“หยิน” ทุบสถิติแอลพีจีเอ คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอฯ “จีโน่” จบที่ 3

แองเจิล หยิน มืออันดับ 17 ของโลกจากสหรัฐฯ รักษาฟอร์มดีต่อเนื่อง หวดได้อีก 7 อันเดอร์พาร์ 65 จบด้วยสกอร์รวม 28 อันเดอร์พาร์ 260 คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ พร้อมสร้างสถิติสกอร์รวมต่ำสุดในแอลพีจีเอทัวร์ที่สนามสยามคันทรี คลับ พัทยา โอลด์ คอร์ส จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่นักกอล์ฟชาวไทยผลงานดีสุดเป็น จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล จบที่อันดับ 3

แอลพีจีเอทัวร์ จัดศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เปิดฤดูกาลแอลจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2025 ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 60 ล้านบาท มีนักกอล์ฟระดับโลก 72 คนลงแข่งขันแบบไม่มีตัดตัว ระหว่างวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ผลปรากฎว่า แองเจิล หยิน โปรสาวชาวอเมริกันวัย 26 ปี มืออันดับ 17 ของโลก ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำรอบสาม รักษาฟอร์มดีต่อเนื่องหวด 7 เบอร์ดี้ โดยไม่เสียแม้โบกี้เดียว จบ 18 หลุมเข้ามา 7 อันเดอร์พาร์ 65 คว้าแชมป์ไปด้วยสกอร์รวม 28 อันเดอร์พาร์ 260 รับเงินรางวัล 255,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 8.9 ล้านบาท พร้อมสร้างสถิติสกอร์รวมต่ำสุดในทัวร์นาเมนท์แอลพีจีเอทัวร์ โดยมี อากิเอะ อิวาอิ รุ้กกี้แอลพีจีเอชาวญี่ปุ่น ผู้นำสองวันแรก ที่ระเบิดฟอร์มร้อนแรงหวดสถิติสนามเข้ามา 11 อันเดอร์พาร์ 61 รวมสี่วันมี 27 อันเดอร์พาร์ 261 ไม่เพียงพอต่อการช่วงชิงชัยชนะ พ่ายแชมป์ไปเพียงสโตรคเดียว

จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล (ภาพ: Honda LPGA)

แองเจิล หยิน เผยหลังคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์รายการที่สองให้กับตนเองว่า “การเล่นวันสุดท้ายไม่ได้คิดว่าตัวเองได้เปรียบเลยเพราะว่า อิวาอิ ตีได้ดีมาก เช่นเดียวกับ จีโน่ และ โมรียา ที่เล่นได้ดีเช่นกัน โดยการเล่นที่หลุม 18 ก็มีความตื่นเต้นอย่างมาก เพราะ อิวาอิ ทำอีเกิ้ล แต่ตัวเองก็ทำหน้าที่ได้สำเร็จในหลุมสุดท้าย สำหรับการคว้าแชมป์ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งแรกเพราะตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เล่นได้ดีและรู้สึกผ่อนคลายพอสมควร จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จในครั้งนี้”

ขณะที่นักกอล์ฟชาวไทยผลงานดีสุดเป็น จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล ออกสตาร์ทไม่ดีเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 2 พาร์ 4 แต่แก้ตัวเก็บคืนได้ 8 เบอร์ดี้ จบ 18 หลุมเข้ามา 6 อันเดอร์พาร์ 66 รั้งอันดับ 3 ร่วมด้วยสกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์ 267 เจ้าตัวกล่าวว่า “เกมช่วงแรกยังไม่ได้บุกเต็มตัวเท่าใดนัก แต่ผลที่ออกมาถือว่าทำได้ตามเป้าหมายแล้ว และไม่เสียใจที่ไม่ได้แชมป์ เพราะเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา กีฬาก็เป็นแบบนี้ มีแพ้ มีชนะ แต่สำหรับตนเองก็ยังมีอีกหลายจุดที่ยังต้องแก้ไขและพัฒนาในการแข่งขันรายการต่อไป”

ส่วนนักกอล์ฟไทยอีก 11 คน ทำผลงานดังนี้ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ (65) และ โมรียา จุฑานุกาล (68) สกอร์รวมคนละ 19 อันเดอร์พาร์ 269 อยู่อันดับ 4 ร่วม, เอรียา จุฑานุกาล (66) สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 275 อันดับ 14 ร่วม, ปาจรีย์ อนันต์นฤการ (66) สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 276 อันดับ 17 ร่วม, ชเนตตี วรรณแสน (71) สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 278 อันดับ 24 ร่วม, พิมพ์พิศา รับรอง นักกอล์ฟสมัครเล่นทีมชาติไทย (72) สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 283 อันดับ 41 ร่วม, จารวี บุญจันทร์ (71) สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 285 อยู่อันดับ 45 ร่วม, วิชาณี มีชัย (69) สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 286 รั้งอันดับ 50 ร่วม, จัสมิน สุวัณณะปุระ (73) และ ตรีฉัฐ จีนกลับ (64) สกอร์รวมคนละ 1 โอเวอร์พาร์ 289 รั้งอันดับ 57 ร่วม และ อาภิชญา ยุบล (76) สกอร์รวม 4 โอเวอร์พาร์ 292 รั้งอันดับ 61 ร่วม

อากิเอะ อิวาอิ (ภาพ: Honda LPGA)

“ทักษิณ”โวลั่นต้องสร้างสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้ได้ในรัฐบาลชุดนี้

เมื่อวันที่ 23 ก.พ 2568 ที่จ.นราธิวาส นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธานอาเซียน กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งให้ความสำคัญกับสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงตั้งใจมาดูสถานการณ์ในปัจจุบัน และอยากมารับฟังด้วยตัวเองว่าเป็นสถานการณ์เป็นอย่างไร และมาสานงานที่ทำไว้เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีก็อยากจะเห็นว่าเมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นและการดูแลแก้ไขปัญหาใช้เวลานานมากก็ยังไม่ยุติเสียที มันก็ควรจะยุติได้ในสมัยที่รัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐบาลเพื่อไทยและลูกสาวตนเป็นนายกรัฐมนตรี

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า อยากเห็นการทำงานร่วมกัน เพราะเชื่อว่าเราอยากเห็นการแก้ปัญหาร่วมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เมื่อก่อนสมัยตนเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ เราจะน้อมนำแนวทางพระราชดำริในหลวงรัชกาล 9 เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ซึ่งตนคิดว่ายังเป็นหลักการที่สำคัญ

“เข้าถึงจิตใจว่าพวกเขาคิดอย่างไร เมื่อเข้าถึงแล้ว เพื่อให้เขาพูดความจริงก่อน เมื่อเขาพูดความจริงแล้ว เราต้องเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน ร่วมกันพัฒนาในสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยตรัสไว้ในการที่จะแก้ปัญหาภาคใต้ ณ.วันนี้ ผมเข้าใจว่ายังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่ถูกต้องเลยอยากมาฝากกับน้องๆว่าเราลองหยุดหายใจสักระยะ เรามัวอยู่กับเหตุการณ์ที่เคยมีมา 20 ปีแล้ว ให้กลับมาดูว่าเราจะเข้าถึงหรือแค่ไหนและเข้าใจมาคิดร่วมกันว่าจะทำให้พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อย่างสันติสุข นั่นคือหลักการที่ผมมาที่นี่” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา ตนเชื่อว่าปัญหามีทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้เห็นต่างและฝ่ายข้าราชการ ดีที่สุดคือการพูดคุย ซึ่งตนได้เริ่มต้นการพูดคุยด้วยการที่ตนเองไปที่มาเลเซียในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้พบกับผู้ที่เห็นต่างทั้งหลายที่อยู่ในมาเลเซีย ได้มีการพูดคุยกัน พวกเขาบอกอยากกลับบ้าน แล้วเมื่อไหร่จะได้กลับ แสดงเห็นว่าทุกฝ่ายพร้อมจะหันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน เริ่มต้นชีวิตใหม่

“หลายคนในวันนั้นที่ได้ส่งตัวแทนมามาคุยกับผมที่ต่างประเทศก็ได้มาคุยกัน คิดว่าวันนี้แนวทางในการพูดคุย ยังเป็นแนวทางที่ถูกต้องอยู่ เราต้องพูดคุยในระดับระดับท้องถิ่น ระดับชาวบ้าน จนถึงระดับข้าราชการที่ต้องพูดคุยกัน นักการเมืองท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่มเห็นต่าง นี่คือสิ่งที่ผมว่าเป็นแนวทางที่อยากเห็น” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาความล้มเหลวของการบริหารก็คือเศรษฐกิจที่แย่  เมื่อเศรษฐกิจที่แย่สิ่งที่ทำมาคือ ยาเสพติด  สิ่งยาเสพติดเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ทั้งชาวพุทธและมุสลิม ก็อยากจะขอให้เริ่มยาเสพติดเป็นวาระสำคัญที่เราจะต้องจัดการเพราะในเมื่อคนใช้ยาเสพติดมาก  ก็ไม่มีความยั้งคิดย้ำทำ   ก็อยากฝากให้ทุกท่านแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดด้วย

“ฮุนได”เปิดตัว IONIQ 5 N Line รุ่นปี 2025 เสริมไลน์อัป IONIQ 5

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย เปิดตัว IONIQ 5 N Line รุ่นปี 2025 เสริมไลน์อัป IONIQ 5 เจ้าของรางวัลระดับโลกด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ผสานกับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ พัฒนาไดนามิกการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่ใหม่ การเปิดตัวรุ่น N Line ยังเป็นก้าวสำคัญของฮุนไดในการนำสุนทรียศาสตร์การออกแบบจากมอเตอร์สปอร์ตมาสู่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาทั้งดีไซน์สปอร์ตและความอเนกประสงค์ในหนึ่งเดียว

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “N Line คือการออกแบบพิเศษของฮุนไดเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจมากขึ้นสำหรับรถไฟฟ้า โดยฮุนไดมุ่งทลายข้อจำกัดของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ผ่านการนำเสนอนวัตกรรม สมรรถนะ และการออกแบบที่ล้ำสมัย ซึ่งรถยนต์ในรุ่น N Line ยังเป็นมากกว่าความสวยงาม เพราะผสมผสานทั้งองค์ประกอบดีไซน์แนวสปอร์ต ในขณะเดียวกันยังคงความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกลบนทางหลวง IONIQ 5 N Line จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความเร้าใจในชีวิตประจำวัน”

IONIQ 5 N Line เปี่ยมพลังและนวัตกรรมที่ดีขึ้นการอัปเกรดครั้งสำคัญของ IONIQ 5 N Line ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยชุดแบตเตอรี่แบบใหม่ขนาด 84.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มระยะทางการขับขี่ได้สูงสุดถึง 530 กม. (จากเดิม 481 กม. ในแบตเตอรี่ขนาด 72.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง) มอบประสิทธิภาพและความมั่นใจในการเดินทางที่ไกลขึ้น นอกจากนี้ดีไซน์ภายนอกยังได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้ดูสปอร์ต ด้วยดีไซน์ด้านหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกันชนหน้า-หลัง และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ออกแบบใหม่เฉพาะรุ่น N Line เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์

ภายในห้องโดยสารของ IONIQ 5 N Line ผสานความสปอร์ตและความสะดวกสบายระดับพรีเมียมอย่างลงตัว พวงมาลัยหุ้มหนังฉลุลายพร้อมตะเข็บด้ายแดง เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Alcantara พร้อมโลโก้ N เบาะผู้ขับขี่ปรับเอนนอนได้แบบ Zero Gravity ด้วยไฟฟ้าพร้อมที่พักขา เพิ่มบรรยากาศสปอร์ตด้วยคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต แผงหน้าปัดดีไซน์ N Line และแผงบุหลังคาสีดำ คอนโซลกลางแบบ Universal Island ที่ปรับปรุงใหม่ วางปุ่มควบคุมต่าง ๆ ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย พร้อมแท่นชาร์จไร้สายที่ย้ายมาตำแหน่งด้านบนของคอนโซลกลาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในทุกการเดินทาง

“Spark your drive. เติมตัวตนที่ใช่” ด้วย IONIQ 5 N Line

IONIQ 5 N Line เป็นโมเดลแรกที่ทำตลาดพร้อมชุดแต่ง N Line ของฮุนได เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจมากขึ้น โดยถูกวางตำแหน่งให้อยู่ระหว่าง IONIQ 5 และ รุ่นสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N ผสมผสานแรงบันดาลใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ตมายังการออกแบบ IONIQ 5 N Line ภายใต้สโลแกน “Spark your drive. เติมตัวตนที่ใช่” ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของยานยนต์กลุ่ม N ของฮุนได ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการโดดเด่นบนท้องถนนด้วยการออกแบบที่แตกต่าง ในขณะที่ยังคงความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

เทคโนโลยีการขับขี่ที่ปลอดภัย และล้ำสมัยIONIQ 5 N Line ผสานเทคโนโลยีล่าสุดของฮุนไดเพื่อมอบความมั่นใจในการขับขี่ที่ปลอดภัยและชาญฉลาด มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ล้ำสมัย ด้วยหน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 12.3 นิ้วและแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ wireless Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนที่สะดวกไร้สาย เพื่อเพิ่มความปลอดภัย IONIQ 5 N Line ยังติดตั้งระบบ Hyundai SmartSense™ ซึ่งมีทั้งระบบช่วยหลีกเลี่ยงการชนในจุดบอด (BCA) ระบบหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า (FCA) ระบบช่วยรักษาตำแหน่งในช่องเดินรถ (LKA) และระบบควบคุมในช่องเดินรถ (LFA) รวมถึงระบบควบคุมความเร็วคงที่อัจฉริยะ (SCC) พร้อมระบบ Stop & Go โดยคุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลของคุณ

ด้านนายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว IONIQ 5 N Line ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นการขยายไลน์อัปของ IONIQ 5 โดยผสานการออกแบบที่นำแรงบันดาลใจจากวงการมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีไฟฟ้าขั้นสูง เพื่อนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นสมรรถนะมาสู่ตลาดเมืองไทย ยกระดับพอร์ตโฟลิโอของ IONIQ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ฮุนไดในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม”

IONIQ 5 N Line เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,988,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถคันจริง ได้ที่ IONIQ Lab อาคารทรูดิจิทัลพาร์ค ฝั่งเวสต์ ได้ระหว่างวันที่ 21-28 กุมภาพันธ์ 2568 หรือพบกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ IMPACT Challenger กรุงเทพฯ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.hyundai.com/th/th

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด

ฮุนได มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมีบุคลากรร่วมงานมากกว่า 120,000 ตำแหน่ง พร้อมอุทิศตนให้กับการรับมือความท้าทายด้านโมบิลิตี้ในทุกพื้นที่ ฮุนได มอเตอร์ เร่งเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการดำเนินธุรกิจ สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านสมาร์ทโมบิลิตี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ก้าวไปข้างหน้าเพื่อมนุษยชาติ” (Progress for Humanity) บริษัทยังลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงด้านหุ่นยนต์ และยานพาหนะเพื่อการขนส่งทางอากาศ เอเอเอ็ม (AAM – Advanced Air Mobility) เพื่อเร่งเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของบริการขนส่งแห่งอนาคต ซึ่งจะมาปฏิวัติวงการโมบิลิตี้ ฮุนไดยังเดินหน้าเปิดตัวยานพาหนะไร้มลพิษซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับชั้นนำอย่างพลังงานไฮโดรเจนและพลังงานไฟฟ้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของโลก สำหรับข้อมูลอื่นของ ฮุนได มอเตอร์ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: http://worldwide.hyundai.com หรือ http://globalpr.hyundai.com

#ฮุนไดโมบิลิตี้ประเทศไทย

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน 2566 ในฐานะบริษัทในเครือของฮุนได มอเตอร์ โดยมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำวงการรถยนต์และผู้ให้บริการด้านโมบิลิตี้ นอกจากนั้น บริษัทยังเตรียมมอบเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นประโยชน์และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ให้กับผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านโมบิลิตี้ที่ครบถ้วนในทุกมิติ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมแล้วที่จะเติบโตไปกับลูกค้าทุกท่าน และพร้อมดูแลผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะเพื่อนร่วมทางที่แท้จริงในทุกการเดินทาง

ผู้ว่าฯชลบุรีถวายภัตตาหารพระราชทานแด่พระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00 น. นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แด่พระภิกษุ สามเณร ในการสอบบาลีสนามหลวง ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ วัดชัยมงคลพระอารามหลวง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีพระธรรมวชิราลังการ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 13 เจ้าอาวาสวัดบางพระ วรวิหาร ประธานสงฆ์ พระเทพวชิรปัญญาภรณ์ (อนันต์ ธัมมโชโต) รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดชัยมงคลพระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์รับภัตตาหารพระราชทาน น.ส.อสิตา รัตตะมณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชลบุรี นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี นางคนึง ไข่ลือนาม ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการและประชาชน ร่วมพิธีฯ

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญภัตตาหาร และสิ่งของพระราชทาน ถวายแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้เข้าสอบบาลีสนามหลวง และกรรมการกำกับห้องสอบในการสอบบาลีสนามหลวง ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2568 ห้วงวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2568 ในสนามสอบทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยจังหวัดชลบุรี มีสนามสอบ จำนวน 1 แห่ง คือวัดชัยมงคลพระอารามหลวง มีพระภิกษุ สามเณร เข้าสอบ 315 รูป

การจัดสอบบาลีสนามหลวง นับเป็นการวัดความรู้ชั้นสูงของคณะสงฆ์ไทย ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน เดิมการสอบในสมัยก่อนนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงรับเป็นพระราชภาระ ถวายความอุปถัมภ์การจัดสอบขึ้นในพระบรมมหาราชวัง โดยจัดสอบแบบปากเปล่า คือ พระภิกษุหรือสามเณรผู้ศึกษาบาลีมีความรู้พอสมควรแล้ว เข้าสอบบาลีสนามหลวงโดยการแปลคัมภีร์ภาษาบาลีเป็นภาษาไทย หรือแต่งภาษาไทยเป็นภาษาบาลี ในปัจจุบัน มีการจัดการศึกษาบาลีอย่างเป็นระบบ โดยอยู่ภายใต้การกำกับของมหาเถรสมาคม ในความอุปถัมภ์ของรัฐบาล

เตรียมรื้อสวนทุเรียน 100 ไร่นายทุนรุกพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง จ.ตราด

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา (ปธ.กมธ.ทรัพย์ฯ สว.) พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง ต. ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด ตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกทุเรียน กว่า 100 ไร่ ในอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง บริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

S 118390819

จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ในอ่างเก็บน้ำ และริมอ่าง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน มีการปรับพื้นที่และยกโคกปลูกทุเรียน มีการวางระบบน้ำอย่างดี ซึ่งคาดว่า คนที่ดำเนินการปรับพื้นที่ปลูกทุเรียนที่นี่ ต้องมีทุนหรือเป็นนายทุน เพราะระบบจัดการทุกอย่างเป็นแบบสมัยใหม่ที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล ส่วนจะเป็นของใคร ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

S 118390820

เบื้องต้นสวนทุเรียนกว่า 100 ไร่ ถูกเจ้าที่ชลประทาน ลงบันทึกจับกุมและปิดประกาศให้เจ้าของพื้นที่ได้ทราบว่าเป็นการบุกรุกหลังจากนี้ประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอให้กรมชลประทานและกรมป่าไม้ประสานการทำงานร่วมกันโดยใช้ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 25 มาตรา (มาตรา 25 เมื่อได้กำหนดป่าใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ และรัฐมนตรีได้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาตินั้นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้

S 118390821

(1) สั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดออกจากป่าสงวนแห่งชาติ หรือให้งดเว้นการกระทำใด ๆ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในกรณีที่มีข้อเท็จจริงปรากฏหรือเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้

(2) สั่งเป็นหนังสือให้ผู้กระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ รื้อถอนแก้ไขหรือทำประการอื่นใดแก่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพในเขตป้าสงวนแห่งชาติ ภายในเวลาที่กำหนดให้

S 118390816

(3) ยึด ทำลาย รื้อถอน แก้ไขหรือทำประการอื่น เมื่อผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตาม (2) ไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิดหรือรู้ตัวผู้กระทำผิดแต่หาตัวไม่พบ ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าวและได้เสียค่าใช้จ่ายเพื่อการนั้น ให้ผู้กระทำผิดขดใช้หรือออกค่าใช้จ่ายนั้นทั้งหมด หรือให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำทรัพย์สินที่ยึดไว้ไว้ได้ออกขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามที่เห็นสมควรเพื่อชดใช้ค่าใช้จ่ายนั้น และให้นำความในมาตรา 1327 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินนั้นโดยอนุโลม

(4) ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่ป่าสงวนแห่งชาติในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน

S 118390815

เข้าไปควบคุมผู้ดำเนินการนั่น คือการรื้อถอนและปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นป่า โดยจะเริ่มดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะหากดำเนินคดีแต่ยังมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือแปลงทุเรียนผู้กระทำผิดก็จะย้อนกลับมาทำต่อแล้วแก้ปัญหาไม่จบ

นายชีวะภาพฯ ระบุว่า ได้รับข้อมูลว่าเมื่อ 4-5 ปีก่อน มีเจ้าหน้าที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง ถูกลอบฆ่าด้วยการวางยาเสียชีวิต เพราะเข้ามาแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่อ่างเก็บน้ำนั้นจนอาจทำให้ผู้เสียผลประโยชน์ไม่พอใจ เรื่องนี้เป็นที่น่ากังวลยิ่ง เพราะทำให้เห็นว่าในพื้นที่บริเวณที่เกิดปัญหามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลจริงถึงได้กล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ จึงได้ให้คำแนะนำกับผู้ปฏิบัติงานให้ระมัดระวังตัวในการบังคับใช้กฎหมายหากต้องการกำลังเสริมให้ประสานโดยตรงได้ที่ตัวเอง

อกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่ป่าสงวนฯ รอบอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง มีการบุกรุกแผ้วถางและปลูกทุเรียนบนเขาน้อย ด้านทิศตะวันออกติดแนวเทือกเขาบรรทัดหลายแปลงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ทำการตรวจยึดไว้ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหรือถอนเช่นกัน

“ไก่ทอด” อร่อย ปลอดภัย แนะรับประทานอาหารให้หลากหลาย

เนื้อไก่ แหล่งโปรตีนคุณภาพดี ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต และผู้ที่รักษาสุขภาพ โดยควรรับประทานไก่ที่มีวิธีปรุงหลากหลาย เช่น ไก่ต้ม ไก่อบ ไก่ย่าง สลัดไก่ ส่วนเมนูยอดฮิต “ไก่ทอด” สามารถกินได้อย่างปลอดภัย ในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากวิธีการทอดจะทำให้ได้รับไขมันเพิ่มขึ้นมากกว่าวิธีปรุงแบบอื่น นอกจากนี้ควรรับประทานควบคู่กับอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้มีสารอาหารที่ครบถ้วน

อ.สพ.ญ. พัชราภรณ์ ขำพิมพ์ อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ไก่ทอด เป็นอาหารยอดนิยมของหลายๆ คนรวมถึงเด็กๆ ที่สามารถกินได้อย่างปลอดภัย แต่พฤติกรรมการบริโภคอาหารประเภททอดที่ใช้น้ำมัน หรืออาหารไขมันสูงเป็นประจำ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะอ้วนและไขมันในเลือดสูงได้

ยกตัวอย่างความเข้าใจผิดในข่าวต่างประเทศที่เชื่อมโยงการบริโภคไก่ทอดกับโรคไต ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่เกิดจากตัวไก่ แต่เกิดจากกระบวนการทอดที่ใช้ไขมันและความร้อนสูง โดยในข่าวระบุด้วยว่าผู้ป่วยกินทุกวันติดต่อกันเป็นปี ซึ่งในวิถีปกติไม่มีใครกินอะไรซ้ำกันทุกวันได้นานเป็นปีๆเช่นนั้น

 ทั้งนี้ โรคที่เกิดจากไขมันสูง สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลเรื่องโภชนาการ กินอาหารให้เหมาะสมและหลากหลาย หลีกเลี่ยงการกินอาหารทอด และอาหารที่มีไขมันสูงทุกมื้อ ไม่ใช่งดไก่ทอดเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ลดฟาสต์ฟู้ดและอาหารทอดอื่นๆ ก็ยังทำให้อ้วนได้ ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนวิธีการปรุงอาหารจากทอดเป็นต้ม หรืออบ ก็จะดีต่อสุขภาพมากขึ้น

สำหรับอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ของไทยนั้น มีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล ส่งออกติดอันดับโลก ซึ่งไก่ที่เลี้ยงในระบบอุตสาหกรรมมีหลายปัจจัยที่ส่งเสริมให้ไก่เติบโตได้ดี โดยไม่ต้องใช้ฮอร์โมนเร่งโต ซึ่งที่เป็นสิ่งผิดกฎหมายเลย เช่น การคัดเลือกสายพันธุ์ไก่ การเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดที่มีระบบการป้องกันโรคที่ดี และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิตอาหารให้ได้สารอาหารตรงตามความต้องการที่เหมาะกับทุกช่วงวัยของไก่

อ.สพ.ญ. พัชราภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื้อไก่ เป็นโปรตีนเนื้อขาว แหล่งโปรตีนคุณภาพดี ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เป็นที่นิยมรับประทานมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กๆ และผู้ออกกำลังกาย-รักษาสุขภาพ ทั้งยังราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ และสามารถรับประทานได้ทุกชาติศาสนา และขอยืนยันว่า กินไก่ได้ปลอดภัย เพียงใส่ใจวิธีการปรุง ก็ไม่ต้องกังวลกับปริมาณไขมันที่จะได้รับ และดีต่อสุขภาพแน่นอน

“ในหลวง”โปรดเกล้าฯให้ถวายภัตตาหารพระราชทาน แด่พระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ถวายภัตตาหารพระราชทาน แด่พระภิกษุ สามเณร ในการสอบบาลีสนามหลวง ครั้งที่ 1 ครั้งหลัง ประจำปี 2568 ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล ตำบลนาเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568  นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารพระราชทานซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ให้ถวายแด่พระภิกษุ สามเณร ในการสอบบาลีสนามหลวง ครั้งที่ 1 ครั้งหลัง ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีพระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17 /เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวชิรมงคล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล ตำบลนาเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่

ด้วยแม่กองบาลีสนามหลวง ได้กำหนดสอบบาลีสนามหลวง ประจำปี 2568 โดยสอบบาลีสนามหลวง ประโยค 1-2 ถึง ป.ธ. 5 ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ถวายภัตตาหารพระราชทานแด่พระภิกษุ สามเณร และกรรมการกำกับห้องสอบในการสอบบาลีสนามหลวง ครั้งที่ 1 ครั้งหลัง ประจำปี พ.ศ. 2568

สำหรับสำนักเรียนคณะสงฆ์จังหวัดกระบี่-พังงา ภาค 17 กำหนดสอบที่วัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่มีผู้เข้าสอบบาลีสนามหลวง ประโยค 1-2 ถึง ป.ธ. 4 จำนวน 65 รูป และจังหวัดพังงา มีผู้เข้าสอบ ประโยค 1-2 ถึง ป.ธ.4 จำนวน 12 รูป รวม 77 รูป ทั้งนี้ จังหวัดพังงา ได้ส่งบาลีศึกษาเข้าสอบ ประโยค 1-2 ถึง บ.ศ.4 จำนวน 8 คน รวมทั้งสิ้น 85 รูป/คน

สพฐ.เปิดรายชื่อหนังสือดีเด่น ประจำปี 2568 มีหนังสือได้รับรางวัล 49 เรื่อง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของหนังสือและการอ่านว่าเป็นทักษะพื้นฐานและเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาความคิดให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และ เสริมสร้างจินตนาการในการเรียนรู้องค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเองทั้งในด้านการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันที่ดีขึ้นในสังคมอย่างมีความสุข จึงได้ดำเนินการจัดประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประพันธ์ ผู้วาดภาพประกอบ ผู้จัดพิมพ์ สำนักพิมพ์ และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีส่วนร่วมในการผลิตหนังสือที่มีคุณภาพและสารประโยชน์เผยแพร่สู่สาธารณชนเพิ่มมากขึ้น

การประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 เป็นการประกวดหนังสือที่พิมพ์โฆษณาเป็นเล่มบริบูรณ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2567 ในปีนี้มีผู้ประพันธ์ ผู้จัดพิมพ์ และหน่วยงานต่างๆ ร่วมส่งหนังสือประกวดรวมจำนวนทั้งสิ้น 322 เรื่อง แยกเป็นกลุ่มหนังสือต่างๆ ได้แก่ หนังสือสารคดี หนังสือนวนิยาย หนังสือกวีนิพนธ์ หนังสือรวมเรื่องสั้น หนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3 – 5 ปี หนังสือสำหรับเด็ก อายุ 6 – 11 ปี หนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ 12 – 18 ปี หนังสือการ์ตูน และ หรือนิยายภาพ และหนังสือสวยงาม

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตัดสินประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เป็นประธานกรรมการ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช, นายวินัย รอดจ่าย และนางสุกัญญา งามบรรจง เป็นรองประธานกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบัน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ) เป็นกรรมการและเลขานุการ

ผลการพิจารณาตัดสินหนังสือให้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2568 มีหนังสือได้รับรางวัล 49 เรื่อง แยกเป็น รางวัลดีเด่น 12 เรื่อง รางวัลชมเชย 37 เรื่อง ดังรายชื่อต่อไปนี้

รางวัลดีเด่น 12 เรื่อง ดังนี้

หนังสือสารคดี มี 3 ด้าน

1) ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เรื่อง เทห์ฟ้า อัศจรรย์ ประพันธ์โดย ชล วิชัยดิษฐ ; จัดพิมพ์โดย บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด (สำนักพิมพ์สารคดี)

2) ด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และชีวประวัติ เรื่อง ศิลปะอิสลาม รูปแบบและหลักสุนทรียะ ประพันธ์โดย ดร.วสมน สาณะเสน ; จัดพิมพ์โดย หสม. สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส
3) ด้านการท่องเที่ยว อาหาร ฯลฯ เรื่อง Amidst the Geo-Economic Clashes ไทยในสงครามเย็น ๒.๐ ประพันธ์โดย ปิติ ศรีแสงนาม และจักรี ไชยพินิจ ; จัดพิมพ์โดย บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน)

หนังสือนวนิยาย เรื่อง สุดเส้นเมฆขาวยาวเงิน ประพันธ์โดย กิตติศักดิ์ คงคา ; จัดพิมพ์โดย บริษัท 13357 จำกัด

หนังสือกวีนิพนธ์ เรื่อง เรือนในรัก โลกในเรา ประพันธ์โดย พัฒนะ ปฐมพงศ์ ; จัดพิมพ์โดย ล้วนลักษณ์ อาศัยพานิชย์
หนังสือรวมเรื่องสั้น เรื่อง เรื่องผิดปกติบนหน้าจอที่สาม กับ ความรู้สึกที่ดาวน์โหลดไม่ได้ ประพันธ์โดย พลัง เพียงพิรุฬห์ ; จัดพิมพ์โดย นิดจะศิลป์ อาร์ต สเปซ

หนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3 – 5 ปี เรื่อง โรนินกับปริศนาแห่งการนอน ประพันธ์โดย เกื้อกมล นิยม ; จัดพิมพ์โดย บริษัท สานอักษร จำกัด

หนังสือสำหรับเด็ก อายุ 6 – 11 ปี มี 2 ประเภท
1) ประเภทบันเทิงคดี ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล
2) ประเภทสารคดี ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล

หนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ 12 – 18 ปี มี 3 ประเภท
1) ประเภทบันเทิงคดี ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล
2) ประเภทสารคดี ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล
3) ประเภทบทร้อยกรอง เรื่อง โลกสีเทา เราสีเดียวกัน ประพันธ์โดย แมน คล้ายสุวรรณ ; จัดพิมพ์โดย มหาวิทยาลัยรังสิต

หนังสือการ์ตูน และ หรือนิยายภาพ มี 3 ประเภท
1) ประเภทการ์ตูน และ หรือนิยายภาพสำหรับเด็ก (อายุ 6 – 11 ปี) เรื่อง ซุนหงอคง ราชาวานร ประพันธ์โดย ณัฐชนัน โฆษิตาภรณ์; จัดพิมพ์โดย บริษัท สำนักพิมพ์ห้องเรียน จำกัด
2) ประเภทการ์ตูน และ หรือนิยายภาพทั่วไป (อายุ 12 ปีขึ้นไป) เรื่อง เจ้ามึนจะอายุ ๖๕ ปี อย่างมีความสุข ประพันธ์โดย PPONG 4KOMA จัดพิมพ์โดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนักพิมพ์ไก่ ๓
3) ประเภทการ์ตูนปกิณกะเชิงสร้างสรรค์ ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล

หนังสือสวยงาม มี 2 ประเภท
1) ประเภทสวยงามทั่วไป เรื่อง พระพุทธรูปเอกอุแห่งแผ่นดินสยาม อัครพระพุทธปฏิมา: วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เล่ม 1-2 ประพันธ์โดย ภุชชงค์ จันทวิช สมภพ วัชฤทธิ์ และ สมภพ ถาวรวัฒนะ ; จัดพิมพ์โดย วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
2) ประเภทสวยงามสำหรับเด็ก เรื่อง โรนินกับปริศนาแห่งการนอน ประพันธ์โดย เกื้อกมล นิยม ; จัดพิมพ์โดย บริษัท สานอักษร จำกัด

รางวัลชมเชย 37 เรื่อง ดังนี้
หนังสือสารคดี มี 3 ด้าน
ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

จิตตุงแปร่ง…ในโลก why (?) ป่วง ประพันธ์โดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ; จัดพิมพ์โดย บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน)

แมวดาว ชีวิตที่ถูกลิขิตด้วยคน ประพันธ์โดย ศาตพจี รินสุวรรณ ; จัดพิมพ์โดย คมวจี แฮสุวรรณ

Twists and Turns คิดเปลี่ยนในโลกหักมุม ประพันธ์โดย สันติธาร เสถียรไทย ; จัดพิมพ์โดย บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน)

ด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และชีวประวัติ มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

ขอบคุณมะเร็งที่เข้ามาป่วนชีวิต ประพันธ์โดย ‘หลิน สุพรรณี’ ; จัดพิมพ์โดย Artbook

ข้างสำรับอุษาคเนย์ ประพันธ์โดย องค์ บรรจุน ; จัดพิมพ์โดย บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน)

ประวัติศาสตร์และศิลปะอีสาน ประพันธ์โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สุรพล ดำริห์กุล ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์เมืองโบราณ (ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด)

ด้านการท่องเที่ยว อาหาร ฯลฯ มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

คู่มือนำชมศิลปกรรมโบราณสมัยสุโขทัย ประพันธ์โดย ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์เมืองโบราณ (ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด)

โปรตุเกส…เหตุที่รัก ประพันธ์โดย เกศณี ไทยสนธิ ; จัดพิมพ์โดย I-Fah Paradise Publishing & Wisdom Publishing by Thapanee

Georgia Folks ผู้คน วิถี และมิตรภาพ I DRAW & TRAVEL VOL. 2 ประพันธ์โดย รงรอง หัสรังค์ ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ I draw&travel

หนังสือนวนิยาย มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

ฝนล้านฤดู ประพันธ์โดย ปราปต์ ; จัดพิมพ์โดย บริษัทสถาพรบุ๊คส์ จำกัด

พยับฟ้าโพยมดิน ประพันธ์โดย พงศกร ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง ในเครือ บริษัท กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง จำกัด

เมื่อวานรสวานิลลาซันเด ประพันธ์โดย นทธี ศศิวิมล ; จัดพิมพ์โดย บริษัทสถาพรบุ๊คส์ จำกัด

หนังสือกวีนิพนธ์ มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

จักรวาลสังเคราะห์ในกระเพาะปลวก ประพันธ์โดย โชคชัย บัณฑิต’ ; จัดพิมพ์โดย โชคชัย บัณฑิตศิละศักดิ์

ดวงดาวแห่งการละคร ประพันธ์โดย นิตา มาศิริ ; จัดพิมพ์โดย วิภาทิพย์ อัลภาชน์

บังฟ้าเบิกอบาย ประพันธ์โดย นายทิวา ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ ออน อาร์ต

หนังสือรวมเรื่องสั้น มีรางวัลชมเชย 2 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

ทับสมิงคลา และบรรดาเรื่องเล่าของเหล่าสัตว์ ประพันธ์โดย อุเทน พรมแดง ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์อินเทรนด์

ร้านขายเรื่องสั้นแด่ผู้ใฝ่ฝันจะมีชีวิตอยู่ ประพันธ์โดย กิตติศักดิ์ คงคา ; จัดพิมพ์โดย บริษัท 13357 จำกัด

หนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3-5 ปี มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

คลินิกหมอฟันริมเขา : ชุดใครใครก็มีฟัน ประพันธ์โดย นริศ สุขมาก และปรีดา ปัญญาจันทร์ ; จัดพิมพ์โดย บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด

ฉันชอบมะเขือเทศที่สุดในโลก ประพันธ์โดย ธนัชพร จึงแย้มปิ่น ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์แบร์ฟุตบานาน่า ในเครือบริษัท ยูอาร์ยู จำกัด

หูไว ตาไว : ชุดนิทานเตือนภัยบุหรี่ไฟฟ้า “เด็กปลอดพอด” ประพันธ์โดย ชีวัน วิสาสะ ; จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

หนังสือสำหรับเด็ก อายุ 6-11 ปี มี 2 ประเภท

ประเภทบันเทิงคดี มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

กระรอกน้อยผจญภัย ประพันธ์โดย ด.ช. โมกข์ ลิ้มสวาท ; จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

เด็กชายกับสหายผู้ปกป้อง ประพันธ์โดย ระพีพรรณ พัฒนาเวช ; จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

ตำนานใจนัยคลอง ประพันธ์โดย สุขสันต์ บุญยะผลานันท์ ; จัดพิมพ์โดย คมบาง

ประเภทสารคดี มีรางวัลชมเชย 2 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

ความกลัวของฉัน ประพันธ์โดย ปุณยนุช สุนทรินคะ ; จัดพิมพ์โดย บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด

มวยไทยหัวใจนักสู้ ประพันธ์โดย บุณยวีร์ เซ่งไพเราะห์ ; จัดพิมพ์โดย บริษัท สำนักพิมพ์ห้องเรียน จำกัด

หนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ 12 – 18 ปี มี 3 ประเภท

ประเภทบันเทิงคดี มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

เฌอ Memoirs of the tree ประพันธ์โดย พงศกร ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ เน็กซ์ พับลิชชิ่ง ในเครือบริษัท กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง จำกัด

มีน ประพันธ์โดย วิเชียร ไชยบัง ; จัดพิมพ์โดย โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

Hostel ของวิฬาร์ ประพันธ์และจัดพิมพ์โดย นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง

ประเภทสารคดี มีรางวัลชมเชย 2 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

เมืองลิง ประพันธ์และจัดพิมพ์โดย ฤทธิฤต อัคริยานนท์

สุนทรภู่ ตัวตนจริงและสิ่งสร้าง ประพันธ์โดย วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง ; จัดพิมพ์โดย บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด (สำนักพิมพ์สารคดี)

ประเภทบทร้อยกรอง มีรางวัลชมเชย 2 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

ที่นี่สถานีบางรัก ประพันธ์โดย รพีพรรณ เพชรอนันต์กุล ; จัดพิมพ์โดย มหาวิทยาลัยรังสิต

ร้อยลักษณ์สักวา ปริศนาคำทาย ประพันธ์โดย เผด็จ บุญหนุน ; จัดพิมพ์โดย เสียงพิณ เตมียสถิต

หนังสือการ์ตูน และ หรือนิยายภาพ มี 3 ประเภท

ประเภทการ์ตูน และ หรือนิยายภาพสำหรับเด็ก (อายุ 6 – 11 ปี) ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล
ประเภทการ์ตูน และ หรือนิยายภาพทั่วไป (อายุ 12 ปีขึ้นไป) ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล
ประเภทการ์ตูนปกิณกะเชิงสร้างสรรค์ มีรางวัลชมเชย 1 รางวัล ได้แก่ พุทธประวัติฉบับคอมมิค ภาคก่อนตรัสรู้ Before Becoming the Buddha Vol 2 ประพันธ์และจัดพิมพ์โดย ADISAK DAS PONGSAMPAN

หนังสือสวยงาม มี 2 ประเภท
ประเภทสวยงามทั่วไป มีรางวัลชมเชย 1 เรื่อง ได้แก่

วัดใหญ่สุวรรณาราม ประพันธ์โดย รองศาสตราจารย์พงศกร ยิ้มสวัสดิ์ และวีรยา บัวประดิษฐ์ ; จัดพิมพ์โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประเภทสวยงามสำหรับเด็ก มีรางวัลชมเชย 3 เรื่อง (เรียงตามลำดับอักษรชื่อเรื่อง) ได้แก่

ซุนหงอคง ราชาวานร ประพันธ์โดย ณัฐชนัน โฆษิตาภรณ์ ; จัดพิมพ์โดย บริษัท สำนักพิมพ์ห้องเรียน จำกัด

ตือรีมอกาเซะห์ ขอบคุณ : ชุด นิทานสร้างเสริมทักษะชีวิต ประพันธ์โดย รุสนี ปาเซเลาะ และฝ้ายลิกา ยาแดง ; จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

เสียงดนตรีในสายฝน ประพันธ์โดย สุรศักดิ์ พุ่มรัก ; จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์คิดดี้ ในเครือบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด

‘รังนกอีแอ่น’ราคารทรุด จากกก.ละ 1.2 แสน เหลือ 7 หมื่น หลังจีนระงับการนำเข้า

รังนกอีแอ่นธรรมชาติ รังนกอีแอ่น อ่วม ราคาเดี้ยง 120,000 บาท เหลือ 60,000–70,000 บาท รังนกอีแอ่นบ้าน 45,000 บาท เหลือ 17,000 บาท /  กก. ระบุ จีนและเมืองไชน่าทาวน์ทั่วโลก ชะลอการบริโภค  แถมรังนกอินโดนีเซีย 4 บริษัทรายใหญ่ โดนคว่ำบาท ส่งออกไม่ได้ดัน “กองทัพมด” ดันทะลักเข้าไทย พร้อมกับรังนกอีแอ่นมาเลเซีย รังนกอีแอ่นไทยโดนหลายดอกขยี้ซ้ำ ระบุนักลงทุนรังนกอีแอ่นบ้านต่างชะลอตัวหมด  ส่วนรังนกอีแอ่นธรรมชาติปล่อยเกาะสังนกทิ้งร่างไม่เข้าแข่งกันการประมูล  กมธ.สภา เร่งแก้ พรบ.รังนกอีแอ่นวิ่งให้ทันการค้าโลก 

นางสาวสกุณา  สาระนันท์  ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบและหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการดำเนินกิจการรังนก สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.) เป็นประธานในการรับฟังข้อคิดเห็น  ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย  และหลักเกณฑ์รวมทั้งนำนวัตกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมกาบบัว ศาลากลาง จ.พัทลุง มี นส.ชุติมา คชพันธ์ รองประธาน กมธ. คนที่ 1 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง  รองประธาน กมธ.คนที่  2   และนายปรีชา นวลน้อย รอง  ผวจ.พัทลุง

ทั้งนี้ เพื่อให้การสัมปทานรังนกอีแอ่นของพื้นที่ จ.พัทลุง และอีกหลายจังหวัดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิมและเกิดประโยชน์แก่ท้องถิ่นให้มากที่สุด รวมทั้งให้รังนกอีแอ่นของประเทศไทยสามารถเข้าไปแข่งขันในระดับโลกได้ เพราะ พรบ.รังนหกอีแอ่น ได้ล้าหลังไม่ทันต่อสถานการณ์การค้าโลกปัจจุบัน

ทั้งนี้ พรบ.อากรรังนกอีแอ่นเป็นกฎหมายพิเศษที่ได้จัดสรรเงินอากรรังนกให้กับท้องถิ่น แต่ พรบ.อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 จนถึงขณะนี้ จำนวน 34 มาตร ยังไม่มีการแก้ไขและปรับปรุง ในขณะเงินที่ได้การสัมปทานการจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบันมากกว่า 2,050 ล้านบาท ยังไม่เห็นความสำเร็จในการพัฒนาปรับปรุงท้องถิ่นที่เป็นรูปธรรม

อีกทั้งกลับมีปัญหาอุปสรรคการว่างเว้นการเปิดประมูลรังนกอีแอ่นจนนำไปสู่การขโมยรังนก การจัดสรรเงินอากรรังนกอีแอ่น ร้อยละ 5 ให้กับงานธุรการ อบจ.พัทลุง ก็ไม่สามารถบริหารจัดงานงานจัดเก็บรังนกอีแอ่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ

ในที่ประชุม จึงได้มีการเสนอแนะให้มีการปฏิรูปการสัมปทานรังนกอีแอ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้มีตัวแทนภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนสำคัญในการป้องปรามการขโมยรังนกอีแอ่น  ให้มีการจัดประมูลรังนกอีแอ่นก่อนหมดสัญญาสัมปทานเป็นระยะเวลา 1 ปี 

พร้อมกับนำเทคโนโลยีสมัยใหม่นำมาในการป้องปรามการขโมยรังนกอีแอ่น   พร้อมกับการแต่งตั้งผู้ชำนาญการเกี่ยวกับรังนกอีแอ่นเข้ามาเป็นคณะกรรมการพิเศษเพื่อให้การประมูลรังนกอีแอ่นเกิดความโปร่งใสและยุติธรรม
และจะต้องการจัดเผยแพร่ข้อมูลการจัดเก็บรังนกอีแอ่นต่อสาธารณชนเพื่อประโยชน์ต่อการสัมปทานรังนกอีแอ่น การออกระเบียบการนำรังนกอีแอ่นถ้ำไปเชื่อมโยงกับรังนกอีแอ่นบ้าน และการแก้ไขระเบียบกฎหมายในการควบคุมการจัดเก็บรังนกอีแอ่นบ้านให้เป็นรูปธรรม

นอกนั้นต้องออกการออกระเบียบให้ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุงเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนป่าไม้จังหวัดในคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บรังนกอีแอ่น ที่ถูกยกเลิกหน่วยงานดังกล่าวไป  ฯลฯ

 “ซึ่งทาง กมธ. จะได้นำข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นเข้าสู่การประชุมในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุง  พรบ.อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 ต่อไป”

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่น-ประเทศไทย  เปิดเผยว่า ภาวะราคารังนกอีแอ่นปัจจุบันราคาทยอยลงมากโดยตกมาเป็นระยะเวลา 2-3 ปี ตั้งแต่ปี 2565 – 2566 2567 จนถึงขณะนี้ โดยทยอยลงมากโดยเฉพาะรังนกอีแอ่นเหลือ 5,000 บาท / กก. จากปัจจัยแรกโดยถูกระบุว่าเกิดจากรังนกเลือดรักนกอีแอ่นผสมสารไนเตรท 

“ในขณะนั้นของตนรังนกอีแอ่นบ้านเหลือในสต๊อกเป็นห้องตู้เย็น สักพักหนึ่งก็ค่อยทยอยขึ้นมาอยู่ในระดับหลักหมื่นบ้าน จากสถานการณืดังกล่าวส่งผลให้รังนกอีแอ่นไม่ได้ปรับราคาขึ้น ประด้วยหลายปัจจัย”

1.ตลาดหลักรังนกอีแอ่นคือประเทศจีน และเมืองไชน่าทาวน์จากทั่วโลก ชะลอการบริโภค ประกอบกับคนรุ่นใหม่จีนไม่นิยมบริโภครังนก เนื่องจากผู้นำจีนมีนโยบายเกิดการใช้จ่ายอย่างประหยัด 

2.บริษัทผู้ประกอบการรังนกอีแอ่นรายใหญ่ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 4 บริษัท ถูกต่างประเทศระงับอนุญาตให้นำเข้าเหตุปัจจัยน่าเรื่องสารปนเปื้อน คุณภาพสเป็ค  ส่งผลให้การส่งออกไม่ได้ และในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ค้ารังนกอีแอ่น ของอินโดนีเซียประเภทกองทัพหมดที่เคยส่งออกรูปแบบกองทัพหมดเมื่อส่งออกไม่ได้ก็เบียดเข้ามาส่งออกยังตลาดรังนกอีแอ่นในประเทศไทย พร้อมทั้งรังนกอีแอ่นมาเลเซียด้วยมาเป็นกองทัพหมดหลายเส้นทางด้วยกัน 

3.ลานประมูลรับซื้อรังนกอีแอ่น ประมาณ 16 ลานของไทย ต่างเชิญชวนเข้ามาประมูลรับซื้อรังนกอีแอ่น เนื่องจากรังนกอีแอ่นจากทางภาคอีสาน ภาคเหนือ ได้ไหลเข้ามาสู่ลานประมูลประมาณ 1 ตัน / เดือน แต่ก็ไม่มีผู้เข้าประมูล เพราะแต่ละรายต่างมีรังนกอีแอ่นอยู่ในมือ  1000 กก. บางรายถึง 300 กก. เป็นต้น จึงส่งผลให้รังนกอีแอ่นราคาทยอยลง

“ตนเคยขายรังนกอีแอ่นบ้าน ล๊อตละประมาณ 22,000 กก. / รอบ แต่ปัจจุบันที่ขายออกได้ประมาณ 15,000 กก. และ 17,000 กก. / ล๊อต / รอบ ปริมาณการขายลดลงมาก”

แหล่งข่าว กล่าวว่า สภาพขณะนี้รังนกอีแอ่นล้นตลาดจากเดิมที่มีประมาณ 100 %  โดยขณะนี้ปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 300 %  ซึ่งดีมานด์ซัพพลายไม่บาลานด์ ดีมานด์เหมือเดิมคือตลาดจีนกับตลาดไช่น่าทาวน์จากทั่วโลก แต่ซัพพลายขยายตัวเติบโตขึ้นมาก โดยเฉพาะลงทุนกันมากเมื่อปี 2566 – 2567 เพราะต้องการองรับกับกฎหมายใหม่ที่จะออกมาบังคับใช้

“รังนกธรรมชาติอีแอ่นช่วงขยายตัวเติบโตบูม ๆ แรงสุด ราคาปรับขึ้นประมาณ 120,000 บาท / กก. จากนั้นก็ได้ทยอยลดราคาลงมาอยู่ที่ 60,000 บาท และ 70,000 บาท และรังนกอีแอ่นบ้านจาก 45,000 – 40,000 บาท มาอยู่ที่ราคา 17,000 บาท / กก. ในขณะนี้ โดยราคาตกมาตั้งแต่ปี 2565 – 2566 – 2567 และจนถึงขณะนี้ โดยทยอยลงไม่ถึงกับช๊อค”

แหล่งข่าว ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในระยะหลัง ๆมีการลงทุนรังนกอีแอ่นบ้านกันมาก โดยจะขยายตัวไปยังภาคอีสาน ภาคเหนือ เนื่องจากอาหารของนกอีแอ่นค่อนข้างสมบูรณ์ สภาพป่าไม้ แมลง ฯลฯ ของประเทศเพื่อนบ้านยังอุดมสมบูรณ์ ซึ่งทางภาคใต้รังนกอีแอ่นบ้านมีปริมาณมาก คือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี แต่ถึงอย่างไรจะมีมากก็ตามแต่ตัวนกอีแอ่นได้โยกย้ายไปยังภาคอีสาน ภาคเหนือมากเช่นกัน

“ส่วนสถานการณรังนกอีแอ่นคงจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเนื่องจากมีการยกร่างระเบียบใหม่  กฎหมายใหม่ ที่จะออกประกาศบังคับใช้  รังนกอีแอ่นจะมีการขึ้นบัญชีเข้าระบบจัดระเบียบใหม่ และจะต้องเป็นฟาร์มมาตรฐานทุกส่วน และรังนกอีแอ่นอินโดนีเซีย น่ามีการเจรจาส่งออกได้” แหล่งข่าว ระบุ  

แหล่งข่าว ยังกล่าวอีกว่า ถึงการลงทุนสำหรับรังนกอีแอ่นบ้านโดยได้มีการขยายตัวเติบโตเป็นณูปแบบธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2525 มาจนถึงขณะนี้ น่าจะมีบ้านรังนกอีแอ่นบ้านไม่ต่ำกว่า 30,000 หลัง บารายลงทุนถึง 5 หลังและ 7 หลัง 8 หลัง  โดยราคาลงทุนบ้านรังนกอีแอ่นระดับมาตรฐาน 3 ชั้น 2 คูหา ประมาณกว่า 3 ล้านบาท และอาคารที่ถูกปรับปรุงพัฒนาเป็นบ้านรังนกกแอ่นราคาหลักแสนบาท  โดยเฉลี่ยการลงทุนสร้างบ้านรังนกอีแอ่นประมาณ 1 ล้านบาท / หลัง จำนวน 30,000 หลัง ภาพรวมมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท

“สถานการณ์รังนกแอ่นธรรมชาติหรือรังนกถ้ำก็ต่างประสบกับภาะหนักเช่นกัน จนส่งผลกระทบต่อการประมูลรังนกอีแอ่นธรรมชาติตามเกาะถ้ำ  ได้มีการละทิ้งการประมูลไป จน องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ต้องออกมาตรการเข้าไปเฝ้าระวังรักษารังนกอีแอ่น ปัจจุบันรังนกอีแอ่นธรรมชาติมีอยู่  9 จังหวัด มี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร  สุราษฎร์ธานี  พัทลุง  กระบี่  ตรัง  พังงา  และ จ.สตูล

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ในช่วงรังนกอีแอ่นบูมลานประมูลรังนกอีแอ่นบ้านมีอยู่ประมาณ 16 ลาน โดยลานประมูลตั้งแต่ จ.ปัตตานี หาดใหญ่ จ.สงขลา สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง และกรุงเทพ จะเป็นรายใหญ่ มี 3 ลาน โดยแต่ละลานจะมีการประมูลรับซื้อขายเฉลี่ยประมาณกว่า 1 ตัน หรือประมาณกว่า 1,000 กก. / เดือน ภาพรวมประมาณ  16 ลาน เท่ากับกว่า 16 ตัน หรือประมาณกว่า  16,000 กก. / เดือน โดยเฉลี่ราคา 17,000 บาท / กก. จะมีเงินหมุนสะพัดประมาณ 272 ล้านบาท / เดือน รวม 12 เดือนประมาณ กว่า 3,200 ล้านบาท / ปี  แต่เมือหลายปีก่อนราคา 40,000 – 45,000 บาท / กก. จะเป็นเม็ดเงินจำนวนมากที่ได้หายไป

“ตอนนี้ได้กระทบต่อรังนกอีแอ่นบ้านผู้ลงทุนรังนกอีแอ่นบ้านรายใหม่ต่างชะลอตัว”

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ส่วนรังอีแอ่นธรรมชาติหรือรังนกถ้ำ ก็มีผลกระทบเช่นกัน จนมีการปล่อยเกาะรังนกอีแอ่นทิ้ง ไม่มีผู้ประกอบการเข้าแข่งขันการประมูลสัมปทาน ได้ถูกปล่อยทิ้งอยู่หลายจังหวัด เช่น  จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมประมาณ 12 เกาะ  ส่วนที่ยังไม่หมดสัมปทานจำนวน 6 จังหวัด เช่น จ.พัทลุง สตูล  ฯลฯ รังนกอีแอ่นธรรมชาติ จะไม่มีการเข้าสู่ลานประมูลรังนกอีแอ่นบ้าน จึงไม่มีตัวเลขเงินหมุนสะพัด แต่เป็นเงินจำนวนมากกว่ารังนกอีแอ่นบ้านมาก      
ทางด้าน นายอำนาจ พฤกษ์พิกุล มัคคุเทศก์อาชีพ จ.สงขลา เปิดเผยว่า รังนกอีแอ่น เป็นที่นิยมบริโภคจากนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และจีนมาก โดยแหล่งการค้าการท่องเที่ยว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีร้านรังนกอีแอ่นจำนวนหลายร้านที่สร้างความเชื่อมั่นที่นิยมเข้าไปใช้บริการ

“รังนกอีแอ่นที่ทำยอดขายได้ดี คือแหล่งท่องเที่ยวการค้าเมืองหาดใหญ่ และ จ.ภูเก็ต แต่จ.ภูเก็ต จะเป็นรายใหญ่กว่ามาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากประเทศจะเข้ามามากว่าหาดใหญ่สงขลา สำหรับที่หาดใหญ่สงขลา จะมีการจำหน่ายประมาณ 200 บาท / ถ้วย นักท่องเที่ยวมาเลเซียต่อกรุปทัวร์ ประมาณ 30 คน จะนิยมบริโภครังนกอีแอ่นประมาณ 10 คน”

นายอำนาจ กล่าวอีกว่า นอกนั้นชาวมาเลเซีย ยังนิยมซื้อกลับบ้านอีกด้วย ประเภทที่แปรรูปบรรจุภัณฑ์ ขนาดราคา 2,000 บาท และ 3,000 บาท / กล่อง

เขื่อนลำตะคองเหลือน้ำน้อย!คนโคราชแห่ซื้อโอ่งกักตุนน้ำรับมือภัยแล้ง

นครราชสีมา–ชาวตำบลโคกกรวดโคราช หาโอ่งน้ำจำนวนมากมากักตุนน้ำไว้ใช้ เพื่อรับมือภัยแล้ง หลังเขื่อนลำตะคองเหลือน้ำใช้แค่ 19% และเริ่มได้รับผลกระทบน้ำไม่ไหลแล้ว

ภายหลังจากที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของ จ.นครราชสีมา หล่อเลี้ยงประชากร 5 อำเภอ ได้แก่ อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อ.เมืองนครราชสีมา และ อ.เฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันเหลือปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ 78.433 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 24.94% ของความจุกักเก็บทั้งหมด 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ เหลือเพียง 55.713 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 19.09% เท่านั้น ซึ่งขณะนี้งดส่งน้ำให้เกษตรกร 100% เพื่อเก็บน้ำไว้สำหรับอุปโภคบริโภคเท่านั้น แต่ก็ยังคงมีเกษตรกรหลายพื้นที่ ฝืนสูบน้ำไปทำนาปรังกว่า 6,000 ไร่ ทำให้น้ำที่ส่งไปตามลำน้ำลำตะคอง เพื่อให้ท้องถิ่นและชุมชนต่างๆ สูบน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา ไปไม่ถึงที่ และเริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้น้ำแล้วหลายพื้นที่

โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลโคกกรวด ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สูบน้ำจากลำน้ำลำตะคองโดยตรง เพื่อไปทำน้ำประปาหล่อเลี้ยงประชากรกว่า 4,300 ราย ในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน โดยช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ต้องประสบกับปัญหาน้ำที่ส่งมาจากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ไหลมาไม่ถึงโรงสูบน้ำดิบ ที่ตั้งอยู่หน้าวัดบ้านละลมหม้อ หมู่ที่ 4 ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา จนทำให้ช่วงปลายเดือนมกราคม ไม่สามารถสูบน้ำได้ เนื่องจากระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าหัวกะโหลกเครื่องสูงน้ำ ส่งผลให้น้ำประปาในหมู่บ้านต่างๆ หยุดไหลไป 2 วัน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยปกติ โรงผลิตน้ำประปาของเทศบาลตำบลโคกกรวดแห่งนี้ มีกำลังการผลิตน้ำประปาได้ประมาณวันละ 6,000 ลูกบาศก์เมตร ประชาชนมีความต้องการน้ำใช้อุปโภคบริโภคเฉลี่ยวันละ 4,800 ลูกบาศก์เมตร

นางสมพร ชมโคกกรวด อายุ 81 ปี ชาวบ้านละลมหม้อ หมู่ที่ 4 ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงหลังปีใหม่เป็นต้นมา น้ำประปาก็เริ่มไหลค่อยๆ และมีหยุดไหลไป 1-2 วัน ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ภายหลังจากที่ทางเทศบาลตำบลโคกกรวด ได้ร้องขอน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ก็ได้มีการส่งน้ำมาให้จนขณะนี้มีน้ำทำประปา และน้ำประปาไหลแรงเป็นปกติแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตนเองก็เดินมาดูที่ท่าน้ำเป็นประจำทุกวัน เพราะกลัวว่าวันใดที่น้ำลด แล้วทางอ่างเก็บน้ำลำตะคองจะยังมีน้ำส่งมาให้อีกหรือไม่ ซึ่งสภาพช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตนมาสังเกตเห็นน้ำแห้งที่สุด จนท่าน้ำบริเวณหน้าวัดละลมหม้อแห่งนี้ แห้งจนเหลือแต่สันดอนดิน จะเหลือเฉพาะบริเวณหัวกะโหลกเครื่องสูบน้ำเท่านั้น ซึ่งระดับน้ำต่ำกว่าหัวกะโหลกไม่สามารถสูบน้ำได้

ทั้งนี้ตนเองรู้สึกวิตกกังวลมาก ภายหลังจากที่รู้ว่าอ่างเก็บน้ำลำตะคองเหลือน้ำอยู่น้อยกว่าทุกปี ตอนนี้เหลืออีกตั้ง 3 เดือน กว่าจะถึงหน้าฝน กลัวว่าถ้าอ่างเก็บน้ำลำตะคองไม่มีน้ำส่งมาให้ แล้วจะไปหาน้ำกินน้ำใช้มาจากไหน เพราะแถวนี้ไม่มีแล้ว ซึ่งขณะนี้ผู้ใหญ่บ้านก็ได้ประกาศเสียงตามสายบอกให้ชาวบ้านหาตุ่มหรือโอ่งน้ำกักตุนน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง ตนเองอยู่กันหลายครอบครัว ก็ได้เตรียมโอ่งน้ำขนาดใหญ่ไว้ 2 โอ่ง และโอ่งมังกรขนาดเล็กลงมาหน่อยอีกกว่า 20 โอ่ง เก็บน้ำไว้เต็มทุกโอ่งแล้ว เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงที่น้ำไม่ไหล.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา