ก.อุตฯเร่งพักชำระหนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมข้าราชการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย โดยได้นำท่อพีวีซี แข็ง “ท่อน้ำไทย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน)มอบให้กับทางอบต.เทอดไท อำเภอแม่ฟ้าหลวง จำนวน 8,360 เส้น นำไปฟื้นฟูระบบประปาภูเขา ผ่านโครงการ “อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยผู้ประสบภัยจังหวัดเชียงราย” พร้อมมอบถุงยังชีพ “อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย” บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมบ้านเทอดไท หลังจากนั้น คณะได้เดินทางไปยังหมู่บ้านแม่หม้อ หมู่ 7 ตำบลเทอดไท เพื่อร่วมกันประกอบท่อประปาหมู่บ้านทดแทนท่อเดิมที่ถูกดินสไลด์ บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นกับประชาชน

นายเอกนัฏ กล่าวได้เข้าไปพบปะหารือกับผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย โดยทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ได้รายงานว่า มีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 22 ราย ประกอบกิจการผลิตเครื่องเรือน เครื่องตกแต่งภายใน ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ อู่ซ่อมรถยนต์ โรงชำแหละเนื้อสัตว์ ผลิตชิ้นส่วนรองเท้า ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นขนมจีน สกัดน้ำมันพืช เมล็ดพันธุ์ทางการเกษตร ซึ่งเครื่องจักร เครื่องมือไฟฟ้า วัตถุดิบได้รับความเสียหาย ส่วนการประกอบกิจการดูดทราย รถยนต์ที่ใช้ประกอบกิจการ ตราชั่ง อุปกรณ์สำนักงาน เรือดูดทราย ได้รับความเสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 23.6 ล้านบาท โดยทางกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้เข้าไปสำรวจพบว่า มีผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักชําระหนี้เงินต้น 3 เดือน จํานวน 8 ราย ทั้งนี้ทางกระทรวงฯ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ ทีมวิศวกร ช่างชุมชน หรือหน่วยงานตรวจสภาพ เพื่อช่วยเหลือ ซ่อมแซม และให้คําแนะนําเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับประชาชนต่อไป

“ผมและคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟู เยียวยา ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในวันนี้ขอมาให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้และกลับมาดำเนินชีวิตแบบปกติได้โดยเร็ว โดยหวังว่าโครงการ “อุตสาหกรรมรวมใจ” ของกระทรวงฯ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือ เยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผ่านการฟื้นฟูระบบประปาภูเขา และพวกเราคนกระทรวงอุตฯ ขอยืนยันว่าจะเดินเคียงข้างพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้” นายเอกนัฏ กล่าว

คลื่นศรัทธทั่วสารทิศแห่นำโฉนดที่ดินให้ “หลวงพ่อสง่า”เบิกเนตรพระแม่ธรณีหวังขายได้

ประชาชนจากทั่วสารทิศแห่นำโฉนดที่ดิน อาคารและบ้านมูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาทให้ “หลวงพ่อสง่า” วัดเขาไม้แดง จ.ชลบุรี ทำพิธีเบิกเนตรพระแม่ธรณีหวังขายได้ ไม่เว้นชาวต่างชาตินำโฉนดเหมืองทองหลายหมื่นล้านให้ช่วยเจิม

ทั้งนี้มีทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง นับหมื่นคนแห่นำภาพถ่ายเอกสารรูปอสังหาริมทรัพย์ และภาพถ่ายสำเนาโฉนดที่ดินเข้าคิวลงทะเบียนเพื่อจัดลำดับคิวเข้าร่วมพิธีเจิมโฉนดที่จะมีขึ้นในเวลา 16.29 -17.29 น.โดย พระครูวิสิฐธรรมโสภณ หรือหลวงพ่อสง่า ติกขวีโร เจ้าอาวาสวัดเขาไม้แดง

โดยจะนำพระคู่สวด 5 รูป ทำพิธีปลุกเสก ท่ามกลางประชาชนนับหมื่นคนที่ยืนและนั่งถือโฉนดรอบศาลาและโบสถ์ รวมทั้งรอบที่ว่างเชิงเขาไม้แดง จนล้นลงมาตามทางเดินขึ้นเขา

จากนั้นหลวงพ่อสง่าได้ปะพรมน้ำมนต์ที่กองโฉนดเพื่อความเป็นสิริมงคล และปะพรมน้ำมนต์ให้สาธุชนที่เข้าร่วมพิธี พร้อมมอบทรายเสก ที่ได้ทำพิธีเบิกเนตรพระแม่ธรณีเพื่อขอขมาด้วยการโปรยดอกไม้ 5 ชนิด ลงบนโฉนดที่ดินที่ต้องการขาย

หญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง บอกว่าตนเองและสามีชาวฝรั่งเศสได้นำโฉนดที่ดินเหมืองทองคำและพลอย มาให้หลวงพ่อช่วยเจิม เนื่องจากได้เห็นข่าวว่ามีชาวต่างชาตินำมาโฉนดบ่อน้ำมันมาเจิมจนสามารถขายที่ดินได้

พิธีเจิมโฉนด วัดเขาไม้แดง เป็นเคล็ดวิชาที่สืบทอดมาแต่ครั้งโบราณและยังเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่มีการสืบสานวิชาเบิกพระแม่ธรณีด้วยการเจิมโฉนด เพื่อให้ขายที่ดินได้ ขณะเดียวกันยังมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมานอนรอข้ามวันเพื่อให้หลวงพ่อสง่า เจิมมือเพราะเชื่อว่าจะไม่อดอยาก ไม่ยากจน และยังป้องกันคุณผี คุณไสย รวมทั้งเสนียดจัญไร ต่างๆ

ญาติเล่ามูลเหตุสลด อดีตผัวชอบทำร้ายร่างกาย ก่อนบุกยิงดับ 3 ศพ ฆ่าตัวตายตาม

ญาตินำศพนักธุรกิจ หลังตามง้อสาวขอนแก่นไม่สำเร็จก่อนยิงทิ้งทั้งครอบครัว กลับหนองคายแล้ว พบอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ในรถเพียบ ขณะที่หลานชาย 18 ปีที่ถูกยิงส่งข้อความสุดท้ายบอกแม่ว่ามือปืนยิงทุกคนตายหมดแล้วก่อนขาดการติดต่อไป

จากกรณีที่ นาย นพดล อันทะษี อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 999 ม.10 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย เจ้าของรีสอร์ทริมแม่น้ำโขงแห่งหนึ่ง ในจ.หนองคาย ขับรถเก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กท -157 หนองคาย มาตามง้อ น.ส.คลิตา แฝงฤทธิ์ หรือหมิว อายุ 28 ปี ที่บ้านเลขที่ 139 หมู่ 10 บ.ขามป้อม ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น แต่ง้อไม่สำเร็จก่อนใช้อาวุธปืนชนาด 11 มม.ยิงแม่ยาย,ภรรยา รวมทั้งหลานชาย จนเสียชีวิตก่อนยิงตัวเองตายตาม โดยทิ้งลูกสาววัย 2 ขวบไว้ ตามข่าวทีได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 เม.ย.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรีได้ทำการตรวจสอบภายในรถของนายนพดลพบว่ามีอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ในรถเป็นจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ศพออกมา โดยร่างของนาย นพดล มือปืน ญาติได้มาติดต่อขอรับศพเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.หนองคาย โดยญาติไม่ติดใจ

ขณะที่ ศพของแม่ยาย ,ภรรยา และหลานชาย ที่ถูกนายนพดล ยิงเสียชีวิตภายในบ้านพักนั้น ญาติได้นำใส่โลงเพื่อเตรียมประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้อง และชาวบ้าน รวมทั้งเพื่อนของนายพลพิพัฒน์ ที่ต้องมาเสียชีวิตทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย และพบว่าขณะเกิดเหตุนั้น น้ายพลพิพัฒน์ ได้ ส่งข้อความไปหาแม่ที่อยู่ กรุงเทพฯ ว่า ” แม่ บักบอย มันยิง ตายหมด” ก่อนที่แม่จะพยายยามโทรหาแต่ไม่รับสาย จนกระทั่งทราบว่าถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

นายเวียงชัย คำตุ้ม อายุ 58 ปี 166 ม.10 ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น สามีของนางจรวยพร และเป็นพ่อของ น.ส.คลิตา กล่าวว่าออกไปซื้อกับข้าวในหมู่บ้าน ซึ่งมีเพื่อนบ้านได้โทรมาบอกว่า ได้ยินเสียงปืนดังอยู่ในบ้าน ก่อนที่ตนเองจะโทรแจ้งตำรวจว่ามีเสียงปืนดังขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ จึงได้เดินทางมาที่เกิดก่อน ส่วนตนเองก็ขับรถกลับมาบ้าน พอมาถึงบ้านทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้ตนเองเข้าไป เพราะเกรงว่ามือปืนจะทำร้ายคนอื่นอีก และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร จึงได้รอให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่และเคลียร์พื้นที่ก่อน ซึ่งเพื่อนบ้านบอกว่าได้ยินเสียงปืนดังครั้งแรก 3 นัด ครั้งที่สอง 4 นัด ครั้งที่สาม อีก 2 นัด

” พอเจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่เรียบร้อย พร้อมกับอุ้มหลานสาวออกมาบอกว่าหลานไม่โดนยิง จึงได้เข้าไปดูกระทั่งทราบว่าถูกยิงตายแล้ว 4 ศพ ทั้งภรรยาตนเอง ,ลูกสาว, หลานชาย และอดีตลูกเขย ส่วนหลานสาววัย 1 ขวบ 7 เดือน รอดชีวิตคนเดียวในบ้าน ซึ่งคาดว่ามือปืนน่าจะมาประมาณ 08.00 น. เพราะตอนที่ตนออกไปซื้อกับข้าว ยังไม่เห็นรถของนายนพดลมาจอด ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกสาวได้หนีสามีมาได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ได้ยินว่าเคยทะเลาะกันมาก่อนแล้ว ตบตีกันมาก่อน ถึงขั้นขึ้นศาลมาแล้วตั้งแต่อยู่ จ.หนองคาย ที่ผ่านมาเคยคิดอยู่ว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ได้ยินในข่าวบ่อยๆ และก็ได้เตือนลูกสาวไปบอกว่า ตอนที่ถูกเขาตบเขาตีก็อย่าไปตอบโต้เขา เดี๋ยวเขาจะยิงหรือฆ่าทิ้ง ซึ่งก็เคยได้เตือนไว้อยู่”

ไฟใต้ระอุ!บุกปล้นปืน จับ 10 จนท.ป่าไม้ฮาลาบาลามัดมือมัดเท้า เผาบ้านพักวอด 4 หลัง

ไฟใต้กลับมาเดือดอีก แนวร่วมกว่า 10 คนบุกจับตัวเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา มัดมือมัดเท้า ปล้นปืนลูกซอง 10 กระบอก ก่อนแยกย้ายเผาบ้านพักวอด 4 หลัง

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 21 ก.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานเกิดเหตุคนร้ายพร้อมอาวุธปืนครบมือ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 10 คน บุกเข้าไปจับตัวเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา ตั้งอยู่บ้านบาลา หมู่ 5 ต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส ใช้อาวุธปืนข่มขู่จับมัดมือมัดเท้าเจ้าหน้าที่ 10 นายก่อนแยกย้ายกันวางเพลิงบ้านพักเจ้าหน้าที่ 4 หลังได้รับความเสียหาย แล้วขโมยอาวุธปืนลูกซอง 10 กระบอก ก่อนพากันหลบหนีเข้าป่าไป

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทั้ง 10 คน สามารถหลุดรอดจากพันธนาการ ได้แจ้งประสานไปยังหน่วยกำลังในพื้นที่ ทั้งตำรวจ สภ.บูเก๊ะตา เจ้าหน้าที่ทหาร และกำลีงฝ่ายปกครอง ก่อนแจ้งรถดับเพลิงเข้าไปฉีดน้ำดับไฟ พร้อมปิดกันพื้นที่ให้หน่วยงานความมั่นคงเข้าตรวจสอบช่วงเช้าของวันที่ 22 ก.ย.นี้

ขณะที่ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้แจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ให้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง เฝ้าระวังพื้นที่เกรงกลุ่มคนร้ายจะมีการวางแผนนัดแนะ เพื่อก่อเหตุในลักษณะนี้กับหน่วยงานสังกัดป่าไม้ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะฐานปฏิบัติการณ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลมและเสี่ยงภัย ให้มีมาตรการตั้งรับป้องกันเหตุอย่างมีระบบ และสามารถตอบโต้กลุ่มคนร้ายได้ทันท่วงทีหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น

“อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์”เปิดศึกยิงขีปนาวุธตอบโต้เดือด เบรุตดับแล้ว 37 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า การโจมตีตอบโต้ข้ามพรมแดนระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน กลับมาดำเนินต่ออีกครั้งในวันเสาร์ที่ 21 ก.ย. 2567 ในขณะที่ผู้เสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่กรุงเบรุตของเลบานอนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 37 ศพแล้ว รวมเด็ก 3 ราย

โดยในวันเสาร์ กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยิงจรวด “คัตยูชา” ระลอกใหม่เข้าใส่ภาคเหนือของอิสราเอล โดยกอกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า ตรวจพบจรวดถูกยิงมาจากเลบานอนเข้าสู่ดินแดนของพวกเขาประมาณ 90 ลูก แต่พวกเขาก็ส่งเครื่องบินโจมตีเป้าหมาย 180 จุดในภาคใต้ของเลบานอน ทำลายเครื่องยิงจรวดนับพันกระบอก

ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ซึ่งมุ่งเป้าหมายที่การประชุมผู้บัญชาการของกองกำลัง “รัดวาน” (Radwan) ในเขตเดฮิเอห์ (Dahieh) ของกรุงเบรุต เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 37 ศพแล้ว

ผู้เสียชีวิตดังกล่าวรวมถึง เด็กอายุ 4, 6 และ 10 ปีจำนวน 3 ศพ และผู้หญิงอีก 7 ศพ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ 15 รายกำลังรับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังยังคงดำเนินต่อไป

ด้าน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า มีนักรบของพวกเขาเสียชีวิตในการโจมตีดังกล่าว 16 ศพ โดย 2 ศพเป็นผู้บัญชาการอาวุโส ส่วน IDF อ้างว่า การโจมตีที่ “แม่นยำ” ของพวกเขา สังหารสมาชิกฮิซบอลเลาะห์ 16 ศพ รวมถึงผู้บัญชาการอาวุโส 12 คน โดยไม่พูดถึงความสูญเสียต่อพลเรือนแต่อย่างใด

ผวาดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก ป่าต้นน้ำเขานางจันทร์มอดไม้เหิมบุกรุกหนัก

ชาวบ้านสุดทนร้องเจ้าหน้าที่มอดไม้ลอบตัดต้นไม้ ป่าต้นน้ำ เขานางจันทร์ป่ารอยต่อ 3 จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2567 มีรายงานจากกลุ่ม ” คนรักป่า รักต้นไม้ ” แจ้งข่าวว่ามีกลุ่มคนจากนอกพื้นที่และในพื้นที่ เข้าไปลักลอบ บุกรุกป่า ตัดไม้ทำลายป่าใหม่ กำลังตัดไม้มีค่าขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ น้ำตกทรายขาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แหล่งต้นน้ำ ป่าไม้สวยงาม น้ำตกสวยงาม น้ำตกทรายขาว น้ำตกพระไม้ไผ่

โดยคนแจ้งข่าว บอกว่า มีกลุ่มคนจากนอกพื้นที่และในพื้นที่ กำลังตัดต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนหลายต้นแล้ว และแผ้วถางป่าใหม่ มีชาวบ้านไปห้ามปรามก็ไม่ฟัง โดยพื้นที่ป่ากำลังถูกทำลาย อยู่แนวเชิงเขาภูเขานางจันทร์ น้ำตกทรายขาว ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาใหญ่ พื้นที่ป่าติดกับกับ เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ท้องที่ บ้านทรายขาว ม.5 ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เขานางจันทร์ เป็นภูเขาสูง จุดแบ่งเขต จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา และ จังหวัดปัตตานี

ซึ่งคนแจ้งข่าว ขอให้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปน.2 (ทรายขาว) และ เจ้าหน้าที่ เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว เข้าดำเนินการระงับ ยับยั้ง การตัดต้นไม้ ขนาดใหญ่ และหยุดการบุกรุกป่าโดยด่วนหวั่นเกิดดินโคล่นถล่ม น้ำป่าไหลหลากในช่วงหน้าฝนนี้

โดย..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

อุ้มผางฝนตกหนัก ลานชมวิว จุดถ่ายรูป น้ำตกทีลอซู พังถล่ม ปิดบริการชั่วคราว

นายอำเภออุ้มผาง แจ้ง เกิดเหตุ น้ำตกทีลอซู ช่วงตรงกลาง พังถล่มลงมา ทำให้ลานชมน้ำตก จุดถ่ายรูป ได้รับความเสียหายทั้งหมด สาเหตุเกิดจากมีฝนตกปริมาณมาก

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2567 นายมาโนช โพธิ์เนียม นายอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก แจ้งว่าด้วยฝ่ายปกครองอำเภออุ้มผาง ได้รับแจ้งจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ว่าวันนี้ (21 ก.ย 67) เวลาประมาณ 11.00 น เกิดเหตุการณ์ ชั้นของน้ำตกทีลอซู ช่วงตรงกลาง (จุดเดิมครั้งที่เคยพัง เมื่อปี 2539) เกิดพังถล่มลงมาด้านล่าง ทำให้ลานชมน้ำตก จุดถ่ายรูป ได้รับความเสียหายทั้งหมด สาเหตุเกิดจากมีฝนตกปริมาณมากในช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงตอนเช้า 

ขณะนี้ คณะเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง กำลังสำรวจความเสียหายทั้งหมด ผลเป็นประการใด จะรายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง โดยในเบื้องต้นจะปิดไม่ให้เข้าชมในพื้นที่น้ำตกทีลอซู จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติเพื่อป้องกัน อันตรายกับ นักท่องเที่ยว โดยลานปูนที่เข้าชมน้ำตกทีลอซูเป็นงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดตาก

อดีตผัวโหดตามง้อเมียไม่สำเร็จฆ่ายกครัว 3 ศพ ก่อนยิงตัวตายตาม ทิ้งลูก 2 ขวบกำพร้า

ขอนแก่น-หนุ่มหนองคายโหด ตามง้อสาวขอนแก่น ไม่สำเร็จ ยิงทิ้งทั้งบ้าน ก่อนยิงตัวเองตายตาม ทิ้งลูกสาววัย 2 ขวบ ไว้เพียงคนเดียวในบ้าน

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 21 ก.ย. 2567 ร.ต.อ.พงษ์พิชิต ธนาพันธุ์ภักดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดเหตุคนยิงกันตาย ภายในบ้านเลขที่ 139 ม. 10 บ.ขามป้อม ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ. พิชัย นาขันดี ผกก.สภ.มัญจาคีรี , เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4 ขอนแก่นและแพทย์เวร รพ.มัญจาคีรี

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว มี 2 ห้องนอน โดยเจ้าหน้าที่พบรถยนต๋เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กท-157 หนองคาย จอดอยู่หน้าบ้าน และจากการตรวจสอบภายในบ้านพบศพนางจรวยพร แฝงฤทธิ์ อายุ 50 ปี หรือยายจั่น ถูกยิงที่ลำตัว 2 นัด นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน ในสภาพ สวมเสื้อยืดสีม่วง นุ่งกางเกงขาสั้นลายสีแดงนอนอยู่บนที่นอน ใกล้กันพบศพ น.ส.คลิตา แฝงฤทธิ์ อายุ 28 ปี หรือหมิว เสียชีวิตอยู่ข้างที่นอนในสภาพศพถูกยิงที่ศีรษะ 2 นัด และพบศพนายนพดล อันทักษะ อายุ40 ปี อดีตสามีของหมิวถูกยิงที่ปาก นอนเสียชีวิต อยู่บนที่นอน

นอกจากนี้ยังพบศพ นายพลพิพัฒน์ ทองยศ หรือเบส อายุ 18 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ สภาพศพถูกยิงที่บริเวณศีรษะ 2 นัด นอนขดอยู่ข้างชักโครก ในขณะเดียวกันก็มีเด็กหญิง วัย 2 ขวบ ทราบต่อมาว่าเป็นบุตรของนายนพดล และ น้องหมิว นั่งตัวสั่นด้วยความตกใจ อยู่ข้างศพมารดา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวออกมาจากบ้านเพื่อสงบสติอารมณ์

นางอร แฝงฤทธิ์ อายุ 68 ปี ย่าของ น.ส.หมิว กล่าวว่า เปิดเผยว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านของนางเยาวลักษณ์ แม่ของนายพลพิพัฒน์ แต่เจ้าตัว ไม่อยู่บ้านเพราะไปค้าขายกับสามี ที่กรุงเทพฯ จึงให้นายพลพลิพัฒน์ ผู้ตาย เฝ้าบ้านคนเดียวเนื่องจากเรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.6 ส่วน น.ส.หมิวนั้นเป็นน้องสาวของนางเยาวลักษณ์ และมีสามีชื่อนายนพดล ชาว จ.หนองคาย มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือเด็กหญิงวัย 2 ขวบที่รอดชีวิต ขณะที่สาเหตุของการเกิดเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ทราบเพียงว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.หมิว เคยมีสามีมาแล้ว โดยมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่เลิกกันไปนานแล้ว จนมาได้สามีใหม่คือนายนพดล

“ทราบว่าน้องหมิว ถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ต้องหนีกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน โดยที่ สามีเคยตามมาง้อก็กลับไปอยู่ด้วยกันอีก และเป็นแบบนี้มา 3-4 ครั้งแล้ว ล่าสุดเมื่อประมาณ 10 วันที่ผ่านมา น้องหมิวก็หอบลูกสาวกลับมาอยู่กับพ่อแม่อีก และบอกญาติๆว่า เลิกกับสามีแล้ว และได้พาลูกสาวมาอยู่ที่บ้านพี่สาว มาอยู่กับน้องเบสที่เป็นหลานชาย ก่อนที่ นายนพดลจะตามมาง้อขอคืนดี จึงเชื่อว่า อาจจะทะเลาะกัน ยายจั่นซึ่งเป็นแม่ยาย เข้าห้ามปราม จึงถูกยิงตายก่อนคนแรก จากนั้นน่าจะยิงน้องหมิวเป็นศพที่ 2 และยิงน้องเบส ตายในห้องน้ำเป็นศพที่ 3 จากนั้นก็ฆ่าตัวตายตาม เพื่อหนีความผิด”

ขณะที่ นางอำพร ชาวกุดรัง อายุ 56 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ในช่วงเกิดเหตุ .ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 8 นัด แต่ไม่ได้รัวทีเดียว โดยค่อยๆยิงทีละนัด ก่อนที่จะหยุดไป ห่างกันประมาณ 10 นาที ก็ได้ยินอีก 2 นัด ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจไม่ได้เอะใจว่าทำอะไรกัน และไม่คิดว่าจะเป็นเสียงปืน แต่ลูกชายบอกว่าเป็นเสียงปืน ในใจคิดว่าไม่ใช่เขายิงกันตายแล้วเหรอ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน จนกระทั่งฝ่ายปกครองและตำรวจมาตรวจสอบก็พบว่ามีการยิงกันตาย 4 ศพ เหลือเพียงลูกสาวของคนยิงที่ยังมีชีวิตอยู่

ขณะที่ พ.ต.อ. พิชัย นาขันดี ผกก.สภ.มัญจาคีรี กล่าวว่า จากการสอบถามพยานแวดล้อมและชาวบ้านในพื้นที่ ทราบว่า นายนพดล เป็นอดีตสามี น้องหมิว ซึ่งเลิกรากันไปประมาณ 1 ปี แล้ว โดยที่ฝ่ายชายได้ตามมาง้อขอคืนดีบ่อยครั้ง และการก่อเหตุ ครั้งนี้ จากการสืบสวนมูลเหตุในเบื้องต้น ทราบว่า นายนพดล ทราบว่า น้องหมิวอดีตภรรยา มีสามีใหม่ จึงได้เกิดความหึงหวง เมื่อง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ จึงใช้อาวุธปืน ยิง แม่ยาย ,ภรรยา และหลาน จนถึงแก่ความตาย ก่อนจะใช้อาวุธปืน ยิงตัวเองตายตาม ดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะมีการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

มิติใหม่”ร้านคลาสคาเฟ่”โคราช ขายกาแฟ เสริมบริการนวดแผนไทย ตอบโจทคนวัยทำงาน

ประชาชนต้องจองคิวเข้ามาใช้บริการนวดแผนไทยที่ ร้านคลาสคาเฟ่ สาขาไนท์วัดบูรณ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา กันอย่างเนืองแน่น ภายหลังจากที่กลุ่มแพทย์แผนไทย ต.บ้านโพธิ์ ได้นำหมอนวดแผนไทย 2 คน มาเปิดบริการให้กับกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาในร้านกาแฟ ได้นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อโดยเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าวัยทำงาน ที่มีอาการโรคออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตของคนวัยทำงานในเมืองใหญ่ ส่งผลให้บรรยากาศในร้านกาแฟมีความคึกคักเป็นอย่างมาก

นางเมศรินทร์ ธนาซริศุภรัตน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มแพทย์แผนไทย ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ด้วยพฤติกรรมของคนวัยทำงาน ที่ใช้คอมพิวเตอร์ในอิริยาบถเดิมนานๆ หรือการขับรถนานๆ จึงทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่ใช้งานนานๆ ตึงจนปวดเรื้อรัง หรือที่เรียกว่าเป็นโรคออฟิศซินโดรม ซึ่งคนวัยทำงานเป็นกันมาก หากปล่อยทิ้งไว้ก็จะส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานลดลง การได้นวดโดยแพทย์แผนไทยจึงสามารถช่วยยืดกล้ามเนื้อ ผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี แต่บางคนก็หาที่นวดแพทย์แผนไทยไม่ได้ เพื่อตอบโจทของลูกค้ากลุ่มนี้

ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบเข้าร้านกาแฟ ทางกลุ่มแพทย์แผนไทย ต.บ้านโพธิ์ จึงร่วมกับร้านคลาสคาเฟ่ สาขาไนท์วัดบูรณ์ เปิดจุดบริการนวดแผนไทยขึ้น โดยนำผู้ที่ได้รับการอบรมการนวดแพทย์แผนไทยที่ถูกต้อง มานวดให้กับลูกค้า เน้นไปที่การนวดผ่อนคลาย คอ บ่า ไหล่ และเท้า ในราคาย่อมเยา ซึ่งค่าบริการ นวดเท้า 1 ชั่วโมง 250 บาท, นวดคอ บ่า ไหล่ 30 นาที 150 บาท ถ้า 1 ชั่วโมงก็คิด 250 บาท จากการมาเปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรก ปรากฏว่ามีลูกค้าให้ความสนใจจองคิวเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ด้านนางสาวณัฐหทัย ชัยนันตา (วินนี่) ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานร้านคลาสคาเฟ่ กล่าวว่า เนื่องจากร้านคลาสคาเฟ่ สาขาไนท์วัดบูรณ์ เป็นร้านกาแฟที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่มาจับกลุ่มติวหนังสือ และผู้ปกครองของนักเรียนที่มารอลูกติวหนังสือ ซึ่งคนกลุ่มนี้มักจะมีปัญหาเรื่องของโรคออฟฟิศซินโดรม แต่หาร้านนวดแผนไทยเพื่อผ่อนคลายไม่ค่อยได้ ดังนั้นทางร้านจึงได้ประสานกับกลุ่มแพทย์แผนไทย ต.บ้านโพธิ์ นำหมอนวดแพทย์แผนไทยมืออาชีพ มาเปิดจุดให้บริการที่ร้าน เป็นมิติใหม่ของร้านกาแฟ ที่มีหมอนวดแผนไทยมาให้บริการถึงที่

จากการเปิดให้บริการมาระยะหนึ่ง พบว่ามีผู้ให้ความสนใจเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จนต้องจองคิวกันยาวทั้งวันหมอนวดแทบไม่ได้พัก ถือว่าตอบโจทคนเมืองเป็นอย่างดี ในอนาคตอาจจะต้องเพิ่มหมดนวดมาอีก เพื่อไม่ให้ลูกค้ารอนาน ซึ่งต่อไปจะเปิดให้บริการทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.

สำหรับผู้สนใจ สามารถเข้ามาใช้บริการได้ ที่ร้านคลาสคาเฟ่ สาขาไนท์วัดบูรณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา หรือจะโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์โทร 044 255 002.

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // นครราชสีมา

ปล่อยรถขบวนรถขนธารน้ำใจจากพี่น้องชาวโคราชซับน้ำตาเหยื่อน้ำท่วมอีสาน

นครราชสีมา-กองทัพภาคที่ 2 จับมือ มทร.อีสาน ปล่อยขบวนรถขนส่งสิ่งของธารน้ำใจของพี่น้องชาวโคราช ไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยในภาคอีสาน

พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 มาเป็นประธานในการปล่อยแถวรถบรรทุกขนส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคอีสาน โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน หรือ มทร.อีสาน นำคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกับข้าราชการ และกำลังพล ของกองทัพภาคที่ 2 ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา

ซึ่งกองพัฒนานักศึกษา มทร.อีสาน ร่วมกับ องค์กรนักศึกษา สภานักศึกษา สโมสรนักศึกษาคณะต่างๆ ร่วมกันตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของจากประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 13-19 กันยายน 2567 เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมหาวิทยาลัยฯ ได้ส่งสิ่งของช่วยเหลือชุดแรกบรรทุกใส่รถบรรทุกสิบล้อพ่วง รวม 4 คัน ไปบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยที่จังหวัดเชียงรายมาแล้ว 

และวันนี้จะนำส่งน้ำดื่ม จำนวน 4 หมื่นขวด รวมทั้ง ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน ที่ประชาชนร่วมบริจาคไปบรรเทาทุกข์พี่น้องในภาคอีสานตอนบนที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 มีความห่วงใยประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม จึงให้การสนับสนุนรถบรรทุก จำนวน 12 คัน พร้อมกำลังพล ขนย้ายสิ่งของธารน้ำใจจากพี่น้องชาวจังหวัดนครราชสีมา นำไปมอบแก่ผู้ประสบภัย

โดยปล่อยแถวรถบรรทุกขนส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคอีสานในวันนี้ นำไปส่งยังมณฑลทหารบกที่ 24 จ.อุดรธานี เพื่อกระจายต่อไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานตอนบน ทั้งที่ประสบภัยที่ผ่านมา และที่กำลังประสบภัยจากพายุซูลิกในขณะนี้ต่อไป

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา