‘Climate Tech’ควงคู่ ‘Food & Health Tech’มาแรง เทรนด์สตาร์ทอัพ 2025

ยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจสตาร์ทอัพต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกระแสเงินทุน พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาปรับโฉมอุตสาหกรรมอยู่ตลอดเวลา การอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับไอเดียที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความสามารถในการปรับตัวและคว้าโอกาสให้ทัน

ในอุปสรรคก็ยังมีโอกาส อย่าง กลุ่มเทคโนโลยีที่กำลังเติบโต เช่น 1. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) 2. เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน (GreenTech) เทคโนโลยีสะอาด (CleanTech) และ Climate Tech และ 3. และเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ที่มีความต้องการสูง ซึ่งเป็นโอกาสให้สตาร์ทอัพขยายตลาดให้กับนักธุรกิจหรืออุตสาหกรรลงทุน ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน

โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ได้ เผยภาพรวมการเติบโตของสตาร์ทอัพไทย ปี 2024 และเทรนด์ในปี 2025 ที่จะขับเคลื่อนสตาร์ทอัพไทย

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ภาพรวมของสตาร์ทอัพในช่วงหลังจากสถานการณ์โควิด-19 จนถึงปัจจุบัน สตาร์ทอัพมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรวมข้อมูลตั้งแต่ปี 2021 จะพบว่า สตาร์ทอัพมีการเติบโตสะสมถึง 3.3% และในปี 2024 อัตราการระดมทุนในรอบ Seed เพิ่มขึ้น 4% ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการสร้างสตาร์ทอัพใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจ เป็นผลจากการขับเคลื่อนผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การจัดทำสตาร์ทอัพไทยแลนด์ลีก เพื่อค้นหาเยาวชนที่สนใจในการทำสตาร์ทอัพเพิ่มขึ้น

ดร.กริชผกา กล่าวต่อว่า สำหรับจำนวนสตาร์ทอัพในประเทศไทยประมาณ 2,100 ราย และในจำนวนนี้มีสตาร์ทอัพที่ยังดำเนินกิจการอยู่ประมาณ 800 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ มีสตาร์ทอัพในกลุ่ม FinTech หรือเทคโนโลยีด้านการเงินมากกว่า 300 ราย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่อัตราการเติบโตสูงขึ้น และกลุ่มที่มาแรงที่สุดในตอนนี้คือ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่ถูกนำมาใช้ในหลากหลายด้าน เช่น การให้บริการพฤติกรรมผู้บริโภค การวิเคราะห์การลงทุน มีเดีย ขนส่ง การแพทย์ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และการศึกษา เป็นต้น ในอนาคตคำว่า AI อาจจะกลายเป็นคำที่ใช้เรียกเทคโนโลยีในทุกด้านของอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับคำว่าดิจิทัลที่เราใช้ในปัจจุบัน อีกหนึ่งกลุ่มที่น่าสนใจคือ Climate Tech ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Green Transformation โดยสตาร์ทอัพในกลุ่มนี้นำโซลูชั่นต่าง ๆ ไปขยายผลให้กับบริษัทและอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

เทรนด์สตาร์ทอัพในปี 2025 ดร.กริชผกา มีมุมมองว่า สตาร์ทอัพที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องคือ FinTech ซึ่งเป็นเทคโนโลยีด้านการเงินที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ส่วน AIจะมุ่งเน้นไปที่การขยายการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น พร้อมกับการปรับตัวของบุคลากรในการ Upskill และ Reskill เพื่อให้สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ นอกจากนี้ ประเด็นเรื่อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในยุโรปที่มีการบังคับใช้ EU AI Act ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลกที่ควบคุมความเสี่ยงของ AI  4 ระดับ ได้แก่ 1. ความเสี่ยงสูงมาก (ห้ามใช้) เช่น การใช้ AI วิเคราะห์ด้านความมั่นคงของชาติ การเลือกตั้ง หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว 2. ความเสี่ยงปานกลาง (ทำได้แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนด) เช่น การใช้ AI กับข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องผ่านมาตรฐานการคุ้มครอง 3. ความเสี่ยงต่ำ (สามารถใช้งานได้ทั่วไป)  เช่น การนำ AI ไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องผ่านมาตรฐานที่กำหนด แต่ยังคงให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ และ4. ไม่มีความเสี่ยง (ใช้ได้อย่างเสรี) ช่น Chatbots หรือระบบอัตโนมัติที่ไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้

นอกจาก AI และ FinTech แล้ว Climate Tech หรือเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม จะได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากทุกภาคส่วนเริ่มให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสภาพอากาศและพลังงานสะอาด อีกหนึ่งกลุ่มที่เติบโตอย่างรวดเร็วคือ Food & Health Tech ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่มีการขยายตัวของกลุ่มสตาร์ทอัพที่ได้รับทุนสนับสนุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการพัฒนาอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของประชากรโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

เป้าหมายผลักดันสตาร์ทอัพไทย ดร.กริชผกา แสดงความเห็นว่า การขยายจำนวนและยกระดับสตาร์ทอัพเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพเข้าสู่ระบบปีละ 400 ราย จากเดิมที่เพิ่มขึ้นปีละ 200 ราย พร้อมกับผลักดันให้บางรายเติบโตสู่ระดับยูนิคอร์นให้ได้ 1-2 ตัว  โดยเฉพาะในกลุ่ม Climate Tech ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการสูง เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมและ SME ที่ต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศเริ่มเผชิญกับมาตรการ ภาษีคาร์บอน ทำให้นวัตกรรมสีเขียวกลายเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะเดียวกัน FinTech ยังคงเติบโตได้ดี เพราะมีช่องทางขยายตัวหลายรูปแบบ

“ในการส่งเสริมกลุ่มสตาร์ทอัพผ่านโครงการสตาร์ทอัพไทยแลนด์ลีก ยังมี โครงการ Deep Tech ที่กำลังเร่งผลักดัน เนื่องจากเทคโนโลยีเชิงลึกนี้มีศักยภาพเติบโตในระยะยาวและลอกเลียนแบบได้ยาก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านวิจัยและบ่มเพาะสตาร์ทอัพกว่า 10 แห่งกำลังร่วมมือกันเพื่อผลักดันการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่ในเวทีโลก ประเทศไทยยังถูกมองว่าเป็น ดินแดนแห่งอาหารอร่อยและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม มากกว่าประเทศแห่งนวัตกรรม ความท้าทายคือการผสาน เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ากับอุตสาหกรรมดั้งเดิม เพื่อสร้างจุดแข็งให้ทั้งสองด้านดำเนินไปพร้อมกัน” ดร.กริชผกา กล่าว

ทั้งนี้ขยายผลเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ (GROWTH) ผ่านโปรแกรมบ่มเพาะและเร่งการเติบโตสตาร์ทอัพใน 4 ด้าน ได้แก่ เทคโนโลยีอาหาร (โครงการ SPACE–F) เทคโนโลยีเกษตร (โครงการ AGROWTH) เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) รวมถึงการส่งเสริมและเผยแพร่ตัวอย่างความสำเร็จทางนวัตกรรมผ่านโครงการนิลมังกร ซึ่งมีการต่อยอดเป็นนิลมังกร 10X ที่เน้นสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมคุณภาพสูงให้เข้าสู่ตลาดทุนโดยตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทใน 3 ปี โดยมุ่งขยายและสร้างโอกาสต่อยอดสู่ระดับโลก (Global) ผ่าน Global startup hub ที่จะช่วยส่งเสริม

อีกเป้าหมายในการขับเคลื่อนให้ไทยเป็นชาตินวัตกรรม ดร.กริชผกา กล่าวว่า การขยายย่านนวัตกรรม เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างสนามทดลองให้สตาร์ทอัพ โดยมีพื้นที่สำคัญที่กำลังได้รับการพัฒนา เช่น ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (YMID) ที่มุ่งเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของเอเชีย โดยเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพมาทดลองใช้จริง และเตรียมขยายพื้นที่ไปยังรพ.ศิริราชและรพ.จุฬาฯ, ย่าน Creative Tech ในพื้นที่จตุจักร-บางซื่อ จะเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีสร้างสรรค์

ขณะที่ย่าน Cyber Tech จะอยู่บริเวณทรู ดิจิทัล พาร์ค จะเน้นไปที่เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ส่วนย่าน AI กำลังมองพื้นที่บีเวณอารีย์ จะเป็นพื้นที่หลักในการพัฒนาและทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ ยังมีการส่งเสริมย่านนวัตกรรมในต่างจังหวัด เช่น UBON ART FEST ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผสานศิลปะเข้ากับนวัตกรรม เพื่อขยายศักยภาพของสตาร์ทอัพระดับภูมิภาค การกระจายนวัตกรรมสู่พื้นที่ต่างๆ ไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนธุรกิจเทคโนโลยี แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในตลาดโลก

“อีกส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสตาร์ทอัพ คือ การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น (พรบ. สตาร์ทอัพ) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ในขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา มีประมาณ 40 มาตรา คาดว่าจะเข้าสู่ครม. ภายในปีนี้ ซึ่งหากมีการประกาศใช้จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้มีฐานข้อมูลสตาร์ทอัพที่ได้การยอมรับ และสตาร์ทอัพได้รับสิทธิประโยชน์ตามดงื่อนไขพรบ. นอกจากนี้เงินลงทุนสนับสนุนให้แก่สตาร์ทอัพโดยตรง และตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพในอนาคต” ดร.กริชผกา กล่าว

‘อันวาร์’ โพสต์ภาพพบ ‘ทักษิณ’หารือสถานการณ์ ‘เมียนมา-สกุลเงินคริปโต’

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2568 นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์เฟซบุ๊ก “Anwar Ibrahim” เป็นภาพจับมือและนั่งร่วมโต๊ะกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของประธานอาเซียน พร้อมข้อความว่า การประชุมที่มีประสิทธิภาพกับอดีตนายกรัฐมนตรีไทย Thaksin Shinawatra ที่เป็นประธานกลุ่มที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการซึ่งเราหารือถึงหลายเรื่องสําคัญรวมถึงสถานการณ์ในเมียนมาและรัฐของการเล่นของการพัฒนาในสกุลเงินคริปโต ท่ามกลางคนอื่น ๆ

ต่อมาตอนอาหารค่ำ เราได้เข้าร่วมการสนทนาโดย จอร์จ โย อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์

นอกจากนี้ นายอันวาร์ ยังได้โพสต์ข้อความอีกครั้งระบุว่า มีการประชุมที่มีความหมายในบ่ายนี้กับอดีตนายกรัฐมนตรีไทย Thaksin Shinawatra ที่เป็นประธานกลุ่มที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการต่อประธานอาเซียน เราหารือเกี่ยวกับเรื่องสําคัญที่หลากหลาย รวมถึงสถานการณ์ในพม่า รวมถึงการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล

ตอนเย็น เรามาสนทนากับอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ จอร์จ เยอ

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังดับไฟป่าห้วยลังกาเพชรบูรณ์ดับสนิทแล้ววอดกว่า 180 ไร่

เพชรบูรณ์ -เจ้าหน้าที่ระดมทั้งคืน ไหม้ป่าห้วยรังกา วอด 180 ไร่ คาดจุดไฟล่าสัตว์ หาของป่า และพบไฟไหม้ไร่อ้อยริมทางอีกหลายจุด จับมือเผา 2 คนดำเนินคดี

นายรณรัตน์ ศิริมากร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่าเกิดไฟป่าและมีการแจ้งเตือนจุด Hotspot จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ป่าห้วยรังกา ต.ห้วยใหญ่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ จึงเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตาดหมอก และวนอุทยานวังท่าดี เข้าดับไฟป่าในพื้นที่

โดยเข้าดับไฟป่าตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ต่อเนื่องตลอดทั้งคืน เพื่อไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง จนสามารถควบคุมไฟป่าจนดับสนิท ในเวลา 11.00 น. ของวันที่ 2 ก.พ. ตรวจสอบพื้นที่เสียหายประมาณ 180 ไร่ ลักษณะพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณ สาเหตุคาดเกิดจากมีการลักลอบเข้าไปจุดไฟล่าสัตว์ป่า/เก็บหาของป่า จนลุกลามเป็นไฟป่า

นายรณรัตน์ กล่าวต่อว่า ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในช่วงหน้าแล้ง สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ถือเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ร่วมกันสร้างจิตสำนึกรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่จุดไฟเผาป่า และร่วมเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้ความสำคัญ ตระหนักถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา พบเห็นไฟป่าหรือพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดไฟป่า กรุณาแจ้งสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

 นอกจากนี้ยังมีรายงานของอำเภอวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 68 เวลา 19.40 น. เกิดไฟไหม้ไร่อ้อยริมทาง หมู่ที่ 16 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี, เวลา 01.10 น. เกิดไฟไหม้ไร่อ้อยริมทาง หมู่ที่ 5 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี, เวลา 22.00 น. เกิดไฟไหม้ริมทาง หมู่ที่ 6 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี ได้ประสานท้องถิ่นเข้าควบคุมเพลิง

คาดว่าเกิดจากการจุดไฟเผา ไม่ทราบตัวบุคคล จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ตรวจสอบรายละเอียดจน กระทั่งสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 ราย จึงควบคุมตัวไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.วิเชียรบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูณณ์ จะจัดกิจกรรมการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ (Kick Off) การป้องกันและแก้ไข ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PIM2.5) ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตระหนักรู้ให้กับประชาชน ในการห้ามเผา โดยการเคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝัน เพื่อคุณ เพื่อเรา” เพื่อให้เกิดการรับรู้ถึงความสำคัญ ในพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี วันที่ 3 ก.พ.นี้

“ทรัมป์”ยอมรับ ตั้งกำแพงภาษีอาจกระทบสหรัฐฯ แต่จะคุ้มค่า

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เครือข่ายสังคมออนไลน์ของตัวเขาเอง ยอมรับว่า การตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน, เม็กซิโก และแคนาดา อาจมีความเจ็บปวดตามมาบ้าง แต่ยืนยันว่า ผลลัพธ์จะน่าดูชมมาก

“นี่จะเป็นยุคทองของอเมริกา! จะมีความเจ็บปวดตามมาบ้างมั้ยน่ะหรือ? มี บางทีนะ (หรืออาจจะไม่ก็ได้) แต่เราจะทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง และทั้งหมดมันจะคุ้มค่าสำหรับราคาที่ต้องจ่ายไป เราคือประเทศที่ตอนนี้เริ่มบริหารจัดการด้วยสามัญสำนึกแล้ว – และผลลัพธ์จะน่าดูชมมาก” นายทรัมป์ ระบุ

ข้อความล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเขาลงนามคำสั่งตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจำนวนมากจากเม็กซิโกกับแคนาดา จำนวน 25% และตั้งภาษีนำเข้าสินค้าจีนอีกหลายรายการจำนวน 10% โดยอ้างว่าทำเพื่อแก้ปัญหาการไหลบ่าของยาเสพติดและผู้อพยพที่เข้าสู่สหรัฐฯ

นายทรัมป์ระบุในข้อความบน Truth Social ด้วยว่า หากแคนาดากลายมาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ พวกเขาก็จะไม่ต้องเผชิญภาษีใดๆ “ดังนั้น แคนาดาควรมาเป็นรัฐที่ 51 ของเรา ภาษีจะต่ำกว่ามาก ชาวแคนาดาจะได้รับความคุ้มครองทางทหารที่ดีขึ้นเยอะ และไม่มีกำแพงภาษีด้วย”

ดอกเบญจมาศบานสะพรั่ง ต้อนรับเดือนแห่งความรัก @ วังน้ำเขียว

นครราชสีมา-ดอกเบญจมาศบานสะพรั่ง ต้อนรับวาเลนไทน์ เดือนแห่งความรัก ที่วังน้ำเขียว โคราช สัมผัสความหนาว ในเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 23 บานแล้ว 20 เปอร์เซ็นต์

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่แปลงปลูกดอกเบญจมาศ อบต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดเดินทางมาสัมผัสความหนาวเย็นกันอย่างคึกคัก พร้อมกับเก็บภาพความประทับใจของแปลงดอกเบญจมาศที่เริ่มบานสะพรั่ง สัมผัสความสวยงามในช่วงเดือนแห่งความรัก วาเลนไทน์ ที่จะมาถึง

โดยดอกเบญจมาศช่วงนี้ เริ่มออกดอกบานแล้วประมาณ 20% และจะบานเต็มพื้นที่ไม่เกินวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ต้อนรับงานเทศกาลเบญจมาศในมาสหมอกครั้งที่ 23 ซึ่งปีนี้ จังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกับ อำเภอวังน้ำเขียว และองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี จัดเตรียมงานยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยเฉพาะแปลงดอกเบญจมาศจะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น และมีการตกแต่งซุ้มทางเข้าอย่างสวยงาม รวมถึง ซุ้มโดยรอบแปลงเบญจมาศ จะมีการนำไฟ แสง สี เสียง มาตกแต่ง เพื่อสร้างสีสันในช่วงค่ำคืนด้วย

นายธรรมธรรศ ทองสำโรง นายอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า งานเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 23 ได้รับงบประมาณจากจังหวัดนครราชสีมา มาจัดงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับพื้นที่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ประกอบกับในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว สภาพอากาศยังหนาวเย็น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวจะมาพักผ่อนและท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยคาดว่า ปีนี้จะสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

ด้านนายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี กล่าวว่า ทางเกษตรกรมีความตั้งใจที่จะปลูกดอกเบญจมาศให้สวยงามเพราะปีหนึ่งมีครั้งเดียว เพื่อโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นความสวยงามของดอกเบญจมาศ มากกว่า 20 สายพันธุ์ ที่กำลังบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 50 ไร่ ล่าสุด เริ่มบานแล้ว 20 เปอร์เซ็นต์ โดยปีนี้พิเศษกว่าทุกปี เพราะจะมีการแสดงแสงสีเสียงไรท์แอนด์ซาวน์ในยามค่ำคืนด้วย

ขณะที่กิจกรรมในปีนี้ มีการตักบาตรกลางแปลงเบญจมาศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 07.00 น. , กิจกรรมการจดทะเบียนสมรส วันวาเลนไทน์ จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น. , การแข่งขันมวยพื้นบ้าน จัดขึ้นในวันที่ 8,15,21,22 กุมภาพันธ์ 2568 และกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่น จัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา , สำนักงานท่องเที่ยวกีฬาจังหวัดนครราชสีมา , ศูนย์การเรียนรู้ฟลอร่าปาร์ค , ชมรมจักรยานเพื่อการท่องเที่ยววังน้ำเขียว , ภาคเอกชน , ชุมชน และสวนดอกไม้คุณเจี๊ยบ จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมงาน ระหว่างวันที่ 8-23 กุมภาพันธ์นี้ .

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

สืบสานประเพณี “บวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ”ดึงดูดปชช.มาสักการะเจ้าพ่อศรีเทพ

ผู้ว่า ฯ เพชรบูรณ์  นำประชาชนทำพิธี ” บวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ”สืบสานประเพณีมายาวนานเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาสักการะเจ้าพ่อศรีเทพ และเยี่ยมชมเมืองโบราณศรีเทพ มรดกโลก 

นายศรัณยู  มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ เนื่องในงานประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ ประจำปี   2568   โดยมี นายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์ เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)   นางรุ่งระวี    มีทองคำ  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์  นายกกชัย ฉายรัศมีกุล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  นายวิทยา รัตนมณี นายอำเภอศรีเทพ  ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ  ข้าราชการ ประชาชน และ นักท่องเที่ยว เข้าร่วม ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อศรีเทพ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

นายศรัณยู  มีทองคำ  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  กล่าวว่า  ประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ เป็นประเพณีที่จัดมาอย่างยาวนานของชาวอำเภอศรีเทพ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสักการะเจ้าพ่อศรีเทพ เยี่ยมชมแหล่งอารยธรรมโบราณ มีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเขาคลังนอก และเขาถมอรัตน์  ที่องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก เมืองโบราณศรีเทพ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่และเป็นแหล่งมรดกโลกแหล่งที่ 7 ของประเทศไทย    ที่เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญ มีประเพณีวัฒนธรรมและชุมชนดั้งเดิม วิถีชีวิตชนบทที่ทรงคุณค่าที่ควรอนุรักษ์ส่งเสริมให้เป็นที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม    สามารถที่จะสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับพี่น้องชาวอำเภอศรีเทพ

นายวิทยา รัตนมณี นายอำเภอศรีเทพ กล่าวว่า การจัดงานประเพณีบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ เป็นประเพณีที่ชาวอำเภอศรีเทพ ได้ทำสืบต่อกันมายาวนาน   ในทุก ๆ ปี จะมีพี่น้องประชาชนชาวอำเภอศรีเทพ และผู้ที่เคารพศรัทธาเจ้าพ่อศรีเทพ จัดเครื่องบวงสรวงอาหารคาวหวานและผลไม้ อาทิเช่น ขนมจีน น้ำยา ข้าวต้มมัด กล้วย อ้อย มะพร้าว มาถวายแด่เจ้าพ่อศรีเทพ  ณ ศาลเจ้าพ่อศรีเทพ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวัฒนธรรมประเพณีสืบต่อกันมาทุกปี

กระหึ่มโลก! 5 สุดยอดนักชกไทย เตรียมพร้อมดวลเดือดต่างชาติในศึก ONE Fight Night 28

ศึก ONE Fight Night 28 พร้อมจัดหนักความมันสุดเร้าใจสู่สายตาแฟนกีฬาการต่อสู้ทั่วโลกเช่นเคย โดยชูโรงด้วยศึกชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ระหว่าง “พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย” เจ้าบัลลังก์คนปัจจุบัน พบกับผู้ท้าชิงชาวอังกฤษ “เอลลิส บาร์โบซา” ร่วมด้วย 4 กำปั้นตัวแทนไทย ที่พร้อมสู้สุดใจเพื่อล่าแต้มชัยมาครอบครอง โดยจะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08:00 น. ในวันเสาร์ที่ 8 ก.พ.นี้

เริ่มที่คู่เอกนำรายการ “พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย” แชมป์โลก ONE มวยไทย และ คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต พร้อมป้องกันบัลลังก์มวยไทย จาก “เอลลิส บาร์โบซา” ผู้ท้าชิงสุดอันตราย จากสหราชอาณาจักร ที่ยังไม่เคยแพ้ใครบนเวที ONE

คู่รอง “ก้องธรณี ส.สมหมาย” ผู้ครองตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับ 4 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125 – 135 ป.) เตรียมดวลฝีมือกับนักชกระดับตำนาน “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ที่ไฟต์นี้จะลดพิกัดลงมาสู้ในรุ่นฟลายเวต เป็นครั้งแรกใน ONE

คู่ต่อมาเป็นการเปิดรีแมตช์ของ 2 อดีตตัวท็อปแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ระหว่าง “ฟิลิปเป โลโบ” นักสู้พลังบู๊จากบราซิล ปะทะ “เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” นักสู้เจ้าของฉายา “ซ้ายฟ้าผ่า” จากเชียงใหม่ ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต

ปิดท้ายด้วย “อาลีฟ ส.เดชะพันธ์” ดาวรุ่งก้านยาว ลูกครึ่งไทย-มาเลย์ เตรียมออกล่าแต้มชัย 3 ไฟต์รวด พบกับ “ชามิล อาดูคอฟ” นักสู้หน้าใหม่จากรัสเซีย ที่ใจกล้าบ้าบิ่น อาสาเข้ามารับบทเป็นมวยแทนของ “ทองพูน พีเค.แสนชัย” ในช่วงโค้งสุดท้าย หลังนักชกไทยขอถอนตัวเนื่องจากอาการป่วย โดยจะแลกเดือดกันในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 127.5 ป.

ติดตามรับชมการถ่ายทอดสดศึก ONE Fight Night 28 ผ่านทาง  Watch.ONEFC.com (บางประเทศ), Facebook & YouTube ONE (บางประเทศ) เริ่มคู่แรกเวลา 08.00 น. และทางช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) รับสัญญาณสดเวลา 10.00 น. สามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR

โปรแกรมการแข่งขันทุกคู่ศึก ONE Fight Night 28

คู่เอก พระจันทร์ฉาย พีเค.แสนชัย vs เอลลิส บาร์โบซา (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
คู่รอง ก้องธรณี ส.สมหมาย vs น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ฮิโรยูกิ เทตซูกะ vs จาง หลีเผิง (MMA รุ่นเวลเตอร์เวต 170-185 ป.)
ฌอน คลิมาโค vs ดิเอโก ปาเอซ (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ลิโต อาดิวัง vs เคอิโตะ ยามาคิตะ (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
เจเรมี ปาคาทิว vs อิบรากิม ดาอูเอฟ (MMA รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

ฟิลิปเป โลโบ vs เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์ (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
เจเรมี มิเอโด vs จิลเบิร์ต นาคาทานี (MMA รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
คาร์โล บูมินาอัง vs ซง มิน จง (MMA รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
กาเบรียล ซูซา vs จิอานนี กริปโป (ปล้ำจับล็อก รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
อาลีฟ ส.เดชะพันธ์ vs ชามิล อาดูคอฟ (มวยไทย แคตช์เวต 127.5 ป.)

‘ฝุ่นพิษ’PM2.5 พุ่งเกินมาตรฐานทั่วกรุงเทพฯ-หลายจังหวัดสำลักควัน

ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ทั่วไทย เกินมาตรฐานหลายจังหวัด กระทบต่อสุขภาพ ขณะที่ กทม. สีส้ม 70 พื้นที่ อุตุฯ คาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนลง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 ก.พ. 68 ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานภาพรวมปริมาณ PM 2.5 ในประเทศ พบเกินค่ามาตรฐานใน จ.ปทุมธานี กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.เชียงราย จ.น่าน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สุพรรณบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.เพชรบุรี จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ตราด จ.ชุมพร จ.หนองคาย จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.ขอนแก่น จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด จ.อำนาจเจริญ จ.ชัยภูมิ จ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ และ จ. สุรินทร์

ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 14 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 10.9 – 59.0 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 34.5 – 73.0 มคก./ลบ.ม.
ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 27.5 – 81.4 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 34.7 – 72.5 มคก./ลบ.ม.
ภาคใต้ เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 19.5 – 43.2 มคก./ลบ.ม.
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 39.6 – 71.7 มคก./ลบ.ม.
ขณะที่ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ตรวจวัดได้ 40.1-71.1 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 70 พื้นที่

12 อันดับ ของค่าฝุ่นPM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

เขตหนองจอก 70.7 มคก./ลบ.ม.
เขตลาดกระบัง 70.6 มคก./ลบ.ม.
เขตทวีวัฒนา 68.6 มคก./ลบ.ม.
เขตหนองแขม 68.2 มคก./ลบ.ม.
เขตคันนายาว 66.9 มคก./ลบ.ม.
เขตบึงกุ่ม 66.6 มคก./ลบ.ม.
เขตมีนบุรี 66.6 มคก./ลบ.ม.
สวนหนองจอก เขตหนองจอก 66.6 มคก./ลบ.ม.
เขตคลองสามวา 65.8 มคก./ลบ.ม.
เขตวังทองหลาง 65.3 มคก./ลบ.ม.
เขตบางนา 64.8 มคก./ลบ.ม.
เขตบางกอกน้อย 63.3 มคก./ลบ.ม.
ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาวะอากาศที่มีผลต่อการสะสมฝุ่นละอองในระยะนี้ การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันบริเวณประเทศไทยตอนบนอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อนลง 

“อนุทิน”สะใจชนะนายกอบจ.ศรีสะเกษโค่นเพื่อไทยสำเร็จ

“อนุทิน”บุกยินดีกลางดึกว่าที่นายกอบจ.ศรีษะเกษ “วิชิต ไตรสรณกุล” รักษาแชมป์ได้อีกครั้งมีคะแนนไม่เป็นทางการทิ้งห่างคู่แข่งเกือบ 1 แสน พร้อมรับปี๊ปกลับคืน หลังเคยล้อสมาชิกว่า หากแพ้ทุกคนต้องเอาปี๊ปคลุมหัว

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 21.00 น. หลังผลนับคะแนน นายกอบจ.ศรีสะเกษ ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ นายวิชิต ไตรสรณกุล ผู้สมัครหมายเลข 7อดีตนายกอบจ.ศรีสะเกษ 6 สมัย มีคะแนนนำห่าง นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคเพื่อไทย เกือบ 1 แสน คะแนน

ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่เพื่อแสดงความยินดีกับ นายวิชิต ไตรสรณกุล และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นลูกสาวของนายวิชิต ขณะแสดงความยินดี ได้นำปี๊ปมามอบกับนายอนุทิน เพื่อเป็นการหยอกล้อกันด้วย

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ต้องรอให้ปิดหีบเลือกตั้งและมีการนับคะแนนเสร็จเรียบร้อยก่อน จึงเดินทางมาแสดงยินดีกับพี่น้อง โดยทราบว่า จ.อำนาจเจริญ และจ.ศรีสะเกษ ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จ ก็เลยเดินทางมาแสดงความยินดี แต่พอได้ทราบข่าวจากน.ส.ไตรศุลีว่า คุณพ่อก็ประสบผลสำเร็จ ก็ต้องเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีล่วงหน้า ให้กับท่านวิชิต ไตรสรณกุล ที่เป็นเหมือนพี่ชาย และคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเป็นเวลานาน ตนต้องขอกราบขอบพระคุณ ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ที่ให้ความเมตตา นายกวิชิต ซึ่งตนก็มาขอลูกสาวของท่านไปเป็นทำงานที่กระทรวงมหาดไทย เราได้ สส. พรรคภูมิใจไทย อยู่กันในจังหวัดศรีสะเกษ และใกล้เคียง ซึ่งเราก็ช่วยกันส่งกำลังใจ ช่วยกันเชียร์

“เคยบอกกับน.ส.ไตรศุลีแล้วว่า ไม่สามารถไปหาเสียงให้ได้นะ แต่สำหรับลูก ต้องทำให้พ่อ ต้องช่วยพ่อให้พ่อชนะ ให้ได้รับใช้ชาวศรีสะเกษ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณชาวศรีสะเกษ ทุกสิ่งที่มีก็หวั่นในใจอยู่ว่า เลขาฯผมแพ้ จะอยู่มองหน้าพรรคพวกได้อย่างไร แต่ว่า ความเป็น มท.1 ต้องวางตัวเป็นกลาง แต่พอท่านชนะ ก็ขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะทำงานให้ชาวศรีสะเกษ อย่างสุดความสามารถ”นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ความมั่นใจที่ทำให้เราชนะ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ในการลงแข่งขันครั้งนี้ คือ เราไม่มีสี มีสีเดียว คือ ศรีสะเกษ มีความหมายยิ่งกว่า สิ่งใด ๆ คนศรีสะเกษ ยังมีความเชื่อในความทุ่มเท ความมั่นใจ ในตัวนายกวิชิต เรียกว่า ยิ่งเก่า ก็ยิ่งเก๋า ยิ่งขลัง ยิ่งมีบารมี ยิ่งทำให้ความเจริญเกิดขึ้น ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ศรีสะเกษ มีความเจริญในทุกๆด้าน สร้างหนังยังดังเลย ( เรื่องสัปเหร่อ) ใน 2-3 อาทิตที่ผ่านมา ตนคิดถึงเขา ( กวาง ) มากกว่าใคร เป็นห่วง และถามไถ่ เพราะอย่างที่ตนบอกว่า หัวหน้ามาช่วยไม่ได้นะ แต่ตนบอกได้อย่างเดียว ว่าหาก อาเจ๊กส้มเกลี้ยงไม่ชนะพวกเอ็งทั้งหลายใส่ปี๊ปคลุมหัว ตอนนี้เลยต้องกลายเป็นว่าเอาปี๊ปมาคลุมหัวจยแทน แต่ไม่ว่าชาวจังหวัดศรีสะเกษ จะขุ่นมัวหมองใจ อะไรก็ตาม วันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กาลเวลาทั้งหมดที่ผ่านมา เราทำงานให้ทุ่มกับศรีสะเกษ ถ้าเคยโกรธอะไรแล้วแต่ ตนขออภัย และพร้อมจะให้การสนับสนุนทุกพรรคทุกฝ่ายอย่างดี

เมื่อถามว่า ต่อแต่นี้ไล่หนูในศรีสะเกษได้แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าว เรามาดีจะมาไล่เราทำไม ไม่เคยมาร้ายเลย อย่าไล่เลย เลี้ยงหนูไว้สักตัว มาช่วยศรีสะเกษ และมั่นใจว่า หนูตัวนี้ จะทำให้พี่น้องชาวศรีสะเกษ มีความสุข ที่เลือกนายก อบจ. ที่ชื่อวิชิต อีกทั้ง สจ.ที่ทราบว่า น่าจะชนะทุกเขต ก็ขอขอบคุณหากจะเอ่ยถึงท่านทักษิณ ท่านเป็นผู้บังคับบัญชา วันนี้ผลออกมาแบบนี้แล้ว ต้องกราบขอบพระคุณท่านที่ลงมาช่วยหาเสียง ให้มีการตื่นตัวในระบบประชาธิปไตย จากศรีสะเกษเงียบๆ กลายเป็นจังหวัดที่ทำให้การตื่นตัว ในเรื่องของการรักษาระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบบที่ถูกต้องที่สุดของพี่น้องประชาชนชาวไทย

เปิดกระทู้ “ประเสริฐ”รมว.ดีอี ตอบคำถาม”สว.เปรมศักดิ์”ปมแก้ปัญหาผู้สูงวัยถูกหลอกทางออนไลน์

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ รมว.ดีอีตอบกระทู้ “สว.เปรมศักดิ์ เพียยะระ”ถึงแนวทางแก้ปัญหาผู้สูงอายุตกเป็นเป้าหมายถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ยกมีหลายมาตรการที่ทำแล้ว โดยเฉพาะได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อสกัดกั้นมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีใหม่าตุ๋นผู้สูงวัย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีได้ตอบกระทู้ถามของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในราชกิจจานุเบกษา หน้า 39 เล่ม 142 ตอนพิเศษ 23 เรื่อง แนวทางในการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุตกเป็นเป้าหมายในการถูกหลอกลวงทางออนไลน์

นายประเสริฐ ตอบถึงการแก้ปัญหาว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาละเมิด ความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียที่เกิดขึ้น เมื่อผู้สูงอายุแชร์ข้อมูลส่วนตัวลงบนแพลดฟอร์มออนไลน์ แบบสาธารณะ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกสอดแนม ขโมยข้อมูล หรือโจมตีทางไซเบอร์จากผู้ไม่หวังดี ปัญหาการละเมิดความเป็นส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุมีสาเหตุมาจาก หลายปัจจัยสําคัญ ได้แก่ การขาดความชํานาญในการใช้เทคโนโลยี เช่น ขาดความรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว การหลงเชื่อข้อมูลหลอกลวง เช่น ฟิชชิง (Phishing) หรือการแชร์ ข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ระมัดระวัง ผู้สูงอายุอาจไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการถูกสอดแนม ขโมยข้อมูล หรือโจมตีไซเบอร์ อีกทั้งการใช้งานเทคโนโลยีที่ไม่คล่องตัวหรือระบบที่ซับซ้อนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งอาจนําไปสู่การแชร์ข้อมูลสําคัญโดยไม่ได้ตั้งใจ

ปัจจัยเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความจําเป็นในการสร้าง ความตระหนักรู้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้สูงอายุในโลกออนไลน์ โดยปัจจุบันกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม สร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัยถึงภัยอาชญากรรมออนไลน์ ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ทราบรูปแบบของการหลอกลวงออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบการลงพื้นที่ เพื่อให้ความรู้เพิ่มทักษะในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล การให้ข้อมูลผ่านข่องทางออนไลน์ โดยการบูรณาการการทํางานร่วมกันของศูนย์แก้ไขปัญหาอาชากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) กับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand: AFNC

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี

นายประเสริฐ ชี้แจงว่า 2.กระทรวงดิจิทัลฯ  มีมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคาม ทางออนไลน์ที่ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายขึ้นเมื่อผู้สูงอายุหลายคนต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่มีความชับซ้อน และเป็นอันตรายมากขึ้นอย่างไร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปราม ช่องทางการหลอกลวงประชาชน โดยาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบเนื้อหาที่เข้าข่ายหลอกลวง รวมถึงเว็บไซต์ที่ปรากฏลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่อยู่นอกแอปสโตร์ เพื่อดําเนินการปิดกั้นแอปพลิเคชัน ที่ผิดกฎหมายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเพื่อปิดกั้นให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

“กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ศึกษาวิเคราะห์รูปแบบ ของเว็บไซต์หรือแพลดฟอร์มออนไลน์ เพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบเพื่อดําเนินการปิดกั้น เว็บไซต์หลอกลวงเหล่านั้น โดยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่กระบวนการตรวจสอบ ค้นหาเว็บไซต์ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ AI การพัฒนาระบบตรวจสอบหลักฐาน การส่งคําร้องต่อศาล ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การส่งคําสั่งศาลให้ผู้ให้บริการดําเนินการระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ตามคําสั่งศาล ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความรวดเร็วอีกด้วย”นายประเสริฐตอบ

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.)

นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ  ยังได้ดําเนินการขอความร่วมมือกับ บริษัท Google ในการปราบปรามและป้องกันการติดตั้งแอปพลิเคชันที่เป็นอันตราย และมีความเสี่ยงจากแทลพี่ที่ไม่รู้จักโดยอัตโนมัติ บนสมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยฟีเจอร์ Google Play Protect ซึ่งเป็นการสกัดช่องทางการก่อเหตุของมิจฉาชีพที่หวังดูดเงิน หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน Goosle ในประเทศไทยด้วยอีกทางหนึ่ง กระทรวงดิจิทัลฯ  ตระหนักถึงความสําคัญในการแก้ไขปัญหา การหลอกลวงออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงและเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ๆ เสมอ โดยมีเป้าหมายการหลอกลวง กลุ่มของประชาชนที่ขาดความตระหนักรู้ หรือรู้ไม่เท่าทันมิจฉาชีพ โดยทราบดีว่าความร่วมมือ ของทุกภาคส่วนในการสร้างความตระหนักรู้ภัยออนไลน์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เป็นเรื่องสําคัญเร่งด่วน

นายประเสริฐ ชี้แจงว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ดําเนินโครงการ “Digital Vaccine” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงดิจิทัล ฯ  สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมประชาสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สํานักงานคณะกรรมการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สมาคมธนาคารไทย และ สมาคมโทรคมนาคม แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบต่าง ๆ โดยมุ่งหวังว่าการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานพันธมิตรเหล่านี้จะช่วยสร้างความตระหนัรู้ ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย ในหลากหลายช่องทาง