“แอนนิสซา” นักเวคเซิร์ฟเอ็กซ์ตรีมทีมชาติไทย คว้าแชมป์โลกรายการเวิลด์คัพ ประเทศจีน

การแข่งขันเวคเซิร์ฟเวิลด์คัพ 2024 รายการ The IWWF Wakesurf World Cup Haikou 2024 เมือง ไหโข่ว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรายการนี้เป็นการนำเอานักกีฬาเวคเซิร์ฟอันดับที่ดีที่สุดจาก 13 ประเทศ มาร่วมแข่งขัน โดยสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 2 คน ประกอบไปด้วย ทรงกลด โจมบุญ และ แอนนิสซา ฐิตา ฟลิน 

โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า แอนนิสซา ฐิตา ฟลิน นักกีฬาลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย จากภูเก็ต สามารถทำคะแนนได้ 63.33 สูงสุดในรอบชิงชนะเลิศรุ่น Open Wake Skim Women คว้าแชมป์ เวิลด์ คัพ 2024 ไปครองได้สำเร็จ 

ขณะที่ ทรงกลด โจมบุญ อีกหนึ่งตัวแทนจากไทย ในรุ่น Open Men Wake Skim ทำคะแนนรอบชิงประเภทชายได้ 63.33 คะแนน จบอันดับที่ 2 ขณะที่แชมป์ตกเป็นของ ณอน ซิเวียร่า จากสหรัฐฯ ที่ทำได้ 73.33 คะแนนในรอบชิงชนะเลิศ

รายการต่อไป สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน สเก็ตบอร์ด ดาวน์ฮิลล์ ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล รายการ Thailand Tropical Downhill Race 2024 ระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคม 2567 ณ บ้านต้นหนุน (นาคูหา) จังหวัดแพร่

พ่อเฒ่าวัย 68 ปี หายตัวไป 5 วัน เข้าฝันญาติฝากดูแลครอบครัวก่อนพบศพในไร่อ้อย

ขอนแก่น-ลูกเมียตามหา 5 วันไร้วี่แวว ลุงวัย 68 ปีขับรถเข้าไร่อ้อยหายตัว ญาติมาบอกฝันเห็นอยู่หนองน้ำ รีบไปดูจึงรู้เหตุผล ที่ทำเอากลั้นน้ำตาไม่อยู่ ฝากดูแลเมียรักให้ดี

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2567 ร.ต.อ.พงษ์พิชิต ธนาพันธ์ภักดี รอง สว.สอบสวน สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านหนองโน ม.5 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ว่าพบศพคนเสียชีวิตในไร่อ้อย ด้านทิศเหนือของหมู่บ้านหลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรพล สินเพ็ง รองผกก.สอบสวน สภ.มัญจาคีรี ,เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4 ขอนแก่น และแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรี ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบรถยนต์กระบะ ฟอร์ด สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน  บห- 5500 ขอนแก่น ตกอยู่ข้างทางในป่าอ้อย  กระจกรถเปิดไว้ทั้งสองข้าง และประตูรถฝั่งคนขับเปิดทิ้งไว้ หลังกระบะพบเสื่อ กล้วย และกระติกน้ำแข็ง ส่วนในรถยนต์พบกุญแจรถเสียบคารูกุญแจในตำแหน่งสตาร์ท และเกียร์รถก็อยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ 

ใกล้กันพบร่างคนเสียชีวิต สวมเสื้อยืดน้ำเงินแขนยาว กางเกงขายาวสีดำสวมรองเท้าบูทนอนหงายตายอยู่ข้างประตูรถฝั่งคนขับ ในสภาพ ขาข้างขวาถูกล้อหน้าเหยียบจนถึงโคนขา ขาซ้ายพาดอยู่ขอบล่างของประตู  ศพเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว 

เจ้าหน้าที่จึงตำรวจได้ให้ชาวบ้านนำรถไถ มาลากเอารถยนต์กระบะออก จากจุดที่เกิดเหตุก่อนให้มูลนิธิร่วมกตัญญูมัญจาคีรี ย้ายร่างผู้ตาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายหนูเพน ยันตา อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 6 บ้านโนนสะอาด ต.นาแพง อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น  แพทย์จึงชันสูตรศพผู้ตาย ในเบื้องต้นเสียชีวิตมาแล้วประมาน 5 วัน โดยทางตำรวจสันนิษฐานสาเหตุผู้ตายจะขับรถถอยหลังในความมืดแล้วตกข้างทาง ก่อนพยายามจะใช้แม่แรงเพื่อยกรถขึ้น แต่ถูกรถตัวเองทับร่างไม่สามารถไปไหนได้จนเสียชีวิต

ในเวลาต่อมานางบุญเลี้ยง ยันตา อายุ  62 ปี ภรรยาคนตายพร้อมลูกสาว ลูกเขยและญาติพี่น้อง ที่มาดูจุดที่พบศพคนตาย โดยนางบุญเลี้ยง กล่าวว่า  ในทุกๆเช้าและเย็นของทุกๆวัน สามีจะพามาขายผักสดที่ตลาดสดมัญจาคีรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชผักที่เก็บจากธรรมชาติ ทั้งผักบุ้งนา ปลีกล้วย ใบตอง  ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด  โดยในช่วงสายของวันที่ 15 พ.ย.สามีได้ไปส่งตะไคร้ให้ตนที่ตลาด จากนั้นก็บอกว่าจะไปขุดตะไคร้ เตรียมมาส่งให้ลูกค้าในวันต่อไป พร้อมทั้งบอกอีกว่าจะไปหาลูกสาวที่ที่นา 

” พอช่วงเย็นกลับถึงบ้าน ก็ไม่เห็นสามี จึงคิดว่านอนอยู่ที่น่ากับลูกหลาน จนถึงเช้าวันที่ 16 พ.ย. ก็ยังไม่เห็นสามี จึงโทรศัพท์ไปถามลูกสาวก็บอกว่า พ่อไม่ได้ไปหา จากนั้นก็ออกตามหาตามญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิท เนื่องจากสามีเป็นอดีตข้าราชการครู อาจจะขับรถไปหาเพื่อน แต่ไม่มีใครพบเจอ ติดต่อทางโทรศัพท์ โทรติด แต่ไม่มีคนรับสาย จึงได้แจ้งความคนหายที่สภ.มัญจาคีรีและสภ.โคกโพธิ์ไชย ทั้งยังพยายามติดต่อทางโทรศัพท์กับสามีตลอดเวลา 3 วันแรกมีสัญญาณโทรติดตลอด แต่ไม่มีคนรับสาย พอวันที่ 4 ช่วงเช้าติดต่อไม่ได้ แต่ช่วงบ่ายโทรติด แต่ไม่มีคนรับสาย จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย”

นางบุญเลี้ยง กล่าวต่ออีกว่า ตั้งแต่ติดต่อสามีไม่ได้ ได้ไปหาหมอดู หมอดูบอกว่า สามีนอนอยู่ในป่าอ้อย ป่าหญ้ารก หากพบตัวก็จะพบเป็นศพแล้ว คนในครอบครัวก็รู้สึกไม่สบายใจ พากันออกตามหาตามป่าอ้อยในพื้นที่อ.โคกโพธิ์ไชยทุกวัน แต่ไม่พบทั้งรถทั้งคน กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ญาติได้บอกกับลูกเขยว่า ฝันเห็นคนตายมาบอกว่า ให้ดูแลตน เพราะคนตายยังเก็บผักบุ้งในหนองน้ำใกล้ป่าอ้อยไม่เสร็จ จึงยังกลับบ้านไม่ได้ ลูกเขยจึงบอกตน แต่ตอนนั้นยังไม่เอะใจ แต่ก็ได้เดินไปดูที่หนองน้ำ ที่ผู้ตายเคยไปเก็บผักบุ้ง ก็เห็นรถยนต์ตกอยู่ข้างทาง จึงรีบโทรศัพท์มาบอกตน ตนจึงให้ลูกพาไปดู จึงพบร่างสามี นอนตายอยู่ข้างรถ จึงได้แจ้งตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตรศพ

“จากสภาพศพ คิดว่า สามีน่าจะขับรถมายังหนองน้ำที่เคยมาเก็บผักบุ้ง แต่ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมา ไม่เคยเอารถยนต์มา ครั้งนี้สามีมาคนเดียวเอารถยนต์มา อาจจะมาถึงแล้วมืด ทางข้างทางมีร่องน้ำที่ไหลจากคลอง จึงไปต่อไม่ได้ คาดว่าน่าจะถอยรถกลับทางเดิม ด้วยความมืด รถจึงตกลงไปในป่าอ้อยข้างทางที่มีหญ้าขึ้นรถ ไม่มีผู้คนผ่านเพราะเป็นถนนกลางไร่อ้อย จึงไม่มีคนพบเห็น สามีน่าจะพยายามใช้แม่แรงยกรถขึ้น โดยใช้ขาซ้ายเยียบคันเร่ง แต่จึงเสียหลักไหลเหยียบขาขวา จนถึงโคนขา บาดเจ็บ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้เสียชีวิต  ซึ่งในเบื้องต้น ครอบครัวก็ติดใจการตาย เพราะไม่เห็นโทรศัพท์ จึงอาจจะเป็นไปได้ว่าสามีถูกฆาตกรรม แต่หลังหลังแพทย์ชันสูตรศพ และค้นในรถก็พบโทรศัพท์อยู่ในลิ้นชักรถยนต์ ครอบครัวจึงหายสงสัย และขอรับศพสามีกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี”

ขณะที่ น.ส.ริตา ยันตา อายุ 45 ปี  ลูกสาวคนตาย กล่าวว่า มีชาวบ้านเห็นพ่อไปขอถุงปุ๋ยเพื่อจะเอาไปใส่ตะไคร้ หลังจากนั้นก็หายตัวไป ซึ่งหลังพ่อหายไปก็ได้พูดคุยกับแม่พร้อมทั้งออกตามหา ประกาศตามหาในโซเชียลก็ไม่เจอ ไม่มีใครแจ้งเข้ามา ได้ออกตามหาพ่อได้โทรศัพท์หาพ่อตลอด ซึ่งโทรติดแต่ไม่มีคนรับ กระทั่งช่วงเช้าวันอาทิตย์โทรหาไม่ติด แต่ช่วงบ่ายโทรติดไม่มีคนรับอีก จึงคิดว่าพ่อจะใช้โทรศัพท์หรือมีคนอื่นใช้โทรศัพท์พ่อหรือไม่ ทำให้เกิดความสงสัยแต่ก็ภาวนาไม่อยากให้เป็นการฆาตกรรม เพราะพ่อเป็นคนทำไร่ทำสวนหาตะไคร้ไปส่งขายที่ตลาดไม่เคยมีเรื่องกับใคร ถ้าพ่อออกจากตลาดตามที่มีชาวบ้านเห็นตอนเย็นก็คงจะมืดแล้ว มาตรงนี้อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้จากความมืด

“ก่อนพบศพพ่อนั้น มีญาติฝันเห็นพ่อมาเก็บผักบุ้งที่หนองน้ำใกล้จุดเกิดเหตุ พ่อฝากให้มาบอกให้ตนดูแลแม่ให้ด้วย  กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ญาติให้สามีพามาดูที่หนองน้ำ จุดที่ฝันเห็นและพ่อเคยมาเก็บผักบุ้ง ก็เห็นรถของพ่อ จึงรีบโทรมาบอกตน ตนพร้อมสามีจึงพาแม่มาดูที่รถ ซึ่งหลังพบศพพ่อ ก็พบโทรศัพท์ของพ่อแล้ว จึงหายสงสัยในประเด็นฆาตกรรม และรับศพพ่อกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป”

เมเจอร์ เปิดฉาก!! แข่งดูหนังไทยมาราธอน 72 ชม.ชิงเงิน 2 แสนบาท

เปิดฉากแล้ว!! สำหรับการแข่งขันMAJOR TOLLYWOOD MOVIE MARATHON 2024” ที่จัดขึ้นโดย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผนึกพันธมิตร กาแฟพร้อมดื่มเบอร์ดี้, ยำยำ คัพ, แอลจี และ มายบาซิน ตอบรับกระแสหนังไทยฟีเวอร์จัดการแข่งขันดูหนังไทยแบบมาราธอนข้ามวันข้ามคืนนาน 72 ชั่วโมง จำนวนภาพยนตร์ 33 เรื่อง ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน โรงที่ 13 (GLS) ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาดมีคอหนังเข้าร่วมประลองความแกร่งเต็มภายใน 2 วันกว่า 572 คน นับเป็นสัญญาณที่ดีของวงการภาพยนตร์ไทย และสร้างความคึกคักให้กับโรงภาพยนตร์ โดยเฟ้นหาผู้ชนะเลิศที่ฟิตร่างกายมาเต็มร้อยเพียง 1 เดียว คว้ารางวัลเงินสด 200,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล เครื่องฟอกอากาศ และบัตรสมาชิก M PASS ฟรี 1 ปี และรางวัลรองชนะเลิศ อีก 4 รางวัล รวมมูลค่า 346,300 บาท

การแข่งขันดูหนังไทยมาราธอน 3 วัน จำนวน 33 เรื่อง กับภาพยนตร์ไทยหลากหลายแนวและหลากหลายอารมณ์ ทั้งตลก เศร้า ตื่นเต้น และสยองขวัญ อาทิ ภาพยนตร์เรื่อง สัปเหร่อ, ธี่หยด 2, หลานม่า, เซียนหรั่ง เดอะมูฟวี่, หลวงพี่เท่ง Comeback, รักที่รอคอย (October Sonata), ตาคลี เจเนซิส, มอร์ริสัน, แดนสาป, สุดเขตสเลดเป็ด, Long Live Love, พี่นาค 1, พี่นาค 2, พี่นาค 3, ส.ค.ส.สวิทตี้, Friendzone, ยูเรนัส 2324, วาเลนไทน์ สวีทตี้, ขุนพันธุ์ 1, ขุนพันธุ์ 2, ขุนพันธุ์ 3, ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก, OMG, มนต์รักดอกผักบุ้ง, อีหล่าเอ๋ย, อ้ายคนหล่อลวง, มหาลัยเที่ยงคืน, แสงกระสือ 2, 32 ธันวา, รักฉันอย่าคิดถึงฉัน, เราสองสามคน, Shutter กดติดวิญญาณ, แฟนฉัน และ คู่กรรม ที่คัดมาให้คอหนังไทยพันธุ์อึดได้ชมตลอด 72 ชั่วโมง

โดยบรรยากาศเปิดกิจกรรมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น โดยมี นรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และ วรกานด์ รอดบุญส่ง ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ กาแฟ พร้อมดื่มเบอร์ดี้ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด  สินค้า กาแฟ Birdy RTD ร่วมกันปล่อยสัญญาณเริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่ฉายเอาใจผู้ร่วมแข่งขันคือภาพยนตร์เรื่อง “สัปเหร่อ” ที่ประสบความสำเร็จโกยรายได้ไปกว่า 720 ล้านบาทจนกลายเป็นกระแสผลักดัน Soft Power ภาพยนตร์ไทย นอกจากยังมีอินฟลูเอนเซอร์คนดังในแวดวงภาพยนตร์ นำโดย ชินวัตร ถามะโรจน์ จากช่อง 1 นาที รีวิว, กิตติพศ สงวนชัยโรจน์ จากช่อง กั๊ตจัง Gustchan がっちゃん และ สยาม ยิ้มบัว จากช่อง I am Siam (สยาม) มาร่วมสร้างปรากฎการณ์ดูหนังมาราธอนในครั้งนี้ด้วย

ใครจะสามารถคว้าตำแหน่งคนพันธุ์อึด!! ได้รับการบันทึกสถิติการดูหนังไทยที่ยาวนานที่สุด 72 ชั่วโมง มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ไปพร้อมๆ กัน…ผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับรางวัลใหญ่เงินสดมูลค่า 200,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลอันทรงคุณค่าในฐานะแฟนพันธุ์แท้คนรักหนังไทย จำนวน 5 รางวัล ดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศ รับรางวัลเงินสด 200,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล เครื่องฟอกอากาศ LG Aero Tower และรับบัตรสมาชิก M PASS ฟรี 1 ปี
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับรางวัลตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ต่างประเทศ 2 ที่นั่ง เครื่องฟอกอากาศ LG Aero Furniture และรับบัตรสมาชิก M PASS ฟรี 1 ปี
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับรางวัลตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ภายในประเทศ 2 ที่นั่ง เครื่องฟอกอากาศ LG Aero Furniture และรับบัตรสมาชิก M PASS ฟรี 1 ปี
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 รับรางวัลเครื่องฟอกอากาศ LG Aero Furniture และบัตรชมภาพยนตร์ 10 ที่นั่ง
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 รับรางวัลเครื่องฟอกอากาศ LG PuiCare Hit และบัตรชมภาพยนตร์ 10 ที่นั่ง

ก.ตร.เคาะโผนายพล “สยาม บุญสม” ผงาด น.1 “ไตรรงค์” คุมไซเบอร์ “ภาณุมาศ” ดู สตม.

นายกฯ“อุ๊งอิ๊ง” ประธาน ก.ตร.จัดโผ “นายพลตำรวจ” ยกระดับอาวุโส 3 ปี ขึ้น ผบช. “ปล่อยผี” 3 ปี สายการเมืองขยับโผเดิม ผบช.ตชด.นั่งผบช.ประสานงานนายก” “สยาม บุญสม” ผงาด ผบช.น. “ไตรรงค์” คุมพื้นที่ทอง ผบช.สอท.

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2567 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผบ.ตร.-ผบช. โดยมี น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการก.พ.ร. นายปิยะวัฒน์ ศิวะรักษ์ เลขาธิการ ก.พ. พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงษ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จตช. พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข รรท.รองผบ.ตร. นายประทิต สันติประภพ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ นายศุภชัย ยาวะประภาษ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ก่อนประชุม ก.ตร. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นำบัญชีรายชื่อที่ผ่านคณะกรรมการพิจารณารายชื่อตำรวจหรือ “บอร์ดกลั่นกรอง” ที่มีการประชุมวันที่ 19 พ.ย.หารือ น.ส.แพทองธาร ซึ่งมีข่าวว่า ก.ตร.ปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย เดิมตำแหน่ง ผบช. ให้ผู้ที่ครองตำแหน่ง 2 ปีขึ้นเป็น ผบช. ปรับเป็นผู้ที่ครองตำแหน่ง 3 ปี ยกเว้น พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 นรต.41 สาย ร.ต.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ขึ้นเป็น ผบช.และบอร์ดกลั่นกรองเสนอปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ผบช.หลักหลายตำแหน่ง

ระดับรองผบ.ตร.ว่าง 4 ตำแหน่ง พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง และพล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 7 ตำแหน่ง พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา หัวหน้าจเรตำรวจ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ท.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบช.ส. พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผบช.สกบ. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4

รายงานการประชุม ก.ตร. ช่วงแรกพิจารณาระดับ รองผบ.ตร.และผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่พิจารณาตามหลักเกณฑ์กฎหมายใหม่ยึดตามลำดับอาวุโส แต่พอมาถึงระดับ ผบช. ได้มีการพิจารณาไล่เลียงตำแหน่ง โดยบอร์ดกลั่นกรองชี้แจงกฎเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายเดิมตำแหน่ง ผบช. ให้ผู้ที่ครองตำแหน่ง 2 ปีขึ้นเป็น ผบช. ปรับเป็นผู้ที่ครองตำแหน่ง 3 ปี ยกเว้น พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 นรต.41 สายตรง ร.ต.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ขยับขึ้นเป็น ผบช. และบอร์ดกลั่นกรองเสนอเปลี่ยน ผบช.หลักหลายตำแหน่ง มีการวิจารณ์ทุกตำแหน่ง รอง ผบช.ขึ้น ผบช. และการสลับระดับ ผบช. ทั้งกลุ่มอาวุโส กลุ่มความรู้ ความสามารถ ก.ตร.บางคนเสนอให้เลื่อนการประชุม ก.ตร.ออกไปก่อน แต่ ก.ตร.มีมติประชุมต่อจนถึงเวลา 18.00 น.พักการประชุม ก.ตร. ก่อนเริ่มประชุมเสร็จสิ้นประชุมเวลา 18.42 น.

ผบช.น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม จตร.นรต.รุ่น 46 ขยับเป็น ผบช.น.
พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม. นรต.รุ่น 41 สายตรง “นายกปู” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และสาย ร.ต.ธรรมนัส พรหมเผ่า คุมพื้นที่ทองเป็น ผบช.สตม.
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.41 เพื่อนร่วมรุ่นนักการเมืองคนดัง ขยับมา ผบช.ภ.1
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.สภพ. นรต.รุ่น 41 โยกมาเป็น ผบช.ภ.2
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ศ. นรต.40 ขยับเป็น ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบช.ภาค 2 นรต.42 สายตรงอดีต “นายกปู” น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็น ผบช.ภาค 4
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 นรต.42 สายแข็งการเมือง อยู่ที่เดิม
พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภาค 6 นรต.รุ่น 42 ลูกชาย พล.ต.อ. พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. สาย ร.ต.อ.ธรรมนัส อยู่ที่เดิม
พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 นรต.40 สายการเมืองใหญ่อยู่ที่เดิม
พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 นรต.42 สายตรง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ตร.อยู่ที่เดิม
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภาค 9 นรต.42 อยู่ที่เดิม
พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 42 เป็น ผบช.ส.
พล.ต.ต.นิตินัย หลังยาหน่าย รองผบช.ภ.9 นรต.รุ่น 40 อดีต ผบก.ตชด.เป็น ผบช.ตชด.
พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรมัย จตร.(สบ.8) นรต.รุ่น 48 สายตรง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตรองผบ.ตร.และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีตผบ.ตร.เป็น ผบช.ปส.
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร.นรต.46 โยกมาเป็น ผบช.สอท.
พล.ต.ต.อาทิชา เปาอินทร์ รองผบช.ภ.7 นรต.รุ่น 44 เป็น ผบช.สพฐ.ตร.
พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.47 มือทำงานภาพลักษณ์ตำรวจ โยกเป็น ผบช.ศ.
พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 นรต.41 สายตรง ร.ต.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ขยับขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ตร.(ประสานงานนายก)
พล.ต.ท. กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. สายตรงนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ขยับเป็น จตร.(สบ.8)
พล.ต.ท.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบช.รร.นรต. นรต.40 อยู่ที่เดิม
พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภาค 2 ขึ้น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผบช.ภ.5 นรต.รุ่น 43 ขึ้น จตร.(สบ.8)
พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รองผบช.ภ.2 ขึ้น จตร.(สบ.8)
พล.ต.ต.วราวุธ สกลสนารักษ์ รอง ผบช.สตส. อดีตนายเวร พล.ต.อ.ณรงค์วิช ไทยทอง อดีตรองผบ.ตร.เป็น ผบช.งป.
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ประจำสนง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 46 เป็น ผบช.สกพ.

ประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” อดีตสามี-ทนายพัช โดนโทษจำคุก

ศาลพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” ขณะที่ “อดีตสามี-ทนายพัช” โดนโทษจำคุก พร้อมสั่งชดใช้เงินมารดาผู้เสียชีวิต 2.4 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2567 ศาลอ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 และนางทองพิน เกียรติชนะสิริ อายุ 66 ปี มารดาผู้เสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ รังสิตวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ อายุ 36 ปี จำเลยที่ 1 ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย

ส่วน พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 40 ปี อดีตสามี และอดีตรอง ผกก.สภ.สวนผึ้ง จำเลยที่ 2 และ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัตร์ หรือ ทนายพัช อายุ 36 ปี จำเลยที่ 3 ในความผิดฐาน ช่วยเหลือจำเลยที่ 1 มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง และซ่อนเร้นทำลายหลักฐาน

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2566 นางสรารัตน์ จำเลยที่ 1 มีเจตนาฆ่า น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย อายุ 32 ปี โดยนำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium Cyanide) ซึ่งเป็นสารพิษปลอมปนใส่ลงในอาหาร หรือน้ำดื่ม และปริมาณเท่าใดไม่ปรากฏชัด ให้ผู้ตายดื่มหรือรับประทาน ระหว่างที่จำเลยที่ 1 กับผู้ตาย ซึ่งเป็นเพื่อนกันเดินทางไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำ ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ก่อนที่ผู้ตายจะหมดสติ และเสียชีวิตเวลาต่อมา

โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การช่วยเหลือและนำทรัพย์สินผู้ตาย 9 รายการมูลค่า 154,630 บาท ของผู้ตายไปให้แก่ผู้มีชื่อ เพื่อซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ตามที่จำเลยที่ 3 ได้ใช้ หรือยุยงส่งเสริมจำเลยที่ 2 เพื่อมิให้เจ้าพนักงานตำรวจติดตามหาทรัพย์ของผู้ตาย เพื่อเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ 1 มิให้ต้องรับโทษตามกฎหมาย หรือให้ได้รับโทษน้อยลงอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธต่อสู้คดี โดยจำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนจำเลยที่ 2-3 ได้รับการประกันตัวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาประหารชีวิต นางสรารัตน์ รังสิตวุฒาภรณ์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ส่วน พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ จำเลยที่ 2 ลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน และ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัตร์ หรือ ทนายพัช จำเลยที่ 3 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ให้ชดใช้เงินแก่มารดาผู้เสียชีวิต 2.4 ล้านบาท.

ชาวนาโคราชระทมไร้ที่ตากข้าวต้องพึ่งลานจอดรถนักท่องเที่ยว

นครราชสีมา-ทุกข์ชาวนาโคราชหลังเก็บเกี่ยวไม่มีที่ตากข้าวต้องไปขอตากบริเวณที่จอดรถนักท่องเที่ยวที่มาชมอุทยานไทรงามในเขตของชลประทานพิมาย และต้องนอนเฝ้าทุกคืน วอนรัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือเพราะต้นทุนทำนาแพง เงินค่าเก็บเกี่ยวและเงินหมื่นดิจิทัลยังไร้วี่แวว

บรรยากาศการตากข้าวของชาวนาในพื้นที่อำเภอพิมาย ซึ่งช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงที่ชาวนากำลังอยู่ในช่วงเกี่ยวข้าวและนำข้าวที่เกี่ยวแล้วนำมาตากเพื่อไล่ความชื้นออกจากข้าวเปลือกเพื่อเพิ่มราคาให้กับข้าวที่จะต้องนำไปขายให้กับโรงสี ซึ่งชาวนาก็ต้องหาสถานที่สำหรับตากข้าวเปลือกเพื่อไล่ความชื้น โดยที่อำเภอพิมายบริเวณลานจอดรถบัสทัศนาจรไทรงาม นายกกล้าณรงค์  อักขะแก้ว อายุ 32 ปี ชาวนาในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.พิมาย ได้ขอกับทางชลประทานนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวแล้วนำมาตากในบริเวณลานจอดรถไทรงามซึ่งอยู่พื้นที่ของชลประทานเพื่อตากข้าวเปลือก พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์มานอนเฝ้าเพื่อป้องกันโจรขโมยข้าวเปลือก

นายกล้าณรงค์ฯ บอกว่า ตนนั้นไม่มีพื้นที่ตากข้าวจึงได้ขอทางชลประทานมาตากข้าวในพื้นที่เพื่อนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวแล้วมาตากไว้ ซึ่งระยะเวลาของข้าวเปลือกที่นำมาตากนั้นก็แล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละวันว่ามีแดดออกมาน้อยเพียงใดถ้าแดดออกตามปกติก็ใช้เวลาประมาณ 2 วันข้าวก็เริ่มแห้งจนนำไปขายได้ แต่เนื่องจากพื้นที่ที่ตนนำมาตากในไม่ได้อยู่ในบริเวณบ้านทำให้ตนนั้นต้องนำอุปกรณ์มาเพื่อสำหรับนอนเฝ้าข้าวที่ตากเอาไว้โดยใช้รถกระบะเป็นที่นอนตลอดระยะเวลา 2 วัน เนื่องจากตนกลัวข้าวเปลือกที่ตากเอาไว้จะหาย

นายกล้าณรงค์ฯ บอกต่อว่า สำหรับฤดูเกี่ยวข้าวในปีนี้นั้นตนและชาวนาในพื้นที่ยังไม่ได้ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท ที่รัฐบาลได้สัญญาเอาไว้ว่าจะให้แต่ก็ยังไม่ได้รับซึ่งราคาข้าวในปีนี้ก็ตกต่ำต้นทุนในการปลูกข้าวก็สูง อีกทั้งชาวนาบางพื้นที่ก็ได้รับผลกระทบจากฝนหลงฤดูทำให้ข้าวที่ยังไม่ได้เกี่ยวรวมไปถึงข้าวที่เกี่ยวแล้วได้รับผลกระทบความชื้นสูงขายได้ราคาต่ำ อยากฝากไปยังรัฐบาลให้เร่งออกนโยบายช่วยเหลือชาวนาโดยด่วน อีกทั้งตนยังคงรอคอยเงิน 1 หมื่นบาท จากทางรัฐบาลที่สัญญาว่าจะให้อีกด้วย.

โดย…ประสิทธิ์  ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

ยกเลิกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เปลี่ยนเป็นช่วยชาวนาไร่ละ 500 บาท คาดทันนำเข้า ครม. 29 พ.ย.นี้

นางสาวนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการประชุมครม. สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 จะนำโครงการตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2567/68 ที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เป้าหมายรวม 8.50 ล้านตันเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา เป็นวงเงินรวมทั้งสิ้น 60,085.01 ล้านบาท จำแนกเป็น วงเงินสินเชื่อ 50,481.00 ล้านบาทและวงเงินจ่ายขาด 9,604.01 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่

1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2567/68

2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2567/68

3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2567/68

นางสาวนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับผลการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิตครั้งที่ 1/2567 มีการพิจารณามติของนบข. ที่ให้ทบทวนโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง) กรอบวงเงิน 29,980.1645 ล้านบาทเนื่องจากเกิดปัญหาอุปสรรคต่างๆ ประกอบกับล่วงเลยระยะเวลาการเพาะปลูกเพื่อสนับสนุนปุ๋ยไปแล้ว อีกทั้งเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2567 เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 72.20 อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวและนำผลผลิตออกสู่ตลาด ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินงานโครงการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน ครัวเรือนละ 20,000 บาทเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาอุปสรรคของโครงการปุ๋ยคนละครึ่งและข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวนาจึงมีมติยกเลิกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง แล้วเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนเป็นสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว อัตราช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงินรวมดอกเบี้ย 3.05% จำนวน 27,550.96 ล้านบาท โดยใช้กรอบวงเงินงบประมาณเดิมของโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง โดยจะเสนอนบข. พิจารณาให้ความเห็นชอบในสัปดาห์หน้าเพื่อนำเสนอต่อครม. ต่อไป

ไฟไต้ระอุ!คนร้ายบึ้มแคมป์คนงานก่อสร้าง “เจ้าแม่กวนอิม”เทพา เจ็บ 3 ทิ้งใบปลิวข่มขู่

ไฟใต้กลับมาระอุ คนร้ายวางระเบิด แคมป์คนงานก่อสร้าง “เจ้าแม่กวนอิม” ที่อ.เทพา จ.สงขลา เจ็บ 3 ราย ทิ้งใบปลิวข่มขู่ เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 06.10 น. วันที่ 20 พ.ย. 67 พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในแคมป์คนงานก่อสร้างเจ้าแม่กวนอิม พื้นที่บ้านปากบางสะกอม หมู่1 ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา ทำให้เกิดไฟไหม้ภายในแคมป์ รวมถึงมีรถกระบะได้รับความเสียหายอีก 1 คัน มีคนงานได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ถูกส่งโรงพยาบาลเทพา

ทราบชื่อผู้บาดเจ็บ คือ นายสมพร นามเขียว อายุ 45 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย, น.ส.ดอน แก้วลอย อายุ 46 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ เจ็บบริเวณขาข้างซ้าย และ ด.ญ.มัณฐิตา วิทเวท อายุ 9 ขวบ เจ็บบริเวณศีรษะ และลำคอ

หลังจากที่ตำรวจ สภ.เทพา, ชุดความมั่นคงตำบลเกาะสะบ้า และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกระดาษใบปลิวเขียนข้อความข่มขู่คนที่มาทำงานในโครงการนี้ และในสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นภาษาไทย และภาษาเมียนมา

จากการสอบแรงงานที่อยู่ในแคมป์ บอกว่า ตอนเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิด ดังขึ้น 2 ครั้ง ก่อนที่จะมีเสียงปืนคล้าย M79 ดังขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นพ่อแม่ลูก ซึ่งคนร้ายได้ยิงถูกถังแก๊สจนเกิดระเบิดขึ้น

เบื้องต้น ได้ประสานเจ้าหน้าที่อีโอดี หรือชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบ เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอีกครั้งว่า เหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใด

ล่าสุดมีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดซ้ำอีก 2 ลูก บริเวณริมถนนชายป่าสวนยาง ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าที่ไปยังแคมป์คนงานก่อสร้างเจ้าแม่กวนอิม ที่อยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตร โดยลูกแรก ระเบิดขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. ส่วนลูกที่สองระเบิดขึ้นเมื่อเวลา 10.46 น. ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการปิดกั้นเส้นทางที่จะเข้าไปยังแคมป์ก่อสร้างไว้ก่อนแล้ว และมีการประเมินไว้ล่วงหน้าว่า อาจจะมีการวางระเบิดซ้ำ ในเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังแคมป์คนงาน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับนักเรียน ระดับประถมและมัธยมต้น ของโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่กำลังเข้าค่ายลูกเสือ เนตรนารี และสามัญรุ่นใหญ่ ที่ปางยางรีสอร์ต ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ ราว 500 เมตร จนต้องยกเลิกกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 พ.ย. และรีบพานักเรียนกลับทันที เพื่อความปลอดภัยผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดระเบิดขึ้นในพื้นที่ จ.สงขลา ยะลา และปัตตานี ในวันนี้ ทำให้ขณะนี้ได้มีการแจ้งเตือน ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา คือ อ.จะนะ, เทพา, นาทวี และ สะบ้าย้อย รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงของ จ.สงขลา เพื่อป้องกันเหตุป่วนที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก

กว่าครึ่งหมื่นรำ “บายศรีสู่ขวัญบ้าน บายศรีเมือง รุ่งเรือง 242 ปี”ศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ-ยิ่งใหญ่อลังการ เฉลิมฉลอง242 ปี เรืองรอง ผ่องใส ไฉไล ด้วยขบวนนางรำ 4 ชนเผ่า กว่าครึ่งหมื่นแต่งกายประจำเผ่าร่วมโชว์วิถีอัตลักษณ์รอบเกาะกลางน้ำ  

ค่ำคืนวันที่ 19 พ.ย.67 ที่ผ่าน  ที่บริเวณลานโคปุระ สวนเฉลิมพระเกียรติ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชมพรรษา 80 พรรษา ( เกาะห้วยน้ำคำ ) อำเภอเมืองศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รองผู้ว่าราชการจังหวัด สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด ภาคีเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน และ ภาคประชาสังคม ได้ร่วมพิธีเปิดงานบายศรีสู่ขวัญบ้าน บายศรีเมือง รุ่งเรือง 242 ปี 

อนุพงศ์ สุขสมนิตย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

การสร้างศรีสะเกษ พร้อมชุดการแสดงวิถีอัตลักษณ์ประจำชนเผ่าของมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษสุดสวยงามตระการตา  จากนั้น เหล่าขบวนนางรำกว่า 5,000.- คน ซึ่งแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองคน 4 เผ่า ประกอบด้วยเผ่าเขมร เผ่ากูย  เผ่าเยอ และ เผ่าลาว ได้มาร่วมฟ้อนรำอย่างสวยงามสุดตระการตาจนเต็มพื้นที่โดยรอบบริเวณลานโคปุระ สวนเฉลิมพระเกียรติ  เป็นการแสดงพลังความรักความสามัคคีของลูกหลานคนรุ่นหลัง อีกทั้งเป็นการน้อมบูชาบุญคุณบรรพบุรุษผู้ได้ร่วมสร้างบ้านแปลงเมืองไว้ให้ลูกหลานได้ร่วมสืบสานรักษา และ ต่อยอดมาจนจวบถึง 242 ปี   

ประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ

สำหรับพิธีเปิดงานในปีนี้ถือว่าเรียบง่าย แต่ทรงคุณค่าทางจิตใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นการผสมผสานวิถีวัฒนธรรมและเอกลักษณ์เฉพาะของคน 4 เผ่า ได้อย่างงดงามตระการตา พร้อมความหลากหลายของคนในทุกช่วงวัยในการสืบทอดของดีของเด่นอีกด้วย  ขณะที่ภายในงานยังมีการจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรม และ การจำหน่ายสินค้าโอทอป หรือ ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองศรีสะเกษจากทั้ง 22 อำเภออีกด้วย  ซึ่งงานบายศรีสู่ขวัญบ้าน บายศรีเมือง รุ่งเรือง 242 ปี การสร้างศรีสะเกษ จะจัดไปจนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

กระบะขนแรงงานต่างด้าวซิ่งหนีตรวจค้นแหกโค้งลงคูน้ำดับทั้งคัน 7 ศพ

นครปฐม-รถกระบะซิ่งหนีตำรวจแหกโค้งลงคูน้ำข้างทางดับทั้งคัน 7 ศพ พบเป็นแรงงานผิดกฎหมาย คาดย้ายหลักแหล่งทำงานหนีตำรวจขอตรวจค้น

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.67 เวลา 23.30 น. พ.ต.ท.ปรัชญา บูรณัติ พนักงานสอบสวนเวร สภ.บางเลน จังหวัดนครปฐม รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนขอบทางลงไปในคูน้ำมีผู้เสียชีวิตหลายลาย เหตุเกิดบนทางโค้งวัดเกาะแรต ถนนสายบางเลน-ดอนตูม หมู่ 8 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน จึงรายงาน พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผกก.สภ.บางเลน ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ โรงพยาบาลบางเลน อาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

จุดดังกล่าวเป็นช่วงทางโค้งตรงข้ามกับวัดเกาะแรต มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม กำลังช่วยกันนำไฟส่องสว่างส่องลงไปในคูน้ำที่มีความกว้างประมาณ 4 เมตร ลึกประมาณ 2 เมตร มีเสาไฟหัก 1 ต้น โดยพบซากรถยนต์กระบะอีซูซุ ออลนิวส์ สีเทา ทะเบียน 3 ฒท 2488 กรุงเทพ จมลงในน้ำสภาพพังยับทั้งคัน พบว่ามีศพอยู่ในช่วงแคปหลัง 1 ศพ ฝั่งคนนั่ง 1 ศพ และลอยอยู่ในคูน้ำ อีก 5 ศพ เป็นชาย 5 รายและหญิง 2 ราย พบมีบัตรชาวเมียนมา อายุ ประมาณ 20-30 ปีเศษ และพบใบขับขี่ ชั่วคราวคนขับ ระบุชื่อ MR.AUNG AUNG OO ในศพชาย และมีทรัพย์สินในตัวแต่ละคนหลายรายการ เงินสด รวมกัน 13,000 บาท และยังพบบนผิวน้ำและริมถนนพบอุปกรณ์และเครื่องใช้สำหรับยังชีพ เป็นมุ้ง ถังน้ำ อุปกรณ์ทำครัว โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้รถนำไฟส่องสว่าง มาเปิดเพื่อช่วยในการกู้ซากศพขึ้นมาจากน้ำ

สอบถามนายชัยณรงค์ วงษ์แก้ว อายุ 28 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองนั่งตกปลาอยู่ที่ใต้สะพานก่อนถึงโค้ง และได้ยินเสียงรถยนต์กระบะขับมาด้วยความเร็วสูงข้ามผ่านตัวเองไปไม่นานเสียงรถก็เงียบหายผิดปกติ อีกสักพักมาได้ยินเสียงอีกทีก็มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ขับรถเข้ามาในบริเวณดังกล่าวนับ 10 คัน และเปิดไฟส่องสว่างจึงได้เดินมาดูพบว่ามีคนเสียชีวิตอยู่ในคูน้ำหลายราย

เบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์สภ.บางเลนขับขี่มาถึงจุดดังกล่าว ได้พบรถกระบะคันดังกล่าวจอดอยู่แสดงท่าทีมีพิรุธ จึงได้ขอตรวจแต่รถคันดังกล่าวได้ขับแหกด่านออกมาด้วยความเร็วสูง เป็นช่วงจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังวิทยุสกัดจับแต่ปรากฏว่า มาประสบอุบัติเหตุแหกโค้งลงข้างทางทำให้มีผู้เสียชีวิต เป็นชาวเมียนมาหลายคน คาดว่าน่าจะย้ายแหล่งทำงานข้ามจังหวัดแต่กลัวถูกจับกุมเลยแหกด่านก่อนมาประสบอุบัติเหตุสยอง

ภาพ/ข่าว : กิตติพงษ์ จันทร์ละมูล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครปฐม