ประธานองคมนตรีเปิด”โครงการรวมใจภักดิ์รักษ์ทะเลไทยใสสะอาดเฉลิมฯ”

” พลเอก สุรยุทธิ์”ประธานองคมนตรีเป็นประธานเปิด”โครงการรวมใจภักดิ์รักษ์ทะเลไทยใสสะอาดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘​กรกฎาคม ๒๕๖๗”

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2567 นายอังกูร ศีลาเทวากูล​ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ร่วมพิธีเปิดและร่วมกิจกรรม “โครงการรวมใจภักดิ์รักษ์ทะเลไทยใสสะอาดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘​กรกฎาคม ๒๕๖๗” ณ บริเวณหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ โดยมี พลเอก สุรยุทธิ์ จุลานนท์​ ประธานองคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ​

ทั้งนี้ ซึ่งโครงการฯ​ ดังกล่าว​ มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​ มูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กองทัพเรือ​ (กองทัพเรือภาคที่ ๓) และจังหวัดกระบี่​ ร่วมกันจัดขึ้น​ เนื่องจากจังหวัดกระบี่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทั้งความสวยงามของหมู่เกาะต่างๆ และแนวปะการังใต้ท้องทะเลที่สมบูรณ์ รวมถึงมรดกทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่กลมกลืนระหว่างคนและธรรมชาติ

สำหรับ กิจกรรมที่ได้จัดขึ้นในวันนี้ ได้มุ่งเน้นถึงการดูแลและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เช่น การมอบทุ่นผูกเรือ การเก็บขยะชายหาดและใต้ทะเล​ รวมถึงการปลูกต้นไม้ และการให้ความรู้ผ่านนิทรรศการต่างๆ ซึ่งไม่เพียงเป็นการช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนและเยาวชนได้เป็นอย่างดี

กระบี่ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 1,000 รูปงานใหญ่จัดเพียงปีละครั้ง

เมื่อเช้าวันที่ 24 พฤศจิกายน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 1,000 รูป ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ พระราชสุทธิวิมล ดร.เจ้าคณะจังหวัดกระบี่ เจ้าอาวาสวัดกระบี่น้อย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมทำบุญใหญ่ตักบาตรอาหารแห้ง ณ บริเวณถนนมหาราช อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

สำหรับ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในครั้งนี้ได้นิมนต์พระสงฆ์จากจังหวัดกระบี่มาร่วมในการตักบาตรเป็นจำนวนถึง 1,000 รูป ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดการตักบาตรใหญ่นี้เพียงหนึ่งครั้งถือเป็นงานบุญอันยิ่งใหญ่ของจังหวัดกระบี่อีกด้วย

“เมืองทอง” เปิดบ้านเฉือนชัย “ทรู แบงค็อก” 2-1 ศึกฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก

ศึกฟุตบอล รีโว่ ไทยลีก 2024/25 นัดที่ 13 บิ๊กแมตช์ที่ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม เจ้าบ้าน “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 7 เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จ่าฝูงของตาราง  

การจัดตัวผู้เล่นเจ้าบ้านมี กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก เฝ้าเสา แนวรับวาง ทรงวุฒิ ใคร่ครวญ, อาลี ซิสโซโก้, อับบอส โอตาโคนอฟ และแพทริค สเตราส์ มิดฟิลด์ส่ง สรวิทย์ พานทอง, พิชา อุทรา และ คคนะ คำยก แนวรุกเป็น เอมิล โรบัค, ปรเมศย์ อาจวิไล และ เฟลิซิโอ

เริ่มเกมมาเพียง 3 นาทีแรก เจ้าบ้านเกือบออกนำเร็วเมื่อ ปรเมศย์ อาจวิไล ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษ แต่ยิงไปติดเซฟ ปฎิวัติ คำไหม ปัดทิ้งออกมา

นาทีที่ 17 เมืองทอง ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูอีกครั้ง จากจังหวะตามซ้ำในเขตโทษของ เอมิล โรบัค แต่ ปฎิวัติ คำไหม ยังตามสกัดออกมาจากเส้นประตู

กิเลนผยองมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งแล้วเป็น ทรงวุฒิ ใคร่ครวญ ทะยานขึ้นโขก บอลผ่านมือ ปฏิวัติ คำไหม เสียบคานเข้าไป

นาทีที่ 26 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูเพิ่ม จากบอลชิ่งเร็วหน้าเขตโทษ แพทริค สเตราส์ ได้ปั่นโค้งด้วยขวา แต่บอลยังพุ่งตรงมือ ปฏิวัติ คำไหม

ทีมเยือน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มาตามตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 40 จากจังหวะยิงไกลนอกเขตโทษแล้วเป็น ซิฟโควิช ที่วิ่งตามมาซ้ำเข้าไปไม่พลาด

จบครึ่งแรก เกมส์เป็นไปอย่างสนุก เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังเสมอ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-1

กลับมาดวลกันในครึ่งหลัง นาทีที่ 61 ทีมเยือนได้ลุ้นจากจังหวะหลุดเข้าไปยิงของ มูเซน แต่บอลยังติดเซฟ กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ออกมา

นาทีที่ 67 เป็นโอกาสของเจ้าบ้านเมื่อ เฟลิซิโอ ได้ยิงหน้าเขตโทษ แต่บอลยังพุ่งตรงตัว ปฏิวัติ คำไหม

กิเลนผยองได้ประตูนำอีกครั้ง 2-1 นาทีที่ 76 จากจังหวะกระชากไปยิงในเขตโทษของ  เฟลิซิโอ ก่อนยิงเข้าเสาแรกเข้าไปเด็ดขาด

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เมืองทอง ยูไนเต็ด เฉือนชนะ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-1 เก็บ 3 คะแนนสำเร็จ

ส่วนโปรเเกรมถัดไปของ เมืองทอง ยูไนเต็ด จะทำศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 บุกเยือน เซลังงอร์ วันที่ 28 พ.ย.67 เวลา 20.00 น.  

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม  

เมืองทอง ยูไนเต็ด : กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก (GK), ทรงวุฒิ ใคร่ครวญ, อาลี ซิสโซโก้, อับบอส โอตาโคนอฟ, แพทริค สเตราส์, พิชา อุทรา, สรวิทย์ พานทอง, คคนะ คำยก, เอมิล โรบัค, เฟลิซิโอ, ปรเมศย์ อาจวิไล 

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด : ปฏิวัติ คำไหม (GK), วันชัย จารุนงคราญ, เอเวอร์ตัน, สุพรรณ ทองสงค์, นิติพงษ์ เสลานนท์, ปกเกล้า อนันต์, วีระเทพ ป้อมพันธุ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, บาสเซล จราดี้, ซิฟโควิช, มูเซน 

ผู้ตัดสิน : ฐาปกรณ์ ทองก้อน

ซ้อหมวย “ธัญพร” เฉือนชนะแชมป์เก่า คว้าชัย เลือกตั้งนายก อบจ.สุรินทร์

นับครบทุกหน่วย ซ้อหมวย – ธัญพร มุ่งเจริญพร เฉือนชนะแชมป์เก่า พรชัย มุ่งเจริญพร พี่ชายสามี คว้าชัย เลือกตั้งนายกอบจ.สุรินทร์

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีการจัดให้มีการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ (อบจ.) กกต.ประจำจังหวัดสุรินทร์ แทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังจากที่ นายพรชัย มุ่งเจริญพร ลาออกจากตำแหน่งก่อนหมดวาระ 3 เดือน

โดยมีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงเก้าอี้นายก อบจ.สุรินทร์ ทั้งสิ้นจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย นางธัญพร มุ่งเจริญพร อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เบอร์ 1 , นายพรชัย มุ่งเจริญพร อดีตนายก อบจ.สุรินทร์ เบอร์ 2 , นางนัทธมน ศิริวัฒนวานิช อดีตรองนายก อบจ.สุรินทร์ เบอร์ 3 , ดร.ภัทรพล หงษ์สูง สังกัดอิสระ เบอร์ 4 , นายฉลอง สัตตรัตนามัย หรือ ทนายหมู สังกัดอิสระ เบอร์ 5

หลังปิดหีบเลือกตั้ง ที่ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนับคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุรินทร์ แทนตำแหน่งที่ว่าง ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ โดยเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยเริ่มนับคะแนนทันทีหลังจากปิดหีบในเวลา 17.00 น.

โดยมีจำนวนประชากร 17 อำเภอ 36 เขตเลือกตั้ง จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,080,633 คน จำนวนหน่วยเลือกตั้ง 2,326 หน่วย

เมื่อเวลา 00.57 น. ผลคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.สุรินทร์ อย่างไม่เป็นทางการ นับครบทุกหน่วยแล้ว ปรากฎว่า

หมายเลข 1 นางธัญพร มุ่งเจริญพร ได้คะแนน 222,756
หมายเลข 2 นายพรชัย มุ่งเจริญพร ได้คะแนน 211,537
หมายเลข 3 นางนัทธมน ศิริวัฒนวานิช ได้คะแนน 81,612
หมายเลข 4 นายภัทรพล หงษ์สูง ได้คะแนน 4,503
หมายเลข 5 นายฉลอง สัตตรัตนามัย ได้คะแนน 15,503

โดย นางธัญพร มุ่งเจริญพร อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กวาดคะแนนเฉือนชนะ นายพรชัย มุ่งเจริญพร อดีตนายก อบจ.สุรินทร์ในโค้งสุดท้าย คะแนนนำห่าง 11,219 คะแนน

สำหรับ นางธัญพร มุ่งเจริญพร เป็นภรรยาของ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 1 จ.สุรินทร์ จึงถือว่ามีศักดิ์เป็นสะใภ้ของ “ตระกูลมุ่งเจริญพร” และเป็นหลานสะใภ้ของ นายพรชัย มุ่งเจริญพร ผู้สมัครหมายเลข 2 ที่ก็เป็นหนึ่งในตระกูลมุ่งเจริญพรด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ นางธัญพร เปิดเผยไว้เมื่อครั้งหาเสียงถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า จากการลงพื้นที่ มีเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะเป็นโอกาสที่ จ.สุรินทร์ จะได้รับโอกาสที่ดี

ส่วนที่มีคนถามว่าทำไมหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ลงมาสู้กันเองนั้น คิดว่าสิ่งที่ทำไปวันนี้ ไม่ใช่การแบ่งพรรคแบ่งพวก แต่เป็นโอกาสของชาว จ.สุรินทร์ ได้มีสิทธิเลือก เลือกคนที่เขารัก และคนที่ใช่ เพื่อมาทำงานให้จังหวัด ขณะนี้ตนลงพื้นที่ได้ประมาณ 70% แล้ว ใช้การเดินเคาะประตูบ้าน คงไม่เปิดเวทีหาเสียง เนื่องด้วยระยะเวลาการเตรียมตัวมีน้อย ส่วนมากจะเดินตลาด และชุมชน

เขาใหญ่-วังน้ำเขียว ฮิตติดลมบน นักท่องเทียวแห่สัมผัสลมหนาวคึกคัก

นครราชสีมา–ลมหนาวมาเยือน นักท่องเที่ยวแห่จองที่พักเขาใหญ่ วังน้ำเขียวคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่สูดโอโซนบริสุทธิ์ สัมผัสอากาศหนาวเย็นยามเช้า ผู้ประกอบอัดแคมเปญดึงดูดนักท่องเที่ยวตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ

สภาพอากาศช่วงไฮซีซั่น ต้นฤดูหนาว ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อากาศเย็นสบาย เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม ทำให้อากาศเย็นสบายและมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ที่ 18-22 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางเข้ามาเช็คอินแวะเที่ยว แวะพักในพื้นที่กันอย่างคึกคัก

นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท้องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ตอนนี้ก็เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียวแล้ว คาดว่า จะมีรายได้เม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นนี้ ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท เพราะที่ตั้งของอำเภอเป็นจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับทางภาคกลางและภาคตะวันออก เส้นทางคมนาคมก็เชื่อมโยงทำให้สัญจรถึงกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ไม่ไกลจากรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ที่สำคัญคือ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อ อาทิ จุดชมกระทิงป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า , จุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ที่ ผาเก็บตะวัน ซึ่งทั้งสองจุดนี้จะมีลานกางเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวไปแวะพักชมวิว รับลมหนาว ฟินกับบรรยากาศใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีพืชพรรณ ผักผลไม้เมืองหนาว เช่น พุทรานมสม ผักสลัด กรีนโอ๊ค เรดโอ๊คปลอดสารพิษ ที่กำลังออกผลผลิตสดๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งช่วยกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียวได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต ที่พัก โฮมสเตย์ จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการท่องเที่ยวต้อนรับลมหนาว ลดราคา 20-50 % เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวกันอย่างคุ้มค่า คุ้มราคา และยังมีจุดเช็คอินท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายจุดให้แวะเที่ยวกันอย่างจุใจ อย่างเช่น ฟลอร่าปาร์ค และจุดเช็คอินอื่นๆ เนรมิตพื้นที่เป็นสวนดอกไม้สวยให้นักท่องเที่ยวได้แวะมาเที่ยวชม เก็บภาพเป็นที่ระลึก ซึ่งจะเปิดพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวยาวตลอดช่วงไฮซีซั่นฤดูหนาว และยังมีกิจกรรมอีเว้นท์ใหญ่ๆ ของพื้นที่ข้างเคียงเช่น เทศกาลดนตรีบิ๊กเมาน์เท่น (BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL)

ในช่วงเดือนธันวาคม ให้นักท่องเที่ยวได้ไปแวะสนุกเพลิดเพลินกันอีกด้วยที่อำเภอปากช่อง และในช่วงเดือนแห่งความรัก กุมภาพันธ์ปีหน้า จะจัดงาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ที่บริเวณด้านข้างของ อบต.ไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว ที่จะเปิดให้เข้าชมความสวยงามของดอกเบญจมาศหลากหลายสายพันธ์ปลูกสลับๆ กันไป หลากสีสันสวยงามอย่างมาก และในงานยังมีพืชผักผลไม้ส่งตรงจากสวนมาจำหน่ายในราคาไม่แพง และสินค้า OTOP ร้านอาหารเครื่องดื่มมากมาย ให้ได้มาชมดอกไม้งามๆ รับลมหนาวที่ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

ไล่ยิงลั่นกลางถนน 2 อดีตอาชีวะโดนอริยิงคนละนัดบิดหนีตายฝ่าฝูงชนรอดเฉียดฉิว

2 วัยรุ่นอดีตนักเรียนอาชีวะ ถูกคู่อริต่างสถาบัน ตามมาดักไล่ยิงระทึกทั้งถนน โดนยิงเจ็บทั้งคู่บิดหนีตายฝ่าผู้คนมาหน้าสะดวกซื้อ

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 23 พ.ย.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งวัยรุ่นถูกไล่ยิงบาดเจ็บ 2 ราย อยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน กู้ชีพรพ.บางเสาธง และ กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุ พบร่างชาย อายุ 18 ปี ถูกยิงเข้าที่ต้นขาซ้าย อีกรายเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ถูกยิงเข้าเอวกระสุนฝังใน เจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือ ก่อนพาส่งโรงพยาบาล

สอบสวนทราบว่า ทั้งคู่เคยเรียนอาชีวะอยู่สถาบันแห่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันไม่ได้เรียนแล้ว วันนี้พากันมาเพื่อนอีกคนไม่ไกลจุดเกิดเหตุ ขณะกำลังพากันกลับปรากฎว่าเจอคู่อริต่างสถาบันชักปืนไล่ยิงใส่ทันที 3 นัดซ้อน กระสุนเข้าขาคนขี่ต้องรีบบิดรถหนีตาย ส่วนเพื่อนซ้อนท้ายกระสุนเข้าเอว มาขอความช่วยเหลือหน้าร้านสะดวกซื้อ ส่วนคู่อริหลบหนีไป

ขณะที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหารูปพรรณและทะเบียนรถจักรยานยนต์ในการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บก.ปทส.บุกจับแก๊งค้าซากเสือโคร่งงผืนเบ้อเร่อกลางเมืองนนท์ โพสต์ขายผ่านโซเชียล

บก.ปทส.บุกจับแก๊งค้าซากเสือโคร่ง กลางเมืองนนท์ เจอหนังเสือโคร่งผืนเบ้อเร่อ โพสต์ขายโจ๋งครึ่มผ่านโซเชียล หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแส

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2567 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)โดย บก.ปทส. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้-พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส.,พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส.,พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.2 บก.ปทส.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์รอง ผกก.4 บก.ปทส. นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 60 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วยซากสัตว์ป่า (เสือโคร่ง) จำนวน 3 ตัว (สภาพสมบูรณ์) โดยกล่าวหาว่า มีการกระทำผิด พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานมีไว้ในครอบครอง,ค้าหรือจำหน่าย ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุม บ้านเลขที่ 222/139 ม.3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ภายใต้เครือข่ายภาคีความร่วมมือเจ้าหน้าที่กรมบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Fish and Wildlife Service (USFWS หรือ FWS) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต่อยอดความสำเร็จในการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามโครงการ US Fish and Wildlife Service Southeast Asia ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ นั้น

เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนหาข่าวทราบว่ามีบุคคลได้พยายามนำซากสัตว์ป่าสงวน (เสือโคร่ง) สภาพสมบูรณ์ จำนวน 3 ตัว ออกมาเสนอขาย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าซากเสือโคร่งทั้ง 3 ตัวดังกล่าว ผู้ครอบครองเก็บไว้ยังจุดตรวจยึด จึงได้ทำการขอหมายค้นและได้ทำการเข้าตรวจค้นยึดในครั้งนี้

ข้อมูลจากการสืบสวนทราบมาว่าซากเสือดังกล่าว เป็นเสือโคร่งสุมาตรา ผู้ต้องหาได้มาจากประเทศอินโดนีเซียมานานว่า 40 ปีแล้ว เนื่องจากเดือดร้อนขัดสนเงิน จึงตัดสินใจนำมาขาย โดยขายให้กับสายลับในราคา 900,000 บาท ต่อรองกันจนเหลือ 200,000 บาท แต่ภายหลังผู้ต้องหาไหวตัว จึงยุติการซื้อขายลง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. สืบสวนติดตามจนรู้แหล่งซุกซ่อนของซากเสือดังกล่าว ก่อนจะขอหมายค้นบ้านพักพบและตรวจยึดซากเสือดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ปทส.เตือนภัย การครอบครองซากสัตว์ป่า นอกจากเป็นการสนับสนุนผู้กระทำความผิดในการล่าแล้ว ยังทำลายสมดุลทางธรรมชาติในทางอ้อมด้วย

หนุ่มสุดงง! เรียกการไฟฟ้ามาซ่อมไฟบ้านถูกค่าปรับกว่า 3 หมื่นบาท

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 ที่สำนักงานสายไหมต้องรอด เขตสายไหม นายวัชรพงษ์ มณีโชติ อายุ 39 ปี ลูกจ้างสหกรณ์แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี เดินทางเข้าพบ นายนิรันดร์ เกแง้ว ผู้ร่วมก่อตั้งสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือหลังถูกการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้ามาสุ่มตรวจ และเรียกเก็บค่าปรับจำนวนกว่า 34500 บาท หลังพบว่ามีการสลับสายไฟบริเวณมิเตอร์ทั้งที่ไม่เคยไปทำอะไรกับมิเตอร์

นายวัชรพงษ์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากวันที่ 10 กรกฎาคม เวลา ประมาณ 19.00 น. ที่บ้านไฟฟ้าดับเพียงหลังเดียว จึงได้โทรแจ้งการไฟฟ้าหนองใหญ่ เข้ามาทำการแก้ไขซ่อมไฟฟ้า พอเจ้าหน้าที่มาถึงก็ได้พาไปจุดที่ติดตั้งมิเตอร์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตักตะกั่วที่มิเตอร์ออกแล้วใช้รถกระเช้าขึ้นไปซ่อมโดยระว่าเป็นขี้เกลือ หลังซ่อมเสร็จเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใส่ตะกั่วที่ตัดไปก่อนหน้านี้คืน ตนเองได้แย้งไปไม่มีปัญหาใช่มั้ย แต่กลับได้คำตอบว่าไม่ต้องใส่ก็ได้เดี๋ยวก็ต้องมาเปิดซ่อมอยู่ดี ตนเองจึงไม่ได้ทักท้วงต่อเพราะเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาทำเอง

ต่อมา วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า (ส่วนกลาง) มาตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าในหมู่บ้าน ซึ่งระว่าบ้านตนเองมีการสลับสายไฟ ทำให้มิเตอร์ทำงานผิดปกติ ทำให้สูญเสียรายได้ ซึ่งได้อธิบายไปแล้วแต่เขาให้ไปหาหลักฐานมา และยังยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีทางที่จะทำงานผิดพลาดอย่างแน่นอน

ปกติตนเองจะจ่ายค่าไปประมาณ 1500 กว่าบาท ซึ่งหลังที่มีแจ้งซ่อมครั้งแรก ค่าไฟลดเหลือประมาณ 1300-1400 บาท และหลังจากมีการตรวจพบสายสลับครั้งที่ 2 ค่าไฟก็ยังอยู่ที่ 1300-1400 บาท ซึ่งถ้าตนเองคิดจะทำค่าไฟก็คงต้องลดกว่านี้ ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตุว่า ตอนแจ้งครั้งแรกมีการตัดตะกั่วออก แต่ไม่มีการใส่กลับ ซึ่งหลังจากมีการสุ่มตรวจเสร็จสิ้นได้มีการนำตะกั่วติดตั้งกลับไปตามเดิม ซึ่งมันทำให้ย้อนแย้งกับคำพูดเจ้าหน้าที่ที่ว่าไม่ต้องใส่ก็ได้ ยืนยันว่าไม่เคยไปยุ่งกับมิเตอร์ หรือดัดแปลงส่วนได้ทั้งนั้น

ด้านนายนิรันดร์ ระว่า สำหรับเรื่องนี้คงต้องประสานไปยังการไฟฟ้า เพื่อพูดคุยหาแนวทางแก้ไข และดูว่าเป็นความผิดพลาดส่วนไหน ซึ่งต้องยอกว่าที่ผ่านมาตนเองเคยเจอว่าเจ้าหน้าที่มีการต่อไฟฟ้าสลับบ้านก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว อย่สงไรก็ตามต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายด้วย

พ่อเมืองกระบี่ เปิดงาน “ตากลม ชมเลเสน่ห์ท่าพร้าว”ส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองพน

“อังกูร ศีลาเทวากูล”ผู้ว่าฯกระบี่ เปิดงาน “ตากลม ชมเลเสน่ห์ท่าพร้าว” เพื่อพัฒนาพื้นที่สุขภาพ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลคลองพน อ.คลองท่อม

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวภายในตำบลคลองพน กิจกรรมงาน “ตากลม ชมเลเสน่ห์ท่าพร้าว” ณ บริเวณหัวสะพานท่ามะพร้าว หมู่ที่ 9 ต.คลองพน อ.คลองท่อม ซึ่งเทศบาลตำบลคลองพนพัฒนา ร่วมกับสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกระดับสู่ตำบลต้นแบบของโครงการพัฒนาพื้นที่สุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ

สำหรับกิจกรรมในงาน จัดให้มีซุ้มนิทรรศการด้านการส่งเสริมสุขภาพ การแข่งขันการวิ่งเทรลระยะทาง 3 กม. การแสดงรำมวยไทย เต้นแอโรบิกเพื่อสุขภาพ การแข่งขันเรือพลีส การแข่งขันชกมวยทะเล ปีนเสาน้ำมัน เป็นต้น

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขอชื่นชมทุกหน่วยงานในพื้นที่ และชื่นชม สสส. ที่ได้เข้ามาช่วยส่งเสริมสนับสนุนชุมชน และความเข้มแข็งบรรดาผู้นำท้องถิ่นผู้นำท้องที่ผู้นำทางศาสนาทุกคนมีความกระตือรือร้นมีความตื่นตัวที่จะให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีสุขภาวะ คือพื้นที่ที่พี่น้องประชาชน มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่มีอบายมุขต่างๆ เช่น ยาเสพติด เหล้า บุหรี่ เป็นต้น โดยเฉพาะในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพราะฉะนั้นดีใจที่ สสส. ได้เลือกจังหวัดกระบี่ พื้นที่บ้านท่ามะพร้าว ตำบลคลองพล แห่งนี้เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการโดยผู้ก่อการดี

วันนี้ถือว่าเป็นงานแรกของตนที่มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ขอย้ำว่า ตนมาที่กระบี่ไม่ได้มาเป็นเจ้านาย แต่มาเพื่อช่วยพัฒนาจังหวัดกระบี่ ให้มีความก้าวหน้า ส่วนจะไปในทิศทางใด ซึ่งขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่กระบี่ทุกภาคส่วน ผู้ว่าฯมีหน้าที่ในการสนับสนุนส่งเสริม ส่วนทิศทางการพัฒนาของจังหวัดกระบี่ จะขับเคลื่อนไปในทิศทางใดขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่ ที่ทุกท่านช่วยกันร่วมวางแผนและขับเคลื่อนไปด้วยกัน ผู้ว่าฯจะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการทุกภาคส่วน ในการเชื่อมข้อมูลเข้าด้วยกันของทุกกระทรวง กรม รวมทั้งงบประมาณต่าง ๆ เพื่อนำมาพัฒนา

เชียงใหม่คึกคัก แห่ชมความน่ารักซุปตาร์ “น้องเอวา” เสือโคร่งหน้าแบ๊ว

นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาหา “น้องเอวา” เสือโคร่งสีทอง หรือเสือโคร่งสตรอว์เบอร์รี อายุ 3 ขวบ เพศเมีย ขวัญใจชาวโซเชียล ขณะกำลังเล่นกับ “เจ้าลูน่า” เสือโคร่งเพศเมีย ภายในส่วนจัดแสดงไทเกอร์เวิลด์ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

ขณะที่ น.ส.โชติรส วาดะ อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวที่มารอชมความน่ารักของน้องเอวาตั้งแต่เช้า เผยว่า เมื่อวานนี้เห็นความน่ารักของน้องเอวาในไอจีและในโซเชียล มันตาแบ๊วๆ เลยตามมาดูซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะมันน่ารักสมคำร่ำลือ

ทางด้าน น.ส.วรัญญา คุณณะลา อายุ 32 ปี ช่างภาพที่ถ่ายภาพน้องเอวามาลงในเพจของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจนเป็นกระแส เผยว่า รู้สึกดีใจมากที่เป็นส่วนหนึ่งที่ถ่ายภาพน้องเอวาจนมีคนแห่แชร์จำนวนมาก หลายคนมองเห็นความน่ารักของน้องเอวา

โดยในแต่ละวันนั้นจะใช้เวลามาเก็บภาพน้องเอวาในช่วงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่น้องตื่นนอนโดยเธอจะใช้เวลาถ่ายรูปน้องวันละ 200 รูป วันละครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะมานั่งคัดเลือกรูปน้องที่น่ารักในอิริยาบถต่างๆ ในการที่น้องผ่อนคลายเล่นกับเพื่อนของน้องเอวา โดยในหัวเธอที่จะถ่ายภาพนั้นต้องคิดว่าเอวานั้นเป็นแมวยักษ์ ต้องสื่อให้น้องดูแมวยักษ์ที่น่ารัก

ขณะที่ น.ส.พัชรีย์ พิพัฒน์วงศ์ชัย อายุ 25 ปี เผยว่า ดูแลเอวามา 3 ปีแล้วซึ่งน้องมีนิสัยขี้เล่นและซุกซน แต่ก็เชื่องกับพี่เลี้ยงเชื่องกับคนดูแล ซึ่งเวลาออกมาแสดงก็ได้แสดงได้ดีและเชื่อฟังพี่เลี้ยงเป็นอย่างดี ซึ่งภาพที่เห็นหลายคนจะมีหน้าแบ๊ว เพียงมุมเดียว ซึ่งต้องมาดูด้วยตนเองเพราะเอวามีหลายหน้า ทั้งตาปรือและตาตี่ด้วย.