“ก๋วยเตี๋ยวหมูนายโด่ง”สามแยกปักธงชัย อร่อยสืบทอดมาจากรุ่นคุณย่า

หากใครกำลังมองหาร้านก๋วยเตี๋ยวที่ผสมผสานระหว่างความอร่อยจากสูตรโบราณและบรรยากาศเป็นกันเอง ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวหมูนายโด่ง” คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 555/4 ซอยปักธงชัย 4 หลังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามแยกปัก ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ร้านนี้เปิดให้บริการมานานกว่า 14 ปีแล้ว โดยมีนายชัยวุฒิ พงษ์สุวรรณ หรือที่รู้จักกันในนาม “นายโด่ง” วัย 41 ปี เป็นเจ้าของ

ความพิเศษของก๋วยเตี๋ยวหมูนายโด่ง อยู่ที่ สูตรน้ำซุป ที่สืบทอดมาจากคุณย่า ถ่ายทอดมาถึงรุ่นหลาน น้ำซุปนี้มีกลิ่นหอมและรสชาติที่กลมกล่อม โดยทางร้านมีเมนูหลากหลายให้เลือก ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำต้มยำ น้ำใส เส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่เกี๊ยว เนื้อหมู ลูกชิ้นหมู และหมูบ๊ะช่อ นอกจากนี้ ยังมีเมนูเด็ดอย่าง ต้มเล้งกระดูกหมูรสแซ่บ ที่หลายคนติดใจ

ชัยวุฒิ พงษ์สุวรรณ

นายโด่ง เจ้าของร้าน เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำก๋วยเตี๋ยวว่า “ผมได้รับสูตรน้ำซุปจากคุณย่าของผม ซึ่งท่านเป็นชาวสุโขทัย ทำก๋วยเตี๋ยวขายที่สุโขทัยมาก่อน ตั้งแต่ผมยังเด็ก สูตรนี้ทำให้รสชาติของน้ำซุปไม่เหมือนที่อื่น และผมอยากให้คนรุ่นใหม่ได้ลิ้มลองรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์นี้ครับ”

สำหรับ เมนู และราคา ของทางร้าน มีตัวเลือกหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใสธรรมดา ราคา 40 บาท หรือจะเพิ่มเป็นพิเศษในราคา 50 บาท เมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำธรรมดา 45 บาท พิเศษ 55 บาท ส่วนเกี๊ยวน้ำและบะหมี่เกี๊ยวก็มีให้เลือกทั้งแบบน้ำใสและต้มยำ ในราคาเริ่มต้นที่ 45 บาท

ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30 น. ถึง 14.30 น. หยุดทุกวันพุธ บรรยากาศภายในร้านเป็นกันเอง เหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่จะมานั่งลิ้มรสความอร่อยแบบดั้งเดิม สามารถโทรสั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 093-545-9794 หรือ 096-994-5194.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา

ตำรวจน้ำดีสู้ชีวิต ไม่อายทำกิน ว่างเว้นงานราชการ ขายไส้กรอกอีสานช่วยภรรยา

นายตำรวจน้ำดีสู้ชีวิต ไม่อายทำมาหากิน นามว่า “ร.ต.ท. เดชา ไตรรัตน์” ตำแหน่ง รอง สว.สส.สภ.เมืองสุโขทัย หรือชาวบ้านเรียกกันว่า “หมวดเด” ตำรวจน้ำดีชุดสืบสวนฯ สภ.เมืองสุโขทัย ใช้เวลาว่างเว้นจากการออกเวรจากงานราชการ มาตั้งร้านขายไส้กรอกอีสาน ในชื่อ “หมวดเดชา ไส้กรอกสุโขทัย” ซึ่งเป็นยี่ห้อไส้กรอกอันเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่อำเภอเมืองสุโขทัย และอำเภอใกล้เคียงของจังหวัดสุโขทัย

ไส้กรอกหมวดเดชามี 3 รสชาติ คือ ไส้กรอกหมูรสเปรี้ยว ไส้กรอกหมูวุ้นเส้นไม่เปรี้ยว และไส้อั่วสมุนไพร ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่นิยมบริโภคไส้กรอก ด้วยรสชาติอร่อยถูกปากคนกิน โดยมีการตั้งร้านขายตามตลาดทั่วไป ถนนคนเดินเมืองสุโขทัย หรือ งานอีเว้นท์ เทศกาลอาหารต่างๆ ภายในจังหวัดสุโขทัย นับได้ว่าเป็นไส้กรอกที่ขึ้นชื่อของเมืองสุโขทัย

ล่าสุด “หมวดเดชา ไส้กรอกสุโขทัย” ได้ไปจดทะเบียน OTOP กับหน่วยงานพัฒนาชุมชนแล้ว อีกทั้งยังมีการขยายช่องทางการขายไปทางเพจออนไลน์ ในชื่อ “หมวดเดชา ไส้กรอกสุโขทัย” เสริมสร้างยอดขายอีกด้วย

ร.ต.ท. เดชา หรือหมวดเด บอกว่า ด้วยเงินเดือนที่เหลือน้อย ไม่พอค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เนื่องจากยังมีภาระที่ต้องส่งค่าบ้าน ค่ารถ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนของบุตรชาย-หญิง 2 คนที่กำลังเติบโต วัยกำลังเรียนในระดับมัธยมต้น ทำให้ต้องหันมาพูดคุยกับภรรยาว่า เราจะต้องหาอาชีพเสริม เพื่อเสริมสร้างรายได้ในครัวเรือนให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย เมื่อพูดคุยกันแล้ว จึงได้ไปปรึกษากับเพื่อนร่วมชั้นเรียนตนเองในสมัยมัธยมฯ คนหนึ่ง ซึ่งเขามีการขายแฟรนไชส์ไส้กรอกอยู่แล้ว เพื่อนจึงแนะนำให้เอาแฟรนไชส์ไส้กรอกของเพื่อนมาขายหารายได้เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา

ค่าแฟรนไชส์ไส้กรอกของเพื่อน เขาให้ความกรุณาผ่อนชำระได้ ตนเองและภรรยาจึงรับแฟรนไชส์ไส้กรอกจากเพื่อนมาขาย เพื่อเสริมสร้างรายได้นอกจากเงินเดือนข้าราชการตำรวจ เพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของครอบครัว แต่ต่อมา เพื่อนคนนั้นไม่ขาย เลิกขายไส้กรอกแล้ว ตนเองจึงคิดกับภรรยาว่า เราควรจะทำไส้กรอกของตัวเองออกมาขาย จึงนำสูตรที่ผู้มีพระคุณคนหนึ่งให้มา พร้อมทั้งวิธีการทำ แล้วปรุงรสไส้กรอกนำมาปรุงแต่งส่วนผสมเอาเอง

ในระยะแรก อยู่ในช่วงลองผิดลองถูก หมดเนื้อหมูไปกว่า 100 กิโลกรัม จนกว่าจะได้สูตรคงที่ จากนั้นจึงนำออกมาตั้งร้านขาย โดยใช้ชื่อ “หมวดเดชา ไส้กรอกสุโขทัย” ปรากฏว่า สูตรของตัวเองและภรรยาที่ได้คิดค้นขึ้น เป็นที่ถูกปากถูกใจของลูกค้าผู้บริโภค ทำให้ยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ จากการออกขายตามตลาดในตัวเมืองสุโขทัยตั้งแผงตั้งร้านขาย และขายที่ถนนคนเดินเมืองสุโขทัยทุกวันเสาร์ รวมทั้งออกร้านขายตามงานอีเว้นท์เทศกาลอาหารต่างๆ ก็ขายดิบขายดีมีรายได้ดี จนกระทั่งปัจจุบันได้ริเริ่มเปิดขายทางออนไลน์ โดยตั้งชื่อเพจ Facebook “หมวดเดชาไส้กรอกสุโขทัย” ส่งขายตามยอดออเดอร์ที่สั่งเข้ามาทำให้มีรายเพิ่มเติมได้ดีเลยทีเดียว

ในส่วนของการออกขายตามตลาดนัดหรือถนนคนเดิน รวมทั้งงานอีเว้นท์ เทศกาลอาหารต่างๆ ก็ยังขายอยู่ทุกวัน นับรวมแล้วมีรายได้โดยเฉลี่ยหลังหักค่าใช้จ่ายถึง 25,000 – 30,000 บาทต่อเดือน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างสบาย มีเงินเก็บสำหรับค่าเทอมลูก ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ ค่าน้ำ ค่าไฟโดยไม่เดือดร้อน มีความสุขในครอบครัวด้วยการค้าขายไส้กรอกนี่เอง

ในส่วนวิธีการทำไส้กรอกออกมาขายนั้น ทางตนเองและภรรยารวมทั้งครอบครัว ญาติๆ ช่วยกันผลิตเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนแบ่งปันรายได้ค่าแรงไปยังญาติพี่น้องที่ช่วยกันผลิตไส้กรอกและตนเองกับภรรยาก็ออกมาขายตามตลาดต่างๆ ดังกล่าว ถือได้ว่า ช่วยให้คุณภาพชีวิตตัวเองดีขึ้นอย่างมากมีเงินใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นสำหรับครอบครัว มีกินมีใช้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมามากพอสมควร

ทั้งนี้หมวดเดชายังกล่าวต่อไปว่า คนเราอย่าไปอายทำกิน อย่าไปอายที่ต้องไปตากหน้าขายอาหารแผงตามตลาด เราทำได้ เราก็สร้างคุณภาพชีวิตให้กับครอบครัวของตัวเองได้ โดยตัวเองนั้น อาศัยเวลาว่างจากงานราชการ ออกมาขายไส้กรอกกับภรรยา แต่งานขายอาหารนั้น แม้มันเหนื่อย แต่สุขใจ มีความสุขในครอบครัว

ทั้งนี้หากใครสนใจสั่งไส้กรอกหมวดเดชาไปทาน หรือนำไปขายต่อยอดสร้างรายได้ ซึ่งมี 3 รสชาติคือ ไส้กรอกหมูรสเปรี้ยว ไส้กรอกหมูวุ้นเส้นไม่เปรี้ยว และไส้อั่วสมุนไพร สามารถสั่งซื้อได้ที่เพจ Facebook หมวดเดชา ไส้กรอกสุโขทัย หรือหมายเลขโทรศัพท์ 082-3535314 และ 085-1366316

บางช่วงบางตอน ร.ต.ท. เดชา ไตรรัตน์ รอง สว.สส. สภ.เมืองสุโขทัย เล่าถึงจุดเริ่มในการมาทำไส้กรอกขายตามท้องตลาด โดยระบุว่า จากความเป็นอยู่ที่ลำบาก เงินเดือนข้าราชการตำรวจมันก็น้อย เหลือน้อยเต็มทน คือไม่พอค่าใช้จ่ายจึงปรึกษาภรรยาหาอาชีพเสริม

สยองพิตบูลหลุดบุกลากด.ญ. 6 ขวบจากเตียง ขย้ำคอ-หัวเจ็บสาหัส

นนทบุรี-สยองพิตบูลหลุด ลากเด็ก 6 ขวบจากเตียงขย้ำคอ กัดกระชากหนังหัวเห็นกระโหลก อาการสาหัส ชาวบ้านคว้าครกตีหัวหมาช่วยเด็ก กู้ชีพเร่งส่งห้องไอซียู รพ.ปากเกร็ด

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.68 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ชีพบัวเพชร ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือมีสุนัขพิตบูลหลุดเข้าไปกัดเด็กในบ้านพักจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบรุดไปให้ความช่วยเหลือยังห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยสุขาประชาสรรค์ 2 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมประสานรถกู้ชีพเข้าช่วยเหลือ ก่อนนำเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ซึ่งอยู่ในอาการสาหัส ส่งห้องไอซียู รพ.ปากเกร็ด

ที่เกิดเหตุ เป็นชุมชนบ่อตกปลาแสงจันทร์ ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว บ้านปลูกติดกันหลายหลัง บ้านเกิดเหตุไม่มีเลขที่อยู่ติดกับร้านขายของชำ ไม่มีรั้วบ้าน ภายในบ้านซึ่งมีเตียงนอน พบข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้น พบรอยหยดเลือดกระจายหลายจุดบริเวณพื้นหน้าเตียง

จากสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า เด็กที่ถูกกัดเป็นเด็กผู้หญิงชื่อ ไข่มุก อายุประมาณ 6 ปี มีบาดแผลถูกสุนัขกัดที่ลำคอและศีรษะ จนแผลฉกรรจ์ฉีกขาดจากศีรษะถึงท้ายฝั่งขวายาวประมาณ 7 นิ้ว ลึกประมาณ 1-2 ซม. จนเห็นกระโหลก ที่กกหูด้านขวามีแผลยาวประมาณ 1 นิ้ว ที่หัวด้านซ้ายยาวประมาณ 3 นิ้ว แขนซ้ายมีแผลถลอก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งทำการปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถาม นายสงกรานต์ อันทะปัญญา อายุ 48 ปี เจ้าของร้านของชำ ที่เข้าไปช่วยเด็ก เปิดเผยว่า ตนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงได้รีบวิ่งไปดูที่ห้องพัก พบว่าสุนัขพิตบูลกำลังกัดขย้ำที่คอเด็กหญิงอยู่ ตนจึงเข้าไปช่วยดึงสุนัขจนหลุดออก แต่สุนัขวกกลับมากัดเข้าที่หัวเด็กเป็นครั้งที่ 2ซึ่งในตอนนั้นมีคนอยู่ในบ้าน 4 คน คือ น้องไข่มุกเด็กหญิงที่ถูกกัด พี่สาว พ่อ และยาย

ตนถือไม้เข้าไปตีหมาเพื่อให้ปล่อยเด็ก แต่หมามันดุมากกัดไม่ปล่อยเลย ซึ่งหมาตัวดังกล่าวเป็นหมาของเพื่อนบ้านที่เลี้ยงอยู่ติดกันหลังบ้าน คาดว่าหมาคงจะหลุดออกมา

ด้าน นายนิว อายุ 27 ปี ลูกชายเจ้าของร้านของชำ ซึ่งเข้าไปช่วยเหลือเด็กหญิง กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ตนเห็นสุนัขพิตบูลตัวดังกล่าว เดินผ่านมาจากรั้วหลังบ้านตนแล้วผ่านร้านของชำ ก่อนจะเดินมาดมกลิ่นที่ตนกับเพื่อน ซึ่งนั่งเล่นกันอยู่หน้าบ้าน แล้วเดินหายเข้าไปในบ้านของเด็กหญิงที่อยู่ติดกัน

ก่อนตรงเข้าไปกัดน้องไข่มุกที่นอนเล่นอยู่บนเตียงแล้วลากน้องลงมากัดที่พื้น โดยกัดเข้าที่ลำคอก่อนเป็นแผลแรก ตนกับพ่อที่เข้าไปช่วยเหลือน้องไข่มุก จนหลุดออกมา แต่สุนัขตัวดังกล่าวยังตามเข้ามากัดน้องไข่มุกซ้ำเข้าที่ศรีษะจนหนังหัวเปิดเป็นแผลขนาดใหญ่ อาการสาหัส ก่อนจะมีคนเข้ามาช่วยเหลือด้วยการเอาเชือกรัดคอสุนัขตัวดังกล่าวจนสุนัขยอมคายปากออกจากศรีษะเด็ก

โดยสุนัขพิทบูลตัวดังกล่าวมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันด้านหลังเป็นเจ้าของ หลังเกิดเหตุ เจ้าของสุนัขบอกว่า จะรับผิดชอบกับทางครอบครัวน้องไข่มุก

น.ส.มณเฑียร รูปยิ้ม อายุ 54 ปี เจ้าของสุนัขพันธุ์พิทบูล เพศผู้ สีน้ำตาล อายุ 7 ปี ชื่อเจ้าโซล่า ซึ่งขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ มีบาดแผลถูกตีที่ศีรษะจนแตกมีเลือดออก ถูกขังอยู่ในกรงไม้ขนาดใหญ่ในบ้านพัก เปิดเผยว่า ตนเป็นเจ้าขอสุนัขพิตบูลที่หลุดออกไปกัดเด็กจริง ตนต้องขอโทษกับทางครอบครัวเด็กด้วย ตนไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่อง แต่เรื่องที่เกิดคือ มีเพื่อนบ้านอีกคนที่อยู่ติดกัน เปิดประตูเข้าไปรองน้ำที่บ้านของตนเพื่อนำไปใช้ แล้วลืมล็อกประตูรั้วให้ ทำให้สุนัขพิตบูลที่ตนปล่อยออกมาเดินเล่นรอบบ้าน หลุดออกไปกัดเด็กถึงในบ้าน

ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเด็กอาการเป็นยังไง ซึ่งลูกชายตนก็ตามไปเฝ้าอาการน้องอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ตนในฐานะเจ้าของสุนัข ปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ แต่ตนติดใจว่าคนที่มาเปิดประตูรั้วบ้านตนแล้วไม่ล็อกให้ดีจนทำให้สุนัขหลุดออกไปจะรับผิดชอบอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะความประมาทไม่ได้มาจากครอบครัวตนเลย

ตนเสียใจที่เด็กอาการสาหัส ตั้งแต่เกิดเรื่องตนก็ตกใจเสียใจมากร้องไห้ไม่หยุด เพราะตั้งแต่เลี้ยงสุนัขตัวนี้มามันไม่เคยไปกัดใคร ตนก็เลี้ยงอยู่ในบ้านของตนดีๆ หลังจากนี้ตนคงตัดขาดไม่ให้เพื่อนบ้านคนนี้เขามารองน้ำไปใช้อีกต่อไป

นายนฤเทพ วิถีเทพ อายุ 26 ปี พี่ชายของเจ้าของสุนัข พาผู้สื่อมาดูรั้วประตูบ้านพร้อมกับกล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนได้ยินเสียงคนตะโกนว่ามีหมาหลุดไปกัดเด็กในบ้าน ตนจึงวิ่งมาดูที่กรงเลี้ยง พอไม่เจอเจ้าโซล่าอยู่ในกรง จึงวิ่งไปดูก็เห็นสุนัขของตนกำลังกัดเด็กที่พื้น ตนจึงเอาเชือกรัดคอหมาเพื่อให้มันหายใจไม่ออกแล้วคายปากออกจากร่างเด็ก ก่อนที่ตนดึงออกมาจากห้องที่เกิดเหตุแล้วนำไปขังกรงไว้ที่บ้าน

ปกติเจ้าโซล่าไม่เคยกัดใครมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตนกับพี่ชายช่วยกันเลี้ยงมา ตอนนี้พี่ชายไปดูเด็กที่ถูกกัดอยู่ที่โรงพยาบาล เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่มีคนมาเปิดประตูจนสุนัขบ้านของตนหลุดออกไป ทั้งๆ ที่ประตูมีกลอน และมีเชือกรัดอีกชั้นหนึ่งป้องกันสุนัขหลุดอยู่แล้ว

นายจิต (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี เพื่อนบ้านที่เปิดประตูรั้ว กล่าวว่า ตนเปิดประตูรั้วเข้าไปที่บ้านหลังนี้เพื่อรองน้ำมาใช้ที่บ้าน จนกีะทั่งตนรองน้ำเสร็จตนไม่สุนัขตัวดังกล่าว จึงคิดว่าสุนัขมันคงเข้ากรงไปแล้ว จากนั้นตนก็กลับมาที่บ้าน จนมาได้ยินเสียงคนร้องว่ามีสุนัขหลุดไปกัดเด็ก ตนจึงเดินไปดู ตนยอมรับว่าตนเป็นคนเปิดประตู แต่ตนก็ปิดประตูให้แล้วเพียงแต่ไม่ได้ล็อกไว้ ตอนนี้ตนยังไม่รู้ว่า จะทำยังไงต่อไป แต่ตนจะเคลียร์กับเจ้าของบ้านเจ้าของสุนัขเอง

เบื้องต้นอาการของน้องไข่มุกเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ยังคงอยู่ในอาการสาหัสหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเข้าห้องไอซียูเพื่อทำการช่วยเหลือชีวิตจากบาดแผลฉกรรจ์ที่ถูกสุนัขพิตบูลกัดเข้าที่ลำคอและศีรษะเป็นบาดแผลฉกรรจ์ฉีกขาด ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

สลด!ฆ่ายัดกระสอบปุ๋ย สาวปริศนาใส่เสื้อกีฬาสี ถูกหมกในป่าหญ้า ตร.แม่สอด เร่งคลี่คลายคดี

ตาก -สลด!พบร่างหญิงสาวปริศนา ถูกฆาตกรรมโหด ก่อนยัดศพใส่กระสอบปุ๋ย ทิ้งป่าหญ้าริมถนนในพื้นที่ ต.แม่กาษา อ.แม่สอด ตำรวจเร่งควานหาเบาะแสเหยื่ออำมหิตเป็นใครมาจากไหน หลังพบสวมใส่เสื้อกีฬาสีของโรงเรียนสันป่าไร่ ด้าน ผอ.ยันในโรงเรียนไม่มีเด็กนักเรียนหายไป และเสื้อเป็นของเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

พ.ต.อ.ศรายุทธ แผลงปัญญา รอง ผบก.อก.ภ.6 รรท.ผกก.สภ.แม่สอด ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568  จากผู้ใหญ่บ้านน้ำดิบ ม.6 ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก พบชิ้นส่วนคล้ายอวัยวะมนุษย์บนถนนท้ายหมู่บ้านน้ำดิบ หมู่ 6 ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก พ.ต.ท.เอกรัฐ นุชเฉย รอง ผกก.สภ.แม่สอด พนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ชุดสืบสวน สภ.แม่สอด และสายตรวจตำบลแม่กาษา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ฆ่ายัดกระสอบปุ๋ย สาวปริศนาใส่เสื้อกีฬาสี ถูกหมกในป่าหญ้า ตร.แม่สอด เร่งคลี่คลายคดี

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบโครงกระดูกท่อนขาทั้งสองข้างอยู่ในกางเกงวอร์มสีดำ เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นเสื้อกีฬาสีของโรงเรียนสันป่าไร่ ต.พระธาตุ อ.แม่ระมาด จ.ตาก พบอยู่บนถนน และท่อนบนตั้งแต่สะโพกไปจนถึงศีรษะ บรรจุอยู่ในถุงปุ๋ยสีเขียว วางอยู่ในป่าหญ้าริมถนนใกล้กัน เบื้องต้นคาดว่าเป็นหญิงสาวรูปร่างเล็ก สูงประมาณ 160 ซม. เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 20-30 วัน ไม่ทราบว่าเสียชีวิตที่ใด แล้วถูกนำใส่ถุงปุ๋ยมาทิ้งไว้ที่เกิดเหตุ

ฆ่ายัดกระสอบปุ๋ย สาวปริศนาใส่เสื้อกีฬาสี ถูกหมกในป่าหญ้า ตร.แม่สอด เร่งคลี่คลายคดี

สอบสวนเบื้องต้น ผู้นำชุมชนในเขต ต.แม่จะเรา และ ต.พระธาตุ อ.แม่ระมาด ยังไม่พบว่ามีการแจ้งบุคคลสูญหาย ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนสันป่าไร่ พบนายศุภวิชญ์ ปลูกปัญญาดี ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า ภายในโรงเรียนไม่มีเด็กนักเรียนหายไป และเสื้อลักษณะดังกล่าวเป็นของเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้รับทราบข่าวว่ามีศิษย์เก่าคนใดหายตัวไป

ฆ่ายัดกระสอบปุ๋ย สาวปริศนาใส่เสื้อกีฬาสี ถูกหมกในป่าหญ้า ตร.แม่สอด เร่งคลี่คลายคดี

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะได้ดำเนินการสืบสวนเพื่อให้ทราบตัวผู้ตายและสาเหตุการตายต่อไป.

‘ทรัมป์’ยันตั้งกำแพงภาษีเม็กซิโก-แคนาดา เริ่ม 4 มี.ค. เก็บจีนเพิ่มอีก 10%

“โดนัลด์ ทรัมป์” ยืนยัน สหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกกับแคนาดาในวันที่ 4 มี.ค. หลังเลื่อนมา 1 เดือน และจะเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่มอีก 10% ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันในวันพฤหัสบดีที่ 27 ก.พ. 2568 ว่า คำสั่งตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกกับแคนาดาในอัตรา 25% ของเขา จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ หลังเลื่อนมา 1 เดือน และสหรัฐฯ จะเพิ่มการเก็บภาษีสินค้าจากจีนอีก 10% ในวันเดียวกันด้วย

คำสั่งตั้งกำแพงภาษีสินค้าเม็กซิโกกับแคนาดาของนายทรัมป์ ถูกเลื่อนออกไป 1 เดือน จากเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 ก.พ. หลังผู้นำของทั้ง 2 ประเทศบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายสหรัฐฯ ว่าจะเพิ่มการควบคุมชายแดน เพื่อแก้ปัญหาผู้อพยพกับยาเสพติดไหลเข้าสหรัฐฯ อันเป็นสิ่งที่นายทรัมป์อ้างว่าคือเหตุผลให้เขาตัดสินใจตั้งกำแพงภาษี

อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ สร้างความสับสนว่ามาตรการกำแพงภาษีดังกล่าว ซึ่งเลื่อนมาใกล้ครบ 1 เดือนแล้ว จะกลับมามีผลบังคับใช้หรือไม่ ซึ่งนายทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ยืนยันคำสั่งจะกลับไปมีผลบังคับใช้

ทรัมป์ ยังกล่าวอีกว่า ยาผิดกฎหมายยังคงหลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐฯ จากทางเม็กซิโกและแคนาดาในระดับที่สูงมากและไม่สามารถยอมรับได้ ซึ่งสหรัฐฯ ไม่สามารถยอมให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปได้ ดังนั้นมาตรการกำแพงภาษีจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มี.ค. ตามกำหนดการ จนกว่าการไหลเข้าของยาเสพติดจะหยุดหรือถูกจำกัดอย่างมาก

ทรัมป์ประกาศด้วยว่า สหรัฐฯ จะเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 10% ในวันดังกล่าวด้วย หลังเริ่มเก็บไปแล้ว 10% ตั้งแต่ 3 ก.พ. นอกจากนั้นผู้นำสหรัฐฯ บอกอีกว่า ในวันที่ 2 เม.ย. มาตรการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่

เลี้ยงกุ้งแบบดั้งเดิม เสี่ยงเสียหาย ทำกุ้งไทยไม่เติบโต

อ่านบทความของ ดร.บัณฑิต นิจถาวร เรื่อง “อย่าให้ภาคเกษตรหายไปกับสังคมสูงวัย” แล้วเห็นด้วยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม  การขาดโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนเพราะรัฐไม่ลงทุน ทั้งระบบชลประทาน ระบบดิจิตอล เทคโนโลยี ทำให้ภาคเกษตรไม่สามารถใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มการผลิต  ส่งผลให้ภาคเกษตรไทยล้าหลัง ไม่เติบโต ภาคเกษตรจึงเหลือแต่เกษตรกรสูงวัย ไม่มีคนหนุ่มสาว  หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย

ระบบเทคโนโลยีเกษตรนี่ล่ะ ที่จะต้องเข้ามาทดแทนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม ซึ่งล้าหลังลงทุกวัน  สวนทางกับการเกิดขึ้นของโรคระบาดใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรทั้งสิ้น กระบวนการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิม จึงไม่ตอบโจทย์ที่จะรักษาความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย

กระบวนการเลี้ยงกุ้งก็เช่นกัน ที่ผ่านมากุ้งไทยมีปัญหาเรื่องโรคระบาดจนทำให้ผลผลิตกุ้งลดลงต่อเนื่องหลายปี จากผู้ผลิตกุ้งอันดับ 1 ของโลก ต้องล่วงหล่นไม่เป็นท่ามายาวนาน แต่วันนี้นับว่าโชคดีที่คณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ เห็นชอบหลักการ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2568 – 2572 รวม 11 มาตรการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระดับโลก และนโยบายระดับประเทศ ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างยิ่ง

หากทำได้สำเร็จทุกมาตรการ อันประกอบด้วย  1.)  การพัฒนาพ่อแม่พันธุ์ให้เหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้งทะเล เพื่อให้ได้ลูกกุ้งทะเลคุณภาพ 2.) การจัดการฟาร์มเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน 3.) การส่งเสริมการใช้อาหารที่เหมาะสมกับรูปแบบการเลี้ยง 4.) การจัดการโรคและการป้องกันโรคในกุ้ง 5.) การพัฒนาระบบเฝ้าระวังติดตามตรวจสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล 6.) การเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์สินค้ากุ้งทะเลหลังการจับ 7.) การสร้างแบรนด์และเพิ่มช่องทางการตลาด 8.) การบริหารจัดการข้อมูลกุ้ง 9.) การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม 10.) การยกระดับความรู้บุคลากร ทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ และ 11.) การสร้างเครือข่าย ความเข้มแข็ง

กลไกสำคัญของการขับเคลื่อนมาตรการเหล่านี้ หนีไม่พ้น “เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง” ของไทยที่ต้องใส่ใจพัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ก่อนเริ่มเลี้ยงไปจนจับขาย การเตรียมบ่อด้วยวิธีดั้งเดิมที่เพียงปล่อยน้ำจากแหล่งธรรมชาติแล้วลงกุ้งเข้าเลี้ยงเลยนั้น เป็นความเสี่ยงอย่างมากที่กุ้งจะเสียหาย ไม่ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ ทั้งจากโรคระบาดและสัตว์แปลกปลอมที่ปะปนเข้ามา

สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมบ่อ เตรียมลูกกุ้ง ส่วนขั้นตอนการเตรียมน้ำที่ดีที่สุด น่าจะใช้ระบบน้ำหมุนเวียนที่ไม่ปล่อยน้ำออกสู่ภายนอก และไม่นำน้ำภายนอกที่ยังไม่มีการกรองเข้าสู่ระบบการเลี้ยง  เทคโนโลยีนี้เพื่อลดการใช้น้ำและควบคุมคุณภาพน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษและเพิ่มความยั่งยืนในการเลี้ยงกุ้ง

หรืออย่างน้อยในบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยง กรณีมีสัตว์ต่างถิ่นแปลกปลอมยิ่งต้องระมัดระวัง เช่น การเตรียมบ่อพักน้ำ และเตรียมตาข่ายละเอียดสำหรับกรองน้ำ ป้องกันสัตว์แปลกปลอมเล็ดรอดเข้ามาในบ่อ ควรเพิ่มการใช้กากชาเพื่อทำลายสัตว์แปลกปลอมด้วย หยุดการดึงน้ำเข้าบ่อโดยไม่ทำอะไรเลยได้แล้ว

เมื่อรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญกุ้งไทย ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องคว้าโอกาสนี้ หยุดหมกมุ่นกับการเลี้ยงแบบเดิมๆ  แต่ควรหันมาเร่งวางแผนพัฒนาการเลี้ยง และนำเทคโนโลยีการเลี้ยงที่ดีเข้ามาใช้  เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนกุ้งไทยให้เติบโต ทวงแชมป์ส่งออกกุ้งกลับคืนสู่ประเทศไทย และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติให้ได้อีกครั้ง

 โดย…รังสรรค์ ชลาสินธุ์

ดินถล่มฝังคนงานวางท่อ ดับ 2 ศพ สาหัส 1 ที่โคราช

นครราชสีมา – สลดอีก! ดินถล่มฝังคนงานวางท่อระบายน้ำริมถนนดับ 2 ศพ บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ที่ ปักธงชัยโคราช ผู้บาดเจ็บส่งต่อ รพ.มทส. ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ขณะตำรวจเตรียมเรียกผู้รับเหมามาสอบสวนดำเนินการตาม กม.

วันนี้ (27 ก.พ.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ( 26 ก.พ.)หลังจากรับแจ้งจากศูนย์วิทยุหน่วยแพทย์พยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน 1669 ว่า มีดินถล่มทับคนงานวางท่อริมถนน บ้านหัวนา หมู่ 9 ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพุทธธรรมการกุศล (ฮุก31) นครราชสีมา จุดปักธงชัย , กู้ชีพดอน ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ รพ.ปักธงชัย พร้อม เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ปักธงชัย นำโดย พ.ต.อ.บุญโปรด ประเสริฐศักดิ์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.ปักธงชัย เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเป็นการด่วน

ในจุดเกิดเหตุเป็นไซต์งานก่อสร้างวางท่อระบายน้ำริมถนน บ้านหัวนา หมู่ 9 ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พบดินถล่มทับคนงานฝังท่อ เบื้องต้นได้รับแจ้งว่า ถูกดินถล่มทับ3 ราย ยืนยันเสียชีวิต2 ราย และ บาดเจ็บ1 ราย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า คนงานได้ลงไปดำเนินการวางท่อระบายน้ำอยู่ในหลุม จำนวน 3 คน ในระดับความลึก 2.50 เมตร กำลังช่วยกันขุดดินและเชื่อมท่อระบายน้ำ แต่จู่ๆ ดินที่ถมอยู่บนปากหลุม ได้เกิดสไลด์ลงทับมาทับร่างคนงาน จึงมีการนำรถแบ็กโฮมาเร่งขุดตักเศษดินที่ถล่มทับร่างคนงานออก และเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ชีพ-กู้ภัยไปถึงพบว่า คนงานที่ถูกดินถล่มทับจำนวน 3 ราย โดยคนแรกที่ได้รับการช่วยเหลือ คือ นายประกิตติ์ รัตนะดอน อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 ม.9 ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส

ส่วนอีก 2 ราย ได้แก่ นายกมล นากุดนอก อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138 ม.9 ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และ นายชวลิต ดาวโอน อายุ70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 ม.9 ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ถูกดินถล่มทับจนขาดอากาศหายใจ ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุก่อนแล้ว

พ.ต.ท.จักรภพ เชื้อสาย พนักงานสอบสวน สภ.ปักธงชัย ได้ให้นำร่างเสียชีวิตส่งไปที่ รพ.ปักธงชัย เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้ส่งรักษาที่ รพ.ปักธงชัย เช่นกัน แต่เนื่องจากอากาสาหัสได้มีการส่งไปรักษาต่อที่ รพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (รพ.มทส.) ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเรียกผู้รับเหมามาสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ระดมสุดยอดร้านค้าอาหารอร่อยชายแดนใต้กระตุ้นเศรษฐกิจด้ามขวาน

จังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี ถ้าพูดถึงเรื่องอาหาร คาว หวาน ต้องยกให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะรสชาดที่แตกต่างกับภาคอื่นๆ ถ้าใครเคยมา จะพูดเสียงเดียวกันเลยว่า มีเมนูอาหาร ขนม ที่สามารถหาทานกันแบบ 7วันก็ยังไม่ครบเพราะมีจำนวนมากๆ จริงๆ อย่างเช่น ประเภทข้าว ก็จะมี ข้าวยำ ไก่กอและ ข้าวมันอาหรับ ข้าวหมกไก่  ข้าวนาสิดาแฆ นาสิลือเมาะ เป็นต้น ส่วนประเภทขนม ก็ไม่น้อยหน้าจังหวัดภาคอื่นๆ ซึ่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้จะมีขนมที่อร่อยๆที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ นับร้อยปี เช่น ขนมอาเกาะ ขนมเปียนา แสมา ปูตูฮาลือบอ และอีกมากมาย แต่อย่าลืมขนมที่เราต้องตามยุคสมัยก็ต้องตามให้ทัน เดียวจะหาว่าตกเทรน คือ ขนม ครัวซอง ซูชิ ลุยสวน เคบับ ไดฟูกุ ถังหูลู่ หรือมันเบิร์นชีส ก็อร่อยอีกแบบ

พุงโตออร์แกไนซ์ ได้จับมือ ระดมสุดยอดร้านค้าอาหารอร่อยเจ้าดังของ 3 จังหวัดชายแดนใต้  นราฯ ยะลา ปัตตานี เป็นหลัก และจังหวัดใกล้เคียงที่อยากมาสร้างมิติอาหารเด็ด ขนมดัง ที่กำลังสร้างกระแสทั้งในติ๊กต๊อกและโซเชียลต่างๆ ให้กับคนในพื้นที่ 3 จังหวัดและใกล้เคียงมาชิมลิ้มลองในรสชาติที่อร่อยระดับห้างแต่ราคาหลักสิบ รวมไปถึงอาหารที่เป็นอาหารพื้นเมืองของแต่ละจังหวัด 3 ชายแดนใต้ พุงโตออร์แกไนซ์ สามารถนำอาหารเหล่านี้มารวมกันเป็นจุดเดียว เสริฟความอร่อยให้พี่น้องประชาชนทุกภาคทุกพื้นที่ เพียงแค่ท่านติดต่อมาหาทีมงานพุงโตออร์แกไนซ์ ได้ทุกเมื่อ เราสามารถนำสินค้าที่มีความอร่อย

แต่รสชาติราคาที่ทุกคนจับต้องได้มาออกบูทจำหน่าย นอกจากเรื่องอาหาร “พุงโตออร์แกไนซ์” ยังคงมีเครื่องเล่นสวนสนุก และเชิญเหล่าอินฟู เซเลป เน็ตไอดอลมาร่วมงานได้อีกด้วย สำหรับลูกค้าใครที่สนใจ อยากมาเป็นส่วนหนึ่งกับทีมเรา หรือใครอยากให้เราไปเป็นส่วนหนึ่งของงานท่าน ติดต่อมาหาเราได้ กับ 3 คน “ พุงโตออร์แกไนซ์ ” ครับ  

เป็นเอก บูรณพาส (โค้ชเอก) การาตี บูรณพาส (มาดามตี้)  และ รอฮีมี บูรณพาส (เชฟดี้พุงโต) ผู้จัดการ พุงโตออร์แกไนซ์ ประกันความสุขว่า เราสามคน ได้จัดงานมอบความสุขให้กับพ่อแม่พี่น้องแบบสุดๆ ด้วยประสบการณ์ที่เคยออกบูท อีเว้นตามงานต่างๆมาหลายปี เราก็เลยคิดว่า อยากทำเองเพื่อคืนกำไร ทำอะไร ให้กับพี่น้อง3 จังหวัดชายแดนใต้ นำสิ่งดีๆให้กับชาวบ้านให้ได้ออกมา ได้จับจ่ายใช้สอย ของอร่อยๆ เราก็เลยจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะให้รู้ว่าอาหาร 3 จังหวัดชายแดนมีเยอะมาก เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของ 3 จังหวัดชายแดนของเรา และสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่ด้วย สร้างมหัศจรรย์เรื่องอาหารการกิน เราก็เลยรวมตัว 3 พี่น้องมารวมความสามารถมารวมตัวกันเป็น “ พุงโต ” มอบรอยยิ้ม มอบความสุขให้กับพี่น้องทั่วทุกที่ ด้วยประสบการณ์ เชฟดี้ มาดามตี้

อออกบูทบ่อยๆ เราสามารถรู้ว่า อะไรคือ อุปสรรค อะไรคือสิ่งที่เราอยากให้มันเกิด อะไรคือสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด เราจึงรู้ว่า อะไรควร หรือไม่ควร ทั้งหมดนี้ เรา3 คนพี่น้องจัดมารวมกันเป็น “ พุงโตออร์แกไนซ์ ” เพราะว่านโยบายคือ แม่ค้า พ่อค้า มาร่วมงานต้องมีความสุข อาหารต้องดังอาหารต้องสด อร่อย เรากินยังไง ลูกค้าต้องกินอย่างนั้น และที่สำคัญ ถ้าไม่สุดถ้าไม่พิเศษ เราไม่ทำเพราะเราคือ  “ พุงโตออร์แกไนซ์”ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน เราจะสร้างความอร่อยไปถึงที่ อยากจะให้เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในความสุขสนุกสนานในการจัดงาน เรารับจัดความสุข สนุกสนานให้กับทุกคน.

ใครสนใจติดต่อได้ที่ เพจ.พุงโตออร์แกไนซ์ โทร.095-5365669

 ภาพ/ข่าว.. แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ

กระบี่รวมพลังจิตอาสาทำความดีบวชต้นไม้เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

จังหวัดกระบี่จัดกิจกรรมจิตจิตอาสาพัฒนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล เนื่องในโอกาสวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์  นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาจิตอาสาพัฒนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล เนื่องในโอกาสวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ณ บริเวณบ่อน้ำผุด หมู่ที่ 5 บ้านปากช่อง ต.คลองยา อ.อ่าวลึก เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีของชาวจังหวัดกระบี่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานหน่วยงานของรัฐ จิตอาสาพระราชทาน นักเรียน และประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางสายฝนที่ตกตลอดเวลา และสร้างความชุ่มชื้นของพื้นที่

ทั้งนี้ หลังจากที่ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะ กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดได้แยกย้ายกันปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดบริเวณบ่อน้ำผุด พร้อมทั้งร่วมบวชต้นไม้ และปลูกต้นไม้ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการรักษาความสะอาดของบ้านเมือง

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และคณะ ได้เยี่ยมบ้านกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุและมีฐานะยากจน บ้านนายจับ เนาวรัตน์ อายุ 93 ปี หมู่ที่ 2 ต.คลองยา อ.อ่าวลึก เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ แก่ผู้สูงอายุ และบุคคลในครอบครัว โอกาสนี้ได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นด้วยด้วย

“ทักษิณ”ขออภัยความผิดพลาดในอดีต ขอกลับมาพัฒนาชายแดนใต้ทุกมิติ

นราธิวาส-รองนายกฯ ควง ทักษิณ ที่ปรึกษาประธานอาเซียน ลงพื้นที่ปลายด้ามขวาน ย้ำพัฒนา แก้ปัญหา ในมิติคง ด้านศาสนา ด้านการศึกษา เพื่อความมั่นคงพื้นที่ในพื้นที่ และขอชาวไทยมุสลิม สู่รอมฎอนสร้างสันติ

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี / ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมด้วย ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายมิติ ได้แก่ ด้านความมั่นคง ด้านศาสนา และด้านการศึกษาของประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส รวมถึงประชาชนมารอต้อนรับ ณ สนามบินนราธิวาส

การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะฯ ได้เปิดเวทีรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน ผู้นำศาสนา ข้าราชการ นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยจะนำข้อมูลที่ได้ไปประมวลผลและผลักดันแนวทางการแก้ไขในระดับพื้นที่และระดับอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงและสนับสนุนกระบวนการพัฒนาพื้นที่  รองนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยที่ปรึกษาประธานอาเซียน ถึงสนามบินนราธิวาสแล้วเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งในมิติด้านความมั่นคง ด้านศาสนา ด้านการศึกษาของประชาชนในพื้นที่

รองนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยที่ปรึกษาประธานอาเซียน ถึงสนามบินนราธิวาสแล้วเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งในมิติด้านความมั่นคง ด้านศาสนา ด้านการศึกษาของประชาชนในพื้นที่ 

(เวลา 10.00 น.) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พา ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี/ที่ปรึกษาประธานอาเซียน และ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้ากราบนมัสการพระธรรมวัชรจริยาจารย์ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 ณ วัดประชุมชลธารา (วัดสุไหงปาดี) ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส โดยมีประชาชนในพื้นที่เดินทางมาต้อนรับ กว่า 2 พัน คน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพระภิกษุสงฆ์และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส โดยก่อนการพบปะพูดคุยกับประชาชน คณะฯ ได้ร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน อาทิ การแสดงรำหมอลำจากกลุ่มสตรีในพื้นที่ สะท้อนถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

ภายหลังการเยี่ยมเยียนและพบปะประชาชน ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ได้กล่าวถึงแนวทางในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการร่วมมือกันแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เป็นภัยต่อสังคม โดยระบุว่า

“ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ผมเห็นว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ควบคู่ไปกับการจัดการปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ซึ่งหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาคือ การเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้หันหน้าเข้าหากัน พูดคุย และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างสันติ การสื่อสารและความร่วมมือคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ”

จากนั้น คณะฯ มีกำหนดการเดินทางไปยังโรงเรียนสัมพันธ์วิทยา ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อพบปะผู้บริหารสถานศึกษาและหารือถึงการพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่เพื่อวางแนวทางพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนพร้อมทั้งรับประทานอาหารเที่ยง

รองนายกรัฐมนตรีนำคณะเยี่ยมโรงเรียนสัมพันธ์วิทยา ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หารือถึงการพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่

ต่อมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) พร้อมด้วย ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาประธานอาเซียน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางมายังโรงเรียนสัมพันธ์วิทยา ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อพบปะผู้บริหารสถานศึกษาและหารือถึงการพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่เพื่อวางแนวทางพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนพร้อมทั้งรับประทานอาหารเที่ยง โดยมี ผู้บริหารโรงเรียน คณะครูอาจารย์ ตลอดจนนักเรียน และบัณฑิตอาสา ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้คณะฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานนักเรียนและกิจกรรมแต่ละระดับชั้นที่ให้นักเรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้พร้อมต่อยอดในการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น  

จากนั้นคณะได้เข้ารับฟังข้อเสนอแนะ ปัญหาอุปสรรคจากผู้แทนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ผู้นำศาสนา ข้าราชการ เพื่อเดินหน้าแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาในพื้นที่พร้อมกันนี้ผู้แทนสถานศึกษาได้ให้ข้อเสนอแนะในด้านการพัฒนาการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มค่าตอบแทนครู บุคลากรทางศึกษา ซึ่งครูถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพเด็กนักเรียน

ดร.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวตอนหนึ่งว่า จังหวัดนราธิวาสมีหลายอย่าง ซึ่งควรที่จะได้รับการผลักดัน เลยลงมาดู เพื่อนำข้อมูลไปหารือกับ นายอันวา อิบรอฮิม นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย  และกลุ่มประเทศอาเซียน  เพื่อเตรียมที่จะนำของดีเหล่านี้กลับมาพัฒนาและส่งเสริมอีกรอบหนึ่ง “เด็กเปรียบเหมือนผ้าขาวขึ้นอยู่กับการหล่อหลอมของผู้ใหญ่อยากให้เด็กทุกคนเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาของพื้นที่ส่วนเรื่องการศึกษาคือหัวใจของการพัฒนาในปัจจุบัน  การสร้างแรงจูงใจให้เด็กคือสิ่งที่เราต้องทำผมอยากเห็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีศักยภาพสูงในด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ และได้รับการพัฒนาในทุกด้าน”

สำหรับอยากโรงเรียนสัมพันธ์วิทยาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญ มีนักเรียนทั้ง 3 ระดับ ระดับอนุบาล ระดับประถามศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 2,020 คน มีบุคลากรทั้งหมด 150 คน เป็นโรงเรียนที่มุ่งเน้นพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพเพื่อให้เยาวชนเป็นคนดี คนเก่ง กล้าคิด กล้าแสดงออกและเป็นการเรียนรู้ที่พร้อมปลูกฝังด้านคุณธรรมจริยธรรมเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของอิสลามและมีความเจริญก้าวหน้าทันต่อยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพราะโรงเรียนเชื่อมั่นว่าการศึกษาเท่านั้นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนให้มีอนาคตที่ดี เพื่อไปพัฒนาตนเองและประเทศชาติให้มีความเจริญยิ่งขึ้นต่อไป 

ทักษิณลงปัตตานีหารือผู้นำศาสนาหาแนวทางใหม่ดับไฟใต้  นิรโทษกรรม VS คืนศักดิ์ศรี หรือแก้มาตรา 21 พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ

วันเดียวกัน 13.30 น. ที่ร.ร.สายบุรีอิสลามวิทยา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี  ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาปธ.อาเซียน พร้อมกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รมต.ว่าการกระทรวงกลาโหมและพัน ต.อ ทวี สอดส่อง รมต.ว่าการยุติธรรม พร้อมคณะ ในโอกาสเป็นตัวแทนรัฐบาลเดินหน้าหาแนวทางแก้ปัญหาและการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งมีนางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ นายนิเดร์ วาบา บริหารสถานศึกษา ผู้นำศาสนา  ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ภาคประชาสังคมและประชาชน นักเรียนให้การต้อนรับ กว่า1,000 คน  บรรยากาศเต็มไปด้วยความยิ้มแย้ม เด็กๆ นักเรียนทั้งหญิงและชายต่างขอถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างคับคั่ง

โดยการลงมาเยือนชายแดนใต้ครั้งนี้ มีวาระประเด็นสำคัญว่า มีแนวคิดอ้างอิงจาก “โมเดล 66/2523” ซึ่งเคยใช้แนวทาง “นิรโทษกรรม” ต่ออดีตผู้ก่อความไม่สงบในช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จะกลับมาใช้อีกครั้ง หรือไม่ ซึ่งกำลังดำเนินการทำรายละเอียด ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ย้ำว่าแนวทางใหม่นี้จะไม่ใช่การนิรโทษกรรมโดยตรง แต่จะมีหลักเกณฑ์ชัดเจน และใช้แนวคิด “การเมืองนำการทหาร” ในการดำเนินการ

 โดยล่าสุด นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แต่งตั้ง นายทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาประธานเลขาธิการอาเซียน ซึ่งส่งผลต่อยุทธศาสตร์ทางการเมืองในพื้นที่ตอนเหนือของมาเลเซียที่ติดกับจังหวัดชายแดนใต้ของไทย คือปัญหาความไม่สงบ

นายอันวาร์ อิบริฮิม หวังใช้โอกาสนี้ขยายฐานเสียงในพื้นที่พรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย (PAS) ซึ่งมีอิทธิพลในรัฐที่ติดกับชายแดนไทยด้วยเช่นกัน

ครั้งนี้ยังถูกจับตาว่า นายทักษิณ อดีตนายกฯ ต้องการรักษาฐานเสียงของพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นพันธมิตรของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วย

 ท่านได้พบปะหารือกัน มีการแลกเปลี่ยน พูดคุยก่อนรับฟังข้อเสนอ และได้กล่าวว่าดร.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า วันนี้ยินดีมากที่ได้กลับมา พบกับท่านนิเดร วาบา เพื่อนเก่า ผมเคยมาที่นี้ 20 กว่าปีที่แล้ว และออกไปอยู่ในตะวันออกกลางและในหลายประเทศ เข้าใจพี่น้องมุสลิมเป็นอย่างดี ผมได้โอกาสได้ฟังความคิดเห็นิหารือจากเพื่อนๆต่างประเทศมานานแล้วต้องการให้ช่วยแก้ปัญหาพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ แก้ปัญหาอื่นๆ ทั้งความรุนแรง ผมสมัยเคยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยทำงานอาจจะใจร้อน มีข้อผิดพลาดบ้าง ก็ขอกราบขอโทษทุกๆท่านมา ณที่นี้

ตอนนี้เหตุการณ์สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว เราคุยกันรู้เรื่องมากขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทรัพยากร และมีศักยภาพพัฒนาไปข้างหน้าให้ดีกว่านี้การพูดคุยสันติสุข สมัยนายกปู นายกยิ่งลักษณ์   ผมมีโอกาสได้ช่วยเหลือและริเริ่ม เข้าลงไปช่วยอยู่บ้าง ซึ่งได้คุยกับคนที่อยู่ต่างประเทศ ว่าทุกคนอยากกลับบ้านของตนเอง ตอนนี้ผมกลับบ้านได้แล้ว แต่อีกหลายๆคนยังไม่ได้กลับ ต้องถึงเวลสที่ผมมาช่วยให้ทุกคนได้กลับบ้านด้วยเช่นกัน 

และในโอกาสอีกไม่กี่วัน พี่น้องมุสลิมจะเข้าสู่เดือนรอมฎอนแล้ว ขอให้ทุกคนได้ทำบุญ ทำกุศล เข้าทำความดีสู่เดือนรอมฎอนด้วยสันติ พระเจ้าทรงรับผลงามความดีของทุกๆท่าน ผมขอสันติสุขแก่พี่น่องมุสลิม ณที่นี่ และทั่วประเทศด้วยขอบคุณครับ

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส