จุดเช็กอินอันซีน คอกาแฟห้ามพลาด คาเฟ่ลับกลางไร่@ขอนแก่น

คอกาแฟที่ผ่านไปมายังจังหวัดขอนแก่นต้องไม่พลาดไปจิบกาแฟเลิศรสที่ “ฟาเฟอีนคาเฟ่ ไร่กาแฟนายจันทร์” คาเฟ่ลับในไร่กาแฟและสวนยาง  ซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่  14/1 หมู่ 5 บ้านหนองกุง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น  แต่ละวันจะมีลูกค้าที่มากันเป็นคู่หนุ่มสาว นั่งดื่มกาแฟและอาหารว่างกันจำนวนมาก โดยทันทีที่ลูกค้ามานั่ง ทางร้านก็จะจัดเวลคัมดริ้งก์ด้วยชาดอกกาแฟหอมๆ เสิร์ฟให้ลูกค้าได้ชิมทันที ท่ามกลางความเขียวชะอุ่มของต้นยาง และต้นกาแฟที่ปลูกเรียงราย โอบล้อมคาเฟ่ดังกล่าวเอาไว้

ขณะที่ในร้านก็จัดไว้เป็นสัดส่วน สวยงามสะอาดตา นอกร้านก็มีโต๊ะให้ลูกค้านั่งชิลล์รับสภาพอากาศยามหน้าหนาว และความสวยงามของต้นกาแฟ ที่ปลูกในเนื้อที่10 ไร่ ซึ่งในร้านนอกจากเมนูกาแฟทั่วๆไปที่มีขายเช่นเดียวกับร้านอื่นๆ ก็จะมีกาแฟที่ลูกค้าที่แวะมาใช้บริการที่ร้านและสั่งบ่อยที่สุด คือกาแฟลอสการ์เด้น ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน และ Cascara Syrup (คาสคาร่าไซรัป) ที่เข้มข้นสามารถทำเป็นเมนูได้อีก 4 เมนูจากคาสคาร่าไซรัป ทั้งเป็นคอคเทล(cascara cocktail) เครื่องดื่มชูกำลัง (cascara tonic) ชาร้อน (cascara hot tea)

และกาแฟร้อน (cascara x coffee) โดยผู้สื่อข่าวได้ลองดื่มกาแฟเมนู cascara tonic และ ลอสการ์เด้น ซึ่งทั้งสองเมนูต่างมีความสดชื่น รถชาดกลมกล่อมเข้มข้น และมีกลิ่นหอมสร้างความรู้สึกโล่งสบายแปลกใหม่ที่ได้ลิ้มลองเป็นอย่างมากอีกด้วย ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่ารสชาดของกาแฟที่นี่จะงงเหมือนทางเข้ามาที่ร้าน ซึ้งจะมีความเหมือนที่แตกต่างที่ใครมาสัมผัสลิ้มลองแล้วจะต้องกลับมาค้นหาอีก

นายณฐฏล มหาจันทร์ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านฯบอกว่า   เดิมทีที่ดินแห่งนี้ พ่อแม่ ทำนาและปลูกยางพารา   ส่วนตนเองก็เรียนหนังสือ  โดยเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หลังจบก็ทำงานเป็นอาจารย์สอนด้านซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีการออกแบบและทำงานอีกหลายอย่างที่ตรงกับความรู้ที่เรียนมา  ซึ่งเป็นการทำงานและใช้ชีวิตแบบคนเมือง และก็เป็นคนชอบดื่มกาแฟ จึงมีแนวคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะใช้ชีวิตให้มีความสุขในแบบที่ตนต้องการ คืออยู่กินและมีชีวิตสร้างรายได้ให้ตัวเอง โดยที่ไม่ต้องดิ้นรนในเมือง และได้เห็นชีวิตของชาวบ้านทางภาคเหนือ ที่ปลูกกาแฟ ขายเมล็ดกาแฟ ก็มีชีวิตที่ดีได้ มีความสุขกับครอบครัวญาติพี่น้อง จึงนำกาแฟมาปลูกสลับกับต้นยางพารา จำนวน 10 ไร่ เป็นกาแฟ 2 ชนิดคือ ต้นกาแฟโรบัสต้าและอราบิก้า

การปลูกกาแฟก็ให้ผลผลิตที่ดี เก็บเมล็ดกาแฟที่ปลูกมาทำกาแฟขายให้ลูกค้าดื่ม ซึ่งรสชาดกาแฟก็ไม่ต่างกับกาแฟที่ปลูกในภูมิภาคอื่นของประเทศไทย แต่อาจจะมีความแตกต่างบ้างเล็กน้อยคือกาแฟภาคเหนือจะออกรสเปรี้ยว แต่กาแฟที่ปลูกไม่มีรสเปรี้ยวแต่จะรสชาดกลมกล่อมถูกใจลูกค้า นอกจากนี้ยังมีดอกกาแฟที่นำมาใช้เป็นชาดอกกาแฟที่มีรสชาดดี กลิ่นหอมชื่นใจ และเป็นที่ต้องการของลูกค้าที่มารับบริการของทางร้านทุกราย

“ที่ร้านจะเป็นจุดสนใจของลูกค้า ที่พาคู่รักมานั่งดื่มกาแฟท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของต้นยางและไร่กาแฟที่โอบล้อมเอาไว้ ถือว่าเป็นร้านลับของคู่รักหลายคู่ นอกจากนี้ทางร้านก็ไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว ยังเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับบุคลากร ประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านการปลูกกาแฟ ก็สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้ได้ ทางร้านหรือไร่กาแฟนายจันทร์เปิดให้เข้ามาวันละ 2 รอบคือรอบเช้าและรอบบ่าย  แต่ต้องประสานงานมาล่วงหน้า”

นายณฐภล บอกต่อว่า  ไร่กาแฟนายจันทร์ ก็มีแผนในการที่จะขยายพันธุ์กาแฟที่ปลูกในไร่ของตัวเอง แบ่งปันให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงนำไปปลูก เพื่อสร้างรายได้ในครอบครัว หรือจะเปิดร้านกาแฟก็สามารถมาปรึกษาหารือได้ เพราะการปลูกกาแฟไม่ยาก นอกจากได้ความสวยงาม ร่มรื่นแล้ว ก็มีผลผลิตเพิ่มรายได้ ซึ่งการปลูกกาแฟและทำคาเฟ่ในลักษณะนี้นั้น ต้องเตรียมการเรื่องน้ำ ทำคลองไส้ไก่ และปลูกป่าเพิ่ม ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยาก อีกทั้งต้นกาแฟ จะพบปัญหาในด้านของแมลงศัตรูพืชน้อยมาก

หวย 12 ล้านอลเวง ตชด.วัยเกษียณ แจ้งความแม่ค้าร้านลาบ อ้างฝากไว้ไม่ได้แบ่ง

ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล 12 ล้านบาท ส่อวุ่น ตชด.วัยเกษียณ เข้าแจ้งความ “แม่ค้าร้านลาบ” หลังแบ่งลอตเตอรี่ให้ 1 ใบ สุดท้ายถูกเงินรางวัลที่ 1 อ้างแค่ฝากไว้ ไม่ได้แบ่ง

จากกรณี ร.ต.อ.ฐิติพัฒน์ พัฒนภูมิเศรษฐ อายุ 65 ปี หรือผู้กองเข้ม ตำรวจตระเวนชายแดน เกษียณราชการ ซื้อลอตเตอรี่จำนวน 2 ใบ เลข 807779 งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2568 โดยก่อนออกผลรางวัล ได้เดินทางไปกินอาหารที่ร้านลาบแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม แล้วแบ่งล็อตเตอรี่เลขดังกล่าวให้แม่ค้า จำนวน 1 ใบ โดยบอกว่าจะแบ่งกันรวย ปรากฏว่า ถูกรางวัลที่ 1 จึงไปแจ้งความบันทึกหลักฐานลงประจำวันที่ สภ.ธาตุพนม ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาภายหลัง ร.ต.อ.ฐิติพัฒน์ พัฒนภูมิเศรษฐ อายุ 65 ปี หรือผู้กองเข้ม ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม กล่าวหา นางบุญล้อม มิควาฬ หรือ ป้าแหล้ แม่ค้าร้านลาบดังกล่าว ในข้อหายักยอกทรัพย์ อ้างว่าแค่ฝากไว้ ไม่ได้แบ่งให้

โดยทางด้าน พ.ต.อ.ถวิล คำเกษ ผกก.สภ.ธาตุพนม เปิดเผยว่า ในวันนั้น ทั้ง 2 คน มาขึ้นรางวัล ทางคนซื้อนำเอกสารหลักฐานลอตเตอรี่ มาลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน คนละเที่ยวกัน และยืนยันไม่ได้ติดใจ เป็นการแบ่งกันตั้งแต่ต้น ที่ยังไม่รู้ว่าถูกรางวัล เจ้าหน้าที่ได้ลงประจำวันตามกฎหมาย เพื่อนำไปขึ้นรางวัล ต่อมาภายหลังทราบว่า มาแจ้งความว่า ป้าแหล้ยักยอกทรัพย์ ทางตำรวจรับไว้สอบสวน ถือเป็นการแจ้งความตามสิทธิ ผิดถูกว่ากันไปตามพยานหลักฐาน แต่หลักกฎหมาย จากข้อมูลมั่นใจว่า เป็นการให้โดยเสน่หา ส่วนจะมีการฟ้องร้อง สู้คดี หรือใครจะถูกข้อหาแจ้งความ ให้การเท็จ ฟ้องเท็จ เป็นกระบวนตามกฎหมาย โดยทางตำรวจให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

ขณะเดียวกัน ป้าสำลี อายุ 61 ปี คนสนิทป้าแหล้ เปิดเผยว่า ตนรู้จักป้าแหล้มาหลาย 10 ปี ก่อนเคยมีบ้านใกล้กัน และขายบ้านที่ดิน ส่วนสามีเสียชีวิต มีลูกสองคน ทำงานมีครอบครัว ป้าแหล้จึงมาขออาศัยห้องเช่า ทำร้านลาบขายสร้างรายได้ เป็นห้องเล็กๆ แต่ตนสงสาร รู้จักกัน จึงไม่เก็บค่าเช่า วันถูกหวยยังเห็นว่าผู้กองเข้มนำลอตเตอรี่มาแบ่งให้ป้าแหล้ ยืนยันว่าให้ด้วยความเต็มใจไม่ได้ฝากไว้

ตนอยู่ในเหตุการณ์ทุกอย่าง อีกทั้งยังมีการพูดจาหยอกล้อกันว่า แบ่งกันรวย หากถูกรางวัล จะนำมาแต่งงาน เอามาเป็นสินสอด เนื่องจากเป็นพ่อม่ายกับแม่ม่าย หลังรู้ว่าถูกรางวัล ยังมีการพูดจากันสนุกสนาน ไม่ได้มีการทวงคืน พอรู้ว่ามีการแจ้งความกันตนไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการให้กันด้วยความเต็มใจ

ศึกใหญ่แห่งปี! “ตะวันฉาย” ดวลเดือด “ซุปเปอร์บอน”-“นิโค ”ราวี “นาบิล”ONE 170

วัน แชมเปียนชิพ แถลงข่าวศึก ONE 170 ศึกใหญ่ศึกแรกของปี ประเดิมจัดที่ไทย อัดแน่นซูเปอร์สตาร์และนักกีฬาระดับแม่เหล็กรวม 12 คู่ ครบทุกกติกา มีการชิงเข็มขัดแชมป์โลก 3 เส้น หนึ่งในนั้นคือการรีแมตช์ครั้งสำคัญ ชิงบัลลังก์มวยไทยระหว่าง “ตะวันฉาย VS ซุปเปอร์บอน” ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ในวันศุกร์ที่ 24 ม.ค.นี้ เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น. โดยจะมีนักแสดง-ทีมงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “The Beast In Me” ซึ่งนำแสดงโดยนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ “รัสเซล โครว์”และ“แดเนียล แม็คเฟอร์สัน” มาถ่ายทำฉากสำคัญ และบันทึกภาพการเก็บตัวตลอดทั้งสัปดาห์ จนถึงฉากแอ็กชันบนเวทีแข่งขันด้วย

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ที่โรงแรม แมริออท สุขุมวิท กรุงเทพ: วัน แชมเปียนชิพ (ONE) องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แถลงข่าวจัดการแข่งขันศึก ONE 170 โดยมีทัพนักนักกีฬาและสื่อมวลชนหลายร้อยสำนัก รวมถึงแฟน ๆ เข้าร่วมงานมากมาย ภายในงานได้มีการเปิดเผยถึงโปรแกรมการจัดการแข่งขันของ วัน แชมเปียนชิพตลอดปี 2025 ว่าจะมีการจัดการแข่งขันไฟต์ใหญ่ในทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศกาตาร์, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกาและประเทศไทย

นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ ONE Championship เปิดเผยว่า ONE เตรียมจัดการแข่งขัน ONE170 ศึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่มีแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้จากทั่วโลกเฝ้ารอชม เพราะมีการต่อสู้ชิงเข็มขัดแชมป์โลกมากถึง 3 เส้น ทุกคู่จะดุเดือดที่สุด ยกทัพซูเปอร์สตาร์และนักกีฬาระดับแม่เหล็กรวม 12 คู่ ซึ่งบัตรเข้าชมการแข่งขันที่อิมแพ็ค อารีนา จำหน่ายหมดทุกที่นั่ง หลายสัปดาห์ก่อนจัดการแข่งขัน ผู้ชมจากทั่วโลกต่างตื่นตาตื่นใจและเฝ้ารอชม

“คู่เอก ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ของไทยพบกับ ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต หนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยเช่นกัน ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองคนนี้ ถ้าวัดกันแบบปอนด์ต่อปอนด์ ก็ถือเป็นนักชกที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งการพบกันครั้งนี้มีความหมายมาก ใครที่เอาชนะในไฟต์นี้ได้จะได้รับการขนานนามว่า ราชาเหนือราชา หรือ king of the kings ”

อีกทั้ง”รัสเซล โครว์” นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ จะมาพร้อมกับทีมถ่ายหนังระดับฮอลลีวู้ด เพื่อถ่ายทำฉากสำคัญของภาพยนตร์เรื่อง “The Beast In Me” นำแสดงโดย “แดเนียล แม็คเฟอร์สัน” ซึ่งเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) แนวแอ็กชัน-ดรามา โดยทีมงานจะบันทึกภาพการเก็บตัวตลอดทั้งสัปดาห์ และจะนำแอ็กชันจากการแข่งขันบนเวที รวมทั้งมีนักแสดงชื่อดัง ร่วมถ่ายทำบนเวทีในวันแข่งขัน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็น Soft Power ผลักดันอุตสาหกรรมกีฬาการต่อสู้ การท่องเที่ยว ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต รวมถึงขยายฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่ ๆ ให้กับ ONE

สำหรับศึก ONE 170 จะจัดการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568 ที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี เริ่มคู่แรก 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป และยังถ่ายทอดสดผู้ชมมากกว่า 195 ประเทศทั่วโลกผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ ONE และช่องพันธมิตร

โปรแกรมการแข่งขันศึก ONE 170

คู่เอก ไฟต์หยุดโลกแชมป์ชนแชมป์ เป็นการรีแมตช์ ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์ เวต (145-155 ป.) ระหว่าง “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” วัย 25  เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกคนปัจจุบัน หวนพบผู้ท้าชิงดีกรีแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต “ซุปเปอร์บอนซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” วัย 34 ปี

คู่รอง “ฟาบริซิโอ อานดราเด” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากบราซิล ป้องกันเข็มขัดครั้งแรก โดยพบคู่ปรับเก่า “ควอน วอน อิล” จากเกาหลีใต้

อีกคู่ที่แฟนทั่วโลกต่างจับตามอง ศึกชิงบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) เฉพาะกาล ระหว่างผู้ท้าชิงอันดับ 2 “นิโค คาร์ริลโล” จากสกอตแลนด์  พบกับ “นาบิล อานาน” ผู้ท้าชิงอันดับ 5 เชื้อสายแอลจีเรีย/ไทย     โดยผู้ชนะจะได้ไปเจอกับ    “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” (ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บ) โดยมีแผนว่าจะจัดการแข่งขันรวบเข็มขัดในศึก ONE172 วันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค.68 ที่สนามไซตามะ ซูเปอร์ อารีนา ประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนั้นยังมีอีก 4 นักชกสายเลือดไทยร่วมโชว์ฝีมือ ได้แก่ เสกสรร อ.ขวัญเมือง, โจ ณัฐวุฒิ, สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง และ สินสมุทร กลิ่นมี 

“เสกสรร อ.ขวัญเมือง” ยอดกำปั้นจาก จ.นครศรีธรรมราช พบกับบุรุษเหล็ก “ซอ ลิน อู” จากเมียนมา ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 142 ป.

ศึกชิงแรงกิง ระหว่าง “โจ ณัฐวุฒิ” ผู้ท้าชิงอันดับ 2 จอมบู๊จากเมืองย่าโมโคราช พบกับ “บัมปารา คูยาเต” จากฝรั่งเศส ผู้ท้าชิงอันดับ 4 ในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต

“สินสมุทร กลิ่นมี” นักชกพ่อลูกอ่อนจากชลบุรี กลับมากู้ศรัทธามหาชน พบกับกำปั้นกระทิงดุ  “นาวเซต ทรูจิลโล” จากสเปน ในกติกามวยไทย รุ่นไลต์เวต (155-175 ป.)

ขณะที่ “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” จอมบู๊หมัดโหดจากมหาสารคาม พบกับ “ธานท์ ซิน” จากเมียนมา ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 134 ป.

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคู่ร่วมเสิร์ฟความมันในศึกนี้  ได้แก่ 

โจฮัน กาซาลี (มาเลเซีย/สหรัฐอเมริกา) vs โยฮัน เอสตูปินาน (โคลอมเบีย) กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

มาวริส อาเบวี (สวิตเซอร์แลนด์) vs ซามัต มาเมดอฟ (คาซัคสถาน) กติกา MMA รุ่นไลต์เวต (155-175 ป.)

มาร์เซโล การ์เซีย (บราซิล) vs มาซากาซึ อิมารานิ (ญี่ปุ่น) กติกาปล้ำจับล็อก ไม่จำกัดน้ำหนัก

ชากีร์ แอล เตครีติ (อิรัก) vs มาซาอากิ โนอิริ (ญี่ปุ่น) กติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.)

เฟรดดี แฮ็กเกอร์ตี (สหราชอาณาจักร) vs จอร์แดน เอสตูปินาน (โคลอมเบีย) กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

ติดตามรับชมการถ่ายทอดสดศึก ONE 170 ผ่านทาง  Watch.ONEFC.com (บางประเทศ), Facebook & YouTube ONE (บางประเทศ) เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น. และทางช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) รับสัญญาณถ่ายทอดสดเวลา 20.30 น.

หนุ่มใหญ่วัย 59 ปีซิ่งเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้ารถขาด 2 ท่อนดับสลด

เพชรบุรี-เกิดเหตุสลด เก๋งชนเสาไฟฟ้า บริเวณริม ถ.เพชรเกษม  คนขับดับสลด สภาพรถพังยับขาด 2 ท่อน กู้ภัยใช้เวลาเคลื่อนย้ายร่างคนขับกว่า 3 ชม. ทำรถติดสะสมยาวหลายกิโลเมตร

ร.ต.ท.สุทัศน์ มะเจี่ยว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 18.01 น. วันที่ 21 มกราคม 2568 เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนเสาไฟฟ้า บริเวณริม ถ.เพชรเกษม (ขาเข้า กทม.) กม.ที่ 179 ต.ดอนขุนห้วย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในตัวรถ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลชะอำ จ.เพชรบุรี และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จ.เพชรบุรี นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างและอุปกรณ์ส่องสว่างร่วมสนับสนุน

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Toyota สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 7อ-6073 กทม. ชนติดอยู่กับเสาไฟฟ้าแรงสูง สภาพตัวรถหัก 2 ท่อน พังยับเยินไปทั้งคัน ทรัพย์สินและเอกสารต่างๆ ตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ภายในรถพบผู้เสียชีวิตอัดก๊อปปี้ติดอยู่กับพวงมาลัยเบาะคนขับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างเข้าดำเนินการงัดซากรถ เพื่อเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกมาด้านนอก ซึ่งต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ จำนวน 2 คัน มาพยุงเสาไฟฟ้าแรงสูงต้นดังกล่าวเอาไว้ไม่ให้ล้ม ส่งผลทำให้การจราจรในจุดเกิดเหตุติดขัด มีรถติดสะสมยาวหลายกิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ และเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า อ.ชะอำ ใช้เวลากว่า 3 ชม. จึงสามารถเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้สำเร็จ ทราบชื่อต่อมาคือ นายธนกร คูตระกูลทำมงคล อายุ 59 ปี ชาว ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะมีอาการหลับใน จึงทำให้รถเกิดเสียหลักประสบอุบัติเหตุดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง สำหรับร่างผู้เสียชีวิตได้ส่งไปทำการผ่าชันสูตรที่นิติเวช รพ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

เมียนมาเผยส่งตัวผู้ต้องสงสัย ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’กว่า 50,000 คน กลับจีน

เอเอฟพี – รัฐบาลทหารเมียนมาเนรเทศผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์กลับจีนไปแล้วมากกว่า 50,000 คน นับตั้งแต่เดือนต.ค. 2566 ขณะที่เดียวกันร้องขอให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้าแทรกแซงในเรื่องนี้

ขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ผุดขึ้นราวดอกเห็ดทั่วบริเวณพื้นที่ชายแดนของเมียนมา และมีชาวต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ส่วนใหญ่มักถูกค้ามนุษย์หรือถูกบังคับให้ทำงานหลอกเพื่อนร่วมชาติของพวกเขา ในอุตสาหกรรมที่นักวิเคราะห์กล่าวว่ามีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

บทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โกลบอล นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ ฉบับวันที่ 21 มกราคม 2568 ระบุว่ารัฐบาลทหารเมียนมาได้จับกุมและส่งตัวชาวต่างชาติกว่า 55,000 คน ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงชายแดนกลับประเทศบ้านเกิดตั้งแต่เดือนต.ค. 2566 โดยกว่า 53,000 คน ถูกส่งไปจีน

กลุ่มที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง เป็นชาวเวียดนามโดยมีจำนวนมากกว่าพันคน ถัดมาคือชาวไทย ด้วยจำนวนกว่า 600 คน ส่วนที่เหลือมาจากประเทศอื่นราว 25 ประเทศ โดยผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่หลบหนีเข้าเมียนมาอย่างผิดกฎหมายผ่านประเทศเพื่อนบ้าน

“ทิม-พิธา”อ้อนคนปากน้ำเลือกนายกอบจ.สมุทรปราการให้ถล่มทลายทั้งจังหวัด

“ทิม-พิธา”ลงพื้นที่ปากน้ำขอคะแนนให้ “นพดล สมยานนทนากุล” ผู้ท้าชิงเก้าอี้นายกอบจ.สมุทรปราการ เบอร์ 3 อ้อนขอให้เลือกเหมือนปี 66 ที่เลือกตนเองเป็นนายกฯ เลือกสส.ถล่มทลายทั้ง 8 เขตเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 21 มกราคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ หาเสียง โดยในช่วงบ่าย นายพิธา ได้ลงพื้นที่พบปะแฟนคลับที่ไอมอล ปากน้ำ ก่อนจะขึ้นรถแห่ไปรอบเมืองสมุทรปราการกว่า 30 นาที ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ เชิญชวนให้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อบจ. ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ 

นายพิธา ได้เน้นย้ำถึงบัตรเลือกตั้งว่า ให้จำให้ดี เพราะมีทั้งเลือกตำแหน่งนายกอบจ.และสมาชิกสภาจังหวัด การเลือกตั้งในครั้งนี้มีส่วนที่จะเปลี่ยนสมุทรปราการไปในทางที่ดีขึ้นได้ ตนไม่ขออะไรมาก ขอให้พี่น้องทำให้พวกเราเหมือนตอนเลือกตั้งปี 2566 ที่เลือกตนเป็นนายกรัฐมนตรี และเลือก สส.ทั้ง 8 เขตถล่มทลาย ที่นี่คือเมืองหลวงของอดีตพรรคก้าวไกล ขอให้ไม่เบื่อการเมือง และเชื่อในพลังการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย การเลือกตั้งเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของพรรคประชาชน ดังนั้น อยากให้ทุกคนสร้างการเปลี่ยนแปลง การมาวันนี้ตนไม่ได้เตรียมการอะไรมากมาย แค่อยากมาพบปะพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างอบอุ่น วันนี้ลงพื้นที่มา ได้รับกำลังใจเต็มๆ

นายพิธา ได้พูดสีบัตรเลือกตั้ง ว่า “ขนาดอดีตหัวหน้าพรรคยัง งง แล้วประชาชนไม่งงได้อย่างไร กกต.ครับ จริงๆ น่าจะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จะได้ไม่สับสน ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองเดี๋ยวจะให้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาฯ หารือในเรื่องนี้

จากนั้น นายพิธา ได้ลงจากรถมาถ่ายรูปแจกลายเซ็นให้กับแฟนคลับและผู้สนับสนุนพรรคมีผู้มอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้และส่งเสียงกรี๊ดชื่นชมนายพิธา ก่อนที่จะเดินไปทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาดปากน้ำ เชิญชวนให้ไปฟังปราศรัยช่วงเย็น โดยขณะที่อยู่ในตลาดนั้น ได้มีแฟนคลับใส่โบว์สีส้มอันใหญ่มาสวมกอดนายพิธา ทำให้เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก โดยนายพิธา หาเสียงสักระยะ ได้แวะซื้อข้าวเหนียวปิ้งชิม ก่อนจะพูดติดตลกว่า “เอาไส้กล้วย จะได้กล้วยๆ”

สลดกลางกรุง! แขกฉุนขับเก๋งไล่ชนไรเดอร์กระเด็นฟาดเสาเหล็กดับคาที่

ลูกเมียร่ำให้แทบขาดใจ หนุ่มไรเดอร์ ถูกคนขับรถเก๋งตามไล่ชน บนถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ ร่างกระเด็นฟาดกับเสาเหล็กกล้องวงจรปิด ดับสลดคาที่

เมื่อวันที่  21 มกราคม 2568 ร้อยตำรวจโท จรินทร์ รัตนสุวรรณชัย รองสารวัตรสอบสวนสน. ลุมพินีและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ๊งรับแจ้งเหตุ รถเฉี่ยวชนบริเวณ ริมฟุตบาท สุขุมวิท 10 เจ้าหน้าที่จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบ
ร่างคนขับไรเดอร์ สวมเสื้อแขนยาวสีชมพู และกางเกงยีนส์ถูกชน ร่างกระแทกเสาร์กล้องวงจรปิด โดยสภาพร่างกายตัวบิดงอ ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสภาพเละ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวสยามได้ลงพื้นที่อย่างที่เกิดเหตุและได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายกิตติภูมิ ศรีบุญเรือง อายุ 48 ปีไรเดอร์ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตนเห็นไรเดอร์และรถเก๋งคันดังกล่าวจอดอยู่เลนขวามีปากเสียงกันอยู่ คาดว่าน่าจะมีปัญหาการเฉี่ยวชนกันเกิดขึ้น ขณะนั้นรถเก๋งดังกล่าว ได้พยายามหลบหนี โดยไรเดอร์ได้ยืนขวางรถไว้ แต่รถเก๋งคันดังกล่าวพยายามจะขับหนีรายได้ดังกล่าวจึงได้ทุบรถและคนขับรถเก๋ง คันดังกล่าวได้เปิดประตูรถออกมาและ ทำร้ายไรเดอร์ก่อนที่ไรเดอร์จะขึ้นจักรยานยนต์ไฟฟ้าขับรถหนี โดยมีรถเก๋งขณะดังกล่าวขับไล่ตามไปชนจากเลนขวาไปถึงเลนซ้ายสุด ทำให้ร่างของไรเดอร์คนดังกล่าวกระเด็นลอยไปกระแทกกับเสาไฟ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมาได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางสาวสายใจ ตามบุญอายุ 39 ปีภรรยาของไรเดอร์คนดังกล่าวเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าตอนยังคุยกับสามีอยู่เลยเรื่องค่าชุดของลูกโดยสามียังบอกว่าเดี๋ยวจะไปจ่ายเงินให้กับลูกอยู่เลย โดยตอนคบหากับสามีมามากกว่า 24 ปีและมีลูกด้วยกันสี่คน ซึ่งแต่ละคนก็ยังศึกษาเล่าเรียนอยู่โดยคนโตเพิ่งจะจบ ม. 6 กำลังจะเตรียมเข้ามหาลัยสามีจึงต้องเร่งหาเงินเพื่อมาจุนเจือค่าใช้จ่ายในบ้านและค่าเทอมของลูก กระทั่งมาเกิดเหตุสลดดังกล่าวตนรู้สึกช็อคมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ตนก็ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อไปเมื่อสูญเสียเสาหลักเพราะว่าตนก็ไม่ได้มีรายได้สามีเป็นคนเดียวที่หาเลี้ยงครอบครัว และอยากฝากบอกไปถึงคนที่ขับชนว่าทำไมถึงใจร้ายขนาดนี้ไม่คิดบ้างหรอว่าคนอื่นต้องมีครอบครัวที่ต้องดูแลและมีครอบครัวที่รอเค้ามันหนักหนาถึงกับต้องฆ่าแกงกันเลยหรอ ตนขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวรถเก๋งยี่ห้อ Altis สีขาว ทะเบียน วล6583 กรุงเทพมหานครได้ขับหนีไปจนมุมที่ซอยสุขุมวิท 4 ก่อนจะถูกควบคุมตัวมาที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนและสอบสวน ในกล่อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

สภาผู้บริโภคพานำผู้เสียหายร้องเอาผิดมือถือดังหลังติดตั้งแอพเงินกู้

สภาผู้บริโภคพา ผู้เสียหายร้อง เอาผิดค่าย มือถือชื่อดัง (OPPO – realme) หลังติดตั้งแอพเงินกู้ดอกเบี้ยสูงมากับตัวเครื่อง พบมีแอพเกมส์พนันออนไลน์เพิ่มมาอีก

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.68 ที่สนามหญ้าหน้าศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค, นายพรวุฒิ พิพัฒนเดชศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม สภาผู้บริโภค และ นายจิณณะ แย้มอ่วม ทนายความ พร้อมผู้เสียหายกว่า 10 คน เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกับ 2 ค่ายมือถือดัง OPPO และ realme กรณีพบแอพกู้เงินเถื่อนฝังในโทรศัพท์ โดยมี พ.ต.ท.ปริญญา ปาละ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ.เป็นผู้รับหนังสือ

นายภัทรกร เปิดเผยว่า วันนี้นำผู้เสียหายจากกรณีของค่ายมือถือ OPPO และ realme มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ในส่วนของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่ติดตั้งแอพฯ ปลอมสินเชื่อที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตอนนี้มีผู้เสียหายที่เข้ามาร้องเรียนที่สภาผู้บริโภคประมาณ 192 ราย แบ่งแยกออกเป็น 2 ส่วน คือความผิดต่อข้อมูลส่วนบุคคล และเรื่องของการทวงถามหนี้ที่ผิดกฎหมายที่มีการกู้ยืมเงิน โดยมีผู้เสียหายที่ทำการกู้ยืมเงินไปแล้วความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท

และจากการที่ผู้เสียหายกู้ยืมเงินไปแล้ว มีการเปิดเผยว่ามีการชำระเงินผ่านบัญชีม้า และมีบัญชีม้าที่เป็นลักษณะนิติบุคคล และบริษัททวงถามหนี้ที่เป็นลักษณะนิติบุคคลไทย โดยมีเครือข่ายเชื่อมโยงไปต่างประเทศ ซึ่งเราได้ข้อเท็จจริงว่าชื่อบริษัทที่รับชำระหนี้ให้เงินกู้ต่างๆนั้น ชื่อบริษัทแสนเปย์เป็นของคนไทย

นายจิณณะ กล่าวว่า ในส่วนของการที่มาแจ้งความนั้น ต้องการให้ดำเนินคดีทั้งทางอาญา และทางแพ่ง ซึ่งสภาผู้บริโภคมีเจตนาที่จะคุ้มครองสิทธิ และหาหนทางในการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายรายบุคคล โแผนดยทางเรามีการวางแผนที่จะดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งตอนนี้อาจจะยังไม่เปิดเผยชื่อ แต่มีปรากฏในสื่อบ้างแล้วว่ามีใครบ้าง และหากไปดูจริงๆเจ้าของเครื่องหมายการค้าของแอพ จะทราบว่าเป็นบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ แต่ก็มีการใช้ตัวแทนที่เป็นคนไทยในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และก็มีการจดทะเบียนเป็นเจ้าของแอพ ซึ่งบุคคลดังกล่าวก็ต้องฟ้องดำเนินการด้วยเช่นกัน

เนื่องจากแอพนี้มาจากการดำเนินการที่ทางค่ายมือถือกล่าวอ้างว่าติดตั้งมาจากโรงงาน แต่อีกนัยยะหนึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเมื่อมีการอัพเดทซอฟต์แวร์ ก็จะมีการเด้งแอพที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ขึ้นมาด้วย โดยในส่วนนี้ทางค่ายมือถือยังชี้แจง โดยผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายให้กับทุกคน โดยจะมีการดำเนินคดีแบบกลุ่มเพื่อที่จะดำเนินคดีครั้งเดียว ซึ่งสิ่งที่ค่ายมือถือแถลงมายังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าจะเยียวยาผู้เสียหายอย่างไร และไม่แน่ใจว่าข้อมูลต่างๆนั้นหลุดไปถึงแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์แล้วหรือยัง

“สิ่งที่เราต้องการอีกอย่างหนึ่ง คืออยากให้ OPPO ต้องมาเปิดเผยว่าใครคือเจ้าของแอพเงินกู้ การที่ OPPO ช่วยเหลือในการปิดบังหรือไม่ให้ข้อมูลใดๆเลยเกี่ยวกับเจ้าของแอพเงินกู้ จะเข้าข่ายตัวการร่วมหรือเป็นผู้สนับสนุน เพราะตนเชื่อว่าการที่แอพเงินกู้หรือแอพที่ผิดกฎหมายเข้ามาอยู่ใน FinEasy จะต้องมีการตอบแทนกันแน่นอน เพราะคงไม่มีใครให้มาลงแอพฟรีๆ การได้ค่าตอบแทนเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมมือให้แอพนี้แสวงหารายได้โดยมิชอบ OPPO ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าใครคือเจ้าของแอพ ต้องให้ข้อมูลนี้ ถ้าไม่ให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนว่าคือตัวการร่วม หรือผู้สนับสนุนในการทำความผิด“ นายจิณณะ กล่าว

นายพรวุฒิ ระบุว่า ในส่วนนโยบาย มองว่าปัญหาเงินกู้ค่อนข้างที่จะเป็นปลายเหตุแล้ว เพราะมีการติดตั้งแอพเงินกู้และมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่ผิดกฎหมาย ซึ่งต้นเหตุคือแพลตฟอร์มที่ติดตั้งแอพ อาทิ แอพสโตร์ และเพลย์สโตร์ โดยมีการติดตั้งแอพมาก่อนหน้านี้ ที่ไม่ได้มีการตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในเครื่อง นอกจากนี้การติดตั้งแอพพลิเคชั่นมาตั้งแต่ที่โรงงาน ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างหนึ่ง ไหักม่ว่าจะเป็นหักพื้นที่ความจุที่ติดตั้งแอพที่ไม่สามารถถอนการติดตั้งได้ รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ปัญหาเหล่านี้อาจจะได้รับการแก้ไขโดยที่สภาผู้บริโภคหรือหน่วยงานรัฐอื่นๆที่จะต้องทำงานร่วมกัน

นอกจากนี้ตนมองว่าบริษัท OPPO เป็นบริษัทขนาดใหญ่ เวลาต้องการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ ในแอพพลิเคชั่นที่ประกอบธุรกิจใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ในการส่งชุดคำสั่งในการติดตั้งอัพเดทแอพพลิเคชั่นเข้าไปในมือของผู้ใช้งาน แต่สวนทางกันเมื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคหรือเยียวยาความเสียหายในการลบแอพพลิเคชั่นที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ออกไป OPPO กลับใช้เวลาหลายวัน ตามคำสัญญาที่มีการหารือไว้กับหน่วยงานรัฐ ว่าจะแก้ไขปัญหาไม่เกินวันที่ 27 ม.ค.  ซึ่งตนมองว่า OPPO มีทรัพยากรจำนวนมาก แต่กลับใช้เวลานานมากเกินไป 

ขณะที่ นายปฏิพล พุทธชูชาติ อายุ 31 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนได้ซื้อโทรศัพท์ OPPO Reno 11F ตั้งแต่ได้เครื่องมา เมื่อเปิดเครื่องพบว่ามีแอพ FinEasy และยืมอย่างมีความสุข และเมื่ออัพเดทซอฟแวร์ กลับพบว่ามีแอพอื่นๆกว่า 10 แอพ ที่เป็นเกมส์เหมือนลักษณะของการพนันออนไลน์ติดมากับตัวเครื่องด้วย ซึ่งมองว่าไม่สมควร บริโภคเพราะเป็นสิทธิของผู้บริโภคที่จะต้องติดตั้งแอพเอง ทั้งนี้แอพอื่นๆที่เป็นเกมส์ต่างๆ สามารถถอนการติดตั้งได้ แต่ตนมองว่าก็ไม่สมควรติดตั้งมาตั้งแต่แรก

ด้าน พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวว่าพนักงานสอบสวนจะสิบปากคำผู้ร้องให้ครบองค์ประกอบการร้องทุกข์กล่าวโทษ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละ บก.ในส่วนของ บช.ก.ต่อไป

เศรษฐกิจตกต่ำแม่ค้าเมืองพัทยาโอดยอดขายเสื้อแดงตรุษจีนซบเซา

บรรยากาศซื้อขายชุดแดงตรุษจีนเมืองพัทยายังไม่คึก แม่ค้าบ่นปีนี้เงียบกว่าปีที่แล้ว เหตุหยุดยาวปีใหม่หลายวัน ขณะที่ตรุษจีนปีนี้สู้ปีที่แล้วไม่ได้

บรรยากาศการซื้อขายที่ตลาดลานโพธิ์ นาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบว่าการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่ออกมาเลือกซื้อชุดสีแดงเพื่อสวมใส่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2568 ไม่ค่อยคึกคัก ปกติช่วงก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนมักมีประชาชนออกมาเลือกซื้อชุดแดงตรุษจีนกันแล้วแต่ปีนี้ปรากฎว่าไม่คึกคักเท่าที่ควร

สอบถามเจ้าของร้านปู บูติค นาเกลือ เล่าว่า ถ้าเทียบกับปีที่แล้วถือว่าปีนี้เงียบกว่ามาก คาดว่า ประชาชนหยุดยาวปีใหม่หลายวันเงินอาจหมดทำให้คนยังไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย แต่เชื่อว่าเมื่อใกล้วันจ่ายจะมีประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากกว่านี้ เพราะแต่ละปีวันจ่ายจะมีลูกค้ามาเลือกซื้อชุดแดงเพื่อสวมใส่ในเทศกาลเป็นจำนวนมาก

สำหรับ เมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานเทศกาลตรุษจีนเมืองพัทยา ในวันเสาร์ที่ 25 และวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 โดยในวันที่ 25 มกราคม 2568 มีการประกวด ตี๋-หมวย ไชนีส ชิงทุนการศึกษารวม 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและสายสะพาย พัทยาที่ลานกิจกรรมสวนสาธารณะลานโพธิ์ (นาเกลือ) การแสดงมังกรและสิงโต การแสดงวงดนตรีจากวงเซฟแพลนเน็ต วันที่ 29 มกราคม 2568 มีพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษเทศกาลตรุษจีนเมืองพัทยา ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ศาลาว่าการเมืองพัทยา อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พัทยา) เขา ส.ทร.5 (พัทยา) และมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน นาเกลือ

เกษตรกรเมืองพิมายไม่กลัวถูกตัดสิทธิ์ เพราะตัดอ้อยสดเข้าโรงงาน

นครราชสีมา-ชาวไร่อ้อยพิมาย เผย เกษตรกรในพื้นที่ไม่มีใครเผาอ้อย ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานอยู่แล้วจึงไม่กลัวถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร

จากกรณีภาครัฐได้ให้หน่วยงานที่ดำเนินโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร กำหนดคุณสมบัติของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ โดยต้องไม่เป็นผู้ที่มีประวัติการเผาในพื้นที่การเกษตรตามประกาศนี้ หากพบว่า เกษตรกรที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการมีประวัติการเผาในพื้นที่การเกษตร ให้ถือว่า ขาดคุณสมบัติการเข้าร่วมโครงการนั้น และให้หน่วยงานแจ้งผลการพิจารณาให้เกษตรกรรายดังกล่าวรับทราบด้วย   โดยเกษตรกรรายใดมีประวัติการเผาในพื้นที่การเกษตร  เกษตรกรรายนั้นจะไม่ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรทุกโครงการ  โดยเป็นการขาดคุณสมบัติในการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2570

ขณะที่ นายชูชาติ เทือกพุทรา อายุ 50 ปี หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย บ้านนาตาหิน ตำบลหนองระเวียง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งบอกว่า หลังจากทางภาครัฐมีมาตรการขั้นเด็ดขาดกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเกษตรกร เพราะปัจจุบันทางโรงงานน้ำตาลเอง ก็ได้กำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจนกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยอยู่แล้วในเรื่องการห้ามเผา

โดยหากเกษตรกรรายใดเผาอ้อย ก็จะถูกหักค่าความหวาน และจะรับซื้อในราคาต่ำ จึงทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีใครเผาอ้อยส่งโรงงาน เพราะไม่คุ้มทุน แต่จะตัดอ้อยสดเข้าโรงงานกันแทบทุกราย ซึ่งในพื้นที่ตำบลหนองระเวียง อำเภอพิมาย ไม่มีปัญหาการเผาอ้อยเข้าโรงงาน และไม่กลัวจะถูกตัดสิทธิเพราะไม่มีเกษตรกรรายใดเผาอ้อยเข้าโรงงานเลย

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา