ฟุตซอลไทย รายงานตัวคึกคัก เตรียมทีมก่อนลุยศึก SAT ที่โคราช “เหม็ด” บินมาสมทบ 7 เม.ย

วานนี้( 17 มีนาคม 2568) นักกีฬาฟุตซอลทีมชาติไทย ได้เข้ารายงานตัววันแรก ที่สนามฝึกซ้อมภายในสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จำนวน 20 ราย ขาดเพียง วรศักดิ์ ศรีหรั่งไพโรจน์ ที่ติดภารกิจส่วนตัว และจะมาร่วมซ้อมกับทีมในวันที่ 18 มีนาคม 2568 และ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ที่ยังแข่งขันฟุตซอลลีกสเปน ซึ่งจะเดินทางตามมาสมทบในวันที่ 7 เมษายน 2568 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการแข่งขันฟุตซอลนานาชาติรายการ SAT Futsal Championship Thailand 2025 ระหว่างวันที่ 9-12 เมษายน 2568 ณ เทอร์มินอลฮอลล์ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งรายการนี้เป็นการจัดขึ้นในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ และได้รับการรับรองเป็น FIFA International ‘A’ Match ซึ่งจะมีผลต่ออันดับฟีฟ่าแรงกิ้ง

โดยการรายงานตัววันนี้นำโดย มิเกล โรดริโก้ เฮดโค้ดชาวสเปน พร้อมด้วย สุทิน บัวตูม ผู้จัดการทีม ที่มาร่วมต้อนรับและให้โอวาทกับนักกีฬาทุกคนก่อนการฝึกซ้อม

สุทิน บัวตูม ผู้จัดการทีม ได้กล่าวว่า “เป้าหมายในรายการนี้คือเราต้องการรักษาแชมป์ ซึ่งเราจะเดินทางไปโคราชในวันที่ 7 เมษายน ก่อนจะแข่งนัดแรกกับคูเวต วันที่ 9 เมษายน ซึ่งวันนี้ก็ได้เริ่มทำการซ้อมแล้วเป็นครั้งแรก รายการแข่งขันนี้เป็นรายการที่สำคัญเพราะมีการเก็บคะแนน FIFA ranking และทีมคู่แข่งต่างก็เป็นทีมที่แข็งแกร่ง ซึ่งเราก็ต้องขอขอบคุณทุกสโมสรที่ส่งนักกีฬามาเข้าร่วมกับทีมชาติไทย โดยทีมชุดนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างนักเตะเลือดเก่าและเลือดใหม่ที่ยังไม่เคยเล่นให้ทีมชาติเลย ซึ่งทุกคนต่างก็พร้อมสู้เพื่อทีมชาติไทยด้วยจิตวิญญาณและหัวใจ”

สำหรับรายชื่อ 22 นักฟุตซอลชายทีมชาติไทย ก่อนที่จะทำการตัดตัว มีดังนี้ ผู้รักษาประตู 3 ราย อรุษ เส็นบัตร (แบล็คเพิร์ล ยูไนเต็ด) , คทาวุธ หาญคําภา (ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน) , นัทธพงศ์ หยีมะเหรบ (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม)

ผู้เล่น 19 ราย ณรงค์ศักดิ์ วิงวอน (ห้องเย็นท่าข้าม) , อิทธิชา ประภาพันธ์ (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม) , รณชัย จูงวงษ์สุข (บลูเวฟ ชลบุรี) , ธนโชติ เสาะแสวง (แบงค็อก บีทีเอส) , สราวุท ผลาพฤกษ์ (ห้องเย็นท่าข้าม) , อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ (บลูเวฟ ชลบุรี) , เทอดศักดิ์ เจริญพงษ์ (ห้องเย็นท่าข้าม) , อธิปพงศ์ มุ่นพลาย (ห้องเย็นท่าข้าม) , ปาณัสม์ กิตติภาณุวงศ์ (บลูเวฟ ชลบุรี) , อัมรินทร์ เอกาพันธ์ (ห้องเย็นท่าข้าม) , วีรภัทร เฉลิมภัทรกุล (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม) , เชาว์วาลา ศรีอาวุธ (ห้องเย็นท่าข้าม) , นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์ (แบล็คเพิร์ล ยูไนเต็ด) , ธีรภัทร เหมือนศรี (ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน) , มินธาดา ภิรมย์อยู่ (ราชภัฏเพชรบุรี) , มูฮัมหมัด อุสมานมูซา (จิมบี คาร์ตาเญน่า / สเปน) , วรศักดิ์ ศรีหรั่งไพโรจน์ (ห้องเย็นท่าข้าม) , ธนวัฒน์ เกิดบางระจัน (แบล็คเพิร์ล ยูไนเต็ด) , อนันตชัย ปราบวงษา (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม)

โปรแกรมการแข่งขันฟุตซอลชายทีมชาติไทย มีดังนี้ วันที่ 9 เมษายน 2568 ไทย พบ คูเวต 18.30 น. , วันที่ 10 เมษายน 2568 รัสเซีย พบ ไทย 18.30 น. ,วันที่ 12 เมษายน 2568 ไทย พบ อิหร่าน 18.30 น. ถ่ายทอดสดทาง Facebook, YouTube : Futsal Thailand – ฟุตซอลไทยแลนด์, ช้างศึก และ T Sports-7

สหรัฐฯ อ่วม “ทอร์นาโด-พายุฝุ่น-ไฟป่า”กระหน่ำ เสียชีวิตแล้วกว่า 40 ราย

พายุฝุ่น ไฟป่า และพายุทอร์นาโด หลายลูกพัดถล่มพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐฯ โดยรัฐมิสซูรีเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบจากพายุทอร์นาโด ซึ่งเริ่มก่อตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย นอกจากนั้น กระแสลมแรงในรัฐเท็กซัสและแคนซัสทำให้เกิดพายุฝุ่น ส่งผลให้รถชนกันและมีผู้เสียชีวิตกว่า 12 ราย

สภาพอากาศเลวร้ายซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 100 ล้านคน ทำให้เกิดไฟป่าที่ร้ายแรงเกือบ 150 แห่งในรัฐโอกลาโฮมา นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในรัฐอาร์คันซอ อะลาบามา และมิสซิสซิปปี้

บางส่วนของรัฐเท็กซัส หลุยเซียนา อะลาบามา อาร์คันซอ เทนเนสซี มิสซิสซิปปี้ จอร์เจีย เคนตักกี้ และนอร์ทแคโรไลนา อยู่ภายใต้คำเตือนเรื่องน้ำท่วม

ส่วนประชาชนมากกว่า 320,000 คนทั่วทั้งภูมิภาค ไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงเย็นวันที่ 16 มี.ค. ตามข้อมูลจาก PowerOutageUS ซึ่งเป็นบริษัทติดตามข้อมูลไฟฟ้า มีการประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐอาร์คันซอ จอร์เจีย และโอกลาโฮมา

ส่วนที่รัฐมิสซูรี นายไมค์ คีโฮ ผู้ว่าการรัฐกล่าวว่า “ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั่วทั้งรัฐนั้นน่าตกตะลึง”แถลงการณ์ของเขาระบุเพิ่มเติมว่า “บ้านเรือน โรงเรียน และธุรกิจหลายร้อยแห่งได้รับความเสียหายหรือได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง”

พายุทอร์นาโดคร่าชีวิตผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังหนึ่งในเขตบัตเลอร์ รัฐมิสซูรี ทำให้บ้านหลังดังกล่าว “ไม่เหลือสภาพว่าเป็นบ้าน” และเหลือเพียงเศษซาก ตามคำกล่าวของจิม เอเคอร์ส เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพในพื้นที่

ในรัฐโอกลาโฮมา ไฟป่าเกือบ 150 ครั้งที่เกิดจากลมแรง 133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้รถบรรทุกพ่วงหลายคันพลิกคว่ำ แพทย์นิติเวชประจำรัฐกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายที่นั่น ซึ่งเป็นผลจากไฟไหม้หรือลมแรง ไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 430,100 ไร่ และทำลายอาคารบ้านเรือนไปเกือบ 300 หลัง รวมถึงบ้านไร่ที่เป็นของนายเควิน สติตต์ ผู้ว่าการรัฐ

ในรัฐแคนซัส มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังจากรถยนต์มากกว่า 55 คันชนกันเนื่องจากพายุฝุ่น ในรัฐเท็กซัส พายุฝุ่นอีกครั้งทำให้รถชนกันประมาณ 38 คัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย

มีผู้เสียชีวิต 6 รายในรัฐมิสซิสซิปปี้ เนื่องจากพายุทอร์นาโดพัดถล่มรัฐดังกล่าว และพายุทอร์นาโดอีก 3 รายในรัฐอลาบามา คร่าชีวิตผู้คนไป 3 ราย รวมทั้งหญิงวัย 82 ปี ในรัฐอาร์คันซอ เจ้าหน้าที่รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 29 ราย

มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน นักท่องเที่ยวแห่ชมฝูงค้าวคาวนับล้าน บินออกจากถ้ำ

ขอนแก่น-ในช่วงวัดหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวจากทั่วทิศแห่ชมฝูงค้างคาวนับล้านตัว บินออกจากถ้ำค้างคาวออกไปหากินยามค่ำคืน คาดตลอดหน้าร้อนนี้จะมีนักท่องเที่ยวแวะมาเยือนเพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อ.ภูผาม่าน แต่ละเดือนมีเงินสะพัดมากกว่า 10 ล้านบาท

ช่วงเย็นของทุกวัน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บริเวณหน้าถ้ำค้างคาว ภายในที่ทำการ องค์การบริหารส่วนตำบลภูผาม่าน อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายรูปกับป้ายที่มีการประดับอย่างสวยงาม เพื่อรอเวลาที่ฝูงค้างคาวจะบินออกจากถ้ำ ซึ่งในช่วงหลังเวลา 18.00 น. จะมีปรากฎการณ์ทางธรรมชาติของฝูงค้างคาวพันธุ์ปากย่นนับล้านตัวบินออกไปหากินในยามค่ำคืน

จังหวะที่ฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำ นักท่องเที่ยวที่มารอชม ต่างใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพและคลิปวีดีโอไว้เพื่อชม และโพสต์ในโลกโซเชียล โชว์ความสวยงามของฝูงค้างคาวที่บินต่อกันยาวหลายกิโลเมตร ใช้เวลาบินออกจากถ้ำมากกว่า 10 นาที

นายปรัชญา ทองแท่งไทย สมาชิกสภาจังหวัดขอนแก่น อำเภอภูผาม่าน เปิดเผยว่าถ้ำค้างคาว เป็นถ้ำขนาดใหญ่ อยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ปากถ้ำสูงจากพื้นดินประมาณ 100 เมตร ภายในถ้ำมีค้างคาวปากย่น อาศัยอยู่หลายล้านตัว ซึ่งค้างคาวพันธุ์ปากย่นนี้เป็นค้างคาวที่กินแมลงเป็นอาหาร โดยช่วงเย็นของทุกวัน ค้างคาวที่อยู่ในถ้ำจะบินออกมาหากินตามธรรมชาติในรูปแบบของริ้วขบวนที่สวยงามแหวกว่ายอยู่ในอากาศ ท่ามกลางความสวยงามทางธรรมชาติ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มารอชมอย่างมาก

นอกจากความงสวยงามของฝูงค้างคาวแล้ว ยังมีที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่เปิดให้บริการลูกค้า ทำให้ช่วงสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดราชการ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวและพักผ่อนมากกว่าปกติ ทำให้มีเงินสะพัดในพื้นที่ในแต่ละเดือนมากกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งอำเภอภูผาม่าน เป็นอำเภอท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นอีกหนึ่งอำเภอ ที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวพักผ่อนจำนวนมาก และยังมีเทศกาลดนตรีที่ดึกดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศอีกด้วย

ปภ.จันทบุรีแจ้งเตือนชาวสวนทุเรียนในพื้นที่เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนถล่มถึง 20 มี.ค.นี้

จันทบุรี -​ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจันทบุรี แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนจนถึงวันที่ 20 มี.ค.นี้ หลังพายุฤดูร้อน​ช่วงค่ำที่ผ่านมาทำสวนทุเรียน-สวนผลไม้ชาวบ้านเสียหายหนัก

จาก​กรณีที่​เกิดพายุฤดูร้อนในเขตตัวเมืองจันทบุรี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้สวนทุเรียนของชาวบ้านหลายแห่งได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะสวนผลไม้ของ นางบุญเสริม ปานศรี หรือป้าแจ้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ม.3 ต.คลองนารายณ์ พบว่าต้นทุเรียนกว่า 20 ต้นถูกลมแรงพัดกิ่งจนฉีก และยังทำให้ลูกทุเรียนพันธุ์ชะนีและหมอนทอง ที่มีกำหนดเก็บผลผลิตประมาณต้นเดือน เม.ย.ร่วงหล่นกว่า 50 ลูก สร้างความเสียหายกว่า 7 หมื่นบาท

ส่วนสวนกล้วยไข่ที่ปลูกแซมเป็นรายได้เสริมสำหรับเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา และเลี้ยงชีพถูกลมพัดเสียหายเช่นกัน

ล่าสุดวันที่ 17 มี.ค.2568​ นายอานุภาพ สังขนาด ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.คลองนารายณ์ ได้นำเจ้าหน้าที่ อบต.คลองนารายณ์​ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อนำข้อมูลแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าให้การช่วยเหลือ

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจันทบุรี ได้แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงนี้จนถึงวันที่ 20 มี.ค.นี้ ที่อาจจะเกิดพายุฤดูร้อนส่งผลเสียหายต่อเกษตรกรชาวสวนได้ รวมทั้งอาจเกิดพายุฤดูร้อน ลมแรง ซึ่งจะต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงไม่ออกไปกลางแจ้ง ระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัยป้ายโฆษณา และต้นไม้ใหญ่

ชาวปราจีนบุรีสอยไข่มดแดงหารายได้เสริม ขายกก.ละ 800 บาท

ปราจีนบุรี-บ้านโคกขี้เหล็ก ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี พากันออกหาไข่มดแดงขาย สร้างรายได้งาม กิโลละ 800 บาท

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  พบชาวบ้านโคกขี้เหล็ก ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ใช้เวลาว่างหาแหย่รังไข่มดแดงขายรายได้ดีมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 800 บาท สร้างรายได้ในครัวเรือนและนำไข่มดแดงมาประกอบเป็นอาหารในครัวเรือน ในช่วง 2 เดือนนี้เป็นฤดูกาลที่มดแดงออกไข่ ชาวบ้านนิยมไข่มดแดงมาทำเป็นอาหารพื้นบ้าน อาทิ เช่น แกงใส่ผักหวานป่า ยำไข่มดแดง ชุบไข่ทอด ก้อยไข่มดแดง เป็นต้น 

ไข่มดแดงเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น โปรตีนสูง ไข่มดแดงมีโปรตีนคุณภาพสูงซึ่งช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย วิตามินและแร่ธาตุ ไข่มดแดงมีวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค และแร่ธาตุอย่างเหล็ก ซิงค์ และฟอสฟอรัส ไข่มดแดงมีช่วยปกป้องเซลล์จากการเสียหายจากสารพิษและรังสี สารต้านการอักเสบ ไข่มดแดงมีสารต้านการอักเสบที่ช่วยลดการอักเสบและป้องกันโรคต่างๆ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ไข่มดแดงมีสารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันโรคต่างๆ

ประโยชน์ของไข่มดแดงต่อสุขภาพ ได้แก่ ช่วยเสริมสร้างโปรตีนและสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

นางพรสวรรค์ บุตรราช ชาวบ้านกล่าวว่า ใช้เวลาว่างออกมาหาแหย่ไข่มดแดงตามริมทาง ซึ่งปกติธรรมชาติมดแดงจะทำรังอยู่บนต้นไม้เบญจพรรณทั่วไป โดยจะเลือกดูรังมดแดงรังใหญ่ๆ จะมีไข่มดแดงโตแหย่ไม่กี่รังก็ได้ไข่มดแดงแล้ว

 วิธีการหาเหยื่อไข่มดแดงมีอุปกรณ์ ไม้ไผ่ยาว5-6เมตร ใช้ถุงปุ๋ยมัดติดปลายไม้ไผ่ เมื่อพบรังไข่มดแดงก็จะใช้บริเวณปลายไม้ที่ผูกติดกับถุงปุ๋ย แหย่ที่รังมดแดงแล้วใช้มือเคาะที่ไม้เบาๆ ไข่มดแดงก็จะร่วงใส่ถุงปุ๋ย จากนั้นนำถาดที่เตรียมมาเคาะๆให้ตัวมดแดงไต่หนีออกไป เลือกเอาเฉพาะไข่มดแดง 1-2 ชั่วโมงก็จะได้ไข่มดแดงตามที่ต้องการ

ซึ่งออกมาหาไข่มดแดงทุก 2 วันเพื่อหาไข่มดแดงไปขายให้กับแม่ค้าตลาดนัด ขายในราคากิโลกรัมละ 800 บาท ทุกครั้งจะได้ไข่มดแดงไปขายครั้งละ 1-2 กิโลกรัม เหลือก็นำมาทำเป็นอาหารกินในครัวเรือน 

โดย…มานิตย์  สนับบุญ -ข่าว / ทองสุข  สิงห์พิมพ์ – ภาพ /ปราจีนบุ

สุรินทร์อ่วม!พายุฤดูร้อน พัดถล่มบ้านเรือนหลังคาปลิวว่อนเสียหายหลายสิบหลัง

สุรินทร์-พายุฤดูร้อน พัดถล่มบ้านโคกกลางสามัคคี ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง  หลังคาบ้านปลิวว่อน เสียหายมากกว่า 10 หลัง

เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนประชาชน ม.5 บ.โคกกลางสามัคคี ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นานกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า10 หลังคาเรือน เนื่องจากถูกแรงลมพัดหลังคาบ้านหลุดปลิวไปทั้งหลังได้รับความเสียหาย ทรัพย์สินเครื่องใช้ไฟฟ้า เสาส่งสัญญาณล้มโค่นลงมาทับบ้าน รวมไปถึงยุ้งฉางเก็บข้าว ข้าวเปลือก ถูกน้ำฝนตกใส่เปียกชื้นเสียหาย คอกวัว คอกควาย หลังคาหลุดปลิวไปตกที่อื่น ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

หลังจากพายุสงบลง นายจวน สุขพราม ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 บ.โคกกลางสามัคคี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบบ้านของ นางฉลอง พื้นนวล บ้านของ นายนิกร แสวงสิทธิ์ และ นายสุรินทร์ เกิดโชค รวมไปถึงบ้านหลังอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยธรรมชาติพายุฤดูร้อนถล่ม พบว่าได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 10.หลัง จึงได้ประสานกองช่างเทศบาลกาบเชิง เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เพื่อสำรวจความเสียหายเพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นก่อน

จากการสอบถาม นางฉลอง พื้นนวล เจ้าของบ้านซึ่งได้รับความเสียหายถูกพายุพัดหลังคาปลิวไปตกในทุ่งนา เล่าว่า ตนรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งขณะนั้นเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในบริเวณหมู่บ้านอย่างหนัก ขณะที่ตนได้วิ่งเข้าไปหลบพายุอยู่ในบ้าน จู่ๆลมพายุพัดเอาหลังคาบ้านหลุดออกไปต่อหน้าต่อตา แต่โชคดีที่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าของยุ้งข้าวเปลือกในหมู่บ้านระบุว่าแรงลมพัดเอาหลังคายุ้งข้าวฉางข้าวและหลังคาคอกวัว-ควาย หลุดลอยไปกองกับพื้นกลางถนน บางส่วนลอยไปติดสายไฟฟ้าและปลิวไปตกกลางทุ่งนา ได้รับความเสียหายทั้งหมด ข้าวเปลือกเปียกชื้นน้ำฝนได้รับความเสียหายทั้งหมด

เบื้องต้นทางกองช่างเทศบาลกาบเชิง พร้อมผู้นำชุมชน ได้เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายแล้ว หลังจากนี้จะได้นำทีมช่างพร้อมอุปกรณ์เข้าซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนและรายงานไปทางผู้บังคับบัญชาเพื่อขอความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์บ้านประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ต่อไป

พายุฤดูร้อนถล่มตราดโค่นต้นทุเรียน ผลหล่นเกลื่อน บ้านเรือนเสียหายยับ

ตราด-พายุฤดูร้อนถล่ม ต้นทุเรียนโค่น ผลหล่น บ้านเรือนเสียหาย ชาวบ้านเผย พายุแค่ 10 นาที  อบต.ห้วยแร้ง เร่งสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นบ้าน 10 หลัง ต้นยาง-ทุเรียน รวมกว่าร้อย

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายว่า ช่วงเวลา 15.30 น. วันที่ 16 มีนาคม 2568 เกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่เมืองตราด นานกว่า 30 นาที ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่หมู่บ้าน 10 บ้านเขาหมาก ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ฅราด โดยนายสมศักดิ์ เข็มดี นายก อบต.ห้วยแร้ง พร้อมทีมงานและกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด เข้าพื้นที่ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมสำรวจความเสียหาย

โดยภายในซอยเขาหมาก 1 มีบ้านประชาชนตั้งอยู่ 6 หลัง ทั้งหมด ได้รับความเสียหาย ถูกพายุพัดถล่ม ทำให้หลังคาเบื้องต้นปลิวตกเสียหายจำนวนมาก บางหลังถูกต้นไม้ล่มทับบ้าน และยังสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินภายในบ้าน รวมทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ถูกระเบื้องตกใส่ได้รับความเสียหาย บางหลังชาวบ้านต้องไปอาศัยบ้านญาติ พักคืนแรมเป็นการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถพักอาศัยได้

นอกจากนี้ยังพบต้นทุเรียน ถูกพายุพัดโค่นล้มอย่างน้อย 10 ต้น ผลทุเรียน 2-3 เดือน ร่วงหล่นมากว่า 100 ลูก คิดเป็นมูลค่าเสียหายอย่างน้อย 50,000 บาท ส่วนต้นยางพารา โค่นล้มกว่า 100 ต้น และยังมีต้นผลไม้ชนิดอื่น ๆ อีก ประมาณ 20 ต้น

นายอาทิตย์ รอดปุ๋ย อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/12 ม.10 ต.ห้วยแร้ง เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุมีฝนตกหนัก มีพายุพัดมาด้วยความเร็วเพียง 10 นาที เท่านั้น สร้างความเสียหายกับต้นทุเรียนโค่นล้ม 3 ต้น และหลังคาบ้านปลิวหายหลายแผ่น

ด้านนายคำนึง ซื่อสมาน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/4 ม.10 ต.ห้วยแร้ง เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุฝนตกหนัก ตนเองและแฟนพร้อมลูกชายและลูกสาว รวม 4 คน กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์กันอยู่ ไม่นานก็มีลมพายุพัดหลังคาปลิวหายไป ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้าไปในครัวเพื่อหลบภัยพายุ โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งก่อนน้ำพื้นที่เคยถูกพายุในลักษณะนี้มาแล้วเมื่อ 20 ปี ก่อน และวันนี้ซ้ำรอยเดิม

วธ.เปิดโครงการ 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ “จิ๊มเจื่องกิ๋น อิ้นแก๊น ดินแดนไต๊ดำ”

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ 1 อำเภอ 1ลานสร้างสรรค์ ณ ศูนย์วัฒนธรรมฅนไทดำ จังหวัดเลย

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม (วธ.) มอบหมายให้ น.ส.พลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ 1อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ “จิ๊มเจื่องกิ๋น อิ้นแก๊น ดินแดนไต๊ดำ” โดยมี นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางจิรวดี ศิลธรรม นายกเทศบาลตำบลเขาแก้ว นายอดิศักดิ์ ศรีมงคล ประธานศูนย์วัฒนธรรมฅนไทดำ วัฒนธรรมจังหวัดเลย วัฒนธรรมจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายทางวัฒนธรรม ประธานศูนย์วัฒนธรรมฅนไทดำ แขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์วัฒนธรรมฅนไทดำ บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

ทั้งนี้ ศูนย์วัฒนธรรมฅนไทดำ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาอาศัยอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ปัจจุบันศูนย์วัฒนธรรมฅนไทดำเป็นสถานที่ที่มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเชื่อของชาวไทดำ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเสริม เช่น การเรียนรู้วิธีการทอผ้า การทำเครื่องประดับตกแต่ง เช่น ตุ้มนกตุ้มหนู โคมไฟไทดำ หัวใจไทดำ เป็นต้น

นอกจากนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ไทดำมีลักษณะทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือการพัฒนาชุมชนได้ในหลายด้าน ได้แก่ ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำ มีการจัดหลักสูตรสอนภาษาไทดำให้กับเด็กเยาวชนและคนที่สนใจ ด้านการแต่งกายพื้นเมืองของไทดำ มีลวดลายและสีสันที่สวยงาม สวมใส่ในงานเทศกาลหรือการแสดงศิลปะพื้นบ้าน หรือสามารถพัฒนาเป็นสินค้าหรือของที่ระลึก การผลิตงานหัตถกรรมต่าง ๆ เช่น ผ้าทอมือ เครื่องประดับพื้นเมือง ลวดลายพิเศษของไทดำ นำมาสร้างรายได้ที่มั่นคงและยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว

มหกรรม”เทศกาลควายไทยอุทัยธานี”กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

“ซาบีดา ไทยเศรษฐ์”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลควายไทยอุทัยธานี” ครั้งที่ 13 สร้างมูลค่าเพิ่มกระบือไทย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้(16 มี.ค. 68) ที่บริเวณแก้มลิงเขื่อนวังร่มเกล้า จังหวัดอุทัยธานี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลควายไทย อุทัยธานี” ครั้งที่ 13 โดยมี  นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชรินทร์ ไชยะ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี นายกฤษฎา ซักเซ็ค นายกสมาคมพัฒนาพันธุ์ควายไทย ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกษตรกร และประชาชน ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมงาน

การจัดงาน”เทศกาลควายไทย อุทัยธานี” ครั้งที่ 13 มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกษตรกรได้พบปะ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเกษตรกรด้วยกัน ปราชญ์ด้านกระบือ และผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนเพื่อการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ พัฒนาปรับปรุงพันธุ์กระบือของชาวอุทัยธานีให้ดียิ่งขึ้นไป รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มจากกระบือสวยงาม ช่วยกระตุ้นการซื้อขายกระบือในจังหวัดอุทัยธานี ให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาสนใจในการประกอบอาชีพการเลี้ยงกระบือ อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากกระบือมากขึ้น

 โดยมีกำหนดการจัดงาน”เทศกาลควายไทยอุทัยธานี” ครั้งที่ 13 ในวันที่ 15 – 16 มีนาคม 2568 ณ บริเวณแก้มลิงเขื่อนวังร่มเกล้า จังหวัดอุทัยธานี ภายในงานจัดให้มีการประกวดกระบือ ประกอบด้วยการประกวดกระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง (เฉพาะกระบือในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี) จำนวน 16 รุ่น การประกวดกระบือทั่วไป จำนวน 16 รุ่น และการประกวดกระบือแกรนด์แชมป์ (Grand Champion) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 4 ถ้วย ประกอบด้วย กระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง เพศผู้ เพศเมีย และกระบือทั่วไป เพศผู้ เพศเมีย ตามลำดับ

นอกจากนั้น ยังมีการประกวดควายยักษ์และกระบือแคระ ในวันที่ 15 มีนาคม 2568 หลังเสร็จสิ้นการประกวดกระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง แกรนด์แชมป์ ภายในงานยังจัดให้มีการแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับกระบือ การจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ และสินค้า OTOP อีกด้วย

พ่อเมืองชลบุรีลุยสางหนี้ก่อนสงกรานต์จัด”มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม ปีที่ 2″

ผู้ว่านชลบุรีเดินหน้าสางหนี้ก่อนสงกรานต์”มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม ปีที่ 2″ได้ส่วนลดจบหนี้ ลดดอกเบี้ย ไม่ถูกบังคับคดี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568 เมื่อเวลา 09.30 น. นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับและร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม ปีที่ 2” ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยมี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารภาคีเครือข่าย สถาบันการเงิน และประชาชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ณ หอประชุมลีลาวดี วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมบังคับคดี ร่วมบูรณาการกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชลบุรี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี ร่วมใจจัดงานนี้ขึ้นเพื่อลดปัญหาหนี้สินของประชาชนไทย ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 25.5 ล้านคน หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากร โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่คิดเป็น 91% ของ GDP ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อีกทั้งกลุ่มคนทำงานอายุ 20-35 ปี กว่า 52.7% มีภาระหนี้ตั้งแต่เริ่มทำงาน และหนี้เสียในกลุ่มนี้สูงถึง 27%

ภายในงานมีกิจกรรมหลัก ได้แก่ การไกล่เกลี่ยหนี้ ทั้งก่อนฟ้องและหลังศาลมีคำพิพากษา การให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและหนี้สิน โดยหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม การอำนวยความสะดวกให้ลูกหนี้เจรจากับเจ้าหนี้โดยตรง จากสถาบันการเงินและหน่วยงานรัฐ

นิทรรศการให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการหนี้ ปีที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ได้กว่า 66,000 ราย รวมมูลค่าหนี้ที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จมากกว่า 12,000 ล้านบาท รวมถึงช่วยปลดภาระผู้ค้ำประกันกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้กว่า 2.8 ล้านราย

ทั้งนี้ ประชาชนที่มีปัญหาหนี้สินสามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ 16 – 18 มี.ค. 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และได้รับคำปรึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน