พายุฤดูร้อนถล่มสวนทุเรียนตราดพังยับลูกใกล้ตัดขายร่วงเกลื่อนชาวสวนช็อกสูญนับล้าน

เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของจังหวัดตราด โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลทุ่งนนทรี อำเภอเขาสมิง ส่งผลให้สวนทุเรียนของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ลูกทุเรียนที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยวร่วงหล่นจำนวนมาก บางส่วนต้นโค่นล้ม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

นายเชิดชาย แช่มช้อย อายุ 46 ปี เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียน เปิดเผยว่า พายุที่เกิดขึ้นมีลมกระหน่ำมาเป็นระลอก โดยช่วงแรกยังไม่รุนแรงมาก แต่ระลอกที่สองลมแรงจัดจนต้นทุเรียนแทบโค่น ซึ่งตนไม่เคยพบพายุที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน

“ตอนลงมาเห็นลูกทุเรียนร่วง ขาอ่อนเลย ใจมันตกใจมาก ขาสั่นไปหมด ประเมินคร่าวๆ เกือบพันลูก ทั้งที่เป็นพันธุ์กระดุมที่กำลังจะตัดขายวันที่ 20 มีนาคมนี้แล้ว ส่วนหมอนทองก็เสียหายจำนวนมาก แม้จะพยายามโยงลูกและค้ำต้นไว้ แต่ลมแรงจนต้นเหวี่ยงไปมาเอาไม่อยู่” นายเชิดชายกล่าว

ด้าน นายบุญยง ยุเจริญ อายุ 72 ปี ชาวสวนอีกราย เปิดเผยว่า ลูกสาวโทรมาบอกว่าทุเรียนในสวนโค่นล้ม จึงรีบมาดูและพบว่าต้นทุเรียนล้มไปถึง 6 ต้น ซึ่งเป็นต้นที่กำลังให้ผลผลิตและเตรียมตัดขายช่วงปลายเดือนเมษายน

“ความเสียหายครั้งนี้ตีราคาแทบไม่ได้เลย ลูกทุเรียนที่ร่วงตอนนี้ต้องทิ้งอย่างเดียว เนื้อยังไม่ได้ จะเอาไปทำอย่างอื่นก็ไม่ได้ ต้องทิ้งหมด ส่วนต้นที่โค่นก็ต้องตัดขายเป็นไม้ ตั้งแต่ทำสวนมาถือว่าหนักที่สุด คิดว่าน่าจะมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป แม้จะใช้เหล็กค้ำและโยงลวดไว้แล้วก็ยังทนแรงลมไม่ไหว” นายบุญยงกล่าว

ขณะที่ นางอำพา หงส์เงิน อายุ 60 ปี กล่าวว่า พายุเริ่มพัดเข้ามาประมาณช่วงบ่ายสองโมง และมาเป็นสองระลอก โดยระลอกที่สองมีความรุนแรงมาก ตนเองได้เริ่มเตรียมป้องกันโดยการเต้าลูกทุเรียนตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ทำได้เพียงครึ่งวัน พายุก็มาถึงก่อน

ส่งผลให้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองร่วงหล่นประมาณ 500 ลูก น้ำหนักรวมกว่า 1 ตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 100,000-200,000 บาท ทั้งที่ผลผลิตชุดนี้ตั้งเป้าว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์

ด้าน นายอภิชาติ รัตนวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลทุ่งนนทรี เปิดเผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 7 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นหลังคาถูกแรงลมพัดพัง นอกจากนี้ยังมีโรงรถและรถยนต์ได้รับความเสียหาย

ขณะเดียวกัน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีสวนทุเรียนเสียหายมากกว่า 10 แห่ง ต้นทุเรียนโค่นประมาณ 10 ต้น และมีลูกทุเรียนร่วงหล่นรวมประมาณ 5,000 ถึงเกือบ 10,000 ลูก ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า พายุครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก โดยลมพัดมาเป็นช่วงๆ ถึง 3 ระลอก จึงอยากฝากเตือนชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ยังไม่เจอพายุ ให้รีบเตรียมความพร้อม ทั้งการค้ำต้น โยงกิ่ง และเต้าลูกทุเรียน เพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดพายุซ้ำอีก

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันเดียวกัน ได้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในหมู่ 3 และหมู่ 4 ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะหมู่ 4 บ้านเสือดาว มีบ้านเรือนเสียหายหลายหลังคาเรือน

นอกจากนี้ สวนทุเรียนในพื้นที่ยังได้รับผลกระทบ โดยลูกทุเรียนขนาดประมาณ 1 กิโลกรัมถูกลมพัดจนร่วงหล่นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีโกดังขนาดใหญ่ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลหนองบอน ความยาวประมาณ 100 เมตร ถูกแรงลมพัดจนโครงสร้างด้านหน้าหักพัง สร้างความเสียหายเบื้องต้นกว่า 200,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

ข่าว/ภาพ : จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดตราด

เชียงใหม่ยังวิกฤต! ฝุ่น PM2.5 พุ่งควันไฟป่าปกคลุมทั้งเมืองมีผลกระทบสุขภาพ

บรรยากาศทั่วเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มฝุ่นควัน PM2.5  หนาทึบ จนท้องฟ้าดูหลัวและทัศนวิสัยลดลงอย่างเห็นได้ชัด “มีผลกระทบต่อสุขภาพ (Unhealthy)” ทำให้เชียงใหม่ยังคงติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกในวันนี้

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าบรรยากาศทั่วเมืองถูกปกคลุมด้วยกลุ่มฝุ่นควันหนาทึบ จนท้องฟ้าดูหลัวและทัศนวิสัยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากจุดความร้อนและไฟป่าที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนในช่วงนี้

ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน IQAir รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. พบว่า พื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI) สูงถึง 138อยู่ในระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ (Unhealthy)” ทำให้เชียงใหม่ยังคงติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกในวันนี้ นอกจากในตัวเมืองแล้ว การตรวจวัดในหลายอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ยังพบค่าฝุ่นสะสมสูงต่อเนื่อง

.

เจอแล้วศพ!ผู้ต้องหาพรานหาไม้หอม(ไม้กฤษณา)เขาใหญ่กระโดดน้ำหลบหนีคากุญแจมือ

ปราจีนบุรี – เจ้าหน้าที่พบแล้วศพผู้ต้องหา-พรานหาไม้หอม(ไม้กฤษณา)เขาใหญ่และยาเสพติดกระโดดน้ำหลบหนีคากุญแจมือหลังกู้ภัยค้นหาต่อเป็นวันที่ 2 กลางดึกนี้ โดยทีมค้นหาใต้น้ำสว่างบำเพ็ญฯ พบผู้สูญหายห่างจากจุดที่กระโดดลงคลองน้ำบริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.10 (ตะคร้อ)ประมาณ 3 เมตรเศษ โดยศพลอยขึ้นมาจากพื้นน้ำด้านล่าง 1-2 เมตร

เมื่อเวลา 00.20 น. น. วันที่ 7 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ , เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนส่วนกลางเข้าจับกุมผู้กระทำผิดในเขตพื้นที่อุทยานฯพื้นที่ฝั่งอำเภอประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่พบตัว นายนิพนธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ลักลอบเข้ามาในพื้นที่ป่าเพื่อหาไม้หอม (ไม้กฤษณา) พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธมีด ยาบ้า 50 เม็ด และไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวมายังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.10 (ตะคร้อ) อำเภอประจันตคาม จ.ปราจีนบุรีเพื่อทำบันทึกจับกุม

เวลา 19.30 น. น. ระหว่างรอส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประจันตคาม ผู้ต้องหาได้อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีออกจากจุดควบคุมตัวและกระโดดลงคลองน้ำบริเวณหน้าหน่วยฯ เพื่อว่ายน้ำหนีไปยังฝั่งตรงข้ามสภาพกว้างและลึกทั้งกุญแจมือจมหายระดมค้นหานานทั้งคืนยังไม่เจอตัว ตามรายละเอียดที่นำเสนอก่อนหน้า นี้แล้วนั้น

ทางนายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ประสานทีมกู้ภัยร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรี –หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี และจัดกำลังเจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ตั้งแต่ช่วงเช้าต่อเนื่องจรดค่ำคืน-ดึกนี้ และกำชับให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

นายชัยยา กล่าวว่า พบอุปสรรคคือในคลองเป็นช่วงก่อนลงถึงฝายกักเก็บน้ำเหนือประตูระบายน้ำคลองประจันตคาม สภาพคลองกว้างเกือบ80 เมตร ลึก10 -20 เมตร ด้านล่างและเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่-กิ่งไม้จำนวนมาก และ สภาพน้ำด้นล่างเป็นน้ำวนประกอบกับน้ำบนเขาเย็นจัด แม้จะจัดเรือวิ่งวนตีน้ำเป็นคลื่นช่วย ก็ยังคงไร้วี่แวว

สำหรับนายนิพนธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ลักลอบเข้ามาในพื้นที่ป่าเพื่อหาไม้หอม (ไม้กฤษณา) และผู้ต้องหานำยาบ้าจำนวนมาก-ยาไอซ์ไปด้วยเพื่อตามไปสมทบ และนำไปขายให้กับพรานหาไม้หอมที่ลักลอบขึ้นไปหาไม้หอม (ไม้กฤษณา) ล่วงหน้าก่อนแล้ว 3 คน ผู้ต้องหาเป็นคนที่ 4 ตามไปสมทบแต่ถูกจับได้ก่อน

ซึ่งพื้นที่ฝั่งอำเภอประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พบเป็นปัญหามากที่สุด ทั้งการถูกลักลอบขึ้นหาไม้หอม(ไม้กฤษณา) และ ล่าสัตว์ป่า ได้เพิ่มติดตั้งกล้องวงจรปิดช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เพิ่มนอกเหนือการลาดตระเวน นายชัยยา กล่าว

ล่าสุดเพจศูนย์สั่งการหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรีได้แจ้งกรณีภารกิจค้นหาผู้สูญหายภายในน้ำ บริเวณเหนือเขื่อนตะคร้อ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี 

 เมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. วันที่ 07 มี.ค. พ.ศ.2569  ยืนยันจากทีมค้นหาใต้น้ำสว่างบำเพ็ญฯ   พบผู้สูญหายดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นยืนยันเสียชีวิตชาย 1 ราย อยู่ระหว่างการประสานเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ในจุดเกิดเหตุ

นายบุญมา  ราษี อาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า  ทีมกู้ภัยร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรี –ทีมหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรีกว่า 80 นาย  ได้บูรณาการค้นหาผู้สูญหายต่อเนื่อง  

โดยทีมค้นหาใต้น้ำสว่างบำเพ็ญฯ พบผู้สูญหาย    พบห่างจากจุดที่ผู้สูญหายกระโดดลงคลองบริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ขญ.10 (ตะคร้อ) ไกลมาประมาณ 3 เมตรเศษ    โดยศพลอยขึ้นมาจากพื้นน้ำด้านล่าง 1-2 เมตร หลังนำศพขึ้นมาให้เจ้าหน้าที่ชันสูตรแล้ว  เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้ทีมหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรีได้นำศพส่งชันสูตรต่ออีกครั้งที่  รพ.ประจันตคาม   นายบุญมา  กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป  จากที่มีการลักลอบขึ้นไปหาไม้หอม (ไม้กฤษณา)    ซึ่ง  ฝั่ง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรีมากที่สุด   เนื่องจากแถบดังกล่าวนี้     เป็นไม้หอมล้ำค่าเกรด A   ที่พบได้ในผืนป่าเขาใหญ่      โดยเฉพาะบริเวณดงพญาไฟ จัดเป็นพืชหอมหายากที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละหลายแสนบาท 

แก่นไม้และน้ำมันมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นิยมใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมและยา เนื่องจากมูลค่าสูงจึงมักเกิดการลักลอบตัดในเขตอุทยานฯ ในการนำไปขายแก่โรงต้มกลั่น รายรอบตลอดตีนเขาใหญ่   ทั้ง อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ประจันตคาม อ.นาดี   ที่มีทั้งถูกต้องและผิดกฎหมาย   โดยน้ำหอมที่ต้มกลั่นแล้ว จะนำไปขายเป็นโตล่า (ซีซี.)

มีมูลค่าสูงมากในอุตสาหกรรมน้ำหอม เครื่องหอม และยาโบราณ ทั้งยังมีความเชื่อว่าเป็นน้ำมันที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้  โดย น้ำมันกฤษณาที่สกัดได้จากแก่นไม้    ของเขาใหญ่ฝั่งอำเภอประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี   ถือเป็นหนึ่งในน้ำมันหอมระเหยที่มีราคาแพงที่สุดในโลก  เป็นไม้หอมล้ำค่าเกรด A      และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละเกรด

ขอบคุณภาพ :  หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู จ.ปราจีนบุรี ***

 มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ปราจีนบุรี ###

ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านค้าริมทางเสียหายยับโชคดีไร้เจ็บตาย

ปราจีนบุรี – ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านค้าข้าวของเครื่องครัวที่อยู่หน้าบ้านกระเด็นกระดอนกระจัดกระจาย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เสียหายเบื้องต้น 30,000 บาท

เมื่อเวลา 20.30น.วันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีร.ต.อ.ประยงค์ หม่อมวงษ์สุวรรณ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.สระบัว อ.กบินทร์บุรี รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนร้านค้า-หน้าบ้านเรือนประชาชน ริมถนนสาย 304 หริสายสุวินทวงศ์ (ศรีมหาโพธิ –กบินทร์บุรี)  ฝั่งขาเข้ากบินทร์บุรี ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังเกิดเหตุรถตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสายตรวจรถยนต์ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีขาวทะเบียน ฒฐ 5357 กทม.เสียหลักจอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 25 ม.1 สภาพหันหน้าเข้าหน้าบ้านหลังดังกล่าวบริเวณหน้ารถกระบะได้รับความเสียหาย ข้าวของเครื่องครัวที่อยู่หน้าบ้านกระเด็นกระดอนกระจัดกระจาย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

นายอิศรา จุนเจิม (คนขับรถกระบะ)กล่าวว่าตนเองขับรถกระบะออกจากบางปะกง แปดริ้ว  เพื่อที่จะไปขึ้นของที่จังหวัดนครราชสีมา เข้าเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมีฝนตกปรอยๆ และเมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุมีน้ำขังอยู่ริมถนนเล็กน้อยเสี้ยววินาทีที่รถวิ่งเหยียบน้ำที่อยู่บนถนน

ทำให้รถเสียหลักเสียหลักเล็กน้อยและรถจะพุ่งเข้าตัวบ้านคนที่อยู่ข้างหน้า จึงหักพวงมาลัยเพื่อที่จะบังคับรถไม่ให้พุ่งชนเข้าบ้านคนและรถพุ่งชนร้านขายกาแฟหน้าบ้านหลังดังกล่าว ทำให้รถหมุนชนข้าวของหน้าบ้านกระจัดกระจาย และร้านขายกาแฟแต่ยังไม่ได้ขาย

นายสามารถ ปิ่นงาม เจ้าของบ้านกล่าวว่าขณะเกิดเหตุเข้าบ้านแล้ว จู่ๆได้ยินเสียงดังโครมหน้าบ้านมองออกมา พบรถยนต์กระบะวิ่งมาชนหน้าบ้านที่ทำเป็นครัวทำกับข้าว ทำให้เครื่องของของกินของใช้หม้อหุงข้าวถ้วยชามกระจัดกระจายไปทั่ว

และเห็นคนขับรถออกมาจากรถด้วยความปลอดภัย นับว่าโชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มูลค่าความเสียหายเจ้าของบ้านประเมินความเสียหายเบื้องต้น 30,000 บาท

โดย…มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ / ปราจีนบุรี###

สัปเหร่อวุ่น!วัดดังเมืองอุทัยธานีขาดน้ำมันเผาศพหลังปั๊มจำกัดขายวอนรัฐบาลช่วยผ่อนปรน

อุทัยธานี-สัปเหร่อวุ่น!วัดดังขาดน้ำมันเผาศพ ต้องยกเมรุไปเติมน้ำมันรึเปล่า หรือปล่อยให้ศพเน่าคาเตาเผาผี หลังปั๊มจำกัดขาย วอนรัฐบาลช่วยผ่อนปรน

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เนื่องด้วยทางรัฐบาล ห้ามใช้ถังแกลลอนไปเติมน้ำมันในปั๊ม ทำให้ทางวัดหนองขุนชาติ ได้รับผลกระทบ ขาดแคลนน้ำมัน มาใช้ในการเผาศพ

ได้พบกับนายเรวัต หรือทิศเอ็ม เป็นสัปเหร่อประจำวัดดัง วัดหนองขุนชาติ มานานหลายปี พาไปชี้จุดยังเตาเผาศพ โดยเมรุเผาศพ จะต้องใช้น้ำมันโซล่าขนาดถังแกลลอนและในการเผาศพ ต่อหนึ่งศพ จะต้องใช้น้ำมันโซล่า ประมาณ50-70 ลิตร แต่ถ้าศพฉีดยาฟอร์มาลีนมา จะทำให้ภายในลำตัวแข็งเผายาก จะต้องใช้น้ำมันประมาณ 70-80 ลิตร

เนื่องจากทางวัดต่างๆที่ใช้น้ำมันเผานั้น ได้รับผลกระทบ ต่อการเผาศพ สร้างความลำบาก ในการห้ามเอาถังแกลลอนน้ำมันไปเติมที่ปั๊ม และบางปั๊มจำกัดให้เติมน้ำมัน หากชาวบ้านนำถังแกลลอนไปใส่ ทางปั๊มก็ไม่เติมให้ สร้างผลกระทบไปถึงร่างผู้วายชน

ทั้งนี้ชาวบ้านที่นำศพมาเผานั้นต้องใช้เงินซื้อน้ำมันขั้นต่ำประมาณ 2,000-2,500 บาท วอนทางรัฐบาลช่วยผ่อนปรนบ้าง เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเกิดความลำบากและได้รับผลกระทบ

ตร.บุกจับหนุ่มสาวค้ายา “แฮปปี้วอเตอร์” ยึดของกลางกว่า 6.5 กก.คาหอพักซอยรามอินทรา 58

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล, พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ และ พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รอง ผกก.กก.ดส.บช.น.

โดยชุดปฏิบัติการที่ 4 นำโดย พ.ต.ท.รชต พุ่มพันธุ์ม่วง สว.กก.ดส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.4 กก.ดส.บช.น. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ
1.นายวิลัยฯ อายุ 19 ปี
2.น.ส.ปาหยัดฯ อายุ 26 ปี

พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาอี “แฮปปี้วอเตอร์”) ชนิดผง จำนวน 50 ซอง แบ่งเป็น

•บรรจุในซองสีดำ ยี่ห้อ Rolls-Royce จำนวน 19 ซอง
•บรรจุในซองสีชมพู-ส้ม ยี่ห้อ COLLAGEN จำนวน 30 ซอง
•บรรจุในซองกาแฟสีดำ ยี่ห้อ SOUTHERN COFFEE จำนวน 1 ซอง

น้ำหนักรวมพร้อมซองประมาณ 6,500 กรัม นอกจากนี้ยังยึดกล่องกระดาษขนาดกว้าง 23 ซม. ยาว 29 ซม. สูง 16 ซม. จำนวน 1 ใบ ซึ่งใช้บรรจุยาเสพติดดังกล่าว

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณทางเดินชั้น 2 หอพักไม่มีชื่อ ภายในซอยรามอินทรา 58 แยก 8 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่าย โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาอี แฮปปี้วอเตอร์) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ตำรวจสอบสวนกลางเปิด “ยุทธการแพนโดร่า”บิ๊กบอสสวีเดนแก๊งค้ายาหนีกบดานไทย

ตำรวจสอบสวนกลาง ผนึกกำลังยุโรป-ออสเตรเลีย เปิด “ยุทธการแพนโดร่า” ทลายบิ๊กบอสสวีเดน กบดานไทยสั่งการข้ามโลก คาพูลวิลล่า พบเบื้องหลังคุมเว็บมืดค้ายาเบอร์ 1 ของยุโรป

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ “ยุทธการแพนโดร่า” (Operation Pandora) เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุดทั่วประเทศ เพื่อกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ หลังพบใช้ไทยเป็นฐานบัญชาการเว็บมืดค้ายาเสพติดส่งออกทั่วยุโรป

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจไทยและทางการสวีเดน เพื่อจับกุมบุคคลเป้าหมาย 3 รายที่มีบทบาทสำคัญในเครือข่าย ได้แก่ 1.นายโรเบิร์ต (47 ปี): ถูกจับกุมที่บ้านพักย่านลาดพร้าว 87 ในข้อหาอยู่อาศัยเกินกำหนด (Overstay) และเตรียมผลักดันออกนอกราชอาณาจักร,2.นายแดเนียล (39 ปี) และ นายจอห์น (33 ปี) ถูกควบคุมตัวที่พูลวิลล่าหรูใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามและมีหมายจับจากต่างประเทศในคดียาเสพติดและการเป็นภัยต่อสังคม

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังการควบคุมแพลตฟอร์มค้ายาเสพติดบนเว็บมืด (Darknet) ชื่อ “Archetyp” และเว็บไซต์ “Mupparna.net” ซึ่งถือเป็นแหล่งค้ายาออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 80% ทั้งนี้ ทางการยุโรปเคยตรวจยึดยาเสพติดจากเครือข่ายนี้มาแล้วกว่า 1,000 กิโลกรัมกลุ่มผู้ต้องหาได้เลือกใช้ประเทศไทยเป็น “ฐานปฏิบัติการระยะไกล” เพื่อสั่งการและบริหารจัดการระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ โดยเชื่อว่าการกบดานในไทยจะช่วยให้รอดพ้นจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ในยุโรป

ตรวจยึดของกลางอื้อ! อุปกรณ์ไอที 119 รายการ

เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางที่เป็นหัวใจสำคัญในการกระทำความผิด รวม 119 รายการ ประกอบด้วย ดังนี้โทรศัพท์มือถือ 41 เครื่อง และแท็บเล็ต 10 เครื่องโน้ตบุ๊ก 11 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์เก็บข้อมูล 31 ชิ้น เราเตอร์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และบัตรเครดิตจำนวนมากอุปกรณ์ทั้งหมดถูกส่งให้เจ้าหน้าที่เทคนิคทำการตรวจสอบ (Digital Forensics) เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงินที่ซ่อนอยู่ในระบบคริปโตเคอร์เรนซีหรือบัญชีม้าต่อไป

“ยุทธการแพนโดร่า” ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย แต่เป็นการบุกค้นพร้อมกัน 18 จุดทั่วโลก ทั้งในยุโรปและไทย (Action Day) ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้รวมทั้งสิ้น 13 ราย

ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ยืนยันว่าจะเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นที่กบดานอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและรักษาภาพลักษณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ

อิสราเอลยกระดับสงครามอิหร่านสู่เฟส2ลุยโจมตีฐานขีปนาวุธใต้ดิน

อิสราเอล ประกาสยกระดับสงครามอิหร่านสู่เฟส 2 ลุยโจมตีฐานยิงขีปนาวุธใต้ดิน ถล่มเลบานอนต่อเนื่อง ด้าน “เนทันยาฮู” ชี้ความสำเร็จของอิสราเอลในอิหร่านจนถึงขณะนี้ถือว่ายอดเยี่ยม

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2569 กองทัพอิสราเอล ประกาศว่า อิสราเอลกำลังปฏิบัติการทำสงครามขั้นต่อไปกับอิหร่าน โดยยืนยันจะทำลายระบอบปกครองและขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านให้สิ้นซาก พร้อมทั้งประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากชานกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ที่กองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการถล่มอีกด้าน เพื่อมุ่งกวาดล้างเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ซึ่งเข้าร่วมกับอิหร่านในการโจมตีตอบโต้อิสราเอล

ขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวขณะตรวจเยี่ยมฐานทัพอากาศทางตอนใต้ของอิสราเอลว่า ความสำเร็จของอิสราเอลในอิหร่านจนถึงขณะนี้ “ยอดเยี่ยม” แต่ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำต่อไป

ไฟไหม้โรงงานทินเนอร์ฉะเชิงเทรากลุ่มควันพวยพุ่ง เสียงระเบิดดังสนั่น

เพลิงไหม้รุนแรงโรงงานบรรจุทินเนอร์ เมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา เชื้อเพลิงอย่างดี กลุ่มควันพวยพุ่ง เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำกว่า 10 คันฉีดสกัด พยายามคุมเพลิงที่ยังลุกลามต่อเนื่อง มีเสียงระเบิดเป็นระยะ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 มี.ค. 69 เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงขึ้นที่ บริษัท คาร์โก้เคมีคอล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ท่ามกลางความตกใจของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและผู้สัญจรผ่านไปมา โดยเบื้องต้นตรวจสอบพบว่าเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่ประกอบกิจการบรรจุสารทินเนอร์ลงปี๊บเพื่อจำหน่าย ซึ่งถือเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีและสารเคมีอันตราย ทำให้กระแสเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังเกิดเหตุ รถน้ำจำนวนหลายสิบคันจาก อบต.เกาะไร่, เทศบาลตำบลบ้านโพธิ์, เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับแจ้งและรีบเดินทางไประดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากสารเคมีที่เป็นเชื้อเพลิง ทำให้เพลิงลุกไหม้รุนแรงและมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ สลับกับมีลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างน่าหวาดเสียว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ขณะที่สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากควบคุมเพลิงได้แล้ว

รร.ตชด.ค็อกนิสไทยฯ กับ “ไข่ไก่” มื้อกลางวันที่เด็กสร้างเอง

ในพื้นที่ชายแดนที่โอกาสอาจไม่ได้มาง่ายๆเหมือนในเมืองใหญ่ โรงเรียนแห่งหนึ่งพิสูจน์แล้วว่า “ความมั่นคง” สามารถเริ่มต้นได้จากการลงมือทำเล็ก ๆ อย่างจริงจัง

ที่ โรงเรียน ตชด.ค็อกนิสไทยฯ ต.แมดนาท่ม อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เด็กๆไม่ได้เรียนรู้แค่ในห้องเรียน แต่เรียนรู้ผ่านโรงเรือนเลี้ยงไก่ ไข่ไก่ที่ได้ในแต่ละวันจึงไม่ใช่เพียงอาหารกลางวัน หากเป็นบทเรียนเรื่องวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการพึ่งพาตนเอง

จากแม่ไก่ 200 ตัว สู่ศูนย์เรียนรู้ที่หล่อหลอมทักษะชีวิตเด็กๆ มากว่า 20 ปี ที่นี่กำลังแสดงให้เห็นว่า “อาหารที่ดี”สามารถเปลี่ยนทั้งระบบการเรียนรู้ของโรงเรียนได้จริง

โรงเรียนแห่งนี้ เข้าร่วม “โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 20 ปี โดยเริ่มต้นจากการได้รับการสนับสนุนไก่พันธุ์ไข่จากซีพีเอฟและมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (มูลนิธิซีพี) เพื่อให้มีผลผลิตไข่ไก่เป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันของนักเรียนทั้ง 244 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6

โครงการนี้มีส่วนสนับสนุนวัตถุดิบแก่ “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” ซึ่งเป็น 1 ใน 8 โครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มุ่งให้เด็กๆ ได้เติบโตพร้อมสุขภาพ สมอง และทักษะชีวิตที่แข็งแกร่งไปพร้อมกัน

ที่โรงเรียนแห่งนี้ ไข่ไก่ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบประกอบอาหาร แต่กลายเป็น “โปรตีนหลักประจำโรงเรียน” ที่เด็กๆ ได้รับประทานไม่น้อยกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ ทุกวันจันทร์–พุธ–ศุกร์ โดยจัดเวรประจำวันให้เด็กๆ หมุนเวียนดูแลงานในโรงเรือน พร้อมทำงานร่วมกับคนพิการในหมู่บ้านที่เป็นลูกจ้างโครงการพิเศษของซีพีเอฟ ให้มีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคง

และที่สำคัญยิ่งกว่า คือการเรียนรู้จากการลงมือทำจริงของเด็กๆ ที่ได้ดูแลแม่ไก่ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ให้อาหาร เก็บไข่ ทำความสะอาดโรงเรือน ตลอดจนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ไข่เค็ม รวมถึงการปลูกพืชผักหมุนเวียนในแปลงเพื่อเป็นอาหารกลางวัน ก็จะกลายเป็นทักษะชีวิตและพื้นฐานอาชีพในอนาคต

เสียงจากเด็กๆ ผู้เป็นเจ้าของโครงการ น้องนาเดีย-ดญ.วิภาดา หล้าพรหม อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นป.6 เล่าว่า การเลี้ยงไก่ให้ความรู้และฝึกวินัย ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม และนำความรู้กลับไปบอกต่อผู้ปกครองและชุมชน

 “หนูภูมิใจที่ได้ช่วยสร้างอาหารให้เพื่อนๆ และช่วยดูแลแหล่งโปรตีนของทั้งโรงเรียนและชุมชน”

น้องเพลง-ดญ.พิมพ์ชนก แป้นโคตร อายุ 12 ปี ชั้นป.6 บอกถึงความดีใจที่ได้ดูแลแม่ไก่เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี

“เราได้กินไข่สดๆ ที่ดูแลเอง พ่อแม่ก็ได้ซื้อไข่ในราคาไม่แพง เป็นความภูมิใจของหนูและเพื่อนๆ”

น้องบิวตี้-ดญ.กุลณัฐ อ้มพรม อายุ 10 ปี ชั้นป.4 บอกว่า เมื่อแม่ไก่ปลดระวาง โรงเรียนยังแบ่งบางส่วนให้เด็กและผู้ปกครองนำไปเลี้ยงต่อที่บ้าน เป็นการขยายองค์ความรู้สู่ครัวเรือนและชุมชน ทำให้เกิดการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

“การเลี้ยงไก่ไข่ของเราไม่เพียงแต่สร้างอาหารทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน แต่ยังช่วยสร้างอาชีพในชุมชนด้วยค่ะ”

ตลอดเวลากว่า 2 ทศวรรษ โรงเรียนดำเนินโครงการมาแล้ว 18 รุ่น มีเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า 70,000 บาทต่อรุ่น โครงการเลี้ยงไก่ไข่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิซีพี และ ซีพีเอฟ ไม่ได้สร้างแค่ผลผลิตไข่ แต่สร้าง “ระบบความมั่นคง” ที่เชื่อมโรงเรียน ครัวเรือน และชุมชนเข้าด้วยกัน และวันนี้โครงการฯ ยังกลายเป็น “ต้นแบบศูนย์เรียนรู้ LEARNING CENTER” ที่มีผู้เข้ามาศึกษาดูงานจากทั้งในและต่างประเทศ เช่น สปป.ลาว

 เด็กๆที่นี่เติบโตพร้อมทักษะชีวิต ชุมชนอาหารมั่นคงมีรายได้เสริม โรงเรียนมีทุนหมุนเวียน และองค์ความรู้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพราะสุดท้ายแล้ว ความมั่นคงที่แท้จริง อาจไม่ได้วัดจากขนาดของโครงการ แต่วัดจากความเข้มแข็งในการยืนหยัดและเติบโตได้ด้วยตัวเอง

.