นักท่องเที่ยวแห่ดูนกนางนวลสถานตากอากาศบางปูโฉบกินกากหมู

บรรยากาศในช่วงเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ มีนักท่องเที่ยว ทุกเพศ ทุกวัยเดินทางมาชมและให้อาหารนกนางนวลที่อพยพบินหนีหนาวมาจากแถบมองโกเลีย ทิเบต ไซบีเรีย และจีน มาหากินอยู่บริเวณชายทะเลบางปู โดยพบมากที่สุดอยู่ที่ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ นกนางนวลจะบินหนีหนาวมาอย่างนี้ทุกปี ในช่วงตั้งแต่เดือนพ.ย.ถึง เม.ย.

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวมักพาครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนกันเป็นจำนวนมากในช่วงเย็นหลังจากมีนกนางนวลอพยพ จะเห็นรถชะลอตัวตั้งแต่ทางเข้า โดยที่บริเวณสะพานสุขตา มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแทบเต็มสะพาน บางคนมาถ่ายรูปนก บางคนมาให้อาหารนก ท่ามกลางนกนางนวลจำนวนมากหลายตัวบินอวดโฉมไปมา ในยามที่พระอาทิตย์ใกล้จะพ้นขอบฟ้า โดยบริเวณกลางสะพานจะมีอาหารนกจำหน่ายในราคาย่อมเยา ที่แปลกกว่าที่อื่น คือ นกนางนวลที่นี่กินกากหมู

สำหรับ การเดินทางมาที่สถานตากอากาศบางปู สามารถมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวโดยปักหมุดที่ 164 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีที่จอดรถให้บริการ หรือ จะมาด้วยรถสาธารณะมีให้เลือก 2 วิธี คือ ขึ้นรถเมล์สาย 145, 511 หรือ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเคหะสมุทรปราการ แล้วต่อรถสองแถวใต้สถานี สาย 36 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีก็จะถึง โดยข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่งจะพบกับสถานตากอากาศบางปู

ข่าว/ภาพ : สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการ

สุดสลด! 2 หนูน้อยชวนกันเล่นน้ำคลองจมน้ำดับ ญาติตั้งศพคู่ ทำใจไม่ได้

นครราชสีมา –สุดสลด  เด็กลูกพี่ลูกน้อง 6 ขวบ และ 10 ขวบ ชวกันเล่นน้ำคลองกลางหมู่บ้าน พลาดจมน้ำดับ ญาติตั้งศพคู่ ทำใจไม่ได้  ยากจน แต่หวังให้เติบโตมีอนาคตที่ดี

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2567ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดเหตุสลด เด็กชายวัย 6 ขวบ เรียนชั้นอนุบาล 3 และเด็กหญิงวัย 10ขวบ เรียนชั้น ป.4 ชวนกันไปเล่นน้ำในคลองปลายมาศ ที่ไหลผ่านกลางหมู่บ้านหนองหิน หมู่ที่ 2 ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา แล้วพลาดจมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่ ซึ่งบรรดาญาติๆ ต่างทำใจไม่ได้ ที่ต้องนำร่างของเด็กทั้งสองมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพคู่กัน ที่วัดกลางหมู่บ้าน  เพราะอยู่หมู่บ้านเดียวกัน และเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย  สร้างความสลดหดหู่ใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

จากการสอบถาม บิดา และมารดา (ขอสงวนชื่อนามสกุล)  ของ “น้องเต้ย” (นามสมมุติ) เด็กชายวัย 6 ขวบ รวมทั้ง ตาวัย 66 ปี ญาติของน้องพลอย (นามสมมุติ) เด็กหญิงวัย 10 ขวบ บอกว่า เด็กทั้งคู่ มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง หรือเครือญาติใกล้ชิดกัน  และมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอๆ โดยวันเกิดเหตุเป็นวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2567 หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ทั้งคู่พากันออกไปเล่นตามประสาเด็ก ซึ่งแม่ของน้องเต้ย(เด็กชายที่เสียชีวิต) ต้องเฝ้าดูแลพ่อของน้องเต้ยที่กำลังป่วยเพราะเพิ่งตกต้นไม้ขณะที่รับจ้างตัดทอนกิ่งไม้  ส่วนตาของน้องพลอย (เด็กหญิงที่เสียชีวิต) ก็ต้องออกไปหาปลามาเลี้ยงครอบครัวที่อยู่กันรวม 3 ชีวิต คือ ตา , ลูกของตาที่มีอาการผิดปกติทางสมอง และน้องพลอย  แต่ก่อนจะพากันออกไปเล่น ทั้งสองครอบครัวได้เน้นย้ำเป็นพิเศษแล้วว่า อย่าพากันไปเล่นน้ำเด็ดขาด

แต่หลังจากนั้น เมื่อถึงเวลาที่เด็กทั้งสองควรจะกลับมาบ้านได้แล้วประมาณ 16.00 น. ทั้งคู่ก็ยังไม่กลับมา  สองครอบครัวจึงพากันออกตามหา จนไปพบรถจักรยานที่ทั้งสองมักใช้ขี่ซ้อนท้ายกันประจำจอดอยู่ริมคลอง พร้อมกับมีเสื้อผ้าของน้องเต้ย และรองเท้า ถูกทอดทิ้งเอาไว้ใกล้กัน  ตาของน้องพลอยจึงพยายามลงไปงมหาภายในคลองน้ำ  ส่วนแม่ของน้องเต้ยก็ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยออกตามหาอีกแรง  ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศผ่านหอกระจายข่าว ให้ลูกบ้านช่วยกันออกตามหาโดยทันที  พร้อมกับเกณฑ์ชาวบ้านชายที่มีอุปกรณ์เครื่องมือ อย่างเช่น แว่นดำน้ำยิงปลา และมีความเชี่ยวชาญการดำน้ำ กว่า 10 คน ช่วยกันลงงมหาภายในคลองน้ำกลางหมู่บ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็พบร่างของน้องเต้ยอยู่กลางคลองน้ำที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมา ก็พบร่างของน้องพลอยจมอยู่ใต้น้ำห่างออกไปไม่กี่เมตร ซึ่งทั้งสองสิ้นลมหายใจแล้ว

ทางญาติพี่น้องของทั้งสองครอบครัว ต่างทำใจกับเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้ เพราะแม้ว่าจะยากจน รับจ้างหาเช้ากันค่ำ แต่ก็หวังว่าเด็กทั้งสองจะได้เรียนสูงๆ มีวิชาเลี้ยงตัว เพื่อจะได้มีงานทำในอนาคต และมีชีวิตที่ดีกว่า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์น่าเศร้านี้ขึ้นก็ต้องทำใจ ก้มหน้ารับชะตากรรม จึงอยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับครอบครัวอื่น  อย่าประมาท ขอให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา 

ความมันส์ระดับโลก!“อภิวัฒน์”ผงาดเแชมป์ซูเปอร์สปอร์ต “ยูกิ”ครองบัลลังก์รุ่นใหญ่ ศึกสองล้อเอเชีย

ศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024” ปิดฉากสนามสุดท้ายของปีที่ประเทศไทย ด้วยความมันส์ดีกรีระดับโลก ผลรุ่นใหญ่ “ยูกิ คูนิ” นักบิดญี่ปุ่นจาก เอสดีจี ทีม ฮาร์ค-โปร ฮอนด้า พีเอช บิดเข้าวินพร้อมพลิกคว้าแชมป์ประจำฤดูกาลไปครอง ขณะ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า เทคนี เรซซิ่ง ทีม อาเซียน เหมาชัยในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต ทะยานครองบัลลังก์แชมป์เอเชียอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟนความเร็วในบ้านเกิด โดยสองดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ อย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว และ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ แจ้งเกิดเต็มตัวขนาบข้างบนโพเดียมโฮมเรซ เพลงชาติไทยกระหึ่มสนาม 

การแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 สนามที่ 6 ดวลความเร็วเรซที่ 2 ส่งท้ายปี วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2567 ท่ามกลางการติดตามของแฟนความเร็วทั่วโลก กับสถานการณ์ลุ้นแชมป์ที่ต้องตัดสินกันถึงเรซสุดท้าย โดยมีแฟนมอเตอร์สปอร์ตเข้าชมในสนามและติดตามการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์มากมาย

ไฮไลต์อยู่ที่รุ่นใหญ่อย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ที่ยังคงมี แอนดี้ ฟาริด อิซอิฮาห์ นักบิดอินโดนีเซียจ่าฝูงบนแชมเปียนชิพจาก ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท เอสเตโม เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ทีมเมทชาวไทยในกริดที่ 2 ส่วน ยูกิ คูนิ นักบิดชาวญี่ปุ่นจาก เอสดีจี ทีม ฮาร์ค-โปร ฮอนด้า พีเอช ที่มีลุ้นแชมป์อยู่นั้นได้เริ่มเกมจากกริดที่ 3

เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 13 รอบสนาม และมีความพลิกผันอย่างมาก แม้ว่า แอนดี้ ฟาริด อิซอิฮาห์ ออกนำได้ก่อน แต่ท้ายที่สุดก็โดน ยูกิ คูนิ ขยับแซงได้ในรอบที่ 3 ก่อนที่นักบิดญี่ปุ่นจะบิดคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 20 นาที 47.479 วินาที โดยตัวแปรสำคัญอยู่ที่การไล่แซงขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ของ เท็ตซูตะ นากาชิม่า อดีตนักบิดโมโตทูชาวญี่ปุ่นจาก เอสเตโม เอสไอ เรซซิ่ง วิท ไทย ฮอนด้า ตามหลังผู้ชนะ 0.936 วินาที เบียดให้ แอนดี้ ฟาริด อิซอิฮาห์ ตกไปจบการแข่งขันในอันดับ 3 ตามหลัง 3.448 วินาที ด้าน “ชิพ” นครินทร์ จบเรซในอันดับ 8 ตามหลัง 29.166 วินาที

จากผลในเรซสุดท้าย ส่งผลให้ “ยูกิ คูนิ” นักบิดชาวญี่ปุ่นพลิกกลับมาคว้าแชมป์ประจำปีในรุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีคะแนนเหนือ “แอนดี้ ฟาริด อิซอิฮาห์” เพียง 2 แต้มเท่านั้น ขณะที่ “ชิพ” นครินทร์ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของเอเชียในรุ่นใหญ่ที่สุด

ด้านเกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ก็เข้มขันไม่แพ้กัน และต้องตัดสินผู้ชนะในเรซสุดท้ายถึงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน โดย “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ยอดนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า เทคนี เรซซิ่ง ทีม อาเซียน กวาดชัยชนะไปครองทั้ง 2 เรซ ด้วยเวลา 20 นาที 0.313 วินาที เถลิงแชมป์เอเชียในรุ่นนี้ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

โดยในเรซนี้ 2 นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ สร้างผลงานอย่างน่าประทับใจ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว และ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ ตามเข้าป้ายในอันดับ 2 และ 3 อย่างเฉียดฉิว ตามหลังผู้ชนะเพียงคนละ 0.118 วินาที และ 0.256 วินาที ส่งผลให้โพเดียมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ตกเป็นของนักบิดไทยทั้ง 3 อันดับ ส่วน “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม จบเรซในอันดับ 7 ตามหลังผู้ชนะเพียง 1.582 วินาทีเท่านั้น

ส่วนเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ที่ต้องตัดสินแชมป์ในเรซสุดท้ายเช่นกัน ปรากฏว่าชัยชนะตกเป็นของ “เชา เวียดนาม” นักบิดเวียดนามจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง เวียดนาม ทีม ที่บิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยด้วยเวลา 19 นาที 2.009 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง “เฮอร์จุน แอทน่า เฟอร์ดาอุส” นักบิดอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม เพียง 0.580 วินาที พร้อมกับคว้าแชมป์ประจำปีไปครอง ส่วนอันดับ 3 เรซนี้เป็นของ “มูฮัมหมัด แฟโรซี” นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ตามหลัง 1.913 วินาที ด้านนักบิดไทยที่ผลงานดีที่สุดคือ “ไฮเป็ค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ที่ลงแข่งด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ด จบเรซในอันดับ 6 ตามหลัง 2.138 วินาที

ขณะที่ผลการแข่งขันในรุ่น อันเดอร์โบน 150 ซีซี ชัยชนะตกเป็นของ “ฟาห์มี บาซัม” นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า แอลเอฟเอ็น เอชพี969 อินโดนีเซีย เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 16 นาที 27.758 วินาที โดยจากการคว้าชัย 2 เรซที่ บุรีรัมย์ ส่งผลให้เขาคว้าแชมป์ประจำปีในรุ่นนี้ไปครองได้สำเร็จ ส่วนอันดับ 2 ในเรซนี้เป็นของทีมเมทอย่าง “มูร็อบบิ วิตโตนี” ตามหลัง 0.352 วินาที อันดับ 3 ได้แก่ “ดิมาส จูลี แอตโมโก” นักบิดอินโดนีเซียจาก วัน ฟอร์ ออลล์ ตามหลัง 0.803 วินาที ด้านนักบิดไทยอย่าง “เติ้ล” พีรพงศ์ หลุยบุญเป็ง จาก วัน ฟอร์ ออลล์ จบเรซในอันดับ 9 ตามหลัง 1.442 วินาที

สำหรับเกมในรุ่น ทีวีเอส วันเมค แชมเปียนชิพ เรซสุดท้าย ชัยชนะเป็นของ ฮิโรกิ โอโนะ นักบิดชาวญี่ปุ่นด้วยเวลา 14 นาที 59.946 วินาที พร้อมกับการผงาดคว้าแชมป์ประจำปีไปครอง โดยอันดับ 2 เป็นของนักบิดไทยอย่าง “อาทิตย์ กังแฮ” ตามหลัง 0.402 วินาที ได้ฉลองโพเดียมทั้ง 2 เรซ ตามด้วยนักบิดรุ่นพี่ชาวไทยอย่าง “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล ในอันดับ 3 ตามหลัง 2.388 วินาที

ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 นับเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ลุ้นแชมป์อย่างเข้มข้น จนต้องมาตัดสินกันถึงสนามสุดท้ายในประเทศไทย โดยในฤดูกาล 2025 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ได้รับการยืนยันให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชียรายการนี้ ทั้งการทดสอบสนามก่อนเปิดฤดูกาลหรือ “พรี-ซีซั่นเทสต์” เป็นเจ้าภาพสนามแรกและสนามสุดท้ายเช่นเคย

ตำรวจทองหล่อบุกทลายปาร์ตี้ไฮโซกลุ่มลับผงะพบยาเสพติดเกลื่อนห้อง

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งจากสายลับ ไม่ประสงค์ออกนามว่ามีการลักลอบจัดงานปาร์ตี้และมีการมั่วสุมยาเสพติด ภายในห้องพักชั้น 20 ห้อง 2001 โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ จึงได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. 

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา ก่อนเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้ร่วมประชุมวางแผน เข้าตรวจค้น ห้องพักเลขที่ดังกล่าวข้างต้น พร้อมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. 

จนกระทั่งเวลา 01.30 น. ของวันที่ 8 ธ.ค.67 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มคนเข้ามายังห้องเลขที่ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จึงน่าเชื่อว่าจะมีการลักลอบจัดงานปาร์ตี้และมีการมั่วสุมยาเสพติด ตามที่ได้รับแจ้งจริง  จึงเดินทางไปยังบริเวณสถานที่ดังกล่าว เมื่อเข้าไปถึงพบกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เปิดเพลงและดื่มกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อยู่บริเวณ ห้อง 2001 จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอทำการตรวจค้น 

โดยแบ่งกำลังเข้าตรวจค้นตามบริเวณทั่วไปภายในห้อง พบนักท่องเที่ยวในห้องดังกล่าวมากกว่า 100 คน ผลการตรวจค้นเบื้องต้นตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวนหนึ่ง และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาเคหรือคีตามีน) อีกจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวนักท่องเที่ยวทั้งหมดพร้อมของกลาง มาสน.ทองหล่อ 

เบื้องต้น นักท่องเที่ยวทั้งหมดประมาณ 120 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจหาสารเสพติดภายในร่างกาย ของนักท่องเที่ยวของแต่ละคน เพื่อแจ้งสิทธิ์และแจ้งข้อกล่าวหาของผู้กระทำความผิดแต่ละคนให้ทราบ และจัดทำบันทึกจับกุม พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน. ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจบุกรวบม้าไรเดอร์แก๊งตุ๋นเทรดคริปโตพบเหยื่อทั่วประเทศสูญกว่า 20 ล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ที่ให้ทำการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร.รรท.ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5 เร่งสืบสวนดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำผิด

สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องทุกข์ว่า ตนเองได้ถูกชักชวนให้ลงทุนในทรัพย์สินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี่) ผ่านแพลตฟอร์มชื่อต่างๆ อาทิ เช่น Tixhda, parachain global เป็นต้น และได้มีแอดมินมาชักชวนลงทุน โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนกำไรวันละ 10-15% ต่อยอดเงินการลงทุน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้สมัครลงทุนในแพลตฟอร์มดังกล่าว และได้โอนเงินเพื่อลงทุนเพื่อหวังผลกำไรไปจำนวนหลายครั้งผ่านบัญชีม้า และเมื่อผู้เสียหายจะถอนเงิน ได้ถูกอ้างว่าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกกว่าเป็นหลักแสน ภายหลังไม่สามารถติดต่อแอดมินได้ จึงเชื่อว่าได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งนับมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 20 ล้านบาทเศษ

ต่อมาพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงเส้นทางการเงินที่กลุ่มผู้เสียหายได้โอนเงิน จากการถูกหลอกลวง จนสามารถขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิดในขบวนการดังกล่าวได้ จึงได้เร่งรัดให้ชุดสืบสวนดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นห้วงระดมหมายจับกุมในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5, พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ มีอยู่ รอง ผกก.3 บก.สอท.5 สั่งการให้ ชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.5 ได้ดำเนินการจับกุม นายกษิดิ์เดช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพังงาที่ 108/2567 ซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีม้าให้กับขบวนการหลอกลงทุนในเครือข่ายดังกล่าว โดยจับกุมได้ที่หน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์วิ่งส่งอาหาร (พนักงาน ไรเดอร์) ในบริเวณดังกล่าว

ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง เพื่อหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

จากการสอบถาม นายกษิดิ์เดชฯ ผู้ถูกจับกุม ให้การว่าตนเองได้ถูกว่าจ้างจากคนรู้จักชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารรูปแบบออนไลน์ ในราคาค่าจ้างบัญชีละ 2,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำบัญชีไปใช้ในการค้าขาย ภายหลังมาทราบว่าบัญชีของตนเองถูกนำมาใช้ในขบวนการหลอกลงทุนจึงได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่เรื่อยมา จนมาถูกจับกุมตัวในที่สุด อีกทั้งขณะถูกจับกุมตัว นายกษิดิ์เดชฯ ยังมีกำไล EM ติดที่บริเวณขา เนื่องจากเคยถูกจับกุมในความผิดลักษณะดังกล่าวมาก่อนหน้านี้และอยู่ในระหว่างประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล ชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.5 จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินคดีและขยายผลผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

หมอเตือนนวดบิดคอเสี่ยงอันตรายซ้ำรอย “ผิง ชญาดา”นักร้องสาวเสียชีวิต

หลังจากเพจ รถแห่ โอปอมิวสิค อุดรธานี โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อการจากไปของนักร้องในวงความว่า “RIP ผิง ชญาดา นักร้องสาวค่ายกีตาร์ เรคคอร์ด ทางรถแห่ปอได้สูญเสียนักร้องหญิงประจำรถแห่ไปโดยไม่มีวันกลับ เหลือไว้แค่ความทรงจำดีๆ ขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวด้วยนะคะ”

หลังโพสต์มีผู้เข้ามาร่วมแสดงความเสียวใจ และไว้อาลัยต่อการจากไปอง น้องผิง เป็นจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ผิง ชญาดา โพสต์ข้อความถึงอาการป่วยผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า หนูไม่รู้จะเริ่มยังไงดี คนทักถามเยอะมากว่าเป็นอะไร คืองี้หนูไปนวดที่ๆหนึ่งมา ในอุดร อาการตอนก่อนไปนวดคือหนูปวดแค่ไหล่เฉยๆค่ะ

หนูไปนวดครั้งแรกอาการตอนนวดเสร็จปกติค่ะ ผ่านมา 2 วัน เริ่มปวดท้ายทอย หนูนึกว่าเป็นอาการปวดของการนวดปกติ(มีบิดคอนะคะ) หลังจากนั้นหนูกินยาระงับอาการค่ะ

หนูไปอีกค่ะ ห้องเดิม เบอร์เดิม แต่เป็นคนใหม่คนนี้นวดแรงบวมช้ำอยู่เป็นสัปดาห์(ไม่ใช่คนที่บิดคอนะคะ) มีล้วงใต้ราวนม (จั๊กแร้)ค่ะ หลังจากนั้นหนูกินยาเพื่อบรรเทาอาการมาตลอดค่ะ เริ่มมีอาการไฟชอร์ตไปปลายนิ้วค่ะ คันมากจนอยากตัดมือทิ้ง ร้อนๆหนาวๆตลอดเวลาค่ะ ก้มแล้วร้าวลงขา ซีกขวารู้ว่าตัวเองชาก็ตอนทาโคโลน

หลังจากรอบที่ 3 ที่ไปนวดค่ะ เริ่มรามไปท้อง ราวนม อาการชาเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ ผ่านไปอีก 2 อาทิตย์แขนขวาหนูเริ่มยกไม่ได้ค่ะ(อ่อนแรง) จนถึงตอนนี้ร่างกายหนู ใช้งานได้ไม่ถึง50%ค่ะ หนูมาเล่าเพราะมีคนถามมาเยอะ อยากฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่ชอบนวดมากๆนะคะ หนูจะต้องหายค่ะ หนูทรมานมาก อยากทำงานแล้วค่ะ แต่ตอนนี้รอแค่เวลา ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ

ด้านเพจ Drama-addict ให้ความรู้ว่า คอเป็นตำแหน่งที่เสี่ยงอันตรายมาก นอกจากเรื่องกระดูกและไขสันหลังเส้นประสาทแล้ว ตรงนั้นยังมีเส้นเลือดอยู่เยอะ และเป็นเส้นเลือดเส้นที่มีความสำคัญมาก

หากคนไปนวดสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วบิดคอหรือนวดแรง จนทำให้เส้นเลือดตรงนั้นเสียหาย จะมีผลต่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือไขสันหลัง ทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้

ควรเลี่ยงอย่าให้นวดตรงคอ หรือตามแนว กระดูกสันหลัง หากนวดแล้วมีอาการปวดหัวรุนแรงคลื่นไส้อาเจียนเวียนหัวแขนขาอ่อนแรง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ส่วนเพจ หมอแล็บแพนด้า ระบุว่า น้องคนนี้มีอาการปวดไหล่ แล้วเป็นคนติดนวดมาก ก็เลยไปนวดที่อุดร ในขณะที่นวด หมอนวดมีการทำท่าบิดคอด้วย ต่อมาน้องเริ่มขยับไม่ได้ ต้องนอนติดเตียง และล่าสุดเสียชีวิตแล้ว

หนุ่มปราจีนบุรีทิ้งเงินเดือน1.7แสนกลับบ้านพลิกผืนดินปลูก “องุ่นเกษตรอินทรีย์”ปีเดียวสำเร็จ

หลังไปทำงานอยู่ต่างประเทศยาวนานถึง 17 ปี แต่ คุณไพจิตร จอมพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 8 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  ตัดสินใจจากการเป็นลูกจ้างฝรั่งได้เงินเดือน 1.7 แสนบาท ลาออกจากงานกลับมาบ้านเกิดกลับบ้านพลิกผืนดินปลูก “องุ่นเกษตรอินทรีย์”ปีเดียวสำเร็จทั้งที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อนเลยในชีวิต

คุณไพจิตร บอกว่า เมื่อทบทวนดีแล้วพอมีเงินเก็บ ตัดสินใจบินกลับไทยเมื่อปีที่แล้ว มาบุกเบิกที่ดิน 2 ไร่ ทดลองปลูกองุ่นพันธ์โทมาฮอกแบลโอปอ ยังไม่รวมกับอีก 2 สายพันธุ์ พลิกฟื้นผืนนา ไถพรวนยกร่องสูง 30 ซม. ทำร่องน้ำระหว่างแถวไว้ระบายน้ำหากมีน้ำมาก ทำโครงเหล็กหลังคามุง 2 โรง ปลูกองุ่นแบบก้างปลา และระบบสปริงเกลอร์ ระยะห่าง 2×2 เมตร โรงละ 156 ต้น

1 ปี ที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่จากการศึกษาดูงานไม่ทำให้ท้อ 1 ปี 1 เดือน ที่รอคอย องุ่นก็ออกผลให้เห็นกระทั่งมีคนรู้จักรู้ว่าตนปลูกองุ่นในพื้นที่ เป็นเกษตรกรรายแรก จึงสื่อสารผ่านบุคคลบอกต่อปากต่อปาก และแถมด้วยโลกออนไลน์ไวปานติดจรวด พากันมาเยี่ยมชมสวนและซื้อหาองุ่นจากสวนไปฝากคนที่บ้าน

คุณไพจิตร์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้องุ่นเพิ่งออกผลผลิตใหม่ยังไม่มากนัก แบบทยอยออก สวนองุ่นที่นี่จะปลอดสารพิษยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ดูแลใส่ปุ๋ยคอกทั้งหมด จะไม่ใช้สารเคมีโดยเด็ดขาด องุ่นใหม่ๆ สดๆ จากสวนขายกิโลกรัมละ 200 บาทเท่านั้น รสชาติที่หวาน กรอบ อร่อย ที่สำคัญใครที่ไปแวะชมก็สามารถเดินเด็ดชิมได้ฟรีและถ้าถูกใจก็ค่อยซื้อไปเป็นของฝาก องุ่นสายพันธุ์ไร้เมล็ดที่ปลอดสารพิษ

นอกจากองุ่นในสวนแล้วยังปลูกทุเรียนเพิ่มเติมอีก 5 ไร่ และอยู่ระหว่างทำรีสอร์ตอีกด้วย เพื่อไว้รองรับนักท่องเที่ยวมาซื้อองุ่นในสวนแล้ว จะได้ซื้อทุเรียนอินทรีย์ของพี่สาวที่อยู่ติดกันไปกิน ปีหน้านี้ไร่องุ่นจะมีบริการนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติอีกด้วย องุ่นที่นี่มี 2 ช่วงที่จะออกผลให้ได้ลองชิม ไม่ผิดหวัง ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ พี่ไพจิตร์ จอมพันธ์ เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 093-245-6974

พุทธศาสนิกชนแห่สักการะ”พระเขี้ยวแก้ว”ล้นหลามแน่นมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พุทธศาสนิกชนจำนวนมากหลั่งไหลเดินทางมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) เนื่องในวันหยุดจำนวนมาก ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

เมื่อค่ำคืนวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันหยุดอย่างต่อเนื่อง หลังจากอัญเชิญมาประดิษฐานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค.2567 และในโอกาสการครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในปี 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 

ตำรวจบุกทลายแก๊งขนยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ดเช่าบ้านย่านลำลูกกาเตรียมแพ็คส่งลูกค้า

ปทุมธานี-ตำรวจบช.ปส.บุกจับผู้ต้องชายหญิงขนยาบ้ากว่า 6ล้านเม็ดซุกบ้านเช่าย่านลำลูกกาเตรียมแพ็คกล่องส่งลูกค้า

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 7 พ.ย.67 พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย รรท.ผบช.ปส. พล.ต.ต. อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส. บช.ปส.ว่าที่ร้อยตรีอากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค1 พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.จ.ปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คนชาย 4 หญิง 1 คน พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 6 ล้าน 4 แสนเม็ด ภายในบ้านเลขที่ 51/854 หมู่บ้านพฤกษา 17 เฟส 4 ซอย 1 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

และตรวจยึดรถนั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตูหมายเลขทะเบียน 1ขถ-7174 กทม. และรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Honda Accord หมายเลขทะเบียน 3 ขฆ-9488 กทม. ตรวจสอบภายในบ้านพบถุงดำ ถุงปุ๋ย และผ้าขาวม้าที่ใช้ขนยาบ้ามาจากภาคเหนือ พร้อมกับยาบ้านตั้งวางอยู่ที่หลังบ้าน และภายในรถนั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตูหมายเลขทะเบียน 1ขถ-7174 กทม. พร้อมกันนี้ยังพบลังกระดาษเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่าAqua Box จำหน่ายอุปกรณ์เลี้ยงปลาและตู้ไม้น้ำ 

ด้านพล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย รรท.ผบช.ปส. ทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้เฝ้าติดตามกลุ่มค้ายาเสพติดที่ลำเลียงมาจากภาคเหนืออยู่ตลอด ส่วนพล.ต.ต. อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 กล่าวว่าซึ่งทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดปส.3 ได้เฝ้าติดตามกลุ่มค้ายาเสพติดที่เกิดอุบิตเหตุที่จังหวัดชุมพร ซึ่งเราขยายผลและติดตามข้อมูลและน่าเชื่อว่าจะเป็นกลุ่มพักยาเสพติดจากภาคเหนือนำยาเสพติดมาเก็บพักคอยไว้ที่เขต จ.ปทุมธานี และปริมณฑล

จนกระทั่งพบความเคลื่อนไหวว่าจะมีกลุ่มนำยามาพักคอยกระจายยาเสพติดจึงเฝ้าติดตามและจับกุมได้ดังกล่าวซึ่งบ้านหลังนี้ทางกลุ่มผู้ต้องหาได้มาเช่าไว้ประมาณ3 เดือนแล้ว ยาบ้าที่ตรวจพบจำนวน6ล้านกว่าเม็ดเป็นกลุ่มภาคใต้ที่ขึ้นมารับยาโดยจะส่งยาเสพติดทางพัสดุจากโลโก้น่าเชื่อว่าจะเป็นกลุ่มอาข่าซึ่งผู้ต้องหากลุ่มนี้เคยต้องโทษยาเสพมาแล้วเมื่อออกมาก็กลับมาทำอีกครั้ง

ส่วน1 ในผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนเองไปจอดรถไว้ที่จังหวัดอ่างทองและจะมาคนเองยาเสพติดมาใส่จากนั้นตนเองเป็นคนขับมาพักเก็บไว้ ส่วนค่าจ้างแล้วแต่เขาจะให้ทำมาแล้ว 5 ครั้งแต่ละครั้งจะแพ็คยาเสพติดใส่กล่องพัสดุ ก่อนจะนำไปส่งระบบขนส่งที่เขตปทุมวันและกทม.รวมทั้งพื้นที่อื่นที่ได้รับสั่งโดยยาเสพติดส่วนใหญ่ส่งไปยังภาคใต้กระทั่งมาถูกจับกุมตัว

กระบี่จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฯสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

จังหวัดกระบี่ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธันวาคม 2567

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.67 เวลา 09.30 น. นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธันวาคม 2567 ณ พระอุโบสถ วัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่

ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่และคณะสงฆ์จังหวัดกระบี่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล แสดงออกถึงความรัก และหวงแหนในสถาบันหลักของชาติ นำหลักคำสอนทางศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิต สืบสานวัฒนธรรมประเพณีทางด้านศาสนา และ เสริมสร้าง ความสามัคคีของประชาชนในชาติให้มั่นคงสืบไป มีนางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ได้ลงนามถวายพระพร และนำกล่าวถวายพระพรชัยมงคล และสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการ พระสงฆ์ 10 รูปเจริญพระพุทธมนต์

ส.ปชส.กระบี่ ภาพ/ข่าว