โอละพ่อ!น้องโมกุเรื่องถูกอุ้มรีดไถที่แท้ต้องการเงินให้แฟนหนุ่มคนใหม่

จากกรณีที่ นายกิตติมา คำพิลัง อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 147 ม.14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองขอนแก่น หลังน้องโม หรือน.ส. กิตติพร คำพิลัง อายุ 22 ปี บุตรสาวได้หายหายตัวไป ขณะไปรับยาให้ลูกสาวที่รพ.ศูนย์ขอนแก่น โดยเชื่อว่าจะเป็นการกระทำของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์อุ้มตัวไป เพื่อเรียกค่าไถ่ ตามข่าวที่ได้นำเสนออย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่อนี้ เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 7 ส.ค.2567 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น นายกิตติมา คำพิลัง อายุ 51 ปี พ่อของน้องโม และนายพัฒนพงศ์ นิลเกตุ อายุ23 ปี สามีของน้องโม เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนภายหลังทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบตัวน้องโมแล้ว

โดยผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามซึ่งพ่อและลูกเขยต่างช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในส่วนของสามีน้องโมนั้น ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชนเนื่องจากยังทำใจไม่ได้ และเพิ่งทราบว่าน้องโมมีผู้ชายคนอื่นอีกด้วย

นายกิตติมา กล่าวว่า โชคดีที่ลูกสาวมีชีวิตอยู่ แต่ผิดหวังที่ทำแบบนี้ ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะทำแบบนี้ พ่อขอกราบขอโทษขออภัยสังคม จากการกระทำของลูกทำให้ทุกคนเป็นห่วง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้พ่อขอโทษและขอรับผิดแทนลูก

” ไม่ค่อยได้คุยกับลูกเรื่องส่วนตัว มีแต่ทำงานตามปกติ เท่าที่คุยกับลูกเขย ลูกเขยก็ไม่ค่อยได้คุยมีแต่คุยเรื่องงานเพราะทำงานที่เดียวกัน แต่เท่าที่อยู่ร่วมกันก็ปกติทุกอย่างไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกมาทราบว่าไม่ได้ไปเอายาที่โรงพยาบาล ซึ่งตอนที่ลูกบอกไปเอายาก็ไม่คิดว่าจะโกหก และตอนนี้ก็ยังไม่เจอหน้าลูก ถ้าเจอแล้วก็อยากจะถามลูกว่าคิดอะไรทำไมถึงทำแบบนี้ ไม่คิดถึงลูกถึงครอบครัวบ้างเหรอ ไม่คิดว่าทุกคนจะเป็นห่วงบ้างเหรอ จึงมาทำให้คนอื่นเดือดร้อนแบบนี้ และเรื่องดังกล่าวที่สรา้งขึ้นมานั้นจะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งพ่อก็ยังไม่ทราบว่าจะสามารถประกันตัวลูกได้ไหม เพราะตนเองก็ไม่มีเงินมากหากการประกันตัวต้องใช้เงิน ต้องรอทางตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนก่อน”

ขณะที่ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังตำรวจได้รับแจ้งความก็ดำเนินการสืบสวนสอบสวนกระทั่งทราบว่า น้องโมขับรถจักรยานยนต์ไปที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ซึ่งน้องโมได้คบหากับวัยรุ่นในพื้นที่อีกคนที่ไม่ใช่พ่อของลูกสาววัย 9 เดือน โดยเจ้าหน้าที่ได้พบน้องโมไปอยู่ที่กระท่อมกลางทุ่งนาในพื้นที่บ้านใหม่บัวบาน หมู่ 14 ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ก่อนจะแสดงตัวพาน้องโมกลับมาสอบสวนที่ สภ.เมืองขอนแก่น

“เจ้าตัวสารภาพว่าสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อเอาเงินให้ผู้ชายคนใหม่ที่เป็นหนี้จำนวนมากและน่าจะมากกว่า 30,000 บาท อย่างไรก็ตามขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้ แจ้งข้อกล่าวหากับน้องโมว่า นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน หรือ พรบ.คอมฯ ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีและเตรียมส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจ.ขอนแก่น ต่อไป”

ฝนตกเชื้อรากินดอก ราคามะลิเมืองอุดรฯ พุ่งทะลุ กก.ละ 1,200 บาทรับวันแม่

ราคาดอกมะลิหน้าสวนที่ จ.อุดรธานี ทะลุ 1,200 บาท/กก. เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้เชื้อรากัดกินดอก ส่งผลให้ดอกเหลืองร่วงกระทบผลผลิตลดลง ขณะที่ต้องเก็บขายช่วงวันแม่ 12 สิงหาฯ ด้านเกษตรกรชาวสวนพยายามบำรุงต้นเต็มที่ เพื่อให้เก็บมะลิขายได้มากที่สุด

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน จาก จ.อุดรธานี ที่สวนดอกมะลิท้ายหมู่บ้านห้วยเจริญ ม.16 ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี ประมาณ 1 ไร่ พบนายสัด สุขเจริญ อายุ 54 ปี เจ้าของสวนดอกมะลิ และคนงาน กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บดอกมะลิอย่างเร่งรีบ หลังจากฝนหยุดตก 2 ชั่วโมงเศษ และกำลังตั้งเค้ามืดครึ้มมารอบทิศทาง เพื่อส่งขายแม่ค้าพวงมาลัยในหมู่บ้าน นำไปร้อยพวงมาลัยส่งขายตามตลาด ตามสี่แยกไฟแดง และบางส่วนก็นำไปแช่เย็น เพื่อเตรียมไว้ร้อยมาลัยกรขายในช่วงวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2567 หรืออีก 1 สัปดาห์

นายสัด สุขเจริญ เปิดเผยว่า ราคาดอกมะลิในพื้นที่ จ.อุดรธานี ในช่วงนี้แพงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ราคาจะตกอยู่ที่ 800-900 บาท/กก. แต่ปีนี้ราคาพุ่งถึง 1,200 บาท/กก. สาเหตุจากฝนตกหนักในพื้นที่แทบทุกวัน ไม่เหมือนปีที่ผ่านมา ก็มีฝนตกบ้างเป็นบางวัน และมีเวลาในการเก็บผลผลิต ส่งผลให้ผลผลิตปีนี้น้อยลง 2-3 เท่าตัว ในช่วงวันแม่แห่งชาติ 2567 จากปกติเก็บได้วันละ 6-10 กก./วัน เหลือเพียง 2-3 กก./วัน

เจ้าของสวนดอกมะลิ บ้านห้วยเจริญ กล่าวต่อว่า เมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ดอกมะลิเป็นเชื้อรา ก้านเบี้ยว ดอกสีเหลือง สีม่วง หรือดอกไม่สวย และร่วง ช่วงนี้ดอกมะลิเป็นที่ต้องการของแม่ค้าในตลาด ที่สั่งซื้อจากชาวสวน มีเท่าไรเหมาทั้งหมด คาดว่าก่อนถึงวันแม่แห่งชาติ 1-2 วัน ราคาคงดอกมะลิจะพุ่งกระฉูดถึง 1,500 บาท/กก. อย่างแน่นอน และหากฝนเบาบางลง ผลผลิตก็คงจะเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังน้อยต่อความต้องการของตลาดเช่นทุกๆ ปี

“ฝากถึงพ่อค้าแม่ค้ามาลัยกร และผู้บริโภคว่า ในช่วงนี้ผลผลิตดอกมะลิมันน้อยมากจริงๆ ก็อยากให้เข้าใจชาวสวนว่า ต้องดูแลต้นมะลิทุกวัน กว่าจะได้เป็นดอกออกผล ก็ต้องใช้เวลา และต้นทุน ไหนจะค่าจ้างคนงานมาเร่งช่วยเก็บ ตอนช่วงฝนหยุดตก ทำทุกอย่างเพื่อให้เก็บดอกมะลิให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ในช่วงนี้” นายสัด กล่าว.

สนามบินแตก!แห่ต้อนรับ”วิว กุลวุฒิ”ฮีโร่เหรียญเงิน โอลิมปิก 2024

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2567 เวลา 07.00 น.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แฟนคลับจำนวนมากแห่ต้อนรับคณะนักกีฬาทีมชาติไทยที่เดินทางกลับมาจากการแข่งโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยคณะนักกีฬาชุดนี้ประกอบด้วยนักกีฬาแบดมินตัน ยิงปืน และกรีฑา ซึ่งนำทัพมาโดย “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ เจ้าของเหรียญเงินประวัติศาสตร์โอลิมปิกไทยในกีฬาแบดมินตัน

วิว กุลวุฒิ กล่าวว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในวโรกาสครบ 6 รอบพระชนม์พรรษาผมจึงกราบรอพระราชทานถวายเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์แด่พระองค์ด้วย

“ตอนนี้สิ่งที่อยากทำคืออยากพักมากๆ เนื่องจากการแข่งโอลิมปิกใช้เวลานาน และการเดินทางกลับไทยใช้เวลานานด้วย จึงอยากหยุดพักผ่อนแล้วรอดูว่าตารางฝึกซ้อมต่อไปของเราเป็นอย่างไร”

หลังจากอาจจะต้องเดินทางขอบคุณผู้สนับสนุนซึ่งตรงกับรายการแข่งทั้งเจแปน โอเพ่น และโคเรีย โอเพ่น โดยในรายการเจแปน โอเพ่น อาจจะต้องไปแข่ง แต่ในโคเรีย โอเพ่น คงต้องขอถอนตัวเนื่องจากต้องเดินทางไกล ที่สำคัญต้องดูสภาพร่างกายด้วย เชื่อว่าผลงานของเราจะดร็อปลงแน่นอน

“ในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้เราได้เรียนรู้มากขึ้น ยอมรับว่าในรอบชิงชนะเลิศเราเป็นรองจริงๆ จุดอ่อนคือเกมบุกของเราจะเห็นได้ว่ารอบชิงฯ เกมรุกเราทำอะไรคู่ต่อสู้ไม่ได้เลย ประกอบกับคู่ต่อสู้เราแข็งแกร่ง สูง ยาว หลังจากนี้ต้องพัฒนาเกมบุกของตัวเองให้มากขึ้น”

“ส่วนตัวอยากฝากกับน้องๆ รุ่นหลังว่าอยากให้น้องๆ มีเป้าหมายในอนาคตก่อนว่าวันข้างหน้าเราอยากเป็นอย่างไร หมั่นศึกษาหาความรู้ มุ่งมั่นตั้งใจ มีความอดทน ผมเชื่อว่าน้องๆ ทุกคนมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ”

พลิกวิกฤติน้ำท่วมคลี่คลายลุยจับปลาทำเมนูพื้นบ้านรสเด็ดหมกหม้อ แซ่บคัก!

ปราจีนบุรี–พลิกวิกฤติน้ำป่าท่วมคลี่คลายลุยจับปลาทำเมนูพื้นบ้านเด็ดหมกหม้อ! แซ่บคัก ชาวบ้าน –หนุ่มสาว “ฉันทนา”ตามย่านโรงงานต่าง ๆ ออกหาปลาทำเมนูพื้นบ้านอร่อยเลิศรส

ชาวบ้าน–หนุ่มสาว “ฉันทนา”ตามย่านโรงงานต่าง ๆ พื้นที่หมู่ที่ 8 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ต่างพากันออกหาปลาตามทุ่งนา หลังจากช่วงนี้ฝนตกชุกน้ำไหลหลาก มวลน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ – อุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลกทางด้านทิศเหนือเพิ่งไหลหลากล้นแควหนุมาน – ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีใหม่ๆ ปลาเล็กปลายน้อย หรือขนาดใหญ่ จะตื่นเต้นมาพร้อมกับน้ำใหม่ ที่ไหลเอ่อท่วมเข้าทุ่งนาข้าว

ชาวบ้านต่างพากันใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส โดยจะนำอุปกรณ์หาปลา เช่น ลอบ ไซ อีโง่ แห มาหว่าน ดักหาปลาบริเวณน้ำไหลหลากลงทุ่งนาดังกล่าว หรือที่ลุ่มต่ำน้ำใหม่ไหลหลากแบบนี้ ที่ปลาทั้งหลายมักแหวกว่ายหาที่ไปวางไข่ หรือ หาแหล่งน้ำที่อยู่กัน

น้ำหลากที่เริ่มลดระดับลงใหม่ ๆ แบบนี้ หากนำอุปกรณ์หาปลามาดักยืนรอเอาปลาได้เลย ไม่ต้องรอข้ามวันข้ามคืนเพียงแค่ 5นาที ก็จับได้ปลาที่มาพร้อมเครื่องมือพื้นบ้านเป็นอุปกรณ์จับหาปลาได้แล้ว ปลาที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นปลาปลาเล็กปลาน้อยเป็นส่วนใหญ่ อาทิ ซิว ปลาซิวอ้าว ปลาขาว ปลาแก้มซ้ำ ปลาหมอ ปลาดุก ปลาช่อน ปลากระดี่ รวมถึงลูกปลาอื่นๆที่เป็นปลาน้ำจืด

นางราตรี มาขน กล่าวว่า ได้นำสแลนเขียวมาดัดแปลงทำที่ดักปลาอยู่ในทุ่งนาหลังบ้าน คนพื้นบ้านเรียกว่า “โต่ง” หรือ คล้าย ๆ โพงพาง นั้นเอง ซึ่งฝนตกใหม่ๆ น้ำไหลหลากลงเข้าทุ่งนาแบบนี้ ปลา และ ลูกปลาจะลงมาติด โดยจะนำสแลนเขียวเย็บขอบทั้งสองข้างเข้าหากัน ใช้เชือกมัดด้านปลาย ส่วนด้านหัว จะนำไปสู่ไว้ในท่อขนาดเล็กที่เป็นช่องน้ำไหล นำไม้มาปักที่บริเวณส่วนปลายไว้เป็นหลักปักไว้ ทิ้งไว้ไม่ถึง 5 นาทีปลาหรือลูกปลาต่างๆก็จะไหลลงมาตามน้ำ และจะติดอยู่บริเวณด้านท้ายของสแลนเขียวก็นำเอามาเทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้

ปลาที่ได้จะเป็นลูกปลาขนาดเล็ก จะนำเอามาเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นทอด แกงส้ม ห่อหมก และเมนูที่นิยมทำกินคือ เมนูหมกหม้อ

หมกหม้อนี้ไม่ใช่ ห่อหมก ที่ใช้ห่อในใบตอง และนำไปนึ่ง จนสุก เมนูนี้เป็นเมนูอาหารอีสาน หมกนี้ สูตรเด็ดพื้นบ้านคือ หมกในหม้อ คือแกงน้ำขลุกขลิก เยิ้มๆ เข้มข้น อยู่ในหม้อรสชาติก็ออกแนวคล้ายๆห่อหมก ที่นำมาห่อใบตอง แต่จะไม่แห้งๆ จะมีน้ำเหนียวๆ อร่อยแซ่บๆ ทำง่ายง่าย และก็อร่อย นัวๆ น้ำปลาร้า สุดเข้มข้น ล้นเยิ้ม เติมรส อร่อยหอม

วิธีการปรุง จะนำลูกปลาเล็กปลาน้อยที่ได้มาล้างน้ำทำความสะอาด จากนั้นเตรียมเครื่องปรุง ได้แก่ หน่อไม้ต้มสุก(หากมี) ใบแมงลัก ข่า ตะไคร้ น้ำปลาร้า น้ำปลา ผงปรุงรส ผงชูรส กระเทียม หอมแดง ข้าวเบือ พริกสด หรือ อาจใช้เครื่องแกงสำเร็จ ที่อยู่ในครัวก็ได้เพื่อความรวดเร็ว

การปรุงหมกหม้อ โดย ตั้งหม้อ หรือ กระทะ นำน้ำใส่เล็กน้อย หลังน้ำเดือดแล้ว ตำพริกสด/กระเทียม/หอมแดง/ข่า/ตะไคร้ ตำโขลกละเอียดใส่ลงหม้อ จากนั้นนำหน่อไม้ต้มสุก(หากมี)มาหั่น หรือ มาทำเป็นเส้นเล็กๆ อาจใช้ซ่อมกรีด ให้เป็นเส้นเล็กลงหม้อ ใส่ลูกปลาเล็ก ปลาน้อยล้างน้ำทำความสะอาดแล้วลงไป

จากนั้น นำข้าวเหนียวดิบมาตำละเอียดเป็นข้าวเบือ ทำให้หมกเหนียวเข้มข้น เติมน้ำปลา ใส่น้ำปลาร้า,ใบแมงลัก , ผงปรุงรส , ผงชูรส,ต้นหอม ที่เตรียมเอาไว้ลงไปคั่วไฟคลุกเคล้าด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 5 นาทีให้ปลาสุก หลังเนื้อปลาหอมเข้ากับเครื่องแกงปรุงรสเพิ่มตามต้องการ แล้วตักใส่ถ้วยก็จะได้เมนู หมกหม้อแซ่บ ๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆสุดแสนจะอร่อยแบบบ้าน ๆ ส่วนที่เหลือ หรือ หมกหม้อบางส่วนที่มาก ก็แบ่งปันให้เพื่อนบ้านรอบ ๆ กินบ้าง

โดย…มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว /ทองสุข สิงห์พิมพ์ –ภาพ /ปราจีนบุรี

ฝนถล่ม กทม.”รถยนต์-จยย.ดับกลางน้ำ” ถนนหลายสายจมบาดาล รถติดหนึบ

ฝนกระหน่ำ กทม.นานกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลทำให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ถนนหลายสายจม เช่น “ลาดพร้าว-วังหิน, เสนา และแยกเกษตร” บางจุดรถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ “รถยนต์-จยย.” เครื่องดับ ทำการจราจรติดหนึบ

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 6 ส.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีน้ำขังผิวการจราจรหลายจุด โดยเฉพาะที่ถนนลาดพร้าว-วังหิน ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่ช่วงต้นซอยฝั่งเกษตรนวมินทร์ ไปจนถึงฝั่งโชคชัย 4 ระดับน้ำสูงถึงขอบฟุตปาท ประมาณ 10-15 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านจุดดังกล่าวได้ มีรถยนต์และรถ จยย.หลายคันเครื่องยนต์ดับ ทำให้การจราจรติดขัดเช่นเดียวกับภายในซอยเสนานิคม ที่พบว่ามีน้ำท่วมขังตลอดทั้งซอย

จากการสอบถามประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมถนน ภายในซอยลาดพร้าว-วังหิน ทราบว่า เมื่อช่วงเวลา 20.00 น. ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักถึงเวลาประมาณ 22.30 น. รวมระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ช้า และเกิดการท่วมขัง โดยหากรถที่ขับผ่านมาขับด้วยความเร็ว จะทำให้น้ำมีลักษณะคล้ายคลื่น และไหลทะลักเข้าถึงภายในตัวบ้านเรือนประชาชน

ซาอุฯ-จอร์แดน ประกาศไม่อนุญาต อิหร่านใช้น่านฟ้าโจมตีอิสราเอล

รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน ประกาศแจ้งเตือนไปยัง อิหร่าน จะไม่อนุญาตให้ใช้น่านฟ้าในปฏิบัติการโจมตีอิสราเอล หลังอิหร่านกล่าวย้ำจะล้างแค้นให้กับ อิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำฮามาสที่ถูกลอบสังหาร

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2567 เว็บไซต์ เดอะเยรูซาเล็มโพสต์ สื่อในอิสราเอล รายงานว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย และจอร์แดน ได้แจ้งไปยังรัฐบาลอิหร่านว่า ทั้งสองประเทศจะไม่อนุญาตให้อิหร่านใช้น่านฟ้า หากอิหร่านปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มอิสราเอล ภายหลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ประกาศจะล้างแค้นให้กับ อิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำฝ่ายการเมืองกลุ่มฮามาส ที่ถูกลอบสังหารในกรุงเตหะราน เมื่อ 31 ก.ค. 2567 และฟูอัด ชูกร์ ผู้บัญชาการอาวุโสกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการของอิสราเอลที่ได้โจมตีถล่มกรุงเบรุต เมืองหลวงเลบานอน เมื่อ 30 ก.ค.

สมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียที่ปกครองประเทศ กล่าวกับ สำนักข่าว Kan News เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 5 ส.ค. 2567 ว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้ประกาศมาตลอดว่าจะไม่อนุญาตให้อิหร่านยิงมิสไซล์ ขีปนาวุธ หรือส่งโดรนติดอาวุธบินผ่านน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบีย เพื่อไปโจมตีอิสราเอล

ด้าน อัยมาน ซาฟาดี รมว.ต่างประเทศจอร์แดน ได้ออกแถลงการณ์ ขณะเยือนกรุงเตหะราน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ส.ค.ว่า จอร์แดนจะไม่อนุญาตให้อิหร่านใช้น่านฟ้าของจอร์แดน ถ้ารัฐบาลอิหร่านปฏิบัติการตอบโต้อิสราเอลที่ อิสมาอิล ฮานิเยห์ ถูกลอบสังหาร

ขณะเดียวกัน เดอะเยรูซาเล็มโพสต์ ยังรายงานว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลจำนวนมากกล่าวในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ว่า เป้าหมายแรกที่อิหร่านจะโจมตีอิสราเอลคือฐานทัพ และคาดว่าการโจมตีของอิหร่านจะไม่ยกระดับถึงขั้นทำสงครามเต็มรูปแบบ แต่ก็วิเคราะห์กันว่าน่าจะมีความรุนแรงมากกกว่าการส่งโดรนมาโจมตีอิสราเอลเมื่อเดือนเมษายน 2567.

ถังแตก!รบ.เมียนมาออกกม.บังคับคนเมียนมาในไทย โอนรายได้ 25% กลับบ้านผ่านแบงก์

แรงงานเมียนมาอ่วม ต้องโอนเงินรายได้ทำงานในต่างแดน 25% กลับบ้าน ผ่านธนาคารในเมียนมา เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว หลัง รัฐบาลเผด็จการทหารออกกฎบังคับนี้เมื่อกันยายนปีที่แล้ว ทำให้ชาวเมียนมาไม่พอใจ ชี้ รัฐบาล”ถังแตก”

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2567 เว็บไซต์อิรวดี สื่อภาษาอังกฤษในประเทศเมียนมา รายงานว่า กฎข้อบังคับให้แรงงานชาวเมียนมาซึ่งมาทำงานในประเทศไทย ต้องโอนเงินรายได้อย่างน้อย 1 ใน 4 หรือ 25% กลับบ้าน ผ่านระบบธนาคารของประเทศ เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากรัฐบาลทหารเผด็จการทหารเมียนมา ภายใต้การนำของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ออกกฎข้อบังคับนี้เมื่อ ก.ย. 2566

กระทรวงแรงงานของเมียนมา ออกแถลงการณ์ว่า แรงงานชาวเมียนมาซึ่งไปทำงานในประเทศไทย ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) ซึ่งวาระจ้างงานครบ 4 ปี ต้องโอนเงินรายได้อย่างน้อย 25% ของรายได้ ซึ่งเป็นเงินสกุลต่างประเทศ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ของเมียนมา ซึ่งได้รับรองจากรัฐบาล หากต้องการจะต่อใบอนุญาตทำงานแบบถูกกฎหมาย หลังจากครบวาระสัญญาจ้าง ทำงานในประเทศไทย 4 ปี

กระทรวงแรงงานของเมียนมา ยังแจ้งว่า แรงงานชาวเมียนมาจะไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตทำงานไนไทยเป็นเวลา 2 ปี ภายใต้บันทึกความเข้าใจ ซึ่งเรียกกันว่า หรือ MOU-Return ถ้าแรงงานชาวเมียนมาไม่โอนเงิน 6,000 บาท หรือ 25% ของรายได้พื้นฐานจากการทำงานที่ประเทศไทย ในช่วง 3 เดือน กลับบ้าน ผ่านระบบธนาคาร ซึ่งได้รับการรับรองจากรัฐบาลเมียนมา

กระทรวงแรงงานเมียนมา ยังแจ้งด้วยว่า แรงงานชาวเมียนมาที่จะไปยื่นเรื่องขอต่อใบอนุญาตทำงานในต่างประเทศ ที่สำนักงาน 2 แห่ง ในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง และ Kawthaung หรือคนไทยเรียกเกาะสอง จะต้องแสดงเอกสารการโอนเงินรายได้อย่างน้อย 25% ผ่านระบบธนาคาร หากต้องการต่อใบอนุญาตทำงานในต่างแดน

ตำรวจบุกรวบอดีตนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทยผันตัวเป็น”นักบิน”ขนยาเสพติด

​“ฟ้าเล่นอะไรกับกู” เสียงตะโกนของผู้ต้องหาขณะที่ น.1 สั่งผู้การจ๋อนำทีมสืบนครบาลสืบ บก.น.1 สน.ดินแดง รวบอดีตนักฟุตบอลชื่อดัง สังกัดสโมสรไทยลีก ดีกรีอดีตแข้งเยาวชนทีมชาติ ตำแหน่งมิดฟิล ใช้เวลาว่างจากการฝึกซ้อม “ขนยาบิ๊กล็อต” ซึ่งจากการสืบสวนยืนยันว่าแข้งดังเคยลำเลียงยาเสพติดบิ๊กล็อตมาหลายครั้ง และเป็นหัวจ่ายกระจายยาเสพติดในย่านดินแดง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งรัดให้มีการป้องกันปราบปรามการแพร่กระจายยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะตามชุมชน หมู่บ้าน เจ้าตัวยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าเสียดายอนาคตและความสามารถตนเอง และขอให้เรื่องราวในชีวิตของตนเป็นบทเรียนให้กับเยาวชนไทยที่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ขอให้ดูตนเองเป็นบทเรียน”

ทั้งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 16.00 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ,พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.กก.สส.บก.น.1 ,พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5 , พ.ต.ท.อติชาติ แย้มผกา รอง ผกก.สส.บก.น.1 , พ.ต.ต.เอกยุทธ อดิสร สว.กก.สส.บก.น.1 , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.วิทย์วศิน อินทร์แก้ว สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร รอง สว.กก.2 บก.สส.ภ.2 , ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา รอง สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.หญิง ณิชญากาญจน์ เปสลาพันธ์ รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. , ร.ต.ท.เลิศวริศเลิศวรปรีชา รอง สว.ฝทว.7 ทว. , ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ อันชูฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ดินแดง , ร.ต.ท.อนันตชัย สัจจพงษ์ รอง สว.ฝอ.2 บก.อก.สทส. และเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. , กก.สส.บก.น.1 และ ศอ.ปส.ตร. (ชุดที่ 5) ร่วมกันสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมตัวนายเจษฎาภรณ์ หรือ ฟิล์ม อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง จ.กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.409/2567 ลงวันที่ 17 ก.ค. 67

ข้อหา “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

พฤติการณ์กล่าวคือ “รวบแข้งดัง” อดีตเยาวชนทีมชาติ-ขนยาบิ๊กล็อต สืบเนื่องจากห้วงเดือน พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุม “เซียนไก่ชน” รายหนึ่ง ซึ่งเป็นการจับกุมตามหมายจับในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด แต่หลังการรวบตัวได้ขยายผล ย้อนรอยจนไปจนพบกับยาเสพติดล็อตใหญ่ ได้แก่ ยาไอซ์ 26 กิโลกรัม , รวมเคตามีน 15 กิโลกรัมถูกเก็บไว้ในห้องเช่าย่านดินแดง กรุงเทพฯ กก.สส.บก.น.1 , ชุดสืบนครบาล และ ศอ.ปส.ตร. (ชุดที่ 5) จึงร่วมกันสืบสวนขยายผลที่มาของยาเสพติดล็อตนี้โดยละเอียดจนพบพยานหลักฐาน “หลายช่องทาง” ต่างชี้ชัดไปที่ฟิลึนักฟุตบอลชื่อดัง ซึ่งข้อมูลทางการสืบสวนยังชี้ชัดอีกว่าแข้งดังรายนี้ยังเป็น “นักบิน” กล่าวคือเป็นผู้ขับรถลำเลียงยาเสพติดล็อตนี้มาจากละแวก จ.ปริมณฑล และไม่เพียงแต่ยาเสพติดล็อตนี้เท่านั้นแต่ยังเคยลำเลียงยาเสพติดลักษณะนี้มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 มี่ผ่านมา

โดยในปัจจุบันแข้งดังรายนี้ยังคงเป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่ โดยสังกัดอยู่ในสโมสรชื่อดัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงสั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. รวบรวมพยานหลักฐานอย่าง “หนาแน่น” กระทั่งศาลได้อนุมัติหมายจับแข้งดังรายนี้ ก่อนสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำกำลังชุด สืบนครบาล , กก.สส.บก.น.1 และ ศอ.ปส.ตร. (ชุดที่ 5) ติดตามจับกุมตัว และซึ่งต่อมาชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าแข้งดังปรากฏตัวที่วัดแห่งหนึ่งย่านลำลูกกา แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบก็พบว่าเจ้าตัวกำลังจัดงานศพให้กับลูกสาวของตัวเองที่พึ่งจะเสียชีวิตในวัย 9 เดือน แม้หน้าที่จะต้องจับกุม แต่ไม่ลืมมนุษย์ธรรม พล.ต.ต.ธีรเดชฯ ได้สั่งกำลังเจ้าหน้าที่ล้อมรอบบริเวณศาลาและเมรุเผาศพไว้ก่อน และเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการเผาศพแล้วจึงได้นำกำลังเข้าไปควบคุมตัว นายเจษฎาภรณ์ หรือฟิล์ม แต่ก็สุดดราม่าจนต้องตะโกนออกมาว่า “ฟ้าเล่นอะไรกับกู!!!”

ในชั้นจับกุม นายเจษฎาภรณ์ หรือฟิล์ม ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อดีตตนเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 9 ปี กระทั่งอายุ 12 ปี ได้ถูกคัดเลือกเข้าไปอบรมในค่าย academy ของบริษัทชื่อดัง และเมื่อปี 2562 ตนเองได้ถูกคัดเลือกเป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี เคยไปแข่งขันที่ต่างประเทศจนชนะเลิศอันดับ 1 ในตำแหน่งมิดฟิลตัวรับ และได้เซ็นสัญญากับสโมสรชื่อดังในไทยลีกชีวิตตนเองเริ่มมาประสบปัญหาตั้งแต่เริ่มมีบุตรสาว มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นและตนก็เริ่มคิดจะหาทางหาเงินเพิ่มจึงเริ่มเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งชีวิตก็เริ่มดำดิ่งเพราะยิ่งหมดเงินไปเรื่อยๆกับการพนัน และยังประสบปัญหาอาการป่วยของบุตรสาว จึงเกิดความมืด 8 ด้าน หันหน้าเข้าวงการขนยาเสพติด โดยนำรายได้จากการลำเลียงยาเสพติดมาใช้ในครอบครัวและใช้ในการรักษาอาการป่วยของบุตรสาว ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าเสียดายอนาคตและความสามารถตนเอง และขอให้เรื่องราวในชีวิตของตนเป็นบทเรียนให้กับเยาวชนไทยที่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ขอให้ดูตนเองเป็นบทเรียน”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “จากการสืบสวนนักฟุตบอลรายนี้เริ่มเข้าวงการค้ายาเสพติดเมื่อประมาณต้นปี 2567 เชื่อว่ามีการลำเลียงยาเสพติดลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยอาศัยเวลาว่างจากการซักซ้อมกีฬา ส่วนผู้ร่วมขบวนการอื่นๆนี้ยังขอสงวนรายละเอียดไว้ก่อน แต่ขอยืนยันว่าเราจะมีการขยายผลให้ถึงที่สุด และจะดำเนินการด้วยมาตการขั้นเด็ดขาด ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดเป็นอันดับแรก ฝากเตือนว่าใครหวังรวยทางลัดด้วยทางของยาเสพติด ไม่มีใครพบจุดจบที่ดี สุดท้ายหากท่านใดมีเบาะแสในลักษณะนี้สามารถส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาได้ที่ เพจ สืบนครบาล IDMB หลังจับกุมขยายผลได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีต่อไป

ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้ากลางกรุงยึดของกลางกว่า 2.4 หมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 5 ล้าน

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2567 พลตำรวจโทนิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกองตรี ดร.ธนกฤต  จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าช่องทางออนไลน์ โดยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ รับข้อมูลจากสายลับว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ชื่อบัญชีว่า “33VAPE” จึงใช้ระยะเวลากว่า 1 เดือนสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้บ้านเลขที่ 1390/91 ซ.ชานเมือง 10 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

เปิดเป็นสถานที่ซุกซ่อน และลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า, น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ส่วนควบ จำหน่ายให้กับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์และกระจายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้เฝ้าติดตามจนพบนายภควัตหรือเมฆ อายุ 23 ปี นำกระสอบสีรุ้งใบใหญ่มาส่งมอบให้กับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่มาจอดบริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมตรวจค้นภายในบ้าน พบของกลางเป็นพัสดุและอุปกรณ์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก แบ่งเป็นหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 11,261 หัว, น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 5611 ขวด, บุหรี่ไฟฟ้าแบบสูบแล้วทิ้ง 2750 ชิ้น, เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า 454 เครื่อง, คอยด์ 4431 ชิ้นและเครื่องชาร์จจำนวน 37 เครื่อง รวม 24,544 ชิ้น มูลค่ารวมประมาณ 5 ล้านบาท และยังพบนางสาวภัคจิราหรือกิ้ฟอายุ 41 ปี ภายในบ้านพักด้วย จึงได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางเพื่อดำเนินคดี ในความผิดตามมาตรา 246 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ช่วยกันแพ็คบุหรี่ไฟฟ้าส่งจำหน่ายให้กับลูกค้า โดยมีนายอาร์มเป็นผู้สั่งของ ส่วนโกดังแห่งนี้เปิดดำเนินการมาแล้ว 1-2 ปี มีทั้งการสินค้าเข้าและจำหน่ายออก ถือเป็นรายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และสามารถตรวจยึดของกลางได้มากที่สุดภายในปีนี้ ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่จำหน่ายถูกกฎหมาย หลังจากนี้จะขยายผลเพิ่มเติมไปยังผู้สั่งการต่อไป หากประชาชนพบเบาะแสการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ด้านนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของรัฐบาลอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันพบว่าผู้ผลิตได้พัฒนารูปแบบบุหรี่ไฟฟ้าให้ไม่มีกลิ่นรบกวนรอบข้าง และทำบรรจุภัณฑ์ให้เป็นรูปตุ๊กตา เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่คือเยาวชน ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นให้พัฒนาไปใช้สารเสพติดในรูปแบบอื่นเช่น เคตามีนได้ อีกทั้งปัจจุบันยังพบการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแพร่หลายตามสถานบริการ สถานศึกษา ซึ่งได้ประสานงานไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้สร้างความตระหนักรู้ให้ กับครูในโรงเรียนเพื่อตรวจสอบบุหรี่ไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างร่างกฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้อำนาจหน้าที่ ของแต่ละหน่วยงานมีความชัดเจน ซึ่งการปรับแก้กฎหมายจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

‘เจ พาขวัญ เจียมจิโรจน์’ คว้าตำแหน่ง Classic Mrs. Tourism Thailand 2024

เจ พาขวัญ เจียมจิโรจน์ คว้าตำแหน่ง Classic Mrs. Tourism Thailand 2024 ควบสายสะพายนางงามใจบุญ  Mrs. Charity 2024  จากเวที Mrs ThailandWorld & Mrs ThailandWorld มาครองได้อีกด้วย

เวที Mrs Thailand World & Mrs Tourism Thailand รอบfinal  เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ : 𝗕𝗿𝗮𝘃𝗼 𝗕𝗸𝗸 𝗨𝗹𝘁𝗿𝗮 𝗔𝗿𝗲𝗻𝗮 𝗛𝗮𝗹𝗹 (𝗦𝗵𝗼𝘄 𝗗𝗖)

เวที Mrs Thailand World เป็นเวทีการประกวดนางงามระดับประเทศ ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2022 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะต้องการเฟ้นหานางงามที่สมรสแล้วที่มีความพร้อมที่สุดเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเป็นตัวแทนนางงามไทย ไปประกวดในเวทีนางงามในระดับนานาชาติ

เวที Mrs Tourism Thailand เวทีการประกวดนางงามที่ผ่านการสมรสแล้ว เครือข่ายสตรีไทยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย

สำหรับ “เจ พาขวัญ เจียมจิโรจน์” ปัจจุบันเป็นตัวแม่แห่งวงการ Exhibition เจ้าของบริษัทออแกไนซ์เซอร์ “Xmania 2019” ผู้จัดงาน CACF-Thailand ครั้งที่ 11 ที่จะจัดวันที่ 18-20 กันยายนที่จะถึงนี้