ท่าบ่อ นครพนมอ่วม น้ำโขงเอ่อล้มท่วมขยายวงกว้างคน-สัตว์เลี้ยงเดือดร้อนหนัก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ จ.นครพนม ผลกระทบจากแม่น้ำโขงสูง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 11.80 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 20 เซนติเมตร คือ ที่ประมาณ 12 เมตร ไม่เพียงส่งผลให้น้ำโขงเริ่มเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่ม ยังกระทบลำน้ำสาขาสายหลัก ประกอบด้วย ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม มีปริมาณล้นเกินความจุ เนื่องจากไหลระบายลงน้ำโขงไม่ทัน โดยเฉพาะพื้นที่ บ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม ถือเป็นหมู่บ้านเสี่ยงภัย มีที่ตั้งบ้านเรือนติดกับลำน้ำสงคราม มากกว่า 300 หลังคาเรือน  เริ่มได้รับผลกระทบ จากลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม เอ่อล้น ทำให้สภาพหมู่บ้าน ถูกล้อมรอบ ไปด้วยน้ำ คล้ายเกาะกลางน้ำ และเริ่มท่วมบ้านเรือนติดริมน้ำบางส่วน นอกจากนี้ยังส่งผลให้น้ำท่วมพื้นที่นาข้าว ของเกษตรกร ในพื้นที่ ได้รับผลกระทบมากกว่า 40,000 ไร่ หากระดับน้ำโขงไม่ลด รวมถึงมีฝนตกหนักในพื้นที่ ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบมากขึ้น

นอกจากน้้น หมู่บ้านดังกล่าวยังเป็นพื้นที่หมู่บ้านเลี้ยงควาย จำนวนมากนับ 1,000 ตัว ชาวบ้านต้องต้อนควายขึ้นไปเลี้ยงบนเกาะกลางน้ำเป็นที่สูง เนื่องจากไม่สามารถปล่อยหากินตามธรรมชาติได้ ต้องแบกภาระดูแล จัดหาฟางแห้งอัดก้อน จนกว่าน้ำจะลด พบว่า บางรายต้องแบกภาระซื้อฟางแห้งอัดก้อน วันละกว่า 1,000 บาท คาดว่าหากระดับน้ำไม่ลด จะต้องแบกภาระเดือนละ 10,000 – 20,000 บาท อีกทั้งราคาฟางแห้งอัดก้อน ยังมีราคาเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากราคาก้อนละ 15 -20 บาท เพิ่มเป็น ก้อนละ 40 -50 บาท เบื้องต้นภาครัฐ นำฟางแห้งอัดก้อนมาสนับสนุน แจกจ่าย แต่ยังไม่เพียงพอ

ลุงทองคำ อายุ 55 ปี เกษตรกร ชาวบ้าน ท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม บอกว่า พื้นที่บ้านท่าบ่อเป็นพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากที่ตั้งติดกับลำน้ำสงคราม ปัจจัยหลัก คือ หากน้ำโขงสูงหนุนลำน้ำอูน ที่ไหลมาสมทบกับลำน้ำสงคราม จะเกิดปัญหาเอ่อล้น ท่วมพื้นที่การเกษตร นาข้าว โดยชาวบ้านจะปลูกข้าวนาปี แบบวัดดวงทุกปี หากน้ำไม่ท่วม จะได้ผลผลิต หากน้ำท่วม หวังแค่ค่าชดเชยเยียวยาจากภาครัฐ ที่สำคัญพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ได้รับผลกระทบหนัก ถูกน้ำท่วมหมด  ถือเป็นหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงควาย จำนวนมาก ต้องต้อนควายไปเลี้ยงไว้บนเกาะไก่แก้ว ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ปัญหาที่ตามมาคือ ต้องจัดหาซื้อฟางก้อนอัดแห้ง ไปเลี้ยงจนกว่าน้ำโขงจะลด ต้องแบกภารค่าใช้จ่ายจัดซื้อ ช่วงนี้ราคาแพง เท่าตัว ก้อนละ 40 -50 บาท ตนดูแลควาย ประมาณ 15 ตัว ต้องใช้เงินวันละ 1,000 บาท แค่พอให้ฟางก้อนกินประทังชีวิต รอน้ำลด บางรายควายเลี้ยงหลายตัวยิ่งหนัก แบกภาระเดือนละ 20,000 -30,000 บาท จนกว่าน้ำจะลด ส่วนสัตว์เลี้ยงการเกษตรต้องเคลื่อนขึ้นที่สูงเช่นกัน ฝากหน่วยงานรัฐมาสนับสนุนช่วยเหลือฟางแห้งอัดก้อนอย่างต่อเนื่อง ยอมรับว่า หมู่บ้านเป็นพื้นที่เสี่ยง แต่เป็นวิถีชีวิต อาศัยมาแต่บรรพบุรุษ บางปีไม่ได้รับผลกระทบ หากน้ำโขงไม่สูง ปีนี้ถือว่าน้ำโขงมาเร็วมาก เพราะน้ำท่วมภาคเหนือ

ข่าว/ภาพ : พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม

กรมประมงเดินสายเร่งปราบปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในทุกพื้นที่

กรมประมงเร่งระดมทุกสรรพกำลังจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติในทุกจังหวัด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนของเกษตรกรและชาวประมง ร่วมสร้างสมดุลระบบนิเวศ โดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าร่วมให้การสนับสนุนเครื่องมือจับปลา อาหาร และน้ำดื่มในการจัดกิจกรรมจับปลาในจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และ ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ บริษัทเตรียมส่งมอบปลานักล่าเพิ่มอีก 19,000 ตัวเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำให้กับประมงจังหวัดระยอง สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา เพื่อนำปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศให้มากที่สุด  

 วันนี้ ซีพีเอฟร่วมสนับสนุนประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดกิจกรรมลงแขกลง ครั้งที่ 6 บริเวณหน้าประตูระบายน้ำท่าพยา ในอำเภอปากพนัง โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน และชาวประมง คลอง ระดมจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ และเปิดรับซื้อปลาหมอหมอคางดำกิโลกรัมละ 15 บาทเพื่อส่งต่อให้สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดนำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพสำหรับเกษตรกรต่อไป ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟีร่วมกับประมงนครศรีธรรมราชจัดกิจกรรมส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์ และสนับสนุนปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้ว จำนวน 5,000 ตัว เตรียมปล่อยลงสู่แหล่งน้ำที่เพื่อช่วยจับกินลูกปลาหมอคางดำ เพื่อเร่งลดจำนวนปลาหมอคางดำในจังหวัดให้เบาบางลง 

 ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟร่วมมือกับประมงจังหวัดสงขลา ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่รวม 100 คน ระดมกันจับปลาหมอคางดำในลำคลองในพื้นที่อำเภอระโนด มีซีพีเอฟสนับสนุนน้ำดื่มสำหรับผู้ร่วมกิจกรรม สามารถจับปลาหมอคางดำได้ 346 กิโลกรัม นำส่งให้สำนักงานพัฒนาที่ดินอำเภอจะนะเพื่อทำน้ำหมักชีวภาพและแจกจ่ายให้เกษตรกรชาวสวนยางต่อไป และมีแผนปล่อยปลานักล่าในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ 

 ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ซีพีเอฟยังร่วมสนับสนุนกรมประมงจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำเพื่อควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาดในจังหวัดอื่นๆ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และสมุทรปราการ และในทุกพื้นที่ที่พบปลาหมอคางดำ  

 ก่อนหน้านี้ ซีพีเอฟสนับสนุนอวนทับตลิ่ง ประมงจังหวัดเพชรบุรี องค์การบริหารตำบล  เกษตรจังหวัด และสำนักงานพัฒนาที่ดิน จัดกิจกรรมจับปลาที่คลองในตำบลนาพันสาม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยสามารถจับปลาหมอคางดำได้ 103 กิโลกรัม ขณะเดียวกันยังจับได้ปลาชนิดอื่นอีกด้วย เช่น ปลาช่อน ปลานิล เป็นต้น สำหรับปลาหมอคางดำที่จับได้ ประมงจังหวัดส่งต่อให้องค์การบริหารตำบลบ้านหม้อเพื่อทำน้ำหมักชีวภาพ สำหรับแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ใช้กับแปลงเพาะปลูก นอกจากการสนับสนุนกิจกรรมจับปลาแล้ว บริษัทยังสนับสนุนปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้วขึ้นไปเพื่อปล่อยลงในแหล่งน้ำช่วยกำจัดลูกปลาหมอคางดำ ซึ่งที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้สนับสนุนปลานักล่าไปแล้ว 70,000 ตัวปล่อยในจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร ระยอง และจันทบุรี และได้ร่วมมือกับกรมประมงในการวางแผนการปล่อยปลานักล่าในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และราชบุรี โดยตั้งเป้าสนับสนุนปลานักล่าแก่กรมประมงรวมทั้งสิ้น 200,000 ตัว เพื่อร่วมกันช่วยสร้างสมดุลระบบนิเวศของแหล่งน้ำ และช่วยลดผลกระทบเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ 

 การร่วมสนับสนุนกิจกรรมการจับปลาหมอคางดำ และการปล่อยปลานักล่า อยู่ภายใต้การดำเนินงาน 5 มาตรการเชิงรุกที่ซีพีเอฟร่วมกับกรมประมงขับเคลื่อนจัดการปัญหาปลาหมอคางดำในทุกพื้นที่ จนถึงวันนี้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมจับปลาในแหล่งน้ำของ 17 จังหวัด สามารถจับปลาออกจากแหล่งน้ำได้มากกว่า 27,000 กิโลกรัมซึ่งส่งต่อให้กับโรงงานปลาป่น สำนักงานพัฒนาที่ดินผลิตน้ำหมักชีวภาพ และไปใช้บริโภค เป็นต้น.

ทหารยิงปะทะเดือดแก๊งยานรกที่แม่ฟ้าหลว ยึดของกลางน 1 ล้านเม็ด

เชียงราย – แก๊งขนยาเสพติดไม่สนน้ำท่วมดินถล่ม สะพายเป้ขนยาเสพติดลอบเข้าชายแดนแม่ฟ้าหลวง เปิดฉากยิงปะทะทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก ตอนตีสามเศษ ยึดยาบ้าได้อีก 1 ล้านเม็ด

ท่ามกลางมหันตภัยน้ำท่วมใหญ่ใน จ.เชียงราย ถึงแม้ว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วแต่ทิ้งร่องรอยความเสียหายย่อยยับในพื้นที่เต็มไปด้วยดินโคลนที่ต้องเร่งล้างทำความสะอาด ขณะที่แก๊งขนยาเสพติดคาดว่าเจ้าหน้าที่ทหารไปช่วยน้ำท่วมกันหมด แต่เมื่อ พ.อ.ณฑี ทิมเสน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จึงสั่งการให้ทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก นำกำลังออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติด

เมื่อไปถึงบ้านแม่คำน้อย หมู่ที่ 18 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 5-6 คน เดินแบกสิ่งของมาตามเส้นทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเมื่อพบเจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อเปิดทางหนี จึงเกิดการยิงปะทะประมาณ 5 นาที เมื่อสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเสริมอีก 2 ชุดปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุไว้

รอจนกระทั่งรุ่งเช้า เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ พบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายจำนวน 5 เป้ ภายในบรรจุยาบ้าเป้ละ 200,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 1,000,000 เม็ด และปลอกกระสุนปืนลูกซองจำนวน 1 ปลอก

ต่อมา พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พ.อ.มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมตรวจที่เกิดเหตุและแถลงข่าว ก่อนนำของกลางส่ง สภ.แม่ฟ้าหลวง สอบสวนดำเนินคดี

รอง ผบ.กองกำลังผาเมือง กล่าวว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้ในพื้นที่ชายแดนเชียงรายจะประสบเหตุอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มอย่างต่อเนื่อง กำลังทหารก็ได้แบ่งกำลังไปช่วยเหลือประชาชนส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังคงปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นบริเวณชายแดนอย่างเข้มแข็ง เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดอาศัยจังหวะช่วงเกิดภัยธรรมชาติขนยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศได้

ครม.อนุมัติงบกลาง 3,045 ล้านช่วยผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567

เมื่อวันที่ 17 กันยายน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอหลักเกณฑ์ การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567 และขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำงบประจำปีงบประมาณประจำปี 2567 งบกลาง เป็นจำนวน 3,045 ล้านบาท โดยให้กระทรวงมหาดไทยเร่งขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบความเหมาะสมกับสถานการณ์และลดขั้นตอนเอกสารที่ต้องยื่นให้การช่วยเหลือต่าง ๆ ให้การเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งพิจารณาถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเพิ่มเติมจากกรณีปกติที่ดำเนินการอยู่แล้ว หากมีเรื่องใดที่มีความจำเป็นเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว รวมถึงระบบการแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

เตือน “พายุดีเปรสชัน” ฉบับ 1 จ่อทวีกำลังเป็น “โซนร้อน” ไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (17 ก.ย. 67) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และคาดว่าในช่วงวันที่ 20 – 21 ก.ย. 67 จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนักมากบางแห่ง และมีลมแรงในช่วงวันที่ 20–23 ก.ย. 67

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 17–21 ก.ย. 67 ร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2567 เวลา 17.00 น.

ด่วน! ครม.เคาะแล้ว 10,000 บาท ให้กลุ่มเปราะบาง-ผู้พิการ จ่าย 4 วัน เริ่ม 25 ก.ย.

วันนี้ (17 กันยายน 2567) เวลา 12.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงรายละเอียดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคประชาชนมีปัญหาหนี้สิน และเศรษฐกิจยังไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ มีความจำเป็นเร่งด่วนจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจและของบประมาณปี 2567 โดยสิ่งเร่งด่วนคือการเติมเงินดูเศรษฐกิจ โดยเดือนกันยายนเม็ดเงินจะถึงมือประชาชน กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประมาณ 12.4 ล้านคน และกลุ่มผู้ถือบัตรประจำตัวคนพิการ อีกประมาณ 2 ,149,286 คน รวมเป็น 14,555,240 คน

นายพิชัย กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการจะเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณที่ผ่านสภาเพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจ และคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ รวม 145,552.40 ล้านบาท จะเริ่มต้นจ่ายเงินในวันที่ 25 ,26,27 และ 30 กันยายน จะแบ่งจ่าย 4 วัน เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องของระบบ โดยจะเริ่มโอนวันแรก 25 กันยายน 2567 ใช้เวลาทั้งหมด 4 วันไม่รวม เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งจะได้รับเงินครบทั้งหมดภายในวันที่ 30 กันยายน2567 โดยกำหนดโอนเงิน 10,000 บาทเข้าบัญชีระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน ดังนี้

วันที่ 25 ก.ย.67 สำหรับผู้พิการ 2.1 ล้านคน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่บัตรประชาชนลงท้ายด้วยเลข 0

วันที่ 26 ก.ย.67 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่บัตรประชาชนลงท้ายด้วยเลข 1, 2 และ 3

วันที่ 27 ก.ย.67 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่บัตรประชาชนลงท้ายด้วยเลข 4, 5, 6 และ 7

วันที่ 30 ก.ย.67 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่บัตรประชาชนลงท้ายด้วยเลข 8 และ 9

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีคนที่ยังไม่ได้เปิดบัญชีพร้อมเพย์ ก็สามารถไปดำเนินการได้ หากในวันที่มีการโอนแล้วยังตกหล่น หรือไม่ผ่านก็จะมีการโอนซ้ำอีก 3 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 22 ตุลาคม ครั้งที่ 2 วันที่ 22 พฤศจิกายน และครั้งที่ 3 ในวันที่ 22 ธันวาคม หากประชาชนอยู่ในกลุ่มที่จะได้รับแต่ไม่ได้รับเงินในช่วงดังกล่าว ก็จะมีการทดลองโอนอีก 3 ครั้ง ระหว่างนั้นประชาชนสามารถไปแก้ไขการผูกบัญชีให้เรียบร้อยครบถ้วน

เที่ยว “พิจิตร” ให้ติดใจ เต็มเปี่ยมฉบับสายมู ติดตราตรึงใจ นั่งรถไฟไปสนุกได้อีกแบบ

เที่ยว “พิจิตร” ให้ติดใจ เต็มเปี่ยมฉบับสายมู ต้องมาความเชื่อความศรัทธามาครบ เชิญชวนมาเที่ยวพิจิตรให้ติดตราตรึงใจ นั่งรถไฟไปสนุกได้อีกแบบ สถานที่แนะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปถึงนครสวรรค์ 3วัน 2คืน ไฮไลท์งานครั้งนี้คือการร่วมชมงานประเพณีแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี2567 ทีมเรือเจ้าถิ่นเข้าร่วมการแข่งขันหลายทีมสนุกสุด ณ บริเวณริมน้ำวัดท่าหลวงพระอารามหลวง

#วัดโพธิ์ประทับช้าง

วัดโบราณ กรมศิลปกรยกขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานปี พศ. 2478 คาดว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีพระพุทธรูปสำคัญคือ “หลวงพ่อโต” เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสมัยกรุงศรีอยุธยา มีหน้าตักกว้าง 4 ศอก กว้าง 5 ศอก อายุราว 300 ปีเศษ เป็นพระประธานประจำอุโบสถวัดโพธิ์ประทับช้าง นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ เป็นที่ประสูติของสมเด็จพระเจ้าเสือ บริเวณวัดโดยรอบยังมีฝูงนกแก้วสายพันธุ์ไทย อาศัยอยู่

#วัดพฤกษะวัน

วัดพฤกษะวัน มี หลวงพ่อพิมพ์ ผลปุญโญ” เป็นเจ้าอาวาส ท่านถือเป็น เกจิเมืองชาละวัน โดยวัดแห่งนี้ ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุมงคล และการสักยันต์

#บึงสีไฟ

สวนสาธารณะของจังหวัดพิจิตร ที่สวย สะอาด และบรรยากาศดี เป็นที่พักผ่อนของคนทั่วไป วิ่งออกกำลัง ปั่นจักรยานได้ นั่งชิลของกินเพียบ

#บึงบอระเพ็ด เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่า สถานที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติระบบนิเวศดีโชคดีอาจมีจระเข้ออกมาทักทายบ้างตามเวลา

#ศาลเจ้าพ่อแก้ว

ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับชุมชนบางมูลนาคมานานกว่า 80 ปี เป็นศาลเจ้าหลังใหม่ที่สร้างแทนหลังเก่าที่เคยตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ชาวชุมชนบางมูลนาคนิยมแวะเวียนมาสักการะขอพรเรื่องความโชคดี

ตลาดฟื้นอดีตชุมชน #บางมูลนาก

ชุมชนแห่งนี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นมาในอดีต มุมถ่ายรูปเยอะ

#ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ศาลเจ้าแม่ทับทิม

#ศาลเจ้าแม่หน้าผา นครสวรรค์

#พาสาน จุดเชคอินกลางน้ำที่ปากน้ำโพ การรวมตัวของสายน้ำปิงวังยมน่านกำเนิดเป็นต้นสายแม่น้ำเจ้าพระยา พาสาน Land Mark นครสวรรค์
จุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่เกาะยม จากการรวมตัวกันของแม่น้ำหลัก 4 สาย คือ แม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน เป็นที่เชคอินพักผ่อนของผู้คน
“พาสาน” มีที่มาจากคำว่า “ผสาน” หมายถึง การรวมกัน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-17.00 น.

#วัดหนองโพ หลวงพ่อเดิม นครสวรรค์ วัดเก่าแก่

ภายในมีพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ความเป็นมาในอดีตมีศาลาที่ภายในมีมีดหมอยักษ์ ให้กราบไหว้บูชาลอดใต้มีดเชื่อว่าจะปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล
การเดินทางเที่ยวพิจิตรเชื่อมโยงไปถึงนครสวรรค์จึงครบการเติมเต็มให้ทุกรสชาติของความสุขเปี่ยมไปด้วยพลังบวกดีดี แบบสุขทันทีที่เที่ยวไทย

#พิจิตร – นครสวรรค์
#มหัศจรรย์แห่งศรัทธาสายธาราปิงวังยมน่าน
#ทททสำนักงานนครสวรรค์
#AmazingThailand
#สุขทันทีที่เที่ยวไทย

คนพิการเฮ!ไม่ต้องลงทะเบียนพร้อมเพย์รับเงินดิจิทัล 1 หมื่น

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ความชัดเจนของการรับเงินหมื่นจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของผู้พิการ ว่า กระทรวงพ.ม. โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีฐานข้อมูลพี่น้องคนพิการอยู่ประมาณ 2,500,000 คน โดยคนพิการจะมีบัตรคนพิการลงทะเบียนกันเรียบร้อยอยู่แล้วและจะมีบัญชีที่ผูกกับบัตรนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ดังนั้น พม.สามารถให้ข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลังหรือสำนักงบประมาณ ในการที่จะโอนเงินไป ส่วนที่ต้องไปลงทะเบียนเพิ่มอะไรหรือไม่นั้นตนได้รับรายงานมาว่าไม่จำเป็น เพราะว่าฐานข้อมูลทุกอย่างนั้นเรามีให้พร้อมอยู่แล้ว ส่วนขั้นตอนการโอนจะเป็นเมื่อไหร่อย่างไรจะต้องขออนุญาตให้เป็นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเงินชี้แจงกันในรายละเอียดต่อไป

เมื่อถามว่า เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก การโอนผ่านฐานข้อมูลที่กระทรวงพม.มี จะเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามขั้นตอนใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า อันนี้คือสิ่งที่ทางกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณขอรายละเอียดมา ว่า เรามีฐานข้อมูลแล้วหรือยัง ซึ่งทางกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็ได้ส่งข้อมูลให้แล้ว ว่ามีจำนวนเท่าไหร่อย่างไร

เมื่อถามว่า ยืนยันชัดเจนเลยหรือไม่ว่าไม่ต้องให้ผู้พิการลงทะเบียนพร้อมเพย์ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะเรามีข้อมูลของพี่น้องคนพิการพร้อมอยู่แล้ว

ททท.รุกกิจกรรมเพื่อสังคม SUSTAIN GEN CSR ปลุกกระแสท่องเที่ยวยั่งยืน

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรมเพื่อสังคม SUSTAIN GEN CSR พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุนฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเล ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยภูมิภาคภาคตะวันออก จัดกิจกรรม SUSTAIN GEN CSR ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นการต่อยอดนำรายได้ส่วนหนึ่งจากกิจกรรม “Creative Workshop” ของหมู่บ้านภาคตะวันออก ภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2567 มาบริจาคสมทบทุนแก่ศูนย์เรียนรู้ธนาคารสัตว์ทะเล เกาะสีชังในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 20,052 บาท โดยมีนายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก เป็นประธานมอบเงินบริจาค พร้อมจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้ เพื่อร่วมฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเลเพื่อต่อลมหายใจให้กับสัตว์ทะเลตามแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) ให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกประสบวิกฤตปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากมลภาวะและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเองก็มีส่วนร่วมในการสร้างผลกระทบดังกล่าว ททท. จึงได้พัฒนาเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Tourism Goals: STGs 17 ประการ จากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเร่งยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สำหรับ กิจกรรม SUSTAIN GEN CSR ที่จัดขึ้นวันที่ 15 กันยายน 2567 ณ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ททท. ได้นำแนวทางการจัดกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเล (CSR Marketing) ขับเคลื่อนสู่การเป็นหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR in Process) เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการต่อยอดและขยายผลจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “Creative Workshop” ของ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก หมู่บ้านภาคตะวันออก ภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยที่ผ่านมา ภายใต้ธีม “คัลเลอร์ฟูลบูรพา : ยืนหนึ่งเรื่องกิน สุดฟินเรื่องเที่ยว เต็มเหนี่ยวสายศรัทธา เรียนรู้เรื่องรักษ์”

โดยนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของความเป็นภาคตะวันออก ผสมผสานแนวคิด “ความยั่งยืน” นำวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาสร้างสรรค์ผลงาน Art & Design ในมุมมองใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างทักษะและสร้างประสบการณ์จนนำไปสู่การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ โดยกำหนดให้นักท่องเที่ยวร่วมทำกิจกรรมเวิร์คช้อป 1 คน/1 ชิ้น อาทิ กิจกรรมวาดง่ายๆ ผ่อนคลายความเครียด (Painting), สวนถาดจิ๋วแต่แจ๋ว, Old clothes, New look เสื้อผ้าไม่ใช้แล้วมาทำเป็นเสื้อผ้าใหม่, สุ่มจิ๋วคล้องกระเป๋าจากพนัสนิคม, พับถุงกระดาษ 3 R Reduce Reuse Recycle

ซึ่งรายได้จากกิจกรรมเวิร์คช้อปนี้ ททท. จะนำบริจาคสมทบทุน 50 บาท ให้กับศูนย์การเรียนรู้ธนาคารสัตว์ทะเลฯ เพื่อต่อลมหายใจให้กับสัตว์ทะเล เกาะสีชัง จ.ชลบุรี และจากกิจกรรมดังกล่าวได้รับเงินบริจาคสบทบทุนตั้งต้น จำนวน 20,252 บาท โดยมี นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก เป็นผู้แทนหน่วยงานมอบเงินบริจาค

นอกจากนี้ ททท. จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้และสร้างความเข้าใจในการอนุรักษ์ธรรมชาติทางทะเล โดยมีบุคลากร ททท. จำนวน 45 คน นักเรียนโรงเรียนเกาะสีชัง จำนวน 20 คน และคณะสื่อมวลชน จำนวน 10 คน เข้าร่วม โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้ธนาคารสัตว์ทะเลฯ โรงเรียนเกาะสีชัง สมาคมการท่องเที่ยวและบริการศรีราชา เกาะสีชัง และหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ปลูกสำนึกสร้างการมีส่วนร่วม

โดย ผศ.ดร.นิลนาจ ชัยธนาวิสุทธิ์ และคณะทำงาน และมีการสาธิตตัวอย่างกิจกรรมขยายพันธุ์ปะการังอ่อนหนังดอกเห็ด ปล่อยลูกปูม้าแรกฟักลงสู่ทะเล หล่อหินเทียมลดโลกร้อน(Green Artificial Rock) และเปลือกหอยระบายสีทำ Accessory เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของ ททท ในการร่วมฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเลและปลุกกระแส Gen S (Sustainability) ให้ตระหนักถึงแนวการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ซึ่งจะเป็นแนวคิดสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยไปสู่บทต่อไปที่มั่นคงและแข็งแรงอย่างยั่งยืน

หนองคายระทม!ฝนตกหนัก แม่น้ำโขงล้นทะลักเข้าท่วมใจกลางเมืองย่านเศรษฐกิจแล้ว

หนองคาย-ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน แม่น้ำโขงล้นตลิ่งทะลัก ท่วมใจกลางเมืองหนองคาย ย่านเศรษฐกิจสำคัญแล้วและกำลังขยายวงกว้าง

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ระดับน้ำโขงยังคงเพิ่มสูงขึ้น วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย ช่วงเวลา 09.00 น. วัดได้ 13.67 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 57 เซนติเมตร สูงกว่าตลิ่ง 1.47 เมตร ปริมาณน้ำฝน 156.5 เมตร แนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 16 ก.ย.นี้ ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ก็ยังไม่หยุดตก ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆฝน

ทำให้น้ำโขงทะลักเข้าตัวเมืองหนองคาย ตั้งแต่ถนนริมโขง ดันเข้ามาถึงถนนมีชัย และถนนประจักษ์ศิลปาคม ใจกลางย่านเศรษฐกิจของจังหวัดหนองคาย ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร บ้านเรือนและร้านค้าต่าง ๆ ได้พากันกั้นกระสอบทราย และยกของขึ้นที่สูง มีการนำรถยนต์ขึ้นมาจอดไว้ริมถนนพนังชลประทานหนองคาย-โพนพิสัย รถที่นำออกมาไม่ทันก็ถูกน้ำท่วมจนถึงล้อรถยนต์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือ

โดยพบว่าเช้านี้มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรวมแพทย์หนองคายออกมาหาซื้อเสบียงไปให้เพื่อนเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยบางส่วนที่ไม่สะดวกออกจากโรงพยาบาลได้ ในขณะที่ผู้ป่วยที่อาการไม่หนักสามารถขอกลับบ้านได้

ขณะที่ทหารจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่13 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้นำกระสอบทรายมาวางกั้นน้ำตามอาคารบ้านเรือนของประชาชนที่บ้านเวียงคุก ต.เวียงคุก อ.เมืองหนองคาย ทั้งกลางวันกลางคืน เนื่องจากกระแสน้ำโขงมาเร็วและแรง และเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง บางจุดถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตรแล้ว พร้อมทั้งช่วยชาวบ้านขนข้าวของมาไว้ยังที่ปลอดภัยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

ส่วนทางด้านปศุสัตว์จังหวัดหนองคายได้ช่วยขนย้ายวัวที่ติดอยู่บนเกาะดอนต่ำ กลางแม่น้ำโขง จำนวน 102 ตัว กลับมาไว้บนฝั่งได้ทั้งหมด โดยพบว่ามีวัวหนึ่งตัวอ่อนแรง ต้องเร่งให้การรักษา รวมถึงช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่นำไก่ออกจากฟาร์มที่กำลังจะถูกน้ำท่วม น้ำดันเข้าพื้นที่เลี้ยงไก่ ต้องอพยพไก่และสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ทางอำเภอท่าบ่อ ก็ได้เร่งช่วยเหลืออพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่น้ำท่วมแล้ว.