สุดเศร้าสลด!ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาเบื้องต้นเสียชีวิตกว่า 10 ราย

สุดเศร้าสลด ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา เจ้าหน้าที่ตรวจรถบัสทัศนศึกษา จุดประตูหนีไฟด้านหลัง เจอร่างเด็กกว่า 10 ราย พบมีนักเรียนและครูสูญหายในรถจำนวนมาก

หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้ รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียน โรงเรียนวัดเขาพระยา จ.อุทัยธานี เหตุเกิดที่ หน้าเซียร์รังสิต ถนนวิภาวดี หน้าอนุสรณ์สถาน เหตุเกิดช่วงเที่ยงวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนวิภาวดี เจ้าหน้าที่พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถบัสทั้งคัน ก่อนเร่งช่วยเหลือเด็กนักเรียนลงจากรถบัส และฉีดน้ำสกัดไม่ให้ไฟลุกไหม้ลุกลาม โดยใช้เวลาอยู่นาน จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้.

จากการสอบถามนายปรีชา อายุ 50 ปี นักการภารโรง กล่าวว่า รถบัสกำลังพานักเรียนของโรงเรียนวัดเขาพระยา จ.อุทัยธานี ไปทัศนศึกษายังอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ส่วนกลาง

โดยพาครูและนักเรียนมาทั้งหมด 44 คน เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุรถบัสเกิดยางหน้าซ้ายแตก จากนั้นรถบัสเสียหลักไปเบียดกับแบริเออร์ที่อยู่เกาะกลางถนนวิภาวดี

จากนั้นรถบัสทัศนศึกษาได้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว เบื้องต้นพานักเรียนมาทั้งหมด 44 คน สามารถลงจากรถได้ 19 คน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการช่วยเหลือและตรวจสอบอีกครั้ง

ด้ายคุณครูที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังไปทัศนศึกษา จากนั้นเห็นไฟมันลุกแล้ว โดยประตูรถเปิดไม่ได้ ซึ่งในรถมีเด็กกับครูอยู่ในรถ รวมทั้งหมด 44 คน ลงมาได้ 19 คน โดยมาจาก จ.อุทัยธานี

ส่วนเพจ NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยชื่อดัง โพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ที่ว่า “กู้ภัยสุดสลดพบบริเวณประตูหนีไฟด้านหลัง รถบัสดังกล่าว พบร่างเด็กแล้วกว่า 10 ราย.!!.

ท้าให้ลอง “ก๋วยเตี๋ยวบางนาราไก่มะระเนื้อเปื่อย” สูตรเข้มข้นไม่อร่อยยินดีคืนเงิน

คนชอบกินเส้น วันนี้แนะนำ“ร้านก๋วยเตี๋ยวบางนาราไก่มะระ เนื้อเปื่อย”เปิดร้านมาแล้ว 3 เดือนกว่าๆ ร้านเล็กๆมีโต๊ะเก้าอี้แค่ 6 โต๊ะ แต่ยอดขายดี ถึง4,000-5,000 บาทต่อวัน ทำไมถึงมียอดขายดีขนาดนี้ เจ้าของร้านท้ามาให้ลอง “ไม่อร่อย ยินดีคืนเงิน”

เมนูก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ+ลูกชิ้น ราคา 45 บาท ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย+ลูกชิ้น ราคา 45 บาท เกาเหลาเนื้อ 50 บาท เกาเหลาไก่ 45 บาท ข้าวเปล่า 10 บาท ไข่เจียว 10 บาท แต่ถ้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพิ่ม 5 บาทเท่านั้น และที่เป็นสิกเนเจอร์สำหรับคนกินจุ ใส่ทุกอย่าง เนื้อเปื่อย+ไก่+ลูกชิ้นเนื้อ+ตีนไก่ พิเศษ ราคา 60 บาทครับ..น้ำดื่มฟรีตักไม่อั้น มีผักเคียงถั่วงอกและใบโหราพาฟรีจร้า…

คุณ วสันต์ หะยีมายอ เจ้าของร้านบางนาราก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ เล่าว่า เมื่อก่อนตนเองขับรถทัวร์สายใต้-กรุงเทพฯเดินทางทุกจังหวัดทั่วภาคใต้ ผมเป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวก็กินทุกจังหวัดมีอยู่เจ้าเดียวที่อร่อย ต่อมาผมเกษียณผมก็กลับมาอยู่บ้านที่นราธิวาส ผมกินก๋วยเตี๋ยวที่นราฯผมยังไม่เคยเจอเลยแบบเข้มข้นแบบที่เคยเจอมา ผมเลยคิดว่า ของอร่อยต้องมาเปิดที่นราธิวาสให้ได้ จะต้องทำให้คนนราธิวาสได้กินของอร่อย

ทีนี้สูตรผมรวมทุกสูตรที่เคยกินมาแล้วมารวมสูตรได้สูตรคงที่ ที่ “บางนารา”จนทุกวันนี้ สูตรเข้มข้นวัตถุดิบต้องสดใหม่โดยเฉพาะหัวน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเคี่ยวประมาณ 3 ชั่วโมงถึงจะกินได้อร่อยครับ..สิกเนเจอร์ ของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื้อย ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ และก็เกาหลาเนื้อ ถ้าเนื้อเปื่อยไก่มะระน่องไก่ ตีนไก่ราคา60 บาทอยากให้พี่ๆน้องชาวนราธิวาสมาชิมดูผมรับรองว่า อร่อยทุกอย่างราคาไม่แพง ถ้าไม่อร่อย ยินดีคืนเงินครับ

พิกัดร้าน ทางไปหาดนราทัศน์ซ้ายมือก่อนถึง 4 แยกขึ้นสะพาน เปิดร้านเวลา 11.00-23.00 น. ติดต่อสั่ง โทร . 092-5616072 และ 082-6067049 หยุดทุกวันพุธ ขอย้ำ! รบกวนอย่ามาตอนเช้า เพราะช่วงเช้าจะขายข้าวนาสิดาเเฆ นาสิลือเมาะ และขนมโบราณปูตูฮาลือบอที่เคยนำเสนอไปแล้ว ซึ่งเป็นของครอบครัวเหมือนกัน.


ภาพข่าว:แวดาโอ๊ะ หะไร/ อัสมา บินมะนุ

มทส.โมเดล “ฟาร์มไข่ผำ”เพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์เพื่อการผลิตโปรตีนทางเลือกเจาะตลาดโลก

นครราชสีมา – มทส.เปิดตัว “ฟาร์มไข่ผำต้นแบบระดับอุตสาหกรรม” ขนาดกลางและใหญ่ยกระดับและเพิ่มมูลค่าไข่ผำเพื่อการผลิตโปรตีนทางเลือกสู่ Super Food เจาะตลาดโลก

รศ. ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดี พร้อมด้วย ผศ. ดร.อารักษ์ ธีรอำพน อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร เปิดตัว“ฟาร์มไข่ผำต้นแบบระดับอุตสาหกรรม”ที่อาคารเกษตรภิวัฒน์ ฟาร์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ขนาดกลางและขนาดใหญ่ซึ่งจะทำให้ได้ไข่ผำ สด สะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันไข่ผำถูกมองเป็น Super Food Future Crop เพราะมีฤทธิ์ทางเภสัชมากและคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโปรตีนและวิติมิน บี 12 ซึ่งไม่พบในพืชชนิดอื่น

ทั้งนี้หากเลี้ยงด้วยเทคโนโลยีที่ มทส. แนะนำสามารถให้โปรตีนสูงถึง 61.7% ของน้ำหนักแห้ง ไข่ผำเป็นพืชน้ำที่จัดการด้านเขตกรรมได้ง่าย ศัตรูน้อย แตกหน่อเร็ว อายุเก็บเกี่ยวสั้น จึงทำรอบเลี้ยงได้ง่ายและได้ถี่ หากผู้เลี้ยงมีการจัดการฟาร์มและการตลาดที่ดีจะสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาอันสั้น ไข่ผำเหมาะเป็นโรงงานผลิตพืชอาหารโปรตีนสูงสำหรับครัวเรือน ชุมชน และอุตสาหกรรมอาหารทั้งในระดับชุมชน ภูมิภาพ ประเทศ และโลก

สำหรับไข่ผำหรือบางพื้นที่อาจเรียกไข่น้ำนั้นใช้เวลาในการเจริญเติบโตประมาณ 14 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว อีกทั้งไข่ผำนั้นยังเป็นที่นิยมในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสานที่นิยมกินสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูทั้งไข่เจียว ต้มยำ ผัดผัก หรือจะนำมาใส่โรยหน้าบนอาหารก็สามารถทำได้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแกงไข่น้ำหรือแกงไข่ผำที่ชาวบ้านนิยมทำกินกันในครอบครัว.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ//นครราชสีมา

กระตุ้นท่องเที่ยว ปลุกศก.คึกคัก ระเบิดศึก“โมโตจีพี”ที่สนามช้างฯบุรีรัมย์

รัฐบาลไทยผนึกภาคเอกชน แถลงความพร้อมโค้งสุดท้ายสู่สุดยอดศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก “PT Grand Prix of Thailand 2024” ที่แฟนความเร็วทั่วโลกรอคอย ชูความพร้อมเดินเครื่องเต็มระบบ บูรณาการความร่วมมือทุกมิติ พร้อมเปิดตัวโทรฟี่ ThaiGP สง่างามด้วยธีม “บัลลังก์เจ้าแห่งความเร็ว” สไตล์ไทยโมเดิร์นผสานความงดงามปราสาทหินพนมรุ้ง โดยมีการนำชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์มาเป็นส่วนหนึ่งของถ้วยรางวัล กลางถ้วยมีสัญลักษณ์การพนมไหว้ “สวัสดี” สื่อถึงการต้อนรับอันอบอุ่นและการให้ความเคารพในแบบไทย เผยภายในงานจะได้พบกับจุดไฮไลท์ใหม่ Thai Thai Pavilion นำเสนอเสน่ห์แบบไทยสุดอลังการ 25-27 ต.ค.นี้ที่ จ.บุรีรัมย์ การันตีชื่อชั้นความมันส์ พร้อมสร้างความประทับใจและความสุขครบเครื่องระดับโลกสู่แฟนกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกแล้ว

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่าง 25- 27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

30 กันยายน 2567 ที่สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพ : ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุนภาครัฐและเอกชน นำโดย, จังหวัดบุรีรัมย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด (ดูคาติ ไทยแลนด์) รวมทั้ง อินฟลูเอนเซอร์ แพร ทวินันท์ เพิ่มพูน และ ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ทัพสื่อมวลชน-ผู้สนับสนุนร่วมงานมากมาย

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว “ถ้วยรางวัลการแข่งขันหรือโทรฟี่” ThaiGP ประจำปี 2024 ด้วยธีม “บัลลังก์เจ้าแห่งความเร็ว” ลักษณะไทยโมเดิร์น ผสานความงดงาม “ปราสาทหินพนมรุ้ง” ส่วนกลางถ้วยมีสัญลักษณ์การพนมไหว้ “สวัสดี” สื่อถึงการต้อนรับอันอบอุ่นและการให้ความเคารพในแบบไทย “ตัวเลข ๑ ของไทย” อยู่ตรงกลางและด้านล่างจะเป็นลวดลายไทย ส่วนวัสดุของตัวถ้วยมีการดัดแปลงนำ “ชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์” มาเป็นส่วนหนึ่งของถ้วยรางวัล เช่น ตัวน็อต และ เฟรมอลูมิเนียม 5 แผ่น สื่อถึงการจัดการแข่งขันโมโตจีพีที่ประเทศไทยเป็นปีที่ 5 ด้วยสีทองและดำที่เป็นสีแห่งเกียรติยศ ความแข็งแกร่ง ความสง่าและทรงคุณค่า การออกแบบสอดผสานความงดงามแบบไทยสู่สายตาชาวโลก

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โมโตจีพี ถือเป็นการแข่งขันกีฬาระดับโลกรายการใหญ่ที่สุดที่มีการจัดในประเทศไทย มีผู้ติดตามชมมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก โอกาสสำคัญที่จะได้แสดงศักยภาพมาตรฐานการจัดแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติฝีมือคนไทยและพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไทยในทุกมิติ รวมทั้งช่วยผลักดันการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยไปสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง

“นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 1 เดือน จะเข้าสู่สุดสัปดาห์แห่งประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตไทย จากความร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงานทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค ภาคเอกชน-ประชาชนที่ร่วมกันวางแผนงานเป็นอย่างดีนั้น จะทำให้การจัดการแข่งขันในครั้งนี้จะบรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลตั้งไว้ รวมทั้งทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและประทับอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป เป็นสนามแข่งขันที่ถูกยกย่องว่าที่ดีสุด มีความสุขที่สุดในโลก ครบเครื่อง คุ้มค่าที่สุด ตามเป้าหมายสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะใช้ “มหกรรมกีฬา” ในการเป็นแรงส่งสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องทั้งระบบ สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม”

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTGกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 5 ของการแข่งขันโมโตจีพีบนผืนแผ่นดินไทย แต่เป็นปีแรกของ PTG ในฐานะ Title Sponsor รายใหม่ของการแข่งขัน ยาวนานต่อเนื่องถึง 3 ปี สิ่งหนึ่งที่ทาง PTG มองว่าสำคัญไม่แพ้กันคือการได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาประเทศไทยตามสโลแกน “บริษัทพลังงานของคนไทย เพื่อเติมความสุขให้คนไทยอยู่ดีมีสุข” นั่นคือการได้ประชาสัมพันธ์ประเทศสู่สายตาคนทั่วโลก แสดงศักยภาพคนไทยและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของคนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง

“ขอเชิญชวนทุกท่านให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ระดับโลก ในสีสันที่แตกต่างออกไปในครั้งนี้ ภายใต้กิจกรรมมากมายที่เตรียมไว้ต้อนรับที่ PTG Pavilion โดยได้ยกทัพแบรนด์ในเครือของ PTG ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น PT Station, PT Maxnitron, Autobacs, กาแฟพันธุ์ไทย, Coffee World, Max Card Plus ฯลฯ ขนสิทธิพิเศษ ของรางวัล และกิจกรรมสนุกๆ ให้ร่วมลุ้น แลก แจก ชม ช็อป อย่างเต็มอิ่มจุใจ รวมทั้งกิจกรรมสุด Exclusive ที่แฟนๆ จะได้กระทบไหล่นักแข่งคนดังทุกรุ่นแบบใกล้ชิด ซึ่งจะมีที่ PTG Pavilion ที่เดียวเท่านั้น คือ กิจกรรม Hero Walk และ Meet and Greet ซึ่งจะมีนักแข่งจากทุกคลาสไม่ว่าจะเป็น MotoGP Moto2 Moto3 แฟนๆ จะสามารถ ถ่ายภาพและขอลายเซ็นได้อย่างใกล้ชิด โดย PTG มุ่งมั่นและตั้งใจ ที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่แฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลกได้มาสัมผัสกับประสบการณ์อันยิ่งใหญ่นี้ด้วยกัน”

นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติ ตรา ช้าง กล่าวว่า หนึ่งในไฮไลต์ของการจัดโมโตจีพีวิถีไทยที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุด นอกจากจะได้ชมเรซที่สนุกสุดมันส์ แฟนความเร็วจากทั่วโลกยังได้สนุกสนานไปกับกิจกรรมบันเทิงในรูปแบบของมอเตอร์สปอร์ตเฟสติวัล ซึ่งน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง เตรียมจัดเต็มความสนุกตลอดทั้ง 3 วัน บริเวณลานกิจกรรมเพื่อให้ผู้ชมได้สนุกเต็มอิ่ม ครบรส ได้แก่ ประสบการณ์สุด Exclusive ใน Chang House ที่จะได้รับชมการแข่งขันโมโตจีพีในเต็นท์ติดแอร์ขนาดใหญ่ วงดนตรี และดีเจ พร้อมมีผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติตราช้างบริการตลอดทั้งวัน

รวมทั้งคอนเสิร์ต Chang Music Connection ตลอด 3 วัน เริ่มต้นวันแรก วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พบกับ “ยังโอม” เจ้าพ่อฮิปฮอปขวัญใจวัยรุ่น และปิดท้ายค่ำคืนกับศิลปินลูกทุ่งขวัญใจชาวอิสาน อย่าง “ก้อง ห้วยไร่”, วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม สนุกกันต่อกับการแข่งขัน “ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย” โดยมีการประกบคู่ชกสุดมันส์ด้วยกันถึง 7 คู่ โดยมีไฮไลท์คู่เอกอยู่ที่ ยอดกตัญญู จิตรเมืองนนท์ ปะทะ เพชรสมาน ส.สมานการ์เมนท์ เอาใจแฟนมวยทั้งไทยและต่างชาติอย่างเต็มที่ และปิดท้ายค่ำคืนพบกับ “จ๊ะ นงผณี” ลูกทุ่งตัวแม่สุดเซ็กซี่ ส่วนวันสุดท้าย อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ปิดฉากโมโต จีพี 2024 ไปกับคอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปินสุดกวนที่ยกมาทั้งแก็งอย่าง “แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก” และมียังมีจุดบริการ Chang Shuttle Station บริการ “ชัตเติ้นแต๋น” นับร้อยคัน มาใช้ในการรับ – ส่งผู้ชมสู่เซอร์กิต ซึ่งมีที่เดียวในโลก คอยรับส่งแฟนๆ กันแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ด้านนายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า สนามช้างฯพร้อมเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะตลอดทั้งปีมีอีเวนต์ต่างๆ มากมาย ที่ต้องรองรับมาตรฐานระดับโลกทั้ง FIM และ FIA ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นผิวสนาม เจ้าหน้าที่บุคลากร หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่พรั่งพร้อม ซึ่งปีนี้จะมีจุดเล็กๆ ที่เพิ่มมิติการแข่งขันในสนุก เร้าใจมากยิ่งขึ้นก็คือเรื่อง Misano Curve ที่ปีที่แล้วได้ทำเพิ่ม 1 จุด และปีนี้เพิ่มเป็น 3 จุด ที่โค้ง 1 โค้ง 5 และโค้ง 8 ซึ่งจะส่งผลให้การแข่งขันขับเคี่ยวกันสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ส่วนลานกิจกรรมปีนี้ยังได้พบกับครั้งแรกของ Thai Thai Pavilion ที่มีคอนเซ็ปต์ต่อยอดจากโมโตจีพีวิถีไทย ที่จะนำเสนอเสน่ห์ วัฒนธรรมของไทย ทั้งงานศิลปะ หัตถกรรม ของกิน ของฝากที่เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน นอกจากนี้ด้านการอำนวยความสะดวกของผู้ชม จังหวัดบุรีรัมย์เป็นแกนหลักในประสานไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบขนส่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อาสาสมัคร และที่พัก เพื่อให้ทุกๆ อย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดรองรับแฟนความเร็วผู้มาเยือนให้มีช่วงเวลาที่สุดแสนจะประทับใจ รับรองว่ามาชมการแข่งขันที่สนาม สนุกกว่ารับชมที่จอโทรทัศน์ที่บ้านแน่นอน

ปีนี้เรียกได้ว่าจะเป็นปีที่มีความสุขที่สุดของแฟน MotoGP ประเทศไทย เพราะนอกจากจะได้เชียร์นักบิดระดับโลกที่ชื่นชอบ ยังได้เชียร์ “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” นักบิดที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย แข่งขันทิ้งท้ายในรุ่น Moto2 ก่อนที่ในฤดูกาลที่จะถึงในปี 2025 นี้ จะได้ขยับไปแข่งขันในรุ่นใหญ่ที่สุดของโลก MotoGP ได้สำเร็จ เป็นคนไทย คนแรกที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬารถจักรยานยนต์ของไทย

นอกจากนี้ยังมี PT Grand Prix of Thailand 2024 Expo ที่เนรมิตลานกิจกรรมด้านหน้าสนามช้างอินเตอร์- เนชั่นแนลเซอร์กิต เป็นงานเอ็กซ์โปสำหรับคนมอเตอร์ไซค์ ตั้งแต่ 09.00-20.00 น. ตลอด 3 วันเต็ม โดยมีทั้งพาวิลเลียนขนาดยักษ์และร้านค้ารายย่อยมากมาย ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), น้ำแร่ธรรมชาติ ตราช้าง, ฮอนด้า, ยามาฮ่า, โตโยต้า, ดูคาติ, กรมการขนส่งทางบก โดย กปถ. ฯลฯ ที่พร้อมสร้างสีสัน ความสนุกให้แก่แฟนๆ ได้ช็อปสินค้าแบรนด์ดังมากมาย รวมทั้งครั้งแรกกับการเนรมิต Thai Thai Pavilion ได้ส้มผัสความสวยงามของวัฒนธรรมไทย ชม ชิมเลือกซื้อของดีของขึ้นชื่อ ร้านอาหารชื่อดังจากบุรีรัมย์และทั่วประเทศมาไว้ในงาน ครบจบที่เดียว โดยลานกิจกรรมนี้ผู้ถือบัตรชมการแข่งขันทุกประเภทเข้าชมฟรี หรือซื้อบัตรแอดมิชชั่น (ADMISSION) ราคา 100 บาทต่อวัน หรือเหมา 3 วัน 200 บาท

บัตรเข้าชมการแข่งขันยังสามารถหาซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ส่วนบัตรแอดมิชชั่น (ADMISSION) ซื้อบัตรได้ที่บูธ All Ticket หน้างาน วันที่ 25-27 ต.ค. เท่านั้น! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram

แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์ ปฏิเสธทุกข้อหา ตำรวจคัดค้านประกันตัว ฝากขังพรุ่งนี้

แม่ตั๊ก ป๋าเบียร์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจคัดค้านประกันตัว ชี้เป็นเคสที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน มีผู้เสียหายเยอะ ฝากขังพรุ่งนี้ ส่วนจะเข้าข่ายคดีฟอกเงินด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมชิงดวง (ศปก.บกป.) พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. เปิดเผยว่าเบื้องต้นจากการสอบปากคำ แม่ตั๊ก-กรกนก สุวรรณบุตร และป๋าเบียร์- -กานต์พล เรืองอร่าม ทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนจะไปถึงเรื่องฟอกเงินหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ เช่นเดียวกับเรื่องการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน รวมถึงตรวจสอบรถหรู ว่าได้มีการโยกย้ายไปไว้ที่ไหนหรือไม่ ยืนยันว่าเรามีข้อมูลการสอบสวน การเฝ้าระวัง รวมถึงการตรวจสอบ

หลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลฯ พรุ่งนี้ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นเคสที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน มีผู้เสียหายเยอะมาก แม้ว่าบางส่วนอาจจะยังไม่ได้มาร้องทุกข์ ก็ถือว่าเป็นความผิดที่กระทบต่อประชาชน ส่วนการตรวจค้นในบ้านได้เอกสารหลักฐานพอสมควร แต่แจ้งรายละเอียดให้พี่น้องสื่อมวลชนทราบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องหลักฐานทางคดี ซึ่งจะได้มีการสอบสวนขยายผลต่อ

ส่วนในเรื่องของการยึดทรัพย์ เบื้องต้นที่มีการรับแจ้งความแล้ว ได้มีการรายงานไปที่ ปปง. เพื่อทำการสืบทรัพย์ เนื่องจากความผิดที่มีผู้ร้องมาร้องทุกข์เป็นความผิดในเรื่องของการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ฉะนั้นในส่วนนี้ ปปง. ก็จะทำหน้าที่สืบทรัพย์ สืบเส้นเงิน และทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งจะมีการประสานกับ ปปง. เพื่อดำเนินการต่อไป

กองปราบคุมตัว “แม่ตั๊ก- ป๊าเบียร์”สอบปากคำตั้ง 4 ข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 กรณีที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำหมายศาลอาญารัชดาภิเษกเข้าจับกุม ผู้ต้องหา กรณีขายทองออนไลน์

ล่าสุดสามารถจับกุม น.ส.กรกรนก ฯ หรือแม่ตั๊ก ตามหมายจับ ที่ 4799 /2567 ลงวันที่ 30 ก.ย. 67
นายกานต์พล ฯ หรือ เบียร์ ตามหมายจับ ที่ 4797 /2567 ลงวันที่ 30 ก.ย. 67
บริษัท เคทูเอ็น โกลด์ จำกัด (โดยนายกานต์พล ฯ กรรมการผู้มีอำนาจ) ตามหมายจับ ที่ 4798 / 2567 ลงวันที่ 30 ก.ย. 67

ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน . ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน , ร่วมกันโฆษณาโดยใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ,ร่วมกันเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

พัทยาจัดใหญ่วันฉลองชัยชนะขององค์พระแม่ทุรกาปราบอสูรได้สำเร็จ

นางอำพร แก้วแสง ผู้ก่อตั้งเทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี พร้อมด้วย ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงค์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี, นายนเรช จันเดอร์ รองนายกสมาคมอินเดียชลบุรี, นายปราชาญ บาตต์ อุปนายกสมาคมอินเดียชลบุรี และนายเซเรช นักธุรกิจคุชราฏ พัทยา ร่วมแถลงจัดงาน “นวราตรี และงานแห่ประเพณี เนื่องในวันแห่งชัยชนะ ประจำปี 2567 ” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม 2567 ณ เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

พิธีนวราตรี และงานแห่ประเพณี เนื่องในวันแห่งชัยชนะ ประจำปี 2567 ถือเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกของเทวาลัยมหากาลีอวตาร จักรวาลชนนี จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสักการะบูชา และสรรเสริญแห่งองค์พระแม่ทุรคา ไฮไลท์ของงานจะมีขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม มีพิธีสวดโซฮา อารตีถวายพระแม่ โดยพราหมณ์คณะบารมี เริ่มตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป ส่วนวันที่ 9 ตุลาคม ช่วงเช้าพราหมณ์ทำพิธีสวดถวายและอารตีไฟถวายพระแม่ หลังจากเสร็จพิธี ช่วงเวลา 16.00 น. จะมีการตั้งขบวนแห่องค์พระแม่และองค์เทพจากเทวาลัยเคลื่อนขบวนไปยังถนนพัทยาสายสอง มุ่งหน้าลงสู่ถนนเลียบชายหาด วงเวียนปลาโลมา

ทั้งนี้ จะมีจุดพักให้ผู้มีจิตศรัทธาได้สักการะบูชา 4 จุด ประกอบด้วย ร้านอาหารอินเดีย Indigo ถนนพัทยา สาย 2 ร้านอาหารอินเดีย Rasoi ถนนพระตำหนัก ร้านอาหารอินเดีย Mumbai se ถนนพัทนา สาย 2 และร้านอาหารอินเดีย Peshwa ถนนเลียบชายหาด หลังจากนี้นั้นขบวนจะกลับมาที่เทวาลัยและเริ่มพิธีในเวลา 19.00 น. และในวันที่ 10 ตุลาคมช่วงเวลา 19.00 น. พราหมณ์ทำพิธีสวดถวายพระแม่ การแสดงการร่ายรำ หรือที่เรียกว่า เต้นดานเดีย วัฒนธรรมจากประเทศอินเดีย ขอให้ผู้มีจิตศรัทธาในองค์พระแม่ทุก ๆพระองค์ มาร่วมงานนวราตรีตลอด 9 วัน 9 คืน ณ เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี

สำหรับ นวราตรี คืออีกหนึ่งเทศกาลสำคัญทางศาสนาของชาวฮินดูทั่วโลก เป็นวันเฉลิมฉลองชัยชนะขององค์พระแม่ทุรกาที่ปราบอสูรได้สำเร็จ หลังจากต่อสู้กันมาเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน (นวราตรี) และยังเป็นการฉลององค์พระแม่ทุรกา ทั้ง 9 องค์ จะเป็นวันที่ทุกคนจะไม่ทานเนื้อสัตว์ ไม่ดื่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ปฏิบัติตัวที่ผิดศีล ภายในพิธีจะมีการจัดเต้นดานเดีย วัฒนธรรรมจากประเทศอินเดียที่ได้รับความนิยมในอินเดีย ในจังหวัดคุชราฏ และสมาคมคุชราฏ พัทยา ก็ได้สนับสนุนเต้นดานเดีย อีกทั้งภายในงานจะมีโรงทานอาหารอาหารมังสวิรัติไทยและอินเดีย ให้บริการผู้ร่วมงาน จึงขอเชิญชวนผู้ศรัทธาเข้าร่วมงาน ระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม 2567 ณ เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

“ยอดขุนพล” โชว์ผลงานสุดยอด คว้าแชมป์ k1 เป็นคนที่ 5 ของประเทศไทย

วานนี้( 29 กันยายน 2567) ศึกมวย K 1   WORLD MAX 2024  SUPERLIGHTWEIGHT CHAMPION CHIPTOURNAMENT ต่อยกันที่  TOKYO NATIONAL YOYOGI STADIUM  ประเทศญี่ปุ่น  วีระศักดิ์เล็ก ตัวแทนสหพันธ์ มวยไทยอาชีพ ประจำประเทศญี่ปุ่น นำ ยอดขุนพล วีระศักดิ์เล็ก  ขึ้นชกมวย K 1 เป็นครั้งแรก   

ก่อนหน้านี้ ยอดขุนพล ต้องการจะเลิกชกอยู่แล้ว เพราะตัวเองได้เปิดค่ายมวยเพื่อหาเลี้ยงชืพ แต่ วีระศักด์ มองเห็นความสามารถ ว่าต้องเดินทางสายนี้ต่อไปได้  ยอดขุนพล เลยตัดสิ้นใจ  ตามคำแนะนำ ของ วีระศักดิ์เล็ก   เดินทางมาต่อย ที่ญี่ปุ่นตามคำแนะนำดังกล่าว มวย K 1 เป็นการชกวันเดียวจบ ถ้านักชกคนไหน ชนะรวด 3 ครั้ง จะคว้าแชมป์ทันที ถือว่าเป็นการ ต่อสู้ที่ทรหดเอาการเลยทีเดียว  

ในรายการ K 1 ครั้งนี้  ไฟท์แรก ยอดขุนพล วีระศักด์เล็ก  ที่เครียมตัวมาเป็นอย่างดี เอาชนะน็อค แคน พีนาห์ นักมวย จาก ตุรกี  เพียงแค่ที่ 1  เท่านั้น มาถึงรอบรองชนะเลิศ ยอดขุนพล พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า ชนะน็อค โปปา นักชกอันตรายจาก โรมาเนีย  เพียงแค่ยก ที่ 1 เช่นกัน  ส่วนรอบชิงชนะเลิศ ยอดขุนพล วีระศักดิ์เล็ก ผ่านเข้ามาพบกับกระดูกชิ้นโต นักชกญี่ปุ่นเจ้าถิ่น ซูอินากากิ ที่รอบแรก ชนะนักชกจาก อาร์เจนติน่า  รอบตัดเชือกชนะนักมวยจาก อิตาลี มาได้  

เกมการชก ยอดขุนพล มีอาการเกร็งเล็กน้อย แต่มีมีสมาธิสามารถออกอาวุธได้อย่างจะแจ้ง ครบยก กรรมการรวมคะแนนแล้ว ให้ ยอดขุนพล วีระศักดิ์ เล็ก เป็นฝ่ายชนะคะแนน อินากากิ  คว้าแชมป์ K 1 มาครองได้แบบสมศักดิ์ศรี  เป็นครั้งแรก ในชิวิต  และนับเป็นแชมป์ มวย K 1 คน ที่  5 ของ ประเทศไทย ต่อจาก  บัวขาว บัญชาเมฆ , ก้องนภา วีระศักดิ์เล็ก , แก้ว วีระศักด์เล็ก   และ พญาหงษ์ อีกด้วย

ทนาย “แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์” ยินดีให้ตำรวจค้นบ้าน ยันทั้งคู่ยังไม่หนีไปไหน

ทนายความ “แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์” ยินดีให้ความร่วมมือตำรวจค้นบ้านเพราะไม่ใช่อาชญากร ยันทั้งคู่ยังไม่หนีไปไหน พร้อมซื้อทองคืนจากลูกค้าทุกราย

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ บ้านแม่ตั๊ก ย่าน รามอินทรา 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความส่วนตัวของแม่ตั๊ก ได้เดินทางมาหาแม่ตั๊กที่บ้านแต่เช้า หลังจากมีกระแสข่าวว่า ตำรวจจะเข้าค้นบ้านแม่ตั๊ก

ทนายความ เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ว่าในวันนี้ตำรวจจะเข้าค้นบ้านและร้านทองของแม่ตั๊กนั้น ตอนนี้เรายังไม่ได้หมายค้น และยังไม่ได้ทราบเรื่องราวดังกล่าว แต่ถ้าหากตำรวจจะมาค้นจริง ๆ ทางเราก็ยินดีให้ความร่วมมือ เนื่องจากเราไม่ใช่อาชญากร และตัวของแม่ตั๊กกับป๋าเบียร์ ยังคงอยู่ในบ้าน โดยในวันนี้ก็กำลังจะส่งลูกสาวไปโรงเรียน ทั้งนี้ เจ้าตัวไม่ได้กังวลอะไรเป็นพิเศษ นอกจากการนำเสนอข่าวในบางประเด็น ซึ่งก็พยายามย้ำมาตลอดว่า ตัวแม่ตั๊ก ยินดีที่จะซื้อทองคืนจากลูกค้าทุกราย และรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

ศรีสะเกษยกระดับเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันหลังสทนช.แจ้งเตือนฝนถล่มภาคอีสาน

ชลประทานศรีสะเกษ ลุยเข้ม.ออกสำรวจตรวจตราน้ำในอ่างเก็บน้ำ พบระดับน้ำสูงขึ้น พร้อมแจ้งเตือนชาวบ้านให้เฝ้าระวังน้ำท่วมบ้านเรือน ไร่นา หลัง สทนช.แจ้งเตือนจะมีฝนตกหนักภาคอีสาน โครงการชลประทานศรีสะเกษ จัดทีมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก หลังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ช่วงวันที่ 30 ก.ย. – 3 ต.ค. 67 นี้

นายจำรัส สวนจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานศรีสะเกษ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำในเขตอำเภอขุนหาญ กันทรลักษ์ และอำเภอเมืองศรีสะเกษ พบว่า อ่างเก็บน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง 5 แห่ง ที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีปริมาณน้ำในอ่างฯ มากกว่า 80% ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย อำเภอกันทรลักษ์ อ่างเก็บน้ำห้วยตะแบง และอ่างเก็บน้ำห้วยทา อำเภอขุนหาญ อ่างเก็บน้ำห้วยซันและอ่างเก็บน้ำห้วยคล้า อำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในระดับเก็บกัก มีการระบายน้ำผ่านทางอาคารระบายน้ำล้น(spillway) ตามแผนการส่งน้ำและการระบายน้ำของโครงการฯที่วางไว้ สอดคล้องกับสถานการณ์ เป็นไปตามที่ สทนช. ได้ประกาศแจ้งเตือน

ทั้งนี้ บริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นพื้นที่ที่มีฝนตกชุกและมีความลาดชันสูง อาจเกิดภาวะน้ำบ่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้ โครงการชลประทานศรีสะเกษ จึงได้ประสานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ยืนยันอ่างเก็บน้ำทุกแห่งยังมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทาน ได้แก่ ข้าวนาปี สวนทุเรียนภูเขาไฟ และพืชชนิดต่างๆ ของเกษตรกร ได้ตลอดทั้งปี


สำหรับในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 16 แห่ง ปัจจุบันเก็บกักได้ประมาณ 87% เขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง เก็บกักได้ประมาณ 94% ส่วนสถานการณ์น้ำในลำน้ำสายต่างๆ ได้แก่ แม่น้ำมูล ลำน้ำห้วยสำราญ ลำน้ำห้วยขยูง และลำน้ำห้วยทับทัน ยังสามารถรองรับน้ำได้ ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 3-4 เมตร ยกเว้นลำห้วยทับทันบริเวณจุดตรวจวัด M.42 ที่มีระดับน้ำใกล้ถึงระดับตลิ่ง จึงขอให้ประชาชนชาวศรีสะเกษ ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยโครงการชลประทานศรีสะเกษ จะร่วมกับจังหวัดศรีสะเกษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อม เครื่องจักร เครื่องมือ ที่พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา จนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน

โดย…เสนาะ วรรักษ์/ศรีสะเกษ