สืบนครบาลบุกรวบ “ตุ่น ขาใหญ่สะพานสูง”แก๊งขายรถจำนำ แล้วกลับมาโจรกรรม

ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ปราบปรามกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดในทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง รวมถึงการเร่งปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการโจรกรรม รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในพื้นที่รับผิดชอบ รวมทั้งกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างหรือกระทำการฉ้อโกงการซื้อขาย จำนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในท้องตลาด อันเป็นพฤติการณ์การซ้ำเติมพี่น้องประชาชนระดับรากหญ้าให้ได้รับความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้นอีก

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2567 พล.ต.ท..ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.ฯ พ.ต.ต.สุนทร ทองพงษ์เนียม สว.กก.สส.1ฯ , ร.ต.อ.ปรัชญา โคตรสาขา รอง สว.กก.สส.1ฯได้ร่วมกันจับกุมตัว

นายพัฒนรัตน์ หรือ “ตุ่น” อายุ 42 ปี ภูมิลำเนา เขตสะพานสูง กรุงเทพ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.543/2567 ลงวันที่ 24 กันยายน 2567 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือให้พ้นการจับกุม” จับกุมได้ที่ ณ ภายในบ้านพักของผู้ถูกจับ แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายมีประกาศ โพสต์ ว่ามีความประสงค์จะขอซื้อรถยนต์มาใช้ในกิจวัตรประจำวันทั่วไป จนกระทั่งได้มีนายหน้า เป็นหญิง ลักษณะคล้ายทอม เข้ามาติดต่อแจ้งว่าสามารถติดต่อและจัดหารถยนต์ตามที่ผู้เสียหายต้องการได้ โดยเป็นรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีโก้ สีเทาดำ โดยได้ตกลงซื้อรถคันดังกล่าว ต่อมาเมื่อถึงกำหนดนัดหมายและส่งมอบรถยนต์คันดังกล่าว ปรากฏว่า นายหน้าสาวทอม ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวมาส่งมอบรถยนต์พร้อมกุญแจจำนวน 1 ดอกให้แก่ผู้เสียหาย จากนั้นผู้เสียหายได้ขับรถมาจอดไว้บริเวณหน้าบ้านของตน

จนกระทั่งต่อเวลาตามวันเวลาเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหากับพวก ได้แอบขับขี่รถยนต์ที่จอดบริเวณบ้านผู้เสียหาย แล้วกระทำการลักทรัพย์ขับขี่รถยนต์ของผู้เสียหายออกไป (เชื่อว่าเป็นกุญแจที่ผู้ต้องหากับพวกจัดทำขึ้นมาใหม่) จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่เข้ามาทำการลักรถยนต์ของผู้เสียหายไปเป็นกลุ่มเดียวกันกับบุคคลที่จัดหาและนำรถยนต์มาขายต่อให้แก่ผู้เสียหายจริง จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหากับพวก ต่อ พงส.สน.ธรรมศาลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามผู้ถูกจับให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการลักรถยนต์ของผู้เสียหายแต่อย่างใด แต่รับว่าเป็นผู้จัดหารถยนต์มาขายต่อให้แก่ผู้เสียหายจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากจากการสืบสวนและตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ถูกจับมีพฤติกรรมการรับซื้อขาย และรับจำนำรถยนต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวอาจจะเป็นรถยนต์ที่ได้ใช้ หรือได้มาจากการกระทำควาผิดหรือไม่ อย่างไร จึงจะได้สืบสวน ขยายผลต่อไป จึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สน.ธรรมศาลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อันซีนใหม่โคราช“เดิ่นหินดาด”ทะเลหิน ส่องโบกยักษ์ 10 จุด สุดว้าว

นายสุชชัพ ชีระชลสุข สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขต 2 อำเภอครบุรี พร้อมด้วย นายอมรวัฒน์ โสบกระโทก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา นำประชาชนจิตอาสา ประมาณ 20 คน ช่วยกันทำความสะอาดและปรับสภาพภูมิทัศน์ลานหิน บริเวณปากทางเข้าวัดเข้าถ้ำเต่าพันปี ตำบลบ้านใหม่ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมผลักดันให้กลายเป็นอันซีนแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอครบุรีและจังหวัดนครราชสีมา


ภายหลังจากที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะพิเศษ โดยพื้นเป็นลานหินทรายขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ มีสภาพถูกกัดกร่อนโดยธรรมชาติ จนเกิดเป็นลวดลายคล้ายลักษณะของคลื่นน้ำที่กลายเป็นทะเลหิน และแตกลายคล้ายกระดองเต่าไปทั่วบริเวณ มองดูสวยงามอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีหลุมหินขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า “โบก” ลึกกว่า 1 เมตร กระจายอยู่บริเวณลานหินมากกว่า 10 จุด สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่พบเห็น

นายสุชชัพ ชีระชลสุข สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า บริเวณลานหินดังกล่าวนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่และชาวบ้านในพื้นที่หลายคน เรียกกันว่า “เดิ่นหินดาด” เนื่องมีสภาพเป็นลานหินขนาดใหญ่ ซึ่ง “เดิ่น” เป็นภาษาโคราช หมายถึง “ลาน” ขณะที่คำว่า “ดาด” ก็จะมีความหมายในลักษณะเหมือนร่างกายไปถูกสิ่งของที่มีความร้อน เมื่อรวมกันก็จะมีความหมายว่า “ลานหินร้อน“ ซึ่งชาวบ้านที่ทำมาหากินอยู่บริเวณนี้จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะลานหินแห่งนี้ ยามฝนตกจะมีน้ำขังอยู่ในโบกหรือในหลุมหินต่างๆ พอให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากน้ำบริเวณนี้ระหว่างเข้าพื้นที่มาทำการเกษตร เพราะก่อนหน้านี้ชุมชนอยู่ค่อนข้างไกลจากจุดนี้พอสมควร จนมาถึงทุกวันนี้ ก็เริ่มมีผู้คนผ่านมาพบและมองเห็นความสวยงามของลวดลายของลานหิน คล้ายกับคลื่นน้ำที่กลายเป็นหิน รวมถึง มีหลุมหินขนาดใหญ่กระจายอยู่เกือบ 20 หลุม มองดูน่าอัศจรรย์

ภาคประชาชน อาสาสมัคร และหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ จึงมีแนวคิดร่วมกันที่จะผลักดันจุดนี้ให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอครบุรีเพิ่มอีกหนึ่งจุด ในวันนี้จึงมารวมพลังเริ่มต้นทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ เพิ่มความสวยงามให้กับ “เดิ่นหินดาด” จะได้เข้าถึงได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนการพัฒนาในขั้นต่อไป จะมีการประสานกับหน่วยงานที่มีความชำนาญ เข้ามาตรวจสอบเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ เพื่อให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะสามารถให้องค์ความรู้แก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมจุดนี้อีกได้ด้วย เพราะเชื่อว่า ลักษณะของลานหินที่มีความสวยงามและแปลกประหลาดเช่นนี้น่าจะมีความสำคัญทางด้านธรณีวิทยาบ้างไม่มากก็น้อย

จากการประสานงาน ส่งภาพถ่าย “เดิ่นหินดาด” ให้ รศ.ดร.อานิสงส์ จิตนารินทร์ อาจารย์ประจำวิชาเทคโนโลยีธรณี สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ดูในเบื้องต้น ก็มีคำอธิบายพอสังเขปว่า ลานหินทรายที่พบมีสภาพดังกล่าวนั้น เป็นผลมาจากกระบวนการผุพังอยู่กับที่ (weathering) ที่เกิดกับหินทราย เมื่อหินทรายโผล่บริเวณพื้นผิวโลก เผชิญกับน้ำและอากาศ จะเกิดการผุพังตามธรรมชาติ ลักษณะเช่นนี้พบได้ทั่วไปบนภูเขาหินทรายในภาคอีสาน และลักษณะดังภาพ เกิดจากการผุพังทางเคมี คาดว่า หินทรายบริเวณนี้อาจมีสารเชื่อมประสานเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต ที่ทำให้เกิดการละลายน้ำ แต่การผุพังเกิดขึ้นไม่เท่ากัน และอาจเกิดเนื่องจากชั้นหินทรายมีโครงสร้างชั้นเฉียงระดับ จึงเห็นการผุพังเป็นริ้ว ๆ

ส่วนหลุมลึกน่าจะเกิดจากการผุพังเชิงกล ซึ่งครั้งหนึ่งอาจมีธารน้ำไหลผ่านบริเวณนี้ เม็ดกรวดอาจหลุดเข้าไปในรอยแตกหรือรอยเว้าของหินบริเวณท้องน้ำ และกระแสน้ำทำให้เม็ดกรวดทรายขัดสีจนกลายเป็นหลุม คล้ายการเกิดโบกซึ่ง “เดิ่นหินดาด” อยู่ห่างจากตัวอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ไปทางด้านทิศใต้ ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้น ตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้า วัดเขาถ้ำเต่าพันปี ตำบลบ้านใหม่ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันยังเป็นที่ดินที่ผู้มีจิตศรัทธามอบให้ทางวัดเป็นผู้ดูแลอยู่ในขณะนี้ หากผู้ใดที่สนใจต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว สามารถค้นหาเส้นทางผ่านทางแอปพลิเคชั่นบนมือถือ พิมพ์คำค้นหา “วัดเขาถ้ำเต่าพันปี” ก้จะพบพิกัดที่ตั้งของ “เดิ่นหินดาด” แห่งนี้.

ปปง. จ่ออายัดทรัพย์ แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์ หากเข้าข่ายฉ้อโกง ชี้ต้องพิสูจน์ที่มาได้

ปปง. จ่ออายัดทรัพย์ แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์ หากเข้าข่ายฉ้อโกง ชี้ต้องพิสูจน์ที่มาได้ หลังผู้เสียหายจำนวนมากร้องหน่วยงานรัฐตรวจสอบ ปมซื้อทองคำออนไลน์

นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กล่าวภายหลังมีผู้เสียหายไปร้องหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน หลังจากซื้อทองออนไลน์ของร้านแม่ตั๊ก หรือ น.ส.กรกนก และป๋าเบียร์ หรือนายกานต์พล

โดยระบุว่า ทาง ปปง.ได้ทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และการบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หลังจากมีประชาชนผู้เสียหายไปร้องทุกข์แจ้งความ ซึ่งทางรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย

นายเทพสุ กล่าวต่อว่า หากการตรวจสอบพบเข้าข่ายมูลฐานความผิดฐานฉ้อโกง หน้าที่ของ ปปง. จะต้องเข้าไปตรวจทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งของ น.ส.กรกนกและสามี พร้อมกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จากนั้นจะอายัดทรัพย์มาตรวจว่าทรัพย์ที่ได้มานั้นได้มาอย่างไร จากไหน ได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่

นายเทพสุ กล่าวอีกว่า ผู้ถูกร้องต้องสามารถมาชี้แจงพิสูจน์ทรัพย์ได้ แต่ถ้าไม่สามารถชี้แจงได้ ทาง ปปง. จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งต่อทรัพย์สินดังกล่าว ส่วนผู้เสียหายก็ต้องมายื่นคำร้อง และประกาศคุ้มครองสิทธิ เพื่อเยียวยาต่อไป

เดือด .!!! “ซุเปอร์บอน”ปักศอกน็อค “โจ” ยกแรก ศึก ONE ลุมพินี 81

ศึก ONE ลุมพินี 81 จบลงไปอย่างสุดตื่นเต้นเร้าใจทุกวินาที สมเป็นศึกนัดยิ่งใหญ่ประจำไตรมาส 3 ของปี เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)

คู่เอกของรายการ “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) เฉพาะกาล วัดสกิลมวยไทย “โจ ณัฐวุฒิ” ซึ่งเกมนี้จบไวเกินคาด หลังจากแลกอาวุธกันไม่ทันไร “ซุปเปอร์บอน” ก็งัดศอกตอกหน้า “โจ” ล้มตึงมึนจนลุกสู้ต่อไม่ไหว ชนะน็อกโดยใช้เวลาเพียง 1:43 นาที ของยกแรกเท่านั้น ส่งให้ “ซุปเปอร์บอน” คว้าสิทธิ์ไปชิงบัลลังก์มวยไทยรุ่นนี้กับแชมป์โลกคนปัจจุบัน “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” ต่อไป 

คู่รอง “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) เผชิญหน้า “เคียมรัน นาบาติ” นักชกหมัดอันตรายจากรัสเซีย โดยแม้ “น้องโอ๋” จะเดินเกมด้วยการสาดแข้งได้เข้าเป้า แต่หลังจากแลกอาวุธกันครบ 3 ยก “เคียมรัน” ทำแต้มจะแจ้งกว่าจึงชนะคะแนนเอกฉันท์ รักษาสถิติไร้พ่ายได้อีกไฟต์   

ขณะที่ “นาบิล อานาน” พกดีกรีผู้ท้าชิงอันดับ 4 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต วัดความแกร่ง “ซอ ลิน อู” คนเหล็กชาวกะเหรี่ยงจากเมียนมา ปรากฏว่า “นาบิล” ใช้ความได้เปรียบช่วงชกสกัดการโจมตีของ “ซอ ลิน อู” ได้อยู่หมัด เอาชนะคะแนนเอกฉันท์ เก็บแต้มชัยต่อเนื่องไฟต์ที่ 5 ในรายการนี้ 

ส่วนนักชกขวัญใจชาวกะเหรี่ยง “เสือแบล็ค ท.พราน49” ขอทาบชั้นยอดมวย “กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย” โดยหลังจากทั้งคู่จด ๆ จ้อง ๆ กันในสองยกแรก “กุหลาบดำ” เริ่มเริ่งเครื่องยกในสุดท้ายและได้จังหวะซัดหมัดซ้ายเต็มขมับ “เสือแบล็ค” ปิดจ๊อบได้ในช่วงต้นยก 3 

อีกหนึ่งคู่ไฮไลต์คือศึกชิงสัญญา ONE ใต้เงื่อนไขต้องชนะน็อกเท่านั้น ระหว่าง “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” และ “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” โดยหลังจากทั้งคู่สาดอาวุธอุตลุดไม่หยุดตลอดเกม สรุปสุดท้าย “จ้าวเสือใหญ่” ได้ 1 นับจากการซัดหมัด “สุริยันต์เล็ก” ลงไปนอนในยกแรก ทำได้เพียงชนะคะแนนเอกฉันท์ สัญญา ONE จึงยังไม่เป็นของฝ่ายใดในไฟต์นี้

ด้าน “ทาเครุ เซกาวา” ซูเปอร์สตาร์คิกบ็อกซิ่งจากญี่ปุ่น ปะทะเดือดมวยแกร่งเมียนมา “ธานท์ ซิน” โดยแม้นักชกแดนปลาดิบจะพลาดถูกหมัดเสียนับยกแรก แต่สามารถพลิกกลับมาอัดแหลกกระแทกหมัดน็อก “ธานท์ ซิน” ในยกสองไปแบบสุดมัน กู้ศรัทธาสำเร็จ

สำหรับตัวแทนนักกีฬาไทยคนอื่น ๆ ทั้ง สามเอ ไก่ย่างห้าดาว, ชาโด้ สิงห์มาวิน, เสือคิม สจ.โต้งปราจีน และ ฤทธิเดช ส.สมหมาย ต่างแท็กทีมกำชัยกลับบ้านกันถ้วนหน้า 

โดยตลอดการแข่งขันในค่ำคืนนี้ มีนักกีฬาโชว์ฟอร์มจัดกระแทกใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ทั้งสิ้น 3 คน ได้แก่ “สามเอ”, “กุหลาบดำ” ที่ทุบโบนัสกลับบ้านไปคนละ 350,000 บาท ขณะที่ “ซุปเปอร์บอน” รับไป 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 1.6 ล้านบาท) ในฐานะนักกีฬา ONE รวมยอดอีเวนต์เดียวทะลุกว่า 2.3 ล้านบาท 

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE ลุมพินี 81 

– คู่เอก ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ ชนะน็อก โจ ณัฐวุฒิ นาทีที่ 1:43 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

– คู่รอง เคียมรัน นาบาติ ชนะคะแนนเอกฉันท์ น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

– นาบิล อานาน ชนะคะแนนเอกฉันท์ ซอ ลิน อู (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

– กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย ชนะน็อก เสือแบล็ค ท.พราน49 นาทีที่ 0:57 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

– สามเอ ไก่ย่างห้าดาว ชนะน็อก อัคราม ฮามิดี นาทีที่ 1:22 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)

– ชาโด้ สิงห์มาวิน ชนะคะแนนเอกฉันท์ โมฮัมหมัด เซียซารานี (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

– เสือคิม สจ.โต้งปราจีน ชนะคะแนนเสียงข้างมาก โอทิส แว็กฮอร์น (มวยไทย แคตช์เวต 140 ป.)

– จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี ชนะคะแนนเอกฉันท์ สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง (มวยไทย แคตช์เวต 133 ป.)

– ทาเครุ เซกาวา ชนะน็อก ธานท์ ซิน นาทีที่  2:47 ของยก 2 (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

– อิเลียส เอ็นนาฮาชิ ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฮิโรกิ อากิโมโตะ (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)

– ฤทธิเดช ส.สมหมาย ชนะคะแนนเอกฉันท์ เอซากุ โอกาซาวาระ (มวยไทย แคตช์เวต 132 ป.)

– ฮิว ชนะคะแนนเอกฉันท์ ยูเซฟ อีซาด (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

น้ำโขงลดต่อเนื่อง เปิดวิ่งเรือสำราญท่องเที่ยว คาดคึกคักยาวถึงงานไหลเรือไฟ

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 1.90 เมตร ห่างจากจุดเตือนภัยเฝ้าระวัง ประมาณ 1.10 เมตร คือที่ 12 เมตร เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่า จะลดระดับต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อลำน้ำสาขาสายหลักเริ่มไหลระบายลงน้ำโขงเร็ว นอกจากนี้ในส่วนของ จังหวัดนครพนม ได้ประสานงานกับสำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาค นครพนม แจ้งผู้ประกอบการเรือสำราญ เพื่อการท่องเที่ยว จัดเดินเรือตามปกติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหลังน้ำลด รองรับนักท่องเที่ยว ได้ล่องเรือสำราญ  ชมทัศนีย์ภาพ ความสวยงาม สองฝั่งโขง ไทย-ลาว ในช่วงน้ำโขงลด โดยก่อนนี้มีการงดการเดินเรือ ช่วงน้ำโขงสูงไหลเชี่ยว เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ

สำหรับ กิจกรรมการท่องเที่ยวล่องเรือสำราญ แม่น้ำโขง ถือเป็นอีกไฮไลน์ท่องเที่ยวสำคัญ ของ จังหวัดนครพนม ปัจจุบันมีเรือสำราญขนาดใหญ่บริการ 2 ลำ ค่าบริการคนละประมาณ 200 บาท มีอาคาร เครื่องดื่ม บริการ นอกจากนี้ ยังมีเรือสำราญขนาดเล็ก อีก 2 ลำ ค่าบริการคนละประมาณ 50 บาท คอยบริการนักท่องเที่ยว ปกติในช่วงเย็นของทุกวัน วันละ 1 เที่ยว อีกทั้งยังมีรอบเหมาแบบส่วนตัวตามใจลูกค้า โดยประชาชน นักท่องเที่ยว จะได้ชื่นชม สัมผัสบรรยากาศ ความสวยงาม ทางธรรมชาติ สอง ฝั่งโขงไทย-ลาว ถือเป็นจังหวัดอันซีนชายแดนแม่น้ำโขง ที่สวยงามที่สุดของอีสาน ประชาชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบไหว้ขอพร พญานาค องค์พญาศรีสัตตนาคราช ยังได้มีโอกาสล่องเรือสำราญท่องเที่ยว คาดว่าจะคึกคักยาวไปถึงช่วงฤดูหนาว และเทศกาลออกพรรษาไหลเรือไฟ

ข่าว/ภาพ : พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม

ขอบคุณรัฐฯต่อลมหายใจคนยากจน ยันจะใช้เงินหมื่นคุ้มค่าที่สุด

ปราจีนบุรี –คึกคัก!กลุ่มเปราะบางแห่กดเงินหมื่นดิจิตอลวันที่ 3 ฝากขอบคุณรัฐฯต่อลมหายใจคนยากจน ยันจะใช้เงินคุ้มค่าที่สุด

เมื่อวันที่ 27ก.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงไทย และ ธกส. อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่อยู่ในกลุ่มที่ 1 ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง และ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามเลขท้ายบัตรประจำตัวประชาชน มีปปช.จำนวนมากทยอยมานั่งรอธนาคารเปิดเพื่อเบิกเงินหนาแน่น

อย่างไรก็ตามถึงแม้วันนี้จะเป็นวันที่ 3 แล้วก็ตาม พบลูกหลานบางคนได้พาผู้สูงอายุนั่งรถเข็นมาเบิกธนาคารด้วยตนเอง หลายคนมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แสดงถึงความดีใจจนน้ำตาคลอที่จะได้นำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้หลังจากที่ต้องรอมานาน หลายคนเดินทางมาแต่เช้าแม้จะต้องรอคิวนานก็ยังอดทน ขอนั่งรอจนกว่าจะสามารถเบิกเงินที่ธนาคารได้ ธนาคารจ่ายบัตรคิว300คิว/วัน

นายเทิดไท สิงห์โต อายุ 67 ปี อาชีพค้าขายเปิดเผยว่าตนเองเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับเงิน ตนเองได้มารอกดเงินตั้งแต่เช้าได้รับเงินสิ่งแรกคือเอาไปซื้อของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนตัวแล้วมีความดีใจมากที่เงินส่วนนี้จะมาช่วยให้การใช้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิม

สำหรับกลุ่มแรกที่จะได้รับเงิน 10,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ 25 ก.ย. คือ คนพิการ และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีเลขประจำตัวบัตรประชาชนลงท้าย เลข 0 จำนวน ส่วนวันที่ 26 ก.ย. จะเป็นการโอนเข้าบัญชีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีเลขประจำตัวบัตรประชาชนลงท้ายเลข 1, 2, 3

ทั้งนี้วันที่ 27 ก.ย. 2567 โอนเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีเลขประจำตัวบัตรประชาชนลงท้าย เลข 4,5,6,7 และ วันที่ 30 ก.ย.2567 โอนเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีเลขประจำตัวบัตรประชาชนลงท้าย เลข 8 และ 9

โดยมีตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี ภายใต้การอำนวยการของพ.ต.อ.ศิวัชณัฐ์ คุ้มทรัพย์ ผกก.สภ.กบินทร์บุรี ได้จัดตำรวจสายตรวจ2นายมาดูความเรียบร้อยแก่ประชาชนที่เดินทางมากดเงิน เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ประชาชนเดินทางมากดเงินในครั้งนี้ด้วย

โดย… มานิตย์ สนับบุญ –ข่าว / ทองสุข สิงห์พิมพ์ – ภาพ / ปราจีนบุรี

เทศกาลลูกชิ้นยืนกิน และมหกรรมอาหารพื้นถิ่นกินอร่อย @ บุรีรัมย์

นายนฤชา  โฆษาศิวิไลซ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลลูกชิ้นยืนกิน และมหกรรมอาหารพื้นถิ่นกินอร่อย @ บุรีรัมย์”  ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพศูนย์กลางการท่องเที่ยวอารยธรรมขอมและกีฬามาตรฐานโลก ซึ่งทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์  หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น  บริเวณโครงการบุรีรัมย์คาสเซิล ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเป็นการส่งเสริมและยกระดับเมนูอาหารขึ้นชื่อของบุรีรัมย์  ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นวงกว้างมาก อีกทั้งเพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อันจะก่อให้เกิดรายได้แก่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัด  ทั้งกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย  ที่สำคัญยังเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและผลักดัน soft power อีกด้วย 

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการเปิดบูธจำหน่ายอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัดบุรีรัมย์ มากกว่า 50 ร้าน  อาทิ  ลูกชิ้นยืนกิน  ขาหมู  ไก่ย่าง   ขนมตดหมา  ข้าวเม่า  และอาหารที่ขึ้นชื่ออีกหลายเมนู  แต่ละเมนูอาหารแต่ละร้านจะมีรางวัลการันตีคุณภาพ มาตรฐานและความอร่อยของอาหารประเภทนั้นๆ ด้วย อีกทั้งยังได้มีการประกวดน้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกินที่อร่อยที่สุดด้วยโดยให้ผู้ที่มาร่วมงาน 100 ท่าน  ร่วมชิมและให้คะแนนด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  กล่าวภายหลังเปิดงานว่า  การจัดงาน “เทศกาลลูกชิ้นยืนกิน และมหกรรมอาหารพื้นถิ่นกินอร่อย @ บุรีรัมย์” ครั้งนี้  ได้คัดสรรเอาเมนูอาหารที่มีคุณภาพ มาตรฐาน อร่อย และเป็นอัตลักษณ์จากอำเภอต่างๆ มาเปิดบูธจำหน่ายให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อไปรับประทาน และเป็นของฝาก อาทิ   ขาหมู   ไก่ย่าง   ไส้กรอก  และลูกชิ้นยืนกิน  เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว และเชื่อว่าวันข้างหน้าจะเป็นจุดแข็งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ก็อยากให้พ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ผลิต  ได้รักษาคุณภาพ มาตรฐาน  ความสะอาด  และรสชาติความอร่อยด้วย ที่สำคัญต้องมีความยุติธรรมติธรรมกับผู้บริโภคด้วย  

 ข่าว/ภาพ : สุรชัย  พิรักษา ผู้สื่อข่าวบุรีรัมย์

แห่กดเงินหมื่นจับจ่ายใช้สอยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองอำนาจเจริญคึกคัก

อำนาจเจริญ-ประชาชนแห่ขึ้นเงินหมื่นเป็นวันที่3กันคึกคักแน่นถนัดหน้าตู้เอทีเอ็ม จนท.ธนาคารแจงสามารถกดได้ทุกธนาคารฟรี แจ้งธนาคารยอดเงินที่เข้าทางข้อความโทรศัพท์ไม่ต้องไปยืนเข้าคิวปรับสมุดบัญชีให้เสียเวลา

นางสาวสิริกร รัตนวัน ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพสาขาอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตนขอฝากประชาสัมพันธ์ ถึงประชาชน ที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์ ไว้กับธนาคารต่างๆ สำหรับประชาชนที่ไม่มีบัตร ATM ก็สามารถมาเบิกที่สาขา ที่ตน ทำพร้อมเพย์เอาไว้นะคะ สำหรับลูกค้าที่มีบัตร ATM ที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคารใดก็ตาม สามารถกดได้ทุกตู้ธนาคาร เหมือนการกดเงินปกติเลยนะคะไม่ต้องไปรอที่ธนาคาร เราผูกพร้อมเพย์เท่านั้นนะคะ แล้วตนขอบอกประชาชนอีกว่าถ้าลูกค้า เปิดบัญชีในพื้นที่เดียวกันในจังหวัดเดียวกัน

ทางธนาคารได้มีข้อตกลงร่วมกัน ว่ าประชาชนสามารถกดเงินฟรีได้ 4 ครั้งใน 1 เดือนไม่เสียค่าธรรมเนียม จึงแจ้ง ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน และ ในวันนี้ ก็มีลูกค้า ที่ได้รับเงิน 10,000 บาท ของรัฐบาล มาขอเบิกเงินที่ธนาคารกรุงเทพสาขาอำนาจเจริญเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีต่อไปอีกจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 ส่วนใหญ่ประชาชนที่มาขึ้นเงิน จะดูหน้าตาสดใส กันทุกราย

ด้านนายวิจิต ทองขาว ผู้จัดการธนาคาร ธกส.สาขาอำนาจเจริญ กล่าวว่า ขอแจ้งไปถึงประชาชน หากท่านได้รับการช่วยเหลืออะไรต่างๆจาก จากทางรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น โครงการต่างๆ ทางธนาคาร ธกส.เราพยายามจะลดช่องว่างให้กับลูกค้า ที่เป็นประชาชนเป็นลูกค้าของ ธกส.เหล่านี้ คือสำหรับพี่น้องประชาชนที่มีมือถืออยู่แล้วทุกราย เราจะส่งข้อความไปถึงพี่น้องที่มีหมายเลขบัญชีเงินเข้าอยู่ใน ธกส. ไปให้ท่านทางมือถือ

โดยเฉพาะ ในช่วงที่ไม่มีประชาชนมาติดต่อมากมาย เช่นนี้ให้พี่น้องประชาชนมาแจ้งความประสงค์กับทางธนาคาร ว่าให้ส่งยอดเงิน ที่เข้าในบัญชีของตน เป็นเงินอะไรบ้าง ทางข้อความ ได้เลยครับ เป็นการลดภาระที่พี่น้องประชาชนจะมาเสียเวลาเดินทางมาเข้าคิวเพื่อปรับสมุดฝากกันเป็นจำนวนมากเช่นนี้เป็นการให้บริการประชาชนอีกทางหนึ่งอย่างสะดวกสบายครับ

สำหรับ ประชาชนที่เงินยังไม่เข้าเกี่ยวกับโครงการนี้ไม่ต้องตกใจ ทางรัฐบาลยังยืดเวลาไปอีกจนถึงเดือนธันวาคมปีนี้ และทั้งนั้นและทั้งนี้ท่านก็ไปติดต่อประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคือ พ.มจังหวัด ที่ท่านอยู่ว่าขัดข้องตรงไหนท่านไม่ต้องตกใจ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางนี้จะได้รับกันทุกคนครับ ประชาชนที่มากดเงินที่ธกส.เงินหมดนั้น ท่านไม่ต้องตกใจทางเราได้เอาเงินเข้าทุกวันก็เนื่องจากมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ขอชี้แจงไปยังประชาชนว่าบัตร ATM ของ ธกส.สามารถไปกดได้เงินได้ทุกธนาคาร ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ ฟรี คือในช่วง 1 เดือน สามารถกดได้ 4 ครั้งจะไม่เสียค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมแต่อย่างใดๆ ประชาชนสบายใจได้ นายวิจิตร ฯกล่าวในที่สุด

ภาพข่าว/นายทิพกร หวานอ่อน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอำนาจเจริญ

กลุ่มสมาพันธ์ไทยพุทธลุยลุยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ผู้ได้รับผลกระทบจากไฟใต้

นราธิวาส – กลุ่มสมาพันธ์ ไทยพุทธ สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ร่วมวิสาหกิจ เพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากความไมสงบชายแดนใต้


สมาพันธ์ไทยพุทธนราธิวาส เดินหน้าออกบูธ นำสินค้าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มส่งเสริมอาชีพสตรีไทย-มุสลิมจังหวัดนราธิวาส รวม 6 อำเภอในจังหวัดนราธิวาสมาจำหน่าย เพิ่มรายได้ให้ครอบครัว โดยนำวัสดุเหลือใช้ต่างๆในชุมชนรวมไปถึงวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วในหมู่บ้าน มาสร้างเป็นสินค้าต่างๆ เช่น หมวก ตระกล้าหวาย กระเป๋าผ้า ยาหม่อง รวมไปถึง การนำผ้าขาวม้ามาแปรรูปเป็นพวงมาลัย การนำพืชผักที่ชาวบ้าน ปลูกเอง มาจำหน่ายในงานของดีเมืองนรา วันที่ 19- 28 กันยายน 2567

โดยมี ผอ.กรีฑา แดงดี ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธ ร่วมออกบูธ จำหน่ายรายได้นำไปให้กับชาวบ้านกลุ่มอาชีพสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน พื้นที่จังหวัดนราธิวาส จึงขอเชิญชมและเชิญชวนพี่น้องชาวนราธิวาสร่วมอุดหนุนสนับสนุนช่วย เหลือกลุ่มอาชีพผู้ได้รับผลกระทบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องได้มีแรงสู้ และเพิ่มรายได้ในการดำเนินชีวิตต่อไป

ตั้งอยู่บริเวณหน้าเวทีการแสดงสวนหลวง ร.5 เริ่มเปิดบูธ เวลา 17.00-21.00 น.ทุกวันครับ…..

ติดต่อประธานกลุ่ม.นางยุวดี แก้วเลี่ยม ได้ทุก 24 ชั่วโมง

ย้ำ! ถ้าใครมาไม่ทันงาน เราจะมีช่องทางการติดต่อ เพจ.ปลานิล และ โทร.082-3303498 รอคุณตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

คุณ ยุวดี แก้วเลี่ยม ประธานกลุ่มตระกล้าวายเทียม เล่าว่า กลุ่มของเรามี 70คน รวมไทยพุทธมุสลิมเป็นพหุ มาทำเป็นตระกล้า และแก้วมิติของอำเภอตากใบรวมไปถึงผ้าขาวม้าทอมือของกลุ่มแม่บ้านบ้านโคกไผ่ ตอนแรกมันเป็นผ้าธรรมดาแต่เราก็นำมาแปรรูปให้เป็นพวงมาลัย ทำให้สวยงาม น้ำพริกแกงตำมือ เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 3 เดือนเพราะบดแห้งทำสดสะอาดจึงเก็บไว้ได้นานมีแกงปลา ผัดเผ็ด แกงส้มและก็แกงกะทิของอำเภอสุไหงโก-ลก และก็มียาหม่องน้ำ พิมเสนน้ำของของกลุ่มแม่บ้านไทยพุทธมุสลิมเหมือนกันทำโดยอำเภอสุคิริน สินค้าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดซื้อไว้มอบให้เป็นของขวัญให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลต่างๆ ขายเพื่อช่วยหารายได้ให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบ

คุณ กรีฑา แดงดี ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธ เล่าว่า หมวกนี้เป็นหมวก2แบบเป็นเศษผ้าวัสดุที่เหลือใช้จากโรงงานแฮนด์อินแฮนด์ กลุ่มชาวบ้านได้นำมาทำแปรรูปเป็นหมวกขายในราคาแค่ 39 บาท 3 ใบ100 เป็นของชาวบ้านอำเภอรือเสาะ สิ่งของเหล่านี้เรานำมาเพื่อให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบได้นำปัจจัยเหล่านี้นำไปใช้ไปจ่ายในแต่ละวัน

เพจ.ปลานิล โทร 082-3303498 ติดต่อซื้อสินค้าได้ทุก 24 ชั่วโมง


โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ รายงานข่าว ภาพ ผู้สื่อข่าวนราธิวาส

“เทศกาลถือศีลกินเจ” ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เสิร์ฟเมนูหลากหลาย

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ร่วมจัดอาหารเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ  ระหว่างวันที่ 3 – 11 ตุลาคม 2567  ด้วยเมนูหลากหลายดังนี้ 


ที่ห้องอาหารจีนหยก  บริการติ่มซำเจเฉพาะมื้อกลางวัน ราคาเข่งละ 120 บาท++ และอาหารเจตามสั่ง เช่น เป็ดปักกิ่งเจ หอยจ๊อเจ ปลาเผือกซอสพริกไทยดำ ข้าวผัดหยางโจว เต้าหู้มาฝ่อเจ ซุปเห็ดรวมเจ เป็นต้น ราคาเริ่มต้นที่ 190 บาท++ 

ที่ห้องดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ  จัดอาหารเจตามสั่ง อาทิ ราดหน้าเบญจพรรณ ข้าวผัดพริกขิงเจ เต้าหู้ทรงเครื่อง ผัดไทย เพียงที่ละ 150 บาท++

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8413 และ 8429 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/theemeraldhotel