นายกฯแถลงทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า รายใหญ่สุดในประเทศ ยึดได้ 2.6 แสนชิ้น มูลค่า 130 ล้านบาท

แนายกฯอิ๊งค์ รุดจับโกดังบุหรี่ไฟฟ้า ชมตร.ทลายล็อตใหญ่ ยัน รัฐบาลเดินหน้าเข้ม ย้ำ ของกลางทำลายทุกชิ้นไม่มีเล็ดลอดไปขายหรือใช้ต่อ เล็ง ปปง.สอบเส้นทางเงิน

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 68 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยกเลิกการแถลงข่าว ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเดินทางด่วนไปยัง โกดังแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อแถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้า โดยพบว่าโกดังดังกล่าวอยู่ห่างจากสถานีตำรวจภูธรบางบัวทองเพียง 900 เมตร

สำหรับการแถลงข่าววันนี้ มีผู้แถลงข่าวประกอบด้วย นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พลตำรวจโทสำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พลตำรวจตรีนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพลตำรวจตรีโชติวัฒน์ เหลืองวิไล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล

พลตำรวจโท สำราญ กล่าว่า วันนี้ เป็นปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจนครบาลร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ขอศาล อนุมัติหมายค้นพื้นที่ 10 จุด ที่สืบทราบว่าเป็นแหล่งเก็บและขายบุหรี่ไฟฟ้า – น้ำยา โดยยึดของกลางทั้งหมด 260,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 130 ล้านบาท เป็นการปฏิบัติงานต่อเนื่องหลังรับนโยบายจากรัฐบาล โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกหน่วยทำงานบูรณาการร่วมกัน โดยภาพรวมผลปฏิบัติการทั้งหมดสามารถยึดของกลางได้กว่า 800,000 ชิ้นมูลค่า กว่า 200 ล้านบาท ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุด และมีมูลค่าที่สูงมาก เพราะของที่พบในโกดังแห่งนี้เป็นสินค้าพรีเมี่ยม โดยประเมินมูลค่าต่อชิ้นอยู่ที่ประมาณ 500 บาท

นางสาวแพทองธาร ชื่นชมตำรวจ ที่ได้ประสานงานกันเป็นอย่างดี จนทำให้สามารถจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าลอตใหญ่ได้ โดยสิ่งที่รัฐบาลกังวล คือปริมาณของสารเสพติดที่แฝงอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าจะมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากมีการนำน้ำยาไปผสมกับยาเค และในหลายเคสส่งผลถึงชีวิต โดยบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นยาเสพติดที่จะติดในระยะยาว เลิกยาก 

ด้านพลตำรวจตรีนพศิลป์ ระบุว่า จากการสืบสวนของตำรวจนครบาล ร่วมกับตำรวจภูธรทุกภาค โดยมีการจับกุมทั่วประเทศ และมีการขายผ่านทางออนไลน์อย่างแพร่หลาย ซึ่งเคสนี้เป็นการล่อซื้อผ่านทางเว็บไซต์ และกลุ่มไลน์ จากนั้น ได้มีการสะกดรอยตามว่ามีการจำหน่ายสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าที่ใดบ้าง จนมาพบว่ามีจุดพักสินค้า จนขยายผลว่ามีการรับสินค้ามาจากเส้นทางใด ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงกับที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่เพิ่งมีการตรวจค้นที่โกดังด่านศุลกากรแหลมฉบัง โดยหลังจากนี้จะมีการสืบสวนขยายผลว่าใครเป็นคนนำสินค้าเข้ามา ขณะเดียวกันในสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่แพ็คสินค้า จากการสั่งของผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ก่อนมีการจัดส่งทางไปรษณีย์ ขณะเดียวกันที่โกดังแห่งนี้ยังมีตู้สำหรับโชว์สินค้าสำหรับผู้ที่จะนำไปจำหน่ายรายย่อยได้นำไปตั้งโชว์สินค้าให้กับลูกค้าด้วย ถือว่าเป็นสถานที่ครบวงจร นอกจากนี้จะมีการขยายผลไปถึงความผิดฐานฟอกเงินต่อไปอีกด้วย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าโกดังแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง พลตำรวจตรีนพศิลป์ ระบุว่า พื้นที่ของโกดังแห่งนี้ได้มีการแจ้งต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แล้ว จนมีการประสานงานร่วมกัน และพบว่าโกดังดังกล่าวเป็นโกดังปิด ซึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีมีหลายโกดัง การตรวจสอบของตำรวจอาจจะไม่ทั่วถึง ซึ่งยังพบว่าพฤติการณ์ผู้ต้องหาจะย้ายสินค้าหนีหากมีตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องของกฎหมายต้องมีความชัดเจน ซึ่งต้องใช้เวลา ตอนนี้ทางรัฐบาลของมุ่งเน้นไปในการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ และต้องค่อยค่อยสื่อสารไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ว่า บุหรี่ไฟฟ้าคือสิ่งผิดกฎหมาย จึงขอฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอุดมศึกษาฯ ที่ต้องเน้นย้ำในเรื่องการให้ความรู้

เมื่อถามว่า เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่หรือไม่โดยเฉพาะในส่วนของกรมศุลกากร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ด่านแรกในการตรวจสอบสินค้า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต่อจากนี้รัฐบาลสั่งเข้มงวดในเรื่องนี้ ซึ่งเชื่อว่าทุกภาคส่วนทราบตรงกันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลเอาจริงเอาจัง แล้วจะเห็นได้ว่าสถานการณ์กำลังจะดีขึ้น และหลังจากนี้ต้องมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ามีความประหลาดใจหรือไม่ว่าโกดังแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานีตำรวจนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องเด็ดขาดในเรื่องนี้ ซึ่งต้องไปตรวจสอบว่า สินค้าเหล่านี้นำเข้ามาอย่างไร ตำรวจก็กำลังตรวจสอบอยู่ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่รัฐบาลเริ่ม เกิดความสับสนเรื่องของกฎหมายและนโยบายต่าง ๆ เพราะช่วงแรกไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ แต่วันนี้มีความชัดเจนแล้ว ทุกอย่างก็เดินหน้าได้ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของตัวเองในฐานะนายกรัฐมนตรีที่จะต้องสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้

ส่วนมีข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีโกดังที่ใหญ่กว่าโกดังแห่งนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตอนนี้มีข้อมูลเข้ามาจำนวนมาก แต่ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป เพราะข้อมูลต่างๆตำรวจเป็นคนเก็บรวบรวม ซึ่งตัวเองไม่ทราบ 

ฃพลตำรวจโทสำราญ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ ของกลางเหล่านี้จะถูกส่งไปทำลาย โดยมีขั้นตอนวงรอบกำหนดอยู่เหมือนกับการทำลายยาเสพติด โดยวันที่ทำลายจะมีการเชิญสื่อมวลชนไปด้วย 

นายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ว่าจะมีใครเก็บไป เพราะตำรวจได้นับของกลางทุกอย่างไว้ทั้งหมดแล้ว

ขณะที่นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ของกลางทั้งหมดนี้จะนำส่งไปที่กรมศุลกากร ตามที่กฎหมายกำหนด จากนั้นจะมีการประเมินมูลค่า ก่อนที่จะให้ตำรวจขยายผลเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการขยายผลถึงนายทุน และตัวแทนที่นำเข้ามาในปนะเทศ

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า รัฐบาลดำเนินการอย่างครอบคลุมทั้งหมด ทั้งการหาต้นตอ จับกุมและทำลาย 

สำหรับในวันนี้พลตำรวจโทสำราญ ระบุว่า วันนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน และกำลังออกหมายจับอีก 1 คน 

ส่วนที่ตำรวจมีข้อมูลหรือไม่ว่าโกดังแห่งนี้เป็นของภรรยาตำรวจ พลตำรวจตรีนพศิลป์ ระบุว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด โกดังดังกล่าวเป็นโกดังที่ปล่อยเช่า มีเจ้าของเป็นผู้หญิง เป็นอดีตภรรยาตำรวจ แต่ผู้ต้องหาคือผู้ที่มาเช่า ซึ่งผู้ให้เช่าไม่ทราบ

“บ้านธรรมชาติล่าง” ต่อยอดชุมชนท่องเที่ยวสู่การอนุรักษ์ คนรุ่นใหม่รวมพลังสร้างความยั่งยืน

ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของบ้านธรรมชาติล่าง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ชุมชนที่เปี่ยมไปด้วยอัตลักษณ์ ชาวชุมชนทำประมงพื้นบ้านและเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก ประกอบกับต้นทุนทางธรรมชาติที่สวยงาม น้ำทะเลใสกับชายหาดหินลาวา เกิดเป็นหาดทรายแดง รวมทั้งมีปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์ จุดประกายให้ชาวชุมชนเกิดแนวคิดในการผลักดันให้ที่นี่กลายเป็นแห่งท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านธรรมชาติล่าง จ.ตราด”

ประมงชายฝั่งพื้นบ้าน ที่มีปู กุ้ง กั้ง ปลาเต็มลำเรือ กำลังเข้าเทียบท่า เป็นภาพชินตาของผู้คนที่มาท่องเที่ยวที่นี่ จุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของ “ฐานรักสุขภาพ” ที่จะได้ลิ้มลอง “อาหารเป็นยา” เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่กับอาหารเพื่อสุขภาพที่มีสมุนไพรเป็นองค์ประกอบ และยังมีอาหารทะเลสดๆราคาชุมชน กับเมนูพื้นบ้านที่ต้องมาทานที่นี่เท่านั้น แถมยังได้ผ่อนคลายกับสมุนไพร 10 ชนิด ที่ล้วนมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ผิวพรรณ

จากนั้นไปกันต่อที่ “ฐานรักโลก” ชวนผู้มาเยือนได้ร่วมกันรักโลก ด้วยกิจกรรมเรียนรู้การจัดการขยะ ทำอิฐบล็อคทางเดิน กระถางต้นไม้จากขยะ พร้อมเพนท์ลายเป็นของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับไปด้วย ส่วน “ฐานรักดิน” ทุกคนจะได้ทำความรู้จักกับ “น้องไส้เดือน” ผู้ช่วยทำให้ปุ๋ยมีคุณภาพสูง ทำให้ “ปุ๋ยอินทรีย์นาโน” ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า OTOP ใครๆได้ใช้ก็ต้องบอกว่านี่แหละของดีจังหวัดตราด

จบทริปกับ “ฐานรักสิ่งแวดล้อม” สีสันต์ของพืชพรรณธรรมชาติ ที่ได้จาก “ป่าชุมชน ป่าสมุนไพร ป่าชายเลน” กลายเป็น “ผ้าสามป่า” ผลิตภัณฑ์ผ้าประจำพื้นถิ่นของ จ.ตราด ได้อย่างน่าชื่นชม ที่สำคัญยังได้ขยายความสำเร็จ ‘แหล่งเรียนรู้ผ้าสามป่า’ เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนวัดบางปิดล่าง กลายเป็นโรลโมเดลต่อยอดสู่โรงเรียนต่างๆใน จ.ตราด เป็นหลักสูตรฝึกอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้เด็กๆและชุมชนต่อไป

“บ้านธรรมชาติล่าง” ชุมชนเล็กๆด้านหลังติดเขา ด้านหน้าติดทะเลอ่าวไทย วันนี้กลายเป็นแลนมาร์คใหม่ของจ.ตราด จากความร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชน ที่ต้องการถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน และการสนับสนุนที่เข้มแข็งของเพื่อนแท้ อย่าง CPF  ที่เข้าไปดำเนินกิจการโรงเพาะฟักลูกกุ้งภาคตะวันออก มานานกว่า 24 ปี จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ที่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชุมชน และมีแรงผลักดันสำคัญจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.)

ความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้นำชุมชนผนวกกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อได้บริษัทเข้ามาผสานพลังกับชุมชน จึงเกิดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว และวิสาหกิจชุมชน พร้อมต่อยอดเป็นเครือข่ายชุมชน บ้านธรรมชาติล่าง บ้านธรรมชาติบน และบ้านแหลมอวน เพื่อเชื่อม หาดทรายแดง หาดทรายดำ และหญ้าทะเล กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในเร็วๆนี้

ด้วยพลัง 3 วัย “วัยเก๋า วัยรุ่น วัยเด็ก” ที่ CPF ช่วยดึงศักยภาพของแต่ละวัย จนสามารถสร้างบุคลากรเป็นมัคคุเทศก์ ได้ มากกว่า 20 คน ที่รับหน้าที่นำเที่ยวและถ่ายทอดวิถีชุมชนได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมขยายความสำเร็จของชุมชนอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน การผนึกกำลังกับ ‘กลุ่มประมงพื้นบ้าน’ ที่มีความเชี่ยวชาญ รับผิดชอบ “ฐานรักสุขภาพ” และต่อยอดสู่  ‘ธนาคารปูม้า’ เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ปู นับเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง

ภาพสะท้อนความสำเร็จของ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านธรรมชาติล่าง จ.ตราด” จากความร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมทำ ของชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ทำให้ที่นี่กลายเป็น ‘ชุมชนแห่งรอยยิ้ม’ ที่เปิดรับนักท่องเที่ยว พร้อมถ่ายทอดวิถีชุมชนแก่ผู้มาเยือนทุกคน

คนนนท์สุดทน!ขึ้นป้ายสาบแช่งคนมักง่ายนำขยะมาทิ้งส่งกลิ่นเหม็นโฉ่

ชาวบ้านเมืองนททบุรีสุดจะทนขึ้นป้ายใหญ่สาปแช่งคนมักง่ายแอบนำขยะมาทิ้งกลางดึก เหม็นโฉ่มาหลายปี วอนเจ้าหน้าที่เทศบาลบางคูรัดช่วยแก้ปัญหาให้เด็ดขาดเสียที

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณริมถนนภายในซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบกองขยะขนาดใหญ่มีทั้งเศษวัสดุก่อสร้าง ต้นไม้ เศษอาหาร และขยะอื่นๆ กองเป็นทางยาวส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ และยังพบป้ายขนาดใหญ่ตั้งอยู่ 3 ป้าย แต่ละป้ายเขียนข้อความสาปแช่งผู้ที่มาทิ้งขยะในบริเวณดังกล่าว เช่น คนที่มาทิ้งขยะบริเวณนี้ขอให้เป็นมะเร็ง , คนที่มาทิ้งขยะบริเวณนี้ขอให้บ้านไฟไหม้และคนที่มาทิ้งขยะบริเวณนี้ขอให้รถคว่ำตาย

จากการสอบถามผู้ที่สัญจรไปมาและชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงพบว่า ที่ดังกล่าวมีชาวบ้านทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่แอบลักลอบนำขยะมาทิ้งในเวลากลางคืน เจ้าหน้าที่เทศบาลเคยเคลียร์ไปแล้ว แต่ก็ยังมาทิ้งกันอยู่

นายทวี อายุ 40 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง บอกว่า พื้นที่ตรงนี้มีชาวบ้านแอบเอาขยะมาทิ้งตั้งแต่ปี 2563 แล้ว ทางเทศบาลเคยลงพื้นที่จัดการเก็บและทำความสะอาดไปแล้วครั้งหนึ่ง และได้นำแผงเหล็กมากั้นเพื่อไม่ให้คนเอาขยะมาทิ้งแต่ก็ไม่ได้ผล ทั้งติดป้ายเตือนห้ามนำขยะมาทิ้งจนป้ายเก่าพังไปแล้ว ก็ยังมีคนแอบเอาขยะมาทิ้งอีก แรกๆ ก็เอาไปทิ้งตรงจุดที่เลยแผงเหล็กกั้นไปเล็กน้อย แต่พอนานวันเข้ากองขยะมันก็สะสมจนกลายเป็นเหมือนจุดทิ้งขยะไปแล้ว

ทั้งนี้ ตนทำอาชีพเก็บของเก่ามาเก็บพวกขวดพลาสติกตรงนี้ประจำ มีขยะเพิ่มขึ้นทุกวัน ส่วนตัวก็มองว่าไม่ควรทิ้งแบบนี้ กระทั่งล่าสุดมีคนเอาป้ายสาปแช่งมาติดเพื่อขู่คนที่แอบเอาขยะมาทิ้ง แต่ก็ไม่รู้ได้ผลหรือไม่ เพราะขยะก็ยังมาอยู่ ตนขี่รถจยย.ผ่านาบริเวณนี้ทุกวันก็ได้กลิ่นเหม็นตลอด แรกๆ ขยะกองเล็กจนกลายเป็นขยะกองใหญ่ไปแล้ว อยากบอกคนที่เอาขยะมาทิ้งให้เลิกมักง่าย เขามีจุดทิ้งขยะให้อยู่แล้ว เท่าที่ตนทราบมีจุดบริการให้ทิ้งขยะแต่อาจจะต้องเสียเงินเป็นค่าบริการ จึงอยากฝากไปถึงเจ้าหน้าที่เทศบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลจัดการเก็บขยะตรงนี้ให้ด้วย และอยากให้มีบทลงโทษผู้ที่นำขยะมาทิ้งอย่างจริงจังซะที

ด้าน ดร.พิมพ์พัชชา หยิมการุณ นายกเทศบาลเมืองบางคูรัด ให้ข้อมูลว่าพื้นที่ตรงที่คนนำขยะมาทิ้งบางส่วนเป็นพื้นที่ของกรมทางหลวงชนบท และพื้นที่ด้านในก็เป็นของเอกชน แต่ยังอยู่ในพื้นที่การดูแลของเทศบาลเมืองบางคูรัด ก่อนหน้านี้ทางเทศบาลบางคูรัดได้ส่งเจ้าหน้าที่เทศบาลไปจัดการเก็บกวาดทำความสะอาดแล้วหลายครั้ง ทำป้ายห้ามทิ้งขยะไปติดก็แล้วแต่ก็ไม่สามารถหยุดคนเอาขยะมาทิ้งได้ ที่สำคัญพื้นที่ตรงนั้นก็เป็นของเอกชนทางเทศบาลจึงไม่สามารถทำอะไรได้มาก

สมาคมนักร้องลูกทุ่งฯเตรียมจัดงานใหญ่ “ไหว้ครู-รดน้ำดำหัวศิลปินอาวุโส” เนื่องในวันสงกรานต์

“ทศพล หิมพานต์” นายกสมาคมนักร้องลูกทุ่งฯ ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อเตรียมการจัดงานไหว้ครู และรดน้ำดำหัวศิลปินอาวุโส เนื่องในวันสงกรานต์วันที่ 9 เมษายน ที่วัดใหม่ผดุงเขต อ.บางกรวย  จ.นนทบุรี

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ที่สมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย นำโดยทศพล หิมพานต์ นายกสมาคมฯ จัดประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อเตรียมการจัดงานไหว้ครู และรดน้ำดำหัวศิลปินอาวุโส เนื่องในวันสงกรานต์  โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้น ในวันที่ 9 เมษายน 2568 มีพิธีไหว้ครู ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ภายในงานจะมีศิลปินลูกทุ่งเข้าร่วมมากมาย พร้อมกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านย้อนยุค ณวัดใหม่ผดุงเขต อ.บางกรวย  จ.นนทบุรี

“แม่สาย” จมฝุ่น ‘สธ.’ เตือนใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน PM 2.5 นอกอาคารทุกครั้ง

เชียงราย-“แม่สาย” สำลักฝุ่น ‘สาธารณสุข’ เตือนใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน PM 2.5 นอกอาคารทุกครั้ง ควรอยู่ในห้องปลอดฝุ่น หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.68 สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย รายงานว่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศหรือ PM.2.5 ยังคงมีปริมาณสูงโดยที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย เชียงราย มีสูงถึง 101.24 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ และเขต อ.เมืองเชียงราย มีปริมาณ 71.08 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และที่ชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีปริมาณ 32.44 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งมีคุณภาพปานกลาง

สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย แจ้งว่าทุกคนและทุกเพศวัย ดังนันการป้องกันไม่ให้ฝุ่น PM.2.5 เข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง เช่น เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ด้วยการงดทำกิจกรรมกลางแจง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองทุกครั้งที่อยู่กลางแจ้ง ควรอยู่ในห้องปลอดฝุ่น หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า จากปริมาณฝุ่นดังกล่าวทำให้บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งฝั่ง อ.แม่สาย และ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา มีบรรยากาศที่ขมุกขมัวและเมื่ออยู่ในที่โล่งนานๆ จะรู้จักระคายเคยคอและตา เมื่อมอบจากมุมสูงจะเห็นกลุ่มฝุ่นละอองปกคลุมไปทั่วบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น ทำให้ประชาชนจำนวนมากต่างพากันไปหาซื้อหน้ากากอนามัยป้องกัน PM 2.5 มาสวมใส่กันอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลจีนเตือนสหรัฐฯ ไม่มีสิทธิแทรกแซง หลังคว่ำบาตรไทยกรณีชาวอุยกูร์

ทางการจีน สับ สหรัฐฯ ไม่มีสิทธิแทรกแซงความร่วมมือระหว่างจีนและไทย ในการปราบปรามการลักลอบขนคนเข้าเมืองและกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามพรมแดนอื่นๆ ที่เป็นไปตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ จากกรณีสหรัฐฯ จำกัดวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทย ต่อการส่งชาวอุยกูร์กลับไปยังจีน

เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจีนและไทยในการปราบปรามการลักลอบขนคนเข้าเมืองและกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามพรมแดนอื่นๆ เป็นไปตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ รวมถึงกฎหมายและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ และสหรัฐฯ ไม่มีสิทธิแทรกแซง

เหมา กล่าวว่า ชาวจีน 40 คน ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยนานถึง 10 ปี หลังจากถูกจับกุมหรือออกจากประเทศอย่างผิดกฎหมาย รัฐบาลจีนมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในการปกป้องพลเมืองของตน ช่วยให้พวกเขาได้กลับมาอยู่ร่วมกับครอบครัว และกลับสู่ชีวิตปกติ นอกจากนี้ เธอยังสังเกตว่าความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะทำให้ประเด็นนี้เป็นเรื่องการเมืองนั้น ในทางปฏิบัติแล้วก็คือการใช้มาตรฐานสองมาตรฐานในการปราบปรามผู้เห็นต่าง

เหมากล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2024 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (ICE) ได้เนรเทศผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารมากกว่า 270,000 คน จาก 192 ประเทศ ซึ่งถือเป็นจำนวนการเนรเทศสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014 ในขณะที่บังคับใช้การเนรเทศจำนวนมากโดยไม่เลือกปฏิบัติ สหรัฐฯ ก็ยังกล่าวหา โจมตี ใส่ร้าย คว่ำบาตร และกดดันประเทศอื่นๆ อย่างไม่ยุติธรรมสำหรับความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างทั่วไปของพฤติกรรมการกลั่นแกล้ง

เธอยังกล่าวว่า จีนประณามการใส่ร้ายป้ายสีอันเป็นเท็จ และการคว่ำบาตรที่ผิดกฎหมายที่มุ่งเป้าไปที่จีนและไทยอย่างรุนแรง และคัดค้านอย่างเด็ดขาดที่สหรัฐฯ ใช้สิทธิมนุษยชนเป็นข้ออ้างในการจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับซินเจียง แทรกแซงกิจการภายในของจีน และขัดขวางความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายตามปกติระหว่างจีนและประเทศที่เกี่ยวข้อง

จีนจะยังคงเสริมสร้างการสื่อสารและการประสานงานกับประเทศที่เกี่ยวข้องบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและการปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียมกัน ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของพลเมืองจีน และเพิ่มความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ.

Time Out ยก กรุงเทพฯ ขึ้นแท่นเมืองแห่งอาหารอันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2568

“สุดาวรรณ” ปลื้มร่วมภาคภูมิใจ กรุงเทพฯ ขึ้นแท่นเมืองแห่งอาหารอันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2568  จาก Time Out  เผยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมสนับสนุน  ส่งเสริมการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทุนทางวัฒนธรรมด้านอาหารของไทย พัฒนายกระดับอาหารไทย อาหารถิ่นสู่ระดับสากล

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า จากนโยบายนำทุนวัฒนธรรมทำให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกมาเที่ยวในมิติด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม  มุ่งขับเคลื่อน Soft Power สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลกผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดนเฉพาะด้นอาหาร ถือว่าอาหารไทยเป็นที่ชื่นชอบจากนักชิมทั่วโลก ล่าสุดเป็นที่น่ายินดีว่า เมื่อเร็วๆนี้ กรุงเทพฯ ขึ้นแท่นเมืองแห่งอาหารอันดับ 2 ของโลก ประจำปี 2568  จาก Time Out ขยับขึ้นจากอันดับ 6 เมื่อปีที่แล้ว เป็นรองเพียง นิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา เท่านั้น ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งสตรีทฟู้ดระดับโลก โดยเฉพาะ ‘ย่านเยาวราช’ เป็นย่านอาหารที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยเมนูชื่อดังมากมาย รวมถึงบาร์ค็อกเทลสุดชิคที่เปิดให้บริการตลอดคืน ยังคงเป็นที่นิยมของนักเที่ยวยามค่ำคืน ขณะที่ ‘ย่านบรรทัดทอง’ ซึ่งเคยเงียบเหงา ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมสตรีทฟู้ดที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น ถนนที่ดีที่สุดอันดับ 14 ของโลก จาก Time Out

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า “อาหาร” เป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่สะท้อนแนวคิด (concept) วิถีชีวิต(lifestyle) ประวัติศาสตร์ (history) ภูมิปัญญา (remedy) ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การประกอบอาหาร การปรุงรสอาหาร วิธีการรับประทาน ข้อกำหนดและข้อห้ามเกี่ยวกับอาหารที่แตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม รวมถึงการปฏิสัมพันธ์ (interaction) กับต่างประเทศ ที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เดินหน้าสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการที่มุ่งส่งเสริมการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทุนทางวัฒนธรรมด้านอาหารของไทย ส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste”

“ในปี 2568 นี้ เป็นปีที่ 3 ในการขับเคลื่อนการยกระดับอาหารถิ่นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม และนอกเหนือจากการค้นหาเมนูอาหาร “รสชาติ…ที่หายไป” แล้ว ยังมุ่งพัฒนาเมนูอาหารถิ่นสู่การจัดสำรับเครื่องดื่มพื้นบ้าน (assortment of traditional cuisine and beverages) ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เกิดการอนุรักษ์และเผยแพร่องค์ความรู้และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอาหารของประเทศ การออกไปสำรวจจังหวัดต่างๆ ของไทยและนำเทคนิค ส่วนผสม และรสชาติแบบดั้งเดิมที่เคยถูกละเลยมาสู่เมืองหลวงอีกครั้ง ตลอดจนการนำเสนอเมนูอาหารที่สร้างสรรค์สู่สากล“นางสาวสุดาวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ เมนูยอดฮิตของไทย “ต้มยำกุ้ง”  ยังได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ในบัญชีรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity – บัญชี RL) เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ในที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage: ICS-ICH) ครั้งที่ 19 ณ กรุงอาซุนซิออน สาธารณรัฐปารากวัย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของไทยและถือเป็นการสร้างความตระหนักรู้ในระดับสากลต่อคุณค่าและความสำคัญของ “ต้มยำกุ้ง” ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหาร ซึ่งถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีการสร้างสรรค์ให้เข้ากับวิถีชีวิตที่มีความแตกต่างหลากหลาย สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชนเกษตรกรรมริมแม่น้ำลำคลองในภาคกลางของไทยตลอดหลายศตวรรษที่มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารผ่านการสังเกตและเรียนรู้จากธรรมชาติ รวมถึงความเรียบง่ายและการดำเนินชีวิตที่พึ่งพิงธรรมชาติ พึ่งพาตนเอง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

กระทรวงวัฒนธรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการขับเคลื่อนโครงการด้านอาหารร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง (strengthening) ให้กับชุมชน มุ่งสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (creative economy) อย่างมีส่วนร่วมทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ อันจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ (Thailand Creative Culture Agency : THACCA) ได้อย่างมีศักยภาพ

เผยสถานการณ์กาแฟไทย ปี 67/68 ผลผลิตอาราบิกา-โรบัสตา รวมกว่า 15,651 ตัน

นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตกาแฟไทย ปีการผลิต 2567/68 (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2568) พบว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกาแฟกว่า 220,053 ไร่ (กาแฟอาราบิกา 139,998 ไร่ และโรบัสตา 80,055 ไร่) เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีพื้นที่ปลูก 216,517 ไร่ (กาแฟอาราบิกา 129,778 ไร่ และโรบัสตา 86,739 ไร่) ผลผลิตรวม 15,651 ตัน  (อาราบิกา 10,682 ตัน และโรบัสตา 4,969 ตัน) ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีผลผลิต 16,623 ตัน (กาแฟอาราบิกา 10,690 ตัน และโรบัสตา 5,933 ตัน)  อย่างไรก็ตาม พบว่า ปริมาณการผลิตรวมยังคงน้อยกว่าปริมาณความต้องการใช้ที่ต้องการมากกว่า 95,500 ตันทำให้ประเทศไทยต้องนำเข้ากาแฟทั้งในรูปเมล็ดกาแฟดิบ เมล็ดกาแฟคั่ว กาแฟสำเร็จรูป และรูปแบบอื่นๆ มากกว่า 80,000 ตัน

จากปริมาณผลผลิตที่ไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้ราคากาแฟมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากพิจารณาราคาที่เกษตรกรขายได้ พบว่า เมล็ดกาแฟอาราบิกา (กะลา) เฉลี่ยราคา ณ เดือนมีนาคม 2568   อยู่ที่ 163 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับราคาเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา กาแฟอาราบิกา (กะลา) เฉลี่ยอยู่ที่ 160 บาทต่อกิโลกรัม หรือราคาเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.88 และสารกาแฟโรบัสตา เฉลี่ยอยู่ที่ 188 บาทต่อกิโลกรัม  เมื่อเปรียบเทียบกับราคาเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา กาแฟโรบัสตา (สารกาแฟ) เฉลี่ยอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม หรือราคาเพิ่มสูงขึ้นมากถึงร้อยละ 135.00

จากการลงพื้นที่ของ สศก. โดย ศูนย์สารสนเทศการเกษตร ซึ่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตกาแฟอย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่เพาะปลูกกาแฟอาราบิกาทางภาคเหนือ และกาแฟโรบัสตาทางภาคใต้ ชัดเจนว่าเนื้อที่ยืนต้นกาแฟ    ทั้งสองชนิด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากราคาที่เกษตรกรขายได้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น  อย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรมุ่งเน้นการผลิตกาแฟคุณภาพสูงโดยการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ความสุกเต็มที่ ตลอดจนใส่ใจกระบวนการแปรรูป ทั้งการตากแห้ง และการคัดเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ เพราะการเพิ่มคุณภาพกาแฟทำให้เกษตรกรได้ราคาเพิ่มขึ้น 5 – 10% จากราคารับซื้อทั่วไป

ทั้งนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทยไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศ แต่ยังมุ่งสู่การขยายตลาดโลก การผลิตกาแฟพรีเมียมและการเพิ่มคุณภาพการผลิต จะช่วยยกระดับกาแฟไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในระดับสากล ซึ่งถือว่าเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศในระยะยาว สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลสถานการณ์การผลิตกาแฟของไทย

พายุลูกเห็บพัดกระหน่ำราชบุรี ทำบ้านเรือนประชาชนพังกว่า 200 หลัง

ราชบุรี – พายุลูกเห็บพัดกระหน่ำทำบ้านเรือนประชาชนพังกว่า 200 หลัง รวมทั้งพืชผลทางเกษตรเสียหาย ลมพัดแรงมากมาหอบหลังคากระเบื้องปลิวหายไป ต้นไม้ล้มลงมาทับสายไฟ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ตำบลแก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ได้เกิดลมพายุพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนเสียหายหลายหลังคาเรือน พร้อมทั้งมีชาวบ้านนำคลิปพายุฝน ลูกเห็บตก และต้นไม้ล้มทับรถจักรยานยนต์มาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบกับ นายทวีสินธุ์ ทรงเจริญ ปลัดอำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี พร้อมด้วยนายภานุ ลาภทวีสมบูรณ์ รองนายก อบต.แก้มอ้น อ.จอมบึง นายอาทิตย์ เซี่ยงเซี้ยว กำนัน ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง ผู้ใหญ่บ้านในตำบลแก้มอ้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปทำการสำรวจบ้านเรือนประชาชนใน ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี หลังถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 มี.ค.68 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาชนถูกพายุพัดหลังคากระเบื้องปลิวเสียหาย บางบ้านถูกพัดหลังคาหายไปทั้งหลัง

นอกจากนี้ ยังมีต้นไม้ใหญ่หักโค่นทับบ้านเรือนประชาชนและทับสายไฟฟ้าแรงสูงส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน นอกจากนั้น ยังเกิดพายุฝนมาพร้อมกับลูกเห็บ และต้นไม้ใหญ่ข้างทางได้ล้มทับรถ จยย.ของชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถามนายรัชติกาล งิ้วทอง อายุ 44 ปี อยู่ ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง บอกว่าช่วงที่เกิดเหตุอยู่ในบ้าน ครั้งแรกมีลมพัดหมุนมากระเบื้องหลังคาเริ่มขยับ พอครั้งที่สองหลังคากระเบื้องเปิดปลิวหายไป ตกใจมากไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ซึ่งเป็นครั้งแรก ช่วงเกิดเหตุแอบหลบอยู่หน้าบ้าน ลมพัดอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง พอลมและฝนหยุดตกออกมาดูสภาพบ้านหลังคาหายไปครึ่งหลัง แถวบ้านมีโดนกันหลายหลังแต่ที่หนักสุดจะประมาณ 2 หลัง

ส่วน น.ส.นำลาภ โตเอี่ยม อายุ 31 ปี ชาวบ้านในหมู่ 3 ต.แก้มอ้น บอกว่าช่วงก่อนเกิดเหตุจะร้อนมาก จากนั้นมีฟ้าครึ้มไม่นานฟ้าผ่า จากนั้นมีลมพัดแรงมากและมีฝนตกลงมาพร้อมกับมีลูกเห็บตกลงมาด้วย ซึ่งลมที่พัดแรงมากพัดไปพัดมาหอบหลังคากระเบื้องปลิวหายไป ต้นไม้ล้มลงมาทับสายไฟ ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุพยายามที่จะถ่ายคลิปเอาไว้ กลัวลูกร้องเพราะลมพัดแรง ตั้งแต่มาอยู่ที่ ต.แก้มอ้น เมื่อหลายปีก่อนเพิ่งจะเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ยอมรับว่ากลัวมาก ซึ่งต้นไม้ใหญ่ที่ล้มนั้นโชคดีที่ยังพาดสายไฟฟ้าอยู่เพราะล้มลงมาเลยจะโดนบ้านพังทั้งหลัง ซึ่งไฟฟ้าดับตั้งแต่เกิดเหตุ กว่าที่เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าจะแก้ไขให้ใช้ไฟฟ้าได้ตีหนึ่งกว่าแล้ว

ด้าน นาฝ.ส.ทิพย์พวัลย์ นางาม แม่ค้าส้มตำ กล่าวว่าช่วงที่เกิดเหตุนั้นกำลังตำส้มตำให้ลูกค้าอยู่ จู่ๆ มีลมพัดมาอย่างแรงหอบเอาเต็นท์ที่ตั้งหน้าร้านพร้อมกับเตาปิ้งย่างหมู่ ย่างไก่ที่อฝอยู่เต็มเตาหายไปทั้งหมด หลังคากระเบื้องปลิวตกลงมาแตก ซึ่งช่วงนั้นเก็บอะไรไม่ทัน ได้แต่วิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในบ้าน ไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้น่ากลัวมาก ข้าวของที่เตรียมไว้ขายเสียหายทั้งหมด

ส่วนนายทวีสินธุ์ ทรงเจริญ ปลัดอำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี บอกว่าเบื้องต้นทางอำเภอจอมบึงได้รับรายงานสถานการณ์พายุพัดบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายแล้วกว่า 200 หลังคาเรือนจากทั้งหมด 9 หมู่บ้าน พื้นที่ทำการเกษตรเสียหายกว่า 50 ไร่ ซึ่งเป็นพืชล้มลุกเสียส่วนใหญ่ ทั้งนี้ได้ให้ทาง อบต.ออกสำรวจความเสียหายและให้รีบดำเนินการเข้าช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนเพราะกลัวว่าจะเกิดฝนตกลงมาอีก

ปัตตานีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน ปทุมเจดีย์ เจดีย์พระพุทธเจ้า 5 พระองค์

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้  เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง เป็นประธานสงฆ์  พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐาน ปทุมเจดีย์ “เจดีย์พระพุทธเจ้า 5 พระองค์” โดยมีนายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปัตตานี เป็นประธานฆราวาส ณ ศูนย์อบรมเยาวชนปัตตานี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

บรรยากาศภายในงาน ภาคสายคณะสงฆ์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนจังหวัดปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียง อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ รอบเมืองปัตตานี โดยมีจุดเริ่มต้น ณ วัดนพวงศาราม สิ้นสุดขบวนอัญเชิญฯ ณ ลานวัฒนธรรมปัตตานี ต่อด้วยพิธีทอดผ้าป่า พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐาน ปทุมเจดีย์ “เจดีย์พระพุทธเจ้า 5 พระองค์” และพิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา กว่า 10,000 ดวง

พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กล่าวถึงความสำคัญของพระเจดีย์ ตอนหนึ่งว่า พระบรมสารีริกธาตุเป็นส่วนหนึ่งของพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า ประดุจองค์แทนของพระพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วย พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิ์ธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ เป็นสิ่งยืนยันความมีตัวตนจริงของพระพุทธเจ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งการดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพุทธทั่วโลก เพื่อเตือนสติไม่ให้ประมาณในชีวิต ให้เรานึกถึงว่า แม้พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ ก็ยังต้องดับขันธ์ปรินิพพาน บัดนี้เราเตือนเธอทั้งหลายว่าจงเพียรทำประโยชน์ตน และประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด

นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวตอนหนึ่งว่า กระผมขอแสดงความชื่นชมกับโครงการนี้ที่ทำให้เห็นถึงความสามัคคีเข้มแข็งของพุทธบริษัททั้ง 4 อันได้แก่จากคณะสงฆ์และตลอดจนพี่น้องชาวพุทธทุกท่าน ที่ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ผ่านกลางเมืองปัตตานี โดยมีการเชิญชวนสาธุชนมาร่วม นมัสการสักการะ และถวายการต้อนรับพระบรมสารีริกธาตุบนเส้นทาง 2.6 กิโลเมตร และในตอนนี้ได้เคลื่อนเทวรถอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุสู่ลานธรรมเพื่อเป็นสิริมงคล เป็นขวัญกำลังใจของชาวพุทธทั่วโลกสืบไป