“ในหลวง-พระราชินี”เสด็จฯ ทรงวางพวงมาลาพระบรมราชานุสรณ์เนื่องในวันปิยมหาราช

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม เวลา 17.19 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2567 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องราชสักการะทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย ทรงกราบ เสร็จแล้ว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันปิยมหาราช พุทธศักราช 2567 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ตำรวจสอบสวนกลาง บุกรวบ “แม่เสี่ยโป้”คาบ้านหรูย่าน พุทธมณฑลสาย 2

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ, พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี, พ.ต.ท.อภิชน ขันกา และ พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์ รอง ผกก.1 บก.ป.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.มณเฑียร ธงเทียน รอง สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.จักรพันธ์ใบพิมาย รอง สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.สพงษ์ธรรศน์ แก้วจุนันท์ รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป., พร้อมพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 17 กก.1 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม

1. น.ส.บานเย็น ฯ (แม่เสี่ยโป้) อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 240/2564 ลงวันที่ 3 ก.พ.64 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” (คดี กก.1 บก.ป.)

2. น.ส.พฤกษชาติ ฯ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลแขวงดอนเมืองที่ 61/2563 ลงวันที่ 31 มี.ค.63 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันประกาศโฆษณา ชักชวน จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต” (คดี กก.3 บก.ปอท.)สถานที่จับกุม ภายในบ้าน (พุทธมณฑลสาย 2) แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ ช่วงเดือนมิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ตรวจพบว่า บัญชี Facebook หนึ่ง ได้โฆษณา ชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าเล่นพนันออนไลน์ผ่านเว็บไซต์

จากการตรวจสอบเว็บไซต์พบว่าเป็นเว็บพนันออนไลน์ที่เปิดให้เล่น พนันทายผลฟุตบอล และเกมคาสิโนออนไลน์ประเภทต่างๆ เช่น บาคาร่า, ไพ่ป๊อกเด้ง, เกมไพ่ชนิดอื่นๆ, ตู้เกมสล็อต, ทายผลเกม เป็นต้น ซึ่งเปิดให้มีการเสี่ยงทายเล่นพนันได้เสียเงินจริง และยังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีรับโอนเงินจำนวนมาก

สำหรับ“น.ส.บานเย็น ฯ มารดานายเสี่ยโป้” เกี่ยวข้องกับคดีนี้คือ เปิดบัญชีธนาคารที่ได้รับผลประโยชน์ จากบัญชีที่ใช้พักเงินเว็บพนันออนไลน์ข้างต้น ซึ่งเว็บไซต์พนันออนไลน์ดังกล่าว พบ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 31 ราย โดยแต่ละรายมีการแบ่งหน้าที่กันในการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และการยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากผู้เล่นพนัน

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.พ.64 พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดข้างต้น ทั้งหมด 31 ราย โดยหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. ได้ขอหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นหาพยานหลักฐานที่ ได้ใช้ มีไว้ หรือได้มาจากการกระทำผิดในคดีนี้ พร้อมจับกุมนายเสี่ยโป้ฯ และบุคคลใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปกว่า 20 ราย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ต้องหาที่ไหวตัวทันและหลบหนีไป

ต่อมา กก.1 บก.ป. ได้มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.ต.มณเฑียร ธงเทียน สว.กก.1 บก.ป. พร้อมพวกทำการสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ เนื่องจากมีการกระทำความผิดที่มีลักษณะของเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม ปัจจุบันยังมีกลุ่มผู้ต้องหาหลบหนีอยู่จำนวน 4 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเดินทางออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ จากการสืบสวนพบว่า น.ส.บานเย็นฯ หนึ่งใน 4 ผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานอยู่ในหมู่บ้านหรูย่านพุทธมณฑลสาย 2 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ปกปิดตัวตนใช้นามสมมติว่า “บุษบา” อยู่อย่างเงียบๆ ภายในบ้านหลังดังกล่าว

ปรากฏว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.มณเฑียร ธงเทียน สว.กก.1 บก.ป.ได้นำกำลัง เข้าตรวจค้น บ้านหลังหนึ่ง แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตามหมายค้นศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ ค219/2567 ลงวันที่ 22 ต.ค.67 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัว เข้าทำการตรวจค้นได้พบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณคล้าย น.ส.บานเย็น ฯ กำลังปีนรั้วหลังบ้านเพื่อหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังปิดล้อมไว้ทั้งหมด จึงปีนกลับเข้าไปซ่อนตัวในบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้านตามหมายค้นของศาล พบหญิงที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับน.ส.บานเย็นฯ บุคคลในหมายจับ หลบอยู่บริเวณข้างโซฟาของบ้านหลังดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และบุคคลดังกล่าวอ้างว่า ตนชื่อ บุษบา
เป็นแม่บ้าน จึงได้ซักถามปากคำจนบุคคลดังกล่าว จำนนด้วยหลักฐาน ภาพบัตรประชาชน น.ส.บานเย็น ฯ ในโทรศัพท์ และยอมรับว่าตน คือ น.ส.บานเย็น ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้จับกุมตัว น.ส.บานเย็น ฯ แจ้งข้อกล่าวหา และ น.ส.บานเย็น ฯ รับทราบข้อกล่าวหา และสิทธิของผู้ถูกจับข้างต้นดีแล้ว

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นโดยละเอียด พบหญิงที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลในหมายจับอีกบุคคลหนึ่งหลบอยู่บริเวณภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้าน จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ จึงได้ขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนพบเป็นของ นางสาวพฤษชาติ ฯ อายุ 31 ปี ตามหมายจับของศาลแขวงดอนเมือง ที่ 61/25630 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “จัดให้มีการเล่นพนันทายผลฟุตบอลฯ, เป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการเล่นพนันฯ” จึงได้แสดงหมายจับให้ นางสาวพฤษชาติ ฯ ผู้ต้องหาดูจนทราบและเข้าใจดีแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับรายชื่อบุคคลในหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีดังกล่าวมาก่อน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ ถ่ายภาพนิ่ง, ภาพเคลื่อนไหว และบันทึกเสียง ขณะทำการจับกุม อย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัว จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มาทำบันทึกการจับกุม ที่ กก.1 บก.ป. ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. และ กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และแจ้งว่า “ยอดเงินที่ตนรับโอนมาจากบัญชีเว็บพนันฯ นั้น ตนเป็นเพียงผู้เล่นเท่านั้น ไม่เคยจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์แต่อย่างใด และไม่เคยให้บุคคลใดไปเปิดบัญชีธนาคารให้กับตน”ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ว่าที่ พ.ต.ต.มณเฑียร ธงเทียน สว.กก.1 บก.ป.โทร. 061-659-1447

ซีพี-ซีพีเอฟ ร่วมโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ลดราคาผลิตภัณฑ์มากกว่า 40 รายการ ช่วยค่าครองชีพประชาชน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมงานเปิดตัวโครงการ ‘ฟื้นฟูเศรษฐกิจ’ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพของผู้ประกอบการรายเล็ก ผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้เข้าถึงอาหารที่ดีมีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัยในราคาพิเศษ ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธซีพีเอฟ โดยมี นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้การต้อนรับ

ซีพีเอฟ จับมือกับพันธมิตรผู้จำหน่ายอาหารสด จำนวน 200 รายทั่วประเทศ ที่มีสัญลักษณ์ซีพี หรือร้านเฟรชมาร์ท นำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในราคาลดสูงสุด 30% พร้อมจัดกิจกรรมทางการตลาด อาทิ ชิม โชว์ โปรโมชั่น เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็ก ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ  

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ จะนำผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูง มีคุณค่าโภชนาการหลากหลายมากกว่า 40 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 ธันวาคม 2567 อย่าง ซีพี โบโลน่าพริกหมู ซีพี มินิคอกเทล ซีพี นักเก็ตไก่คลาสสิคพร้อมปรุง ซีพี ไก่ห่อสาหร่าย บุชเชอร์ แฟรงก์เฟิร์ตเตอร์ เป็นต้น

แจกเงินหมื่นเฟสแรกกระตุ้นศก.ยังไม่คึก พ่อค้าแม่ค้าเรียกร้องรัฐเร่งคลอดเฟสสอง

พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเงิน 10,000 บาทจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ช่วยให้ตลาดคึกคักอย่างที่หวังไว้ ขณะที่ประชาชนยังหวังเงินเฟส2 จากรัฐบาลโดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่านี้

นายสำเริง รอดทอง อายุ 46 ปี พ่อค้าตลาดสดบางลำภู กล่าวว่า ในช่วงแรกที่กลุ่มเปราะบางและคนพิการ ได้รับเงิน 10,000 บาท ก็มีคนเข้ามาใช้จ่ายกันอย่างคึกคัก ซึางก็อยู่ประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นคนจะเอาไปใช้ในส่วนที่จำเป็น และใช้หนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งร้านค้าก็คงต้องรอรอบเก็บตกและรอบ 2 ที่รัฐบาลจะพิจารณาอนุมัติว่าจะมีขึ้นในช่วงใด ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถช่วยขับเคลื่อนได้นิดหน่อย แต่ถ้าจะมองภาพรวมถ้าเต็ม 10 คะแนนให้ 3 คะแนน เพราะอยู่ตลาดมา 20 ปีมองออกว่าดีหรือไม่ดีในการที่รัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆออกมา

” เงิน 10,000 บาท ออกมาบอกเลยว่าแป๊บเดียวจริงๆแล้วหายไปเลย การแก้ไขของรัฐบาลอาจจะช้าเกินไปคนรอนานเกินไปภาระหนี้สินเยอะพอได้เงินมาก็นำไปใช้หนี้หมดอาจจะไม่ได้มากระจายในการซื้อของมองว่าเอาไปใช้หนี้หมด ประชาชนยังหวังว่าจะได้เงินในรอบที่ 2 คิดว่าน่าจะได้แต่รูปแบบอาจจะเปลี่ยนไปอาจจะได้เงินสด 5,000 บาท หรือแบ่งจ่ายครั้งละ 5,000 แบ่งเป็น 2 ครั้ง เต็ม10,000 บาทแบบครั้งแรกน่าจะยาก”

นางสมเจตน์ จุนเจือ อายุ 60 ปี แม่ค้าตลาดบางลำภู กล่าวว่า การได้เงิน 10,000 บาทของประชาชนรอบแรกไม่ได้กระตุ้นให้ขายของดีขึ้น ได้มาส่วนใหญ่ก็จะเอาไปใช้หนี้ ซึ่งเจ้าหนี้จะรู้ว่าคนนี้จะต้องได้และรอไปรับเงิน ทำให้คนที่ได้รับเงินในกลุ่มแรกคือกลุ่มเปราะบางและคนพิการ ไม่ได้นำมาใช้จ่ายในตลาดอย่างที่คาดหวังไว้ไม่มีผลใดๆกับในตลาด


“แม่-ค้าพ่อค้าบ่นเหมือนกันบอกว่าไม่มีผลอะไรเลยกับเงิน 10,000 บาท ไม่ได้กระตุ้นไม่คึกคักเหมือนที่หวังไว้เพราะก่อนหน้านี้ทุกคนแย่มากเป็นหนี้สินพอได้เงินมาจึงนำไปใช้หนี้หมด รอบเก็บตกไม่ได้คาดหวังเพราะครั้งแรกที่ได้ มีจำนวนคนเยอะกว่ายังไม่คึกคักรอบเก็บตกไม่คาดหวัง เฟส2 คิดว่ายากที่จะเกิดขึ้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เพราะคิดว่าเงินน่าจะต้องนำไปใช้ช่วยส่วนที่จำเป็นมากกว่านี้อย่างแก้ปัญหาเยียวยาน้ำท่วมภาคเหนือต้องใช้งบประมาณเยอะ ถ้าได้เงินเฟส2 จริงๆอาจจะไม่ต้องได้เต็ม 10,000 บาทก็ได้ อาจจะได้ 5,000 บาท แต่ได้เป็นเงินสดมาใช้จ่ายเหมือนเดิมและให้ได้ทุกคนโดยที่ไม่เลือกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”

นายประยูร ลุนพุฒ อายุ 54 ปี พ่อค้าตลาดสดบางลำภู กล่าวว่า มีบางกลุ่มที่นำเงินออกมาใช้จ่ายอย่างวัยรุ่น วัยกลางคน แต่กลุ่มผู้สูงอายุ จะเก็บไว้มากกว่า ส่วนใหญ่คนที่ได้เงิน 10,000 บาทในรอบแรกจะนำไปใช้จ่ายตามห้างสรรพสินค้ามากกว่าในตลาด

” เฟส2 ถ้าได้เงินจริงๆคิดว่าน่าจะคึกคักกว่านี้เพราะว่าคนตื่นตัวแล้วและในเฟส2 จะเป็นกลุ่มคนทั่วไปและจะใช้จ่ายเงินเยอะกว่ากลุ่มแรกที่ได้ไป อย่างไรก็ตามประชาชนยังมีความหวังว่าเฟส2จะได้เหมือนกัน จึงอยากให้รัฐบาลบริหารงานฏดยอย่าเลือกปฏิบัติต้องให้ทุกกลุ่มทุกคนเพราะทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน”

โดย…จักรพันธ์ นาทันริ /ขอนแก่น

สุไหงปาดีระอุ!คนร้ายบึ้ม 4 ลูก 3 จุด ทหาร-ตำรวจ บาดเจ็บ 8 นาย

นราธิวาส โจรใต้ลอบวางระเบิด 4 ลูก 3 จุด ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี มีทั้งวางระเบิดเสาไฟฟ้า ซุกต้นไม้ใหญ่ริมทาง จุดชนวนขณะรถยนต์ของเจ้าหน้าที่วิ่งผ่าน ส่งผลให้ทหาร-ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บ 8 นาย ต้องมีการวางแผนเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุแต่ละจุด เกรงกลุ่มคนร้ายลวงดักสังหาร

เมื่อเวลา 06.09 น. วันที่ 18 ตุลาคม 2567 พ.ต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า จำนวน 2 ต้น ริมถนนสาย 4056 ช่วงบริเวณทางโค้งบ้านกูวา ม.5 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งได้ประสานขอสนับสนุนชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447, ชุดเก็บกู้อโณทัย, ชุดเก็บกู้กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดสุนัขสงครามดมกลิ่น และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และในขณะที่รอเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนอยู่นั้น

เมื่อเวลา 07.39 น. ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอีก 1 ลูก เป็นลูกที่ 3 ที่บริเวณหัวสะพานบ้านดอเฮะ ม.3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี ในเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายลอบวางระเบิดที่ต้นไม้ใหญ่ริมทาง โดยมีผิวดินและต้นหญ้ากระเด็นกระจัดกระจายอยู่บนถนน ซึ่งจุดนี้มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4808 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 5 นาย ซึ่งมีอาการหูอื้อแน่นหน้าอก ถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

ประกอบด้วย 1. อส.ทพ.วุฒิชัย สุดสาย อายุ 30 ปี 2. อส.ทพ.ศิริวัตร สวียม อายุ 37 ปี 3. จ.ส.อ.อัมราน อาแว อายุ 43 ปี 4. อส.ทพ.วิเชียร ชอบน้ำ อายุ 39 ปี 5. อส.ทพ.อภินันท์ คงหนอ อายุ 35 ปี ซึ่งอยู่ในขณะลาพักและได้โดยสารรถยนต์กระบะส่วนตัวยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตูสีดำ ทะเบียน 7 กร 6860 กทม. ที่ได้รับความเสียหายจากกระจกหน้าแตก เพื่อกลับบ้านพัก

ต่อมาเมื่อเวลา 09.55 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอีก 1 ลูก เป็นลูกที่ 4 คนร้ายได้ลอบนำระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบภาชนะบรรจุ ไปฝังไว้บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ริมถนนห่างจากหัวสะพานบ้านตลิ่งสูง ม.9 ต.สุไหงปาดี ซึ่งห่างจากกองร้อย ตชด.447 ประมาณ 500 เมตร ซึ่งจุดดังกล่าวนี้ คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดขณะที่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนความมั่นคง จ.นราธิวาส คันที่ 2 ซึ่งแล่นตามหลังมา คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดขณะรถยนต์คันที่ 2 แล่นผ่าน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ท.ไกรวิชญ์ สมบูรณ์ และ พ.ต.ท.สมโชค มั่นคง อายุ 41 ปี ซึ่งทั้ง 2 นาย เป็น สว.สอบสวนกลุ่มงานความมั่นคง รวมทั้ง จ.ส.ต.อนุพันธ์ รอดด้วง อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นพลขับ ถูกแรงอัดระเบิดมีอาการหูอื้อแน่นหน้าอก ถูกนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลสุไหงปาดี

ต่อมา พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.สุไหงปาดี พ.ต.ท.ธีระโชติ ปฐมวณิชกะ ผบ.ร้อย ตชด.447 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปรวมตัวกันที่ กองร้อย ตชด. 447 เพื่อรอ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เป็นประธานประชุมวางแผนเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุแต่ละจุด เกรงกลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหาร ในเบื้องต้นทราบว่าจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ชุดสุนัขสงครามดมกลิ่นเข้าเคลียร์พื้นที่ทั้ง 3 จุด ให้มีความปลอดภัยก่อน ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าตรวจสอบเป็นลำดับต่อไป

ส่วนความคืบหน้าหากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุจะรายงานให้ทราบในโอกาสต่อไป

มหัศจรรย์ไหลเรือไฟ 15 ค่ำ เดือน 11 ยิ่งใหญ่ตระการตากลาง “แม่น้ำโขง”มหานที

งานประเพณีไหลเรือไฟ นิยมปฏิบัติกันในเทศกาล ออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ในแต่ละปี จังหวัดนครพนมทุกอำเภอจะมีการทำเรือไฟนำมาประกวดทั้งประเภทสวยงามและประเภทความคิดสร้างสรรค์ มีการออกแบบลวดลายให้เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่สอดแทรกเรื่องราวของวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมและความเชื่อของคนในท้องถิ่นเอาไว้

ในคืน วันออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 ของวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา การประกวดเรือไฟรอบใหญ่ ของนครพนม ผลการประกวด งานประเพณีไหลเรือไฟ ประจำปี 2567 คือ ประเภทสวยงาม 1 อ.โพนสวรรค์ 2 อ.ท่าอุเทน 3 อ.เมือง ชมเชย อ.ธาตุพนม ประเภทความคิด 1 อ.ศรีสงคราม 2 อ.บ้านแพง 3 อ.นาหว้า ชมเชย อ.นาแก

นายพนม พุทธาผา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโพนบก อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ในฐานะศิลปินเรือไฟ เปิดเผยว่า เขาและสมาชิกคนเรือไฟ ได้รับเกียรติจากทางอำเภอให้เป็นผู้ออกแบบเรือไฟของชาวอำเภอโพนสวรรค์ ต่อเนื่องเป็นประจำในทุก ๆ ปี ได้ระดมกำลังทั้งความคิดและกำลังพลจากทีมงานสร้างเรือไฟ เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของชาวอำเภอโพนสวรรค์ ออกสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในงานไหลเรือไฟปีนี้

การออกแบบลวดลาย ถือเป็นเสน่ห์ของการทำเรือไฟ เพราะเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลวดลายออกมาสวยงาม รวมถึงการกำหนดจุดแขวนตะเกียงไฟ ถือว่าสำคัญที่สุด โดยเฉพาะลวดลายตราสัญลักษณ์ รวมถึงภาพบุคคล จะต้องละเอียดมากที่สุด ซึ่งเกิดจากความชำนาญเฉพาะบุคคล เป็นทักษะของศิลปินในทีมที่ได้ทำงานกันมาต่อเนื่องหลายปี


“หลักคิดของผมในการออกแบบและนำเสนองาน จะทำการสอดแทรกความสำคัญทางพระพุทธศาสนารวมถึงประเพณีสำคัญ ๆ รวมถึงการแสดงออกซึ่งการเทิดทูนต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เสมอมา ” ศิลปินเรือไฟ แห่งนครพนม กล่าว

ประเพณีไหลเรือไฟเป็นประเพณีที่ชาวนครพนมภาคภูมิใจ ถือเป็นประเพณีที่บรรพบุรุษได้ยึดถือปฏิบัติกันมานานตั้งแต่โบราณ โดยมีความเชื่อแต่โบราณว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี การเอาไฟไปเผาความทุกข์และบูชาพระพุทธเจ้า เป็นประเพณีโบราณของชาวอีสาน โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยในแถบลุ่มแม่น้ำโขง

อีกทั้งการไฟลเรือไฟยังเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวอีสาน การขอขมาและบูชาพระแม่คงคา ตลอดจนการบูชาพญานาค การขอฝน และการสะเดาะเคราะห์ เผาความทุกข์ให้ลอยไปตามสายน้ำให้หมดทุกข์หมดโศกด้วย

ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนคึกคัก “พ่อเมือง”พร้อมต้อนรับนทท.ชมทะเลหมอก

นักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อย่างคึกคัก ด้าน ผวจ.ยืนยันจังหวัด ฯ มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว 100 เปอร์เซ็นต์

นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในห้วงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ได้พากันเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิ กลอเซโล , ดอยพุ่ยโค , ทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ , ปางอุ๋ง , รักไทย , กะเหรี่ยงคอยาวบ้านห้วยเสือเฒ่า ,กะเหรี่ยงคอยาวบ้านห้วยปูแกง , วัดพระธาตุดอยกองมู และ ดอยปุยหลวง แต่ก็อยากจะเตือนนักท่องเที่ยวว่า หากจะไปเที่ยวที่ดอยกลอเซโล ช่วงนี้เส้นทางยังลำบากเนื่องจากมีโคลนเลนเคลือบผิวถนน และบางแห่งเป็นร่องลึก นักท่องเที่ยวควรจะเดินทางในห้วงเวลากลางวัน เนื่องจากกลางคืนหากเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้ลำบากต่อการช่วยเหลือ เนื่องจากบางจุดไม่มีสัญญานโทรศัพท์ หรือสัญญานอ่อน ทำให้ติดต่อกันได้ยาก นอกจากนั้นสถานที่อื่น ๆ ยังไม่พบว่ามีปัญหาเรื่องการเดินทางแต่อย่างใด

สำหรับที่ทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวพากันเดินทางไปเที่ยวชม ถึงแม้ว่าดอกบัวตองยังไม่บานและทุ่งบัวตองยังคงเป็นสีเขียวของต้นบัวตอง แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไป ส่วนใหญ่จะไปสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขา และพักค้างแรมเพื่อสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอย

ทางด้านนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวไป เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ซึ่ง ทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขณะนี้ พร้อมแล้วสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้ที่จะมาเยือน ซึ่งเป็นชุมชนของพี่น้องชาติพันธุ์ ทั้ง 9 ชาติพันธุ์หลัก และอีก 13 ชาติพันธุ์ย่อย อีกทั้งยังมีที่พัก โฮมสเตย์ รีสอร์ท ร้านค้าต่าง ๆซึ่งก็ได้เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เน้นการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเป็นการกระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่น โดยสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ขณะนี้มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว

พ.ต.ท.สุวิทย์ บุญยะเพ็ญ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.2 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.2 ,เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปาย ,เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอปาย ,เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน จำนวน 22 นาย ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมตามความผิดที่มีผลกระทบต่ออุสาหกรรมการท่องเที่ยวในฐานความผิด 10 กลุ่มต้องห้ามในห้วงวันที่ 12-18 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวปาย เพื่อแสดงความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว และเตรียมต้อนรับ นทท. ในช่วง High season. ที่จะมาถึงนี้

ออกพรรษาจุดไฟตูมกา สุดอลังการ หนึ่งเดียวในโลก ที่เมืองชัยภูมิ

ชัยภูมิ-ชาวบ้านตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ต่างพร้อมใจจัดสร้างต้นกระธูป ลูกตูมกา สวยงามกับขบวนแห่ต้นกระธูป จุดถวายเป็นพุทธบูชา เทศกาลออกพรรษาคึกคัก สุดสวยงามตระการตา

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.67 ก่อนวันออกพรรษาของทุกปี จะมีการออกมาร่วมใจกันสืบสานประเพณีตามศาสนาพุทธของชาวบ้านที่นี่กันมายาวนานกว่า 2,600 ปี รวมถึงชาวบ้านช่อระกา 3 หมู่บ้าน ทั้งหมู่ 9,17และหมู่ 18 ที่ได้พร้อมใจกันสร้างต้นกระธูปโบราณที่สวยงามประดับประดาด้วยก้านกระธูปที่ทำขึ้นจากกาบมะพร้าว นำมาตากให้แห้งขยี้ให้เป็นผงธูป

ผสมกับสมุนไพรหลายชนิดเพื่อให้เกิดความหอมทั้งใบทองพันชั่ง ใบอ้ม ใบเนียม ใบแน่งมานึ่ง แล้วนำไปตากแดด แล้วนำมาบดอีกครั้ง จะได้ฝุ่นไม้ที่มีกลิ่นหอมแล้วนำมาผสมกับปุ๋ยมะพร้าวห่อด้วยกระดาษให้ได้รูปทรงยาวเหมือนธูป นำกระดาษที่มีสีมาประดับพันให้เป็นลวดลายที่สวยงาม แล้วนำไปมัดติดกับดาวที่ทำจากใบลาน แล้วนำมาติดมัดกับคันที่ทำจากไม้ไผ่คล้ายคันเบ็ด นำเข้าไปเสียบเข้าไปรูรอบปล้องไม้ไผ่ ทำเป็นชั้นขึ้นไปเหมือนฉัตร ทำเป็นต้นกระธูป ประดับตกแต่งงดงาม สวยงาม

พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ นายก อบต.นาฝาย ได้นำชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน ทั้งหมู่ 9,17และหมู่ 18 นำต้นกระธูปกว่า 10 ต้น ร่วมเฉลิมพระเกียรติ ร.10 จัดขบวนแห่ต้นกระธูปขณะที่ผู้สูงอายุชายหญิงได้นำช่อกระธูปประดับรถสามล้อล้อไฟฟ้าพาหนะประจำตัวแต่ละคนขี่รวบขบวนแห่ไปรอบหมู่บ้าช่อระกา เข้าไปยังวัดดาวเรือง บ้านช่อระกา ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ บริเวณจัดงานประเพณีบุญจุดไฟตูมกา จุดไฟต้นกระธูปออกพรรษา ที่ชาวบ้านช่อระกาจัดมาตั้งแต่สมัยโบราณกว่า 100 ปีที่ผ่านมา

ในตอนค่ำคืนเปิดงานแล้ว ชาวบ้านที่ทำภาชนะสำหรับจุดไฟมาใช้ในประเพณีนี้ โดยนำ “ลูกตูมกา” ที่มีลักษณะคล้ายส้ม มีเปลือกแข็ง นำมาผ่าครึ่ง เอาเนื้อออก แล้วใส่งาหรือใช้น้ำมันพืชเป็นเชื้อเพลิง ใส่ด้ายที่ควั่นเป็นรูปตีนกา เป็นชนวนในการจุดไฟ หลังจากที่ชาวบ้านได้ร่วมกันกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและสวดมนต์ไหว้พระพร้อมกันแล้ว พระสงฆ์ต่อด้วยฆราวาส ชาวบ้าน ได้ร่วมกันจุดไฟตูมกาไต้น้ำมันล้างหางประทีป ต่อด้วยร่วมกันจุดกระธูป ที่นำมามัดห้อยกับก้านธูปที่เป็นเสมือนคันเบ็ด ทำเป็นชั้นขึ้นไปเหมือนฉัตร

มีลวดลายอันหลากหลายประดับตกแต่งอย่างงดงาม จุดกระธูปแต่ละต้นแล้วเสร็จ ทำให้ต้นกระธูปแต่ละต้นมีแสงไฟ ระยิบระยับอย่างสวยงาม เป็นการจุดถวายเป็นพุทธบูชาในช่วงก่อนออกพรรษา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อลงมาโปรดสัตว์ ภายหลังจากโปรดพุทธมารดาแล้ว ชาวพุทธจะมีการถวายสักการะ และเฉลิมฉลองกันในเทศกาลนี้ เปรียบเอาต้นธูปนี้ จุดแล้วย่อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งขจรขจายไปยังทิศต่างๆ

กลิ่นหอมนี้ย่อมเป็นที่ชื่นใจแก่มนุษย์ทั้งปวงที่ได้สัมผัสกลิ่น ย่อมเกิดปิติและความสุขความเบิกบาน สืบสานประเพณีแห่บุญกระธูป ออกพรรษา ถวายการสักการะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากโปรดพุทธมารดา ชาวพุทธทั้งหลายต่างเฉลิมฉลอง และจุดบูชาพระรัตนตรัย

ในช่วงออกพรรษา เปรียบเอาต้นธูปนี้ จุดแล้วย่อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งขจรขจายไปยังทิศต่างๆ กลิ่นหอมนี้ย่อมเป็นที่ชื่นใจแก่มนุษย์ทั้งปวงที่ได้สัมผัสกลิ่น ย่อมเกิดปิติและความสุขความเบิกบาน


โดย…มัฆวาน วรรณกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดชัยภูมิ

ตำรวจเปิดรายชื่อ 18 บอส “ดิไอคอนกรุ๊ป” หลังถูกออกหมายจับ ล่าสุดรวบแล้ว 12 ราย

จากกรณี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และพนักงาน บก.ปคบ. นำพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ผู้บริหารบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด พร้อมบรรดาบิ๊กบอสศิลปินดาราที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ

ต่อมา วันที่ 16 ต.ค. 2567 มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน บก.ปคบ. นำพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีดิไอคอน จำนวน 18 ราย อาทิ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล, นายยุรนันท์ หรือ แซม ภมรมนตรี, น.ส.พีชญา หรือ มิน วัฒนามนตรี และนายกันต์ กันตถาวร 3 ดาราศิลปิน ที่มีตำแหน่งระดับบริหารของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด รวมถึงเหล่าบอสต่างๆ (ตำรวจออกหมายจับ 18 บอส “ดิไอคอนกรุ๊ป” รวม “บอสดารา” กันต์-แซม-มิน)

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดี “ดิไอคอนกรุ๊ป” มีด้วยกันทั้งหมด 18 ราย ซึ่งขณะนี้สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 12 คน ประกอบด้วย

1. นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล
2. น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือ บอสตัน
3. นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือ บอสหมอเอก
4. น.ส.นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ บอสสวย
5. น.ส.ญาสิกัญจณ์ เอกชิสนุพงศ์ บอสโซดา
6. นายนันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา บอสโอม
7. นายธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ บอสวิน
8. นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ บอสป๊อบ
9. นายยุรนันท์ ภมรมนตรี บอสแซม
10. น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน
11. นางวิไลลักษณ์ เจ็งสุวรรณ บอสจอย
12. นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือ บอสอ๊อฟ

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนผู้ต้องหาที่เหลือที่ยังไม่ถูกจับกุมตัวประกอบไปด้วย

1. นายกันต์ กันตถาวร หรือ บอสกันต์
2. นายจิรวัฒน์ แสงภักดี หรือ โค้ชแล็ป
3. นายเชษฐ์ณภัฎ อภิพัฒนากานต์ หรือ บอสทอมมี่
4. น.ส.เสาวภา วงษ์สาขา หรือ บอสอูมมี่
5. น.ส.กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือ บอสแม่หญิง
6. นายกลด เศรษฐนันท์ หรือ บอสปีเตอร์

อย่างไรก็ตาม ทำให้ยอดรวมผู้ต้องหาที่จับกุมตัวได้แล้วในขณะนี้อยู่ 12 ราย ซึ่งทั้งหมดกำลังถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำยัง บช.ก.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก ตำรวจสอบสวนกลาง

เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังปราจีนบุรีร้องปลาลอยคอตายไม่ทราบเหตุ

นายสมบุญ พัชรไพบุญ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในบ่อกระชัง หมู่ที่ 3 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กำลังงประสบปัญหาปลาทับทิมที่เลี้ยงไว้ในบ่อในแม่น้ำปราจีนบุรี อายุประมาณ 120 วัน ลอยคอตายในบ่อกระชังโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งปลาพี่เลี้ยงไว้ในบ่อกระชังประมาณ 8,000 ตัว ทยอยลอยคอมาตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ปลาจำนวนดังกล่าวจะมีอายุครบ 130 วัน(4เดือน)ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เกิดลอยคอตายเป็นอาทิตย์แล้ว ต้องทำปลาขายราคาถูกตามหมู่บ้าน กก.ละ 50 บาท เมื่อวานและวันนี้ปลาลอยคอตายไม่ต่ำกว่าวันละ 50 กิโลกรัม

ต่อมาได้ประสานไปยังประมงจังหวัดและส่วนที่เกี่ยวข้อง อบต.ให้มาตรวจสอบถึงสาเหตุที่ปลาในบ่อกระชังลอยคอตาย ที่ผ่านมาไม่เคยพบปัญหาปลาลอยคอตายมาก่อน อยากให้ประมงจังหวัด และส่วนที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบคุณภาพน้ำดูว่าคุณภาพน้ำเน่าเสียหรือไม่อย่างไร ประมงจังหวัดได้ประสานตามประมงอำเภอ อบต.ท่าตูมลงพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างปลาและน้ำตรวจสอบในเบื้องต้น โดยพบว่าปลาที่ลอยคอตายมีลักษณะเนื้อเปื่อย และวัดคุณภาพน้ำรวมถึงเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ

นางจารุภา ศิริ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพและการประมง สำนักงานประมงจังหวัดปราจีนบุรี ได้ชี้แจงให้กับผู้เลี้ยงปลาทราบว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบในเบื้องต้น วัดค่าน้ำซึ่งอยู่ในเกณฑ์ระดับ 5 ซึ่งเป็นค่าน้ำปกติ แต่ไม่สามารถวัดหาค่าโลหะหนักหรือสารอื่นใดได้ และได้ส่งรูปปลาที่ตายสดให้ให้ทางผู้เชี่ยวชาญด้านโรคบอกในเบื้องต้นว่า ปลาที่ตายนั้นไม่ได้เกิดจากโรค

โดย…มานิตย์ สนับ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ /