ตำรวจบุกรวบ “เชฟอ้อย”ชื่อดังยักยอกทรัพย์กว่า 2 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 67 กองคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยี1 โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, สั่งการให้ พ.ต.อ.กฤช กัญชนะ ผกก.2 บก.สอท.1,พ.ต.ท.รุ่งเรือง แสนโคตร  สว.กก.2 บก.สอท.1 ร่วมกันทำการจับกุม  นางยุวดี ชัยศิริพาณิชย์ หรือเฟชอ้อย อายุ 54 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 88/1 ม.1 ต.แม่ระกา อ.วังทอง จว.พิษณุโลก จับกุมตามหมายจับของศาลแขวงบางบอน ที่289/2567 ลงวันที่ 2 กันยายน 2567 ข้อกล่าวหา “ความผิดฐานยักยอกทรัพย์”

พฤติการณ์ของผู้ต้องหา ผู้เสียหายรู้จักกับผู้ต้องหาผ่านทางทีวี และเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นเชฟชื่อดัง จึงติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหาร จึงได้พูดคุยจนเกิดความสนิทสนมกัน ผู้ต้องหาเห็นว่าผู้เสียหายต้องการจะขายทองคำเพชร และพระเครื่อง มูลค่ากว่า 2 ล้าน บาท จึงเสนอตัวจะเป็นนายหน้านำทรัพย์สินดังกล่าวไปทำการขายให้  ผู้เสียหายเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นเชฟชื่อดังและเป็นที่รู้จักในวงการ จึงยอมให้ผู้ต้องหานำทรัพย์สินดังกล่าวไปเพื่อทำการขาย ระยะเวลาผ่ายไปหลายเดือนผู้เสียหายทราบภายหลังว่าผู้ต้องหาได้นำทรัพย์สินของตนไปมัดจำเพื่อเปิดร้านอาหาร จึงได้ทวงถามกลับมายังผู้ต้องหา พบว่าเป็นความจริงจึงเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.บางบอน

 สถานที่จับกุม  บริเวณซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางบอนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เมียเครียดวางยางสามี ลูก ก่อจ่อยิงทีละคนดับสลด 4 ศพภายในบ้านพัก

คาดภรรยาเป็นผู้ลงมือ เหตุสลดครอบครัวอดีต สท.สงขลา ถูกยิงดับในบ้าน เร่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังพบการใช้หมอนรองที่ศีรษะก่อนยิง

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ ครอบครัวอดีต สท.สงขลา ถูกยิงในบ้าน เสียชีวิต 4 ศพ เร่งตรวจสอบ-เก็บหลักฐาน โดยคาดมาจากปัญหาภายในครอบครัว ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุดเมื่อช่วงเวลา ประมาณ 21.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของทั้ง 4 คน ออกจากบ้านพักส่งไปยังโรงพยาบาลสงขลา เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ท่ามกลางความเศร้าสลดของญาติๆ ทั้งฝ่ายสามีและฝ่ายภรรยาที่มาติดตามเหตุการณ์ที่บ้านเกิดเหตุ

เหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่ยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์ร่างกายอีกบางอย่าง เช่น ตรวจกระเพาะอาหาร ว่ามียาอะไรหรือไม่ เพราะพบข้อสงสัยว่า อาจมีการวางยานอนหลับสามีลูกสาวและลูกชาย ก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ เนื่องจากผลการชันสูตรศพ พบว่ามีการใช้หมอนรองที่ศีรษะก่อนยิงทั้งสามคน

ส่วนภรรยาก่อนที่จะยิงตัวตายตามเป็นคนสุดท้าย พบมีความพยายามจุดเศษกระดาษรมควันตัวเองในห้อง แต่ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจใช้ปืนยิงตัวตาม เนื่องจากตอนที่เจ้าหน้าที่ไปพบศพ ร่างของภรรยายังอุ่น คาดไม่ได้ยิงตัวตายทันที แต่น่าจะทิ้งช่วงสักพัก หลังจากที่ก่อเหตุยิงสามีลูกชาย และลูกสาวแล้ว 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า พบว่าก่อนเหตุภรรยาได้ไปขอยานอนหลับที่บ้านพ่อของตัวเองมาด้วย ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ ว่ามีการวางยานอนหลับด้วยหรือไม่ เพราะตอนเกิดเหตุภายในบ้านปกติ แทบไม่มีเสียงอะไรเลย นอกจากเสียงปืนที่ดังขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง.

DNA ปลาหมอคางดำยังเคลือบแคลง ไทยนำเข้าจาก “กานา” ประเทศเดียวจริงหรือ?

แม้ว่าคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย (อนุ กมธ.อว.) ที่มี นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง เป็นประธาน และมีการแถลงผลการศึกษาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 ยืนยันว่า ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ที่พบระบาดในประเทศไทย พบเอกชน 1ราย นำเข้า-ต้นตอแหล่งเดียวกัน โดยอ้างถึงการเปรียบเทียบพันธุกรรมของปลาล่าสุดของกรมประมง

อย่างไรก็ตาม จากรายงานล่าสุดของกรมประมง ที่นำข้อมูลลำดับพันธุกรรมของปลาหมอคางดำที่ระบาดใน 6 จังหวัดซึ่งเก็บอยู่ในธนาคารพันธุกรรมหรือ DNA Bank ของกรมฯ มาเทียบเคียงกับฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบว่าปลาหมอคางดำที่เก็บตัวอย่างจาก 6 จังหวัดที่มีรายงานการระบาดในช่วง พ.ศ.2560-2564 อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับตัวอย่างข้อมูลทางพันธุกรรมที่มาจากประเทศกานาและโกตดิวัวร์

เมื่อผลออกมาว่า DNA ของปลาหมอคางดำมาจาก 2 ประเทศ เหตุใดอนุ กมธ.อว. จึงยืนยันกับสังคมว่ามีผู้นำเข้าเพียง 1 ราย และปลาหมอคางดำที่ระบาดในไทยมาจากกานา โดยไม่พูดถึงประเทศโกตดิวัวร์ ทั้งที่หลักฐานถูกพิสูจน์ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์และสามารถนำไปขยายความจริงได้มากกว่านี้ แต่คณะอนุกรรมาธิการทั้งคณะไม่มีผู้ใดตั้งข้อสังเกตหรือทักท้วงในประเด็นนี้เลย..ทั้งที่มีโอกาสสูงเช่นกันที่ปลาจะมาจากประเทศโกตดิวัวร์ การให้ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนจึงทำให้สังคมมีข้อสงสัย

ในวันที่ 24 กันยายน 2567 รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ลำดับพันธุกรรม DNA ของตัวอย่างปลาหมอคางดำที่ระบาดในประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับปลาหมอคางดำที่พบในประเทศต่างๆ ของทวีปแอฟริกา มีความใกล้เคียงกับที่พบในประเทศกานาและประเทศโกติวัวร์ (ไอวอรี่โคสต์) แต่ข้อมูลยังไม่มากเพียงพอที่จะฟันธงได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศกานาเพียงประเทศเดียว รวมถึงยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าปลาจะต้องมาจากบริษัทดังกล่าวบริษัทเดียวเท่านั้น เนื่องจากอาจมีบริษัทอื่นที่ลักลอบนำเข้าปลาจากทวีปแอฟริกาอีก แต่ไม่ได้แจ้งขออนุญาตก็เป็นไปได้

รศ.ดร.เจษฎา ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าค่าเฉลี่ยความแตกต่างทางพันธุกรรม (Genetic distance) จากกลุ่มตัวอย่างของ 6 จังหวัดในไทย มีค่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยจากตัวอย่างของแต่ละประเทศในทวีปแอฟริกาเป็นอย่างมาก (0.0033 เทียบกับ 0.0078-0.035) และค่าความเชื่อมั่น (bootstrap) ในกิ่งย่อยๆ ของแผนภูมิต้นไม้ NJ tree (neighbor-joining tree) ระหว่าง กานา-โกตดิวัวร์-ไทย มีค่าต่ำมาก ทำให้ไม่สามารถยืนยันคำตอบได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศกานาเท่านั้น

ช่วงเวลานี้ ผู้เชี่ยวชาญของกรมประมงที่เคยทำการศึกษาวิจัยระยะห่างทางพันธุกรรม (Genetic Distance) ของกลุ่มประชากรปลาหมอคางดำ ถึง 2 ครั้ง ในปี 2563 (ด้วยวิธี Microsatellite DNA 5 ตำแหน่ง) และ 2565 (ด้วยวิธี Mitochondrial DNA ที่ตำแหน่ง D-loop) ควรออกมาแปลผลการศึกษาเปรียบเทียบพันธุกรรมล่าสุด ขยายความให้สังคมเข้าใจอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา เอาประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ที่สำคัญปลาหมอคางดำที่นำมาตรวจสอบพันธุกรรมนี้เป็นการเปรียบเทียบกับตัวอย่างปลาที่กรมประมงเก็บไว้ในปี 2560 ไม่ใช่ตัวอย่างปลาที่บริษัทเอกชนนำเข้าในปี 2553 ซึ่งอาจจะมีผลต่อผลการศึกษาล่าสุด

นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังต้องการความกระจ่างจากกรณีการส่งออกปลาหมอคางดำช่วงปี 2556-2559 ของ 11 บริษัท มากกว่า 3 แสนตัว ไปยัง 17 ประเทศ เพราะมีแต่การยืนยันว่าเป็นการกรอกเอกสารผิดพลาดของบริษัทชิปปิ้ง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวกรมประมงให้ข้อมูลว่าพบความผิดพลาด 212 ครั้ง แต่กลับไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียดให้ชัดเจนว่าปลาที่ส่งออกไปใช่หรือไม่ใช่ปลาหมอคางดำ และเหตุใดจึงกรอกผิดพลาดเหมือนกันหมด แต่กลับเชื่อตามที่ 5 บริษัทส่งออกมาชี้แจงกับอนุ กมธ. อว. เท่านั้น เห็นได้ว่าต่างจากการสืบหาต้นตอปลาหมอคางดำที่พยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ต้นกำเนิดของปลาว่ามาจากประเทศอะไร เพราะมีหลักฐานการนำเข้าจากประเทศกานาเพียงประเทศเดียว สังคมจึงยังเคลือบแคลงใจแล้ว DNA ของปลาจากโกตดิวัวร์มาจากไหน? แม้ทั้ง 2 ประเทศจะอยู่ติดกันแต่ก็ห่างกันไม่น้อยกว่า 400-500 กิโลเมตร  บริษัทเอกชนคงไม่เพิ่มต้นทุนเพื่อไปนำเข้าปลาจากโกตดิวัวร์เพิ่มแน่นอน

กรณีปลาหมอคางดำ ต้องจับตาดูว่าจะอวสานอย่างไร แต่สิ่งสำคัญขณะนี้ คือ กรมประมงจะขับเคลื่อนให้แผนปฏิบัติการปราบปรามปลาได้อย่างเป็นระบบและเข้มแข็งได้นานเท่าไร เพื่อลดปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเดินหน้าต่อแผนระยะกลาง คือการปล่อยปลาผู้ล่าและใช้เทคโนโลยี e-DNA สำรวจความหนาแน่นของปลาในแหล่งน้ำ เพื่อวางแผนป้องกัน และระยะยาว คือ การเหนี่ยวนำทางพันธุกรรมทำให้ปลาไม่สามารถวางไข่ได้ หรือ ทำการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขสารพันธุกรรมของปลาแบบเฉพาะเจาะจง (Genome editing)

โดย : สินี ศรพระราม นักวิชาการอิสระ

กินเจโคราชคึกคักปรุงเมนูก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ 8 เซียน ยาว 88 เมตร

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บริเวณลานมอลล์พาร์ค และหน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์โคราช ได้จัดพิธีเปิดงาน “THE MALL KORAT 25th LEGENDARY J-FEST เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 25” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 10 ตุลาคม 2567 ซึ่งมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มาเป็นประธาน พร้อมด้วย นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา , นายชัชวาล วงศ์จร รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา , นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา รวมทั้ง ประธานตระกูลแซ่ , สโมสร, สมาคมคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดนครราชสีมากว่า 30 ตระกูลแซ่ และตัวแทนองค์ภาครัฐและเอกชน 288 คน เข้าร่วมปรุงเมนูเจ “ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ 8 เซียน ความยาว 88 เมตร” โดยมีนายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ทั่วไปปฏิบัติการ บริษัท เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด ให้การต้อนรับ

งาน “THE MALL KORAT 25th LEGENDARY J-FEST เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 25” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “J Food Universe จักรวาลอาหารบุญ หนุนนำพลังสุข” โดยมีกิจกรรมพิเศษ คือ “รวมสุดยอดเมนูอาหารเจหลากหลายสไตล์ อาทิ อาหารเจต้นตำรับระดับตำนาน, อาหารเจทันสมัยรูปแบบใหม่, อาหารคลีนเพื่อสายเฮลท์ตี้ รวมไปถึง ขนมและเครื่องดื่ม พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ มาเอาใจคนรักสุขภาพ

บรรยากาศภายในงาน เริ่มด้วยการแสดงชุด “ระบำสาวงามในฤดูใบไม้ผลิ” (ชุน เทียน เตอ เพี้ยว เลี่ยง นู ห่าย) ของนักศึกษาจากประเทศจีน ที่มาศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในสาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารสำหรับชาวต่างชาติ ร่วมกับ นักศึกษาสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นการแสดงศิลปะการเต้นที่สื่อถึงความสดใส อ่อนโยน และความงดงามของหญิงสาวแรกรุ่น เปรียบดั่งกับธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้บานสะพรั่งและชีวิตใหม่เริ่มต้นขึ้น เน้นการเคลื่อนไหวของลีลาที่พริ้วไหวราวกับดอกไม้ที่โบยบินไปตามสายลม และสีสันที่สดใสราวกับท้องทุ่งดอกไม้ ทั้งนี้ ผู้แสดงยังแต่งกายที่สื่อถึงดอกไม้มงคลในวัฒนธรรมจีน คือ ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้แห่งฤดูใบไม้ผลิหรือที่เรียกว่า “ราชินีแห่งดอกไม้” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวย ความซื่อสัตย์ ความมีโชคลาภ มีเมตตา ความภาคภูมิใจและเกียรติยศมาให้แขกผู้มีเกียรติได้รับชมกัน

ทั้งนี้ไฮไลท์ของงานอยู่ที่ เหล่าคนไทยเชื้อสายจีนได้ร่วมปรุงเมนูเจ “ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ 8 เซียน ความยาว 88 เมตร” โดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งใช้วัตถุดิบน้ำหนักรวมกว่า 288 กิโลกรัม นำมาแจกให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้รับประทานได้กว่า 1,888 จาน โดยเลข 8 เป็นเลขมงคลในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก เชื่อว่า เป็นเลขแห่งความโชคดี ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จนั่นเอง

นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการ เดอะมอลล์ ราชสีมา เปิดเผยว่า วัตถุดิบมงคล 8 เซียน ที่ใช้ในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย

1.โปรตีนเกษตร เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยโปรตีนจากพืช ซึ่งสามารถใช้ทดแทนโปรตีนจากสัตว์มีประโยชน์ในเรื่องของการลดน้ำหนักและยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินอีกนานาชนิด

2.เห็ดหูหนูดำ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น สามารถแก้อาการท้องผูก ป้องกันโรคริดสีดวงทวาร และสามารถขับของเสียจากในลำไส้ได้ดี เพราะเห็ดหูหนูมีไฟเบอร์สูง ทำให้ส่งผลดีต่อการช่วยควบคุมน้ำหนัก เห็ดหูหนูดำจะช่วยรักษาริดสีดวงทวารได้

3.เห็ดหอม เป็นวัตถุดิบที่เชื่อว่าผู้ที่ได้กินเห็ดหอมนั้นจะได้พบกับความสุขสมหวังตามที่ปรารถนา

4.เห็ดออรินจิ ช่วยเสริมสุขภาพ สามารถเพิ่มความเข้มข้นของเลือดได้

5.เต้าหู้เหลือง ความร่ำรวยเฟื่องฟูและความสุข ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล ป้องกันโรคเลือดหัวใจ

6.ถั่วงอก ถือว่าเป็นพืชที่มีความเป็นให้ความหมายในความเจริญงอกงาม ความก้าวหน้า ทั้งหน้าที่การงานและด้านการค้าขาย

7.แครอท มีแต่ความโชคดี การเปี่ยมด้วยโชคลาภ

8.ไชโป๊หวาน ช่วยให้การทำงานของปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ช่วยดับกระหายคลายร้อน

กินเจปีนี้…อิ่ม อร่อย ได้สุขภาพ พบจักรวาลอาหารเจที่งาน THE MALL KORAT LEGENDARY J-FEST เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 25 ที่เดอะมอลล์ โคราช 3-10 ตุลาคม 2567 ที่แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 ได้จัดเต็มแบบอิ่มบุญตลอดเทศกาลกินเจ ครบทุกสไตล์ กว่า 300 ร้านค้า 3,000 เมนู

เมนูเจร้านเด็ดจากร้านดัง หมิงเต๋อ, สุรพงษ์ หนองมน, ผัดไทแม่ทองย้อย, เต้าหู้ทอดกระเพาะปลาน้ำยาเจ by พิมพ์, ริมปิง อิ่มอร่อยสไตล์โมเดิร์น อาทิ ร้านเต้าหู้โฮมเมด, Domi Corn, เมี่ยงคำป้าสาว, ลูกหยีอันดามัน ขนมหวานและเครื่องดื่มจากธัญพืชดีต่อสุขภาพ อาทิ ร้านรักษ์ยิ้ม น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋, โรงขนมหนวดมังกร, ชนม์สิตาขนมไทย, 1970 ขนมเปี๊ยะสด

พบโปรโมชั่นจัดเต็มเพื่องานนี้เท่านั้น! สมาชิกบัตรเครดิต UOB รับสิทธิพิเศษ รับคูปองแทนเงินสด มูลค่า 100 บาท* (สำหรับใช้จ่ายภายในงาน) เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตภายในห้างฯ หรือ ศูนย์ฯ ครบ 500 บาทขึ้นไป

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต BANGKOK BANK M VISA รับคูปองแทนเงินสด มูลค่า 100 บาท* (สำหรับใช้จ่ายภายในงาน) เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตภายในห้างฯ หรือ ศูนย์ฯ ครบ 500 บาทขึ้นไป

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก M Card แลก 119 M Point รับเมนูปอเปี๊ยะเห็ดหอม จำนวน 5 ชิ้น จากร้านเต้าหู้ทอดกระเพาะปลาน้ำยาเจ By พิมพ์ มูลค่า 50 บาท

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ/นครราชสีมา

มวลน้ำเหนือเพิ่มสูงรายชั่วโมง “เขื่อนเจ้าพระยา”เร่งพร่องน้ำแตะ 2,200 ลบ.ม.

“เขื่อนเจ้าพระยา” จำเป็นต้องปรับการระบายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นขั้นบันได แตะ 2,200 ลบ.ม ขณะที่มวลน้ำทางภาคเหนือที่เพิ่มสูงขึ้นรายชั่วโมง ท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 20 หลังคาเรือน

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาน้ำสูงขึ้น เนื่องจากฝนที่ตกลงมาทั่วทุกพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ทำให้เขื่อนเจ้าพระยามีจำเป็นต้องปรับการระบายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นขั้นบันได เพื่อลดระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนสำหรับรองรับปริมาณน้ำจากแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาได้โดยเร็วที่สุดและได้มีการทยอยระบายน้ำออกจากทุ่งลุ่มต่ำต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเพาะปลูกในช่วงเดือน พ.ย. 2567 ด้วย

สำหรับปัจจุบันที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,383 ลบ.ม./วินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.32 เมตร/รทก. เพิ่มขึ้นต่อเนื่องรายชั่วโมง มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.97 เมตร/รทก. เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 15-30 เซนติเมตร ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ 1.37 เมตร/รทก. เท่านั้น และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,150 ลบ.ม./วินาที การระบายดังกล่าว ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้น 10-30 ซม. ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ดังนี้

1. คลองโผงเผง จ.อ่างทอง

2. คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

3. ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)

4. วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี และ อ.เมือง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี

5. วัดไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ จากมวลน้ำทางภาคเหนือที่เพิ่มสูงขึ้นรายชั่วโมง ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้คันดินกั้นน้ำบริเวณ ม.4 ต.ธรรมามูล มีน้ำเอ่อไหลทะลักคันดินเริ่มเข้าบ้านเรือนประชาชนแล้วกว่า 20 หลังคาเรือน แต่ระดับน้ำไม่สูงมากนัก สูงประมาณ 30-100 ซม. แล้วแต่พื้นที่ ทางชาวบ้านเร่งขนเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือทำมาหากินขึ้นชั้น 2 เพื่อความปลอดภัยลดความเสียหาย

ทางด้าน เทศบาลตำบลธรรมามูล ได้สั่งการให้ทางกองช่างนำรถแบ็คโฮขุดลอก เพื่อนำดินมาถมตรงคันดินเพิ่มในส่วนที่สามารถซ่อมแซมและยังสามารถกั้นน้ำได้ พร้อมเตรียมช่วยเหลือประชาชนหากเกิดน้ำท่วม ซึ่งไม่เพียงแต่คนเท่านั้นที่ขนของหนีน้ำท่วมและได้รับผลกระทบ ไส้เดือนเองก็ลำบากเช่นกัน เนื่องจากน้ำที่ไหลบ่าเข้ามาอย่างรวดเร็วจนไม่มีที่อยู่ ไส้เดือนเป็นร้อยๆ ตัวต้องหนีตายมาอยู่ที่ลานใต้ถุนบ้าน

ขณะที่ นายอ่อน ธรรมา อายุ 78 ปี เปิดเผยว่า รอบนี้น้ำมาเร็ว แต่ไม่แรง เพราะคันดินแถบบ้านตนนั้นต่ำ ส่วนบ้านคันดินสูงยังไม่เอ่อเข้าท่วม ซึ่งพอเขื่อนต้องระบายเกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ครั้งไหนก็ท่วมชุมชนหมู่ 4 ต.ธรรมามูล อยู่แล้ว เพราะน้ำเหนือมาเยอะทุกครั้ง ทางนี้ต้องรับน้ำก่อนส่งต่อไปเขื่อนเจ้าพระยา ส่วนไส้เดือนก็เป็นภาพที่เห็นจนชินตา ไม่ได้ไล่ไม่ได้ฆ่าเพราะมันไม่มีพิษภัยอะไร อยู่ร่วมกันไปตามธรรมชาติ.

ประกาศเตือน “ชาวนนทบุรี”รีบเร่งยกสิ่งของไว้ที่สูง-ทำแนวคันกั้นน้ำท่วม

สำนักงาน ปภ.นนทบุรี ประกาศด่วน “ชาวนนทบุรี” ริมเจ้าพระยา ให้เร่งยกของขึ้นที่สูง-ทำแนวคันกั้นน้ำ หลังเตรียมเร่งระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 6 ต.ค.นี้

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนนทบุรี ออกหนังสือประกาศด่วนที่สุด ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2567 โดยระบุว่า ประเทศไทยตอนบนมีลักษณะอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได

จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำโดยกรมชลประทาน ใน 1 – 7 วันข้างหน้า ในวันที่ 11 ตุลาคม 2567 ที่สถานีวัดน้ำ C2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 2,200 – 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และรับน้ำเข้าระบบชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราไม่เกิน 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับช่วงเดือนตุลาคมตลอดทั้งเดือนจะมีสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะช่วงวันที่ 13 – 23 ตุลาคม 2567 จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60 – 0.70 เมตร ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป

เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ที่อาจจะส่งผลกระทบในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี จึงขอให้แจ้งประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสาขาต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำให้ยกของขึ้นที่สูง และเสริมกระสอบทราย/แนวคันกั้นน้ำ พร้อมทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำจากสถานีวัดน้ำ C29 บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2567 มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 2,044 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้ หากพบเห็นหรือได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุทางหมายเลขโทรศัพท์ 02-591-2471 สายด่วน 1784 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Line “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” ตลอด 24 ชั่วโมง และสอบถามสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงชลประทานโครงการชลประทานนนทบุรี ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02-583-3337 ต่อ 15.

แม่ทัพภาค4เน้นย้ำทุกหน่วยกำลังพลสร้างความมั่นใจเข้าถึงเข้าใจแนวสันติร่วมประชาชนดับไฟใต้

นาย ซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาสพร้อมคณะกรรมการ ได้ร่วมต้อนรับ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ที่ได้มาเยี่ยมและพบปะหารือครั้งแรกหลังได้รับตำแหน่งใหม่ ถึงการเตรียมพร้อมขับเคลื่อนงาน การสร้างสภาวะสิ่งแวดล้อมและทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ เพื่อทำให้เกิดสันติสุขชายแดนใต้ เน้นกำลังพลและเข้าถึงประชาชน เพื่อการปฏิบัติงานได้อย่างสันติภาพ

พลโท ไพศาล  หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า “จะขับเคลื่อนงานทุกหน่วยตามโครงสร้างให้เข้มแข็งและปฏิบัติงานตามขอบเขตอย่างเต็มประสิทธิภาพ เรื่องที่สำคัญคือเรื่องของการสร้างความเข้าใจในพื้นที่ให้แก่องค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ได้รับทราบถึงความเป็นจริงในพื้นที่ เมื่อองค์กรต่าง ๆ เหล่านั้นเข้าใจแล้วก็จะได้ช่วยกันสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือในปี 2570 คาดว่าการปฏิบัติราชการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะกลับเข้าสู่กลไกปกติของภาครัฐ กำลังหลักต่าง ๆ ที่มาปฏิบัติหน้าที่มีแนวคิดที่จะเสริมสร้างให้เข้มแข็งโดยร่วมกับกรมการปกครองและส่วนของจังหวัด ในส่วนของการป้องกันเหตุการณ์รุนแรงที่ผ่านมา แม้จะมีการลดกำลังลงแต่ในส่วนที่มีอยู่นั้นยังคงปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งทั้งส่วนของทหาร ตำรวจ 

และฝ่ายปกครอง รวมถึงอาสาสมัครประจำพื้นที่ต่าง ๆ ต้องมีการบูรณาการร่วมกัน และในวันนี้หลังจากได้รับมอบหน้าที่ก็มีการประชุมแถลงแผนในทันทีเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ เน้นย้ำในส่วนกำลังที่มีอยู่ต้องมีความทุ่มเทในการปฏิบัติงานมากขึ้นทุกส่วน นอกจากเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยแล้วนั้น ส่วนที่สำคัญคืออาสาสมัครประจำพื้นที่และภาคประชาสังคมที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการเพื่อแจ้งข่าวสารต่าง ๆ ให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยในพื้นที่ได้หามาตรการการป้องกันการก่อเหตุ ที่จะนำมาสู่สันติสุขชายแดนใต้อย่างยั่งยืน”
โดยมีนโยบายการเสริมสร้างสันติสุขของ ผอ.รมน.ภาค 4 ประจำปี 2568 รวม 5 งานสำคัญ คือ

1. งานการควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย 
ปรับรูปแบบใช้การปฏิบัติเชิงรุก เข้าถึงพี่น้องประชาชน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือและคุ้มครองทั้งพี่น้องไทยพุทธและมุสลิม รวมทั้งการติดตามบังคับใช้กฎหมายต้องยึดมั่นตามหลักสิทธิมนุษยชนในส่วนของการจัดระเบียบพื้นที่ตามแนวชายแดน ไทย – มาเลเซียจะต้องบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

2. งานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
บูรณาการทุกหน่วยงานในการขับเคลื่อนทั้งงานการป้องกันและปราบปรามอีกทั้งขับเคลื่อนโครงการบำบัดฟื้นฟูโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (CBTx) ให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

3. งานการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
เน้นดำเนินการแบบเป็นไปตามธรรมชาติ และส่งเสริมการฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่มาตั้งแต่
ในอดีต ขับเคลื่อนให้ชุมชน 2 วิถี เรียนรู้ และยอมรับการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างปกติสุข

4.  งานการสร้างความเข้าใจ
มุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานการเมือง ให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อให้เกิดสันติสุขอย่างแท้จริงและยั่งยืน

5. งานบูรณาการด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา
มุ่งเน้นการบูรณาการแผนงาน / โครงการและงบประมาณร่วมกันทุกภาคส่วนให้เกิดการสนับสนุน / เกื้อกูลต่องานด้านความมั่นคงและการพัฒนา ตามแนวทางนโยบายของรัฐบาล
นโยบายเฉพาะด้านกำลังพล

1. ให้ยึดถือปฏิบัติตาม “ยุทธศาสตร์คนดี” กำลังพลต้องไม่มีการสร้างเงื่อนไข และปฏิบัติภารกิจ
ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท 

2. ห้ามกำลังพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายและการกระทำที่ผิดศีลธรรมโดยเด็ดขาด
ด้านการข่าว

1. บริหารจัดการระบบงานข่าวกรองสนับสนุนงานด้านการพัฒนา  

2. บูรณาการระบบข่าวกรองทุกระบบ เพื่อให้การรวบรวมข่าวสาร มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

3. เสริมสร้างพัฒนาข่ายงานข่าวภาคประชาชนให้เข้มแข็ง 

4. เพิ่มพูนความรู้ด้านเทคโนโลยีให้แก่กำลังพล เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างประสิทธิภาพ
ด้านยุทธการ

1. บูรณาการกำลังร่วม 3 ฝ่าย และอาสาสมัครประจำพื้นที่ ในการรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ 

2. เสริมสร้างความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (อส.จชต.) 

3. ให้หน่วยในโครงสร้าง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยึดถือปฏิบัติตามภารกิจ และขอบเขตงาน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม 

4. บังคับใช้กฎหมายตามกรอบของอำนาจและหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยต้องไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเด็ดขาด 

5. เสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายอย่างถูกต้องให้กับกำลังพล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ด้านมวลชนและกิจการพิเศษ

1. ใช้การประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจที่ตรงกัน 

2. ส่งเสริมภาคประชาสังคม ให้ร่วมกันปฏิเสธและต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ 

3. ส่งเสริมการจัดกิจกรรม และเวทีแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน 

4. อบรมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (จนท.ชป.กร.) และชุดเสริมสร้างความเข้าใจ (ชสจ.) เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

5. ขับเคลื่อนฮูกุมปากัต (ธรรมนูญหมู่บ้าน ๙ ดี) และสภาสันติสุขตำบลลงสู่พื้นที่อย่างทั่วถึง

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

ตำรวจคลองหลวงจับ2ผู้ต้องหาแก๊งส่งยาเสพติด-อาวุธปืน-อาวุธสงคราม ทางไปรษณีย์

ปทุมธานี-ตำรวจคลองหลวงจับกุม 2 ผู้องหา แก๊งส่ง ยาเสพติด อาวุธปืนและอาวุธปืนสงคราม ทางไปรษณีย์ ยึดของกลางเป็นจำนวนมาก

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 ต.ค. ที่ห้องปราบปราม (ป.) พิเศษ สภ.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ยุทธนา จอมขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วยพ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง.ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง สว.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.นัทธโชต ธัญญเจริญ สวป.สภ.คลองหลวง พ.ต.ต.มนตรี คงอาจ สวป.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วย กำลังชุดปราบปราม(ป.)พิเศษ ชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม 2 ผู้ต้องหา

ทั้งนี้ประกอบด้วย 1.นายรณกร หรือติ๊ก ขวัญสมคิด อายุ 36 ปี เลขที่ 54 / 213 หมู่ 5 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 2.นายปารเมศ หรือปลาย สายโพธิ์คำ อายุ 23 ปี เลขที่ 553 / 22 ถนนวิทยะธำรงค์ ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร พร้อมด้วย ของกลาง ยาไอซ์ 3 กก. ยาอี 700 เม็ด ปืน HK 1 กระบอก และปืนกึ่งออโตเมติก 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืนสงครามขนาด 5.56 จำนวน 25 นัด ขนาด 9 มม 70 นัด โดยจับกุมได้ที่ บริเวณ ซอยรังสิตภิรมย์ หมู่ 5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต่อเนื่องคอนโด ริเวอร์ปาร์คโมเดิร์นเพลค A ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ต่อเนื่องหมู่บ้านเดอะพาเลซ เลขที่ 54 / 213 หมู่ 6 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จำนวน 3 ห่อ ห่อละ 1 กก. รวมทั้งสิ้น 3 กก. ซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุ และพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัดที่นายรณกร ฯ พกพาติดตัวมาด้วย

จากนั้นได้ขยายผลเข้าไปตรวจค้นที่ห้องพักของนายรณกรฯ ที่คอนโด ริเวอร์ปาร์คโมเดิร์นเพลค A พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี) จำนวน 679 เม็ดและ อาวุธปืนยาว HK 33 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนจำนวน 1 อันและเครื่องกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม.จำนวน 25 นัด และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 25 นัด ทั้งหมดวางอยู่ภายในห้องพักของนายรณกร ฯ ต่อจากนั้นได้ขยายผลทำการตรวจค้นบ้านพักของนายรณกรฯ ที่หมู่บ้านเดอะพาเลซ เลขที่ 54 / 213 หมู่ 6 ต. คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 35 นัด อีกจำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ภายในตู้เสื้อผ้าภายในห้องพัก ของนายรณกรฯ จึง ได้ทำการจับกุมตัว พร้อมแจ้งสิทธิ์ และแจ้งข้อกล่าวหาว่า

1. ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์ และยาอี) เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน

2.พาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรหรือความจำเป็นเร่งด่วน

3.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย

4.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้การปทุมฯ กล่าวเสริมว่า จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายรณกร หรือติ๊ก ขวัญสมคิด อายุ 36 ปี หรือ ชื่อเดิมอดิสัย มุ่งมาหมัด โดนมีคดีค้างเก่าที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตอน เมษายน ปี 2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์ )ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ มิ.ย. ปี 2550 มียาบ้าใบในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย เดือน พ.ย. 2556 มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ และ ม.ค. 2557 ข้อหาพยายามฆ่า จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อ

เชียงใหม่วิกฤติหนัก!แม่น้ำปิงซัดแนวกั้นพังทะลักท่วมย่านเศรษฐกิจ

เชียงใหม่วิกฤติหนัก ระดับน้ำแม่ปิง “สะพานนวรัฐ” แตะระดับสูงถึง 5 เมตรกว่า ทะลักท่วมตลาดวโรรส ตลาดต้นลำไย รวมถึงย่านการค้าสำคัญของเมืองเชียงใหม่แล้ว

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 5 ต.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สถานการณ์มวลน้ำมหึมาไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ ทำลายกระสอบทรายที่กั้นป้องกันการท่วมตลาดวโรรส และตลาดต้นลำไยย่านค้าขายสำคัญของเมืองเชียงใหม่

ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ระดมคนงานนำกระสอบทรายเข้าเสริมเพื่อป้องกันไม่ให้ไหลท่วมตลาด แต่พลังน้ำจากจุดวัดระดับแม่น้ำปิง P1 เชิงสะพานนวรัฐ ขึ้นไปถึง 5.23 เมตร สูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์รอบ 50 ปีของเมืองเชียงใหม่ ทำให้น้ำไหลล้นออกฝั่งอย่างรุนแรงเกินต้าน เข้าท่วมตลาดวโรรส ตลาดต้นลำไย ด้านตะวันตกของฝั่งแม่น้ำปิง และไหลเข้าเสริมเพิ่มในย่านไนท์บาซาร์จนบางแห่งถึงหน้าอก และขยายวงกว้างออกไปไกลเกินกว่า 1 กม.

ส่วนทางฝั่งตะวันออกไหลบ่าท่วม ขยายไปจนถึงสี่แยกศาลเด็กและสถานีขนส่งเชียงใหม่อาเขตที่อยู่ห่างออกไปร่วม 2 กม. ถือเป็นประวัติการณ์หน้าใหม่ที่เมืองเชียงใหม่ถูกจมด้วยแม่น้ำปิงแทบจะทั้งเมือง ย่านการค้าสำคัญร้างปิดไฟมืดไปหมด

อย่างไรก็ตาม ทางเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานชลประทานที่ 1 รายงานเหตุการณ์เฝ้าระวัง ระดับน้ำปิง ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2567 เวลา 06.00 น. ดังนี้ 

  • P.67 แม่แต สันทราย ระดับ 5.67 จุดวิกฤต 3.80 ม. แนวโน้ม “ลดลง”
  • P.1 สะพานนวรัฐ ระดับ 5.27 จุดวิกฤต 3.70 แนวโน้ม “เพิ่มขึ้น”

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สำนักงานชลประทานที่ 1

อลังการ ! เบิร์ธเดย์ “เนวิน ชิดชอบ” 66 ปี จัดพิธีปะกำช้างสืบทอดประเพณีวงศ์ตระกูล

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ที่สนามช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้จัดงานทำบุญวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 66 ปี  โดยมีคนใกล้ชิด คนดังจากหลากหลายวงการรวมถึงนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี เป็นจำนวนมาก อาทิ แกนนำ และสส.พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ​รมว.มหาดไทย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา​ วิทยาศาสตร์​ วิจัย​และนวัตกรรม พล.ต.อ.เพิ่มพูน​ ชิดชอบ​ รมว.ศึกษาธิการ นายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ อดีตรมว.คมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา​ ไทยเศรษฐ์​ รมช.มหาดไทย​ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์

ขณะที่ สมาชิกวุฒิสภา สายสีน้ำเงิน มีนายพูลเพิ่ม​ ทองศรี​ สว. พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. นายวุฒิชาติ กัลญาณมิตร สว. เป็นต้น รวมถึงนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.อ.จักรทิพย์​ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ นางนวลพรรณ​ ล่ำซำ​ นายกสมาคมฟุต​บอล​แห่งประเทศไทย​ นายหิมาลัย​ ผิวพรรณ​ ที่ปรึกษานายพีระ​พันธุ์​ สาลี​รัฐ​วิภาค​ รองนายก​รัฐมนตรี ​และ​รมว.พลังงาน ที่สวมเสื้อแจ๊คเก็ตพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)

สำหรับข้าราชการที่เป็นผู้บริหารระดับสูง ที่เดินทางมาร่วมงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์​ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทา​สาธารณภัย​ (ปภ.​) นายขจร​ ศรีชวโนทัย​ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายพรพจน์ เพ็ญพาส  อธิบดีกรมที่ดิน (ทด.) นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา​ ขณะกระทรวงศึกษาธิการพบว่า มีว่าที่ ร.ต.ธะนุ​ วงษ์จินดา​ เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน​ (สพฐ.) มาร่วมงาน

ทั้งนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ​ 09.00​น.​ ได้มีพิธีปะกำช้าง เป็นพิธีที่ตระกูลชิดชอบ ได้มีการสืบทอดมายาวนาน​ โดยมีคนในตระกูลชิดชอบ ได้แก่​ นายเนวิน​ พล.ต.อ.เพิ่มพูน​​ นายศักดิ์สยาม​ และครอบครัว ร่วมในพิธี หลังจากนั้นบรรดาผู้ร่วมงานได้นำกล้วยน้ำว้า​มาป้อนช้าง​ เพื่อความเป็นสิริมงคล​ตามความเชื่อ​ และได้มีพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญเพื่อขอพรจากครูปะกำ​ โดยหลังจากที่ครูปะกำ​ ได้ผูกข้อมือให้นายเนวินแล้วเสร็จ​ นายเนวิน ได้หันมาบอกครูปะกำให้ผูกข้อมือ​ให้​นายอนุทินด้วย​ ก่อนที่จะกล่าวด้วยเสียงดังว่า “ผูกให้เป็นนายกฯ​ ผูกให้ยิ่งใหญ่​ ผูกให้แข็งแรง” ​ ขณะที่นายอนุทินมีทีท่าที่เขิน จากนั้น นายเนวิน​ ยังได้ผูกข้อมือให้นายอนุทินด้วย และอวยพรให้แข็งแรง​ ให้สมหวัง

จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้สอบถามนายอนุทิน ว่านายเนวิน ได้อวยพรให้เป็นนายกฯ​ จะขานรับหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า“นายกฯ เป็นตลอดอยู่แล้วไม่มีใครแย่ง นายกฯสมาคมเกลียมัว​ แห่งประเทศไทย ยังไม่เคยมีใครชิงตำแหน่งนี้จากผมได้”

เมื่อถามย้ำว่า แล้วคำว่านายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่คิด ตอนนี้ขอเป็นรัฐมนตรี ทำหน้าที่ให้ดีก่อน ขอเป็นรองนายกรัฐมนตรี ทำงานให้ น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประสบความสำเร็จให้รัฐบาล ให้รัฐบาลของท่านมีแต่ความก้าวหน้า ทำประโยชน์ให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งตำแหน่งนายกฯ สมาคมเกลียมัวที่ว่านี้ ตนมั่นใจว่ามีความมั่นคงแน่นอน ไม่มีใครเกลียมัว มากกว่าตนอยู่แล้ว

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.​ธนนนท์​ นิรามิษ​ ภริยา​นายอนุทิน​ว่า​ นายอนุทิน บอกว่าเป็นนายกฯสมาคมเกลียมัวแห่งประเทศไทย​ น.ส.ธนนนท์​  ถึงกลับกล่าวว่า “ขอให้จริงนะคะ บอกไว้คำเดียวว่าขอให้จริง” ก่อนที่จะยิ้ม

จากนั้นนายเนวิน และคณะ ได้ขึ้นไปทำพิธีทำบุญเลี้ยงพระ​ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ ยังบริเวณด้านบนปราสาทหินพนมรุ้งจำลอง เป็นการส่วนตัว​ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ผู้ที่มาร่วมงานส่วนใหญ่สวมเสื้อสีโทนกรมท่า ทั้งเสื้อด้านหลังสกรีน ฅนบุรีรัมย์​ และสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด​

นอกจากนี้ภายในงานดังกล่าวนายเนวิน ได้แจ้งงดรับดอกไม้และของขวัญทุกชนิด แต่หากใครประสงค์จะร่วมทำบุญก็ให้บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ได้ แทน