ตำรวจบุกทลายคลังแสงกลางหมู่บ้านหรูย่านปทุมฯยึดของกลางเพียบ

ตำรวจไซเบอร์บุกทลายคลังแสงกลางหมู่บ้านหรูเมืองปทุมธานียึดอาวุธปืนเถื่อนพร้อมเครื่องกระสุนได้เป็นจำนวนมาก

ตามนโยบาย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร. ได้ขับเคลื่อนนโยบายผ่าน พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้รับผิดชอบควบคุมสั่งการ บช.สอท. และ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อสามารถติดตามทรัพย์สินที่หลอกลวงไปกลับมาเยียวยาความเดือดร้อนของผู้เสียหาย จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว

ตามนโยบายการบริหารราชการ ของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ให้ทำการปราบปรามอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมาย ซึ่งมีการจำหน่ายกันเป็นที่เปิดเผยผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมาย ส่งผลต่อการก่ออาชญากรรมของเหล่าอาชญากร ต่อพี่น้องประชาชน  ผู้บริสุทธิ์ให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง บช.สอท. จึงสั่งการให้ ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 มุ่งเน้นให้มีการปราบปรามอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมาย โดยให้ทำการสืบสวนอย่างจริงจัง จนนำไปสู่การจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิด 

ในเวลาต่อมา พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ฤทธิไกร ขุนท้าวเทียม รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ทำการสืบสวนตามสั่งการของผู้บังคับบัญชา จากการสืบสวนปรากฏพบว่า พบนายเอ (นามสมมุติ) มีพฤติการณ์ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก โดยผิดกฎหมาย ภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านหรู จ.ปทุมธานี  จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำการขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดธัญบุรี และในเวลาต่อมาศาลจังหวัดธัญบุรี ได้อนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 810/2567 ลงวันที่ 19 ธ.ค.67 เพื่อให้ทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว

เมื่อถึงบ้านหลังดังกล่าวพบเจ้าของบ้าน คือ นายเอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับ จากการตรวจค้นพบ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมาย เช่น อาวุธปืนลูกซองยาวสีดำ ยี่ห้อ Commando, อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก้ป), อาวุธปืนยาวขนาด .22 พร้อมลำกล้อง, กระสุนปืนขนาดต่างๆ จำนวนมาก และอุปกรณ์อื่นๆ อีกหลายรายการ

เบื้องต้นนายเอ (นามสมมุติ) ให้การรับสารภาพโดยจำนนต่อหลักฐานว่าตนได้ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และทำการครอบครองโดยผิดกฎหมายจริง โดยนายเอ (นามสมมุติ) ให้การว่าทำการซื้อและสะสมอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งนายเอ ได้ให้การเพิ่มเติมว่า รู้สึกสำนึกผิดและมีเจตจำนงค์จะไม่กระทำความผิดในลักษณะนี้อีกต่อไปอีกทั้ง พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายโดยดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงนำตัวนายเอ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจตม.ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีนเทาเช่าคอนโดฯหรูกลางกรุง

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม. นำลังชุดสืบสวน สตม.เข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน 6 ราย ประกอบด้วย 1.MR.FENGRAN WEN, 2.MR.ZHANG JUN3 MR.LI YUNING, 4 MR.PANG ZE, 5.MR.YANG QUN และ 6. MR.YAO FAN (หัวหน้าแก๊ง) พร้อมด้วยของกลาง หลายรายการ อาทิ Sim Box จำนวน 286 เครื่อง, ซิมการ์ดโทรศัพท์ จำนวนประมาณ 208,652ชิ้น, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 636 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง, จอคอมพิวเตอร์ จำนวน 62 เครื่อง, CPU จำนวน 84 เครื่องและ แล็ปท็อป จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งตรวจยึดได้จากทั้ง 6 ห้องพัก ชั้น 16, 17 และ 23 รวม 6 ห้อง เพื่อใช้เป็นที่ตั้งเซิฟเวอร์ซิมบ็อกซ์ห้องพักภายในคอนโดโนเบิล รีวอล์ฟ รัชดา 2 ถนนรัชดาภิเษก ซอย 6 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม.

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ทางตำรวจตม.ได้พบความผิดปกติ ซึ่งต้องการมาตรวจสอบเรื่องบุคคลต่างที่ทำผิดกฎหมาย จากคอนโดแห่งนี้จึงได้นำกำลังเข้ามาตรวจสอบ กระทั่งพบความผิดปกติจึงขอศาลออกหมายค้น จนพบของกลางดังกล่าว โดยซิมมือถือส่วนใหญ่เป็นซิมไทยทั้งหมด ซึ่งตนได้ประสานให้ตำรวจไซเบอร์เข้ามาทำการสืบสวนเพิ่มเติม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่มาพบซิมจำนวนขนาดนี้ที่กลางเมืองกรุง โดย 32 ซิม ต่อบ็อก โทรได้ประมาณ 1 หมื่นครั้ง ต่อนาที 1 ชั่วโมง 6 แสนครั้งในการโทรหาผู้คน ซึ่งก่อนหน้านี้ของกองปราบก็ใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตามจะมีการนำไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง โดยการจับกุมครั้งนี้ ถือว่าได้จับกุมตัวหัวหน้าขบวนการด้วย แต่ยังขาดผู้ต้องหาอีก 3 คนที่อยู่ระหว่างออกหมายจับนำเข้าสู่ระบบ Watch list และกระจายหมายจับไปตามแนวชายแดนทำให้ผู้ต้องหาที่เหลือไม่สามารถหลบหนีออกนอกประเทศได้ นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการใช้โปรแกรมในการลงทะเบียนสมัครบัญชีเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และไลน์ โดยใช้เอไอในการทำได้รวดเร็วมาก และสามารถใช้หลอกคนได้เลย

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบเชื่อว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 6 คนมีหน้าที่ในการดูแล ระบบซิมบ็อกทั้งหมด เช่นไฟตก, ไฟดับ หรือเครื่องพังและเสีย จะมีการสั่งเครื่องใหม่มาเปลี่ยน ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่หลอกลวงผู้อื่นจะอยู่ในต่างประเทศ โดยใช้วิธีการยิงไวไฟเข้ามายังซิมบล็อก โดยผู้ต้องหาทั้ง 6 คนได้เดินทางเข้ามาในเมืองไทยด้วยวีซ่านักเรียน-ท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 4 เดือน และมาเช่าที่แห่งนี้ประมาณ 2 เดือน นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้มีการเดินทางเข้าประเทศลาวและประเทศกัมพูชามาก่อนหน้านี้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากแก๊งCall Center ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่ 1 ใน ผู้ต้องหาได้ให้การว่า ตนมีหน้าที่เปลี่ยนซิมการ์ด มีนายฉุนเกอ ซึ่งเป็นชาวจีนหนึ่งในผู้ต้องหา คอยเป็นคนจัดการหาซิมการ์ดมาให้ และนานฉุนเกอดูแลทั้งหมด รวมถึงพวกตนรับเงินเดือนจากนายฉุนเกอด้วย ส่วนรายได้ต่อเดือน 8,000 หยวน โดยตนเองไม่ทราบว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และตนเองจะคอยทำหน้าที่เปลี่ยนซิมการ์ดในเครื่องซิมบ็อกซ์ เพื่อใช้ในการสมัครบัญชีโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งของไทยและจีน เมื่อสมัครเสร็จ ระบบจะนำไปยิงโฆษณาให้คนมากด เพื่อทำเงินให้ได้ 20 หยวนต่อบัญชี เมื่อครบก็จะเปลี่ยนซิมการ์ดสมัครใหม่ไปเรื่อยๆ ทำมาประมาณ 1 เดือนแล้ว

เบื้องต้นจึงนำตัวแจ้งข้อหาร่วมกันมี ใช้ นำเข้า เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต , ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต , นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ , ซ่อนเร้นของที่พึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด , เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นนายจ้างรับบุคคลต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน และประสานให้ตำรวจไซเบอร์เข้ามาทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.สตม.เพื่อแจ้งข้อหาก่อนผลักดันผู้ต้องหากลับออกนอกประเทศต่อไปทีฝ

ออนซอนกลองยาวชาววาปี ของดีพื้นบ้านสืบสานตำนานเมืองวาปีปทุม 142 ปี

นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน “ออนซอนกลองยาวชาววาปี ของดีพื้นบ้านสืบสานตำนานเมืองวาปีปทุม 142 ปี” ณ ที่ว่าการอำเภอวาปีปทุม จ.มหาสารคาม

ประมวลภาพบรรยากาศ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ออนซอนกลองยาวชาววาปี ของดีพื้นบ้านสืบสานตำนานเมืองวาปีปทุม 142 ปี” ณ ที่ว่าการอำเภอวาปีปทุม ตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม โดยมีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

“น้องภูพิงค์” มงลงสมใจเหมา 2 รางวัลใหญ่ คว้าทั้งมงกุฎนางสาวสันกำแพง-ขวัญใจมหาชล

นายภิญโญ พัวศรีพันธุ์ นายอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ มอบรางวัลให้ผู้ชนะการประกวดนางสาวสันกำแพง ประจำปี 2567 ในงานฤดูหนาวและงานของดี ผลิตภัณฑ์ชุมชน อำเภอสันกำแพง ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกสตรีที่มีความสวยงาม บุคลิกภาพดี มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมปฏิบัติหน้าที่ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอสันกำแพง และสร้างชื่อเสียงให้อำเภอสันกำแพง รวมถึงการร่วมงานช่วยเหลือกิจกรรมของอำเภอสันกำแพงในโอกาสต่างๆ


สำหรับ ผลการประกวดนางสาวสันกำแพง ประจำปี 2567 ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ และรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ นางสาวตั้งอธิฏฐาน ทูลทองเพ็ชร (น้องภูพิงค์) อายุ 19 ปี กำลังศึกษาคณะการจัดการ สาขาการจัดการธุรกิจการบิน ม.แม่ฟ้าหลวง

รองอันดับ 1 ได้แก่ นางสาวณิชนันท์ พิศไหว (น้องมายมิ้น) อายุ 20 ปี กำลังศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยวและโรงแรม ม.เชียงใหม่

รองอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวปาณิศา สุทธิสว่าง (น้องอีน) อายุ 24 ปี จบการศึกษาคณะนวัตกรรมการท่องเที่ยว ม.เกษตรศาสตร์

รองอันดับ 3 ได้แก่ นางสาวณัฐชนก เคลือบนอก (น้องแยม) อายุ 25 ปี จบการศึกษาคณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยวและการบริการ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่

รองอันดับ 4 ได้แก่ นางสาวอนัญญา ทาปัน (น้องอุ๊งอิ๊ง) อายุ 19 ปี กำลังศึกษาคณะการสื่อสารมวลชน สาขาการตลาด ม.เชียงใหม่

นางสาวสันกำแพงประจำปี 2566 นางสาวสันกำแพงประจำปี 2567

รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเกษตรกรน้ำท่วมใต้ 9 หมื่นราย ภายใน 30 วัน เสียหายกว่า 2 แสนไร่

รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเกษตรกรน้ำท่วมใต้  9 หมื่นราย  ภายใน 30 วัน เสียหายกว่า 2 แสนไร่  จะได้รับเงินเยียวยาครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่  

 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ หลังฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นมา โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วน และลดขั้นตอนการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ภายใน 30 วัน    

 จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบใน 11 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา สตูล ตรัง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และระนอง รวมเกษตรกรได้รับผลกระทบ 94,206 ราย ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรม 203,086 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว : 56,513 ไร่ พืชไร่และพืชผัก : 14,406 ไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ : 132,167 ไร่ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2564 เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดอุทกภัย จะได้รับเงินเยียวยาครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ โดยอัตราการช่วยเหลือแบ่งตามประเภทพืช ดังนี้

ข้าว: ไร่ละ 1,340 บาท
พืชไร่และพืชผัก: ไร่ละ 1,980 บาท
ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ: ไร่ละ 4,048 บาท
                                       
นายอนุกูล ย้ำว่า ระเบียบดังกล่าวมุ่งเน้นการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ไม่ใช่การชดใช้ความเสียหายเต็มจำนวน  เกษตรกรสามารถยื่นเอกสารขอความช่วยเหลือได้เพียงครั้งเดียว และภายใน 10 วันทำการหลังจากได้รับการอนุมัติจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เงินเยียวยาจะถูกโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรได้โดยเร็ว    

คนยางชุมน้อยพร้อมใจ“นุ่งผ้าไทย ใส่บาตร”สืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

อำเภอยางชุมน้อยนำข้าราชการและประชาชนร่วม จัดกิจกรรม “ นุ่งผ้าไทย ใส่บาตร” ประจำเดือน ธันวาคม 2567 เพื่อส่งเสริมการและรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนสวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองเป็นการสืบสานอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

สฤษดิ์ รัตนวงษ์ นายอำเภอยางชุมน้อย

นายสฤษดิ์ รัตนวงษ์ นายอำเภอยางชุมน้อย พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางชุมใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลยางชุมใหญ่ ผู้นำ อช. และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรม“ นุ่งผ้าไทย ใส่บาตร” ประจำเดือน ธันวาคม 2567ณ วัดยางชุมใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลยางชุมใหญ่ อำเภอยางชุมน้อยจังหวัดศรีสะเกษ

โดยกิจกรรม”นุ่งผ้าไทย ใส่บาตร” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการและรณรงค์ให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ สวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองเป็นการสืบสานทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเสริมสร้างความรักความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งข้าวสารอาหารแห้งที่ได้จากการจัดกิจกรรม นำไปสนับสนุนครัวเรือนกลุ่มเปราะบางและครัวเรือนเป้าหมาย TPMAP ในเขตพื้นที่อำเภอยางชุมน้อยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สามารถอยู่รอดได้ในเบื้องต้น

ในการนี้ ส.ต.ท. ศรพงษ์ นามวงษ์พัฒนาการอำเภอยางชุมน้อย และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอยางชุมน้อย เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

เดือดจัดส่งท้ายปี! “ชาโด้”บดเก๋า “สิทธิชัย”,“เสือคิม”ดุขย้ำ “พันฤทธิ์”ฟันดับเบิลโบนัส

ศึก ONE ลุมพินี 92 มอบความสุขให้กับแฟนกีฬาศิลปะการต่อสู้อย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2567 หลังนักกีฬาทั้ง 12 คู่ พร้อมใจกันโชว์ฝีมือแบบสุดความสามารถ เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)

คู่เอกของรายการ “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” ยอดนักสู้ระดับตำนาน วัย 33 ปี จากบุรีรัมย์ อาศัยลูกเก๋าวัดพลังความสดของ “ชาโด้ สิงห์มาวิน” นักสู้แข้งหนัก วัย 24 ปี จากเมืองตาก ในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) 

เสียงระฆังดัง “ชาโด้” ที่กำลังมั่นใจเปิดเกมบุกเร็วเข้าใส่ “สิทธิชัย” ทันที ช่วงที่เหลือ “ชาโด้” ยังแรงดีไม่มีตกเดินลุยจู่โจมต่อเนื่อง ส่วนกำปั้นรุ่นพี่ก็โต้กลับทีต่อทีไม่มียอม กระทั่งปลายยกสุดท้าย “ชาโด้” ได้จังหวะซัดหมัดขวาเต็มแรงเรียกนับ 8 จาก “สิทธิชัย” ส่งให้ “ชาโด้” ได้รับชูมือด้วยคะแนนเอกฉันท์ เก็บชัย 4 ไฟต์ติด

ส่วนคู่รอง “เสือคิม สจ.โต้งปราจีน” จอมบู๊เลือดนักสู้ วัย 29 ปี จากจันทบุรี เปิดหน้าชน “พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี” คู่ชกฟอร์มแรง วัย 27 ปี จากพัทลุง ที่ยังไม่แพ้ใครตลอดปีนี้ ในกติกามวยไทย พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 140 ป.  

ยกแรก “พันฤทธิ์” ออกอาวุธด้วยความดุดัน ส่วน “เสือคิม” หาจังหวะบวกคืนเป็นระยะ หลังจากนั้น “เสือคิม” หมัดซ้ายเริ่มทำงานเรียกนับ 8 ได้เร็ว ก่อนเดินบดทิ่มซ้ายซ้ำอีกดอก ปิดเกมน็อก “พันฤทธิ์” ได้ในยกสอง ส่งให้ “เสือคิม” เก็บชัย 3 ไฟต์ติด รับโบนัสเป็นครั้งที่ 3 และถือเป็นดับเบิลโบนัส (700,000 บาท) ครั้งที่ 2 ของเจ้าตัวด้วย

ต่อกันที่ “ทรงชัยน้อย” มวยร่างเล็กใจใหญ่ วัย 25 ปี เปิดศึกชิงยืดสถิติหรูไม่เคยแพ้ให้ใครกับ “ยอดนำชัย แฟร์เท็กซ์” ดาวรุ่งฟอร์มสด วัย 20 ปี จากชลบุรี ในกติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) โดยหลังดูเชิงกันพอหอมปากหอมคอในยกแรก เกมเริ่มทวีความดุเดือดในช่วงต้นยก 2 เมื่อ “ทรงชัยน้อย” ปล่อยหมัดชุดสุดแม่นยำส่ง “ยอดนำชัย” ร่วงลงพื้นกลับมาสู้ต่อไม่ไหว ส่งให้ “ทรงชัยน้อย” ชนะน็อกแบบสวยสดงดงาม พร้อมกับยืดสถิติไร้พ่ายในรายการของ ONE เป็นไฟต์ที่ 8 พร้อมรับโบนัส 3.5 แสนบาท ได้เป็นครั้งที่ 5  

ขณะที่ “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” สุดยอดฝีมือชื่อดัง วัย 28 ปี ประจันหน้ากับ “เอกอร์ บิเกรฟ” ดาวรุ่งไฟแรง วัย 22 ปี จากรัสเซีย ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) โดยหลังจากแลกแข้งและหมัดกันอย่างดุเดือด “เอกอร์” สบช่องกดหมัดขวาเข้าปลายคางเรียกนับ 8 จาก “พันธ์พยัคฆ์” ตั้งแต่ยกแรก ยกสอง “พันธ์พยัคฆ์” จึงต้องเร่งเครื่องเอาคืน แต่กลับพลาดโดนฮุกซ้ายของ “เอกอร์” กดหล่นฝืนยืนขึ้นไม่ไหว “เอกอร์” จึงชนะน็อกไป และคว้าโบนัส 3.5 แสนบาท ได้สองไฟต์ติด

คู่เอกภาคอินเตอร์ “มารัต กริกอเรียน” จอมเก๋าดีกรีแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง 3 สมัย วัย 22 ปี จากอาร์เมเนีย รับมือรุ่นน้องฟอร์มดุ “อับเดลาลี เซฮิดี” นักสู้ไฟแรง วัย 25 ปี จากโมร็อกโก ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง พิกัดเฉพาะ (แคตช์เวต) 159 ป. โดย “มารัต” อาศัยความเก๋าและความอึดเดินฝ่าดงอาวุธกดดัน “อับเดลาลี” อย่างหนัก และได้จังหวะอัดหมัดส่ง “อับเดลาลี” ร่วงโดนนับแปด ก่อนตามเช็กบิลได้อย่างเด็ดขาดในยกสอง ไว้ลายตัวพ่อคิกบ็อกซิ่งระดับโลก 

ตลอดการแข่งขันสุดเดือดในค่ำคืนนี้ ปรากฏว่ามีนักกีฬาอาวุธเด็ด 6 ราย ทำผลงานถูกใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” มอบโบนัสให้เป็นของขวัญส่งท้ายปีทันทีคนละ 350,000 บาท แบบไม่รวมค่าตัว ได้แก่ “ชิมอน”, “วัชรพล พีเค.แสนชัย”, “รักษ์ เอราวัณ”, “เอกอร์ บิเกรฟ” และ “ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” ขณะที่  “เสือคิม สจ.โต้งปราจีน” ออกอาวุธเฉียบคมได้ดับเบิลโบนัส 7 แสนบาท ไปครอง รวมยอดทั้งสิ้น 2,450,000 บาท (สองล้านสี่แสนห้าหมื่นบาท)

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ONE ลุมพินี 92 

– คู่เอก ชาโด้ สิงห์มาวิน ชนะคะแนนเอกฉันท์ สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
– คู่รอง เสือคิม สจ.โต้งปราจีน ชนะน็อก พันฤทธิ์ ลูกเจ้าแม่สายวารี นาทีที่ 2:57 ของยก 2 (มวยไทย แคตช์เวต 140.4 ป.)
– ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์ ชนะน็อก ยอดนำชัย แฟร์เท็กซ์ นาทีที่ 1:18 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
– เอกอร์ บิเกรฟ (รัสเซีย) ชนะน็อก พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์ นาทีที่ 1:08 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
– อับดัลลาห์ ดายาคีเอฟ (รัสเซีย) ชนะทีเคโอ สิบหมื่น โค้ชนาย นาทีที่ 0:35 ของยกแรก (มวยไทย แคตช์เวต 147.2 ป.)

– รักษ์ เอราวัณ ชนะทีเคโอ โกโก้ ส.สมหมาย นาทีที่ 3:00 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
– มารัต กริกอเรียน (อาร์เมเนีย) ชนะน็อก อับเดลาลี เซฮิดี (โมร็อกโก) นาทีที่ 2:36 ของยก 2 (คิกบ็อกซิ่ง แคตช์เวต 159 ป.)
– วัชรพล พีเค.แสนชัย ชนะน็อก ไม้ซางคํา ส.ยิ่งเจริญการช่าง นาทีที่ 2:22 ของยกแรก (มวยไทย แคตช์เวต 121 ป.)
– หลิว เมิงหยาง (จีน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ มาซาอากิ โนอิริ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
– อนิสสา เม็กเซน (ฝรั่งเศส/แอลจีเรีย) ชนะคะแนนเอกฉันท์ คานะ (ญี่ปุ่น) (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
– ชิมอน (ญี่ปุ่น) ชนะทีเคโอ ฤทธิเดช ส.สมหมาย นาทีที่ 0:39 ของยก 2 (มวยไทย แคตช์เวต 134 ป.)
– เอลบรุส ออสมานอฟ (รัสเซีย) ชนะคะแนนเอกฉันท์ นาธาน เบนดอน (สหราชอาณาจักร) (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

“ทักษิณ”แนะรบ.ถึงเวลาพลิกฟื้นอีสานใช้เทคโนฯช่วย-อัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบศก.

นครราชสีมา-“ทักษิณ” แนะรัฐบาล ต้องเร่งพัฒนาคนอีสาน ให้มีความเข้มแข็งเก่งเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่ม อัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.67 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “อนาคตอีสาน โอกาสประเทศไทย” ที่ หอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา  โดยตอนหนึ่งกล่าวว่า “ภาคอีสานมีความกันดาร ความยากจน ทำให้คนอีสานมีความแข็งแรง อดทน เข้มแข็ง สร้างองค์ความรู้ สู้ชีวิตด้วยความอดทน เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่เราจะต้องพลิกฟื้นอีสานให้หลุดพ้นจากความลำบาก พื้นที่อีสานมีทรัพยากรเป็นจำนวนมาก และคนอีสานก็มีความสามารถ มีทักษะ เราต้องเอาจุดเด่นตรงนี้มาสร้างให้เป็นซอฟพาวเวอร์ พัฒนาคนอีสานให้มีความรู้

เพื่อนำไปสู่ปัญญา ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ สร้างทักษะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ใช้มหาวิทยาลัยเป็นแกนหลักในการพัฒนาคนอีสาน สร้างซอฟพาวเวอร์ ใช้เทคโนโลยีเข้าไปให้ถึง เช่น การปลูกข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพ การขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ให้เข้าถึงลูกค้า การส่งออกต่างประเทศ โดยใช้กลไกของมหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ฝึก เพื่อให้ชาวอีสานทำการเกษตรอย่างแม่นยำมีคุณภาพ และประสิทธิภาพสร้างรายได้เพิ่ม

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เยาวชนภาคอีสานถูกมอมเมาด้วยยาเสพติด ทำให้สังคม ชุมชนของเรา ถูกทำลายเพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุด รัฐบาลจะกู้เงินมาอีกก็ทำไม่ได้ เพราะหนี้สาธารณะมีมาก ฉะนั้น รัฐบาลจะต้องรีบหาทางใช้หนี้ให้หมด และหาเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อให้ GDPโต ลูกหลานเราจะต้องได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง เท่าเทียม จัดตั้งโรงเรียนต้นแบบสองภาษา

“เพื่อสร้างคนอีสานให้มีความเข้มแข็ง เก่งเทคโนโลยีสร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ   ขณะเดียวกันจะต้องมีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติแล้วนำขึ้นมาใช้เป็นประโยชน์เป็นต้น ” นายทักษิณฯ กล่าว.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ/นครราชสีมา

รัฐสภา สานพลัง สสส.-ภาคี 19 องค์กร จัดงาน “มหกรรมสุขภาพ Parliament Health 2024”

รัฐสภา สานพลัง สสส.-ภาคี 19 องค์กร จัดงาน “มหกรรมสุขภาพ Parliament Health 2024” หนุนองค์ความรู้ดูแลสุขภาพกาย-ใจ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสมาชิก ข้าราชการ-ลูกจ้างในองค์กร หลังพบบุคลากรป่วยโรค NCDs ไขมันในเลือดสูง 67.30% ภาวะโภชนาการ 64.14% “มงคล” ประกาศ ใช้แนวคิดองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) พัฒนารัฐสภาเป็นต้นแบบองค์กรแห่งความสุข ภายในปี 70 เล็งขยายผลสู่องค์กรภาครัฐ-เอกชน ต่อไป

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2567 ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลัง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และภาคีเครือข่าย 19 องค์กร จัดงาน “มหกรรมสุขภาพ Parliament Health 2024” ภายใต้โครงการรัฐสภาร่วมใจรวมพลังสร้างสุข : การเสริมสร้างศักยภาพเพื่อมุ่งสู่การเป็นรัฐสภาองค์กรแห่งความสุข เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกรัฐสภา สส. สว. ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง มีองค์ความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพที่ดีทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ รวมถึงเกิดความตระหนักรู้ในการสร้างเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. 

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา กล่าวว่า จากรายงานผลตรวจสุขภาพบุคลากรรัฐสภา จำนวน 1,859 คน ปี 2566 พบว่า มีบุคลากรป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อ หรือ NCDs โดยมีไขมันในเลือดสูง 67.30% ภาวะโภชนาการ 64.14% ความสมบูรณ์เม็ดเลือดไม่ปกติ 40.53% และระดับกรดยูริกในเลือดสูง 25.38% โรค NCDs สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง รับประทานอาหารหวาน มัน เค็มจัด ความเครียดจากภาระงาน และมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ จากสถานการณ์ดังกล่าว รัฐสภาจึงร่วมกับ สสส. จัดงานมหกรรมสุขภาพฯ

ภายใต้โครงการรัฐสภาร่วมใจรวมพลังสร้างสุขฯ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรรัฐสภามีองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพทุกมิติ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace Happy Life) ด้วยแนวคิด “สุขกาย สบายใจ ไร้หนี้ ชีวีมีสุข” ภายในปี 2570 เป็นโมเดลองค์กรต้นแบบด้านสุขภาวะ ที่พัฒนาให้คนวัยทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ดัชนีความมั่นคงทางสุขภาพของไทย อยู่ที่อันดับ 5 ของโลก แต่มีอายุคาดเฉลี่ยปี 2567 อยู่ที่ 76.56 ปี เป็นอันดับ 78 ของโลก ซึ่งข้อมูลล่าสุดในปี 2565 พบสาเหตุการตายในกลุ่มอายุน้อยและวัยทำงาน 170,000 คน สาเหตุจากอุบัติเหตุและโรค NCDs  สอดคล้องกับรายงานสุขภาพคนไทยปี 2566 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และ สสส.พบว่า ไทยมีคนวัยทำงานอยู่ 39 ล้านคน และส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรค NCDs โดยมีสาเหตุมาจาก 4 ปัจจัยหลัก 1.คนวัยทำงาน 1 ใน 5 มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ทุกวัน 2.คนวัยทำงานดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์

3.รับประทานอาหารจากร้านและตลาดเน้นหวาน มัน เค็มจัด 4.ขาดการออกกำลังกาย ที่ผ่านมา รัฐสภา ร่วมกับ สสส. ขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ได้พัฒนาให้เกิดระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ และระบบที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาวะในระดับปฐมภูมิ พัฒนานวัตกรรมไลน์ OA “หมอสภา” เพื่อใช้บันทึกข้อมูลด้านสุขภาพและวางแผนดูแลสุขภาพในระยะยาว พัฒนานวัตกรรมหนังสือความรู้ด้านสุขภาพ เรื่อง “เส้นทางสู่ผู้นำสุขภาพ” เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาและประชาชนใช้เป็นคู่มือป้องกันโรค NCDs เกิดการรวมกลุ่มทำกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และนักสร้างสุของค์กรผู้นำสุขภาพ 345 คน

“ในปี 2567 สสส. ยังคงมุ่งมั่นร่วมกับรัฐสภา ขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร มุ่งหวังให้รัฐสภาเป็นโมเดลองค์กรสุขภาวะต้นแบบยั่งยืน ด้วยการใช้แนวคิด องค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) มีแนวทางการดำเนินงาน 4 ด้าน 1.พัฒนาสุขภาวะบุคลากร 4 มิติ ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ สังคมดี และมีสุขภาวะทางปัญญา 2.จัดทำแผนปฏิบัติการสร้างสุขในองค์กร โดยมุ่งเน้นความยั่งยืนและความต่อเนื่อง 3.สร้างนวัตกรรมและเครื่องมือสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร

4.ขยายผลองค์กรสุขภาวะ ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอก เช่น ภาคียุทธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาพ และสถาบันการศึกษา เพื่อขยายความร่วมมือกับองค์กรรัฐและเอกชน ส่งต่อโมเดล “องค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace)” ที่ทุกองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแนวทางปฏิบัติที่ดีและยั่งยืน” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

อนาคตวูบ!รวบนักร้องนำวง “เมทัลไทย”ดูแลเงินเว็บพนันพบเงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท

ตำรวจไซเบอร์ทลายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่เงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท รวบนักร้องนำวงเมทัลไทย หวังรวยลัดดูแลเงินให้เว็บ

เมื่อวันที่  20 ธ.ค.67 ณ.บริเวณชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ บช.สอท. (เมืองทองธานี) นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. , พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.และ พล.ต.ต.นิพล บุญเกิดผบก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว “ตร.ไซเบอร์ทลายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่เงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท รวบนักร้องนำวงเมทัลไทย หวังรวยลัดดูแลเงินให้เว็บ”

สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์กก.1 บก.สอท.2 นำโดย พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.1 บก.สอท.2 ได้ดำเนินการสืบสวนเพื่อจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ lenhuay365 และ ufabet9 ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิด โดยเป็นเว็บไซต์ที่มีการเผยแพร่ให้บริการเกี่ยวกับการเล่นพนันออนไลน์เช่น หวย สล๊อต พนันฟุตบอล ยิงปลา บาคาร่า เป็นต้น มีรูปแบบการโอนเงินเพื่อเข้าเล่นพนันออนไลน์ผ่านระบบบัญชีธนาคารในประเทศโดยอัตโนมัติ

โดยการแจ้งถอนเงินผ่านเว็บไซต์โดยตรง และมีแอดมินของเว็บไซต์ค่อยช่วยเหลือ เช่น กรณีปัญหาเกี่ยวกับการสมัคร การทำธุรกรรมทางการเงิน การให้คำแนะนำเชิญชวนให้เล่นการพนันออนไลน์โดยเว็บไซต์ดังกล่าวมีเส้นทางการเงินในรูปแบบบัญชีม้า เพื่อเป็นการเข้า-ออกของเส้นทางการเงิน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.2 ได้มีการสืบสวนติดตามนานกว่า 1 เดือน จนกระทั่งได้รวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การขอออกหมายค้นและหมายจับบัญชีม้าดังกล่าว ซึ่งพบว่าเป็นชาวไทยทั้งหมดมากกว่า 60 บัญชีซึ่งใช้ในการโอน-รับเงินในเว็บหวยและพนันออนไลน์ดังกล่าว โดยมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 50 ล้านบาท โดยขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคล จำนวน 7 หมายจับ โดยเป็นบัญชีม้าหลักในการรับเงิน

และในวันที่19 ธ.ค. 2567 ตำรวจไซเบอร์กก.1 บก.สอท.2 ได้มีการเข้าทำการตรวจค้น 3 จุดหลัก ดังนี้1. คอนโดแห่งหนึ่ง ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิกทม. 2. บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในแขวงเจ้าคุณสิง เขตวังทองหลาง กทม.3. บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่นวมินทร์-ลาดพร้าว 101 ถ.โพธิ์แก้ว แขวงนวมินทร์เขตบึงกุ่ม กทม.

เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์กก.1 บก.สอท.2 ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้1 ราย คือนายศิวัชกรินทร์อายุ37 ปีประกอบอาชีพเป็นเป็นนักร้องนำวงเมทัลไทยวงหนึ่ง ชาว อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่1285/2567 ลง วันที่16 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นตัวการในการดูแลบัญชี/ระบบเว็บ และเป็นคนถอนเงินจากตู้ATM ตามจุดต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยถูกจับกุมตัวได้ที่ห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิกทม. ผลการตรวจค้นในห้องพักพบของกลางและได้ตรวจยึด รถยนต์Benz A200 สีดำ, คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ IPhone 1 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 58 บัญชี

ในปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น พนันออนไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังพยายามหลบเลี่ยงการสืบสวนจับกุม โดยการใช้ระบบต่างๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เอื้อต่อกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ให้ทำการสืบสวนจับกุมให้ไปให้ถึงต้นตอแบบขุดรากถอนโคน ซึ่งในการสืบสวนครั้งนี้พบกลุ่มบัญชีม้าแล้ว และยังจะต้องทำการสืบสวนเพื่อขยายผลหาตัวคนร้ายที่แท้จริงต่อไป