ตลาดแรงงานในอนาคต “จะเกิดขึ้น” เปิด 10 ทักษะจำเป็นตลาดไทย

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข้อมูลรายงาน “Future of Jobs 2025” ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum ในการเสนอแนวทางเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระหว่างปี พ.ศ. 2568–2573

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานนี้อ้างอิงจากการสำรวจ 1,000 บริษัท ครอบคลุมพนักงาน 14 ล้านคน ใน 22 อุตสาหกรรม จาก 55 ประเทศทั่วโลก โดยมีผลการวิเคราะห์ที่สำคัญดังนี้

•ตำแหน่งงานใหม่ 170 ล้านตำแหน่ง จะเกิดขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม
•92 ล้านตำแหน่งงาน จะหายไป เนื่องจากระบบอัตโนมัติและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
•การเติบโตสุทธิของการจ้างงานคิดเป็น 7% หรือเท่ากับ 78 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก

ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานในปี 2573 โดยเรียงลำดับความสำคัญ ดังนี้
1.การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ และนวัตกรรมด้านพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่เปลี่ยนแปลงบทบาทงานและทักษะ
2.การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกระตุ้นความต้องการวิศวกรสิ่งแวดล้อมและพลังงานหมุนเวียน
3.ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นความท้าทายสำคัญ
4.การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ประชากรสูงอายุในประเทศรายได้สูงและแรงงานขยายตัวในประเทศรายได้ต่ำปรับเปลี่ยนตลาดแรงงาน
5.การแบ่งแยกทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ข้อจำกัดทางการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจ

ทักษะในอนาคตของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2573 สองในห้าของทักษะที่มีอยู่จะถูกเปลี่ยนแปลง ทักษะที่สำคัญของไทย คือ ทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล ในขณะที่ระดับโลกเน้นทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล ความฉลาดในการใช้งานเทคโนโลยี และทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์
 
กลยุทธ์สำคัญ 5 ประการสำหรับประเทศไทย

1.สร้างการเปลี่ยนแปลงแบบ Holistic Skill Change: ยกเครื่องการ Upskill ของบุคลากรในมิติ ไม่ใช่ทักษะใดทักษะหนึ่งเท่านั้น
2.สร้างองค์กรให้เป็น Future-Ready Organization ที่ต้องมีระบบการพัฒนาทักษะอนาคตของบุคลากร
3.Human Replacement งานที่ซ้ำซากให้เลิกใช้คน และทดแทนด้วยระบบ Automation
4.Enhancing Dynamic Work Role มีการส่งเสริมให้ไม่ยึดติดกับบทบาทการทำงานในแบบเดิม ๆ แต่มีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
5.ผสานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้เข้ากับการทำงาน: เชื่อมโยงเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างนวัตกรรมที่เพิ่มคุณค่าและความสามารถในการแข่งขัน

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ยังกล่าวด้วยว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็น ’The University of AI‘ มหาวิทยาลัยแห่งนี้มุ่งสร้าง “คนพันธุ์ใหม่” หรือ “Future Human” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญในการใช้งาน AI (Artificial Intelligence) แต่ยังเปี่ยมด้วยทักษะที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง II (Instinctual Intelligence) หรือ “ปัญญาสัญชาตญาณ” ซึ่งสร้างสรรค์ปัญญาที่ไม่อาจประดิษฐ์ขึ้นได้ ที่สำคัญ ‘คนพันธุ์ใหม่’ จะต้องไม่ได้มีเพียงสมองที่ชาญฉลาด แต่ต้องมีหัวใจที่ดีงาม ที่จะเปลี่ยนความสามารถทางเทคโนโลยีให้เป็นพลังที่สร้างคุณค่าแก่ทั้งตนเองและสังคม”

นายกฯ”แพทองธาร” ลุยบึงบอระเพ็ด พัฒนาแหล่งน้ำชาวนครสวรรค์แก้ภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.68 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายสมจิตฐิพงศ์ อำนาจศาล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครสวรรค์ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ว่า ปัจจุบัน (13 ม.ค.68) มีปริมาณน้ำประมาณ 186.64ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 79.50 ของความจุอ่างฯ สำหรับบึงบอระเพ็ด ถือเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง กรมชลประทานได้ร่วมกับหลายหน่วยงาน พัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด โดยวางแผนงานในการแก้ไขปัญหาบึงบอระเพ็ดไว้ 4 ด้าน ดังนี้

ด้านที่ 1 บริหารจัดการ/การเข้าใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้านที่ 2 การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและสร้างความมั่นคงของน้ำ ด้านที่ 3 คุณภาพน้ำ ตะกอน และรักษาระบบนิเวศ และด้านที่ 4 การจัดการน้ำท่วมและบรรเทาอุทกภัย รวมทั้งสิ้น 30 โครงการ มีแผนการดำเนินงานระหว่างปี 2563-2572 มุ่งหวังในการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ดอย่างครบวงจร เนื่องจากเป็นพื้นที่เก็บกักน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญ หากโครงการแล้วเสร็จทั้งหมด จะมีน้ำต้นทุนเพิ่มมากขึ้นประมาณ 35 ล้าน ลบ.ม. สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้อย่างเต็มศักยภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่หน่วงน้ำในแม่น้ำสายหลักในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อลดปริมาณน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้อีกทางหนึ่งด้วย

ฝากขัง “จ่าเอ็ม กองเรือ”เร่งสาวผู้บงการฆ่า “ลิม กิมยา”อดีตสส.กัมพูชา

ตำรวจสน.ชนะสงครามนำตัว ฝากขัง “จ่าเอ็ม กองเรือ” สวมเกราะ หมวกกันกระสุนมีอรินทราช 26 คอบยดูแลเรื่องความปลอดภัยตลอดทาง

พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ควบคุมตัวนายเอกลักษณ์ แพน้อย หรือ “จ่าเอ็ม กองเรือ” ผู้ต้องหาในคดีใช้อาวุธปืนยิงนาย ลิม กิมยา อดีต สส.กัมพูชา ไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังผัดแรกโดย  นายเอ็มสวมเสื้อยืดสีฟ้าพร้อมเกราะกันกระสุน และหมวกกันกระสุนสวมกางเกงขายาวสีดำ มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ตอบคำถามใดๆกับสื่อมวลชน สำหรับขบวนรถที่จะพาไปฝากขังต่อศาลฯ นั้น มีหน่วย อรินทราช 26 คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ตลอดทาง การสอบสวน แม้จ่าเอ็ม จะไม่ให้การถึงผู้มีพระคุณ ที่ว่าจ้างวานฆ่า แต่คำรับสารภาพในส่วนของตนถือเป็นพยานหลักฐาน ที่สามารถใช้ประกอบสำนวนคดีได้

จากนี้ ตำรวจจะสืบสวนหาบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการจ้างวาน จ่าเอ็ม ฆาตกรรม อดีตสส.ฝ่ายค้านกัมพูชา โดยเมื่อพิสูจน์ทราบได้แล้วว่าเป็นใคร ก็จะเรียกบุคคลนั้นมาสอบปากคำ ต่อไปขณะเดียวกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แม่พร้อมน้องสาวคนกลางของจ่าเอ็มได้นำข้าวผัดหมู กระเพราหมู อย่างละ 1 กล่อง และน้ำเปล่า 1 ขวดมาเข้าเยี่ยมนายเอ็ม แต่ตำรวจสิบเวรหน้าห้องขังได้แจ้งกลับแม่ว่านายเอ็มปฏิเสธที่จะให้เข้าพบและไม่ขอรับข้าวกล่องจากคุณแม่ ก่อนที่คุณแม่และน้องสาวจะเอาข้าวกล่องพร้อมน้ำให้ตำรวจไปแทน

ภูเรือหนาวมากหลายหมู่บ้านแม่คะนิ้งขาวโพลน-แม่ค้าตลาดสดผิงไฟขายผักขายปลา

เลย-บ้านหินสอ อ.ภูเรือ อุณหภูมิลดเหลือ 0 องศาฯ เกิดปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งขาวโพลนบนยอดหญ้าเป็นลานกว้าง ชาวบ้านต้องผิงไฟไล่หนาว ขณะที่แม่ค้าตลาดเช้าเทศบาลเมืองเลยพากัน สวมเสื้อกันหนาว 3 ชั้น เผยหนาวเย็นสุดๆในรอบ30 ปี โดยพื้นที่ราบเฉลี่ย 6-7 องศาฯ

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานในพื้นที่จังหวัดเลยอากาศค่อนข้างหนาวเย็นมากเพราะโอบล้อมไปด้วยภูเขา ประชาชนตามชุมชน หมู่บ้านต่างก่อไฟผิงให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ล่าสุดเช้าวันนี้(13ม.ค.)มีรายงานว่า ที่บริเวณหมู่บ้านหินสอ ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ ได้เกิดปรากฎการณ์แม่คะนิ่งหรือน้ำค้างแข็งบริเวนท้ายหมู่บ้าน เกิดบริเวณลานหญ้า และบนฟางข้าว

นายวุฒิชัย พรมมานอก ผู้ใหญ่บ้านหินสอ กล่าวว่าช่วงนี้หมู่บ้านดินสอ สภาพอากาศในช่วงหลังเที่ยงคืนของคืนที่ผ่านมานั้นอากาศหนาวมาก เท่าที่จำได้ไม่หนาวมากขนาดนี้มาหลายปี ในช่วงเช้าอุณหภูมิลดลงจะอยู่ที่ประมาณ 6-7 องศาเซียลเซียส ชาวบ้านต้องตื่นแต่เช้าออกมาผิงไฟกันตั้งแต่ตี 5 ได้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติน้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้งบนยอดหญ้าท้ายหมู่บ้านบริเวณฟางหญ้า ลักษณะเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน และอีกจุดหนึ่งคือบริเวณสนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านดินสอซึ่งเป็นแม่คะนิ้งบนยอดหญ้าเช่นกัน

ขณะเดียวกันเช้าตรู่วันเดียวกันนี้ ที่ตลาดเช้าเทศบาลเมืองเลย บรรดาแม่ค้าพ่อค้าที่ขายของ ขายผักขายสินค้าต่างๆในตลาดได้นำเสื้อกันหนาวกันมาสวมใส่ 2-3 ชั้นเพื่ออบอุ่นร่างกายเนื่องจากใน 2 คืนที่ผ่านมาสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเลยนั้นลดลงอีกประมาณ 2 องศา และคาดว่าในช่วงประมาณ 6 โมงถึง 7 โมงเช้า อุณหภูมิในพื้นราบของจังหวัดเลยในตัวเทศบาลเมืองเลยจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 องศาฯ จึงทำให้อากาศนั้น หนาวมากจริงๆในรอบ 30 ปี

นางดวงใจ แม่ค้าตลาดเช้าบอกว่า ตอนนี้แม่ค้าต้องใส่เสื้อหนาวสองถึงสามชั้นกันทุกคน ต้องรวมกลุ่มก่อไฟผิง เพราะอากาศในปีนี้หนาวมาก อุณหภูมิตอนนี้เวลา 04.50 น.อยู่ที่ 8 องศาฯ แต่เมื่อถึงพรุ่งนี้ช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.00- 07.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาฯ อยู่ที่ประมาณ 6-7 องศาฯ

แมงดานาพลิกชีวิต “แม่ลิ”จากติดหนี้ท่วมหัว สู่เจ้าของธุรกิจส่งออก

จากหนี้ท่วมตัวจากการทำนาแต่ “แม่ลิ”หรือ มะลิ โนนธิง อายุ 64 ปี ไม่เคยคิดท้อแท้ต่อชะตาชีวิตตรงกันข้ามกลับฮึดขึ้นมาสู้อีกครั้ง พลิกชีวิตจากซื้อแมงดานามาปรุงน้ำพริกทานกับผักหวังประทังชีวิตไปวันๆแต่คิดไปคิดมาทำไมแมงดาถึงราคาดีกว่าข้าวเสียอีก แถมความต้องการของตลาดมากขึ้นเรื่อยๆจากนั้นจึงซื้อแมงดาตัวผู้ตัวเมียมาเลี้ยงเอง จากนั้นไม่นานก็ฟักไข่ขยายพันธุ์ไม่หยุดทำให้ต้องขยายพื้นที่เลี้ยงแมงดาโดยทำเป็นฟาร์มเชิงพานิชย์ ชื่อว่า ศูนย์เลี้ยงแมงดานาแม่ลิ ที่บ้านโนนเชือก ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งบ่อเลี้ยงแมงดานานั้น ได้แยกบ่อเลี้ยงเป็นบ่อขนาดใหญ่ จำนวน 8 บ่อ มีผ้ากันแดดล้อมรอบเอาไว้ นอกจากนี้ยังพบบ่อพักแมงดา พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ซี่งเป็นแมงดาที่เก็บมาพักให้มีความแข็งแรงก่อนส่งขายตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง

แม่ลิ บอกว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ก็ต่อสู้มาทุกรูปแบบ ทั้งขายอาหาร เลี้ยงปลา เลี้ยงจิ้งหรีด เลี้ยงวัว ขาดทุนจนหมดตัวเป็นหนี้สินจำนวนมาก เพราะขาดทุนและปุ๋ยที่มีราคาแพง จนกระทั่งในปี 2560 ได้ซื้อแมงดานาที่ตลาดมาทำกับข้าวขาย สังเกตุได้ว่าจะขายได้ราคาดีกว่ากับข้าวทั่วไป และลูกค้าก็ต้องการมาก จึงตัดสินใจซื้อแมงดา ตัวผู้กับตัวเมียมาเลี้ยงเอง โดยเตรียมบ่อ เตรียมดิน เตรียมอาหารไว้พร้อม จากนั้นก็ปล่อยแมงดาลงไป ไม่กี่วันแมงดาก็ออกไข่ และฟักเป็นตัว  ซึ่งในระยะแรกยังไม่รู้วิธีการเก็บ จึงได้นำสวิงลงไปตักในโคลนตมที่อยู่ในบ่อเลี้ยง แต่เมื่อตักขึ้นมา แมงดาไม่แข็งแรงและตาย

“สำหรับการเลี้ยงแมงดานานั้น เริ่มจากเตรียมบ่อเลี้ยงที่เป็นบ่อปู ผ้าใบ หรือบ่อดินก็ได้ ลึกประมาณ 50 ซม. จากนั้นหาพืชน้ำ จอก แหน มาใส่ลงในบ่อ ทำสแลนครอบเพื่อป้องกันแมงดาบินออก เติมน้ำลงในบ่อ จากนั้นนำอาหารที่ใช้เลี้ยงแมงดา คือกุ้งเล็ก ปลาซิว หรือลูกอ๊อด มาลงที่บ่อ เมื่อแมงดาโตเต็มที่และเป็นตัวแก่ จะบินขึ้นจากบ่อมาเกาะที่สแลน ก็สามารถจับมาไว้ที่บ่อพักเพื่อส่งขาย”

จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลาร่วม 8 ปี จึงประสบความสำเร็จ มีลูกค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ออเดอร์แมงดานาเข้ามา เพราะฟาร์มได้ทำเพจศูนย์เลี้ยงแมงดาแม่ลิขอนแก่นให้ประชาชนเข้ามาดูการเลี้ยงแมงดาและสั่งสินค้าและสั่งแมงดานาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เพราะขณะนี้นอกจากเลี้ยงแมงดาแล้ว ยังได้ทำผลิตภัณฑ์ อาหารจากแมงดาออกมาจำหน่ายด้วยมีทั้งแจ่วบองแมงดา น้ำพริกนรกแมงดาปลาช่อนและน้ำปลาแมงดา โดยจะมีการขายแมงดาตัวผู้พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์คู่ละ 100 บาท และถ้าลูกค้าต้องการแมงดาเอาไปรับประทานหรือเอาไปตำน้ำพริก ซึ่งจะเป็นแมงดาแก่ที่น็อคแล้วนั้นจะขายตัวผู้ ตัวละ 25 บาท ตัวเมียตัวละ 15 บาท

ขณะนี้มีลูกค้าออเดอร์พ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาแล้ว 500 คู่ ทางฟาร์มก็มีแมงดาพร้อมส่งให้ลูกค้าได้ทันที เพราะในบ่อพักที่เก็บแมงดามาพักไว้มีจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้มีลูกค้าที่ประเทศเวียดนามได้สั่งแมงดารวม 1,000 ตัว ทางฟาร์มก็จะส่งไปให้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ที่ฟาร์มยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ ให้ประชาชนที่ต้องการเลี้ยงแมงดานา เข้ามาศึกษาหาความรู้วิธีการเลี้ยงที่ฟาร์มได้ตลอดทั้งปี  และถ้าประชาชนหรือ หน่วยงานใดจะมาดูงานมาเรียนรู้สามารถประสานงานผ่านเพจศูนย์เลี้ยงแมงดาแม่ลิขอนแก่นได้ตลอด

“แมงดาช่วยให้ครอบครัวหมดหนี้ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องดิ้นรนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุกวันนี้ขายแมงดาได้เดือนละหลายหมื่นบาท จึงไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน สามีที่ป่วยเป็นโรคไต ต้องฟอกไตโรงพยาบาล และเลือกฟอกไตในรพ.ซึ่งก็โชคดีที่มีรายได้จากการขายแมงดาและการขายผลิตภัณฑ์อาหารจากแมงดา ทำให้มีเงินพอกับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในรพ.”แม่ลิ กล่าว

นอกจากฟาร์มจะเลี้ยงแมงดานาแบบสดเป็นตัวแล้ว ยังได้ทำผลิตภัณฑ์จากแมงดาออกมาขาย มีทั้งแจ่วบองแมงดา น้ำพริกนรกปลาช่อนแมงดา ซึ่งบรรจุในกระบุกมีทั้งกระปุกใหญ่ กระปุกขนาดกลางและกระปุกเล็ก ที่ขายในราคา 100-120-150 บาท ซึ่งในส่วนผสมจะมีแมงดารวมอยู่ด้วยส่งกลิ่นหอมขณะรับประทานกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยและผักสดผักลวก และน้ำปลาแมงดา ที่มีแมงดาอยู่ในขวดอีกด้วย

ทั่วไทยเย็นยะเยือก!ลุงตาบอดหนาวตาย-เหมยขาบโผล่อินทนนท์

สภาพอากาศ พบว่า ทั่วประเทศไทยมีอุณหูมิหนาวเย็นลงอย่างมาก โดยเฉพาะบนยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ยังคงมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด เมื่อช่วงเช้า พบว่า อุณหภูมิลดต่ำลงเหลือ 1 องศาเซลเซียส ทำให้ เกิดน้ำค้างแข็ง หรือเหมยขาย ขาวโพลนเกาะอยู่ตามยอดหญ้า นักท่องเที่ยวต่างพากันตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็น ธรรมชาติที่จะพบได้ในช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวจัดที่สุดเท่านั้น

เช่นเดียวกับที่จังหวัดเลย พบว่า มีมวลอากาศเย็นกำลังแรง ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ลมหนาวพัดแรง ยอดภูเรืออุณหภูมิลดเหลือ 0 องศาเซลเซียส 

ทั้งนี้ นางสาวเนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ กล่าวว่า จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งในอุทยานแห่งชาติภูเรือมีหลายจุด แนะนำให้ไปชมตรงระหว่างทางจากด่านตรวจที่ 2 ขึ้นยอดภูเรือ ระหว่างทางจากลานจอดรถด่านตรวจที่ 2 ลงไปลานกางเต็นท์ภูสน และบริเวณลางกางเต็นท์ภูสน โดยจุดไฮไลต์ที่สวยงามและมีต้นนางพญาเสือโคร่งมากที่สุด และบานพร้อมกันในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ คือบริเวณหน้าห้องน้ำยอดภูเรือ

ซึ่งปีนี้ทางอุทยานฯ มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพดอกนางพญาเสือโคร่งได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งจุดดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้ง่าย นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงมาจากยอดภูเรือประมาณ 50 เมตร ก็พบกลุ่มต้นนางพญาเสือโคร่งแล้ว สำหรับใครที่ต้องการชมดอกนางพญาเสือโคร่งท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ขอเชิญชวนให้เข้ามาเที่ยวกันที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ

ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างตื่นเต้นที่เห็นค่าอุณหภูมิลดต่ำสุดเหลือเพียง 0 องศาฯ หนาวถูกใจนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ซึ่งเป็นผลมาจากมวลอากาศเย็นที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน และคาดว่าอุณหภูมิจะหนาวเย็นต่อเนื่องไปอีกตลอดทั้งเดือน

ส่วนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ พบว่า อุณหภูมิในพื้นราบอยู่ที่ 12 – 13 องศาเซลเซียส ประชาชนต้องสวมใส่เสื้อกันหนาว  และก่อไฟผิงบริเวณหน้าบ้าน เพื่อบรรเทาความหนาวเย็น ส่วนในพื้นที่ยอดภูสิงห์  ภูผาผึ้ง เขตวนอุทยานภูสิงห์ ภูผาผึ้ง ตั้งอยู่พื้นที่ตำบลสร้างนกทา อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ จุดสูงสุดของจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 15 กิโลเมตร มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากางเต็นท์พักค้างแรมอย่างคึกคัก เพื่อสัมผัสอากาศหนาว และทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม โดยพบว่ามีอุณหภูมิอยู่ที่ 6 – 7 องศาเซลเซียส

ขณะที่ ร.ต.อ ปรีชาศักดิ์ ศักดิ์ยปรีชา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านปราสาท พบศพชายนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณบ้านของชาวบ้าน ที่บ้านปราสาท ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลบ้านด่าน
     
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหลังหนึ่งใน บ้านปราสาท ต.ปราสาท อ บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ บริเวณข้างโอ่งน้ำข้างบ้าน พบศพชายทราบชื่อต่อมานายสุข (สงวนนามสกุล)อายุ 69 ปี อยู่หมู่ที่ 3 บ้านปราสาท ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ สภาพนอนหงาย ไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ห่างกันประมาณ 50 เมตร บริเวณริมคลองส่งน้ำ พบเสื้อผ้าเปียกน้ำของผู้ตายกองอยู่ใกล้กับรั้วลวดหนามริมถนนใกล้คลอง

สอบถาม เจ้าของบ้านและเป็นคนพบศพ เล่าว่าช่วงประมาณ 22.00 น. เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตนได้ยินเสียงเหมือนคนมารื้อค้น บริเวณที่พบศพ จึงคิดว่าเป็นแมว ประกอบกับเมื่อคืนอุณหภูมิลดเหลือ 13 องศาเซลเซียส จึงไม่อยากออกมาดู แต่พอตื่นมาตอนเช้า เห็นถุงปุ๋ยคลุมวัตถุบางอย่างจึงหยิบออกเพื่อต้องการเก็บให้เรียบร้อย ระหว่างที่เปิดถุงปุ๋ยออกมา ถึงกับเข่าอ่อน เพราะเป็นร่างคนลักษณะแข็งทื่อและคิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ
       
ด้านน้องชายผู้เสียชีวิต เล่าว่าพี่ชายตาบอดมากว่า 10 ปี ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตามลำพัง คืนเกิดเหตุคาดว่าพี่ชายน่าจะเดินกลับบ้านแต่มาพลาดตกคลองส่งน้ำ แล้วพยายามช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งพี่ชายน่าจะรีบถอดเสื้อผ้าออกเพราะอากาศหนาวจัด และคาดว่าน่าจะพยายามหาที่เครื่องนุ่งห่มกันหนาว จึงคลานไปบ้านหลังดังกล่าว แต่ไม่มีใครออกมาจึงคว้าเอาสิ่งที่ทำได้คือถุงปุ๋ยเอามาคลุมร่าง ซึ่งอาจจะทนกับสภาพอากาศที่หนาวจัดไม่ได้แล้วน็อคเสียชีวิต

อุทาหรณ์!ห่มผ้าแก้หนาวขี่จยย.ชายผ้าสะบัดพันโซ่กลิ้งกลางถนน สิบล้อหวิดเหยียบดับ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก บรือโบ๊บ๋อแบ๋ ได้โพสต์ภาพคนเจ็บและภาพผ้าห่มพันกับโซ่รถจักรยานยนต์ พร้อมระบุข้อความว่า “หน้าหนาวปีนี้รุนแรง ใส่เสื้อกันหนาวเอากันเด้อ อย่าห่มผ้ามันอันตราย”

ทราบต่อมาเจ้าของเฟซบุ๊กคือนาย ภูวนาท วันอุดม อายุ 19 ปี เป็นพนักงานปั๊มบางจาก ถนนสายบุรีรัมย์-นางรอง ขาออกตัวเมือง โดยนายภูวนาท เล่าว่า วันนี้ตนได้เข้าเวรปั๊ม แต่อากาศหนาวมาก ระหว่างนั้นกำลังว่างมองไปที่ถนนเห็นรถจักรยานยนต์มีหญิงชายซ้อนรถกันมา จู่ๆ รถก็ล้มกะทันหันอยู่กลางถนน จากนั้นรถสิบล้อที่วิ่งตามมาได้หักหลบได้ทัน จึงรีบวิ่งไปดูพบว่าฝ่ายชายอายุประมาณ 17 ปี ฝ่ายหญิงอายุประมาณ 16 ปี ยังอยู่ในอาการตกใจนั่งกอดกันกลางถนนท่ามกลางรถที่วิ่งผ่านไปมาเป็นจำนวนมากต่างหักรถหลบเพราะเกรงจะไปชนซ้ำ

จึงพาตัวคนเจ็บมาข้างถนนแล้วลากรถจักรยานยนต์ออกมา เบื้องต้นพบว่าฝ่ายชายแขนขาถลอกเป็นแผล ส่วนฝ่ายหญิงปากแตกและฟันหัก จึงแจ้งให้หน่วยกู้ภัยมาช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล

หลังจากนั้นได้ตรวจสภาพรถพบว่ามีเศษผ้าห่มที่น้องผู้หญิงห่มมาติดกับโซ่รถจักรยานยนต์ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถล้มกะทันหัน คาดว่าน้องผู้หญิงห่มผ้ากันหนาวมาแล้วซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ระหว่างที่รถวิ่งผ้าห่มอาจจะสะบัดปลิวไปกับสายลมแล้วชายผ้าห่มไปพันกับโซ่รถจึงเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

รวบ “โอม ช่างภาพ”ปล่อยภาพคลิปลามกนางแบบลง OnlyFans รับรายได้กว่า 2 ล้าน

สืบนครบาล รวบโอม ช่างภาพดัง ปล่อยภาพคลิปลามกนางแบบลง Onlyfans รายได้กว่า 2 ล้านบาท ตรวจสอบประวัติพบเคยถูกจับเมื่อปี 63

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2568 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส. พ.ต.ท.พีรบูรณ์ แก้วดู รอง ผกก.สส.1 สั่งการให้ พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รองผกก.สส.1 พ.ต.ท.สุนทร ทองพงษ์เนียม สว.กก.สส.1 ร.ต.อ.ปรัชญา โคตรสาขา รอง กก.สส.1 บก.สส.บช.น. นำกำลังจับกุมนายธนากฤต วีระภักดี หรือโอม อายุ 46 ปี ช่างภาพดัง แจ้งข้อหา กระทำความผิดฐาน ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 ผู้ใด

1. เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก 2. ประกอบการค้าหรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น

3. เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4. นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

พร้อมของกลางชุดคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ External Harddisk จำนวน 1 ชุด จับกุมได้ที่บ้านพักในซอยเอกชัย 99/2 ถนนเอกชัย แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กทม. เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากมีเหยื่อนางแบบโมเดล รับถ่ายภาพ ร้องเรียนมายังเพจสืบนครบาล IDMB ว่าถูกช่างภาพแอปพลิเคชันชื่อบัญชี “Kantaehee” ผู้ติดตามจำนวนมากนำรูปภาพแนวลามกอนาจารที่ตนได้รับการว่าจ้างไปลงใน Onlyfans โดยผู้เสียหายได้ถูกชักชวนแนวข่มขู่จึงเกิดความหวาดกลัว ต่อมาผู้เสียหายรับแจ้งข่าวว่า รูปที่ตนถ่ายนั้น ไปปรากฏบนโลกโซเชียล ผู้การจ๋อ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. สั่งการ พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 รรท.ผกก.1 บก.สส.บช.น.สืบสวนและจับกุมคนร้ายโดยเร็วเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย และเกรงจะไปกระทำความผิดต่อสตรีรายอื่น

ตามนโยบายของพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.สส.1 บก.สส.บช.น. รับมอบหมายจากผู้การจ๋อ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ให้สืบสวนจับกุมทราบว่า ช่างภาพคนดังกล่าวใช้บ้านตนเองเป็นสตูดิโอถ่ายภาพ นำหมายค้นของศาลอาญาธนบุรี ที่ 7/2568 ลงวันที่ 10 ม.ค.68 เข้าค้นบ้านพัก ซอยเอกชัย 99/2 พบนายธนากฤต หรือโอม แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านนำตรวจค้นห้องนอนนายโอมชั้น 2

ให้การยอมรับว่า เป็นสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายภาพและถ่ายแบบกลุ่มหญิงสาวที่ได้ว่าจ้างมาให้ถ่ายภาพ และตรวจพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุง รุ่น z4 จำนวน 1 เครื่อง เป็นของนายธนากฤต อยู่บริเวณเตียงนอน

จากนั้นไปตรวจสอบอีกห้องหนึ่งภายในชั้นเดียวกันเป็นห้องทำงานพบชุดคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ External Harddisk จำนวน 1 ชุด ตรวจสอบโทรศัพท์ของนายธนากฤต และอุปกรณ์ดังกล่าว พบการเผยแพร่ภาพลามกอนาจารของหญิงสาวจำนวนมากอยู่ในช่องทาง เพจ Facebook และมีการแนบลิงก์ต่อไปยังเว็บสื่อออนไลน์ Onlyfans จากการตรวจสอบภายในโทรศัพท์มือถือ พบภาพลามกอนาจารที่เผยแพร่ให้บุคคลหรือประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยจะต้องเสียค่าตอบแทนหรือเป็นสมาชิก เป็นรายบุคคล

นายธนากฤต จะได้รับค่าตอบแทนจากการเข้าชมของบุคคลประชาชนหรือสมาชิกที่เข้ามาดู อีกทั้งจากการตรวจสอบชุดคอมพิวเตอร์และ External Harddisk ปรากฏพบภาพลามกอนาจารของหญิงสาวอื่น ๆ จำนวนหลายราย

จากการสอบสวนนายธนากฤต ให้การรับสารภาพว่าตนนั้นทำ Onlyfans มาประมาณ 3 ปี โดยจะได้รับค่าตอบแทนจากการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร จากเว็บ Onlyfans ไปแล้วมากกว่า 2 ล้านบาท

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเมื่อปี 63 ผู้ต้องหาเคยถูกจับคดี กระทำอนาจาร แก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย นางแบบอิสระแนวเซ็กซี่ 2 ราย พื้นที่ สน.ท่าข้าม ทนายใช้เงิน 1 แสนบาทประกันตัวไปในชั้นพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ผู้ต้องหาช่างภาพดังแล้วยังทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายเสื้อผ้าออนไลน์และรับออกแบบลายเสื้อผ้า เนื่องจากเคยศึกษาด้านนี้มา

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า ขอฝากความห่วงใยถึงสุภาพสตรี หรือผู้ที่มีอาชีพถ่ายแบบ โมเดลลิ่ง ขอให้ท่านระวังป้องกันอย่างรอบคอบการถ่ายแบบไม่ว่าจะฟรี หรือมีงบประมาณค่าใช้จ่าย นางแบบควรคุยให้จบเป็นตัวอักษรชัดเจนในอินบ็อกซ์ ไลน์แชต หรือสัญญาจ้าง ควรถามให้ชัดว่ากี่ชุด แนวไหนบ้าง สิ่งที่สำคัญควรพาคนไปเป็นเพื่อนด้วยทุกครั้ง อย่าไว้ใจเด็ดขาด เพราะอาจถูก 18 มงกุฎหลอกได้ อย่าเชื่อคำกล่าวอ้าง รู้จักช่างภาพให้ชัวร์ สำหรับบางคนสงสัยว่าช่างภาพคนนี้เป็นยังไง อาจจะถามเพื่อน ๆ ที่เคยถ่ายกับช่างภาพคนนั้น ถ้าหน้างานไม่น่าเชื่อถือควรตัดสินใจ หยุดการถ่าย ไม่เอาเงินถ่าย เพราะมันคืออนาคตเรา

ก่อนนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางบอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยอดภูเรือหนาวยะเยือก อุณหภูมิต่ำสุด แตะ 0 องศาฯปลุกเที่ยวคึกคัก

เลย-อากาศหนาวสุดๆในรอบหลายปี ยอดภูเรือ 0 องศา หนาวถูกใจนักท่องเที่ยวแห่สัมผัสลมหนาว ชมดวงอาทิตย์ยามเช้า ปลุกท่องเที่ยวคึกคัก

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2568 นักท่องเที่ยวจำนวนมาก พากันเดินทางขึ้นไปบนยอดภูเรือ เพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น และชมดวงอาทิตย์ขึ้น ตื่นตาตื่นใจกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเหลือ 0 องศาเซลเซียส พาถ่ายรูปกับป้ายบอกอุณหภูมิไว้เป็นที่ระลึกกันอย่างเพลิดเพลิน  ซึ่งถือว่าเป็นอุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวปีนี้

อากาศหนาวละลอกนี้เกิดมวลอากาศเย็นกำลังแรง ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ลมหนาวพัดแรง ยอดภูเรืออุณหภูมิลดฮวบเหลือ 0 องศาเซลเซียส อากาศบนยอดภูเรือที่หนาวอยู่แล้วหนาวเย็นลงกว่าเดิม อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 8-9 องศาเซลเซียส และในวันนี้ลดลงจากค่าเฉลี่ยถึง 9 องศาฯ ซึ่งบรรยากาศบนยอดภูเรือก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจากทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม ช่วงนี้ดอกนางพญาเสือโคร่งบริเวณยอดภูเรือก็เริ่มบานให้ได้ชมแล้ว และจะบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์

ด้านนางสาวเนตรนภา  งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ กล่าวว่า จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งในอุทยานแห่งชาติภูเรือมีหลายจุด แนะนำให้ไปชมตรงระหว่างทางจากด่านตรวจที่ 2 ขึ้นยอดภูเรือ ระหว่างทางจากลานจอดรถด่านตรวจที่ 2 ลงไปลานกางเต็นท์ภูสน และบริเวณลางกางเต็นท์ภูสน โดยจุดไฮไลต์ที่สวยงามและมีต้นนางพญาเสือโคร่งมากที่สุด และบานพร้อมกันในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ คือบริเวณหน้าห้องน้ำยอดภูเรือ ซึ่งปีนี้ทางอุทยานฯ มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพดอกนางพญาเสือโคร่งได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งจุดดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้ง่าย

ภาพจากอุทยานแห่งชาติภูเรือ และคุณอาร์ม แชร์

นทท.แห่ปักหลักนอนกางเต็นท์บนภูสิงห์โต้ลมหนาวรอชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

อำนาจเจริญ-นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นภูสิงห์สัมผัสอากาศหนาวเย็นกว่า 5 องศาเซลเซียส ปักหลักนอนกางเต็นท์พักแรมเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้าและลับขอบฟ้าที่สวยงาม พ่อเมืองมั่นใจให้ความปลอดภัยเต็มร้อย

เมื่อวันที่ 12 มกราคม  2568  สื่อข่าวรายงานว่า ที่วนอุทยาน ภูสิงห์ภูผาผึ้ง ตำบลสร้างนกทาอำเภอเมือง  จังหวัดอำนาจเจริญ อุณหภูมิเช้านี้วัดได้ บนยอดภูสิงห์ 5 องศาเซลเซียส มีประชาชน และนักท่องเที่ยว เดินทางไปท่องเที่ยว และปักหลัก กางเต็นท์ พักแรมกันเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางลมหนาว ตลอดทั้งคืน เพื่อรอ ชุมแสงพระอาทิตย์ ขึ้นในตอนเช้า อย่างสวยงาม ต่างพากัน บันทึกภาพ และ ไลฟ์สด ทาง facebook กันเป็นจำนวนมาก ทุกคนที่มาท่องเที่ยว ต่าง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

ดีกว่าไปท่องเที่ยว ที่ไกลๆ เพราะที่จังหวัดอำนาจเจริญ ก็มีแหล่งท่องเที่ยว ที่อุณหภูมิ ต่ำ ถึง 5 องศา เซลเซียส เช่นกันกับจังหวัดอื่นๆ แถมบนยอดภู ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นอย่างดี ตลอดจน ห้องสุขาที่ สะอาด ระดับ 5 ดาว อีกด้วย ซึ่งวันนี้เป็นวันที่อุณหภูมิลดลงต่ำมาก วัดได้เช้านี้ 5 องศาเซลเซียส น้ำไฟสะดวกสบาย ที่สำคัญ การรักษาความปลอดภัย สุดยอด ที่จอดรถ ก็ปลอดภัย

นางสาวชนิกา เมืองพิณ  ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ อำเภอเลิงนกทา  จ.ยโสธร กล่าวว่า   ตน และทีมงานมาเที่ยว ที่ภูสิงห์-ภูผาผึ้งแห่งนี้เป็นครั้งแรก   ตนรู้สึกประทับใจมาก อุณหภูมิก็เหมาะสมอย่างยิ่ง พื้นราบก็มีอุณหภูมิ13 องศาเซลเซียสข้างบนยอดภูก็มีอุณหภูมิประมาณ 5 -6 องศาเซลเซียส น่าท่องเที่ยวมาก การที่พวกตนมา รวมกลุ่มกันนอนกางเต็นท์ พักแรมที่นี่ รู้สึกว่า มีความปลอดภัยดีมาก ทางเจ้าหน้าที่  ได้เฝ้าเวรยามตลอดทั้งคืน 2-3 ชั่วโมง ก็มาตรวจสอบความเรียบร้อยครั้งหนึ่ง ว่าเราเรียบร้อยดีไหมมีอะไรให้ช่วยเหลือ ห้องน้ำห้องส้วมก็สะอาดสะอ้านดีมาก สามารถอาบน้ำอาบท่าได้อย่างสบาย

“ตนจึงอยากจะฝากถึง ประชาชนที่อยู่ใกล้ใกล้ละแวกนี้ ไม่ต้องไปเที่ยว ที่ไหนไกลๆถึงเชียงใหม่หรอก มาที่อำนาจเจริญ ก็พบบรรยากาศ หนาวเช่นกันกับต่างจังหวัด ที่เขามีอากาศ หนาวๆ ตนและทีมงาน หมู่คณะขึ้นมาพักแรมนอนกางเต็นท์ ในวันนี้รู้สึก ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ทราบข่าว ให้มาสัมผัสกับอากาศหนาว มาถ่ายภาพชมทะเลหมอกที่จังหวัดอำนาจเจริญ บนยอดภูสิงห์ ภูผาผึ้ง ซึ่งอยู่ไปไกลจากตัวจังหวัดอำนาจเจริญเลยค่ะที่มานอนพักได้ชมทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามทางด้านผาชื่นวารินอันงวดงามอีกด้วย”

ทางด้านนายณรงค์  เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า เช้า นี้วัดได้ทางบนยอดภู 5-6 องศาเซลเชียส์แล้วก็ข้างล่าง 13องศาและก็มีนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวมากที่บนภูสิงห์เรามีมาตรการในรักษาความปลอดภัยในช่วงหน้าหนาวและช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาก็เรียบร้อยเรื่องของการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางฝ่ายปกครองเองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองเจ้าหน้าที่อุทยานเองก็ได้ให้การอำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยวทุกคนนะเป็นอย่างดีครับ รวมทั้งมีการดูแลสถานที่พักแรมแบบปลอดภัย มีเต้นให้เช่าความปลอดภัยในเรื่องของการเดินทางการจราจร การนอนพักนะครับเพราะฉะนั้นก็ขอให้นักท่องเที่ยวทุกท่านนะครับที่จะมาเที่ยวที่จังหวัดอำนาจเจริญได้สบายใจได้ในเรื่องนี้นะครับว่าเรามีการดูแลการกำหนดมาตรการในการดูแลความปลอดภัยอย่างดีนะครับ

ดังนั้นเชิญชวนทุกท่านนะครับให้มาเยี่ยมชมบนยอดภูสิงห์ มาสัมผัสกับอากาศหนาวไม่ว่าจะมาชมวิว บนยอดภูอันสวยงาม ชมพระอาทิตย์ขึ้นสู่ขอบฟ้าที่สวยงาม เดินเที่ยวชม ทัศนียภาพ อันสวยงาม ชมแสงทองของพระอาทิตย์ ที่กระจายเต็มท้องฟ้า สะท้อนกับขอบฟ้าอันงดงาม ซึ่งบรรยากาศวันนี้เอง ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆ หมอกมาบดบัง พระอาทิตย์ ขึ้นสู่ขอบฟ้า สวยงามมากครับ นอกจากนี้ที่จังหวัดอำนาจเจริญเรายังมีสินค้า OTOP วางจำหน่าย ในตัวเมือง และตามอำเภอต่างๆ สามารถซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝาก กลับบ้านได้เลยนะครับ

ภาพ-ข่าว/นายทิพกร  หวานอ่อน ผู้สื่อข่าว ประจำจังหวัดอำนาจเจริญ