นอนกางเต็นท์สุดฟินสัมผัสลมหนาวที่ “คุ้งยอยักษ์”อันซีนน้องใหม่เมืองครบุรี

นครราชสีมา –บรรยากาศยามเย็นที่คุ้งยอยักษ์ อันซีนแห่งใหม่ของอำเภอคครบุรี  ภายในเขื่อนมูลบนหน้าหมู่บ้าน ยามพระอาทิตย์ตกดินชมความสวยงามของแสงสุดท้ายส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

 นายจำเนียน ดายครบุรี ผู้ใหญ่บ้านใหม่จอมทอง หมู่ที่ 11 ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นำนักท่องเที่ยวล่องเรือพาย  ชมบรรยากาศยามเย็น ที่ “คุ้งยอยักษ์”  ซึ่งที่อยู่ภายในเขื่อนมูลบนด้านหน้าหมู่บ้าน เพื่อให้ได้ชมความสวยงามของแสงพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและตกตกดินยามเย็นส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ซึ่งจะเป็นช่วงที่แสงสีทองแสดทาบทาผืนฟ้า สะท้อนกับผืนน้ำภายในเขื่อนมูลบน และมียอยักษ์ขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านสร้างไว้หลายสิบตัวเรียงรายอยู่ตลาดสองฝั่งคุ้งน้ำยาวหลายกิโลเมตร เพิ่มความสวมงาม สร้างความอันซีนให้กับจุดนี้มากยิ่งขึ้น

ขณะที่บริเวณริมฝั่งเขื่อนมูลบน ซึ่งเป็นท่าจอดเรือเที่ยวชมพระอาทิตย์ตกบริเวณคุ้งยอยักษ์ ก็มีการจัดเตรียมลานกางเต้นท์ ชื่อว่า “ฟูจิทอมทองแคมป์ ตั้งอยู่ด้านหน้าเขาจอมทอง หรือฟูจิครบุรี ซึ่งเดิมทีเป็นเพียงไร่มันสำปะหลัง แต่ภายหลังเจ้าของที่ดิน เห็นว่า จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม บรรยากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะชมดาวในช่วงลางคืน จึงลองปรับเปลี่ยนมาให้บริการในรูปแบบแคมป์ปิ้ง เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชน  จุดนี้จึงเริ่มมีนักท่องเที่ยวรู้จักกันมากขึ้น และคาดว่า จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวปีนี้

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

เปิดธุรกิจ “ดาวรุ่ง-ดาวร่วง” และทางรอด ปี’68

ปี 2568 เป็นปีที่ธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธุรกิจที่สามารถปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจที่ยังคงยึดติดกับวิธีการเดิมๆ อาจต้องเผชิญกับความท้าทายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในปี 2568 นี้ ต้องวางแผนและรับมือการเปลี่ยนแปลง
                                    
1.ต้องติดตามเทรนด์ใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ อย่าได้ตกกระแสเป็นอันขาด

2.ปรับธุรกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด อย่าพึงมีอัตตาว่า ไม่ต้องเร่งรีบแก้ไขแต่อย่างใด

3.ต้องเปิดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งใหม่ๆ นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดต้นทุน

4.คำนึงเสมอว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ามีความภักดีต่อแบรนด์

5.หลังจากติดตามเทรนดใหม่ๆ แล้ว ต้องขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ช่วงต้นปีนี้ คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญอย่างมากว่า อุตสาหกรรมหรือธุรกิจด้านใด ที่เป็น “ดาวรุ่ง” และ “ดาวร่วง” ในช่วงต่อไป โดยจะพบว่า

ธุรกิจดาวรุ่ง ประกอบด้วย 

1.เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์  โดยจะพบว่า การพัฒนา AI  ในยุคของ Web3, Blockchain และการปรับตัวเข้าสู่โลก Metaverse จะมีบทบาทสำคัญในธุรกิจการเงิน, การศึกษา, และการแพทย์ตัวอย่าง เช่น  การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล, ระบบแชตบอท และระบบ Automation Cloud Computing & Cybersecurity: ธุรกิจด้านคลาวด์ และการป้องกันความปลอดภัยไซเบอร์เติบโตสูงจากการทำงานออนไลน์ พลังงานสะอาดและยั่งยืน (Clean & Renewable Energy)ในส่วนของแนวโน้มนั้น สิ่งที่จะตามมาคือ  นโยบายลดคาร์บอนทั่วโลกและการลงทุนในพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม, และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้   ตัวอย่าง เช่น ธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ EV ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาเทคโนโลยี Carbon Capture

2.สุขภาพและการแพทย์ (Healthcare & Biotech) จะพบว่า ความสนใจในสุขภาพส่วนบุคคล (Personalized Healthcare) และการวิจัยด้านชีวเวชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals) จะเติบโตสูง อาทิเช่น เทคโนโลยี Telemedicine และ Health Tech  การพัฒนายาในส่วนของ  Precision Medicine รวมถึง โลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซ (Logistics & E-commerce)

3.ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ: พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซขยายตัวอย่างมากในปี 2568 จะพบว่าการเติบโตของการช้อปปิ้งออนไลน์และการขนส่งสินค้าแบบรวดเร็ว (Same-Day Deliver)เริ่มกันจาก การลงทุนในระบบ Smart Warehousing และ AI Logisticsบริการส่งอาหารและพัสดุ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน (Sustainable Tourism)  การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังโควิด และความสนใจในรูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เช่น การท่องเที่ยวชุมชนและ Eco-Tourism  เช่นธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

4.ธุรกิจคอนเทนต์: ธุรกิจที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ต่างๆ เช่น ยูทูบเบอร์, อินฟลูเอนเซอร์, และผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างๆ มีความต้องการสูงขึ้น

5.ธุรกิจซอฟต์พาวเวอร์: อุตสาหกรรมบันเทิงไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์พาวเวอร์ เช่น ซีรีส์, ภาพยนตร์, และธุรกิจบันเทิงอื่นๆ มีโอกาสเติบโตอย่างมาก

ขณะที่ธุรกิจดาวร่วงประกอบด้วย

1.สื่อสิ่งพิมพ์ (Print Media) อันเกิดจากความเปลี่ยนแปลงสู่โลกดิจิทัลทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสิ่งพิมพ์โฆษณา ถูกแทนที่ด้วยสื่อออนไลน์ ซึ่งแน่นนอว่า เกิดจากรายได้จากการโฆษณาลดลง

2.เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuels) การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและนโยบายลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้ชะลอตัว  โดยจะพบว่า เหตุมาจากความต้องการน้ำมันและถ่านหินลดลง

3.ธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Retail)พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การช้อปปิ้งออนไลน์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น  เกิดจากการที่ ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่ได้ปรับตัวอาจถูกลดบทบาทลงมา 

4.ยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine Vehicles)ความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้าและข้อจำกัดการปล่อยมลพิษในหลายประเทศ มาจากการที่ ความต้องการรถยนต์เบนซินและดีเซลลดลง การผลิตแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงงานคนจำนวนมาก (Labor-Intensive Manufacturing) รวมถึงการพัฒนา Automation และหุ่นยนต์จะลดความต้องการแรงงานในโรงงาน ส่งผลให้ ธุรกิจที่ไม่สามารถปรับใช้เทคโนโลยีอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันความยั่งยืน ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษ 

โดยสรุป ภายในปี 2568 ความยั่งยืนจะเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์ทางธุรกิจ เนื่องจากบริษัทต่างๆ ปรับตัวเข้ากับความต้องการด้านกฎระเบียบและความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป องค์กรที่ให้ความสำคัญกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความอยู่รอดในระยะยาวในตลาดโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ภายในปี 2568 ความยั่งยืนคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในกลยุทธ์ทางธุรกิจในภาคส่วนต่างๆ การเปลี่ยนแปลงนี้จะได้รับแรงผลักดันจากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ ความต้องการของผู้บริโภค และความจำเป็นสำหรับบริษัทต่างๆ ที่จะรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ประเด็นสำคัญที่ความยั่งยืนจะส่งผลต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจมีดังนี้

กลยุทธ์การลงทุน  ที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 คือ

-มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืน

-หลีกเลี่ยงการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ปรับตัวต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและนโยบายระดับโลก

-ธุรกิจดั้งเดิมจำเป็นต้องปรับใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

-เน้นนวัตกรรมและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

ปี 2568 จะเป็นปีที่ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการด้านความยั่งยืนกำหนดทิศทางธุรกิจใหม่อย่างชัดเจน ผู้ที่สามารถปรับตัวได้ทันจะมีโอกาสเติบโต ขณะที่ธุรกิจที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงจะเผชิญความเสี่ยงในการแข่งขัน.

โขลงช้างป่าทับลานยกทัพบุกโค่นขนุนและไร่มันสำปะหลังเสียหายยับ

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:8; brp_del_th:0.0043,0.0000; brp_del_sen:0.1000,0.0000; motionR: 0; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 7864320;cct_value: 0;AI_Scene: (1, 0);aec_lux: 95.925;aec_lux_index: 0;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 30;

นครราชสีมา –โขลงช้างป่าทับลานยังไม่หยุด ยกทัพบุกโค่นขนุนและไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลลำเพียก อำเภอครบุรี เสียหายยับ

นายชัยยัญ อ้วนสะอาด กำนัน ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ได้นำเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลลำเพียก และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอครบุรี ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ภายในสวนขนุน ของ นายบุญคง มิเล ผู้ใหญ่บ้านหนองแคทราย ต.ลำเพียก อ.ครบุรี ซึ่งถูกโขลงช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลาน บุกเข้าไปกัดกินทำลายต้นขนุนที่กำลังให้ผลผลิต เสียหายเป็นจำนวนมาก

โดยช้างป่าได้หักกินทั้งต้นและลูกขนุนเสียหายไปประมาณ 40 ต้น เมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.คืนที่ผ่าน ทั้งที่อยู่ติดกับทางหลวงชนบนบท นม.4050  ทางผู้นำชุมชนและชาวบ้านจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน พร้อมกับระดมพลเข้าไปผลักดัน จนช้างป่ายอมล่าถอย แต่ก็ยังสร้างความเสียหายไว้มากมายดังกล่าว

จากการสำรวจเบื้องต้น ยังพบว่า มีไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน ถูกช้างป่าเหยียบย่ำทำลายได้รับความเสียหายอีกหลายจุด ซึ่งหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำเพียก จะได้ลงสำรวจความเสียหายที่ชัดเจน เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

นายชัยยัญ อ้วนสะอาด กำนันตำบลลำเพียก กล่าวว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ชาวบ้านในหลายจุดของตำบลลำเพียก ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้แจ้งว่า พบช้างป่าออกมาทำลายผลผลิตหลายจุด คาดว่า น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 40 ตัว ทางผู้นำชุมชนจึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เข้าทำการผลักดันกันตลอดทั้งคืน แต่ช้างป่าก็ยังหลุดรอดไปทำลายผลผลิตได้รับความเสียหายส่วนหนึ่ง  ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำเพียกจะได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อขออนุมัติให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบราชการ

ขณะเดียวกัน วันนี้ได้ประสานกับผู้นำชุมชนตลอดแนวเขตพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อระดมกำลังมาช่วยกันเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าโขลงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านซ้ำอีก ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นโขลงเดียวกันกับโขลงช้างป่า ประมาณกว่า 100 ตัวที่สร้างความเสียหายในพื้นที่ตำบลจระเข้หิน มากว่า 2 เดือนก่อนหน้านี้ .

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

เศร้าสลดส่งท้ายปี!แผ่นปูนชั้นลอยโรงงานปราจีนบุรีถล่มทับดับ 5 ศพ เจ็บอีกเพียบ

เมื่อเวลา  09.30 น.วันนี้ 30 ธ.ค.67  ร.ต.ท.สมประสงค์ สวยงาม รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ รับเกิดเหตุอาคารชั้นลอยโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม 304 อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรีถล่มขณะที่ผู้รับเหมาจะทำการเคลื่อนย้ายจากจุดเดิมไปอีก 1 จุดซึ่งห่างประมาณ 60 เมตรซึ่งอาคารชั้นลอยดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 100 กว่าตันโดยผู้รับเหมาได้มาทำงานทั้งหมด 21 คน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 คน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและพร้อมด้วย พ.ต.อ.มงคล  โท้เป๋า ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ์และ น.ส.จุฑามาศ  บัวเผื่อน นอภ.ศรีมหาโพธิ มาอำนวยการในที่เกิดเหตุ

จากคำบอกเล่าของคนงานขณะเกิดเหตุซึ่งทำงานในวันหยุดยาวต่อเนื่องส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568เป็นวันที่ 2 ซึ่งเรียกกันว่าทำงาน shutdown ช่วงหยุดยาวกลุ่มคนงานดังกล่าวได้มารับเหมาทำการย้ายอาคารชั้นลอยโครงสร้างเป็นเหล็กพื้นปูน ซึ่งอยู่ในโกดังผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถจักรยานยนต์ซึ่งตัวอาคารชั้นลอยดังกล่าวมีความกว้างประมาณ 16 เมตรคูณ 10 เมตร สูง 3 เมตร เคลื่อนย้ายโดยใช้ฐานแม่แรงบีบ มีฐานลูกล้อรองขาเสาประมาณ 16 ต้น

ก่อนเกิดเหตุเพื่อนคนงานได้บอกว่ากำลังใช้แม่แรงยกเสาทั้งหมดเพื่อจะใส่รุนเลอร์สำหรับเคลื่อนย้ายอาคารชั้นลอยดังกล่าวแต่เกิดผิดพลาดอย่างไรไม่ทราบทำให้อาการชั้นลอยดังกล่าวนั้นพังถล่มลงมาซึ่งมีกลุ่มคนงานอยู่ใต้อาคารดังกล่าวจำนวน 5 คนถูกทับจนเสียชีวิตทั้งหมด 

ทราบชื่อคนงานรับเหมา  คือนายนิรันดร์ โตสันเทียะ นายเคลือบ จงประโคน นายจิรายุ แซ่ตั้น นายยงยุทธ ดอกกุหลาบ นายธนพล พงษ์พระเกตุ กู้ภัยฯได้นำร่างทั้งหมดส่งโรงพยาบาลศรีมหาโพธิเพื่อรอให้ญาติดำเนินการติดต่อขอรับศพต่อไป

น.ส.จุฑามาศ  บัวเผื่อน นอภ.ศรีมหาโพธิ กล่าวว่า ได้รับรายงานเกิดเหตุเวลา 09.30 น.ที่บริษัทฯผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของญี่ปุ่น ขณะทำการเคลื่อนย้ายชั้นวางของขนาดใหญ่จากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง เป็นชั้นวางของขนาดใหญ่ โครงสร้างเป็นเหล็กพื้นเป็นปูนขนาด 16×10 เมตร สูง 3 เมตร เคลื่อนย้ายแล้วถล่มลงมาทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 5 ราย เป็นคนงานรับเหมาก่อสร้างและหัวหน้าวิศวกร

ด้าน พ.ต.อ.มงคล  โท้เป๋า ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าช่วงวันหยุดทางบริษัทฯ  ได้ว่าจ้างบริษัทรับเหมามาเคลื่อนย้ายชั้นลอยในโรงงานเคลื่อนย้ายไปอีกจุดหนึ่งไกลกว่า 60 เมตร ขณะเดียวกัน​ขณะเคลื่อนย้ายเกิดทรุดทับคนงานเสียชีวิต 5 ราย จากคนงานทั้งหมด 21 ราย

สำหรับชั้นลอย โครงสร้างเป็นเหล็กพื้นปูน การเคลื่อนย้ายใช้แม่แรงบีบ  มีฐานลูกล้อรองขา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้านกอ.ปภ.จังหวัดปราจีนบุรี ระดมพลตรวจสอบเหตุชั้นลอยภายในอาคารถล่ม ภายในบริษัทไทยยานากาว่าหมู่ 7 ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิจังหวัดปราจีนบุรี เบื้องต้นพบเป็นชายจำนวน 5 รายเสียชีวิต

จังหวัดปราจีนบุรี โดยสำนักงาน ปภ.จังหวัดปราจีนบุรี วันที่ 30 ธันวาคม 2567 เวลา 09.35 น  รับแจ้งจาก อบต.ท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ แจ้งเหตุชั้นลอยภายในอาคารถล่มภายในบริษัทไทยยานากาว่า หมู่ 7 ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิจังหวัดปราจีนบุรี เบื้องต้นพบเป็นชายจำนวน 5 ราย เสียชีวิตเนื่องจากซากปูนทับร่าง พื้นที่จุดเกิดเหตุเป็นการดีดย้ายโครงสร้างจากจุดหนึ่งเคลื่อนย้ายไปอีกจุดหนึ่งแล้วเกิดการเอียงล้มทับพนักงาน

นายชนาธิป โคกมณี รอง ผวจ.ปจ. พร้อมด้วย นางมาละนี จินเารัตน์ หน.สนง.ปภ.จ.ปราจีนบุรี และนางสาวจุฑทมาศ บัวเผื่อน นอภ.ศรีมหาโพธิ ผกก สภ พร้อม จนท ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ เข้าตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุ โดยมีหน่วยงานที่เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในที่เกิดเหตุ ดังนี้ อบต. ท่าตูม กู้ชีพโรงพยาบาลศรีมหา กู้ภัยสว่างบำเพ็ญกู้ภัยมังกรปราจีน  กู้ภัยร่วมกตัญญูดับเพลิง 304 ดับเพลิงภาคตะวันออก มูลนิธิสัจจะกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

ล่าสุด พบเป็นชายจำนวน 5 รายเสียชีวิตเนื่องจากซากปูนทับร่าง พื้นที่จุดเกิดเหตุ ดังนี้
1 นายจิรายุแซ่ตัน
2.นายยงยุทธ.  ดอกหลาบ
3.นายธนพล. พงษ์พระเกตุ
4.นายนิรันดร์  โตสันเทียะ
5.นายเครือบ. จงประโคน

โดย…มานิตย์  สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข  สิงห์พิมพ์ – ภาพ

วัดดังขอนแก่นพร้อมต้อนรับพุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปีเสริมศิริมงคลชีวิต

วัดดังขอนแก่น พร้อมรับพุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี  หยุดกิจกรรมเสี่ยง เลี่ยงที่จะเริ่มต้นปีด้วยการสูญเสีย คาดคนร่วมงานเนืองแน่น 

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 30 ธ.ค.256 ที่วัดท่าประชุม ต.หนองบัว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พระครูคัมภีร์สโมธาน เจ้าอาวาสวัดท่าประชุม พร้อมด้วย พระอาจารย์ภูวัต ภูริวัฑฒโน พระลูกวัดฯ นำคณะกรรมการวัดร่วมกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ตื่นธรรมรับปีใหม่ เริ่มต้นดี ชีวิตดี ปี 2568 ซึ่งวัดท่าประชุมร่วมกับเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นคืนวันที่ 31 ธ.ค.2567- 1 ม.ค.2568 โดยคณะทำงานได้มีการโยงด้ายสายสิญจน์และสายคล้องศีรษะ รวมทั้งการจัดเตรียมที่นั่งสวดมนตข้ามปีให้กับพุทธศาสนิกชนที่จะมาร่วมกิจกรรมซึ่งทางวัดคาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมลดการดื่มและเปลี่ยนมาร่วมสวดมนต์ที่วัดไม่น้อยว่า 200 คน

พระครูคัมภีร์สโมธาน เจ้คณะตำบลหนองบัวและเจ้าอาวาสวัดท่าประชุม  กล่าว่า ขณะนี้การจัดเตรียมสถานที่สำหรับการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ตื่นธรรมรับปีใหม่ เริ่มต้นดี ชีวิตดี ปี 2568เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งเวลา 21.00 น.ของวันที่ 31 ธ.ค. โดยพระภิกษุสงฆ์ 6 รูปจำนำสวดทำวัตรเย็น ต่อด้วยการสวดพระคาถาชินบัญชร,สวดชุมนุมเทวดา, สวดธรรมจักรกัปปวัตนสูตร รวมทั้งบทสวดมหามงคลต่างๆ ควบคู่กับการแสดงธรรมเทศนาของพระเถรานุเถระในพื้นที่ ซึ่ใกนารจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากชาวขอนแก่น ที่ต่างพร้อมใจกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการลดการดื่ม และ มาร่วมสวดมนต์ข้ามปี จนเป็นการสร้างกระแสตื่นธรรมรับปีใหม่ในครั้งนี้

“ เราจะมีการสวดเจริญพุทธมนต์ ไปจนถึงช่วง 00.30 น. เพื่อเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ 1 ม.ค. ซึ่ง ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านพุทธศักราชใหม่นั้น ในฐานะของพุทธศาสนิกชน ควรนำคำสอนของพระพุทธศาสนามาสาธยาย ผ่านบทสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ทำความดี ห่างไกลอบายมุข เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การพนัน ของมอมเมาทุกชนิด ปีใหม่ ควรเป็นปีที่ดีกว่าเดิม หากเป็นปีแห่งความสูญเสีย ก็คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ฉะนั้นแล้ว เรามาฉลองปีใหม่ด้วยธรรมะ ด้วยปัญญาร่วมกันน่าจะดีกว่า”

ขณะที่ พระอาจารย์ภูวัต ภูริวัฑฒโน พระลูกวัดท่าประชุม กล่าวว่า ยอมรับว่าการสวดมนต์ข้ามปีเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมจากพุทธศาสนิกชทุกเพศ ทุกวัย อย่างมาก ซึ่งวัดได้กำหนดจัดกิจกรรมร่วมกันกับเครือข่ายต่างๆเพื่อที่จะเพิ่มพื้นที่ปลอดภัย แทนการเป็นพื้นที่เสี่ยงในช่วงเทศกาล ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่ามีพุทธศาสนิกชที่ทราบข่าวต่างประสาขอร่วมสวดมนต์ข้าปี เริ่มต้นชีวิตที่ดีรับปีใหม่กับทางวัดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวัดนอกจากจะเตรียมสถานที่ภายในศาลาการอเนกประสงค์แล้วยังคงีการโยงสายสิญจน์มงคลและห่วงคล้องศีรษะเบื้องต้น 200 ชุดรวมทั้งการจัดเตรัยมหนังสือสวดมนต์ ที่รวมทุกบทสวดสำคัญพร้อมคำแปรจำนวน 200 เล่ม ให้กับทุกคนที่จะมาร่วมทำวัตรเย็นและร่วมกิจกรรมดังกล่าว

ด้านนายชัยณรงค์ คำแดง รองผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กองงานเลขาเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา  กล่าวว่า ปัจจุบันการสวดมนต์ข้ามปี กลายมาเป็นวิถีของคนทุกเพศวัย ที่ต้องไปสวดมนต์ข้ามปี และปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สำคัญคนไทยทุกกลุ่มวัยสนใจธรรมะ ที่เรียกว่า ตื่นธรรมะ จึงอยากจะเชิญชวนสวดมนต์ข้ามปี ยกระดับดี เข้าใจเนื้อหาบทสวด แล้วนำไปปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น อริยสัจ 4  ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ซึ่งเป็นธรรมเริ่มต้นแห่งธรรมทั้งปวง หลักปฏิบัติเริ่มต้นของมนุษย์ ที่เป็นเหตุ เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน ที่สุดเป็นสวดมนต์สร้างปัญญา อย่างไรก็ตามกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีวัดในเครือข่ายของพระสงฆ์นักพัฒนา สังฆะเพื่อสังคม ที่กระจายอยู่ ทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ จัดสวดมนต์ข้ามปี จำนวน 166 วัด คาดมีผู้เข้าร่วมสวดมนต์ รวมกว่า 21,079 คน

นับพันแห่อาบน้ำมนต์กับพระอ.เอ้เอาสิ่งไม่ดีออกเริ่มต้นรับปีใหม่

ศิษยานุศิษย์กว่าพันคน แห่อาบน้ำมนต์ พระเกจิสายมูดังชลบุรี สาวเผยเชื่อหมดเคราะห์เอาสิ่งไม่ดีทิ้งปีนี้ เริ่มต้นปีใหม่ หวังเป็นเศรษฐีดวงเฮงรางวัลที่ 1 คนที่ 9 ของวัด

ที่วัดดอนทอง ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ศิษย์ยานุศิษย์ทั่วสารทิศกว่า 1,000 คน พากันเดินทางมารอคิวรอทำพิธีอาบน้ำมนต์ เจิมหน้า และเจิมมือ ในช่วงวันสิ้นปีของปี 2567 กับพระอาจารย์เฉลิมฤทธิ์ คุณเณสโก หรือพระอาจารย์เอ้ พระเกจิสายมูชื่อดังของจ.ชลบุรี

โดยต่างพากันปูเสื่อนอนรอทั้งในศาลาและรอบกุฎิ บางส่วนพากันจุดธูปขอโชคลาภกับปู่เสือมงคล และท้าวเวสสุวรรณองค์สีเงิน พร้อมล้วงไหปิงปองเสี่ยงโชคนำเลขไปซื้อหวยลุ้นงวดที่จะถึงนี้

นอกจากนั้นยังมีพิธีการยกขันดอกไม้ขอขมากรรม ถอนพิธีกรรมที่เคยสาบานไว้แต่อดีตชาติปางก่อน เพื่อให้หมดกันในชาตินี้ หลังจากทำพิธีเสร็จก็มีการต่อแถวรอคิวเพื่ออาบน้ำมนต์ เพื่อเสริมสิริมงคลสะเดาะเคราะห์ ก่อนเข้าทำพิธีเจิมหน้า และเจิมมือ เปิดโชคเปิดลาภ เปิดวาสนา

นางวรวลัญช์ อายุ 36 ปี เดินทางมาจากพัทยา เปิดเผยว่ามาที่วัดเป็นครั้งที่ 17 แล้ว มาทำพิธีอาบน้ำมนต์เจิมหน้าและเจิมมือ หลังจากได้มาทำพิธีแล้วรู้สึกว่าชีวิตมีความเปลี่ยนแปลง วันนี้มาอาบน้ำมนต์และเจิมหน้าเจิมมือเพราะเชื่อว่าจะเอาสิ่งไม่ดีทิ้งไว้ในปีนี้ และเริ่มต้นใหม่ในปีหน้าอาจจะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต


ทุกครั้งที่มาจะเสี่ยงดวงกับเลขปิงปองบ้างและเลขหางบัตรคิวบ้าง วันนี้จะเสี่ยงดวงกับเลขหางบัตรคิวเพื่อลุ้นเป็นเศรษฐีคนที่ 9 ของวัด เพราะมีเศรษฐีถูกรางวัลที่ 1 ของวัดซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์เอ้ ที่เดินทางมาทำพิธี อาบน้ำมนต์และเจิมหน้าเจิมมือแล้วกลับไปมีโชคถูกรางวัลกันถ้วนหน้า

สลดก่อนปีใหม่!ไฟไหม้โรงแรมย่านข้าวสาร ดับ3 ผู้ว่าฯกทม.สั่งปิดไม่มีกำหนด

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 67 ร.ต.ท. สุวรรณ สายยึด รอง.สว.(สอบสวน) ได้รับแจ้งเพลิงไหม้โรงแรมดิเอมเบอร์ ถนนตานี แขวงตลาดยอด เขตพระนคร จึงประสาน .เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน ,ดุสิต ,พญาไท แลพ เจ้าหน้าที่ ป่อเต็กตึ๊ง ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ท.สยายาม บุญสม ผบช.น.พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 6 ชั้น โดยพบกลุ่มควันเกิดขึ้นบนชั้นที่ 5 ของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาวาธารณะภัยกรุงเทพมหานคร ได้นำรถกระเช้า จำนวน 3 คัน เข้ามาช่วยเหลือเพื่อนำนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ภายในอาคารออกมาจากในตัวอาคาร และมีนักท่องเที่ยวบางส่วนได้ขึ้นไปรอการช่วยเหลืออยู่บนดาดฟ้าของตัวโรงแรม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ในเบื้องต้นมีนักท่องเที่ยวสำลักควันไฟ ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนจำนวน 4 ราย และอยู่ระหว่างตรวจสอบผู้ติดค้างในอาคารบนชั้น ดาดฟ้า

ต่อมาเวลา 23.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ

นายชัชชาติ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่เกิดกลุ่มควันที่บริเวณชั้น 5 ภายในโรงแรมดังกล่าวและสีนักท่องเที่ยวติดค้างอยู่กว่า 40 คน และพนักงานของโรงแรมได้หนีขึ้นไปรอบนดาดฟ้าของตัวอาคาร จึงต้องใช้รถกระเช้า 3 คัน ลำเลียงผู้บาดเจ็บ ผู้ประสบภัยลงมาด้านล่าง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 คน ภายในห้อง 502 ชั้น 5 และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 คน และยังอยู่ระหว่างพักรักษาอาการสำลักควันอีก 1 คน

นายสุริยชัย ระวิวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เบื้องต้นต้นเพลิงเกิดที่บนชั้น 5 ซึ่งขณะเกิดเหตุนั้นมีพนักงานและนักท่องเที่ยวพักอาศัยอยู่ 39 คน จากทั้งหมดที่มีนักท่องเที่ยวมาพักอาศัย 75 คน ซึ่งหลังเกิดเหตุนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ได้เข้าพื้นที่เกิดเหตุทันที และสามารถระงับเพลิงไว้ได้

นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เพลิงไม่ได้ลุกลามรุนแรงแต่อย่างใด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เพลิงไม่ได้ลุกลามบานปลาย แต่ปัญหาเกิดจากมีกลุ่มควันจำนวนมาก โดยได้สั่งให้ปิดโรงแรม ระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยของอาคารก่อน และจะต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว เรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากใกล้ถึงช่วงเทศกาลเค้าท์ดาวน์ปีใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวแต่อย่างใด

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้นักท่องเที่ยวที่ผู้ประสบภัยไปให้ปากคำที่ สน. ชนะสงคราม เพื่อไล่เลียงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุนั้นต้องรอผลการตรวจของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำมาประกอบสำนวน สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน เป็นหญิง และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 2 คน เป็นชาย

วังน้ำเขียวเนรมิตทุ่งดอกไม้บานสะพรั่งต้อนรับนทท.สัมผัสลมหนาว

นครราชสีมา- สุดอลังการ วังน้ำเขียวเนรมิตทุ่งดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ บานสะพรั่งต้อนรับเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวโต้ลมหนาว

นายสมภพ มุกดาสนิท นายอำเภอวังน้ำเขียว พร้อมด้วย ดร.อนันต์ ดาโลด ที่ปรึกษาสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย นางลักขณา นะวิโรจน์ เจ้าของศูนย์การเรียนรู้ฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียว หัวหน้าส่วนราชการ เข้าเยี่ยมชมสวนดอกไม้รับลมหนาว ที่ ศูนย์การเรียนรู้ฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียว ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเตรียมเปิดสวน“Flora Park” และ “Rose Park” ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ในเวลา 08.00 น.- 18.00 น. ซึ่งการเปิดสวนครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสูดอากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางบรรยากาศสุดฟินของวังน้ำเขียว และชมดอกไม้สวยอลังการกว่าเดิม โดยขนกุหลาบมากกว่า 10,000 ต้น 14 สายพันธุ์ จากประเทศจีน มาสร้างสีสันให้กับสวน พร้อมกับชมไฮไลท์ดอกกุหลาบใหญ่ที่สุด

ภายในสวน ยังมีตลาดนัดสุดสัปดาห์ , โซนเด็กเล่น , Shoppin สินค้าออร์แกนิคจากดอกกุหลาบ และยังได้ชม Flower Maze เขาวงกตดอกไม้ที่เดียวในประเทศไทย กับรับชม Immersive Experience ห้องฉายหนัง โซนอาหาร คาเฟ่ และโซนถ่ายรูปสุดปัง

ดร.อนันต์ ดาโลด ที่ปรึกษาสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว มีอากาศดีธรรมชาติบริสุทธิ์ เหมาะแก่การท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะศูนย์การเรียนรู้ Fill ปาร์ค เป็นตำนานการจัดสวนที่สวยที่สุดในอีสาน สำหรับไฮไลท์ปีนี้ คือ ดอกกุหลาบที่นำเข้าจากประเทศจีนกว่า 10,000 ต้น 14 สายพันธุ์ เพราะวังน้ำเขียวเหมาะแก่การปลูกดอกกุหลาบอย่างมาก จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมสวนที่จะเปิดในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ มาเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียวด้วยกัน”

านนายสมภพ มุกดาสนิท นายอำเภอวังน้ำเขียววังน้ำ กล่าวว่า “ศูนย์การเรียนรู้ฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านเกษตรที่มีมนต์เสน่ห์ในเรื่องดอกไม้เมืองหนาว และมีชื่อเสียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วประเทศรู้จักเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจะปักหมุดหมายมาเที่ยวที่วังน้ำเขียว และเลือกศูนย์การเรียนรู้ฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียว เป็นที่แรกในการท่องเที่ยวเยี่ยมชมดอกไม้

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

หนีตายระทึก!ไฟไหม้รถทัวร์สายกรุงเทพ-เชียงใหม่ ทั้งคัน

ผู้โดยสารหนีตายระทึก ไฟไหม้รถทัวร์โดยสาร สายกรุงเทพ-เชียงใหม่ เพลิงลุกท่วมทั้งคัน กู้ภัย-ดับเพลิงระดมฉีดน้ำ โชคดีผู้โดยสารปลอดภัยทุกคน

ศูนย์วิทยุ 191 จ.ลำปาง ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 ธ.ค.2567เกิดเหตุไฟไหม้รถทัวร์โดยสาร บริเวณ กม.ที่ 671-672 ถนนพหลโยธินขาขึ้น เขต อ.สบปราบ จ.ลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณะ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่และใกล้เคียง เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุพบไฟลุกท่วม รถทัวร์โดยสารสีฟ้า-ขาว ของบริษัทวิริยะทัวร์ สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จอดอยู่บริเวณริมถนนฝั่งขาขึ้น มุ่งหน้าเข้า อ.เกาะคา เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำช่วยกันดับเพลิงจนสามารถควบคุมไว้ได้ เบื้องต้นไม่พบผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ขณะที่ผู้โดยสารประมาณ 40 คน พร้อมคนขับรถและพนักงานประจำรถ หนีออกจากรถลงมาหมดแล้ว ผู้โดยสารบางคนเป็นลมเพราะตกใจกับเหตุการที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปภ.ลำปาง จัดรถรับส่งผู้โดยสารที่ตกค้างไปยังป้อมยามหลังเทิน อ.เกาะคา เพื่อเปลี่ยนถ่ายรถไปยังจุดหมาย

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่งผลทำให้รถติดยาวมากกว่า 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องปิดเส้นทางชั่วคราวเพื่อเคลียร์บริเวณจุดเกิดเหตุให้ปลอดภัยก่อน คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา จะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพจาก สมาคมกู้ภัยลำปาง

ชัยภูมิเปิดจุดเคาท์ดาวน์ที่ซับสะเลเตขุนเขาแห่งดอกไม้ใหญ่สุดในภาคอีสาน

ชัยภูมิเปิดจุดเคาท์ดาวน์ ฟังเพลงชิว โต้ลมหนาว เล่นว่าว ดูฝนดาวตก ที่ซับสะเลเต ขุนเขาแห่งดอกไม้ใหญ่สุดในภาคอีสาน

ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว และเทศกาลเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปี 2568 ที่จะถึงนี้ นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน และ นายวรวิทย์ นามมหานวล นายอำเภอเทพสถิต ได้เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการขึ้นบนยอดเขาซับสะเลเต ซึ่งได้มีการจัดพื้นที่เพื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คแห่งใหม่อีกแห่งล่าสุดของ จ.ชัยภูมิ เพื่อเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว และช่วงเทศกาลเปิดจุด”เคาท์ดาวน์”ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในปี พ.ศ.2568 นี้

ในพื้นที่หมู่บ้านหนองใหญ่(บ้านซับสะเลเต) ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ที่ถือว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมมหัศจรรย์บนยอดเขาพังเหยเมืองขุนเขาแห่งดอกไม้ โต้ลมหนาว บน”ซับสะเลเต” ที่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เปิดให้ชมสวนดอกไม้หลากสีหลากชนิดจำนวนมากอย่างสวยงามและใหญ่ที่สุดภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ในปัจจุบันนี้ด้วย มีเนื้อที่บนเทือกเขาพังเหยเนื้อที่กว้างใหญ่ กว่า 55 ไร่ มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 854 เมตร ที่ช่วงนี้มีอากาศที่นี่หนาวเย็นเฉลี่ยที่เป็นพื้นที่ใกล้เคียงรอยต่อไม่ไกลกัน ณ จุด ระเบียงโอโซนบนผาสุดแผ่นดิน

ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ในแต่ละวันมีความหนาวเย็นเฉลี่ยกว่า 10 -16 องศาเซลเซียส ที่มีความพร้อมแล้วในการที่จะเปิดอย่างเป็นทางการยาวข้ามปีตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.67 – 14 ก.พ.68 ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมได้มาสัมผัส ชมมหัศจรรย์บนสวนดอกไม้ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน บนยอดเขาพังเหยเมืองขุนเขาแห่งดอกไม้ ทั้งสายแคมป์ปิ้ง ฟังเสียงเพลงเบาๆ โต้ลมหนาวได้ชมแสงสีเสียงคอนเสริต์จากเหล่าศิลปินชื่อดังอีกจำนวนมาก บนเขา”ซับสะเลเต” ในช่วง Countdown พร้อมมีลานให้ เล่นว่าว โต้ลมหนาว ดูดาวตก ต้อนรับปีใหม่ ในปี พ.ศ.2568 ในปีนี้เป็นอีกจุดใหญ่ที่สุดของ จ.ชัยภูมิ อีกแห่งในปีนี้ด้วย และมีเส้นทางรองรับนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวมีจุดแวะกิน แวะเที่ยว ชิม ช็อป แชะถ่ายภาพสุดสวยงามเมืองขุนเขาแห่งดอกไม้ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ทั้งมีจุดรองรับร้านอาหาร-คาเฟ่ ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขา”ซับสะเลเต” จำนวนมากกว่า 25 แห่ง/ร้าน

รวมทั้งที่พักค้างแรมรองรับ ทั้งสายแคมป์ปิ้ง ท้าลมหนาวทะแลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ชมฝนดาวตก บนยอดเขาพังเหยในพื้นที่ซับสะเลเต และอยู่ไม่ไกลเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่ช่วงนี้ถึงแม้จะหมดฤดูชมทุ่งดอกกระเจียวบานแล้ว แต่ในพื้นที่ยังมีบรรยากาศให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาท่องเที่ยวชมทะเลหมอกอย่างสวยงามไม่แพ้กัน ท่ามกลางอากาศอันบริสุทธิ์ปลอดปลอดจากค่าฝุ่น PM 2.5 ได้อีกด้วย และมีบูธร้านค้าชุมชน OTOP ขึ้นชื่อดังของจังหวัดชัยภูมิ ให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อได้อีกจำนวนมาก รวมทั้งในพื้นที่ชาวบ้านใกล้เคียง ยังมีสถานที่พัก รีสอร์ท บ้านพักรองรับนักท่องเที่ยวได้อีกจำนวนมากกว่า 65 แห่ง ในพื้นที่

ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวเคาท์ดาวน์ต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวปีใหม่ 2568 นี้ด้วย ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวติดต่อสั่งจองที่พักเข้ามาแล้วจำนวนมากแล้ว ยังเหลืออีกไม่มาก หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่สนใจเพื่อเตรียมตัวเดินทางมาร่วมเคาท์ดาวน์เมืองขุนเขาแห่งดอกไม้ซับสะเลเตใหญ่ที่สุดในภาคอีสานในปี พ.ศ.2568 นี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่ทำการอำเภอเทพสถิต โทร 044-857106

โดย… มัฆวาน วรรณกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ