ทั้งนี้ ชิดชนก ชิดชอบ คณะผู้จัดงาน Colors of Buriram กล่าวว่า เมื่อพูดถึงจังหวัดบุรีรัมย์ หลายคนจะนึกถึง Sport Entertainment แต่สืบเนื่องมาจากการจัดงาน Colors of Buriram ปีที่แล้ว ช่วยเพิ่มอีกเรื่องที่โดดเด่น คือเรื่องงานผ้าไทยและหัตถกรรม จึงอยากแสดงให้เห็นทุกคนเห็นว่าบุรีรัมย์ไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องกีฬาแต่ยังเป็นเมืองของหัตถกรรมและศิลปะ โดยคาดหวังให้นักท่องเที่ยวขยายตัวไปอย่างหลากหลายมากขึ้น รวมถึงในด้านธุรกิจในจังหวัดที่จะสามารถต่อยอดและสานต่อได้มากขึ้นจากการจัดงานในครั้งนี้
โดยคอนเซ็ปต์ของงานในครั้งนี้คือ The Gradients เป็นแนวคิดที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันภายในนิทรรศการ Colors of Buriram ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อพาผู้เข้าชมเดินทางผ่านเรื่องราวอันรุ่มรวยของวิวัฒนาการผ้าไหมไทย การเดินทางครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านห้องจัดแสดงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ณ สนามฟุตบอล ช้างอารีนา ด้วยการนำเสนอแต่ละโซนในแง่มุมที่แตกต่างกัน ได้แก่ The Traditions ดินแดนแห่งมรดกอันทรงคุณค่าของผ้าไหมไทยเผยโฉมอย่างงดงาม เปิดประสบการณ์ดื่มด่ำไปกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์และพัฒนาการทางศิลปะของผ้าไหมไทย The Cultivation in Fashion วิวัฒนาการอันพลิ้วไหวของผ้าไหมไทยในโลกแฟชั่นร่วมสมัย โดยเน้นการผสมผสานเข้ากับงานออกแบบสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และสร้างเสน่ห์ให้กับแฟชั่นยุคปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมี The Cultivation in Creative Lifestyle นวัตกรรมการนำผ้าไหมไทยที่นำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องประดับและของใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยแนวคิด Up-cycling และการสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ ต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน The Reclamation and Innovation นำเสนอแนวคิดสำคัญสองประการ คือ การอนุรักษ์ผ้าไหมไทยโบราณ ควบคู่ไปกับการค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมผ้าไหมในยุคปัจจุบันทั่วประเทศไทย See Now, Buy Now Section ดื่มด่ำกับโลกแห่งสิ่งทอไทยผ่านการคัดสรรผืนผ้าไหมคุณภาพเยี่ยมจากช่างทอท้องถิ่น มีโอกาสเลือกซื้อผ้าไหมลวดลายพิเศษที่จัดแสดงในนิทรรศการ เมื่อลงทะเบียนสั่งซื้อเสร็จสิ้น ผลิตภัณฑ์จะถูกบรรจุและจัดส่งถึงบ้านอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้สัมผัสมรดกแห่งงานฝีมือไทยได้อย่างเต็มที่