ปลาหมอคางดำ 4N ผนึกกำลังเทคโนโลยี eDNA ความหวังฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศอย่างเป็นระบบ

ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ในประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่กระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำและอุตสาหกรรมประมงพื้นบ้าน เนื่องจากปลาชนิดนี้มีความสามารถในการปรับตัวสูง ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และมีอัตราการรอดชีวิตสูง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกับปลาท้องถิ่นและรบกวนระบบนิเวศโดยรวม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยไทยได้พัฒนาแนวทางการควบคุมปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ปลาหมอคางดำ 4N (tetraploid) ร่วมกับเทคโนโลยี eDNA ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน

นักวิจัยกรมประมงได้พัฒนาเทคนิคการเหนี่ยวนำโครโมโซมสัตว์น้ำ (polyploid) การสร้างปลาหมอคางดำที่มีโครโมโซม 4N ซึ่งเมื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ ปลาชนิดนี้จะสามารถผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำปกติที่มีโครโมโซม 2N ได้ และจะทำให้ลูกปลาที่เกิดขึ้นใหม่เป็นปลาที่มีโครโมโซม 3N ซึ่งเป็นปลาที่เป็นหมัน ไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว การใช้แนวทางนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมประชากรปลาในหลายประเทศ และกรมประมงของไทยกำลังดำเนินการทดลองในฟาร์มเพาะเลี้ยงและขยายผลเพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางนี้จะช่วยลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำได้อย่างแท้จริง

สำหรับการใช้เทคโนโลยี 4N ควรดำเนินการควบคู่กับเทคโนโลยี eDNA (Environmental DNA : eDNA) ซึ่งเป็นเครื่องมือเฝ้าระวังและควบคุมปลาหมอคางดำ เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้สามารถตรวจจับ DNA ของปลาหมอคางดำที่ตกค้างอยู่ในแหล่งน้ำได้ โดยไม่จำเป็นต้องจับปลาตัวเป็นๆ วิธีนี้มีความแม่นยำสูงและสามารถใช้เฝ้าระวังการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสามารถระบุตำแหน่งที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำได้อย่างทันท่วงที หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าดำเนินการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ นอกจากการใช้ปลาหมอคางดำ 4N และเทคโนโลยี eDNA แล้ว ควรดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เช่น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การให้ความรู้แก่ชุมชนและชาวประมงเกี่ยวกับผลกระทบของปลาหมอคางดำ และวิธีการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ การจับออกจากแหล่งน้ำและนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ อาทิ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลายหลายเมนู หรือใช้เป็นวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ หรือการนำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ

ส่วนอีกแนวทางที่ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง คือ การเพิ่มจำนวนปลาผู้ล่าในระบบนิเวศ เช่น ปลากะพง และปลาอีกง การเพิ่มประชากรปลานักล่าในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งที่มีปลาหมอคางดำชุกชุมจะช่วยควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำตามธรรมชาติ 

ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำสามารถแก้ไขได้หากมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและดำเนินการอย่างเป็นระบบ การใช้ปลาหมอคางดำ 4N เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมการแพร่พันธุ์ ขณะที่เทคโนโลยี eDNA ช่วยในการตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างแม่นยำ เมื่อบูรณาการแนวทางเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะเป็นวิธีการที่สามารถลดผลกระทบของปลาหมอคางดำต่อระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน และสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่าปัญหานี้สามารถควบคุมและแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย…ปาจรีย์ เนินสำราญ นักวิชาการอิสระ

สุดเจ๋ง!เมนู “ไข่มดแดง” ราคาเทียบอาหารญี่ปุ่น สร้างรายได้ กก.ละนับพันบาท

สุดเจ๋ง!! อาชีพหาของป่าฤดูแล้ง โกยเงินวันละกว่า 1,000 บาท ไข่มดแดง เมนูซิกเนเจอร์ อีสาน ราคาเทียบชั้นอาหารญี่ปุ่น สร้างรายได้งาม เปิดเมนูเด็ด ก้อยไข่มดแดง ราคาสูงจานละ 200 -300 บาท ทำเงินร้านอาหารอีสาน

นับเป็นเมนูของป่าหายาก ที่มีราคาแพงเทียบชั้นอาหารญี่ปุ่น สำหรับ ไข่มดแดง โดยส่วนใหญ่ ชาวบ้านหาของป่าขาย ที่ จ.นครพนม จะมีรายได้มากที่สุดในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากเป็นฤดูกาลไข่มดแดง  ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ ว่างเว้นจากการทำการเกษตร หันไปแหย่ไข่มดแดง ถึงจะลำบาก เพราะบางรังอยู่บนต้นไม้สูง และยังต้องถูกมดแดงกัด กว่าจะได้ไข่มดแดง มาแต่ละกิโลกรัม ถือว่าใช้ความชำนาญ และความพยายามสูง แต่สุดคุ้ม เพราะมีราคาสูงตกกิโลกรัมละ 800 -1,000 บาท เนื่องจากเป็นเมนูเด็ดซิกเนเจอร์ นิมยิมนำไปปรุงเมนูก้อย หรือแกง รวมถึงเจียวใส่ไข่สารพัดเมนู เด็ดสุดน่าจะเป็นก้อยไข่มดแดง พอขึ้นเมนูร้านอาหารอีสาน ตกราคาจานละ 200 -300 บาท

ชาวบ้าน หาของป่า บอกว่า ช่วงนี้ฤดูแล้ง เดือนมีนาคม – เมษายน จนกว่าจะถึงฤดูฝน ถือว่า เป็นโอกาสทองของชาวบ้านหาของป่า จะออกไปล่าหาแหย่ไข่มดแดง โดยมีการนำอุปกรณ์ถุงประดิษฐ์จากกระสอบปุ๋ย คล้ายตระกร้อสอยผลไม้ แต่มีขนาดใหญ่กว่า นำมาติดปลายไม้ไผ่ยาวกว่า 5 เมตร นำไปแหย่เอาไข่มดแดง จะต้องมีความชำนาญ และมีความพยายามสูง หลังจากได้มดแดง พร้อมไข่ จะต้องมี่วิธีการคัดแยกแม่ของมดแดง กับไข่ออกจากกัน ด้วยการนำไปแช่ในน้ำเปล่า หรือการนำแป้งมันมาโรย ให้แม่มดแดง แยกออกจากไข่ ถือเป็นภูมิปัญยาชาวบ้าน จากนั้นจะนำไปขายแยก เป็นไข่ลีบ และไข่ที่ที่โตเต็ม ที่จะขายราคาที่แตกต่างกัน เริ่มจากราคาประมาณกิโลกรัมละ 500 -1,000 บาท

ขณะที่ นายกิตติ หงษาวงศ์ หรือ เชฟเอ้ เจ้าของร้านอาหารอีสาน ลาวทาวน์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ร้านอาหารอีสานขึ้นชื่อ เปิดเผยว่า ยอมรับเมนูอีสาน ที่ลูกค้าชอบสั่งมากที่สุดในช่วงนี้ คือ ก้อยไข่มดแดง ถึงจะมีราคาแพง แต่ขายได้ เพราะเป็นเมนูเด็ดช่วงฤดูแล้ง จะมีขายเยอะตามตลาดทั่วไป รวมถึงตลาดชายแดนลาว ราคาส่วนใหญ่จะตกกิโลกรัมละ 800 – 1,000 บาท สำหรับเมนูเด็ดก้อยไข่มดแดง จะต้องเน้นไข่ที่โตเต็มที่ ราคาอาจจะแพง

แต่ได้รสชาติ การปรุงเมนูไม่ต้องมีอะไรมาก เน้นแค่ต้นหอม ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา ให้ได้รสชาติตามแบบอีสาน ตามความชอบ พอปรุงเมนูก้อย เสิร์ฟลูกค้า จะมีราคาประมาณ จานละ 200 -300 บาท ยิ่งนอกฤดูกาล ยิ่งแพง เพราะหายาก นอกจากก้อยไข่มดแดง ยังมีแกงไข่มดแดง ใส่ผักหวาน เจียวใส่ไข่ ต้มใส่ปลา ทำได้สารพัดเมนู

ทลายเครือข่ายจีน-เวียดนาม เช่าคอนโดย่านลาดพร้าวเปิดเว็บพนันออนไลน์

ตำรวจสืบสวนสน.สุทธิสาร สนธิกำลังบุกจับชาวจีนและชาวเวียดนาม เช่าห้องในคอนโดมิเนียมย่านลาดพร้าว ลักลอบทำเว็บการพนัน จับผู้กระทำความผิดได้ 4 คน รับสารภาพทำมานานกว่า 2 เดือน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีและการพนันหลายล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ตำรวจสืบสวน สน.สุทธิสาร สนธิกำลังกับตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง  เข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ภายในซอยลาดพร้าว 18 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร หลังพบเบาะแสว่าเป็นสถานที่ลักลอบทำเว็บการพนันออนไลน์

จากการเข้าตรวจค้นสามารถควบคุมตัวชาย 4 คน เป็นชาวจีน 1 คน สาวเวียดนาม 3 คน พร้อมของกลางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค  8 เครื่อง แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง  และอุปกรณ์ กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ สำหรับจัดเก็บสกุลเงินดิจิตอลที่มีความปลอดภัยสูง หรือมีชื่อเรียกว่า เลดเจอร์ นาโนเอ็กซ์ (Ledger Nano X กระเป๋า)  โดยพบข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับเว็บไซต์การพนัน ซึ่งเป็นเว็บไซต์การพนันต่างประเทศ เป็นภาษาจีน มีเนื้อหาชักชวนให้เล่นการพนัน ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าทั้ง 4 คนทำหน้าที่เป็นแอดมิน โดยใช้ที่พักอาศัยในประเทศไทยเป็นสถานที่ตั้งควบคุมเว็บการพนันออนไลน์ พบเงินเดือนในบัญชีเป็นสกุลเงินหยวน คิดเป็นเงินไทยหลายล้านบาท

การเข้าตรวจคนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากพลตำรวจตรีเจษฎา สวยสม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และพันตำรวจเอกพรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร ได้สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนหาเบาะแส หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีจริงพฤติกรรมอันน่าสงสัยของกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ภายในคอนโดดังกล่าว ว่าอาจจะกระทำการโดยผิดกฎหมาย จากการสอบปากคำทั้ง 4 คนให้การ เดินทางมาทำงานในประเทศไทยประมาณ 2 เดือน ถูกว่าจ้างจากชาวจีน ให้เข้าเป็นแอดมินเว็บการพนัน ได้ค่าจ้างเดือนละ 50,000 บาท

ส่วนอุปกรณ์กระเป๋าฮาร์ดแวร์เก็บสกุลเงินดิจิตอล ซึ่งมีระบบรหัสรักษาความปลอดภัย ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าทีมนั้น พบว่าเป็นสกุลเงินดิจิตอล ยูเอชดีที (USDT) ยังตรวจสอบได้ว่ามีอยู่จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งของกลางที่เป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ทั้งหมดจะถูกส่งให้กับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตรวจสอบข้อมูลขยายผลจับผู้เกี่ยวข้องกับเว็บการพนันเพิ่มเติม

ภายหลังการสอบปากคำ ตำรวจได้แจ้งข้อหากับผู้กระทำความผิดทั้ง 4 คน ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือชักชวนให้มีการเล่นการพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกันนี้ยังตรวจสอบพบว่าทั้ง 4 คน ไม่ได้แจ้งเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ภายใน 24 ชั่วโมง ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้เปรียบเทียบปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำตัวฝากขังศาลอาญา ภายใน 48 ชั่วโมง 

ออกสู่ท้องตลาดแล้ว!ทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด รุ่นแรกของจังหวัดตราด

ตราด-ทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองเขาบรรทัด รุ่นแรกของตราด จังหวัดแรกของไทย ออกสู่ตลาดแล้ว ชาวสวนสุดปลื้มราคาจากสวน 240 บาท ด้านเกษตรจังหวัด เผย ตราดผลิตทุเรียนได้แสนตัน

นายวินัย ขยันยิ่ง เกษตรจังหวัดตราด พร้อมทีมงาน เดินทางสำรวจสวนทุเรียนที่สวนทุเรียนของนายคมญ์คริษฐ์ กล่อมสงข์ เจ้าสวนทุเรียน ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียน สายพันธุ์หมอนทองเขาบรรทัด ที่กำลังจะตัดออกสู่ท้องตลาดใน 1 – 2 วันนี้ พร้อมสุ่มตัดทุเรียนนำไปตรวจความเปอร์เซ็นต์แป้งเนื้อทุเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดปลายทาง

หลังจากสำรวจแล้ว พบว่า สวนของนายคมญ์คริษฐ์ เตรียมตัดทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด รุ่นแรก ในสัปดาห์ ให้ผลผลิตกว่า 10,000 ลูก เฉลี่ยลูกละ 500 – 800 บาท ขณะที่เดียวกันรุ่นที่ 2 และรุ่น 3 เตรียมจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในเดือนเมษายน ไปจนถึงพฤษภาคม ตามลำดับ

นายคมญ์คริษฐ์ กล่าวว่า ในปีนี้ราคาผลผลิตทุเรียนจากสวน มีราคาสูงถึง 230-240 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งราคานี้เป็นราคาช่วงแรก ช่วงต้นฤดูของผลผลิตทุเรียน แม้ว่าก่อนนี้ชาวสวนมีความกังวลเรื่องสารแคดเมียมและ BY2 ทำให้ราคาทุเรียนภาคใต้ไม่ดีมากกว่า เมื่อปัญหาจบ ราคาทุเรียนก็เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ส่งผลดีต่อเกษตรกรจังหวัดตราด ที่กำลังจะตัดขายสู่ท้องตลาดอยู่ในขณะนี้ ขณะที่ราคาที่คาดหวังไว้คือ 170 – 180 บาท เกษตรก็อยู่ได้แล้ว แต่เมื่อราคาสูงถึง 230 – 240 บาท ก็ถือว่าเป็นโบนัสของเกษตรกรไป



ด้านนายวินัย ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2568 ผลผลิตทุเรียนของจังหวัดตราด ให้ผลผลิตมากถึง 100,000 ตัน เพิ่มขึ้นกว่าปี พ.ศ.2567 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีพื้นที่ปลูก 5 อำเภอ คือ เมือง คลองใหญ่ เขาสมิง แหลมงอบ บ่อไร่ มีพื้นที่ปลูกกว่า 100,000 ไร่ และเตรียมทยอยออกสู่ท้องตลาด โดยเดือนเมษายน และมิถุนายน จะให้ผลผลิตถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทั้งหมด

เกษตรจังหวัดตราด ยังกล่าวต่อว่า ทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด มีพื้นที่ปลูกอยู่บริเวณแนวเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ลักษณะดินเป็นดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้มีฝนตกมาก อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลจากแรงลมทะเลที่เข้าปะทะกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลไปจนถึงพื้นที่เทือกเขาบรรทัด ที่ส่งผลให้สภาพความชื้นในอากาศลดลงเร็วกว่าปกติ ทำให้ทุเรียนเกิดอาการเครียดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ จึงเกิดการกระตุ้นให้ทุเรียนออกดอกได้เร็วขึ้น สามารถเก็บเกี่ยวทุเรียนได้ก่อนพื้นที่อื่น

กรมชลประทาน เดินเครื่องเต็มกำลัง เร่งสูบ-ส่งน้ำ รับมือภัยวิกฤติภัยแล้ง

กรมชลประทาน เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ-ระบายน้ำในช่วงฤดูแล้ง ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกร ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ

ภารกิจติดตั้งเครื่องสูบน้ำ

สำนักงานชลประทานที่ 6 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 3 เครื่อง บ้านหลุบโพธิ์ หมู่ 5 และบ้านหลุบโพธิ์เพรช หมู่ 17 ตำบลตลาดแล้ง อำเภอเขว้า จังหวัดชัยภูมิ

ภารกิจกำจัดผักตบชวา

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล กำจัดวัชพืชบริเวณคลองส่งน้ำ PR.5.3R-4.2R-0.4L (C4) ตำบลหนองแขม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าบัว กำจัดวัชพืชบริเวณคลองส่งน้ำซี.1 กม.149+480 – กม.151+000 ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล และบริเวณคลองส่งน้ำซี.85 ช่วงกม.0+000 ถึง กม.0+500 (ฝั่งซ้าย ขวา) ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลคลองคูณ อำ
เภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

สำนักงานชลประทานที่ 10 สนับสนุนเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการกำจัดวัชพืชคลองระบาย 7 ซ้าย ชัยนาท-ป่าสัก3 ตำบลโคกกะเทียม อำเภอเมือง และตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ตลอดจนสนับสนุนรถแบคโฮ จำนวน 2 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคลองแยก 1 ขวา 3 ซ้าย 21 ขวา ชัยนาท – ป่าสัก และบริเวณคลองแยก 2 ขวา 3 ซ้าย 21 ขวา ชัยนาท – ป่าสัก ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้กำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาคุณภาพน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและระบายน้ำ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสายด่วน กรมชลประทาน 1460

ตำรวจบุกทลายคลังบุหรี่ไฟฟ้า ซุกคอนโดย่านลาดพร้าว ทุนจีน จ้างสาวไทยดูแล 2 แสน/เดือน

ตำรวจปคบ.รวบสาวลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าซุกคอนโดย่านลาดพร้าวของกลุ่มนายทุนจีนเทาพร้อมยึดของกลางกว่า 4 หมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ด้านสาวไทยอ้างถูกจ้างดูแลเดือนละ 2 แสนบาท

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.68  พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญในการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก๊สหัวเราะ ซึ่งปัจจุบันได้ปรากฏสถานการณ์การแพร่ระบาด ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา พื้นที่ใกล้โรงเรียนหรือสถานศึกษา รวมถึงสถานบริการ สถานประกอบการ และพื้นที่สาธารณะในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเอง หรือผู้อื่น สร้างความเดือนร้อน รำคาญ แก่ประชาชนใกล้เคียง โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพพล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์รอง ผบช.ก. ได้สั่งการให้พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ภาคภูมิ ศรีลาภะมาศ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.เถกิงวุฒิกิตติศุภคุณ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.จักราวุธ วัฒนศิริ ประจำ(สบ 5) บก.ปคบ.,พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ., พ.ต.ท.ไพรัช พรมวงศ์ รอง ผกก.1 บก.ปคบ., พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์  บัวรัตนกุล รอง ผกก.1 บก.ปคบ.,เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กิตติพศ คงสูงเนิน สว.กก.1 บก.ปคบ.

จับกุม น.ส.ชญานิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ที่อยู่ตามบ้านเลขที่ 170 หมู่ที่ 2 ต.บำพะยอม  อำเภอบำพะยอม จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 12 มี.ค.68 เวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งต้องหาคดี“โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า“การขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า) อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ.2562 มาตรา 29/9,56/4 ,คำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการที่ 24/2567 ลง 8 ก.ค.67 เรื่องห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการ สินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า และผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดย ประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตร 242 ,มาตรา 246 วรรค 1 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560” พร้อมตรวจยึดของกลาง ดังนี้บุหรี่ไฟฟ้า,น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า จำนวนกว่า 40,000 ชิ้นมูลค่าประมาณ 10,000,000 บาท

สถานที่จับกุม บริเวณ ห้องเลขที่ 9/414 ชั้น 5 ตอนดังย่านลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนเพจ FACEBOOK relx M2M Thailand  ทราบว่ามีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ จึงได้ทำการล่อซื้อจนทราบว่ามีการจัดส่งสินค้าบุหรี่ไฟฟ้ามาจากบ้านเลขที่ 1111/25 หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านวังทองหลาง กรุงเทพฯ

จากการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าตามนโยบายรัฐบาล จึงทราบว่ามีการย้ายสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า มายังคอนโดย่านลาดพร้าวซอย 101 จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ามีการกักเก็บสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวไว้ที่ห้องเลขที่  9/414 ตึก G ชั้น5 คอนโด ย่านลาดพร้าวซอย 101 ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอหมายค้นศาลอาญา เพื่อเข้าตรวจค้น จากการเข้าตรวจค้น พบ น.ส.ชญานิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปีแสดงตน เป็นผู้ครอบครองสถานที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายค้น และเข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า ตามรายการของกลางข้างต้น ชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมพร้อมยึดของกลาง นำส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาในชั้นจับกุม น.ส.ชญานิษฐ์ฯ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่ามีนายทุนต่างชาติจ้างให้ดูแลสินค้าและจัดจำหน่าย โดยให้ค่าตอบแทนเดือนละ 200,000 บาท ประกอบกับช่วงนี้รัฐบาลมีนโยบายกวาดล้างปราบบุรี่ไฟฟ้าอย่างหนัก จึงได้นำของกลางมาซุกซ่อนไว้ในสถานที่ดังกล่าวจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมการ

สุดระทึก!พายุหมุน พัดเต๊นท์ปลิวลอยขึ้นไปค้างบนกุฎิ พระ-โยมหนีตายวุ่น

ขอนแก่น-พายุหมุนพัดเต๊นท์ปลิวลอยขึ้นไปค้างบนกุฎิ พระ-ญาติธรรมวิ่งหนีตายอลหม่าน ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อรายงานให้อำเภอรับทราบเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือ

วานนี้ ( 12 มี.ค.2568 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดพายุหมุนพัดเข้ามาภายในวัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น อย่างรวดเร็วโดยแรงลมได้พัดเต๊นท์ที่วัดได้ติดตั้งไว้สำหรับการใช้งานภายในวัดลอยปลิวขึ้นไปติดค้างบนศาลากุฎิให้พระลูกวัด และญาติธรรมได้ประสานงานไปยังเทศบาลตำบลพระลับ และนายนิทัศน์ บุญพร้อม ผญบ.ม.9 เพื่อประสานขอรถกระเช้าและกำลังเจ้าหน้าที่มาเร่งทำการจัดเก็บเต๊นท์จำนวน 4 หลังที่ลอยขึ้นไปติดค้างบนหลังคากุฎิพระ เพื่อป้องกันไม่ให้ปลิวลอยไปไกลกว่านี้ โดยเฉพาะสายไฟแรงสูงที่อยู่ห่างจากวัดประมาณ 500 เมตร

นายนิทัศน์  บุญพร้อม ผญบ.ม. 9 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะที่กำลังนำเจ้าหน้าที่ศูนย์พักคอยหรือ ซีไอ เข้าทำความสะอาดวัดและจัดเตรียมสถานที่ภายในวัดสำหรับการปฎิบัติศาสนกิจของสงฆ์ตามปกติ อยู่ๆก็มีลมกรรโชกแรงพัดผ่านเข้ามาในวัดอย่างรวดเร็วโดยแรงลมได้พัดเอาเต๊นท์ที่ติดตั้งไว้ 4หลังพัดปลิวขึ้นไปติดค้างบนกุฎิ จึงได้เร่งประสานงานร่วมฝ่ายปกครองและเทศบาลฯ นำเจ้าหน้าที่ป้องกัน และรถกระเช้ารวมทั้งประสานงานร่วมชุมชนในพื้นที่ร่วมกันเร่งรื้อถอนเต๊นท์ที่ติดตั้งอยู่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

“ขณะนี้ได้เก็บเต๊นท์ที่ลอยพัดปลิวไปติดบนหลังคากุฎิลงมาแล้ว และได้ตรวจสอบสภาพความเสียหายของตัวกุฎิเพื่อรายงานให้กับทางอำเภอได้รับทราบต่อไป ขณะเดียวกันยังได้มีการประชาสัมพันธ์ให้กับลูกบ้านได้รับทราบถึงสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่พาดผ่านเขต จ.ขอนแก่น ในช่วง 1-2 วันนี้ รวมทั้งการสำรวจความเสียหายในด้านต่างๆเพื่อประสานงานร่มกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตามขั้นตอนต่อไป”

ตำรวจไซเบอร์จับเพิ่ม 14 ผู้ต้องหา เครือข่ายเจ้าแม่เว็บพนัน Betflix รวมจับแล้ว 24 ราย

ตำรวจไซเบอร์จับเพิ่ม 14 ผู้ต้องหา เครือข่ายเจ้าแม่เว็บพนัน Betflix รวมจับแล้ว 24 ราย จากทั้งหมด 33 ราย เร่งติดตามอีก 9 รายที่เหลือ

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.68 ที่ บริเวณชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ บช.สอท. (เมืองทองธานี) นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ, พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 และ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์จับเพิ่ม 14 ผู้ต้องหา เครือข่ายเจ้าแม่เว็บพนัน Betflix รวมจับแล้ว 24 ราย จากทั้งหมด 33 ราย เร่งติดตามอีก 9 รายที่เหลือ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบเว็บไซต์การพนันออนไลน์ เครือข่าย “Betflik” ประกอบด้วยเว็บไซต์จำนวน 7 เว็บไซต์ คือ www.betflik101.com, www.betflix488.com, www.betflixspin.com, www.sabuy.bet, www.spinixgold.com, www.spinixup.net และ www.spinplay.com ได้ทำการลักลอบเปิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ เปิดให้บุคคลทั่วไปสมัครเป็นสมาชิกและเข้าเล่นพนันออนไลน์จนเกิดการเสียทรัพย์สินกันจริง จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนันออนไลน์เครือข่ายดังกล่าวเรื่อยมา

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า กลุ่มบุคคลที่เป็นผู้ทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีรับผลประโยชน์จากเว็บการพนันออนไลน์ดังกล่าว เป็นกลุ่มคนเดียวกันกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์มาก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำเสนอต่อศาลอาญา จนศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บไซต์การพนันออนไลน์ดังกล่าว จำนวน 33 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 กลุ่มบริหาร จำนวน 7 ราย 
กลุ่มที่ 2 กลุ่มเจ้าของบัญชีรับผลประโยชน์จากเว็บการพนันออนไลน์ จำนวน 26 ราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบที่อยู่ของผู้ต้องหาตามหมายจับในกลุ่มบริหาร และกลุ่มเจ้าของบัญชีรับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของเครือข่ายเว็บไซต์การพนันออนไลน์ดังกล่าว ตำรวจไซเบอร์จึงได้สนธิกำลังร่วมกัน ในการสืบสวนติดตามกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว จนสามารถดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับมาแล้ว 10 ราย

จนกระทั่งถึงวันที่ 12 มี.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.1 และ กก.1 บก.สอท.3 ได้ระดมกำลังลงพื้นที่ กรุงเทพมหานคร, จ.อุดรธานี, จ.ขอนแก่น, จ.เลย และ จ.สมุทรปราการ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ในเครือข่ายเว็บพนันดังกล่าวได้เพิ่มเติมรวม 14 ราย

ทั้งนี้ ในคดีเครือข่ายเว็บไซต์การพนันออนไลน์ “Betflik” ของ น.ส.ธันยนันท์ฯ  ซึ่งศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องจำนวน 33 ราย ล่าสุดจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วรวม 24 ราย โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, ร่วมกันฟอกเงิน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” และหลังจากนี้ตำรวจ ไซเบอร์จะได้สืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังหลบหนีจำนวน 9 ราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“พายุฤดูร้อน”หอบลูกเห็บ ถล่ม สุรินทร์ ซัดหลังคาบ้านปลิวว่อนรวม 83 หลัง

“พายุฤดูร้อน” มาพร้อม “ลูกเห็บ” พัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เขต อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ เสียหายรวม 83 หลัง ขณะที่ชาวบ้านเผย ไม่เคยพบเห็นพายุอะไรที่รุนแรงขนาดนี้

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในเขตพื้นที่ตำบลศรีณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ว่า ในช่วงเวลา 16.00 น. ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดเอาหลังคาชาวบ้าน คอกสัตว์ และร้านค้าเสียหายจำนวนนับ 20 หลัง ทางด้านเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยตำบลณรงค์ ออกสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้รายงานให้กับท้องถิ่นอำเภอ และฝ่ายปกครองอำเภอได้รับทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ นายสิทธิชัย จันทร์สุระ ผู้ใหญ่บ้านละมงค์ หมู่ที่ 5 ตำบลณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ในวันเวลาดังกล่าวได้เกิดพายุฤดูร้อนที่พัดมาอย่างรุนแรง ทำเอาลูกเห็บได้ตกลงมา และพัดเอาหลังคาชาวบ้านในพื้นที่บ้านละมงค์ เสียหายจำนวน 18 หลัง และหมู่บ้านในเขตพื้นที่บ้านหนองเทพ ม. 9 เสียหายหลายหลังเช่นกัน แต่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ คาดว่าจำนวน 38 ครัวเรือนอย่างแน่นอน ซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจอยู่ เพราะในเวลามืดฟ้ามัวดินชาวบ้านเร่งรีบเก็บสังกะสีที่ถูกพายุพัดนำมากองเอาไว้ให้เจ้าหน้าที่ออกมาสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น

ด้าน นายแมน อุตราศรี อายุ 74 ปี กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็มีคอกวัวและหลังคาบ้าน ที่พายุฤดูร้อนพัดเอาออกไป โดยเฉพาะคอกวัวที่ถูกพายุพัดออกไปหมดไม่มีเหลือ และวัวยังถูกสังกะสีพัดไปบาดถูกหลังได้รับบาดเจ็บไป 2 ตัว และตนเองก็ไม่เคยเห็นพายุหมุนที่รุนแรงอย่างนี้มาก่อน เกิดมาเห็นแต่จังหวัดอื่นและหมู่บ้านอื่น พอมาเกิดขึ้นกับบ้านเราแบบนี้ก็ตกใจ เพราะลมหมุนมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาครอบครัวที่อยู่ในบ้านไม่กล้าออกมาจนกว่าพายุจะสงบลง

อย่างไรก็ตาม จากการออกสำรวจล่าสุดพบว่ามีหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายหมู่บ้านละมงค์ หมู่ 5 จำนวน 38 หลังคา, หนองเทพ หมู่ 9 จำนวน 44 หลังคา, บ้านมหาชัย หมู่ 7 จำนวน 1 หลังคา รวม 83 หลังคาเรือน.

อาชีพอิสระ!ขายผักผลไม้ริมทางยอดขายพุ่งแตะ 3-4 พันบาท/วัน

อุทัยธานี-แม่ค้าต้องนอนเฝ้าขายผักผลไม้กองมหึมาเต็มข้างถนน 40-50 ตัน เผยขายดีเป็นพิเศษเพราะราคาถูกทำกำไรได้หลายพันบาทต่อวัน

เมื่อเวลา 10.00.น.ของวันที่ 12 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแม่ค้าขายผักผลไม้ข้างถนนสายหนองฉาง-ลานสัก สามแยกเข้าวัดประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานีได้พบกับนางน้อง อายุ 43 ปี ได้เปิดเผยว่า ตนเองเปิดค้าขายมาได้ครึ่งปี โดยอาศัยนอนกินอยู่ภานในร้านอยู่เป็นประจำ จะอาศัยนอนใต้ตู้แผงขาย เพื่อเฝ้าของที่หน้าร้านเนื่องจากกลัวของหาย

โดยที่ร้านของตนเองนั้นได้วางของขายหลายอย่าง มีฟักทอง แตงโม ฟักแฟง กล้วย ถั่วแระ และอีกหลายอย่าง ซึ่งวางอยู่ริมถนนเป็นกองขนาดใหญ่ น้ำหนักโดยรวมทั้งหมดราว 40-50 ตัน พร้อมกับที่ร้านของตนเองนั้นขายราคาไม่แพง โดยจะมีฟักทองขายเพียงลูกละ 20 บาท และอย่างเกรดเอ ขายกิโลกรัมละ 30 บาท รวมถึงแตงโมลูกละ 5 บาท และลูกละ 10 บาท ไม่พอยังมีฟักแฟงแก่ลูกละ 30 บาท และฟักแฟงอ่อนโลละ 15 บาท รวมอีกหลายอย่างให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ

นางน้อง เปิดเผยอรีกว่า ตนเองได้พักอาศัยอยู่ในร้าน นอนกินในร้าน  อาศัยนอนใต้ตู้แผงขายของ แถมไม่ต้องไปเช่าห้องพัก เนื่องจากของที่วางขายนัั้นเยอะมาก จึงจำเป็นต้องนอนเฝ้าอยู่ที่ร้าน และที่ร้านของตนเองทุกวันนี้ ขายของดีมาก วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า หลายพันบาท หากฝนตกก็จะได้ไม่ต่ำกว่า 500-600 บาท หากฝนไม่ตกยอดก็จะพุ่งขึ้น ถึงหลัก 3,000-4,000 บาท ต่อวัน พร้อมกับแม่ค้าเจ้าประจำที่มารับ และมีลูกค้าที่สัญจรไปมา และแม่ค้าร้านอาหารจะมารับซื้อที่ร้านของตนเองอยู่เป็นประจำดังกล่าว

ทั้งนี้ที่ร้านของตนเอง เปิดตั้งแต่เช้าถึงหนึ่งทุ่ม หากใครสัญจรไปมา แวะมาอุดหนุนได้ในราคาที่ไม่แพง