ฝนตกหนัก น้ำโขงหนุนสูงจ่อล้นตลิ่ง หวั่นท่วมพื้นที่เศรษฐกิจนครพนม

นครพนม น้ำโขงจ่อวิกฤติล้นตลิ่ง แตะ 9 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติแค่ 3 เมตร ในรอบสองวันเพิ่มขึ้นเกือบเมตร เศษไม้ลอยเกลื่อนขวางทางเรือโดยสารข้ามฟากไทย-ลาว เสี่ยงอุบัติเหตุ ต้องเดินเรือระมัดระวัง สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง หวั่นน้ำโขงหนุนท่วมพื้นที่ชุมชน ย่านเศรษฐกิจ

สถานการณ์ระดับน้ำโขงที่จ.นครพนม เริ่มจ่อจุดวิกฤติ หลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ รวมถึงฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือ ล่าสุดระดับน้ำโขงเพิ่มรวดเร็วในรอบ 2 วันที่ผ่านมา ระดับเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เมตร อยู่ที่ระดับประมาณ 9.50 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่งประมาณ 3 เมตร คือที่ระดับ 12 เมตร หากถึงจุดล้นตลิ่งจะต้องเตรียมพร้อมรับมือในพื้นที่ชายแดน 4 อำเภอ วางแผนป้องกันน้ำท่วมชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ เนื่องจากน้ำไหลลงน้ำโขงช้า คาดว่าจะมีการเพิ่มระดับต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังพบว่าริมตลิ่งในพื้นที่ อ.เมืองนครพนม บางจุดที่ต่ำเริ่มมีน้ำโขงทะลักท่วมถนน เขื่อนป้องกันตลิ่งแล้ว

ขณะเดียวกันภายหลังน้ำโขงเพิ่มรวดเร็ว ทำให้มีเศษไม้ขนาดใหญ่ สิ่งปฏิกูล ลอยมากับน้ำโขงจำนวนมาก ทำให้ขวงทางเรือ เป็นอุปสรรคในการเดินเรือโดยสารข้ามฟากไทย-ลาว ระหว่างนครพนมกับแขวงคำม่วน ต้องระมัดระวังและใช้เวลาการเดินเรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยทางหน่วยงานกรมเจ้าท่าแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการเดินเรือด้วยความระมัดระวัง บรรทุกในน้ำหนักเหมาะสม และเตรียมอุปกรณ์ชูชีพ เข้มความปลอดภัย ดูแลประชาชน นักท่องเที่ยว ในการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ.

สตรีนนท์อนุรักษ์สืบสานผ้าไทย เนื่อง ใน “วันแม่แห่งชาติ” และเทิดพระเกียรติ “พระมารดาแห่งผ้าไทย

นางระพีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิด งานสตรีนนท์อนุรักษ์สืบสานผ้าไทย เนื่อง ใน “วันแม่แห่งชาติ” และเทิดพระเกียรติ “พระมารดาแห่งผ้าไทย”

เมื่อวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2567 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ลานกิจกรรม ชั้น G อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงานสตรีนนท์อนุรักษ์สืบสานผ้าไทย เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานผ้าไทยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระมารดาแห่งผ้าไทย” โดยสมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนไทยจังหวัดนนทบุรีร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรีและศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะได้จัดงาน “สตรีนนท์อนุรักษ์สืบสานผ้าไทย”

ซึ่งในงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้นำสตรี นำโดย นางอนงค์ วรวรรณปรีชา นายกสมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนไทย พร้อมคณะจัดกิจกรรม การออกร้านสินค้าของกลุ่มสตรี กว่า 10 บูท โดยมี นายสุริยัน บุญยมโนนุกุล นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวนนทบุรี ร่วมเดินแบบชุดผ้าไทย พร้อมกับหน่วยงานหัวหน้าส่วนราชการ คหบดี และแขกผู้มีเกี่ยรติจำนวน 70 ชุด เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาในเดือนสิงหาคม 2567

ภายในงานนี้ ครูฑามก์ สิปปสยาม ผู้ก่อตั้งและฟื้นฟู โรงเรียนร้าง 120ปี ที่เป็นโรงเรียนแห่งแรกของอำเภอปากเกร็ด เพื่อทำศูนย์เรียนรู้ ในนาม “ศิลป์สยามศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมเกาะเกร็ด” ได้นำนักศึกษาจาก วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ นนทบุรี มาร่วมเดินแบบชุดผ้าไทยเพื่อสืบสานอนุรักษ์ผ้าไทย ด้วยการสวมใส่ผ้าไทยให้สนุก และเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนนิยมไทย

ครั้งแรกในไทย ขนทัพนักแสดงมาจัดอุปรากรจีนเยาวชนกวางตุ้ง

สมาคมส่งเสริมอุปรากรจีนกวางตุ้งซิงไฟ จากฮ่องกง เปิดการแสดงอุปรากรจีนเยาวชนกวางตุ้ง (Sing Fai Bangkok Premiere Cantonese Opera Heritage) ครั้งประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์งิ้วกวางตุ้งและมุ่งมั่นในการพัฒนานักแสดงรุ่นต่อไป ด้วยการส่งเสริมให้ศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีความรักได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของงิ้วกวางตุ้ง โดยมีเป้าหมายที่จะนำศิลปะอันล้ำค่านี้ไปสู่ในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งที่ผ่านมางิ้วกวางตุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติโดยยูเนสโก ในปี 2009

ด้วยคุณค่าทางศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการรักษามานานหลายศตวรรษ โดยการแสดงฯ ในประเทศไทยได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ในกรุงเทพฯ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงในกรุงเทพมานคร และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรี โดยมีผู้สนใจจองบัตรเข้าชมเต็มทั้ง 2 วัน รวมเป็นจำนวนกว่า 1,200 คน

สำหรับการแสดงอุปรากรจีนกวางตุ้งในครั้งนี้ ได้นำเสนอในเรื่องที่ได้รับความนิยม อาทิ 1)ม้าเหล็กทวนทอง (Making a Mass Pledge) เมื่อบ้านเมืองโดนคนทรยศทำลาย ขุนนางที่ซื่อสัตย์ถูกฆ่า ประชาชนจึงต้องตามนายทหารที่เกษียณอายุให้มาช่วยเหลือและรวมพลังประชาชนเข้าต่อต้านกับข้าศึก 2)นางฟ้ามอบบุตร (Farewell by the Ash Tree) นางฟ้าคนที่ 7 พบรักกับชายหนุ่มยากจนในโลกมนุษย์ ต่อมาเง็กเซียนฮ่องเต้ทราบเรื่องจึงให้นางกลับสวรรค์ ก่อนไปนางจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้สามีได้ทราบใต้ต้นไม้ 3)หอรักนิรันดร์ (Departure) พระขนิษฐาของเจ้าชายเดินทางกลับบ้านเกิด

แม่ทัพต่างแดนที่เป็นคู่รักได้มาส่ง และร้องเพลงรักจากลาซึ่งกันและกัน 4)สิบปีในวังสุย (Princess Le Chang) ตำนานของความรักและการเสียสละ เมื่อบ้านเมืองแพ้สงคราม องค์หญิงจึงต้องปลอมตัวถ่วงเวลาเพื่อให้ราชบุตรเขยได้หลบหนี ทำให้นายทหารนับถือในความกล้าและช่วยหลบหนีออกไป 5)ความฝันในหอโบตั๋น (The Phantom Union) หญิงสาวฝันว่าได้พบบัณฑิตหนุ่มรูปงาม ต่อมาหญิงสาวได้ป่วยตาย บัณฑิตได้พบหญิงสาวปรากฏตัวในความฝัน และบอกให้ชายหนุ่มมาเปิดโลงศพในปีหน้า เพื่อช่วยให้นางได้ฟื้นคืนชีพ

6)เหมยแดงคืนชาติ (Encountering a Beauty When Picking Plum Blossoms) ตำนานความรักผิดตัว บัณฑิตหนุ่มได้พบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีหน้าตาเหมือนหญิงที่ตนเคยหลงรัก และทำให้เกิดความรักครั้งใหม่ที่ไม่คาดคิด 7)ระบายทุกข์ในโรงเตี๊ยม (Venting the Grievances at the Inn from Revenge at Guang Chang Long)  เรื่องราวการร้องขอความเป็นธรรม พ่อค้าไปเข้าพักในโรงเตี้ยม และถูกผีสาวหลอก ผีได้เล่าเรื่องราวสาเหตุที่ทำให้นางต้องผูกคอตาย จึงรู้สึกเห็นใจและเข้าช่วยเหลือพานางไปฟ้องศาล 8)พบฝันที่ไทหวู (Meeting at Lake Tai in a Dream) คู่รักพบกันในความฝันที่ทะเลสาบไทอันลึกลับ แต่โศกนาฏกรรมยังคอยติดตามการกลับมาพบกันอีกครั้ง 

โดยสมาคมซิงไฟ (Sing Fai Cantonese Opera Promotion Association Limited) นั้นเป็นองค์กรศิลปะที่ไม่แสวงหากำไร จดทะเบียนในฮ่องกง ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ ค.ศ.2008 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนานักแสดงอุปรากรจีนกวางตุ้งรุ่นเยาว์ ให้สืบทอดรูปแบบศิลปะแบบดั้งเดิม ที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้จัดการเรียนการสอนให้เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 2-24 ปี ไปแล้ว 6 รุ่น จำนวนกว่า 60 คน และยังได้เข้าร่วมการแข่งขันเพลงและอุปรากรจีนกวางตุ้งหลายครั้ง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปี ค.ศ.2017 ได้ถูกเชิญไปร่วมแข่งขันในงานครบรอบ 20 ปี เขตปกครองฮ่องกง ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเกาลูน, มีส่วนร่วมในกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อให้ต่างชาติได้รู้จักความงดงามของอุปรากรจีนกวางตุ้ง

รวมถึงการไปจัดแสดงที่ประเทศแคนาดา, สหรัฐ และสิงคโปร์ ซึ่งจากผลงานได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางสมาคมฯ ในการเผยแพร่ความงดงามของงิ้วกวางตุ้งสู่สากล การอุทิศตนในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และการพัฒนาเยาวชน เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามรดกของรูปแบบศิลปะอันงดงามนี้ จะยังคงเจริญรุ่งเรืองสำหรับคนในรุ่นต่อไป

หนุนปลูก “มะลิ” ดอกไม้ประจำวันแม่ สร้างโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกร

เมื่อเข้าสู่ช่วงสิงหาคมเป็นช่วงเทศกาลที่ต่างนึกถึงดอกมะลิ ดอกไม้ประจำวันแม่ ตัวแทนของความรักและความกตัญญู เนื่องจากดอกมะลิ ถือเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความกตัญญู และความปรารถนาดี นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสทองของเกษตรกรชาวสวนมะลิที่ขายได้ราคาดี  

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกดอกมะลิในประเทศ ประมาณ 2,200 ไร่ แหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม นครสวรรค์ พิจิตร ปทุมธานี และจังหวัดสมุทรสาครมีปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 850 – 1,100 กิโลกรัม/ไร่ ราคาขายในปี 2566/67 ช่วงระหว่างเดือนมีนาคม – เดือนกรกฎาคม และเดือนกันยายน – เดือนตุลาคม เฉลี่ยอยู่ที่ 250 – 700 บาท/กิโลกรัม และราคาขายมีการปรับตัวสูงขึ้นในเดือนสิงหาคม และระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ยอยู่ที่ 700 – 1,500 บาท/กิโลกรัม 

สำหรับสายพันธุ์มะลิที่นิยมปลูกเป็นการค้ามะลิที่นิยมปลูกเพื่อใช้สำหรับเป็นการค้าโดยส่วนใหญ่ได้แก่ มะลิลา ซึ่งมะลิลา จะมี 3 สายพันธุ์ที่เป็นพันธุ์ส่งเสริม ได้แก่ พันธุ์เเม่กลอง มีลักษณะทรงพุ่มใหญ่หนาเเละเเน่นทึบ เจริญเติบโตเร็ว ดอกใหญ่กลมเเละมีช่อดอก 1 ชุด ชุดละ 3 ดอก พันธุ์ราษฎ์บูรณะ ลักษณะทรงพุ่มเล็กกว่าพันธุ์แม่กลองเเละค่อนข้างทึบ ใบเล็กกว่า ดอกเล็กเรียวเเหลมเเละมีช่อดอก 1-2 ชุด ชุดละ 3 ดอกเเละให้ผลผลิตค่อนข้างสม่ำเสมอ และพันธุ์ชุมพร  มีลักษณะคล้ายพันธุ์ราษฎ์บูรณะ เเต่ทรงพุ่มโปร่งกว่าเล็กน้อยใบคล้ายพันธุ์ราษฎณ์บูรณะเเต่เรียวกว่า สี มีดอกมากกว่า 2 ชุด ชุดละ 3 ดอก เเละให้ผลผลิตปริมาณมากแต่ไม่สม่ำเสมอ

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นความสำคัญของดอกมะลิ ที่มีเป็นดอกไม้แห่งคุณค่า เพื่อสร้างโอกาสด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกดอกมะลิ จึงได้ส่งเสริมเกษตรกรสามารถปลูกมะลิให้เก็บขายได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเกษตรกรควรมีการวางผังเเปลงเเละการเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสม การตัดเเต่งกิ่งหลังจากเก็บเกี่ยว ซึ่งโดยส่วนมากหลังจากปลูกมะลิเป็นเวลานาน มะลิจะเเตกกิ่งก้านสาขามากมาย ควรตัดเเต่งทรงพุ่มให้โปร่ง รวมทั้งตัดแต่งกิ่ง จะช่วยให้มะลิมีทรงพุ่มที่สวยงามโรคเเละเเมลงลดน้อยลง ต้นมะลิมีอายุยืนยาวขึ้น และทำให้เกษตรมีความสะดวกง่ายต่อการปฎิบัติงาน 

นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรในการใช้ระบบน้ำหยด เนื่องจากมะลิเป็นพืชที่ต้องการน้ำพอสมควร จึงควรให้ต้นมะลิได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรให้น้ำมากเกินไป ทั้งนี้การให้น้ำขึ้นอยู่กับสภาพของดิน การให้น้ำโดยระบบน้ำหยด เป็นวิธีการที่เหมาะสมต่อการให้น้ำในต้นมะลิเนื่องจากเป็นระบบที่สามารถให้น้ำมะลิได้อย่างสม่ำเสมอ เเละเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำไม่มาก นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งระบบการให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำ สำหรับวิธีการให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ลดการใช้เเรงงานคน

โดยสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมต่อต้นมะลิคือปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือปุ๋ยสูตร 16-16-16 ซึ่งอัตราการใส่ปุ๋ยขึ้นอยู่กับความกว้างของทรงพุ่มโดยใส่ปุ๋ย รวมถึงการฉีดพ่นบิ๊กทางใบ อัตรา 2 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นทางใบทุก 7-10 วัน เพื่อช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต ทำให้ ต้น ใบ ดอก สมบูรณ์ เเละส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพืชทำให้พืชทนต่อสภาวะเเวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อนจัดทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ 

ทั้งนี้ ในปี 2568 กรมส่งเสริมการเกษตรมีการกำหนดแนวทางการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพดอกมะลิ พร้อมพัฒนาและส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตมะลิให้ได้คุณภาพ ปริมาณตรงตามความต้องการของตลาดสอดคล้องกับนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“กระทิงดุ” ขวิด “ตราไก่”ซิวเหรียญทองฟุตบอลชายโอลิมปิก 2024

การแข่งขันฟุตบอลชาย โอลิมปิก 2024 นัดชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 9 ส.ค. 67 ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นการพบกันระหว่างเจ้าภาพ “ตราไก่”ทีมชาติฝรั่งเศส ดวลเดือด “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน

เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 11 ฝรั่งเศส ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากการยิงของ เอ็นโซ มิโญต์ 

จากนั้นนาทีที่ 18 สเปน ตีเสมอ 1-1 จากการซัดในเขตโทษของ เฟร์มิน โลเปซ แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 25 เฟร์มิน โลเปซ เจ้าเก่า มาบวกสกอร์เพิ่มให้ สเปน แซงนำ 2-1

ถึงนาทีที่ 28 สเปน นำห่างเป็น 3-1 จาก อเล็กซ์ บาเอนา ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 79 ฝรั่งเศส ไล่มาเป็น 2-3 จาก มักห์เนส อัคลิอูเช

เกมทำท่าจะจบด้วยสกอร์นี้ แต่ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+3 ฝรั่งเศส มาได้จุดโทษ และเป็น ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา รับหน้าที่สังหารไม่พลาด พา ฝรั่งเศส ตีเสมอ 3-3

จบ 90 นาที ฝรั่งเศส เสมอ สเปน 3-3 ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 3 นาที

อย่างไรก็ตามเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 100 สเปน ได้ประตูขึ้นนำ 4-3 จาก เซร์คิโอ คาเมลโล

นาทีที่ 120+1 สเปน หนีไปไกลเป็น 5-3 จาก เซร์คิโอ คาเมลโล คนเดิม

ครบ 120 นาที สเปน ชนะ ฝรั่งเศส 5-3 คว้าเหรียญทอง โอลิมปิก 2024 ไปครอง และถือเป็นแชมป์รายการนี้สมัยแรกของพวกเขาอีกด้วย

ทหารสนธิตำรวจจะแนะปิดล้อมปะทะเดือด 6 โจรใต้เหิมสู้ ถูกวิสามัญ 1 ทหารเจ็บ 1

ผบ.กกล.ทหารพราน สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ปิดล้อมบ้านเป้าหมาย อ.จะแนะ หลังได้รับแจ้งเบาะแส มีผู้ต้องสงสัยรวมกลุ่มพักอาศัย จึงบุกบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้มอบตัว แต่กลับเปิดฉากยิง จนเกิดการปะทะ จนท.ถูกยิงเจ็บ 1 คนร้ายถูกวิสามัญ 1

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 8 ส.ค. 67 พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.กกล.ทพ.จชต. พ.อ.สิทธิชัย บำรุงเขต ผบ.นปพ.ร่วม จ.นราธิวาส พ.อ.ภาณุวัฒน์ สุคชเดช ผบ.ฉก.ทพ.49 ได้ร่วมสนธิกำลังกับชุดควบคุมกองพันจู่โจมที่ 543 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส บังคับใช้กฎหมายที่บ้านไม่มีเลขที่หลังหนึ่ง ในหมู่บ้านไอร์ลาฆอ ม.5 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณเชิงเขาหลังหมู่บ้าน หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี มีกลุ่มผู้ต้องสงสัย 6-7 คน เข้ามาพักอาศัย เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกำชับวงล้อมก่อนแสดงตัว เพื่อให้สมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมอบตัว เพื่อต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่กลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงที่อาศัยอยู่ภายในบ้านพัก ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 10 นาที ส่งผลทำให้ ส.อ.วีรศักดิ์ พันโส อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่ทหารชุดควบคุมกองพันจู่โจมที่ 543 ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณสะโพกด้านซ้าย 1 นัด เพื่อนทหารรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลจะแนะ เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพภาค 4 นำตัว ส.อ.วีรศักดิ์ ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ทั้งนี้ได้มีงการบังคับใช้กฎหมายที่นำไปสู่การเปิดฉากยิงปะทะในครั้งนี้ กลุ่มคนร้ายส่วนหนึ่งสามารถอาศัยความชำนาญพื้นที่ ยิงเบิกทางหลบหนีออกจากบ้านหลังดังกล่าวเข้าไปในป่าหลังเชิงเขาไปได้ ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.จะแนะ ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าเคลียร์พื้นที่ภายในและบริเวณรอบบ้านพักหลังดังกล่าว และพบว่าสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 1 คน ซึ่งนอนจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณหลังบ้านพักดังกล่าว โดยใกล้ศพผู้เสียชีวิตมีอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. ตกอยู่ข้างศพจำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนและสัมภาระจำนวนหนึ่ง

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ 1. นายอัมรี เจ๊ะฮะ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 240 ม.7 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่บริเวณลำตัวหลายแห่ง เมื่อตรวจสอบประวัติในทำเนียบแฟ้มคดีความมั่นคง ไม่พบว่าเป็นบุคคลดังกล่าวมีหมายจับแต่อย่างใด และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจ ดีเอ็นเอของนายอัมรี พบว่า ดีเอ็นเอของนายอัมรี ไปตรงกับวัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดสัมภาระของคนร้าย บนเทือกเขาหลังหมู่บ้านตืองอ ม.3 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎหมายกับสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 67 ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่านายอัมรี ซึ่งเป็น 1 ในสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง สามารถหลบหนีไปได้ในการปะทะครั้งนั้น และพวกเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน

และต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลจะแนะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตกแต่งบาดแผล ก่อนที่จะประสานไปให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ขณะที่ พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.กกล.ทพ.จชต. หลังเกิดเหตุยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดป่าภูเขา ส่งกำลังแกะรอยไล่ติดตามคนร้ายที่หลบหนีขึ้นไปบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านไอร์ลาฆอ เพื่อกดดันกลุ่มคนร้ายไม่ให้เคลื่อนไหวและก่อเหตุในพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย.

ททท. จับมือ 6 สมาคมท่องเที่ยว ชูแคมเปญ “บัสทัวร์เที่ยวใต้” เยือนเมืองน่าเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ 6 สมาคม จัดกิจกรรม “บัสทัวร์เที่ยวใต้” นำนักท่องเที่ยวร่วม 600 คน เดินทางจากกรุงเทพมหานครสู่เมืองน่าเที่ยวภาคใต้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. และ 6 สมาคมท่องเที่ยว ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการ นำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาค แห่งประเทศไทย (TFOPTA)สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)เพื่อส่งเสริมการเดินทางเชื่อมโยงสู่เมืองน่าเที่ยวในภาคใต้ – ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง ในช่วงวันหยุดเนื่องในโอกาส วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2567

นักท่องเที่ยวผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะออกเดินทางจากสถานีกลาง กรุงเทพอภิวัฒน์ ด้วยรถบัสปรับอากาศรวม 17 คัน มุ่งสู่ภาคใต้ เพื่อเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สัมผัสวิถีวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมสนุกและชิมอาหารถิ่น อีกทั้งเสริมสร้างประสบการณ์ในแหล่งท่องเที่ยวชุมชน อาทิ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านเขาหลัก จ.ตรัง เยี่ยมชมสินค้าชุมชน ณ เทศบาลตำบลท่ายาง จ.ชุมพร และร่วมอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์และมาตรฐาน GI และ Smart Farmer เป็นต้น

นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า กิจกรรม “บัสทัวร์เที่ยวใต้”เป็นความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่าง ททท. และเครือข่ายพันธมิตรภาคการท่องเที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมปล่อยขบวนรถบัส ซึ่ง ททท. ได้เล็งเห็นความสำคัญและผลักดันให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวโดยรถบัสสู่ภาคใต้ด้วยแพคเกจ รายการนำเที่ยวที่นำเสนอสินค้าบริการและกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ รวมถึงจุดขายใหม่ ๆ ในพื้นที่ เมืองน่าเที่ยวของภาคใต้

ที่สามารถตอบโจทย์ความสนใจของนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ทรงคุณค่า และสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 365 วัน สอดคล้องกับแนวทางส่งเสริมการตลาดของ ททท. 5 Must Do อาทิ Must Taste อิ่มอร่อยกับอาหารใต้ Must Buy เลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และ Must Seek เยี่ยมชมแหล่ง Unseen ถิ่นน่าเที่ยว เป็นต้น

ททท.คาดหวังว่าการจัดกิจกรรม “บัสทัวร์เที่ยวใต้” ครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เกิดการกระจายรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ี่อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเป็นการแสดงถึงความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวของเมืองน่าเที่ยวภาคใต้อีกด้วย ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเดินทาง เข้่าสู่ภาคใต้แล้วกว่า 27 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 15 ล้านคน และชาวต่างชาติกว่า 12 ล้านคน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวรวมแล้วกว่า 350,000 ล้านบาท

ยิ่งกว่านิยาย!พ่อชาวมะกันวัย 72 ตามหาลูกสาวพลัดพราก 48 ปีจนเจอที่บุรีรัมย์

วันนี้จะพาไปติดตามเรื่องราวดี ๆ และภาพแห่งความประทับใจของมิสเตอร์เทอรี่  เฮาล์รี่  อายุ 72 ปี ชายชาวอเมริกัน  และ น.ส.กาญจนา มิลเควิช  อายุ 49 ปี หญิงลูกครึ่งชาว ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ  จ.บุรีรัมย์  สองพ่อลูกที่พลัดพรากจากกันนานถึง 48 ปี แต่ทั้งคู่ก็ไม่ลดละความพยายามที่จะตามหาซึ่งกันและกัน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนชาติเดียวกันที่มีภรรยาชาวไทย  และเจ้าของโรงแรมชื่อดังใน อ.นางรอง  จ.บุรีรัมย์ จนทำให้ทั้งคู่ได้เจอหน้ากันครั้งแรกหลังไม่เคยเจอกันนาน 48 ปี ทันทีที่พ่อลูกได้เจอหน้าต่างฝ่ายก็ต่างก็ร้องไห้และโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ  โดย น.ส.กาญจนา ได้นำดอกกุหลาบสีแดง และพวงมาลัยดอกดาวเรือง มามอบให้กับมิสเตอร์เทอรี่  เพื่อแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพ่อด้วย 

จากการสอบถาม น.ส.กาญจนา  เล่าว่า  มิสเตอร์เทอรี่  ชาวอเมริกัน  เป็นอดีตทหารจีไอ หรือ ทหารอเมริกัน  เมื่อ 50 ปีก่อนได้มาช่วยไทยรบกับเวียดนามพักอยู่ที่ จ.นครพนม ได้เจอกับ นางสุภาพร แม่ของตนเองซึ่งปัจจุบัน อายุ 73  ปี  ตอนนั้นแม่ตั้งครรภ์กับชาวอเมริกันอีกคนที่มารบช่วยไทยเหมือนกัน  แต่ชายอเมริกันที่เป็นพ่อแท้ๆ กลับไม่ยอมรับแม่  แต่ มิสเตอร์เทอรี่กลับเป็นคนที่ดูแลตั้งแต่แม่ตั้งครรภ์  จนคลอดตนเองออกมา  ก็ดูแลแม่และตนเองจนอายุได้ประมาณ 1 ขวบ  มิสเตอร์เทอรี่ ก็เดินทางกลับประเทศ  จากนั้นตนกับแม่ก็ไม่ได้เจอกับเขาอีกเลย  แต่พอตนโตขึ้นก็พยายามโพสต์ตามหามิสเตอร์เทอรี่มาตลอด แม้เขาจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่เขาก็ดูแลเราตั้งแต่เกิด เลยมีความผูกพันกันเหมือนพ่อลูก  และทราบภายหลังว่า พ่อก็พยายามตามหาตนกับแม่เหมือนกัน 

จนกระทั่ง ปี 2562 ก็สามารถติดต่อกันผ่านโซเชียลได้ จากนั้นก็สนทนากันทางเฟซบุ๊กมาตลอด พ่อบอกว่าจะมาหาตนกับแม่ที่ประเทศไทย แต่ปี 2562  เกิดวิกฤตโควิดระบาดทำให้ไม่สามารถเดินทางข้ามประเทศได้  แต่พ่อรับปากว่าหากสถานการณ์ดีขึ้นจะมาหา กระทั่งวันที่ 31 ก.ค.67  ที่ผ่านมา  พ่อได้เดินทางมาประเทศไทยตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์ตนเองกับแม่โดยไม่บอกล่วงหน้า ก่อนหน้านี้เคยส่งที่อยู่ให้พ่อไว้แล้ว พ่อได้ลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยบอกให้เพื่อนที่มีภรรยาชาวไทยให้มารับ แต่คลาดกันกับเพื่อนพ่อจึงนั่งรถทัวร์ มาลงที่ บขส.บุรีรัมย์  แล้วขึ้นแท็กซี่ไปที่ อ.นางรอง  เพื่อจะไปตามหาบ้านลูกสาว แต่สื่อสารกับแท็กซี่ไม่เข้าใจ คนขับแท็กซี่จึงพาไปส่งที่โรงแรมนางรองเพื่อพักผ่อนก่อน   

จากนั้นทางโรงแรมก็ช่วยค้นหาชื่อตนเองตามที่พ่อบอก เพราะก่อนหน้านี้ตนได้โพสต์ตามหาพ่อ  เมื่อทางโรงแรมบอกว่าพ่ออยู่ที่โรงแรมนางรอง ตนก็รีบเดินทางมาหาพ่อทันที  เมื่อได้เจอหน้าพ่อก็ดีใจและตื้นเต้นมาก ไม่คาดคิดว่า หลังพลัดพรากกันมานาน 48 ปี จะได้เจอกันอีก แม้จะไม่ใช่พ่อแท้ ๆ แต่เขาก็ดูแลตนตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ จนอายุ 1 ขวบ ก็ผูกกันเหมือนพ่อลูก   พ่อมีกำหนดจะบินกลับวันที่ 21 ส.ค.  ก็จะพาพ่อไปหาแม่ที่บ้านและพักอยู่ที่บ้าน หากมีโอกาสก็อาจจะเดินทางไปหาพ่อที่สหรัฐอเมริกาเหมือนกัน

ด้านนางสาวแทน   วรจักร   พนักงานโรงแรมนางรอง   บอกว่า  เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา  แท็กซี่ได้รับผู้โดยสารมาส่งที่โรงแรม มาพักอยู่ 1 คืน เขาพยายามจะสื่อสารว่า มาตามหาใครสักคน  ตนก็พอสื่อสารได้ประมาณหนึ่ง  จึงได้โทรหาเจ้าของโรงแรมให้มาช่วยสนทนา  จนทราบว่า เขาเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกามาตามหาลูกสาวที่พลัดพรากกันมานาน 48 ปี  จากนั้นเจ้าของโรงแรมจึงได้นำชื่อลูกสาวหาในเฟซบุ๊ก  จนพบว่ามีชื่อ กาญจนาประกาศตามหาพ่อชาวอเมริกันก่อนหน้านี้  จึงได้โทรไปตามเบอร์ที่โพสต์เอาไว้  ได้ติดต่อและแจ้งว่าพ่อเขาอยู่ที่โรงแรม  ลูกสาวก็แจ้งว่า จะเดินทางมาหาที่โรงแรมให้พ่อรอ  พอเห็นทั้งคู่ได้เจอกันก็รู้สึกดีใจที่ทางโรงแรมได้มีส่วนช่วยให้พ่อลูกได้เจอกันในครั้งนี้

ข่าว/ภาพ : สุรชัย  พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

คนไทยหัวใจฟูมาก “นายกฯเศรษฐา” โพสต์ยินดีนักกีฬาไทยวันเดียวคว้า 3 เหรียญ โอลิมปิก

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.67 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก และทวิตข้อความผ่าน X ว่า ‘เทนนิส’ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ พาคนไทยใจฟูอีกแล้วครับ รอบนี้เอาชนะคู่แข่งจากจีน ในการแข่งขันกีฬาเทควันโดรุ่น 49 กิโลกรัมหญิง คว้าเหรียญทองแรกในโอลิมปิก 2024 ให้ไทย แถมเป็นเหรียญทองในวันเกิดของน้องด้วย สุดยอดเลยครับ

‘เทนนิส’ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ

เรายังได้เหรียญเงิน จาก ‘ฟ่าง ธีรพงศ์’ ในการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักรุ่น 61 กิโลกรัม ชาย ปีนี้น้องเพิ่งมาโอลิมปิกครั้งแรกก็คว้าเหรียญเลย น้องอายุ 20 เท่านั้น อนาคตไกลครับ

“ฟ่าง” ธีรพงศ์ ศิลาชัย

ขณะที่ ‘ออย สุรจนา’ ก็คว้าเหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักรุ่น 49 กิโลกรัม หญิง มาให้คนไทยด้วย น้องยกลูกเหล็กได้ถึง 200 กิโลกรัม แกร่งมาก ๆ

“ออย” สุรจนา คำเบ้า

ถือเป็นเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันของไทยครับ ที่เราได้ 3 เหรียญในวันเดียว ผมขอแสดงความยินดีกับทุกคนจริงๆ ทุกเหรียญรางวัลที่ได้รับ คือความสำเร็จ และความภาคภูมิใจของเราชาวไทยครับ

ศาล รธน.มติ 9-0 ยุบพรรคก้าวไกล คดีล้มล้างการปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่ง “ยุบพรรคก้าวไกล” หลัง กกต. ยื่นคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัย กรณีเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง พร้อมตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาวินิจฉัยในอีกหนึ่งคดีสำคัญซึ่งเป็นที่จับตาอย่างมาก คือกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) โดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ยื่นคําร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่า พรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้อง) มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567

กกต. จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และห้ามมิให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งยุบพรรค ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง หากคู่กรณีประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 67 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 24 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ส่วนคำร้องที่คู่กรณียื่น ให้รับรวมไว้ในสำนวนคดีเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป โดยนัดแถลงด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือ และลงมติคดียุบพรรคก้าวไกล ในวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป