กางเกงแมวโคราชสุดปัง!ขึ้นแท่นสินค้าขายดี แห่ซื้อใส่สาดน้ำเล่นสงกรานต์

นครราชสีมา- กางเกงลาย “แมวโคราช” หรือ “โคราชโมโนแกรม” ฮอตไม่เลิก ประชาชนนักท่องเที่ยวแห่ซื้อคึกคักสุดขีด ขานรับซอฟต์พาวเวอร์ มหาสงกรานต์ 2568

บรรยากาศการซื้อขายเสื้อ กางเกงแมวโคราชกำลังคึกคักสุดขีด หลังรัฐบาลประกาศรณรงค์ให้คนไทยสวม “กางเกงลายประจำจังหวัด” ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ตลอดเดือนเมษายน เพื่อสร้างอัตลักษณ์การท่องเที่ยวที่โดดเด่นเฉพาะตัวให้แต่ละท้องถิ่น โดยเฉพาะที่ร้าน “มดส้ม” หน้าสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 1 หรือ “บขส.เก่า” ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของประชาชนชาวโคราชและนักท่องเที่ยว ที่แห่กันมาจับจอง “กางเกงลายแมว” สัญลักษณ์ประจำจังหวัดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

นายโชคชัย พิชัยวรกุล เจ้าของร้านมดส้ม เผยด้วยความดีใจว่า รู้สึกภูมิใจมากที่รัฐบาลหยิบยกแนวคิดนี้มาส่งเสริม เพราะมันคือมิติใหม่ของสงกรานต์ จากเดิมที่เน้นเสื้อลายดอกทั่วไป ซึ่งไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่กางเกงลายแมวของนครราชสีมาเป็นมากกว่านั้น มันคือ ลาย “โคราชโมโนแกรม” ที่ชนะการประกวดเมื่อ 2 ปีก่อน จัดโดยหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา วันนี้ลายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ต่อยอดสร้างมูลค่าและความภาคภูมิใจให้ชาวโคราชได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ภายหลังจากเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมวางแผนจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2025” ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2568 หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาร่วมมหกรรมสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 46,000 ล้านบาท พร้อมผลักดันให้กางเกงลายประจำจังหวัดกลายเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน

สำหรับ ร้านมดส้ม ถือเป็นผู้บุกเบิกที่นำลายโคราชโมโนแกรมมาพัฒนาเป็นกางเกงลายแมวเจ้าแรกของจังหวัด จำหน่ายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ในราคาเพียงตัวละ 199 บาทเท่านั้น โดยไม่เคยปรับขึ้นราคาแม้ความต้องการจะพุ่งสูงต่อเนื่อง

“กระแสดีมากครับ ยอดขายไม่เคยตก ล่าสุดหลังรัฐบาลส่งเสริม ยอดสั่งซื้อพุ่งขึ้นอีก คาดว่าเดือนเมษายนจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว” นายโชคชัยกล่าวอย่างมั่นใจ

นอกจากกางเกงลายแมวแล้ว ร้านยังมีสินค้าอื่น ๆ ในธีม ลาย “โคราชโมโนแกรม” เช่น เสื้อ หมวก กระเป๋า และรองเท้าแตะ ราคาเท่ากันที่ 199 บาท ครบครันให้เลือกชอปอย่างจุใจ และพิเศษสุดในช่วงนี้ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมากำลังจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี หรือ “งานย่าโม” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 ทางร้านได้เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ “ย่าฉัน ท่านชื่อโม” เสื้อลายพิเศษราคา 199 บาท เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 199 ปีแห่งชัยชนะ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลายจากชาวโคราชที่แห่จองกันจนแทบผลิตไม่ทัน

“นครราชสีมาไม่ใช่แค่มีกางเกงลายแมว แต่เรามีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนทั้งเสื้อผ้าและสินค้าต่าง ๆ ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทำให้ชาวโคราชภาคภูมิใจ และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในสงกรานต์นี้” นายโชคชัย กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

อุบลราชธานีต้นแบบปลูกมะพร้าวน้ำหอมสู้ดินเค็มรสชาติหอมหวาน

มะพร้าวน้ำหอมเป็นที่ชื่นชอบของคนหลายๆ คน เพราะมีประโยชน์มากมาย อาทิ ช่วยแก้กระหาย เพิ่มความสดชื่น บำรุงผิวพรรณ โดยกรมวิชาการเกษตรพบว่า มะพร้าวน้ำหอมสามารถปลูกได้ในพื้นที่ดินเค็ม

ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2552 เพื่อเผยแพร่หลักการทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ และเป็นศูนย์ต้นแบบเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรและผู้ที่สนใจทั่วไป

โดยพื้นที่ดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริฯ นี้เริ่มต้นจากพื้นที่ประสบปัญหาดินเค็มทั้งหมดจำนวน 14 ไร่ ระดับความเค็มของดินในพื้นที่อยู่ในช่วง “เค็มน้อยถึงเค็มมาก” ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกพืชทั่วไปอย่างรุนแรง และการแก้ไขปัญหาดินเค็มยังต้องใช้ต้นทุนสูง

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาดินเค็มสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีการหนึ่งที่ไม่ยุ่งยากและลงทุนต่ำคือ การปลูกพืชทนเค็มจัดหรือพืชชอบเกลือที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินเค็มให้เกิดศักยภาพในการผลิตพืชได้อีกด้วย

นายขจรวิทย์ พันธุ์ยางน้อย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เนื่องจากความเค็มของดินทำให้ไม่สามารถปลูกพืชทั่วไปได้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนสูง จึงได้คัดเลือกพืชที่เหมาะสมกับดินเค็ม

จากการศึกษาพบว่า มะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดีในพื้นที่ดินเค็ม จึงนำพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม “ก้นจีบ” จากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรมาทดลองปลูกในพื้นที่โครงการศูนย์เรียนรู้ฯ ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมไม่เพียงสามารถตอบสนองต่อดินเค็มได้ดี แต่ยังให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รสชาติหอมหวานกว่าการปลูกในพื้นที่ปกติ วัดค่าความหวานได้เฉลี่ย 7.5-9 องศาบริกซ์ ซึ่งอาจเนื่องมาจากพืชที่ทนเค็มจะหลีกเลี่ยงการดึงโซเดียมไปใช้ทำให้ดึงโพแทสเซียมไปใช้ได้มากขึ้น

โดยประโยชน์ของโพแทสเซียมจะช่วยสังเคราะห์น้ำตาล แป้ง และโปรตีน ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายของน้ำตาลจากใบไปยังผล ในขณะที่บางพื้นที่มีการปลูกมะพร้าวน้ำหอม เกษตรกรจะโรยเกลือบริเวณรอบๆ โคนต้นเพื่อเพิ่มความหวาน

อีกทั้งในเทคโนโลยีการผลิตมะพร้าวน้ำหอมของกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ใส่ปุ๋ย 13-13-21 ร่วมกับ แมกนีเซียมซัลเฟต จะเห็นว่าการผลิตมะพร้าวน้ำหอมนั้นเกลือมีส่วนสำคัญอย่างมาก ซึ่งในลักษณะของพื้นที่ดินเค็มอาจไม่จำเป็นต้องโรยเกลือหรือใส่แมกนีเซียมซัลเฟต เนื่องจากในลักษณะดินเค็มจะมีแมกนีเซียมอยู่ในรูปของซัลเฟตเป็นองค์ประกอบอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนสูงได้ศึกษาวิจัยการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสมกับการผลิตมะพร้าวน้ำหอมระยะก่อนให้ผลผลิต และระยะให้ผลผลิตในดินเค็มน้อย-ปานกลาง โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร พบว่าการใส่ปุ๋ยมะพร้าวน้ำหอมตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรร่วมกับแมกนีเซียมซัลเฟต ให้ผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิต เช่น ลักษณะเนื้อ ความหวาน ขนาดผลไม่แตกต่างจากการไม่ใส่แมกนีเซียมซัลเฟต

ดังนั้น การจัดการปุ๋ยมะพร้าวในพื้นที่ ดินเค็มที่เหมาะสมคือการใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตร แต่ไม่ใส่แมกนีเซียมซัลเฟตก็ได้ อีกทั้งในระหว่างดำเนินการทดลองได้เพิ่มเติมการถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการศัตรูมะพร้าวน้ำหอมแบบผสมผสานคือหนอนหัวดำมะพร้าว โดยการใช้ชีวภัณฑ์บีทีร่วมกับสารเคมี พบว่าสามารถป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวน้ำหอมได้

สำหรับแนวทางการใส่ปุ๋ยสำหรับมะพร้าวน้ำหอมเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรคือ ปีที่ 1 ช่วง 4 เดือนแรกหลังปลูก เริ่มให้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น ครั้งที่ 2 ใส่ปุ๋ยสูตรเดียวกันในอัตราเดิมช่วงปลายฤดูฝน

ปีที่ 2 ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น/ปี เพิ่มโดโลไมท์ อัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น/ปี แบ่งใส่ปุ๋ยเป็น 2 ครั้งต่อปี ต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน

ปีที่ 3 ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 3 กิโลกรัม/ต้น/ปี เพิ่มโดโลไมท์ อัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น/ปี แบ่งใส่ปุ๋ยเป็น 2 ครั้ง/ปี ต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน

ปีที่ 4 ขึ้นไป ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 4 กิโลกรัม/ต้น/ปี ใช้โดโลไมท์ อัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น/ปี แบ่งใส่ปุ๋ยเป็น 2 ครั้ง/ปี ต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน วิธีการใส่ปุ๋ยให้หว่านปุ๋ยรอบบริเวณทรงพุ่มของต้นมะพร้าวพรวนดินตื้นๆ เพื่อช่วยให้ปุ๋ยซึมลงในดิน กลบปุ๋ยให้ทั่วบริเวณทรงพุ่ม

“โครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ จังหวัดนครราชสีมา ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ามะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชที่มีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาในพื้นที่ดินเค็ม” นายขจรวิทย์กล่าว

หากเกษตรกรประสบปัญหาการปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็มสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โทร. 0-4437-9390

จากพนักงานบริษัทสู่เจ้าของกิจการ “ขนมครกไส้โคตรทะลัก” สร้างรายได้วันละ 2,000 บาท

หากนักท่องเที่ยวผ่านไปมาที่ ตลาดรอมฏอนเทศบาลตำบลฉลุง อ.เมือง จ.สตูล จะพบเห็น นางสาวฐิติภัทร โลณะปาลวงษ์’ อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน ‘ขนมครกไส้โคตรทะลัก’ พร้อมด้วยบุตรสาวและบุตรชาย มาช่วยกันขายขนมครกไส้ทะลักตั้งแต่บ่ายถึงเย็น

กว่าจะมาถึงวันนี้ นาสาวฐิติภัทร เล่าให้ฟังถึงเส้นทางการเปลี่ยนชีวิตจากพนักงานบริษัทในแผนก QC  สู่การเป็นผู้ประกอบการขนมไทยที่มีรายได้วันละ 2,000 บาท จากขนมครกเพียง 3 กิโลกรัมต่อวัน

“เริ่มต้นจากการตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง และความชอบส่วนตัวในการขายของ ดิฉันได้ศึกษาการทำขนมครกจากช่องทางออนไลน์ แล้วทดลองทำด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกจนได้สูตรที่ลงตัวอย่างทุกวันนี้”

สูตรพิเศษที่ทำให้แตกต่างอยู่ที่การใช้แป้งข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผสมกับน้ำกะทิคุณภาพดี ทำให้ได้เนื้อขนมที่นุ่ม หอม ไม่แข็งกระด้าง โดยเมื่อทำแป้งเสร็จแล้วจะเติมหัวกะทิอีกครั้ง และตามด้วยไส้ที่หลากหลายถึง 4 ชนิด ได้แก่ ไส้ฟักทอง ไส้มันม่วง ไส้ข้าวโพด ไส้เผือก

“ความลับอยู่ที่เราใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การผสมแป้ง และการทำไส้ที่สด ใหม่ทุกวัน หวานพอดีด้วยรสชาติของไส้ที่มาขากธรรมชาติ มีความมันจากหัวกะทิ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย” คุณฐิติภัทรกล่าว

กลยุทธ์การตลาดสร้างลูกค้าประจำ ด้วยประสบการณ์จากการทำงานในบริษัท คุณฐิติภัทรได้นำความรู้ด้านการตลาดมาปรับใช้กับธุรกิจขนมครก จัดแคมเปญ ‘ซื้อขนมครก 20 บาท แถมคูปอง 1 ใบ’ เมื่อสะสมครบ 10 ใบ สามารถแลกขนมครกฟรี 1 กล่อง

เวลาเปิดให้บริการ เดือนรอมฎอน 13.00-18.00 น.  ช่วงเวลาเดือนปกติ เวลา 10.00-18.00 น. ที่สามแยกฉลุง สนใจสั่งขนมครกไส้โคตรทะลัก สามารถติดต่อได้ที่ 099-304-2659

“จากความฝันเล็กๆ สู่ความสำเร็จวันนี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงไหนของชีวิต ก็สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้ ขอเพียงมีใจรัก ตั้งใจ และลงมือทำอย่างจริงจัง” คุณฐิติภัทรกล่าวทิ้งท้าย

บุกรวบหนุ่มเปิดเว็บพนัน PG SLOT 99 แฉสั่งพนักงานปั่นสล็อต แข่งกับลูกค้า ลดโอกาสถูกรางวัล

ตำรวจไซเบอร์ ขยายผลเครือข่าย “PG SLOT 99” เว็บพนันรายใหญ่ รวบหนุ่มเจ้าของเว็บ ยึดทรัพย์สินกว่า 10 ล้านบาท ทั้งเงินสด รถเบนซ์ จักรยานคันละกว่า 2 แสน และสิ่งของแบรนด์เนมราคาแพง แฉใช้เงินที่ได้จากเว็บพนันไปเติมเกมออนไลน์เกือบ 10 ล้าน รวมทั้งสั่งพนักงานปั่นสล็อตแข่งในช่วงเวลาเดียวกับลูกค้า เพื่อลดโอกาสการถูกรางวัล ให้แทบเป็นไปไม่ได้เลย

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศุภกร ผิวอ่อน ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.1 บก.สอท.5 ร่วมกันแถลงผลการขยายผลเครือข่าย “PG SLOT 99″ เว็บพนันรายใหญ่ รวบเจ้าของเว็บยึดทรัพย์สินกว่า 10 ล้านบาท

จับเจ้าของเว็บพนัน PG SLOT 99 แฉสั่งพนักงานปั่นสล็อต แข่งกับลูกค้า ลดโอกาสถูกรางวัล

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 68 ตำรวจไซเบอร์นำกำลังเข้าทลายเครือข่าย “PG SLOT 99″ พบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 500 ล้านบาทต่อปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.5 ได้ทำการจับกุมบัญชีม้าที่ใช้ฝากเงิน ถอนเงิน พักเงิน บัญชีม้านิติบุคคล ผู้ร่วมขบวนการ คนกดเงิน และแอดมินดูแลการเงินของขบวนการ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นสมุดบัญชีธนาคารกว่า 71 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 71 ใบ เงินสดกว่า 9 แสนบาท ทองรูปพรรณ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนหลายรายการ

จับเจ้าของเว็บพนัน PG SLOT 99 แฉสั่งพนักงานปั่นสล็อต แข่งกับลูกค้า ลดโอกาสถูกรางวัล

ต่อมา พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.1 บก.สอท.5 พร้อมชุดสืบสวนได้ทำการขยายผล จนพบหลักฐานการโอนเงินรายได้ของเว็บพนันมาเกี่ยวข้องกับนายโกศล พ่วงตระกูล อายุ 36 ปี ว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์จากเว็บพนันรายนี้เฉลี่ย 2 ล้านบาทต่อเดือน มานานกว่า 1 ปี รวมเป็นเงินกว่า 24 ล้านบาท จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับ ที่ 1898/2568 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2568 ก่อนนำกำลังเข้าค้นบ้านพักเลขที่ 98/6 ซอยลาดพร้าว 94 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เข้าจับกุมนายโกศล พร้อมตรวจยึดของกลาง อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เงินสด 414,000 บาท รถยนต์ เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่น Gla 200 1 คัน รถยนต์ โตโยต้า คัมรี่ 1 คัน รถจักรยาน ยี่ห้อ Factor 1 คัน ราคากว่า 2 แสนบาท แหวนทองคำ กำไลทองคำ แว่นตาแบรนด์เนม กระเป๋าแบรนด์เนม เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงหลายยี่ห้อนับ 10 ตัว ราคาตัวละนับแสนบาท ตุ๊กตาแบร์บริค รวมกว่า 50 รายการ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ภายในบ้านยังพบห้องสำหรับจัดปาร์ตี้ มีโต๊ะสำหรับเล่นพนัน และอุปกรณ์สำหรับเล่นพนัน ชิปแลกเงินจำนวนมาก

จับเจ้าของเว็บพนัน PG SLOT 99 แฉสั่งพนักงานปั่นสล็อต แข่งกับลูกค้า ลดโอกาสถูกรางวัล

จากการสอบสวนนายโกศลให้การยอมรับว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์จากเว็บพนันดังกล่าวจริง โดยส่วนตัวมีความชื่นชอบในสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เงินที่ได้มาจากเว็บพนันจะนำไปซื้อของแบรนด์เนม เพื่อนำมาสะสมเก็บไว้ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ส่วนห้องภายในบ้านหลังดังกล่าวเป็นห้องที่จัดไว้สำหรับเล่นการพนันกันภายในกลุ่มคนรู้จักของตนเอง และตนเองยังได้ใช้เงินที่ได้จากเว็บพนันไปเติมเกมออนไลน์เกือบ 10 ล้านบาท ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และรวมทั้งได้ให้พนักงานปั่นสล็อตแข่งในช่วงเวลาเดียวกับลูกค้า เพื่อลดโอกาสการถูกรางวัล ให้แทบเป็นไปไม่ได้เลย

จับเจ้าของเว็บพนัน PG SLOT 99 แฉสั่งพนักงานปั่นสล็อต แข่งกับลูกค้า ลดโอกาสถูกรางวัล

โดยตำรวจแจ้งกระทำผิดในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าผู้ต้องหาเป็นกลุ่มเว็บพนัน นอกจากจะทำทุกวิธีทางเพื่อหลอกเอาเงินจากพี่น้องประชาชนแล้ว เมื่อได้เงินมาก็จะนำเงินของพี่น้องประชาชนไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เช่น นำไปซื้อสินค้าแบรนด์เนม เติมเกม ใช้ชีวิตหรูหรา กินหรู อยู่สบาย

จับเจ้าของเว็บพนัน PG SLOT 99 แฉสั่งพนักงานปั่นสล็อต แข่งกับลูกค้า ลดโอกาสถูกรางวัล

จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า อย่าได้ตกเป็นเหยื่อของเว็บพนันอย่างเด็ดขาด เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ยังคงปราบปรามเว็บพนันออนไลน์อย่างเข้มข้น ซึ่งไม่เพียงแต่จับกุมแต่บัญชีม้าเท่านั้น แต่จะสืบสวนขยายผลไปจนถึงเจ้าของเว็บหรือผู้รับผลประโยชน์ ตลอดจนยึดและอายัดทรัพย์สินเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โตเกียวเผชิญหิมะหลงฤดู เตือนประชาชนรับมือสภาพอากาศรุนแรง

กรุงโตเกียวเผชิญหิมะที่ตกผิดฤดูกาลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากความกดอากาศต่ำกำลังก่อตัว สำนักงานอุตุนิยมวิทยาต้องออกคำเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศที่รุนแรง ทั้งลมกระโชกแรง พายุฝนฟ้าคะนอง และคลื่นสูงในหมู่เกาะญี่ปุ่น

ชาวกรุงโตเกียวต้องรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกไปจนถึงฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งเกิดจากอากาศเย็นจัดและระบบความกดอากาศต่ำที่ปะทะกับอากาศความชื้นในชั้นบรรยากาศ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังพายุฟ้าคะนอง พายุทอร์นาโด ลูกเห็บ และฝนตกหนัก

นอกจากนี้ หน่วยงานดังกล่าวยังเตือนถึงพายุหิมะและลมกระโชกแรงในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกของประเทศ

หิมะที่ตกลงมาอย่างผิดปกตินี้เกิดขึ้นก่อนฤดูดอกซากุระบานของญี่ปุ่น โดยสมาคมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าดอกซากุระจะเริ่มบานในกรุงโตเกียวในวันเสาร์นี้.

ดีเอสไอกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้ายึดของกวางกว่า 1.2 แสนชิ้นมูลค่า กว่า 21 ล้านบาท

ดีเอสไอสนธิกำลังเข้าตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ กว่า 120,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 21 ล้านบาท

ตามนโยบายรัฐบาลโดยการนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานภาครัฐบูรณาการความร่วมมือ เดินหน้าปราบปราม หยุดยั้งการลักลอบผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด โดยให้เร่งดำเนินการจับกุมและเร่งสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นั้น

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  ได้ร่วมกันลงพื้นที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง โดยมี นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นายดิเรก คชารักษ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายวุฒิ เร่งประดุงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ให้การต้อนรับ การลงพื้นที่ในครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับกรมศุลกากรและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันตรวจยึดสินค้าผ่านแดนในตู้สินค้าหมายเลข TSSU5129398  BSIU9619966  TXGU5418901 และ JXLU7999350

โดยตรวจพบบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง รวมทั้งสิ้น 121,490 ชิ้น คิดเป็นมูลค่า 21,868,200 บาท อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และเป็นของต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง สินค้าต้องห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2559 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 และประกาศกรมศุลกากรที่ 185/2564 เรื่อง พิธีการศุลกากรว่าด้วยการผ่านแดนทางอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ข้อ 6 ซึ่งกรณีดังกล่าวเนื่องมาจากการสืบสวนสอบสวนขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาภายในราชอาณาจักร

ภายใต้การอำนวยการของ นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการกองคดีภาษีอากร ได้สั่งการให้ พันตำรวจตรี กล้าหาญ คล่องพยาบาล รองผู้อำนวยการกองคดีภาษีอากร นายปัณฑ์พิสิษฐ์ วิสาลเสสถ์ ผู้อำนวยการส่วนคดีภาษีอากร 2 พร้อมคณะ เลขสืบสวนที่ 214/2567 พบว่ามีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยแต่ผู้นำเข้าไม่ดำเนินการทางพิธีการของศุลกากรจึงได้ทำการเปิดตู้สินค้าเพื่อตรวจสอบ และพบบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง ซุกซ่อนปะปนกับสินค้าอื่น

ทั้งนี้ ของกลางที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว กรมศุลกากรจะได้ประเมินราคาเพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ  เพื่อดำเนินคดี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้เร่งทำการสืบสวนสอบสวนและขยายผลไปยังตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและมาตรการพิเศษอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนต่อไป

อลังการ“งานประเพณีท่องเที่ยวปราสาทเมืองต่ำ ตามรอยอารยธรรมขอม”เมืองบุรีรัมย์

จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเชิญชวนเที่ยว “งานประเพณีท่องเที่ยวปราสาทเมืองต่ำ ตามรอยอารยธรรมขอม” 28-30 มีนาคม นี้ ณ ปราสาทเมืองต่ำ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยว ชมขบวนแห่เครื่องบวงสรวงสักการะ การสักการะบูชาเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภาพสลักดอกบัวแปดกลีบ  การรำบวงสรวง การรำบวงสรวง เลือกซื้อของฝากของที่ระลึกและชวนชิมลิ้มรสกับอาหารพื้นบ้าน

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.68 จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอประโคนชัย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต.) ในเขตอำเภอประโคนชัย และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เตรียมจัด “งานประเพณีท่องเที่ยวปราสาทเมืองต่ำ ตามรอยอารยธรรมขอม” ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2568 ที่ปราสาทเมืองต่ำ ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

เพื่อสืบสานวิถีชีวิตพื้นบ้าน และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แหล่งโบราณสถานอันล้ำค่าของชุมชน ทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เดินทางเข้าสัมผัสกับความงดงามของปราสาทเมืองต่ำอารยธรรมขอมโบราณ เรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม รวมถึงไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์

ภายในงานจะมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย ขบวนแห่เครื่องบวงสรวงสักการะ การสักการะบูชาเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภาพสลักดอกบัวแปดกลีบ  การรำบวงสรวง ชุด บารายศัทธา บูชามหาศิวะ ที่ชาวอำเภอประโคนชัยจะร่วมกันแต่งกายด้วยชุดผ้าบารายพันปีสีกลีบบัว และผ้าโซ่รักบาราย มารำถวายสักการะบูชา

นอกจากนี้ ก็ยังจะมีการแสดง แสง สี เสียง การจำหน่ายสินค้า OTOP ชิม ช๊อป แช๊ะ และแชร์ เลือกซื้อของฝากของที่ระลึกและชวนชิมลิ้มรสกับอาหารพื้นบ้าน ภายในบริเวณตลาดโบราณ ปราสาทเมืองต่ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน พิธีสวดมนต์ปฏิบัติธรรม

โดยผู้มาร่วมงานยังจะสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตคนพื้นถิ่นอำเภอประโคนชัยได้ด้วยการใช้บริการโฮมสเตย์ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีที่มีรางวัลหมู่บ้านชนะเลิศ การันตีมารับรองมาตรฐานได้ด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ไปพร้อมกัน ทั้งจะได้มีการการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ที่จะจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด มาเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก

ปราสาทเมืองต่ำ เป็นศาสนสถานที่สร้างตามคติความเชื่อทางศาสนาฮินดู สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาเพื่อถวายพระศิวะ มีลักษณะเป็นศาสนสถานประจำเมืองหรือชุมชน โดยตำแหน่งที่ตั้งของปราสาทเมืองต่ำ อยู่บนเส้นทางอารยธรรมขอมจากเมืองพระนครในประเทศกัมพูชา ขึ้นสู่ทางเหนือผ่านเทือกเขาพนมดงรัก ผ่านกลุ่มปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ ผ่านปราสาทเมืองต่ำสู่ปราสาทพนมรุ้ง ไปยังปราสาทพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ทำให้กล่าวได้ว่าชุมชนโบราณที่ปราสาทเมืองต่ำ มีความสัมพันธ์กับชุมชนโบราณใกล้เคียงบนเส้นทางอารยธรรมขอมจากเมืองพระนครสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

มทภ.4 สั่งกำชับ “ศปก.อ.ระแงะ”ยกระดับดูแลเข้มข้นความปลอดภัย ปชช.ช่วงเดือนรอมฎอน

แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ ศปก.อ.ระแงะ ย้ำระมัดระวังและไม่ประมาท เพื่อลดการสูญเสียของกำลังพลเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 เวลา 10.20 น.  ณ  ห้องประชุมตันหยงมัส ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พลโท ไพศาล  หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะฝ่ายอำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ของศูนย์ปฏิบัติการอำเภอระแงะ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ และผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการอำเภอระแงะ เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่พร้อมรับทราบถึงปัญหาข้อขัดข้อง ก่อนร่วมพูดคุยหารือและมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน

พร้อมกำชับให้เพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัยช่วงเดือนรอมฎอน และการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี โดยมี รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอระแงะ หัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมประชุมฯ

โอกาสนี้ พลโท ไพศาล  หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ กล่าวชื่นชมภาพรวมการปฏิบัติงานรวมไปถึงมาตรการด้านต่างๆของศูนย์ปฏิบัติการอำเภอระแงะ  พร้อมเน้นย้ำหน่วยถึงมาตราการรักษาความความปลอดภัยใน 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน รวมไปถึงช่วงเทศกาลวันฮารีรายอ ที่ประชาชนมีการสัญจรหนาแน่น โดยให้ปรับเปลี่ยนด่านตรวจ ให้เป็นด่านอำนวยความสะดวก ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยตรวจค้นบุคคล

และสิ่งของผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในพื้นที่ รวมทั้งกำชับให้กำลังพล เจ้าหน้าที่ ให้ระมัดระวังดูแลตัวเองต้องไม่ประมาทในการปฏิบัติงาน และใช้ชีวิตประจำวันเพื่อลดและป้องกันการสูญเสียของกำลังพลเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญ

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

กมธ.แรงงาน แนะทางออกสภาพการจ้าง บริษัท เอ.แอล.เอ็ม.ที. (ประเทศไทย) ยึดเหตุผลความจำเป็นมากกว่าข้อกฎหมาย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี

Screenshot

นายสฤษฏ์พงษ์  เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการการแรงงาน ได้ประชุมพิจารณาเรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างในการย้ายลูกจ้างไปทำงานในสถานที่อื่นของบริษัท เอ.แอล.เอ็ม.ที. (ประเทศไทย) จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจ งานผลิตดายส์ หินเจียร ใบหินตัด และเครื่องมือที่ทำด้วยเพชรงานซ่อมเครื่องมือทำด้วยเพชร ในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จังหวัดฉะเชิงเทรา กรรมาธิการฯ ได้รับหนังสือจากสหภาพแรงงานโอซาก้า เรื่อง เปลี่ยนสภาพการจ้างในการย้ายลูกจ้างไปทำงานสาขาจังหวัดนครราชสีมา ขอให้ทางคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาข้อกฎหมายว่าการดำเนินการของนายจ้างในการย้ายพนักงานจากสาขานิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ไปสาขาจังหวัดนครราชสีมา เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างหรือไม่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้แทนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้แทนสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้แทนบริษัท เอ.แอล.เอ็ม.ที (ประเทศไทย) จำกัด และประธานสหภาพแรงงานโอซาก้า เข้าร่วมประชุม

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร์

ในการประชุมพิจารณาประเด็นดังกล่าว ได้ทำการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 56-57 จากการพิจารณาคณะกรรมาธิการฯ พบข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ ได้เปิดโรงงานใหม่ที่จังหวัดนครราชสีมา และได้ประกาศแจ้งให้ลูกจ้างแผนกดายส์ ตามประกาศที่ บค. 22/2554 วันที่ 5 สิงหาคม 2554 เพื่อสอบถามความสมัครใจในการย้ายสถานที่ทำงานของลูกจ้าง มีรายละเอียดเกี่ยวข้องกับสภาพการจ้าง และข้อกำหนดมาตรการในการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่ลูกจ้างจะได้รับจากการย้ายที่ทำงาน อาทิ เงินค่าตอบแทน เงินช่วยเหลือ ค่าขนย้าย และค่าเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัว และในปี 2567 บริษัทฯ ในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ มีจำนวนยอดการผลิตลดน้อยลงทำให้ลูกจ้างในบางแผนกมีคนมากกว่าปริมาณงาน บริษัทจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กร และดำเนินการจัดทำแบบสำรวจและสอบถามลูกจ้างในการโอนย้ายการทำงานสาขาอื่น เพื่อให้มีลูกจ้างจำนวนที่เหมาะสมกับปริมาณงานในแต่ละโรงงาน โดยเฉพาะโรงงานในสาขาจังหวัดนครราชสีมาที่มีปริมาณงานมากกว่าจำนวนคน บริษัทจึงได้มีประกาศที่บก.ธค. 04/2567 แจ้งสิทธิ์เกี่ยวกับเงินช่วยเหลือสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับลูกจ้างที่มีความสนใจต้องการย้ายไปทำงานยังสาขาโรงงานจังหวัดนครราชสีมา โดยลูกจ้างสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตามความสมัครใจ

ในประเด็นดังกล่าวสหภาพแรงงานฯ เห็นว่าการที่บริษัทฯ โอนย้ายลูกจ้างจากโรงงานสาขานิคมฯเวลโกรว์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปยังโรงงานสาขาจังหวัดนครราชสีมา ในช่วงปลายปี 2567 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีประกาศให้เงินช่วยเหลือและสวัสดิการต่าง ๆ แก่ลูกจ้างเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณลูกจ้างยิ่งกว่า ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 เนื่องจากในปี 2567 ลูกจ้างได้รับเงินช่วยเหลือและสวัสดิการต่าง ๆ น้อยกว่าเดิมเมื่อเทียบกับการย้ายลูกจ้างเมื่อปี 2554 ในประเด็นดังกล่าว สหภาพแรงงานโอซาก้า ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายจ้างเพื่อทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยบริษัทฯ ลงนามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและจดทะเบียนบังคับใช้เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อปี 2557 โดยมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างข้อ 14 กำหนดเรื่องการย้ายสถานประกอบกิจการ ย้ายสาขา การยุบแผนกหรือไม่ว่ากรณีใด ๆ ที่จำเป็นต้องปรับลดพนักงาน และข้อ 14.1 บริษัทฯ ต้องจ่ายตามประกาศ บค. 22/2554 สำหรับพนักงานที่สามารถย้ายสถานประกอบการ ย้ายสาขาไปทำงานกับบริษัทฯ ได้ ต่อมาในช่วงปี 2567 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  บริษัทฯ ได้มีประกาศแจ้งสิทธิเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับลูกจ้างที่มีความสนใจต้องการย้ายไปทำงาน ณ สาขาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสหภาพแรงงานฯ เห็นว่าเงินช่วยเหลือและสวัสดิการต่าง ๆ แก่ลูกจ้างเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณลูกจ้าง เนื่องจากในปี 2567 ลูกจ้างได้รับเงินช่วยเหลือและสวัสดิการต่าง ๆ น้อยกว่าเดิม เมื่อเทียบกับการย้ายลูกจ้างเมื่อปี 2554

“บริษัท เอ.แอล.เอ็ม.ที. (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลว่า เจตนารมณ์แท้จริงของบริษัทฯ ในการลงนามรับข้อตกลงสภาพการจ้างตามข้อเรียกร้อง ข้อ 14 บริษัทฯ เห็นว่าเป็นกรณีที่บริษัทฯ ย้ายสถานประกอบการ ย้ายสาขา หรือกรณีใด ๆ ที่ต้องมีการปรับลดพนักงานหรือยุบแผนกเหมือนเช่นเมื่อกรณีปี 2554 ซึ่งมีการยุบแผนกดายส์ให้ไปทำงานสาขาจังหวัดนครราชสีมาที่บริษัทฯ ขยายสาขาใหม่ตามคำสั่งของบริษัทฯ จึงมีการให้สิทธิ สวัสดิการที่เป็นการจูงใจให้ลูกจ้างเดินทางไปทำงาน ซึ่งแตกต่างจากกรณีของปี 2567 ที่บริษัทฯ เปิดให้ลูกจ้างที่มีความสนใจต้องการย้ายไปทำงาน ณ สาขาโรงงานจังหวัดนครราชสีมา มาสมัครเพื่อกลับไปทำงานที่ใกล้ภูมิลำเนาและเป็นไปตามความสมัครใจโดยบริษัทฯ พิจารณาความเหมาะสมและตำแหน่งงานก่อนทำข้อตกลงเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือสวัสดิการต่าง ๆ โดยบริษัทฯ จ่ายเงินเดือน เงินค่าตอบแทนตามอายุงาน ค่าขนย้าย แต่ไม่ให้ค่าเช่าที่พักรายเดือน ๆ ละ 2,500 บาท เป็นเวลา 2 ปี และค่าเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวเนื่องจากลูกจ้างย้ายไปทำงานใกล้ภูมิลำเนาและไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวแล้ว”

นายสฤษฏ์พงษ์  กล่าวต่อว่า ในเรื่องนี้ผู้แทนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้ข้อมูลว่า สิทธิเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือสวัสดิการต่าง ๆ ของลูกจ้างย้ายไปทำงานสาขาอื่นเป็นสิทธิสวัสดิการในส่วนของที่นายจ้างตกลงให้กับลูกจ้างนอกเหนือจากค่าจ้าง ในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งหากปรากฏเรื่องสิทธิสวัสดิการในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้วมีสภาพบังคับให้ต้องปฏิบัติตาม หากมีข้อพิพาทในส่วนนี้จนไม่อาจตกลงกันได้จะต้องมีการดำเนินการไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อยุติต่อไป

“ในประเด็นนี้ทางคณะกรรมาธิการ ได้รับทราบข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้น เราต้องการให้บริษัทนายจ้าง และสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นตัวแทนของลูกจ้าง ทำการเจรจาพูดคุยกันในส่วนของสิทธิสวัสดิการตามข้อตกลงสภาพการจ้างที่นายจ้างได้ลงนามผูกพันบริษัทฯ ควรจะพิจารณาให้ลูกจ้างได้รับแต่จะได้รับมากน้อยเพียงใดให้พิจารณาในส่วนของเหตุผลความจำเป็นที่เกิดขึ้นด้วย ทั้งนี้ไม่อยากให้ยึดข้อตกลงข้อกฎหมายที่มีลักษณะผูกพันกันมากเกินไป ควรอยู่บนความเข้าใจทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ทั้งนายจ้าง ลูกจ้างสามารถอยู่ได้ ข้อเสนอแนะใด หากมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใดที่ไม่เหมาะสมควรมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้มีผลบังคับใช้ที่ถูกต้องต่อไป และคณะกรรมาธิการฯ จะมีหนังสือถึงสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและจัดทำบันทึกการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่ายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีให้สามารถดำเนินการต่อไปได้

เศรษฐีภูธรแห่ซื้อทองคำเก็งกำไรมั่นใจเทศกาลสงกรานต์ทะลุบาทละ5หมื่นบาทแน่

หลังจากราคาทองคำแท่งขยับราคาบาทละ 48,250 บาท  นับว่าสูงที่สุดในประวัติการณ์ของราคาทองคำในประเทศไทย ทำให้บรรยากาศราคาการซื้อ-ขาย ทอง ที่ร้านทองอุเทน ถ.ชีท่าขอน เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีประชาชนเดินทางมาซื้อและขายทองกันอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่คนนิยมมาซื้อทองเก็บเพื่อเกรงกำไรมากกว่านำมาขายคาดว่าทองจะถึงบาทละ 50,000 บาท ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง

นายเอกลักษณ์ ชนาวิรัตน์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านทองอุเทน กล่าวว่า ราคาทองคำแท่งประเทศไทยวานนี้ 48,250 บาทต่อบาททองคำ รับซื้อ 48,150 บาทต่อบาททองคำ ทองรูปพรรณขายออก 48,600 บาทต่อบาททองคำ รับซื้อ 45,900 บาทต่อบาททองคำ เช้านี้ราคาทองคำขึ้นมา 250 บาทต่อบาททองคำเป็นราคาสูงสุดของประเทศไทยเท่าที่เคยเห็นมา สาเหตุที่ราคาทองขึ้นมากช่วงนี้เป็นเพราะนโยบายของสหรัฐอเมริกาและความกังวลเรื่องทองคำ ขณะเดียวกัน สงครามเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คนกังวล แต่หลักๆจะเป็นนโยบายของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีต่อพันธมิตรอื่น

“ช่วงนี้คนนิยมมาซื้อทองคำแท่งมากกว่าเพราะยังมองว่าราคาทองคำจะสูงขึ้นไปอีก ทุกวันจึงมีลูกค้ามาซื้อทองเพื่อเกร็งกำไรกันมากขึ้น ทั้งที่แต่ก่อนพอราคาทองขึ้นคนจะนำมาขายออกแต่ช่วงนี้คนซื้อเก็บเป็นส่วนใหญ่และที่ดูพฤติกรรมพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนที่มาซื้อไว้หวังกำไร อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ ราคาทองคำมีสิทธิ์ที่จะขยับไปถึง บาทละ50,000 บาท เพราะระยะนี้แนวโน้มทองคำยังเป็นช่วงขาขึ้นอย่างมาก”