ชลประทานพิจิตรยกปิดบานประตูฝายไฮดรอลิคแม่น้ำยมกักเก็บน้ำช่วยชาวนารับมือภัยแล้ง

พิจิตร-ชลประทานปิดบานประตูฝายไฮดรอลิคพับได้ในแม่น้ำยมกักเก็บน้ำช่วยชาวนารับมือภัยแล้งครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 51,375 ไร่


นายฉัตรชัย ทองปอนด์ ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร และ นายณัฐภูมิ อนันตภูมิ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่บริเวณ ปตร.สามง่าม ซึ่งตั้งอยู่ในแม่น้ำยมที่บ้านจระเข้ผอม ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร เพื่อดำเนินการยกฝายไฮดรอลิกพับได้ในแม่น้ำยมเพื่อกักเก็บน้ำ

หลังจากที่ประเมินสถานการณ์แล้วพบว่าหลังจากฤดูฝนหมดไปเมื่อปลายเดือน ต.ค. 67 ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมแบบขั้นบันไดที่มี ประตูระบายน้ำท่านางงาม ตั้งอยู่ที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 51,375 ไร่ , ประตูระบายน้ำท่าแห ตั้งอยู่ที่ ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 81,111 ไร่ จึงได้ดำเนินการปิดบานประตูระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำ

รวมถึงฝายสามง่ามหรือ ฝายไฮดรอลิคพับได้ แห่งนี้จึงได้ดำเนินการยกบานประตูน้ำขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ต.รังนก ต.สามง่าม ต.กำแพงดิน ที่มีสถานีสูบน้ำ 12 สถานี มีพื้นที่นาข้าว 26,475 ไร่เพื่อให้ได้มีน้ำทำนาปรังในช่วงนี้ต่อไป

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/พิจิตร/

ฝนกระหน่ำเกือบ 4 ชั่วโมง น้ำป่าท่วมเมืองย่านเศรษฐกิจพัทลุงฉับพลัน

พัทลุง- ฝนตกหนักนานเกือบ 4 ชั่วโมง น้ำท่วมขังผิวจราจร และ บ้านเรือนชาวบ้าน น้ำยังเอ่อทะลักท่วมเมืองย่านเศรษฐกิจฉับพลัน ระทึกต้นไม้ล้มทับรถเก๋งได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานเกิดฝนตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงวันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่ายเกิดฝนตกหนักมากต่อเป็นเวลานานเกือบ 4 ชั่วโมง ทำให้ทำเกิดน้ำท่วมขังถนนเกือบทุกเส้นทำให้น้ำระบายไม่ทัน

โดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำของชุมชนบ้านวังเนียง ชุมชนบ้านนางลาดเหนือ และชุมชนบ้านส้มตรีดริมถนนสายเพชรเกษม น้ำท่วมสูงประมาณ 30–40 ซม. ชาวบ้านเร่งนำกระสอบทรายกั้นน้ำ แต่ไม่สามารถกั้นน้ำเอาไว้ได้ เนื่องปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อเนื่อง และน้ำเพิ่มระดับขึ้นทำให้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านหลายครัวเรือน.

ขณะเดียวทาง อบจ.พัทลุง และเทศบาลเมืองพัทลุง เร่งแจกจ่ายกระสอบสอบทรายเพื่อให้ชาวบ้านชุมชนต่างๆ ที่น้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าบ้านเรือน ส่วนบริเวณริมถนนสายเพชรเกษม พัทลุง – ตรัง น้ำท่วมผิวจราจรและร้านค้าริมถนน

โดยเฉพาะบริเวณร้านขายริมถนนน้ำท่วมขัง ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังน้ำท่วมได้เข้าช่วยเหลือเพื่อขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เพราะเกรงหากฝนตกหนักมากกว่านี้จะได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น และจากที่เกิดฝนตกหนักในเขตเทศบาลพัทลุงทำให้ท่วมขังผิวจราจรเกือบทุกเส้นทาง ประกอบกับโรงเรียนบางแห่งมีสภาพน้ำท่วมขัง จึงเป็นช่วงที่โรงเรียนต่างๆ ปล่อยเด็กนักเรียนกลับบ้านพร้อมกันทำให้รถแต่ละเส้นทางติดยาวและเป็นเวลานาน

ด้านนายก้องสกุล จันทราช รองผวจ.พัทลุง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูสภาพน้ำขังบริเวณ สี่แยกถนนสายเอเชีย บ้านส้มตรีด เขตเทศบาลเมืองพัทลุง ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมขังหนักที่สุด โดยเร่งกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบกับชาวบ้านบริเวณดังกล่าวหลายครัวเรือน สำหรับน้ำที่ท่วมขังอยู่ในขณะนี้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองพัทลุงเร่งระบายน้ำและหากฝนหยุดฝนตกคาดว่าภายใน 2 – 3 ระดับน้ำบนผิวถนนจะกลับเข้าสภาวะปกติ

ขณะเดียวกันฝนที่ตกหนักลมพัดแรง ในพื้นที่ ตัวเมือง พัทลุง ทำให้ต้นประดูอายุกว่า 70 ปี ได้ล้มทับรถยนต์เก๋งได้รับความเสียหาย บริเวณหน้าวัดส้มตรีดหรือวัมอัมพวณาราม หมู่ 3 ต.มิหรำ อ.เมือง จ.พัทลุง แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ นางมยุรี อายุ 61 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถยนต์เก๋งมารับหลานสาวที่รร.อนุบาลดอกบัว ต้นประดูก็ล้มใส่จนรถได้รับความเสียหาย โชคดีตนไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ตกใจเล็กน้อย

ล่าสุดจังหวัดพัทลุง ได้ประกาศประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอำเภอริมเทือกเขาบรรทัดประกอบด้วย อำเภอกงหรา อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอป่าบอน อำเภอตะโหมด และอำเภอศรีบรรพต ให้เพิ่มความระมัดระวังน้ำป่าหลาก และดินโคลนถล่ม เนื่องในพื้นที่มีสภาพฝนตกต่อเนื่อง

รัฐบาลลุยผลักดันสินค้าเกษตรไทย“ผลไม้-เนื้อวัว“ขยายตลาดในจีน

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เดินทางมาเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นาย Tuo Zhenguo (ถั่ว เจิ้งกั้ว)  รองอธิบดีกรมพาณิชย์มณฑลยูนนาน ได้ให้การต้อนรับ

ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยว่า การมาเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยไปยังจีน ซึ่งผู้บริโภคชาวจีนนิยมบริโภคสินค้าเกษตรจากประเทศไทย โดยเฉพาะผลไม้ เช่น ทุเรียน และมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และได้เน้นย้ำว่าสินค้าเกษตรไทยมีมาตรการที่ปลอดภัย มีคุณภาพสูง และเป็นไปตามหลักสากล อีกทั้งฝ่ายไทยมีความประสงค์จะส่งออกเนื้อวัวไปยังจีน และอยู่ในขั้นตอนระหว่างการตรวจสอบและกฎระเบียบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีน โดยฝ่ายจีนมีนโยบายผลักดันและสนับสนุนการนำเข้าเนื้อวัว ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวจีนโดยกระทรวงเกษตรจะได้หารือกับ GACC และกิจการชนบทของจีนต่อไป

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้เยี่ยมชมสินค้าเกษตรไทย ณ ซุปเปอร์มาร์เก็ต Parkson นครคุณหมิง มณฑลยูนนาน โดยซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้มีสาขาต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศจีนจำนวน 35 สาขา โดยมีสาขาหลักอยู่ที่มณฑลยูนนาน มณฑลเสฉวน และมณฑลกว่างซี และยังมีสาขาในประเทศลลาวอีก 1 สาขา โดยสินค้าเกษตรไทยที่เป็นที่นิยมและมีวางจำหน่ายในฤดูกาลนี้ ได้แก่ ส้มโอผลสด มะพร้าวอ่อนผลสดพร้อมที่กด ลำไยสด และน้ำมะพร้าวบรรจุขวด และสินค้าแปรรูป ได้แก่ ข้าวสาร ข้าวเกรียบกึ่งสำเร็จรูป แป้งมันสำปะหลัง สาคู เครื่องแกง เครื่องปรุงสำเร็จรูป 

วธ.เผย ลอยกระทงปี 2567 ทั่วประเทศ คึกคัก มีเงินสะพัด 8.3 พันล้านบาท

กระทรวงวัฒนธรรม เผยภายหลังงานลอยกระทงทั่วประเทศ มียอดนักท่องเที่ยวรวม 6.6 ล้านคน พบการใช้จ่ายช่วงเทศกาลลอยกระทงสูงขึ้น มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 8,299 ล้านบาท สนองนโยบายการผลักดัน Soft power เทศกาลไทยสู่ World Event เป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลกชัดขึ้น

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผย ว่า ภายหลังรัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้รณรงค์จัดงานส่งเสริมประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด“ลอยกระทง วิถีไทย ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” โดยมีหมูเด้งเป็นพรีเซนเตอร์เชิญชวนชาวไทยละชาวต่างชาติไปเที่ยวงานลอยกระทง เพื่อผลักดัน Soft power เทศกาลลอยกระทงของไทย ให้เป็น World Event หมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยขอให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและสภาวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ ส่งเสริมการจัดงานและรายงานผลการจัดงานส่งเสริมประเพณีลอยกระทงทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร 5 จังหวัด   อัตลักษณ์ (เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก ร้อยเอ็ด สมุทรสงคราม) และ 8 เมืองน่าเที่ยว (ลำปาง ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ภูเก็ต) รวมทั้ง ทุกจังหวัดทั่วประเทศ พบว่า ภาพรวมทั้งประเทศมีจำนวนนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้ ประมาณ 6.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.1 ล้านคน จากปี 2566 ที่มีจำนวน 2.5 ล้านคน สร้างมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 8,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,299 ล้านบาท หรือ 38 %  จากปี 2566 ที่มีรายได้ 6,000 ล้านบาท

นางสาวสุดาวรรณ เปิดเผยอีกว่า งานลอยกระทงกว่าที่จัด ณ วัดอรุณราชวราราม  ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานจำนวนมากกว่า 58,500 คน ทำให้ทุกพื้นที่ของวัดอรุณวรารามราชวรมหาวิหาร เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และยังพบว่า ปีนี้ผู้มาลอยกระทงมีความตระหนักและให้ความสำคัญกับการลอยกระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้กระทงที่เป็นวัสดุธรรมชาติหรือสามารถนำกลับมาใช้ใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยจากรายงานของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ได้จัดเก็บกระทงจำนวนทั้งสิ้น   514,590 ใบ เป็นกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ 506,320 ใบ (คิดเป็น 98.39 %) และกระทงที่ทำจากโฟม 8,270 ใบ (คิดเป็น 1.61 %) เมื่อเทียบกับปี 2566 ซึ่งจัดเก็บได้ 639,828 ใบ พบว่าจำนวนกระทงลดลง 125,238 ใบ หรือลดลงประมาณ 19.57 % ​​และยังพบว่าประชาชนลอยกระทงดิจิทัลหรือลอยออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ในบรรยากาศเสมือนจริงของสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ทั้ง 34 แห่ง และริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไอคอนสยาม มีประชาชนร่วมลอยกระทง จำนวน 36,832 ใบ ส่วนการลอยกระทงดิจิทัลในพื้นที่ 4 จุด มีจำนวน 10,885 ใบ

สำหรับการจัดงานในพื้นที่ 5 จังหวัดอัตลักษณ์ ได้แก่ งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย ,งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จ.ตาก , งานประเพณีเดือนยี่เป็ง จ.เชียงใหม่ , ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม และประเพณีสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป จ.ร้อยเอ็ด พบว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยว   เดินทางเข้าพื้นที่จัดงานทั้ง 5 จังหวัดอัตลักษณ์ กว่า 1 ล้านคน มีมูลค่าการใช้จ่ายรวมกว่า 2,823 ล้านบาท โดยงานลอยกระทงของจังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนนักท่องเที่ยวและมีรายได้สูงเป็นอันดับ 1 มูลค่ากว่า 2,600 ล้านบาท เนื่องจากเป็นพื้นพื้นที่ยอดนิยมของคนไทย และเริ่มมีสภาพอากาศที่เย็นลง ผนวกกับรูปแบบการจัดงานที่มีอัตลักษณ์และสวยงาม เป็นประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

“ความสำเร็จของการรณรงค์ปีนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่ร่วมบูรรณาการตามมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการช่วยกันเผยแพร่องค์ความรู้และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในประเพณีลอยกระทงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางไปท่องเที่ยวช่วงเทศกาลลอยกระทง และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในปีนี้ด้วย ทั้งนี้เชื่อว่า ปีต่อ ๆ ไป คาดว่า เทศกาลลอยกระทงของไทย จะพัฒนาไปสู่ World Event เป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างแน่นอน” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว

ผู้ว่าฯกระบี่คนใหม่ขอความร่วมมือทุกภาคร่วมใจพัฒนาจังหวัดอย่าคิดมาเป็นเจ้านาย

“อังกูร ศีลาเทวากูล” ผู้ว่าฯกระบี่คนใหม่เข้ารับหน้าที่วันแรก ประชาชน ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่นแห่ต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมพัฒนาจังหวัดบรรลุเป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” อย่าคิดว่ามาเพื่อเป็นเจ้านาย

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2561 ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เดินทางเข้าปฏิบัติราชการเป็นวันแรก ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ คนที่ 54 เมื่อเดินทางมาถึง นายอังกูร พร้อมด้วย นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด ได้แก่ ศาลพระภูมิภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัด พระพุทธรูปภายในสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด

จากนั้น เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อสักการะพระพุทธสิหิงค์ ศาลพระภูมิ ศาลตายาย ศาลหลักเมือง พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และเดินทางไปยังอาคารศาลากลางเพื่อสักการะพระพุทธรูปภายในห้องทำงานเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มปฏิบัติราชการทันที โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ประชาชน รวมถึง นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกอบจ.กระบี่ ,นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง, นายกิตติ กิตติธรกุล และ นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย มาร่วมต้อนรับท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้พบปะพูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเองกับข้าราชการ

สำหรับ นายอังกูร ศีลาเทวากูล เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2515 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนราชดำริ กทม. ระดับปริญญาบัณฑิต ศศ.บ. (รัฐศาสตร์) เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระดับ มหาบัณฑิต ร.ม. (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบการณ์และการดำรงตำแหน่งที่สำคัญ


•ปลัดอำเภอ ในส่วนภูมิภาค (จ.ประจวบคีรีขันธ์,สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, สมุทรปราการ)
•เจ้าพนักงานปกครอง ในส่วนกลาง (กองวิชาการและแผนงาน สำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง)
•ช่วยราชการ สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
•นายอำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
•นายอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
•ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ สป.มท.
•รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
•รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
•ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
•ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ คนที่ 54 มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.2567

นายอังกูร ให้สัมภาษณ์ว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ต้องขอขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ไว้วางใจมอบหมายให้มาทำงานารับใช้พี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ ถึงแม้จะทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแห่งแรก แต่ตนจะทำงานอย่างเต็มที่นำความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ทำงานอย่างหนักสนองนโยบายรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงมหาดไทยให้บรรลุจุดประสงค์

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สส.และข้าราชการ ต้องช่วยกันขับเคลื่อนงานเดินไปด้วยกัน มีปัญหาต้องช่วยกันแก้ไขปรึกษาหารือถึงจะประสบผลสำเร็จ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเพียงศูนย์กลางความร่วมมือเท่านั้น เจ้าของพื้นที่อยากได้อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมให้ช่วยกันคิดแล้วทำงานร่วมกันเพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย จังหวัดพร้อมสนับสนุนเต็มที่

“กระบี่เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามตรงนี้ถือเป็นจุดขายสร้างรายได้ให้กับจังหวัดและประชาชน จึงต้องต่อยอดตรงนี้ ดังนั้นการท่องเที่ยวต้องปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญ ต้องทำให้นักท่องเที่ยวมาแล้วประทับใจมีความสุขกลับไปแล้วอยากกลับมาเที่ยวใหม่ สิ่งสำคัญต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย จ.กระบี่นอกจากเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นเมืองเกษตร และอุตสาหกรรมด้วย ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นหลายด้าน แต่สิ่งสำคัญต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดของผม อย่าคิดว่ามาเป็นเจ้านาย ถ้าคิดแบบนี้จะทำให้การทำงานมีเส้นแบ่ง การทำงานจะมีอุปสรรค แต่ขอให้คิดว่าผมถูกส่งมาเพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชน และพร้อมทำงานตามภารกิจของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้ลุล่วง” นายอังกูรกล่าว

“ยายงอบ”!ควายแสนรู้ลาโลกเจ้าของทำพิธีฝังด้วยความอาลัย

นางติ่ง ไร่ดี  อายุ 77 ปี  ชาวบ้านแจ้งเจริญ หมู่ที่ 4  ตำบลหนองแจ้งใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสสีมา พร้อมครอบครัว นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 5 รูป มาจัดทำพิธีสวดศพควายที่เลี้ยงมาเป็นเวลา 36 ปี จนเกิดความรักและผูกพันธ์ ควายตัวดังกล่าวชื่อว่า “ยายงอบ” เป็นควายเพศเมีย  ให้ลูกมาแล้ว 29 ตัว ป่วยตายด้วยอายุที่มาก และวัยชรา โดยก่อนหน้านี้นางติ่ง เจ้าของเคยเลี้ยงควายมาเกือบ 20 ตัว และขายออกไปเกือบหมดแล้ว ยกเว้นวัวตัวนี้ เลี้ยงไว้นานกว่าตัวอื่นๆ จนมาตายลงในช่วงเที่ยงวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว

นางติ่ง กล่าวว่า ยายงอบเป็นควายแสนรู้ ฉลาด ฟังภาษาคนรู้เรื่อง  ตนเองซื้อมาในราคา 10,000 บาท พอมาอยู่ด้วยทำให้เกิดความรักและผูกพันธ์ ตั้งแต่เลี้ยงมาการทำมาค้าขายดีขึ้น เคยให้โชคลาภจนมีฐานะดีขึ้น จึงเลี้ยงเรื่อยมาจนมาทุกวันนี้ กระทั่งตายลงในที่สุด ทางครอบครัวจึงได้นิมนต์พระมาสวดทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้ และทำพิธีขุดหลุงฝังไว้ในบริเวณบ้านเพราะอยากให้ยายงอบได้อยู่กับคนในบ้านหลังนี้ตลอดไป

ข่าว/ภาพ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา

“โอปอล สุชาตา”รองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส 2024 กลับถึงไทย

เมื่อเช้าวันที่ 21 พ.ย.   โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี รองอันดับ 3 Miss Universe 2024 (มิสยูนิเวิร์ส 2024) เดินทางกลับถึงประเทศไทย  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการประกวด มิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 73 ที่ประเทศเม็กซิโก  ท่ามกลางแฟนนางงามแห่ต้อนรับกันอย่างอบอุ่นแน่นสนามบิน พร้อมมีเสียงตะโกนให้กำลังใจอื้ออึงไปทั่วสนามบิสนามบินสุวรรณภูมิ 

โอปอล บอกว่า ดีใจและภูมิใจกับตัวเองและพลังของชาวไทย  โดยช่วงตอบคำถามบนเวทีประกวดค่อนข้างมั่นใจ แต่เมื่อประกาศผลได้รองอันดับ 3 ก็เคารพการตัดสินใจของกรรมการและองค์กร ความตั้งใจหลังจากนี้ เป็นโครงการ Opal for Her รณรงค์ให้ตระหนักรู้ถึงโรคมะเร็งเต้านม 

สำหรับ “โอปอล สุชาตา” ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ เธอทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ในทุกรอบการแข่งขันและทุกกิจกรรมที่เข้าร่วม กลายเป็นสาวเอเชียเพียงคนเดียวที่ผ่านเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้ายได้สำเร็จ จนกลายเป็นที่ 1 ในใจแฟนนางงามคนไทย

รัฐบาล เตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกชวนไปทำงานฟาร์มที่ออสเตรเลีย

“คารม พลพรกลาง”รองโฆษกรัฐบาล เตือนภัยอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพใช้โซเชียลหลอกทำงานฟาร์มออสเตรเลีย ย้ำรัฐบาลออสเตรเลียยังไม่มีความร่วมมือกับประเทศไทยด้านการส่งแรงงานและยังไม่มีนโยบายการออกวีซ่าเกษตรให้กับคนไทย

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2567 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้สื่อออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กโฆษณาชักชวนคนไทยไปทำงานฟาร์มในออสเตรเลีย โดยแอบอ้างว่ารัฐบาลออสเตรเลียและกระทรวงแรงงานร่วมมือจัดหาคนไทยไปทำงานในออสเตรเลีย โดยจะได้รับวีซ่าประเภททำงานเป็นระยะเวลา 3-5 ปี ได้รับค่าจ้างเดือนละ 90,000 – 120,000 บาท และนายจ้างจะจ่ายค่าดำเนินการ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า พร้อมจัดหาที่พักให้ตลอดระยะทำงาน

“เมื่อมีผู้สนใจหลงเชื่อจะให้ส่งข้อมูลส่วนตัว ชื่อ สกุล ที่อยู่ พร้อมเอกสารสำคัญ อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน อ้างว่าจะใช้ในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและยื่นขอวีซ่าทำงาน จากนั้นจะให้โอนเงินเป็นค่ามัดจำหรือเป็นค่าดำเนินการด้านเอกสารเป็นเงินประมาณ 100,000 – 200,000 บาท และเมื่อชำระเงินครบแล้ว จะไม่มีการติดต่อหรือดำเนินการตามที่สัญญาไว้ และผู้เสียหายจะไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ตามกำหนดเวลา และยังมีกรณีการชักชวนให้คนไทยยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวแทนวีซ่าทำงานโดยมีการสัญญาว่าจะช่วยยื่นขอวีซ่าทำงานภายหลังจากการเดินทางไปถึงออสเตรเลีย และเมื่อเดินทางถึงแล้ว ผู้ที่เสียหายจะไม่สามารถติดต่อกับตัวแทนหรือได้รับการช่วยเหลือตามที่สัญญาไว้” นายคารม ระบุ

นายคารมเน้นย้ำว่า รัฐบาลออสเตรเลียยังไม่มีความร่วมมือกับประเทศไทยด้านการส่งแรงงานและยังไม่มีนโยบายการออกวีซ่าเกษตรให้กับคนไทย เตือนคนไทยที่กำลังหางานในต่างประเทศก่อนตัดสินใจโอนเงินให้สายนายหน้าหรือผู้แทนบริษัทรายใดขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน เว็บไซต์กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน doe.go.th/ipd ปัจจุบันมิจฉาชีพมีกลวิธีสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อหลอกลวงคนหางานหลายวิธี โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีการดำเนินคดีสายนายหน้าเถื่อนแล้ว 452 ราย หลอกลวงคนหางานทั้งสิ้น 608 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวน 44,223,300 บาท ซึ่งประเทศที่พบคนหางานถูกหลอกลวงไปทำงานมากที่สุด ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สหรัฐอเมริกา และไอซ์แลนด์ ตามลำดับ

ผู้เลี้ยงปลานิลขาดทุนยับนายทุนเทน้ำมันเครื่องลงท่อปลาตายยกกระชัง

นครราชสีมา-เกษตรกรเมืองคง เดือดร้อนหนัก  ร้านซ่อมรถเทน้ำมันเครื่องเก่าลงท่อน้ำ ไหลลงบ่อเลี้ยงปลา ทำปลาในบ่อตายเพียบ

นางกองมา ชินนอก อายุ 61 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล บ้านหมัน ตำบลหนองมะนาว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา บอกว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลึ้ยงปลานิลบ้านหมันกำลังประสบกับปัญหาความเดือดร้อนหนัก เนื่องจากปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อ ลอยขึ้นมาตายเป็นจำนวนมากส่งผลให้แต่ละคนต่างขาดทุนหนัก  

นางกองมา  บอกว่า ตนใช้พื้นที่หลังบ้าน จำนวน 5 ไร่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ทำการเกษตรกรแบบผสมผสาน มีทั้งเลี้ยงปลา เลี้ยงหอย เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงไก่ มีคนเข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อนำเอาองค์ความรู้ในสวนของตนเองไปต่อยอด แต่ปัจจุบันได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างหนัก เนื่องจากมีสารเคมี จำพวกน้ำมันเครื่องเก่าไหลลงบ่อเลี้ยงปลา ทำให้ปลาลอยขึ้นมาตายเป็นจำนวนมาก

นางกองมา บอกอีกว่า สาเหตุที่มีสารเคมีและน้ำมันเครื่องไหลลงบ่อปลา เนื่องจากมีคนนำเอาน้ำมันเครื่องเก่าของรถยนต์เทลงในท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อมายังพื้นที่สวนของตนเอง ทำให้ช่วงที่ชาวนาเปิดน้ำเตรียมจะสูบน้ำทำนาปรัง มีสารเคมี และน้ำมันเครื่องเก่าไหลมาตามท่อระบายน้ำด้วย แล้วไหลเข้ามาในบ่อเลี้ยงปลาของตน จนน้ำในบ่อเลี้ยงปลาเป็นคราบน้ำมันสีดำ ส่งผลกระทบทำให้สัตว์เลี้ยง จำพวกปลานิล กุ้ง และหอยที่เลี้ยงไว้ ลอยขึ้นมาตายได้รับความเสียหายทั้งหมด  จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับเกษตรกรด้วย

ด้านนายทองอยู่ ไหวพริบ สภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นและเร่งสูบน้ำในบ่อเลี้ยงปลาออกทั้งหมด เพื่อล้างบ่อ พร้อมกับประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับเกษตรกรเป็นการเร่งด่วน 

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

สุดอลังการ!การแสดงไฟแสงสีเสียง ณ สัทธา อุทยานไทย จ.ราชบุรี

เตรียมกายและใจให้พร้อมกับงาน Nasatta Light Festiva พร้อมอวดความงามพาคุณไปสู่โลกแห่งความมหัศจรรย์แห่งแสงสี!
เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 -27 เมษายน 2568 ณ สัทธา อุทยานไทย อ.บางแพ จ.ราชบุรี ชมการแสดงไฟสุดอลังการ เปิดประสบการณ์การชมแสงไฟในหลากหลายรูปแบบบนพื้นที่อทุยานกว่า 20 ไร่ พร้อมบรรยากาศโรแมนติกที่ไม่เหมือนใครปีนี้เราเปิดตัวโซนใหม่ถึง 3 โซน และมีโซนที่ได้รับการ Re-design มากถึง 10 โซน รวมเป็นทั้งหมด 24 โซน
o โซน 1 Thai Glorious Era
o โซน 2S season Change ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกชีวิต และทุกการเปลี่ยนแปลงมีความสวยงามซ่อนอยู่

โซน 3 God of Thunder ตามความเชื่อโบราณ รามสูร เป็นยักษ์ที่โมโหร้ายและมีฤทธิ์ มาก เมื่อรามสูร
ขว้างขวานก็จะทำให้เกิดฟ้าร้องฟ้าผ่า
o โซน 4 Thai Spirit
o โซน 5 Sukhothai
o โซน 6 Siam Tulip
o โซน 7 Sacred Wave– ทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบ คน เหมือนดอกบัว 4 เหล่า

o โซน 8 Mystical Entrance – เรื่องเล่าเกี่ยวกับ เมืองลับแล มักกล่าวถึงประตูวิเศษที่อยู่บนผนังของถ้ำ หรือหน้าผา ที่จะเปิดออกเมื่อคนในเมืองลับแลเดินทางเข้าออกเท่าน้้น
o โซน 9 Bliss Blossom
o โซน 10 Magic Cave
o โซน 11 Infinity Wall
o โซน 12 The Magic Pond– เป็นการจำลองภาพสระบัวในเมืองบาดาลเมื่อครั้งหนุมานลอบเข้าเมืองบาดาลเพื่อไปช่วยพระรามที่ถูกลักพาตัว ด้วยการลอดก้านบัวยักษ์ที่เชื่อมบึงบัวในโลกมนุษย์กับบึงบัวในเมืองบาดาล จนเป็นเหตุได้เจอกับมัจฉานุผู้เป็นลูกชาย

o โซน 13 Milky Way
o โซน 14 Joyful Light Field ทิวทัศน์ของเขาพระสุเมรุและป่าหิมพานต์
o โซน 15 Whispering Rose (Interactive) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนางฟ้ามัทนา นางฟ้าที่โชคร้ายโดน
เทพบุตรที่มาหลงรักสาปให้กลายเป็นดอกกุหลาบดอกแรกของโลก

โซน 16 Fluffy Light Dance
o โซน 17 Over the Horizon
o โซน 18 Breath of Light Tunnel อุโมงค์ลมหายใจแห่งแสง
o โซน 19Flower Blessing กล่าวถึงความเชื่อเรื่องการอวยพรด้วยการโปรยดอกไม้เพื่อในพ้นจากภัยพิบัติ
o โซน 20 Floating Lantern ยี่เป็งจุด เริ่มต้นเทศกาล


o โซน 21 Glittering Song
o โซน 22 Crystal Walls (Interactive) กำแพงแก้ว หรือเมืองแก้ว ถาวรวัตถุที่ถูกบันดาลขึ้นโดยเทพเทวดาเพื่อช่วยเหลือตัวละครเอกที่ทำความดีในวรรณคดีไทยให้มีที่อยู่อาศัย หรือเมืองให้ปกครอง
o โซน 23 Nymph Forest ภูติแห่งป่า
o โซน 24 Bua Kome ตำ นานพื้นบ้านจากภาคเหนือของประเทศไทยเกี่ยวกับสาวงามที่เกิดจากดอกบัวนาง
มีความงามเป็นเลิศและกลิ่นกายหอมหวาน

นอกจากนั้นยังมี

  • กิจกรรมสายมู :ไหว้ขอพรกับองค์พระพิฆเนศปางสำเร็จทุกสิ่งและลอยเทียนเพื่อขอพรเรื่องโชคลาภและสุขภาพกับพระอวโลกิเตศวร
  • กิจกรรมถ่ายภาพในชุดไทย: สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากได้ภาพสวยแบบมืออาชีพ ภายในงานก็มีบริการเช่าชุดไทย, แต่งหน้าทำผม และช่างภาพให้บริการ พร้อมให้ท่านเก็บภาพความประทับใจสุดพิเศษกลับบ้าน
  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม: เพลิดเพลินไปกับอาหารไทยรสเลิศที่ร้าน “รสสัทธา” หรืออิ่มอร่อยกับอาหารตะวันตก
  • ท่ามกลางแสงไฟที่ร้านอาหาร Bistro

พิเศษสุดสำหรับคนรักสัตว์: ปีนี้งานแสดงไฟ Nasatta Light Festival Winter Illumination 2025 อนุญาติให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้ทุกวันพุธ (โปรดปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับของอุทยาน)

งานแสดงไฟเปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร –วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตกฤษ ตั้งแต่ เวลา 18.00 น. -22.00 น. และ สำหรับผู้ที่ ต้องการสัมผัส ประสบการณ์เต็มวัน สามารถซื้อบัตรทั้งวัน ที่สามารถเข้าชมกิจกรรมต่างๆ ได้ต้้งแต่ 09.00 น. -22.00 น.