาวตำบลเขาแก้ว เปิดงาน ‘ประเพณีตุ้มโฮม-พี่น้องไต’ ที่ศูนย์วัฒนธรรมธรรมไทดำ บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน  กล่าวว่า พี่น้องไทดำมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน บรรพบุรุษได้เสียสละสร้างบ้านแปงเมืองให้พวกเราได้อยู่เย็นเป็นสุขมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะชนรุ่นหลังจึงควรต้องบำรุงรักษา และฟื้นฟูสิ่งดีงามทั้งหลายของจังหวัดเลยเราให้ยั่งยืน และปรากฏแก่สายตาชาวไทย และพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเข้มแข็ง ซึ่งวัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาด เป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของชุมชนในจังหวัดเลยที่กำเนิดมาอย่างยาวนาน และได้สืบทอดประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน มีเอกลักษณ์การดำเนินชีวิตที่หลากหลาย ทั้งด้านภาษาพูด ภาษาเขียน อาหารการกินพื้นบ้าน การแต่งกาย การละเล่น เครื่องมือเครื่องใช้ และประเพณีดั่งเดิม นับเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดเลยที่รักษาสืบทอดกันมากว่า 100 ปี

นางจิรวดี ศิลธรรม นายกเทศมนตรีตำบลเขาแก้ว กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลเขาแก้วมีความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม คือ ทั้งวัฒนธรรมพุทธ คริสต์และไทดำ ดังคำขวัญที่ว่า “ดินแดนสามวัฒนธรรม สูงล้ำภูเขาแก้ว เพริศแพร้วผ้าทอมือ เลื่องลือเกษตรอินทรีย์” งานประเพณี “ตุ้มโฮมพี่น้องไต” จัดขึ้นในวันที่ 6-7 เมษายนของทุกปี ตรงกับวันจักรี หรือวันรำลึกพระมหากษัตราธิราชในราชวงศ์จักรี ถือเป็นศูนย์รวมใจเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องจากชาวไทดำบ้านนาป่าหนาด ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในรัชสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5

โดยภายในงานมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมชาวไทดำที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ขบวนแห่ทางวัฒนธรรมไทดำ การแสดงของเยาวชนบ้านนาป่าหนาด การเดินแบบแต่งกายด้วยชุดไทดำ การละเล่นพื้นเมืองไทดำ การแสดงฟ้อนแคน การแสดงแซปาง การสาธิตอาหารพื้นเมืองไทดำ เช่น ซั่วไก่บ้าน จุ๊บผัก แจ่วตำ และข้าวผัดเกลือ และการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองไทดำ เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น วัฒนธรรมไทดำได้ส่งต่อสู่รุ่นต่อได้สืบทอดให้ยั่งยืน

ดีเอสไอสนธิกำลังสตช.รวบโบรกเกอร์คนสนิท “หมอบุญ”คาสนามบินสุวรรณภูมิ

DSI ร่วม สตช. จับโบรกเกอร์ คนสนิท “หมอบุญ”คาสนามสุวรรณภูมิกลางดึกหลังจีนผลักดันออกนอกประเทศเหตุมีหมายแดง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568) เวลาประมาณ 22.00 น. ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับ พลตำรวจโทสำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี นพศิลป์  พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุทัยธรรม  รองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พันตำรวจเอก เดโช โสสุวรรณากุล  รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหา โดยในวันนี้ นายวุฒิไกร  ศรีธวัช ณ อยุธยา ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนสะกดรอยและการข่าว

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้เป็นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 136/2567 ได้ร่วมกัน จับกุมตัว นางสาวฐิติพร (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นโบรคเกอร์ของนายแพทย์บุญ ผู้ต้องหาในคดีนี้ ต้องหาว่าร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และร่วมกันฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากหลบหนีการจับกุมในคดีไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ได้รับโอนสำนวนการสอบสวนคดีอาญาจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 มีผู้กล่าวหาและผู้เสียหาย จำนวนกว่า 605 ราย ปรากฏมูลค่าความเสียหาย 16,100,602,806 บาทโดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรม ได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมอายัดทรัพย์และส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และได้ดำเนินคดีกับนายแพทย์บุญกับพวกรวม 16 ราย จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน 13 ราย มีผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายบุญ (สงวนนามสกุล) นางสาวกชพร (สงวนนามสกุล) และนางสาวฐิติพร (สงวนนามสกุล) หลบหนีไปยังต่างประเทศ จึงได้แจ้งไปยังองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ออกประกาศตำรวจสากลสีแดง (Red Notice)

ต่อมาร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอกทินวุฒิ สีละพัฒน์ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และนายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม ได้รับการประสานงานจาก พลตำรวจโท สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าจากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการเกี่ยวกับผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีออกนอกราชอาณาจักรในคดีพิเศษนี้ รวม 3 รายดังกล่าว

โดยแจ้งไปยังองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ออกประกาศตำรวจสากลสีแดง (Red Notice) ได้รับแจ้งจากทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าได้ควบคุมตัว นางสาวฐิติพรฯ ได้ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงรายงานให้ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทราบและได้สั่งการให้ กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ร่วมกับกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ประสานงานร่วมบูรณาการกับกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการประสานกับทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อขอความร่วมมือให้พิจารณาผลักดันผู้ต้องหารายนี้กลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ซึ่งในวันนี้ (วันจันทร์ที่ 7 เมษายน 2568) ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เนรเทศผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาเดินทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยเครื่องบินมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่ตำรวจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้เป็นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 136/2567 ร่วมกันรับตัวผู้ต้องหาเพื่อส่งมอบให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตามกฎหมาย

อนึ่ง นางสาวฐิติพรฯ เป็นผู้ต้องหารายที่ 14 ที่ถูกจับกุมตัวในคดีพิเศษที่ 136/2567 มีพฤติการณ์เชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุนโดยการนำเงินมาให้นายแพทย์บุญฯ กู้ยืม ต่อมาไม่จ่ายผลตอบแทนและไม่คืนเงินต้นจึงเกิดความเสียหายในวงกว้าง กรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ร่วมอวยพรวันเกิด “ร.ต.ท. ดร.มนัส โนนุช”

เมื่อวันที่ 7 เมษายนพ.ศ 2568 ณ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย นายรัฐณกรณ์ อมรวีระวัฒน์ นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี , คณะกรรมการสมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย สื่อมวลชน ศิลปินฯ นักร้อง-นักแสดง ร่วมแสดงความยินดีวันคล้ายวันเกิด ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิ มิราเคิลออฟไลน์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กันอย่างคับคั่ง

อาทิ ป๋าแหงม ช่อง 5 , ดำรง วงศ์ทอง , ศรีไพร ไทยแท้ , วิธ ธนวรรน์ , กุ้ง สุธิราช , หม่ำจ๊กมก ,ถั่วแระเชิญยิ้ม , น้าโย่ง เชิญยิ้ม,โอบะ เสียงเหน่อ นายกสมาคมตลก ,ยิ่งยง ยอดบัวงาม , กรุง ศรีวิไล, ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ฯลฯ โดยบรรยากาศภายในงานจัดเลี้ยงแบบเป็นกันเอง เต็มไปด้วยความอบอุ่น

5 อำเภอสุขโขทัยอ่วม พายุฤดูร้อน ถล่มโรงเรียน-บ้านเรือนพัง 322 หลัง

พายุฤดูร้อนพัดถล่ม 5 อำเภอ จ.สุขโขทัย ทำให้โรงเรียน บ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก 322 หลัง ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่หลายอำเภอของ จ.สุโขทัย เมื่อช่วงเย็นและช่วงค่ำวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครองและท้องถิ่นได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย

เบื้องต้นพบว่า 5 อำเภอ 16 ตำบล 39 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบ มีเล้าเป็ด คอกวัว โรงเก็บพืชผลทางการเกษตร แผงโซล่าเซลล์ ศาลาอเนกประสงค์ รั้ว อาคารกับโรงจอดรถในโรงเรียน และหลังคาบ้านเรือน พังเสียหายทั้งหมด 322 หลัง

โดยที่ อ.ศรีนคร มีประชาชนเดือดร้อน 3 ตำบล คือ ต.น้ำขุม ต.นครเดิฐ ต.คลองมะพลับ รวม 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างเสียหาย 146 หลัง , อ.กงไกรลาศ 3 ตำบล คือ ต.ท่าฉนวน ต.กกแรต ต.ไกรนอก รวม 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างเสียหาย 17 หลัง , อ.เมืองสุโขทัย 3 ตำบล คือ ต.วังทองแดง ต.ปากพระ ต.เมืองเก่า รวม 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างเสียหาย 25 หลัง

ส่วนที่ อ.สวรรคโลก ได้รับความเดือดร้อน 5 ตำบล คือ ต.หนองกลับ ต.คลองยาง ต.นาทุ่ง ต.คลองกระจง ต.ย่านยาว รวม 13 หมู่บ้าน มีอาคารกับโรงจอดรถในโรงเรียน และบ้านเรือนเสียหาย 96 หลัง และที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม มี 2 ตำบล คือ ต.กลางดง ต.ทุ่งเสลี่ยม รวม 4 หมู่บ้าน มีบ้านพังเสียหาย 38 หลังคาเรือน ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการเตรียมให้ความช่วยเหลือต่อไป