สสว. หนุน SME ขยายตลาดส่งออก เดินหน้าสิทธิประโยชน์ “SME Privilege Club”

สสว. นำผู้ประกอบการร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ HKTDC Food Expo 2024 เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผลักดันสิทธิประโยชน์ SME ภายใต้ “SME Privilege Club คลับพิเศษสำหรับ SME” มุ่งสร้างโอกาส ขยายช่องทางการตลาดด้านส่งออก คาดการณ์หลังงาน มูลค่าการสั่งซื้อภายใน 1 ปี กว่า 116 ล้านบาท

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า การดำเนินงานพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ ที่ขึ้นทะเบียนผู้รับบริการภาครัฐ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2562 ด้วยแนวทาง “SME Privilege Club คลับพิเศษสำหรับ SME” โดยมุ่งเน้นการส่งเสริม SME ใน 3 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มผลิตภาพ/ลดต้นทุน เน้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การยกระดับมาตรฐาน เน้นลดต้นทุน อาทิ คูปองส่วนลดค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าขนส่งสินค้า ค่าใช้งานบริการ การวิเคราะห์วัตถุดิบ ฯลฯ การขยายช่องทางการตลาด เน้นการเพิ่มช่องทางตลาดใหม่ๆ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดขาย อาทิ พื้นที่จำหน่ายสินค้าร่วมกับ Modern Trade ชั้นนำ พร้อมส่วนลดสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น ค่าGP/ Entry Fee ไปจนถึงสิทธิพิเศษด้านระยะเวลา หรือ Credit Term และการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน เน้นสิทธิพิเศษจากสถาบันการเงิน หรือการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่างๆ อาทิ เงินกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษเสริมสภาพคล่อง และบริการให้คำปรึกษาทางการเงิน

รักษาการแทน ผอ.สสว กล่าวต่อว่า ในปีนี้ด้านการขยายช่องทางการตลาด สสว. ได้ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (ชื่อย่อครับ) นำผู้ประกอบการภายใต้งานพัฒนาสิทธิประโยชน์ SME เข้าร่วมงานแสดงสินค้า HKTDC FOOD EXPO PRO 2024 (ชื่อเต็ม) ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารและเครื่องดื่มและสินค้าที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายภูมิภาค มีผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าทั้งผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และผู้ค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์จากหลากหลายประเทศเข้าร่วมงานระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre เขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยตัวแทนผู้ประกอบการไทย ไทยที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท เติบโตก้าวหน้า จำกัด บริษัท โอวีวา คอร์ป จำกัด บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด บริษัท นาราสมุทร จำกัด บริษัท พริกหอม อินเตอร์ฟู้ด จำกัด บริษัท ออร่าฟู้ด จำกัด บริษัท เทสท์ด้า ฟู้ด จำกัด บริษัท โกศล-อัมพา จำกัด บริษัท ชิมไทย จำกัด และบริษัท ซับโรซ่า กรุ๊ป จำกัด

นางสาวปณิตา กล่าวอีกว่า การเข้าร่วมงาน HKTDC FOOD EXPO PRO 2024 ในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการจำนวน 10 ราย ที่เข้าร่วมงานภายใต้งานพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการของ สสว. นำสินค้าไปจัดแสดงและจำหน่าย อาทิ กล้วยหอมทองทอดกรอบ ชานมทรีอินวัน ชาไทย ชานมผสมขิง ชาเขียว ชาไต้หวัน และน้ำขิงชงดื่ม ลูกกวาดและท๊อฟฟี่ และ หนังไก่ทอดกรอบ ข้าวเกรียบปลา คางกุ้งทอดอบกรอบ น้ำพริกคางกุ้ง กุ้งกรอบโรยข้าว กุยช่ายทอดอบกรอบ หมี่โคราชพร้อมปรุง ผัดไทยพร้อมปรุง แผ่นปลาทอดกรอบเพื่อสุขภาพ พริกโรยคั่วมะแขว่น น้ำจิ้มมะแขว่น และซอสพริก

“ผู้ประกอบการทั้ง 10 ราย ที่นำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายในงานครั้งนี้ มียอดสั่งซื้อภายในงานกว่า 9 ล้านบาท มีการเจรจาการค้ากับผู้ซื้อที่สนใจรวม 85 ราย และมีมูลค่าการสั่งซื้อคาดการณ์ภายใน 1 ปี กว่า 116 ล้านบาท โดย สสว. จะพยายามหาแนวทางในการนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในลักษณะนี้เพื่อให้เกิดโอกาสการส่งออกแก่ผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปที่สนใจสิทธิประโยชน์ต่างๆ สามารถลงทะเบียนเข้ารับบริการกับ สสว. ผ่านช่องทาง SME CONNEXT ซึ่งใช้การยืนยันตัวตนด้วย SME ONE ID โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อรับข่าวสารและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งการเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน ขยายช่องทางตลาด และเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรของ สสว.” รองผู้อำนวยการ สสว. กล่าว

รอรับได้เลย! นายกฯ ยัน แจกแน่ เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท 25 ก.ย.เฟสแรก

กลุ่มเปราะบางรอรับได้เลย! นายกฯ ยัน แจกแน่ เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท พรุ่งนี้เฟสแรก ชี้ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ควรได้ในปีนี้ 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.ย. 2567 ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2/2567 โดยมีวาระเพื่อพิจารณา 21 เรื่อง วาระเพื่อทราบหากไม่มีข้อทักท้วง 23 เรื่อง และวาระเพื่อทราบ 3 เรื่อง

โดยมีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุม 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ 2.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ และ 3.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์

ทั้งนี้ช่วงเช้านายกฯ เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.45 น. แต่เนื่องจากเช้าวันนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลก หน้าทำเนียบรัฐบาล ขบวนนายกฯ จึงเปลี่ยนเส้นทางมาเข้าทางสะพานอรทัย แทนทางเข้าประตู 1

โดยก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 25 ก.ย. จะสามารถคิกออฟเดินหน้าโครงการเติมเงิน 10,000 บาทตามกำหนดได้เลยหรือไม่ นายกฯ พยักหน้ารับ พร้อมกล่าวว่า “ได้ค่ะ”

ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากท่วม 9 อำเภอลำปาง เสียชีวิต 2 ศพ เดือดร้อนหนักกว่า 1 พันครัวเรือน

สำนักงาน ปภ.ลำปาง รายงานสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ จ.ลำปาง เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก 9 อำเภอ 25 ตำบล 66 หมู่บ้าน 995 คน 1,871 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย 

ทั้งนี้พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมประกอบด้วย 1.อ.ห้างฉัตร 4 ตำบล 10 หมู่บ้าน, 2. อ.เมืองลำปาง 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน, 3. อ.แม่เมาะ 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน, 4. อ.งาว 4 ตำบล 5 หมู่บ้าน, 5. อ.เกาะคา 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน, 6. อ.วังเหนือ 3 ตำบล 6 หมู่บ้าน, 7. อ.แม่พริก 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ,8. อ.สบปราบ 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน และ 9. อ.เถิน 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน 4 การดำเนินการและการให้ความช่วยเหลือ นายอำเภอร่วมกับสำนักงาน ปภ.ลำปาง และสาขาวังเหนือ ร่วมกับ อปท. ในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และสำรวจความเสียหาย

ปัจจุบันระดับน้ำ ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ ต.ปงยางคก ลดลงต่อเนื่องแต่ยังมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา ระดับน้ำยังทรงอยู่ น้ำวังยังเพิ่มสูงขึ้น อ.วังเหนือ ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง ยังมีท่วมขังบางพื้นที่ อ.สบปราบ อ.เถิน และ อ.แม่พริก บางพื้นที่บริเวณริมน้ำวังยังล้นตลิ่ง บางจุดระดับน้ำยังทรงตัว ขณะนี้ในพื้นที่ยังมีฝนตกเล็กน้อย สำหรับพื้นที่ อ.เมืองลำปาง ปริมาณแม่น้ำวังสูงขึ้นเอ่อล้นท่วมถนนริมแม่น้ำวัง บริเวณสะพานเสตุวารี จนถึงสะพานช้างเผือก ยังไม่กระทบบ้านเรือนราษฎรบริเวณริมน้ำ ทางเทศบาลนครลำปางได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำขนทรัพย์สินสิ่งของไปไว้บนพื้นที่สูงแล้ว

ล่าสุดเขื่อนกิ่วลม ได้เพิ่มการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำวังจาก 160 ลบ.ม./วินาที เป็น 180 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่เวลา 18.00 น. และจะระบายเพิ่มขึ้น เป็น 200 ลบ.ม./วินาที ในเวลา 22.00 น. คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะสูงขึ้น 30-50 ซม.ในวันพรุ่งนี้ โดยจะมีผลกระทบกับถนนเลียบแม่น้ำวังบางส่วน แต่จะยังไม่ท่วมถึงถนนท่ามะโอ ถนนป่าไม้ ถนนเจริญประเทศ ถนนปงสนุก ถนนตลาดเก่า ถนนทิพย์ช้าง และถนนท่าคราวน้อย แต่ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และติดตามการรายงานอย่างใกล้ชิดต่อไป

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เผย คนแม่สาย ไม่มีข้าวกินจำนวนมาก ต้องการข้าว-เนื้อสัตว์ 30 ตันด่วน

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ แม้ในบางพื้นที่น้ำจะลดลงแล้ว แต่ความเสียหายและความสูญเสีย หลังฉากน้ำลดเรียกว่ามีจำนวนมาก หลายคนเสียบ้าน รถ ทรัพย์สินต่าง ๆ ไปกับน้ำท่วม สิ้นเนื้อประดาตัว หลายครอบครัวแม้แต่อาหารในแต่ละวันยังแทบไม่มีทาน

ล่าสุดแฟนเพจเฟซบุ๊ก ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อีกหนึ่งบุคคลที่ออกแรงกายและใจ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ได้ออกมาโพสต์ข้อความส่วนตัวถึงสถานการณ์ชาว อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่แม้น้ำลดแล้วแต่ยังต้องใช้ชีวอตอย่างยากลำบาก ขาดแคลนปัจจัยหลักอย่างอาหาร

บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า “ตอนนี้แม่สายคนไม่มีข้าวกินจำนวนมาก ทางมูลนิธิสนับสนุนวันละหลายพันกล่องต่อเนื่องมาหลายอาทิตย์ ไม่มีของสดและของแห้งเหลือแล้ว วัดก็จะปิดโรงครัว ขาดวัตถุดิบ ต้องการข้าวและเนื้อสัตว์ 30 ตันด่วน ใครมีรบกวนด้วยนะคะ ยินดี CSR ให้ค่ะ”

นอกจากนี้เธอยังระบุเพิ่มว่า “ศูนย์ที่เชียงรายของทางมูลนิธิ เหลือเนื้อสัตว์กับข้าวสำหรับแค่ 2 วัน”

น้ำป่าถล่ม “เวียงป่าเป้า”ท่วมฉับพลัน ดินสไลด์ตัดขาดหมู่บ้าน

น้ำป่าถล่ม “เวียงป่าเป้า” หลากท่วมหลายพื้นที่ ดินสไลด์ตัดขาดหมู่บ้าน เขื่อนดอยงู น้ำล้นสปิลเวย์ 50 ลบ.ม. ต่อวินาที

นายพงศ์ศักดิ์ เพชรคงแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และน้ำท่วมสูงบนถนนทางหลวง 118 สายเชียงใหม่–เชียงราย 2 จุดใหญ่ คือ บริเวณบ้านบวกขอน หมู่ 9 ต.แม่เจดีย์ใหม่ และที่หน้าโบสถ์คริสต์บ้านทรายมูล ต.ป่างิ้ว อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย หลังมีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งคืนวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา แม้ขณะนี้ในพื้นที่ฝนจะหยุดตกแล้ว แต่มีแนวโน้มว่าระดับน้ำท่วมจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากยังคงมีฝนตกในพื้นที่ต้นน้ำ เหนืออ่างเก็บน้ำแม่ฉางข้าวที่น้ำได้ล้นสปิลเวย์แล้ว เช่นเดียวกับเขื่อนดอยงู ที่มีรายงานว่าน้ำล้นสปิลเวย์ 50 ลบ.ม. ต่อวินาที

ล่าสุด ได้รับรายงานจาก นายอำเภอเวียงป่าเป้าว่า ปริมาณน้ำที่ ต.แม่เจดีย์ใหม่ ปริมาณน้ำลดลง ซึ่งได้ไหลลงมาสมทบน้ำป่างิ้ว เวียงกาหลง บ้านโป่ง และจะไหลลงมาในเขต ต.เวียง ซึ่งทาง อ.เวียงป่าเป้า ได้ประกาศแจ้งประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งผ่านหอกระจายข่าว ไลน์กลุ่มฯ และศูนย์วิทยุกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การสื่อสารในภาวะวิกฤติ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง สะพานหรือถนนถูกตัดขาด นายอำเภอจะใช้วิธีสื่อสารไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านผ่านเครื่องโมโตโรล่า ของกรมการปกครอง ซึ่งยังคงใช้การได้ดีในภาวะวิกฤติ

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ก.ย.2567 นายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นอภ.แม่สรวย ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมรับมือสถานการณ์น้ำที่จะไหลมาจาก อ.เวียงป่าเป้า

โดย นายปฤษฎางค์ เปิดเผยว่า แม่น้ำลาวที่ไหลมาจาก อ.เวียงป่าเป้า ซึ่งปกติจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 24-25 ชม. คาดว่ามวลน้ำรอบนี้จะเข้ามาถึง อ.แม่สรวย ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ แต่มวลน้ำของช่วงกลางดึกวันเสาร์ ได้เอ่อท่วมพื้นที่ ม.3 และ ม.5 ต.ท่าก๊อ ระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า ตนได้สั่งการอพยพคนออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว พร้อมสั่งตั้งกองอำนวยการภายในที่ว่าการอำเภอแม่สรวย

ส่วนกู้ภัยต่างๆ ที่เข้าพื้นที่ ให้ไปเตรียมพร้อมที่วัดแสงแก้วโพธิญาณ แต่ที่ผ่านมา แม่น้ำลาวที่หลากท่วมนี้ จะไหลผ่านพื้นที่ไปลง อ.พาน จะส่งผลกระทบในพื้นที่ประมาณ 1-2 วัน อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมความพร้อมให้ทาง อสม. แต่ละชุมชน ไปสำรวจกลุ่มเปราะบาง เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายหาที่ปลอดภัย ซึ่ง พื้นที่ที่น่าห่วงที่สุดคือ ต.ศรีถ้อย เพราะน้ำจะไหลผ่านเข้าชุมชน แต่คาดว่าด้วยกำลังพลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เตรียมพร้อมไว้ จะรับมือกับสถานการณ์ได้  

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ว่า เกิดน้ำป่าถล่ม ที่ บ.ห้วยหินลาดใน หมู่ 7 ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า โดย น.ส.ธิดารัตน์ ศิริ ชาวบ้านห้วยหินลาดใน เผยว่า น้ำป่าที่เชี่ยวกรากทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านและโรงเรียนห้วยหินลาดใน  พัดเอารถยนต์ ข้าวของในบ้าน เสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเกิดดินสไลด์ปิดทางเข้าหมู่บ้าน ทำให้ไม่สามารถติดต่อคนภายในหมู่บ้านได้ เนื่องจากในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเสาสัญญาณ แต่มีการติดตั้งจานดาวเทียมที่มีสัญญาณไวไฟ

น.ส.ธิดารัตน์ เผยต่อว่า จากการติดต่อคนในหมู่บ้านครั้งสุดท้าย เมื่อช่วงบ่าย ได้คุยกับ นายดวงดี ศิริ ผู้ใหญ่บ้าน ทราบว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือสูญหาย แต่น้ำได้พัดเอาท่อนซุง ดินโคลน ทะลักเข้าท่วมบริเวณหมู่บ้าน ทำให้ไม่สามารถออกจากชุมชนได้ ส่วนสัญญาณโทรศัพท์ ต้องเดินขึ้นเขาประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินขึ้นเขา เพื่อโทรรายงาน และขอความช่วยเหลือ จาก นอภ.เวียงป่าเป้า เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา โดยอยากให้หน่วยงานปกครอง จัดการถแบ็กโฮ มาช่วยเปิดทางเข้าออกหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้เดินทาง

ซีพีเอฟ เปิดตัว 3 ผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ หนุนแก้ปัญหายั่งยืน 

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำจุดเด่นของปลาหมอคางดำมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ 3 รายการ ทั้ง น้ำปลาร้าปรุงสุก ปลาฟู และผงโรยข้าวปรุงรสจากปลาฟู เพื่อนำไปต่อยอดเป็นเมนูอาหารในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์อาหาร สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนร่วมจับ บริโภคและสร้างรายได้ในชุมชน มุ่งใช้ประโยชน์จากปลาเต็มประสิทธิภาพ ร่วมมือกับภาครัฐแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน  

นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุดด้านการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รายการดังกล่าว เป็นการพัฒนาโดยนักวิจัยอาหารของสถาบันวิจัยอาหารชั้นนำของประเทศไทย นอกจากจะมีเป้าหมายในการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้มีการจับปลาอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนภาครัฐขับเคลื่อนเป้าหมายการลดปริมาณปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ประกอบกับได้รับการยืนยันจากนักโภชนาการแล้วว่าเนื้อปลาชนิดนี้รับประทานได้ มีโปรตีนและคุณค่าทางอาหารไม่ต่างจากเนื้อปลาทั่วไป

“ซีพีเอฟ ยังให้การสนับสนุนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง เพื่อศึกษาหาแนวทางหรือพัฒนานวัตกรรมสำหรับควบคุมประชากรปลาและหยุดยั้งการแพร่พันธุ์ในระยะยาว นอกเหนือจากการเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งนํ้าโดยเร็วที่สุด” นายเปรมศักดิ์ กล่าว 

นายเปรมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า นักวิจัยอาหารได้ทำการศึกษาลักษณะทางกายภาพของปลาหมอคางดำทั้งเนื้อและกลิ่น รวมถึงพิจารณาเรื่องการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบอย่างคุ้มค่า วิธีการเก็บรักษาเนื้อปลาให้ได้นานขึ้น เพื่อความสะดวกในการนำไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบ เช่น ปลาร้า น้ำปลาร้า และปลาฟูจากปลาหมอคางดำ โดยเฉพาะปลาร้าที่สามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปต่อเป็นน้ำปลาร้าต้มสุก ส่วนปลาฟูสามารถใช้เป็นวัตถุดิบหลักแปรรูปเป็นผงโรยข้าวรสชาติต่างๆ ได้ 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่คัดเลือกมาในครั้งนี้มี 3 รายการ ทั้งผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ คือ น้ำปลาร้าปรุงสุก ปลาฟู และผงโรยข้าวปรุงรสจากปลาฟู โดยน้ำปลาร้าปรุงสุก  สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอาหารตามความนิยม ส่วนเนื้อปลาฟู สามารถนำไปต่อยอดเป็นกลุ่มน้ำพริกชนิดต่างๆ ได้ดี รวมถึงผงโรยข้าวแบบญี่ปุ่นปรุงรสตามชอบ ซึ่งสามารถนำไปทำเป็นเมนูอาหารในครัวเรือนและพัฒนาเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ตามความต้องการ 

“เรามั่นใจว่าปลาหมอคางดำมีศักยภาพเพียงพอในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลายเมนู โดยปรับรสชาติให้สอดคล้องกับความนิยมของผู้บริโภคและยังช่วยตอบโจทย์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสร้างรายได้ไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนสูงกับเครื่องมือ ขั้นตอนการผลิตไม่ซับซ้อน เก็บได้นานที่อุณหภูมิห้อง ขนส่งสะดวก ไม่เปลืองพื้นที่เก็บ” นายเปรมศักดิ์ กล่าว

สำหรับสูตรผลิตภัณฑ์ปลาหมอคางดำ จะมีการนำไปจดอนุสิทธิบัตร เพื่อปกป้องความคิดสร้างสรรค์และนำไปต่อยอดในอนาคต โดยเฉพาะถ่ายทอดให้กับชุมชนนำไปสร้างรายได้ ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการจับปลาซึ่งจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ และจะช่วยลดปริมาณการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำเป็น 1 ใน 5 โครงการเชิงรุกของซีพีเอฟ สอดคล้องตามนโยบายรัฐและกรมประมง ในการแก้ปัญหาการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง./

รถไฟสายเหนืออัมพาตดินโคลนบนภูเขาปิดปากทางอุโมงค์รถไฟขุนตาล

ฝนถล่มหนักอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลอ่วมน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ปิดเส้นทางขึ้นอุทยานฯ ทั้งฝั่งลำปาง ลำพูน และปิดอุโมงค์รถไฟขุนตาล

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567 หลังจากเกิดสถานการณ์น้ำป่าจาก อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลไหลหลากเข้าท่วมในเขตพื้นที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยเฉพาะพื้นที่ ต.เวียงตาล ปรากฎว่า มีดินสไลด์ปิดปากทางเข้าถ้ำอุโมงค์รถไฟขุนตาล เป็นดินโคลนที่ไหลมาจากบนภูเขาท่วมรางรถไฟระยะยาวหลายเมตร ส่งผลให้รถไฟสายเหนือทุกขบวนที่จะวิ่งผ่านสถานีรถไฟ จ.ลำปางไป จ.เชียงใหม่ หรือสถานีเชียงใหม่มาลำปาง ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ต้องหยุดเดินรถ ขณะที่ผู้โดยสารขบวนรถด่วนที่จะขึ้น จ.เชียงใหม่ ก็ต้องจอดที่สถานีลำปางและทางการรถไฟจะได้ใช้รถบัสรับส่งผู้โดยสาร ไปสถานี เชียงใหม่ เพื่อขนถ่ายผู้โดยสารแทน

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ก็เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ปิดเส้นทางขึ้นอุทยานฯ ทั้งฝั่งลำปาง ลำพูน และทางรถไฟไม่สามารถสัญจรผ่านได้ จึงขอให้หลีกเลี้ยงเส้นทางดังกล่าว

อลังการ แสง สี เสียง “สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา”โชว์เสน่ห์ไทยยิ่งใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร

สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา (The River of Time) 22-30 กันยายน 2567 สร้างปรากฏการณ์ ผ่านสายน้ำแห่งความทรงจำ “สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา  (The River of Time)”
โชว์เสน่ห์ไทยยิ่งใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร ของแสง สี เสียง ครั้งยิ่งใหญ่ อัดแน่น 9 วัน 9 คืน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบความพิเศษจัดเต็มครั้งยิ่งใหญ่ โครงการมหกรรมเสน่ห์ไทย 5 ภูมิภาค กับ ภาคกลาง  “สายน้ำแห่งกาญจน์เวลา  (The River of Time)” ในวันที่ 22-30 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา เวลา 16.00-23.00 น. ณ โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี  จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว และชุมชนใกล้เคียง จังหวัดกาญจนบุรี ที่รวบรวมความพิเศษเอาใจนักท่องเที่ยวเตรียมมาเติมความสุข เพิ่มสีสันประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างจุใจ โชว์แสง สี เสียง ครั้งยิ่งใหญ่ 9 วัน 9 คืน อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมไฮไลต์กับนวัตกรรมใหม่โชว์ Mapping บอกเล่าเรื่องราวของสายน้ำแห่งความทรงจำของกาญจนบุรี ที่พร้อมโชว์ความพิเศษมากมายที่ชวนให้นักท่องเที่ยวมาเข้าชมและร่วมกิจกรรมฟรี แบบสุดฟินที่ทุกคน Must DO 

ยิ่งใหญ่แบบที่ไม่เหมือนใคร ทั้ง แสง สี เสียง และ 3D Projection Mapping บนอาคารโรงงานกระดาษ สถาปัตยกรรมอายุกว่า 80 ปี และชมความมหัศจรรย์ของการประดับไฟยามค่ำคืน @Skywalk Kanchanaburi    เปิดประสบการณ์ด้วยการแสดงโดรนแปรอักษรกับภาพความพิเศษสำหรับงานนี้กว่า 500 ลำเหนือน่านฟ้าสุดอลังการในวันที่ 22 กันยายน 2567 ชมการแสดงแพไฟ เปิดประสบการณ์สุดว้าวกับการตกแต่งแสง สี ในแพของจังหวัดกาญจนบุรี และย้อนวันวานชมหนังกลางแปลงในบรรยากาศเก่าๆ ที่หลายคนคิดถึง ในวันที่ 27-29 กันยายน 2567 และที่พลาดไม่ได้กับความสนุกที่นำมามอบให้ชาวกาญจนบุรีแบบจัดเต็มกับ THE RIVER OF TIME Festival คอนเสิร์ตเหนือกาลเวลา ที่คับคั่งไปด้วยศิลปินชื่อดังมากมายหลากสไตล์ที่มามอบความสนุกในทุกๆ วันแบบอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็น F.HERO, INDIGO, GETSUNOVA, J JETRIN, PALMY, NO ONE ELSE, MEAN, SLOT MACHINE, AOF PONGSAK และ FELLOW FELLOW 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่ต้องห้ามพลาด ที่ทุกท่านมาเยือนกาญจนบุรีที่งานนี้แล้วจะต้องติดใจกับการโชว์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ทั้งสุดเจ๋ง สุดเท่ พร้อมมาสัมผัสวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาด มาให้นักท่องเที่ยวเติมเต็มประสบการณ์ความสนุกที่แปลกใหม่สุดประทับใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชวนมาร่วมสนุกกับกิจกรรม SUP Station เปิดประสบการณ์ร่วมสนุกกับกิจกรรม SUP Board และ Activities ทางน้ำสุดมันส์ที่พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติ ชิม ช้อปสุดมันส์ไปกับร้านอาหารมากกว่า 100 ร้านค้า ที่รวบรวมความพิเศษ  

ทั้งร้านอาหาร 5 ภาค ร้านอาหารมิชลิน ร้านดังจากโซเชียล และร้านดังกาญจนบุรี แถมภายในงานยังเอาใจสาย GREEN ด้วยผักผลไม้สดใหม่จากไร่ของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ (Fresh From Farm) ช้อปสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดกาญจนบุรี แหล่งรวมสินค้างานวินเทจ แฟชั่น ของสะสมสุดชิค และงานศิลปะ Koff & Craft ที่สวยงาม เพลิดเพลินกับกิจกรรม One Day Trip “เที่ยวไปด้วยกาญจน์” ที่ชวนทุกท่านมาท่องเที่ยวเช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญ และการท่องเที่ยว “ทริปสายมู” พร้อมชาร์จพลังดวงให้ปัง  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมศรัทธามหามงคล เสริมพลังบวกและสิริมงคลให้กับชีวิต และการจัดนิทรรศการย้อนรอยประวัติศาสตร์ พร้อมชวนมา “จิบกาแฟ แลประวัติศาสตร์” กับการตกแต่งสุดเก๋ในสไตล์แคมป์ปิ้งที่ทุกคนต้องมา

ตำรวจบุกทลายแก๊งหมอเถื่อนจับ 8 ผู้ต้องหารักษาโรค-ฉีดเสริมความงามให้กับปชช.

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2567 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก, เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ., กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดย นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ โดย นพ.วิชาญ คิดเห็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ และสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี โดย นายแพทย์อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ร่วมปฏิบัติการระดมตรวจค้นสถานพยาบาล และบ้านพักที่ดัดแปลงเป็นสถานพยาบาล ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จ.ชลบุรี และ จ.สมุทรสาคร จำนวน 8 จุด จับกุมผู้ต้องหา 8 ราย (หมอเถื่อน 7 ราย และเจ้าของสถานพยาบาล 1 ราย)

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราลปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และสาธารณะสุขจังหวัดสมุทรสาคร อีกทั้งได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ให้ตรวจสอบบุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการักษาโรค และฉีดเสริมความงามให้ประชาชนทั่วไป

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ทำการสืบสวนพบว่า มีบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์หลายรายในพื้นที่หลายจังหวัดลักลอบใช้สถานที่ต่างๆ เปิดรับการรักษาให้แก่ประชาชนโดยทั่วไปจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้บริการ บางรายเจ็บป่วยคาดหวังการตรวจรักษาให้หาย แต่กลับไม่ได้รับการรักษาโดยแพทย์ที่แท้จริง ในการณีผู้ที่เสริมความงาม อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายรูปแบบอื่นๆ เช่น ใบหน้าผิดรูป บิดเบี้ยว หรือเกิดการอักเสบติดเชื้อจนเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงเป็นการนำมาสู่การระดมกวาดล้างหมอเถื่อน และสถานพยาบาลเถื่อนในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จ.ชลบุรี และ จ.สมุทรสาคร รวมจำนวน 8 จุด รายละเอียดดังนี้

1. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำการตรวจสอบในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จำนวน 4 จุด ได้แก่

1.1. บ้านพักแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ โดยขณะเข้าตรวจสอบพบว่า น.ส.ทัศนีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี กำลังให้บริการฉีดดริปวิตามินให้กับประชาชนที่มารับบริการ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และสถานที่ให้บริการนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการสถานพยาบาล โดย น.ส.ทัศนีย์ฯ กล่าวอ้างว่า ตนเองจบชั้น จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาพยาบาล โดยมีความรู้เกี่ยวกับความงามและการชะลอวัยได้ประมาณ 8-9 ปี จึงเปิดกิจการเป็นของตัวเอง โดยใช้บ้านพักเป็นสถานที่รับทำหัตถการให้เฉพาะคนรู้จัก หรือบุคคลที่ไว้ใจแนะนำมาเท่านั้น โดยทำมาแล้วเป็นเวลาประมาณ 1 ปี มีรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 20,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุม น.ส.ทัศนีย์ฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 13 รายการ มูลค่า 30,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ดำเนินคดี

1.2. คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ โดยขณะเข้าตรวจสอบพบ พบ น.ส.พัชนก(สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปีให้บริการดริปวิตามิน และฉีดเสริมความงามให้ประชาชน โดยผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดย น.ส.พัชนกฯ รับว่าจบการศึกษา ปริญญาตรีพยาบาลศาสตร์บัณฑิต มีความรู้ในการดริปวิตามินจากการเรียนวิชาชีพพยาบาลมา และรับว่าทำมาแล้วประมาณ 9 เดือน รายได้เดือนละ 15,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุม พบ น.ส.พัชนกฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 6 รายการ มูลค่า 5,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ดำเนินคดี

1.3. คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ โดยขณะเข้าตรวจสอบพบ น.ส.วธันยา(สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี กำลังให้บริการฉีดวิตามินบำรุงผิวให้กับประชาชนที่มารับบริการ โดยพบว่า ผู้ทำการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด

โดย น.ส.วธันยาฯ รับว่าตนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์บัญฑิต สาขาสาธารณสุขศาสตร์โดยทำงาน คลินิกเวชกรรมดังกล่าวมาประมาณ 2 ปี ได้รับเงินเดือนละ 17,000 บาท จากเจ้าของคลินิก เนื่องจากเรียนด้านสาธารณสุขศาสตร์ จึงมาสมัครงานในคลินิกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุม น.ส.วธันยาฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 6 รายการ มูลค่า 5,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ดำเนินคดี

1.4. คลินิกเวชกรรมพื้นที่ ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบ น.ส.พรชิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี กำลังให้บริการฉีดวิตามินบำรุงผิวให้แก่ลูกค้าที่มารับบริการ โดยจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดย น.ส.พรชิตาฯ รับว่า ตนจบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์บัญฑิต สาขาสาธารณสุขศาสตร์ โดยทำงานในคลินิกดังกล่าวประมาณ 1 เดือน รายได้เดือนละ 16,000 บาท เคยมีประสบการณ์การทำงานในโรงพยาบาลเกี่ยวกับการศัลยกรรมมาก่อน ในช่วงแรกเริ่มทำการฉีดผิวกับกับกลุ่มเพื่อนก่อน เมื่อเริ่มชำนาญจึงได้เข้ามาทำงานที่คลีนิคดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันจับกุม น.ส.พรชิตาฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 2 รายการ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ดำเนินคดี

2. เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดพัทยา เข้าตรวจค้นในพื้นที่ จ.ชลบุรี จำนวน 3 จุด ได้แก่

2.1. คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยพบ น.ส.พยุง (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ทำการตรวจรักษาให้ประชาชนทั่วไป เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่า แพทย์ที่ทำการตรวจรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม อีกทั้งสถานพยาบาลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล แต่อย่างใด โดย น.ส. พยุง (สงวนนามสกุล) รับว่าตนเองจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นได้ศึกษาการบริบารผู้สูงอายุ และทำงานเป็นผู้ช่วยแพทย์ตามคลินิกต่างๆ โดยเก็บเกี่ยวความรู้จากการสังเกตแพทย์ที่ตรวจรักษา แล้วผันตัวเองเป็นผู้ทำการตรวจรักษาเอง โดยอ้างตัวเป็นแพทย์ตรวจรักษาให้กับประชาชนทั่วไป รายได้เดือนละประมาณ 20,000–25,000 บาทเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุม น.ส.พยุง ฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 52 รายการ มูลค่า 500,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี

2.2. คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดพัทยา เข้าตรวจค้น พบ น.ส.วาสนา (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อ้างตัวเป็นแพทย์ทำการตรวจรักษาให้ประชาชน เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่า แพทย์ที่ทำการรักษาโรคให้กับประชาชนทั่วไปนั้น ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด อีกทั้งสถานพยาบาลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล โดย น.ส. วาสนาฯ รับว่าเป็นเจ้าของคลินิกดังกล่าว และอ้างว่าจบหลักสูตรพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุม น.ส.วาสนาฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง 16 รายการ มูลค่า 100,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ดำเนินคดี

จากการตรวจสอบข้อมูลของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี พบว่า น.ส. วาสนาฯ ได้ลักลอบเปิดคลินิกโดยไม่ได้ขออนุญาต และอ้างตัวเป็นแพทย์ทำการรักษาให้กับประชาชนมานานแล้ว แต่พยายามหลบหนีการจับกุม โดยย้ายคลินิกตลอดเวลา และเมื่อย้ายสถานที่แล้วจะเปลี่ยนชื่อคลินิกไปเรื่อยๆ และจะรับรักษาเฉพาะแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือชาวต่างชาติ เท่านั้น

2.3. คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดพัทยา เข้าตรวจค้น พบ นาย ธวัชชัย(สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี แสดงตัวเจ้าของคลินิก โดยบุคคลที่อ้างตัวเป็นแพทย์ ทำการรักษาประชาชน ได้หลบหนีไปขณะพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุม นายธวัชชัยฯ เจ้าของคลินิก พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 101 มูลค่า 500,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

สำหรับบุคคลที่หลบหนีการจับกุมและเป็นผู้ทำการรักษา จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อแล้ว คือ น.ส.ชนัญชิดา(สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ซึ่ง นาย ธวัชชัยฯ รับว่าตนเองร่วมกันลงทุนเปิดคลินิกดังกล่าว กับ น.ส. ชนัญชิดาฯ ที่หลบหนีไป โดย น.ส. ชนัญชิดาฯ เป็นผู้ทำการตรวจรักษาโรคให้ประชาชนด้วยตนเอง

3. เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้เข้าตรวจสอบคลินิกเสริมความงามภายในห้างดัง พื้นที่ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบ น.ส.นภาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี กำลังให้บริการฉีดผิวให้แก่ลูกค้าที่มารับบริการ โดยจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดย น.ส.นภาพรฯ รับว่าตนเองจบปริญญาตรี สาขาบัญชี มีความรู้ในการฉีดเสริมความงามจากการเคยเป็นพนักงานคลินิกมาก่อน โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี มีรายได้จากการเป็นพนักงานของคลินิก เดือนละ 15,000 บาท และได้ค่าจ้างเพิ่มจากการฉีด ครั้งละ 60 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันจับกุม น.ส.นภาพร (สงวนนามสกุล) พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 20 รายการ มูลค่า 110,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

รวมตรวจค้น 8 จุด โดยเป็นสถานพยาบาลเถื่อน จำนวน 4 แห่ง, จับกุมผู้ต้องหา 8 ราย โดยเป็นแพทย์เถื่อน 7 ราย เจ้าของสถานพยาบาล 1 ราย และผู้ทำการรักษาจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ราย ปริญญาตรี 7 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง เช่น ยาแผนปัจจุบัน ยาขึ้นไม่ขึ้นทะเบียนตำรับ เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ รวมทั้งพยานหลักฐานอื่นๆ รวมจำนวน 242 รายการ

โดยจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย ดำเนินคดี ดังนี้

1. น.ส.ทัศนีย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ในความผิดฐาน “ดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่ได้รับอนุญาต และขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

2. น.ส.พัชนก(สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต และขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

3. น.ส.วธันยา(สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต”

4. น.ส.พรชิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต”

5. น.ส. พยุง (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ในความผิดฐาน “ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

6. น.ส. วาสนา (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ในความผิดฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

7.นายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

8. น.ส.นภาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ในความผิดฐาน “ประกอบวิชา

ภรรยา อ๋อม อรรคพันธ์ สุดเศร้า ถือรูปสามีเตรียมประกอบพิธีทางศาสนา

หลังจากที่ทราบข่าวการจากไปของพระเอกหนุ่มชื่อดัง อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์ ในวันนี้ (22 ก.ย.67) ทางครอบครัวและภรรยาของพระเอกหนุ่ม ได้นำร่างของอ๋อมมาทำพิธีทางศาสนาที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ศาลา 12

โดยในวันนี้จะมีพิธีรดน้ำศพ บำเพ็ญกุศล และสวดอภิธรรม อ๋อม อรรคพันธ์ ที่เสียชีวิตในวัย 39 ปี หลังจากเข้ารักษาตัวด้วยโรคมะเร็งบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจกว่า 2 ปี

เมื่อเวลา 14.00 น. ทางครอบครัวได้นำร่างพระเอกหนุ่ม อ๋อม อรรคพันธ์ มาถึงศาลา 12 วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ซึ่ง ดาเรีย เชฟรุก ภรรยาอ๋อม ถือรูปของสามีเข้ามายังศาลา จากนั้นเจ้าหน้าที่นำร่างอ๋อมมารอประกอบพิธีรดน้ำศพในลำดับต่อไป

ขณะที่เพื่อนซี้อย่าง “เอมี่ กลิ่นประทุม” ได้โพสต์ภาพคู่ “อ๋อม อรรคพันธ์” พร้อมข้อความไว้อาลัยว่า “รูปนี้เป็นรูปที่เราไปงานแต่งงาน แพร-เชน ที่ภูเก็ต แล้วมึงก็เรียกกูอยู่นั่นแหละ ว่า “อีกลิ่นๆ อีกลิ่นๆ ถ่ายรูปให้กูหล่อๆหน่อย” …. แล้วพอกูถ่าย มึงก็ไม่ชอบ บอก “เอาอีกๆ … “ จนกูรำคาญ แล้วด่ามึงไป เรามีเรื่องให้ด่ากันเสมอเนาะ #คิดถึงจัง ขอบคุณนะมึง

สำหรับมิตรภาพที่ให้กันมาตลอด แบบ หาจากคนอื่นยาก มึงจริงใจกับกูเสมอ มีอะไรเราก็พูดกันได้ตรงๆ ด่าอะไรก็แม่งไม่เคยโกรธ เราผ่านอะไรกันมาเยอะนะกูกับมึง มึงหลับให้สบายนะเพื่อน เหนื่อยมามากละ วันนึงเราจะเจอกันใหม่ ระหว่างนี้มึงไปสร้างรอยยิ้มบนสวรรค์ไปก่อน รักมึงนะอีอ๋อม #เป็นคำถามที่มึงชอบถามทุกคน คำตอบก็คือ ”ทุกคนรักมึงค่ะ” #RIP @omakapan ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอ๋อมด้วยนะคะ”