ครม.พ้นทั้งคณะ!มติศาล 5-4 “เศรษฐา”พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 เมื่อเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยคดีที่กลุ่ม 40 อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โดยขอให้ศาลมีคำวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา 160(4)และ(5) หรือไม่

ล่าสุดเวลา 15.45 น. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 มีคำวินิจฉัยให้ นายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ชวนเที่ยว เรือนจำชั่วคราวเขาเขื่อนลั่น ชมวิวหลักล้าน อ่างเก็บน้ำลำตะคอง

นครราชสีมา-รองผู้ว่าฯนครราชสีมา ชวนเที่ยว เรือนจำชั่วคราวเขาเขื่อนลั่น ชมวิวหลักล้าน อ่างเก็บน้ำลำตะคอง มอเตอร์เวย์ M6 กังหันลมเขายายเที่ยง พร้อมชิมกาแฟ อาหาร รสเลิศ และช้อปผลิตภัณฑ์จากฝีมือผู้ต้องขัง

นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายภัทรพงศ์ หมวกสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และคณะ ร่วมเยี่ยมชมและอุดหนุนอาหาร กาแฟ และผลิตภัณฑ์ฝีมือของผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว บนเขาเขื่อนลั่น หรือเรือนจำชั่วคราวเขาเขื่อนลั่น ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมากในช่วงนี้ เพราะเป็นจุดชมวิวหลักล้าน เป็นพื้นที่ของเรือนจำชั่วคราวเขาเขื่อนลั่น ซึ่งอยู่ในสังกัดเรือนจำกลางคลองไผ่ ซึ่งเป็นสถานที่เตรียมความพร้อมไว้สำหรับให้ผู้ต้องขังได้มาฝึกวิชาชีพก่อนจะคืนกลับสู่สังคม ทั้งการทำกาแฟ เบเกอร์รี่ ร้านอาหาร รวมทั้งยังมีบริการนวดแผนโบราณ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตโดยผู้ต้องขังด้วย

นายภัทรพงศ์ หมวกสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา กล่าวว่า บริเวณนี้เป็นพื้นที่ของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเรือนจำกลางคลองไผ่เป็นผู้ดูแล ด้วยพื้นที่ประมาณ 16 ไร่ ได้จัดให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิว สร้างความสุขใจให้ผู้มาเยือนได้เก็บภาพบรรยากาศผืนน้ำลำตะคองที่ขนานไปด้วยเทือกเขาสูง 2 ด้าน มองออกไปเห็นถนนสายมิตรภาพ และถนนมอเตอร์เวย์ M6 เส้นทางรถไฟภาคอีสาน และกังหันลมบนเขายายเที่ยง ซึ่งในแต่ละฤดูจะมีความสวยงามของวิวที่แตกต่างกัน สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนก็จะมีความสวยงามอีกอารมณ์

นอกจากนี้ ภายในบริเวณจะมีองค์พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ให้กราบสักการะ มีโซนให้ถ่ายรูปเช็คอินกับวิวธรรมชาติ มีสวนหย่อม สนามเด็กเล่น จุดนั่งชมวิว โซนคาเฟ่ โซนร้านอาหาร ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองไผ่ อาทิ รูปวาดสีน้ำมัน กระปุกออมสินทำจากกระดาษ กระเป๋า หมอน และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทุกโซนจะมีผู้ต้องขังที่ใกล้จะได้รับการพิจารณาให้พ้นโทษมาคอยให้บริการและโชว์ฝีมือแสดงศักยภาพความสามารถด้านวิชาชีพกันอย่างเต็มที่ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชมและมาแวะพักผ่อนได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 16.30 น. สำหรับเรือนจำชั่วคราวเขื่อนลั่น ตั้งอยู่เลขที่ 30 หมู่ 1 ถ.มิตรภาพ ต.ลำตะคลอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร. 044-323391-2

โดย…ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ / นครราชสีมา

ครูสาวร้องกองปราบฯ ถูกจ่าทหารเรือ หลอกให้รัก กู้เงินลงทุนสูญเงิน 1.3 ล้าน

ครูสาวร้องกองปราบฯ ถูกจ่าทหารเรือ หลอกให้รัก กู้เงิน มาลงทุนต่างๆ สูญเงิน 1.3 ล้าน บาท โอนเงินคืนเดือนละสองร้อยบาทยังโดนข่มขู่ เอาปืนลูกซองจี้หัว

เมื่อวันที่ 14 ส.ค.67 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม.จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีต สห.ทอ. และ ทนายเจส ณัฐปกรณ์ สุดชา พาผู้เสียหาย เป็นคุณครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกอดีตสามีที่ เป็นทหารเรือยศจ่า เอาปืนลูกซองจี้หัว จนผู้เสียหายร้องขอชีวิต พร้อมท้าทายให้แจ้งความ อ้างว่ามีแบ็คใหญ่ที่เคยเป็นหัวหน้าเขา อยู่ในกองทัพเรือ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความแล้วแต่คดีไม่คืบหน้า จึงกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน และล่าสุดยังโทรมาสอบถามว่า อยู่ไหน กลัวว่าจะโดนทำร้ายซ้ำ

น.ส.เอ(นามสมมุติ)อายุ 35 ปี เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับทางฝ่ายชาย ตั้งแต่ปี 2559 ตนมาบรรจุเป็นครูเป็น 2560 และได้ตกลงอยู่กินด้วยกัน ฝ่ายชายอ้างว่า อยากทำธุรกิจรถสองแถวเป็นธุรกิจครอบครัว วอนให้ตนไปกู้เงินมา 8 แสน ซื้อรถสองแถวให้ตนวิ่ง ตนจึงไปกู้มาให้เขาไปซื้อรถ สองแถว เขาโอนเป็นชื่อแม่เขา ไม่โอนเป็นชื่อตน และเขาให้ตนไปกู้เงินมา 3 แสน ซื้อรถตู้ เพื่อมาวิ่งงาน และก็ให้ตนกู้เงิน 5 หมื่นเพื่อมาซื้อโทรศัพท์ให้ เขายังขอทองที่ตนมีอยู่ไปจำนำ แต่ไม่มีการจ่ายดอกจนทองหลุดไป โดยรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.3 ล้านบาท

น.ส.เอ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่คบหากัน ฝ่ายชายมักอ้างว่าต้องไปเฝ้าร้านให้กับเจ้านาย กระทั่งปี 65 ตนจับได้ว่าฝ่ายชายนอกใจไปมีผู้หญิงคนอื่น จึงเกิดการทะเลาะกัน ตนจึงขอเลิกรา ทางฝ่ายชายได้มีการไล่ตนออกจากบ้าน และนำปืนลูกซองยาวใส่กระสุนปืนจ่อที่ศรีษะของตนพร้อมกับข่มขู่ว่า “แจ้งความไปเลย ไม่กลัว เพราะรู้จักใหญ่คนโต” โดยตนทราบมาว่าฝ่ายชายมีปืนในชื่อของตัวเองอยู่ทั้งหมดสามกระบอก ปืนพกสั้น 2 กระบอก และปืนลูกซองยาวอีก 1 กระบอก ตนรู้สึกกลัวจึงโทรให้น้องของตนมารับ

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า ซึ่งระยะเวลาที่ผ่านมาหนึ่งปีตนเคยติดต่อฝ่ายชายไปแล้ว 3 ครั้งเมื่อปี 66 แต่ทางผู้ก่อเหตุแจ้งว่าหากตนเรื่องมากจะไม่ได้อะไรเลย ตนกลัวจึงเว้นระยะเวลาไป ทำให้ไม่มีเงินใช้ จึงต้องไปกู้สหกรณ์มาเพิ่มเพื่อประทังชีวิต เพราะตนโดนหักหนี้สหกรณ์เดือนละ 16,000 -17,000 บาท โดยฝ่ายชายโอนเงินมาให้อ้างเป็นค่าเลี้ยงดูเดือนละ 200 บาทเท่านั้น

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ต่อมาในเดือนก.ค.67 ตนได้เดินทางไปแจ้งความที่สน.ราษฎร์บูรณะ เนื่องจากฝ่ายชายได้มีการโทรถามตนว่ายังพักอยู่ที่เดิมหรือไม่ ตนเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเพราะไม่รู้ว่าฝ่ายชายติดต่อมาเพื่อจะคืนเงินหรือมาทำอะไรกับตนหรือไม่ แต่เมื่อแจ้งความแล้วแต่คดีกลับไม่คืบหน้า เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการดำเนินการและติดต่ออะไรตน เพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น นอกจากนี้ตนมีการพูดคุยกับพ่อแม่ฝ่ายชายแต่ทางพ่อแม่ฝ่ายชายกลับบอกให้ไปเคลียร์กันเอง

ทนายเจส กล่าวว่า สำหรับเคสนี้เนื่องจากเป็นอดีตแฟนก็จะเข้าหลักเกณฑ์โรแมนซ์สแกม หลอกให้รักหมดใจแล้วหลอกให้ร่วมลงทุน และอีกหนึ่งความผิดในมาตรา 392 ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ก็จะพาผู้เสียหายมาร้องทุกข์และเข้าปรึกษากับทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ เพื่อหาทางช่วยแก่ผู้เสียหาย

ด้านจ่าคิงส์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากฝากไปถึงผู้บัญชาการทหารเรือ หรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยากฝากให้ดูแลเคสนี้ด้วย และอยากดูทางวินัยของข้าราชการที่เป็นจ่าทหารเรือ เพราะทางผู้เสียหายสูญเงินไปจำนวนมาก ซ้ำยังโดนขมขู่ หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินการนี้อย่างไรต่อไป

สืบนครบาลบุกรวบ “เอกกี้ หล่มสัก”โมเดลลิ่งเก๊ ตุ๋นแคสต์งาน ก่อนฉกทรัพทย์สิน

สืบเนื่องจากชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ได้สืบทราบว่า มีคนร้ายออกก่อเหตุลักทรัพย์ผู้อื่น ใช้นามว่า “เอกกี้ หรือแทน หรือบีม” โดยใช้วิธีหลอกผู้เสียหายว่าเป็นโมเดลลิ่ง เข้าไปคุยกับ ทำทีสนใจ แล้วขอเบอร์โทรไว้พูดคุยกับผู้เสียหาย จากนั้นจะหลอกพาไปแคสต์งานเพื่อเข้าวงการ และอาศัยช่วงที่พาผู้เสียหายไปทำผม ฉกเอาทรัพย์สินหนีหายไป

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.ฯ, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ, พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี และ พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ศราวุฒิ พิมพ์สุภาพร สว.ฯ หัวหน้าชุดปฎิบัติการที่1 ร.ต.อ.พงศกร อินทร์คง รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. และ จ.ส.ต.สัมฤทธิ์ แก้วสุริยา ผบ.หมู่ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น เจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. จับกุมตัว นายกรีลัลติกาล หรือเอกกี้ อายุ 43 ปี ภูมิลำเนา ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.979/2567 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ลักทรัพย์” จับกุมที่บริเวณบ้านเช่า ถ.สุขุมวิท48/2 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย จว.กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุได้มีชาย จำนวน 1 คน ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ได้เชิญชวนให้ผู้เสียหายมาเเคสต์เพื่อร่วมงานโฆษณา โดยได้นัดในวันที่ 20 พ.ค. 2567 ให้ไปเจอกันที่ห้างสรรพสินค้า ต่อมาได้ชวนผู้เเจ้งมาที่ตลาดมีนบุรี โดยอ้างว่ากองถ่ายอยู่ที่หลังตลาดมีนบุรี ต่อมาเวลาประมาณ 14.30 น. ชายดังกล่าวได้ให้ผู้เเจ้งเข้าไปทำผมอยู่ที่ร้านภายในตลาดมีนบุรี เมื่อทำผมเสร็จเเล้วปรากฏว่าชายดังกล่าวได้หายไป ผู้เเจ้งจึงได้ตรวจสอบทรัพย์สิน ทราบว่ามีทรัพย์ของตนที่วางเก็บใส่กระเป๋าไว้ ดังนี้ 1.Ipad Air 5 สีทอง ราคาประมาณ 23,000 บาท 2.Iphone สีขาว ราคาประมาณ 20,000 บาท ได้หายไปจึงมาเเจ้งความร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้ายในส่วนที่เกี่ยวข่้องตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติในฐานระบบ พบมีประวัติดังนี้
ปี 2551 คดีลักทรัพย์ สน.โชคชัย
ปี 2551 คดีลักทรัพย์ สน.ลุมพินี
ปี 2556 คดีลักทรัพย์ สภ.พระประแดง
ปี 2560 คดีลักทรัพย์ สน.ทองหล่อ
ปี 2565 คดีร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น สภ.เมืองกาฬสินธุ์
ปี 2567 คดีลักทรัพย์ สน.มีนบุรี (ที่ถูกจับนี้)

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การว่า ผู้ต้องหาได้เจอผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์และได้มีการพูดคุยกันทั่วไป โดยผู้ต้องหาแจ้งว่าตนได้ทำงานที่กองถ่ายและชวนมาลองแคสต์งาน จากนั้นจึงได้แลกเบอร์โทรศัพท์กันไว้ 2วันต่อมาผู้ต้องหาได้นัด ผู้เสียหายมาเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าและชวนมาทำทรงผมที่ตลาดมีนบุรี ก่อนที่จะไปแคสต์งาน หลังจากนั้นได้ยืมโทรศัพท์ผู้เสียหายโทรหาเพื่อนและ หลังจากนั้นได้อาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายทำผมอยู่นำกระเป๋าของผู้เสียหายไป ข้างในมี iPad Air 5 สีทอง ราคาประมาณ 23,000 บาทและ iPhone สีขาว ราคาประมาณ 20,000 บาท จากนั้นได้นำไปขายคนเขมรซึ่งรู้จักผ่านเพื่อน ชื่อนายแม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง แถวบริเวณหัวลำโพง ได้เงินมาราคา 16,000 บาทและเอาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาได้ก่อคดีลักทรัพย์โดยใช้แผนประทุษกรรมที่กล่าวมาข้างต้นทุกครั้งหลังจากถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำเพื่อหาเงินมาตั้งตัว จากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ฝากเตือนภัยไปยังประชาชนที่มีความฝันอยากเข้าวงการบันเทิง ปัจจุบันมิจฉาชีพมีอยู่เป็นจำนวนมาก ขอให้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ควรตรวจสอบที่มาที่ไปของโมเดลลิ่งให้รอบคอบ อย่าเชื่อใจคนง่าย เพราะถ้าพลาดไป อาจจะลวงไปลักทรัพย์ หรือล่วงละเมิดถูกแบล็กเมล์ และขอแจ้งประชาชน หากท่านเคยตกเป็นผู้เสียหายของผู้ต้องหารายนี้ ขอให้รีบแจ้งร้อยเวรทำการอายัดตัวโดยเร็วที่ สน.มีนบุรี

ตำรวจสกัดจับบรรทุกพ่วง 5 คัน ขนทรายน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.พิฆเนศ เตรียมเกิดทรัพย์ สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.นิพันธ์ อำพันดี รอง สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ท., ร.ต.อ.นราวิชญ์ เดชคง รอง สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ชาตรีสุขประเสริฐ, ร.ต.อ.สมโภช แทนขำ, ร.ต.ท.อาดูร พันกลั่น, ร.ต.ต.ศิวัฒน์ ชนะพาล รอง สว.(ป.) ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., ด.ต.เจษฎา ชมดวง, จ.ส.ต.พยุง โสดา, จ.ส.ต.กิตตฐณัฐฏ์ รสฉ่ำ ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม 1.นายบงกรฯ อายุ 63 ปี 2.นายสมชัยฯ อายุ 34 ปี 3.นายสมศักดิ์ฯ อายุ 48 ปี 4.นายเสกสรรฯ อายุ 32 ปี 5.นายสมเกียรติฯ อายุ 47 ปี

ทั้งนี้ในความผิดฐาน
1. “ใช้ยานพาหนะน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเดินบนทางหลวง” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2549) มาตรา 61 ประกอบประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน และผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทาน ฉบับที่ 7 ข้อที่ 20/1 (ผู้ต้องหาที่ 1 – 5)
2. “ใช้รถในการขนส่งไม่ชำระภาษีประจำปี” พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 (ผู้ต้องหาที่ 1 – 4)

พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.รถบรรทุก ยี่ห้อ ฮีโน่ สีม่วง, แดง, ส้ม, เหลือง ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวแม่), ส่วนพ่วง สีม่วง, แดง, ส้ม, เหลือง ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวลูก) (ผู้ต้องหาที่ 1)
2.รถบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ สีม่วง, แดง, เหลือง ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวแม่), ส่วนพ่วง สีม่วง,แดง, เหลือง ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวลูก) (ผู้ต้องหาที่ 2)
3.รถบรรทุก ยี่ห้อ ฮีโน่ สีน้ำเงิน, ฟ้า, เหลือง, แดง, ส้ม, ม่วง, เทา, ขาว ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวแม่), ส่วนพ่วง สีน้ำเงิน, ฟ้า, เหลือง, แดง, ส้ม, ม่วง, เทา, ขาว ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวลูก) (ผู้ต้องหาที่ 3)
4.รถบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ สีม่วง, แดง, เหลือง ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวแม่), ส่วนพ่วง สีม่วง,แดง, เหลือง ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวลูก) (ผู้ต้องหาที่ 4)
5.รถบรรทุก ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว, ม่วง, ส้ม, เหลือง, แดง, เขียว ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวแม่), ส่วนพ่วง สีขาว, ม่วง, ส้ม, เหลือง, แดง, เขียว ชนิด 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น (ตัวลูก) (ผู้ต้องหาที่ 5)

โดยสถานที่จับกุม บริเวณ ทล.366 กม.5-6 ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ซึ่งมีพฤติการณ์ ตามนโยบายของรัฐบาล และผู้บังคับบัญชาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลพบุรี กวดขันปราบปรามรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงได้มีการออกตรวจบริเวณทางหลวงในเขตพื้นที่รับผิดชอบจังหวัดลพบุรี และประกอบกับได้รับแจ้งเบาะเเสว่าจะมีรถบรรทุกซึ่งละเมิดกฎหมายบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขับขี่มาในเส้นทางทางหลวงหมายเลข 366 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ต่อมาพบรถบรรทุกพ่วง จำนวน 5 คัน วิ่งมาบนถนนลักษณะน่าเชื่อว่าจะมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบพบว่ารถบรรทุกพ่วงทั้ง 5 คัน บรรทุกทรายเต็มพิกัดมาจากท่าทรายในเขตจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อจะเอาไปส่งให้ลูกค้าที่อยู่ในจังหวัดสระบุรี

เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถบรรทุกขึ้นชั่งเพื่อตรวจสอบยืนยันน้ำหนัก ปรากฏว่าน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไปกว่า 30-40 ตัน ซึ่งรถประเภทนี้กฎหมายกำหนดให้น้ำหนักบรรทุกรวมรถได้เพียง 50.5 ตัน เท่านั้น จากการตรวจสอบเพิ่มเติมรถบรรทุกพ่วงผู้ถูกจับบางรายไม่ได้ชำระภาษีประจำปี อีกทั้งยังพบว่ามีรถบางคันเคยถูกตำรวจทางหลวงลพบุรีจับกุมในฐานความผิดใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมาก่อนหน้านี้ จนกระทั่งมากระทำผิดซ้ำในครั้งนี้อีก จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้จับกุม พร้อมตรวจยึดรถบรรทุกและสิ่งของที่บรรทุกไว้เป็นของกลาง และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ​

นักวิชาการ มข.มั่นใจ “เศรษฐา” รอดแน่ เพราะศาลการเมืองมีเป้าหมายชัดเจน

นักวิชาการ มข.มั่นใจ “เศรษฐา” รอดแน่ เพราะศาลการเมืองมีเป้าหมายชัดเจน ย้ำชัดเงินดิจิตอลวอลเล็ตได้ใช้จริงปลายปีเพื่อสร้างหนี้บุญคุณและภาพจำ แต่หากทำไม่ได้เลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อไทยได้ ส.ส.ต่ำกว่า 50 คนแน่

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2567 รศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข.เปิดเผยว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคุณสมบัติของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้ ( 14 ส.ค.) ซึ่งโดยส่วนตัวยืนยันว่าคุณเศรษฐาผ่าน ซึ่งก็เป็นไปตามที่หลายคนมองและวิเคราะห์ เพราะศาลรัฐธรมนูญ ซึ่งเป็นศาลการเมือง ต้องมองสถานการณ์ด้วย เพราะหากคุณเศรษฐาติดคดี ต้องล้มล้างทั้งกระดานที่กำลังทำ เพราะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลและ ครม.ขึ้นมาใหม่ ขณะที่เศรษฐกิจของไทยนั้นชะลอตัว เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นสิ่งที่กำลังทำจะหยุดชะงักไปทั้งหมด ศาลจึงมองในข้อนี้เข้ามาเพิ่มเติมด้วย

“ขณะที่เงินดิจิตัลวอลเล็ตชัดเจนว่า รัฐบาลมีจุดมุ่งหมายอยู่ 2 ประการ คือต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและต้องการสร้างคะแนนนิยมและเอาชนะก้างไกลและพรรคประชชนให้ได้ เหตุผลก็มีเท่านี้น ซึ่งทั้ง 2 เหตุผลที่ระบุก็ไปด้วยกันได้ แต่ดูจริงๆแล้วตอนนี้ การเอาชนะก้าวไกลให้ได้ดูเหมือนจะเป้นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและหลายคนต้องการ ส่วนจะมาระบุว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะเป็นลมและแรงเหวี่ยง 4 ทิศ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมาระบุชัดเจนแล้วมีผลน้อยมาก ทำให้รัฐบาลจะต้องนำนโยบายอื่นและเหตุผลอื่นๆมากระตุ้นอีก”

รศ.ดร.พรอัมรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า นโยบายเงินดิจิตัลวอลเลตน่าจะมีการเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปลายปี พอเงินกลับบ้านได้เอาเงินไปใช้ ในท้องถิ่นตนเอง มันสร้างภาระหนี้บุญคุณ ซึ่งเป็นนโยบายประชานิยม สร้างระบบอุปถัมภ์ ซึ่งมั่นใจว่าทำได้เพราะพูดและแก้ปัญหาต่างๆมาตลอด ซึ่งถ้าทำไม่ได้ ก็จบเป้นพรรคการเมืองที่ต่ำกว่า 50 ที่นั่งสมัยหน้าแน่ๆ

“การที่พรรคเพื่อไทยและอีกหลายพรรคแพ้พรรคก้าวไกล และมั่นใจว่าจะแพ้ให้กับพรรคประชาชน เสียหน้านายใหญ่อย่างมากและนายใหญ่นั้นยอมรับไม่ได้และแม้จะมาเกมส์นี้คุณทักษิณ ก็จะช่วยสถานการณ์ได้น้อยมาก แต่สถานการณ์ตอนี้ไม่มีใครเด่นเท่าคุณทักษิณ เพราะคุณทักษิณเป็นสัญลักษณ์ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและจะต้องทำงานต่อ ประกอบกับคุณทักษิณมีเลือดทางการเมืองอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ก็ต้องไม่หยุด คนที่เคยมีอำนาจมันจะเสพติดอำนาจ ไม่มีทางที่จะวางมือง่ายๆและไม่มีทางที่จะมาเลี้ยงหลานอย่างแน่นอน”

ผัวโหดฆ่าเมีย มีดจ้วงแทง 3 แผล อ้างฉุนขาดโดนด่าลามพ่อแม่

บุรีรัมย์- ตำรวจ สภ.คูเมือง คุมสอบหนุ่มฆ่าเมีย อ้างเมาหนักจำไม่ได้ รู้แค่เพียงโดนด่าลามพ่อแม่ จึงคว้ามีดใกล้ตัวแทง 3 แผล เสียชีวิต แล้วหลบหนีไปอยู่บ้านพ่อแม่ต่างอำเภอ ก่อนสำนึกผิดให้แม่พาเข้ามอบตัว

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 67 พ.ต.ท.ชนะมาร เต็นปักษี สว.(สอบสวน) สภ.คูเมือง พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันคุมตัว นายณัฐเศรษฐ์ ชุมเสนา อายุ 32 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ จาก สภ.แคนดง มาสอบสวนที่ สภ.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมานายณัฐเศรษฐ์ ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง นางลำไพร ชูชาติ อายุ 49 ปี ภรรยาจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐเศรษฐ์ สารภาพว่าเป็นคนแทงภรรยา ส่วนสาเหตุจำไม่ค่อยได้ เพราะเมาอย่างหนัก เท่าที่รู้ภรรยาด่าตนด้วยถ้อยคำรุนแรง ลามด่าไปถึงพ่อแม่ จึงกระชากคอแล้วใช้มีดที่อยู่ใกล้มือภายในบ้านแทงเข้าไป 3 ครั้ง หลังจากนั้นรู้ว่าภรรยาเสียชีวิต จึงเอาผ้าห่มมาคลุมแล้วหนีไปบ้านพ่อแม่ที่ อ.แคนดง พอรุ่งเช้าสำนึกผิด แม่จึงพามามอบตัวที่ สภ.แคนดง ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน

จากการสอบถาม นายสิงหนาท โพธิ์ใส อายุ 22 ปี ลูกชายผู้ตาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันเกิดของตน แม่จึงจัดงานวันเกิดให้ที่บ้าน มีคนมาร่วมฉลองกินกันประมาณ 10 คน ภายในงานมีแม่ เพื่อนแม่ และพ่อเลี้ยงอยู่ด้วย จากนั้นฉลองไปตามปกติ ทำอาหารมากินกันอย่างสนุกสนาน ยอมรับว่าไม่มีใครรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน เพราะในงานพ่อเลี้ยงกับแม่ไม่ได้ทะเลาะกันเลย หลังจากเป่าเค้กเสร็จ แม่กลับไปที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของตนประมาณ 30 เมตร เพราะแม่มีอาการเมา ส่วนพ่อเลี้ยงยังอยู่ในงานต่อ ยอมรับว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ด้าน นางพัชรี กั้นไธสง อายุ 50 ปี ซึ่งอยู่ในงานวันเกิด เล่าว่า ตอนกินด้วยกันไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณตี 1 จึงรู้ว่าลำไพรถูกแทง สิ่งที่ตนงงคือไม่ได้ยินเสียงทะเลาะกันเลย และทั้งคู่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันในงานเลี้ยง ไม่คิดว่าจะทำรุนแรงขนาดนี้ ส่วนตัวคาดว่าเป็นเพราะเมาสุราจนจำอะไรไม่ได้

จากการตรวจสอบสภาพศพ พบว่าผู้ตายถูกแทงบริเวณหน้าอก ลำคอ และท้องจนเสียชีวิต เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” เพื่อดำเนินคดีกับ นายณัฐเศรษฐ์ ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ไทยตื่นตัวเร่งสกัด เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สารเคมีพิษกว่า 100 ตู้จากแอลเบเนีย

หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร หรือ NGO ด้านสิ่งแวดล้อม 3 แห่ง ได้แก่ เครือข่าย Basel Action Network (BAN) สหรัฐอเมริกา องค์กร Friends of the Earth ที่ประเทศแอฟริกาใต้ และมูลนิธิบูรณะนิเวศ หรือว่า EARTH ที่ประเทศไทย ได้ออกมาเรียกร้องทางการหลายประเทศให้มีการสกัดจับเรือขนสินค้า 2 ลำต้นทางจากแอลเบเนีย ขนขยะพิษจำนวน 816 ตัน ปลายทางมุ่งสู่ท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้

บาเซล แอคชั่น เน็ทเวิร์ค หรือ BAN ในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบและติดตามการซื้อขายสารพิษ และก่อนหน้านี้ ได้แจ้งไปยังประเทศมาเลเซีย ให้ระวังและตื่นตัวกับการขนส่งของเสียที่เป็นสารพิษที่ผิดกฎหมาย ก่อนที่จะแจ้งมายังประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้ระวังและตื่นตัวกับเรือขนส่งสินค้าดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีของเสียปนเปื้อนสารพิษประเภทฝุ่นที่เกิดจากกระบวนการผลิตเหล็กด้วยเตาอิเล็กทริกอาร์กเฟอร์เนซ

จากการติดตามเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้า MAERSK CAMPTON ซึ่งบรรทุกสิ่งของที่เชื่อว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุขยะอันตรายประมาณ 327 ตัน ซึ่งมีกำหนดจะเทียบท่าที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เรือกลับหายไปจากระบบเฝ้าระวังของรัฐบาลแอฟริกาใต้ ซึ่งทางการแอฟริกาใต้ได้ออกดำเนินการค้นหาเรือลำดังกล่าวแต่ไม่พบ และกำลังเร่งตามหาพิกัดของเรือลำนี้อยู่

นอกจากนี้ BAN ยังระบุอีกว่า เรือลำนี้เป็นเรือลำแรกจากเรือทั้งหมดสองลำที่บรรทุกสารเคมีพิษในตู้คอนเทนเนอร์หลายร้อยตัน จากแอลเบเนียมายังประเทศไทยเป็นปลายทางสุดท้าย ขณะที่ข้อมูลติดตามการขนส่งสินค้าทางเรือของเว็บไซต์เอ็มเอสซี พบว่ามีการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ขนาดความยาว 20 ฟุต จำนวน 40 ตู้ ลงที่ท่าเรือดูร์เรส (Durres) ประเทศแอลเบเนีย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อเดินทางมายังท่าเรือที่สิงคโปร์ในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ ต่อจากนั้นจะเดินทางต่อมายังท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย ในวันที่ 20 สิงหาคม นอกจากนี้ยังมีตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกสารพิษอีก 60 ตู้ ที่เดินทางมากับเรือ MAERSK CANDOR อีกลำ เพื่อขนส่งตู้คอนเทนเนอร์มายังสิงคโปร์ด้วย

ขณะที่ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ประเทศไทย และชาติอื่นๆ ในอาเซียน กลายเป็นปลายทางของการทิ้งขยะสารพิษจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกสกปรกไปจนถึงของเสียทางอุตสาหกรรม และของเสียอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากมีการนำเข้ามาในพื้นที่ จะส่งผลทำให้เกิดการปนเปื้อนสารพิษในภาคการเกษตร ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน จึงควรรีบดำเนินการสกัดการขนส่งเข้ามาอย่างเร่งด่วน

“ธนดล”บุกตรวจ โกลด์ เมาเท่น รีสอร์ท วังน้ำเขียว รุกที่ สปก.73 ไร่

“ธนดล”บุกตรวจโกลด์ เมาเท่น รีสอร์ท วังน้ำเขียวรุกที่ สปก.73 ไร่พบศาลตัดสินให้คืนตั้งแต่ปี 63 แต่ยังดื้อแพ่งไม่คืน

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.67 ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายธนดล สุวัณนะฤทธิ์ ประธานคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน พร้อมนายกฤษฎา อินทามระ ทนายปราบโกง/คณะทำงานฯ ลงพื้นที่ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. บก.ปทส. , เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อตรวจสอบโกลด์เมาเท่น รีสอร์ท ในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนาย วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน(คปต.) ผู้ที่รับเรื่องร้องเรียนจาก จนท.รัฐ ไว้ตั้งแต่สมัยปี 2552 หลังจากนั้น ไปติดคุกเขมร วันนี้จึงมาร่วมกันตรวจสอบเอาผิดผู้ที่บุกรุกที่ ส.ป.ก.

นายธนดล กล่าวว่า เรื่องนี้สืบเนื่องมาจาก นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ปี 2552 ว่ามีนายทุนมีอิทธิพลมาครอบครองพื้นที่ภูเขาขนาด 73 ไร่ เพื่อทำรีสอร์ทหรู ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร แต่ไม่ได้ตามต่อเนื่องจากติดปัญหาส่วนตัว ซึ่งต่อมาปี 2556 ส.ป.ก. ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งกับ นายธนิก (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1, นายประนอม (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2, นางปราณี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 ผู้เป็นเจ้าของรีสอร์ท ให้รื้อถอน ขับไล่ และเรียกร้องค่าเสียหาย

ต่อมาปี 2560 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้รื้อถอนและออกจากพื้นที่ และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 1.7 ล้านบาท พร้อมค่าปรับ และต่อมาปี 2561 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น กระทั่งปี 2563 ส.ป.ก. ก็บังคับคดีให้รื้อถอนแต่ไม่ยอมรื้อถอน และทราบว่ายังเปิดกิจการอยู่

วันนี้คณะทำงานฯ จึงมาร่วมกันตรวจสอบเอาผิดผู้ที่บุกรุกที่ ส.ป.ก. ดังกล่าว แต่ปรากฏว่าไม่พบการเปิดให้บริการแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ยังเชื่อว่ามีคนคอยเฝ้าดูแลอยู่ เพราะคดีสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่ปี 2563 จนทุกวันนี้ปี 2567 แล้ว สภาพพื้นที่ยังคงไม่รกร้างหญ้าถูกตัดตกแต่งอยู่

นายธนดล กล่าวทิ้งท้าย ประเด็นที่ว่า ส.ป.ก. ทำไมไม่ฟ้องคดีอาญาตั้งแต่แรก ทั้งๆ ที่ทำได้ เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ส่วนนี้ขอไม่ตอบคำถาม แต่เดี๋ยวจะไปจัดการตามขั้นตอนต่อไป

“ตนได้รับมอบหมายจาก ท่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่าท่านให้จัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งครั้งนี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้น Kick Off เพื่อเป็นตัวอย่างให้รีสอร์ทต่างๆ ซึ่งตามข้อมูลแล้วมีอีกกว่า 400 รีสอร์ท ซึ่งเดี๋ยวผมจะจัดการให้หมด”

ด้านนายวีระ สมความคิด กล่าว ตนได้รับการร้องเรียนจาก จนท.รัฐ ตั้งแต่ปี 2552 มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตรวจสอบ จน 2554 ตนไปติดคุกที่กัมพูชา จนปี 2565 ตนได้มีการติดตามเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ตนพบว่า สปก.นครราชสีมา น่าจะมีการละเว้น ซึ่งได้ยื่นเรื่องร้องไปทาง ป.ป.ช.ตั้งแต่ปี 2565 ให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐหลายคน เรื่องยังค้างอยู่ที่ ป.ป.ช. ต่อมาคุณธนดล ทราบเรื่องว่าตนเป็นเจ้าของเรื่องนี้ จึงประสานให้ตนลงมาร่วมกันตรวจสอบในวันนี้ด้วยกัน เรื่องนี้คดีสิ้นสุดมาตั้งแต่ปี 2563 แล้วว่าจะต้องส่งคืนให้ สปก ตั้งแต่ปี 63 ผ่านมา 4 ปี ก็ดูกันเอง สิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่เหล่านี้ยังเห็นอยู่ในสภาพดี แสดงว่าจะต้องมีคนคอยดูแลแน่นอน แม้จะอ้างว่ามีกาส่งมอบแล้วแต่กลับใส่กุญแจปิดไว้ ไม่ใช้กุญแจของทางหน่วยงานราชการเลย แบบนี้จะอ้างว่าส่งมอบทรัพย์สินให้ตามที่บังคับคดีได้อย่างไร แสดงให้เห็นว่าเขายังคงครอบครองอยู่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล

นายกฤษฎา ทนายปราบโกง กล่าวว่า ตนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ช่วยคุณธนดลแล้วหลายครั้ง วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดึ คนที่บุกรุกที่ สปก เหล่านี้ต้องใช้ยาแรง จะมัวเอาแต่ฟ้องแพ่งก็ไม่เกรงกลัวกฎหมาย จะดื้อแพ่งไปเรื่อยๆ จำเป็นต้องใช้คดีอาญามาจัดการ คนพวกนี้กลัวคุกตะรางถึงจะยอมคายออกมา

เลขก้าวไกลขายดีคอหวยแห่กว้านซื้อเกลี้ยงแผงหวังลุ้นโชค

ขอนแก่น-คอหวยกว๊านซื้อเลขก้าวไกลขายดี ขณะที่เลข “เศรษฐา”14 ที่ตัดสินคุณสมบัติ ขายยาก แม่ค้าเผย 11-12-111-112 ขายดีสุดๆ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ส.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศของการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ภายใยเขตเทศบาลนครขอนแก่น เนื่องจากใกล้ถึงวันออกสลากฯรางวัลในวันที่ 16 ส.ค.ที่จะถึงนี้ซึ่งพบว่าช่วงนี้กลุ่มเลขที่เกี่ยวกับทางการเมืองได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเลขที่เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกลไม่ว่าจะเป็น 11,12,111,112 ที่โดนตัดสินยุบพรรคเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมาขายดี ขณะที่ เลข 14 ซึ่งตรงกับวันที่ 14 สค.วันอ่านคำพิพากษาของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินคุณสมบัติในวันพรุ่งนี้ยังเหลือเพียบ

นางกัญญาภัทร ขะพินิจ แม่ค้าจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ยอมรับว่าทุกวันลูกค้ามาสอบถามหากลุ่มเลขที่เกี่ยวข้องกับกรเมือง โดยเฉพาะเลขที่เกียวกับพรรคก้าวไกลที่ยังคงเป็นกระแสและได้รับความสนใจอย่างมาก คนมาถามหาเลขทั้ง 11,12 นอกจากนี้ยังคงมีกลุ่มเลขเกี่ยวกับทางการเมืองของนายเศรษฐา ที่ศาลจะตัดสินคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีในวันที่ 14 นี้ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

“ข่วงนี้ที่สนใจของประชาชนว่าจะอยู่หรือจะไปคนก็เลยหาเลขกลุ่มนี้มาเสี่ยงดวง ยิ่งเป็นเลขของพรรคก้าวไกลยิ่งได้รับความนิยมคนหาซื้อเยอะเลยไม่ว่าจะเป็นเลขอะไรก็แล้วแต่คนเอาทุกเลขตอนนี้หมดแล้วเลขที่ได้รับความนิยมยิ่ง 11 หมดเร็วมากคนมาถามหาทุกวัน”

ขณะที่นางปราถนา สมคะเณย์ อายุ 58 ปี แม่ค้าจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า เลขเกี่ยวกับการเมืองของพรรคก้าวไกลขายดีทุกวัน แต่ก็ยังคงมีเลขที่ลูกคัาสนใจคือ ก็เลข 05,50 และ 15,51 ซึ่งเป็นกลุ่มเลขของน้องไอติมซึ่งคนถูกต่อกันมา 2-3 งวดแล้ว ขณะที่เลขที่จะตัดสินนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ไม่มีคนมาถามมากนัก จึงเป็นเลขที่ไม่ได้รับความนิยม

“ช่วงนี้ขายไม่ดีเพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีคนไม่มีเงิน และต้องประหยัด และซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่่จำเป็นเท่านั้น ประกอบกับ คนขายสลากฯเยอะขึ้นแต่คนซื้อลดลง แต่ละงวดต้องลุ้นจนถึงนาทีสุดท้ายว่าจะขายหมดหรือไม่ บางงวดก็หมดบางงวดก็เหลือ 40-50 ใบ ก็ต้องเก็บไว้ลุ้นเองถูกก็ดีไปไม่ถูกก็ถือว่างวดนั้นไม่ได้กำไร”